ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
  Messages   Topics   Attachments  

  Topics - ธัมมะวังโส
หน้า: [1] 2 3 ... 32
1  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / เข้าพรรษา 2564 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2021, 10:31:10 am
25 ก.ค. 64 (นับ 8/14 )
========================
เข้ากรรมฐาน 03.45 น.
ออกกรรมฐาน 09.45 น
เข้าด้วย พระธรรมรัศมีพระขุททกาปีติธรรมเจ้า
---------------------------------------
เปลี่ยนเป็นการทำอธิษฐานจิตเข้าพรรษาตอนค่ำ
เจริญธรรม / เจริญพร
2  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม พอจ ไม่ออกเสียงบรรยายเพิ่มหรือครับ ช่วงนี้คิดถึง เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2021, 03:08:44 pm
ถาม พอจ ไม่ออกเสียงบรรยายเพิ่มหรือครับ ช่วงนี้คิดถึง
ตอบ การออกเสียงบรรยายของ พอจ ค่อนข้างจะลำบากนะ เพราะมันเหมือนคนบ้าคุยคนเดียวไม่มีคนฟัง แล้วก็ไม่รู้จะสอบกรรมฐานอย่างไร เท่าที่สำรวจในไฟล์วีดีโอของ เฟส แอพมันรายงานมี วีดีโอที่ดาวน์โหลดค่อนข้างจะเกือบทุกอันแต่ ไม่กี่คน แต่เปิดฟัง หรือ ฟังจบนั้นมีไม่กี่ไฟล์เอง ดังนั้นจะพูดตรง ๆ มันทำลำบากมากเวลาบรรยายธรรม เพราะบรรยายพูดเหมือนคนบ้า ตอนพูดต้องคิดว่ามีคนฟัง หรือ มีคนฟังอยู่
ช่วงนี้สติมันตื่นอยู่ เพราะอำนาจสมาธิ มันจึงไม่ค่อยอยากทำเรื่องแบบบ้า ๆ ดังน้้น ช่วงนี้พอจับไมค์จะมาพูด มันจะนึกถึงความจริง แล้วก็หยุดพูด เพราะความเป็นจริงตอนที่ พอจ พูดก็ไม่ได้มีคนฟัง
ดังนั้นที่ไม่ได้บรรยายช่วงนี้เพราะกำลังวิปัสสนา มันมาก มันจึงไม่ทำ
แต่อำนาจสมาธิมีมาก ก็คงพอกลับมาทำอยู่
เจริญธรรม / เจริญพร
3  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม การใช้ อิทธิวิธิ เป็นการใช้ลมสั้นแบบไหน ครับ เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2021, 03:08:18 pm
ถาม การใช้ อิทธิวิธิ เป็นการใช้ลมสั้นแบบไหน ครับ
ตอบ การใช้อิทธิวิธิ ไม่ได้เป็นการใช้ลมสั้นแบบไหนทั้งสิ้น แต่เป็นการใช้ญาณวิเศษ อิทธิวิธิ มีอาทิ หายตัว ล่องหน เดินบนวัตถุที่ไม่มีแรงต้านเช่นอากาศ น้ำ ทำสิ่งของให้แข็งให้อ่อน นิรมิตสิ่งของ จำแลงตน เหิน เหาะ ตัวเบา เดินทางไกล เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับลมหายใจสั้น
การใช้ลมหายใจสั้น เป็นการใช้อานุภาพ ลมปราณเท่านั้น
การใช้อานุภาพลมปราณภาษาไทยเรียกว่า กำลังภายใน
การใช้ลมสั้น ชื่อว่า กำลังภายนอก
เจริญธรรม / เจริญพร
4  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม ในมูลกรรมฐาน อารักขกรรมฐาน มีเท่าไหร่ คะ เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2021, 03:06:11 pm
ถาม ในมูลกรรมฐาน อารักขกรรมฐาน มีเท่าไหร่ คะ
ตอบ ในมูลกรรมฐาน มี อารักขกรรมฐาน 6 ประการ
อารักขกรรมฐาน หมายถึง กรรมฐานที่ภาวนาเสริมไม่ได้เป็นกรรมฐานหลักใช้เป็นครั้งคราว แต่เมื่อใช้แล้วก็จะสนับสนุนกรรมฐานหลักให้มีระยะนานมากขึ้น
1. ปัจจเวกขณปัจจัย
 หมายถึงการรู้จักใช้สอยปัจจัย 4 อย่างมีสติ มีการพิจารณา 3 ครั้ง คือพิจารณาเมื่ออรุณ พิจารณาขณะใช้ว่าเป็นเพียงธาตุ พิจารณายามค่ำ
2. เมตตากรรมฐาน
 หมายถึงการฝึกแผ่เมตตา ในการรทำกรรมฐานมุ่งหมายเป็นอัปปมัญญา(ส่วนละเอียด) มักจะฝึกกันในพระธรรมปีติ
3. กายคตาสติ
หมายถึงการตามพิจารณากายแยกเป็นสัดส่วน
4. มรณานุสสติ
หมายถึงการระลึกถึงความตายที่ไม่แน่นอน แต่ระลึกความตายที่ต้องมี
5. อุปสมานุสสติ
หมายถึงการระลึกถึง พระนิพพาน เป็นอารมณ์ใช้ในอานาปานสติ การกำหนดรลม
6. จตุธาตุววัตตถาม
หมายถึงการระลึกถึงคุณธาตุ อันนี้จะอยู่ในการเดินจงกรมธาตุ และ การทำมัชฌิมา
สำหรับ อสุภะกรรมฐาน ต้องอยู่ในการควบคุมของครูอาจารย์ ผู้ฝึกต้องรายงานแจ้งกรรมฐานทุกวัน สำหรับ อสุภะกรรมฐาน เพราะกรรมฐานนี้ มีอันตรายต่อ สภาวะอารมณ์มากหากผู้ภาวนา สามารถกระทำได้ และ หรือสร้างความหวั่นไหวในจิตใจได้มาก อาจจะวิกลจริตได้ ดังนั้น อสุภะกรรมฐานจึงไม่เหมาะเป็นอารักขกรรมฐาน เลย วินิจฉัยนี้อยู่ในข้อบัญญัติวินัย ว่าด้วยการฆ่าตัวตายของภิกษุ 500 ที่ภาวนาอสุภะกรรมฐานจนพระพุทธเจ้าต้องบัญญํติวินัยว่า ภิกษุฆ่าตัวตายต้องอาบัติปาราชิก นั่นเอง
เจริญธรรม / เจริญพร
5  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม อยากฝึกเมตตากรรมฐาน จะเริ่มอย่างไรดี คะ เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2021, 03:05:36 pm
ถาม อยากฝึกเมตตากรรมฐาน จะเริ่มอย่างไรดี คะ
ตอบ การฝึกเมตตา ท่านให้เริ่มในพระธรรมปีติ ขั้นที่ 4 คือ อุพเพงคาปีติ เพราะ เมตตากรรมฐานนั้น อาศัย คุณธาตุของวาโย(ลม) เป็นผู้ดำเนินการให้การแผ่เมตตามีวงกว้างมากขึ้น
การแผ่เมตตา นั้น ถ้าเป็นการสวดเฉย ๆ มีอำนาจแผ่รอบตัวแค่ 1 ศอก
แต่หากประกอบด้วยอำนาจสมาธิ อย่างอุพเพงคาปีติ มีอำนาจรัศมีสักประมาณ 3 โยชน์ ( 48 กม ) เป็นวงกลมรอบตัว นี่คือเริ่มต้น
( 1 โยชน์ เท่ากับ 16 กม )
แต่ผู้แผ่เมตตาต้องเข้าพระธรรมปีติ ส่วนพระลักษณะได้ก่อนนะ แต่ถ้าธรรมรัศมีจะมีอานุภาพการแผ่เมตตาได้ประมาณ 16 โยชน์ ( 256 กม )
ดังนั้นการแผ่เมตตา ด้วยอำนาจสมาธิแค่พระธรรมปีติ ยังมีอานุภาพได้มากขนาดนี้จึงสมควรแผ่เมตตา ด้วย อำนาจสมาธิ
ส่วนวิธีการฝึกแผ่เมตตา ด้วยการแผ่สมาธินั้น พึงไปฟังปฏิบัติตามได้ ในวิธีการใช้อุพเพงคาปีติ เถิด สามารถดาวน์โหลดไฟล์เสียงส่วนนี้ได้ที่ คลาวด์สำนักงาน
เจริญธรรม / เจริญพร
6  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม ระหว่าง พุทโธ กับ สัมมาอรหัง ควรใช้คำภาวนาอันไหนดี คะ เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2021, 03:05:05 pm
ถาม ระหว่าง พุทโธ กับ สัมมาอรหัง ควรใช้คำภาวนาอันไหนดี คะ
ตอบ ให้ใช้ พุทโธ ก่อน สัมมาอรหัง นั้นได้ใช้แน่ ๆ ในอานาปานสติ
ทำไมต้องใช้ พุทโธ เพราะว่า พุทโธ เป็นคำสั้น ถ้าจะทำให้สติมี และไม่ปรุงแต่งมากนัก คำ 2 พยางค์ จึงเหมาะในการบริกรรม มากกว่า
ส่วนคำว่า สัมมาอรหัง นั้นเป็นคำพยางค์มาก และยาวเกินไปในบริกรรมเบื้องต้นไม่เหมาะกับจิตที่หยาบ และกลาง แต่เหมาะกับ จิตที่ละเอียด ดังนั้นในอัปปนาสมาธิ จึงมีการใช้บริกรรม สัมมาอรหัง ก็แล้วแต่ดุลย์พินิจ ของครูอาจารย์ด้วย
บางอย่างก็ให้ทำบางคน บางอย่างก็ไม่ได้ให้ทำบางคน
เพราะบางอย่างทำมากก็ไม่ดี กับนิสัยบางคน
บางอย่างทำมากก็ดี กับนิสัยบางคน
ต้องดูจริตนิสัยด้วย
เจริญธรรม / เจริญพร
7  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม การเห็นภาพอนาคต มีโอกาสเป็นจริงบ้างหรือป่าว คะ เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:22:04 pm
ถาม การเห็นภาพอนาคต มีโอกาสเป็นจริงบ้างหรือป่าว คะ
ตอบ  การเห็นในฝัน กับ การเห็นในสมาธิ ย่อมต่างกัน ต่างกันตรงที่มีสติ กับ ไม่มีสติ มีสัมปชัญญะ กับ ไม่มีสัปชัญญะ มีอำนาจญาณ กับ ไม่มีอำนาจญาณ
การเห็นภาพอนาคต มีโอกาสเป็นจริงได้ ถ้าผู้ที่เห็นเข้าสภาวะ ตติยฌาน ได้ แต่สภาวะที่จะเห็นได้นั้นมันต้องอยู่ในสภาวะเกือบกึ่งวิปัสสนา
ในต่างประเทศมีชายหนุ่มคนหนึ่ง ตกไปในร่องหินและถูกหินทับข้อมือไว้ เขารออยู่อย่างนั้น 2 - 3 วัน และแน่ใจว่าไม่มีใครมาช่วยแน่ ๆ เขาจึงตัดสินใจตัดแขนตัวเองตรงส่วนที่ถูกทับออก แต่ก่อนที่จะตัดเขาได้เข้าสมาธิโดยบังเอิญมองเห็นภาพอนาคต ของเขา ( ซึ่งก็เป็นความจริงต่อมาภายหลัง) เขาจึงตัดสินใจตัดแขนที่เริ่มเน่าแล้วนั้นออกจึงรอดชีวิตมาได้
ในกรณีที่ผู้นั่งสมาธิถึงระดับ ตติยะฌาน การเห็นภาพนิมิตนั้นมีโอกาสที่จะเป็นภาพจริงได้ ถ้าเป็นอนาคต แต่ถ้าเป็นอดีต แสดงว่ามีโอกาสจะได้ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณอย่างถาวร
แต่อย่างไรก็ตามเป้าประสงค์ของการทำสมาธินั้น ไม่ได้ทำเพื่อการเห็นเหล่านี้แต่ทำเพื่อให้ได้เห็นญาณในวิปัสสนา เฉพาะหน้าต่างหากเป็นไปเพื่อมรรค ผล แต่การห้ามอาการ ๆ การได้ญาณวิเศษเป็นเรื่องของบุญบารมีที่สร้างมาด้วย ยอ่มแตกต่างกันไปแต่ละคน
ก็อย่าได้หลงในสิ่งที่ได้ อย่าได้น้อยใจในธรรมที่ไม่มี
จงยินดีเฉพาะต่อญาณที่ปรากฏต่อหน้า ด้วยความเป็นอนัตตา
เจริญธรรม / เจริญพร
8  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม ทำอย่างไรจะได้เห็นดวงธรรม เจ้าคะ เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:21:41 pm
ถาม ทำอย่างไรจะได้เห็นดวงธรรม เจ้าคะ
ตอบ
1. ฝึกการเขียน อุปัตตา อักขรตา อย่างน้อย 1 สมุด
2. นำสมุดที่ได้ นำมาฝึกโคจรา จนกว่าจะได้ดวงธรรม ให้ใช้ อักขระ พุทโธ ไม่ซ้ำหน้าไปทุกวัน
3. เมื่อได้ดวงธรรม ต้องหมั่นนึกถึง ดวงธรรม จากมหาสูญ ลง ศูนย์นาภี อย่างน้อย 300 รอบ ( ทำสัมปยุต ) จึงจะแน่ใจว่าดวงธรรมจะไม่หายไป
หมายเหตุ ดวงธรรมสามารถหายไปได้ แม้กระทำได้แล้ว เนื่องด้วยเพราะว่า จิตของผู้ฝึยังไม่สามารถบรรลุโลกุตตระธรรม ดังนั้นดวงธรรมจึงยังจะหายไปได้ เมื่อหายไปก็อย่าได้วิตก ให้กระทำเช่นเดิมไม่ช้าไม่นาน ดวงธรรมก็จะกลับมา ต้องอาศํยความอดทน
เจริญธรรม / เจริญพร
9  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ไปช้า ๆ อย่างเต่า ดีกว่าไปช้า ๆ อย่างกระต่าย เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:21:07 pm
ไปช้า ๆ อย่างเต่า
ดีกว่าไปช้า ๆ อย่างกระต่าย
ช้าเร็ว กรรมฐาน วัดกันที่ ธรรมนิมิต
บารมีไม่สร้าง ธรรมนิมิต ก็ไม่ปรากฏ
บารมีไม่พร้อม ธรรมนิมิต ก็ไม่ปรากฏ
ไม่เจริญกรรมฐาน ธรรมนิมิต ก็ไม่ปรากฏ
หมั่นนึกตรึกตรอง ว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง
ไม่มีประโยชน์ในคำชมเชย ของชนทั้งหลาย เพราะถ้ายังเกลือกกลั้ว เวียนว่ายตายเกิดอยู่อีก ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
อย่ามัวแต่หลงอดีต และพะวงอนาคต
จงทำปัจจุบันให้เกิดการรู้แจ้ง สำคัญมากที่สุด
เจริญธรรม / เจริญพร
10  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ตีเหล็ก ให้ตีตอนเหล็กแดงและเหล็กร้อน อุปมา ด้วยอำนาจสมาธิที่ยังตื่นอยู่ วิปัสสนา เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:20:38 pm
ตีเหล็ก ให้ตีตอนเหล็กแดงและเหล็กร้อน
หากตีตอนเหล็กเย็นไปแล้ว เหล็กก็จะแตก วัตถุที่ตีก็จะแตก
ฉันใด ก็ ฉันนั้น การภาวนากรรมฐาน หากหยุดทำไปนานเกินไปก็เปรียบเหมือนเหล็กที่เย็น ผู้ที่พยายามตีเหล็กนั้น ย่อมมีแต่พ่ายแพ้
ดังนั้น อักขรตา ที่ได้เขียนไว้นานเกินไป ธรรมรัศมีย่อมหายไปตามพฤติกรรมผู้เขียน นั่นเอง ดังนั้น อักขรตา ที่จะนำมาใช้ใน โคจรา ท่านกล่าวว่า ไม่ควรมีอายุการจารนานเกินไป ไม่ควรทิ้งไว้ให้นานเกิน 30 วัน
นั่นคือเหตุผลที่ พอจ ใหญ่ท่านกล่าวว่า ผู้นำแผ่นจารมาทำดวงธรรมแล้วดวงธรรมไม่เกิดนั่นเอง
วิธีแก้ไข ต้องนำแผ่นจารมาเสก ด้วยคาถามหาพุทธรัตนะ วันละ 3 คาบโดยต้องถือแผ่นจารเอาไว้ในมือ ในขณะว่าคาถา เพื่อเป็นการรักษาสภาพของดวงจิตในแผ่นจารไว้ให้มีความสด เปรียบดั่งเหล็กที่ร้อน พร้อมใช้ในการตี นั่นเอง
เจริญธรรม / เจริญพร
11  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ปฏินิสสัคคะ ความสละคืน. เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:19:22 pm
====================================
ปฏินิสสัคคะ ความสละคืน. ความสละนั้นก็มี ๒ อย่าง คือ ปริจจาคโวสสัคคะ ความสละด้วยการบริจาค ปักขันทนโวสสัคคะ ความสละด้วยการแล่นไป.
               บรรดาความสละทั้ง ๒ นั้น วิปัสสนาชื่อว่าปริจจาคโวสสัคคะ ความสละด้วยอำนาจตทังคปหาน. มรรคชื่อว่าปักขันทนโวสสัคคะ ความสละด้วยการแล่นไป ด้วยว่ามรรคนั้นย่อมแล่นไปสู่พระนิพพานโดยเป็นอารมณ์.
               อีกอย่างหนึ่ง มรรคนั้นชื่อว่าโวสสัคคะ เพราะเหตุแม้ทั้ง ๒ คือ เพราะละขันธ์และกิเลสด้วยอำนาจสมุจเฉทปหาน และเพราะการแล่นไปในพระนิพพาน เพราะเหตุนั้น วิปัสสนาจึงชื่อว่าปริจจาคโวสสัคคะ สละด้วยการบริจาค เพราะวิปัสสนาย่อมละกิเลสและขันธ์ และมรรคที่ชื่อว่าปักขันทนโวสสัคคะ ความสละด้วยการแล่นไป เพราะจิตย่อมแล่นไปในความดับสนิทคือนิพพานธาตุ.
               ก็เพราะเหตุนี้ คำทั้งสองนี้จึงจัดเข้าได้ในมรรค บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยวิปัสสนาและมรรคทั้งสองนั้น ย่อมเป็นผู้ชื่อว่าปฏินิสสัคคานุปัสสี ผู้ตามเห็นความสละคืน เพราะประกอบด้วยปฏินิสสัคคานุปัสสนานี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงบุคคลนั้น จึงตรัสอย่างนี้.
===================================
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑
๘. โมคคัลลานสูตร
12  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม พอจ คดี ลุงพล น้องชมพู พอจ คิดว่าใครเป็นคนผิด ครับ เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:18:48 pm
ถาม พอจ คดี ลุงพล น้องชมพู พอจ คิดว่าใครเป็นคนผิด ครับ
ตอบ ไม่รู้สิ พอจ ไม่เคยตามข่าวเรื่องพวกนี้ แล้วอยากให้ใครเป็นคนผิด พบคนผิด ชมพู ก็ไม่พื้น ไม่พบคนผิด ก็ถือว่าไม่แปลก กฏหมายเมืองไทยปลิ้นปล้อนได้ เพราะ ทนายความ ทำผิดเป็นถูก ทำถูกเป็นผิด ทนายความทุกคนไม่ได้มีคุณธรรมทุกคนหรอก ส่วนใหญ่ ก็ทำเพื่อเงินทอง ดังนั้นมันจึงมีคนไม่ดี กับ ทนายความไปด้วยกัน
สรุปก็คือไม่รู้หรอก ว่าใครผิด ถูก
เจริญธรรม / เจริญพร
13  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม พอจ ได้ฟังข่าวน้องผู้หญิง อุบัติเหตุขาขาด แล้ว รพ ปล่อยไม่ไว้ไม่ได้รักษา เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:18:28 pm
ถาม พอจ ได้ฟังข่าวน้องผู้หญิง อุบัติเหตุขาขาด แล้ว รพ ปล่อยไม่ไว้ไม่ได้รักษา จนตายหรือไม่ครับ พอจ มีความคิดเห็นว่าอย่างไร
ตอบ มันเป็นเรื่องปกติ ของ รพ การรอการรักษา นั้นเป็นเรื่องที่ต้องรอ หมอจะดูหรือไม่ดู อันนี้ไม่ทราบเลย พอจ เคยไป รพ ฉุกเฉิณ รอทั้งคืนก็หลายครั้ง อย่างเช่น ถูกไม้แขวนเสื้อทะลุนิ้วเท้าเข้าฝังในกระดูก ไป รพ ตั้งแต่ 15.00 กว่าจะผ่าตัดเอาออก 05.00 น
ดังนั้นเรื่อง ระบบ ของ รพ เป็นสิ่งที่ต้องทำใจ ถ้าหมอคิดว่าเคสนี้รอได้ ก็ต้องรอ เหมือนเคสของน้องที่เสียชีวิตเพราะหมอคิดว่ารอได้ แต่ เด็กรอไม่ได้เสียชีวิตก่อน นั่นเป็นเพราะวินิจฉัยผิด
ที่จริงมันมีเรื่องจิตวิทยาด้วย ในขณะที่น้องรอนั้น เด็กหมดกำลังใจในการมีชีวิตอยู่แบบไม่มีขา เพราะมีความคิดแล้ว ในช่วงนั้นไม่มีใครไปให้กำลังใจ หรือ ทางหมอไม่ได้จ่ายยาให้นอนหลับ นี่คือเรื่องที่กำลังใจหายไป ดังนั้น พ่อแม่ จะต้องให้กำลังใจไม่ห่างลูกในขณะนั้น ต้องเฝ้าติดต่อเข้าไปคุยอย่างต่อเนื่อง พอจ เห็นเคสคนขาขาดแล้วตาย เป็นผู้ใหญ่อายุ 30 ถูกกับดักหมีสับสูงกว่าหัวเข่า มา รพ ก็ยังปกติแต่พอทราบว่าต่อขาไม่ได้ ต้องตัดขาทิ้งเขารู้อย่างนั้นกำลังใจไม่มี สักประมาณ 2 ชม ก็เสียชีวิต
ดังนั้นความผิดเรื่องนี้ มันผิดที่พ่อ ก่อนเป็นคนแรก ประมาทขับรถแล้วหลับ อุบัติเหตุเลยเกิดแต่ต่อมา ก็ส่งคนเจ็บไป รพ มันก็ต้องไปเงื่อนไขของ รพ นั้น ๆ จะกำหนดไว้อย่างไร จริง ๆ แล้วถ้ามองเห็นว่า รพ ไม่รักษาก็น่าจะรีบย้ายผู้ป่วยกลับมา รพ ปกติที่บ้านซะเลย นั่นคือสิ่งที่ พ่อแม่ไม่ได้ทำ แต่ได้ทำกับคนเล็ก คนที่สอง ดังนั้นถ้าดูแล้วหมอไม่รักษาภายใน 4 ชม นี่ควรติดต่อรถย้าย รพ ด่วน
แสดงความคิดเห็นพอคุยนะ
ไม่มีสัตว์ไหน ๆ ตายเปล่า ๆ เลย ที่ตาย ที่เจ็บ ก็เพราะกรรมที่ได้สร้างไว้อย่างนั้น เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุ แต่ก็เป็นกรรมส่วนหนึ่งของสัตว์
เหมือนเรื่องต่างประเทศ หญิงสาวอายุ 18 แม่ตาย พ่อทิ้ง อยู่กับลุง แต่พยายามสืบหาข่าวพ่อ จนกระทั่งรู้ว่าพ่ออยู่ไหน อยากไปหาพ่อ แต่ลุงกับยายก็ห้ามไว้ ว่าไม่ควรไปหาเพราะต้องข้ามประเทศไปหา ในประเทศเถื่อน ๆ สุดท้ายหญิงสาวนี้ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็แอบข้ามประเทศไปหาพ่อ อีกประเทศหนึ่ง แต่พ่อที่นั่นไม่ต้อนรับแถมไล่กลับอย่างหมูหมา สะกดใจที่น้อยใจโมโหไม่ได้เลยเข้าไปที่บาร์แห่งหนึ่งไปเต้น ไปกินเหล้า สุดท้ายก็เลยถูกวางยาให้ไปเป็นโสเภณี ถูกขมขืนฉีดยาเสพติด ลุงกว่าจะได้ข่าวไปตามกลับมาก็อยู่ในสภาพที่ใกล้ตายแล้ว ยังไม่ทันพากลับข้ามประเทศก็ตายเสียกลางทางใมนรถ เรือ่งนี้เป็นเรื่องข่าวแล้วถูกดัดแปลงเป็นภาพยนต์ให้ดูสนุกอีกเรื่อง
แต่วิเคราะห์คือสัตว์เวลาจะถูกกรรม คือเจ้ากรรมนายเวรเล่นงาน ส่วนใหญ่แล้วจะถูกทำให้ขาดสติ ความยั้งคิดยั้งทำให้มีลดน้อยลงไป ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่างนั้น ดังนั้นมันเป็นกลไกสำคัญของกรรม ที่กำลังจะสนอง ดังนั้นคนที่ฝึกกรรมฐาน เมื่อกรรมจะสนองในทางไม่ดี สิ่งที่ต้องมีมากๆ คือ ความใจเย็น(มีสติ) ความรอบคอบ (มีสัมปชัญญะ) รู้จักยั้งคิดยั้งทำ(มีเหตุผล) ไว้บ้างมันก็จะปลอดภัย ต้องคิดให้รอบคอบ ให้ถี่ถ้วน ไม่ใช้อารมณ์จนทำให้ชีวิตลำบากไม่สามารถต่อสู้หรือป้องกันกรรมนั้นได้
คุยเป็นเพื่อนเท่านี้ลำบากด้วยการพิมพ์
เจริญธรรม / เจริญพร
14  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม พอจ อยากช่วยเผยแผ่ พระกรรมฐาน คะ ต้องทำอย่างไร ถึงจะช่วยได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:17:53 pm
ถาม พอจ อยากช่วยเผยแผ่ พระกรรมฐาน คะ ต้องทำอย่างไร ถึงจะช่วยได้อย่างต่อเนื่อง
ตอบ
1. ก็ช่วยบำรุงส่งเสริม บริจาคให้ ธรรมทานส่วนนี้อยู่ได้
2. สอนคนใกล้เคียงเรา เช่น ลูก หลาน ให้ภาวนาเหมือนที่เราได้ภาวนา
3. หมั่นศึกษาข้อความคำสอน ของครูอาจารย์
4. หมั่นภาวนาตามขั้นตอนที่ได้เรียนไป
ทำเท่านี้ก็ชื่อว่าได้ส่งเสริมธรรมทาน ไป ครูอาจารย์ ด้วยกัน
เจริญธรรม / เจริญพร
15  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / แม่บทว่าด้วย การจัดการกับ นิมิต เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:17:26 pm
แม่บทว่าด้วย การจัดการกับ นิมิต
=====================================
[๑๐๓] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้บำเพ็ญอธิจิต พึงมนสิการนิมิต ๓ ประการ
ตามสมควรแก่เวลา คือ
  ๑. พึงมนสิการสมาธินิมิต ตามสมควรแก่เวลา
  ๒. พึงมนสิการปัคคหนิมิต ตามสมควรแก่เวลา
  ๓. พึงมนสิการอุเบกขานิมิต ตามสมควรแก่เวลา
ถ้าภิกษุผู้บำเพ็ญอธิจิตพึงมนสิการเฉพาะสมาธินิมิตอย่างเดียว เป็นไปได้ที่จิตนั้นจะพึงเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
ถ้าภิกษุผู้บำเพ็ญอธิจิตพึงมนสิการเฉพาะปัคคหนิมิตอย่างเดียว เป็นได้ที่จิตนั้นจะพึงเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่าน
ถ้าภิกษุผู้บำเพ็ญอธิจิตพึงมนสิการเฉพาะอุเบกขานิมิตอย่างเดียว เป็นไปได้ที่จิตนั้นจะไม่พึงตั้งมั่นด้วยดีเพื่อความสิ้นอาสวะ
แต่เมื่อใดที่ภิกษุผู้บำเพ็ญอธิจิตมนสิการสมาธินิมิตตามสมควรแก่เวลา มนสิการปัคคหนิมิตตามสมควรแก่เวลา และมนสิการอุเบกขานิมิตตามสมควรแก่เวลา เมื่อนั้น จิตนั้นย่อมอ่อน เหมาะแก่การใช้งานผุดผ่อง และไม่เสียหาย ตั้งมั่นด้วยดีเพื่อความสิ้นอาสวะ
=====================================
 พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์]
 ๕. โลณผลวรรค ๑๑. นิมิตตสูตร
สมาธินิมิต หมายถึง อารมณ์ที่เข้าไปตั้งอยู่กับบริกรรมกำหนดรู้รอบในบริกรรมนั้น ๆ เช่น ภาวนาว่า พุทโธ ก็รู้ตั้งมั่นใน พุทโธ
ปัคคหนิมิต หมายถึง อารมณ์ที่ปักหลักในนิมิตนั้น ๆ โดยไม่มีการสลับฐานที่ตั้งของจิต ในที่นี้หมายถึงขาดการบริหารในการกำหนดจิตไม่มีฐาน ไม่ย้ายฐาน
อุเบกขานิมิต หมายถึงการวางเฉยไม่ใส่ใจในบริกรรมภาวนา เพียงแต่ภาวนาไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้กำหนดจิตไปในองค์ภาวนา
เจริญธรรม / เจริญพร
16  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / การจัดการกับ นิมิต จนถึงการบรรลุธรรม เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:16:59 pm
การจัดการกับ นิมิต จนถึงการบรรลุธรรม
1. กำหนดบริกรรม ลง ฐาน จนได้ นิมิตลักษณะ
2. เมื่อได้นิมิต ลักษณะแล้ว ให้เปลี่ยนเป็น กำหนด นิมิตรัศมี
3. เมื่อได้นิมิต รัศมี แล้ว ก็ควรกำหนดนิมิตนั้นให้เป็น อุคคหนิมิต
4. เมื่อได้อุคคหนิมิต ชัดเจนแล้ว ก็ควรทบทวนกำหนดตั้งย้ายนิมิตบ่อย
5. เมื่อคล่องแคล่วแล้วย้ายนิมิตได้บ่อยแล้วให้กำหนดนิมิตนั้นให้พิศดาร
6. เมื่อกำหนดนิมิตได้พิศดารแล้ว(ปฏิภาคนิมิต) แล้วให้กำหนดจิตเป็น ฌาน
7. เมื่อกำหนดจิตเป็นฌานได้แล้ว ให้ทำวิปัสสนาบ้าง
8.เมื่อกำหนดวิปัสสนาได้บ้างแล้ว
9.ให้ทำการกำหนดเข้าออกในฌานให้คล่องแคล่ว
10.ให้ทำการกำหนดการตั้งอยู่ในฌาน ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้
11.ให้กำหนดวิปัสสนาให้เกิดญาณสูงขึ้น
12.ให้กำหนด มรรค ผล นิพพาน ที่ยังไม่ได้ให้เกิดขึ้น
เจริญธรรม / เจริญพร
17  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ .... เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:15:56 pm
โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ....
แต่เรื่องที่เกิดกับเราทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่เป็นไปตามกฏแห่งกรรม
ทำไมจึงป่วย..... ก็เพราะว่า สร้างกรรมไว้ในอดีตให้ป่วย
ทำไมจึงไม่ได้อยู่วัดเหมือนพระทั่วไป...ก็เพราะสร้างกรรมมาไว้ให้ไปทางภาวนาที่ควรจะสำเร็จ หากอยู่วัด ก็ภาวนาอย่างที่ภาวนาในปัจจุบันไม่ได้ อยู่วัดจะมานั่งกรรมฐานทั้งวันทั้งคืนไม่ได้ ต้องทำกิจกรรมของวัด เป็นต้น
ทำไมจึงยังไม่มีผู้สืบทอด ...... ก็เพราะคนมีบุญญาธิการในการสืบทอดยังไม่มา จึงยังไม่ม่ ส่วนศิษย์ที่มีอยู่นั้นกำลังสร้างบารมีกันอยู่
ทำไม พอจ จึงใกล้ละสังขาร....ก็เพราะว่า ธรรมบารมียิ่งทำ มารก็ต้องย่อมขัดขวาง ถ้าบุญญาธิการเราน้อยเรา มารก็จะมีกำลังมาก ดังนั้นมันก็มีช่วงที่บุญญาธิการเราน้อยลง มารจึงแทรกแซงได้สำเร็จ
ดังนั้นในโลกนี้ ไม่มีเรื่องบังเอิญ
มีแต่เรื่องของกรรม และผลของกรรม ที่เวียนว่ายตายเกิด ในวัฏฏะสงสารเท่านั้น
เจริญธรรม / เจริญพร
18  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / การปลูกฝัง อุปาทาน จะสมบูรณ์มากในคนที่มีอายุอยู่นาน เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:15:32 pm
การปลูกฝัง อุปาทาน จะสมบูรณ์มากในคนที่มีอายุอยู่นาน
ส่วนคนที่มีอายุน้อย อุปาทาน ก็จะมีน้อยกว่า
มีเด็กสองคน เกิดวันเดียวกัน อีกคนหนึ่งเป็นลูกสัปเหร่อ อีกคนหนึ่งเป็นลูกเศรษฐี เด็กสองคนนี้โตมาเป็นหนุ่ม อุปนิสัยต่างกัน
เด็กลูกสัปเหร่อ ไม่กลัวผี เพราะสั่งสมอุปาทาน ในเรื่องผี ก็จริงอยู่ แต่ก็สั่งสมพลังจิตในการต่อต้านผีมาด้วย เขาจึงมีวิชาคาถาอาคม ไม่กลัวที่จะจับซากศพ เข้าเตา เข้าหลุม
เด็กลูกเศรษฐี เป็นคนกลัวผี แต่มีนิสัยติดตัวฟุ่มเฟื่อย ไม่ค่อยรักษาเข้าของ เพราะถูกฝังอุปาทานเป็นคนฟุ้งเฟ้อในกามคุณ เขามีวิชาความรู้ตามศาสตร์ของพ่อแม่ คือการค้าขาย ศิลปะป้องกันตัวมีพอใช้ได้
เด็กสองคนใช้เวลาสร้างความคิดทางอุปาทาน ไปคนละแบบ
อุปาทานความคิดนี้เรียกว่า อุปนิสัยจากการฝึกอบรม
แต่ยังมีอุปนิสัยอีกอย่างที่เด็กสองคนนี้มีเหมือนกัน นั่นก็คือ การเจริญภาวนาที่ผ่านมาหลายชาติ ทุกชาติ ก็จะได้เป็นสหธรรมซึ่งกันและกัน ดังนั้นพอทั้งสองคนมีอายุเข้ากลางคน ทั้งสองคนจึงได้มาบวชปฏิบัติธรรมด้วยกันเช่นเดิม อุปนิสัยส่วนนี้เรียกว่า อุปนิสัยติดตัวมาจากทุกภพทุกชาติ
ดังนั้นเวลาตัดกิเลสไม่ได้ มีแต่การตัดกิเลสที่เป็นอุปนิสัยภพชาติปัจจุบัน อย่างที่ฝ่ายปัญญาวิมุตติอธิบาย แต่ เวลาตัดกิเลส มันต้องมีการตัดกิเลสที่เรียกว่า ภพ ชาติ ด้วยส่วนหนึ่งซึ่งเป็นของติดตัวมาจากทุกภพทุกชาติ
อุปาทาน ( ความยึดมั่นถือมั่น ) มีอยู่ 4 อย่าง
 1. กามุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่นในกามคุณ
2. สีลัพพตุปาทาน ความยึดมั่นในธรรมเนียมในแบบแผนที่ผิดจากทำนองคลองธรรม
3. ทิฏฐุปาทาทาน ความยึดมั่นในความเห็นต่างที่ผิดจากธรรม
4. อัตวาทุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่นด้วยการนึกคิดกล่าวว่าอะไร ๆ ก็เป็นของๆตน เป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นของเรา
อุปาทาน ทั้ง 4 คือสิ่งที่พระโยคาวจรต้องค่อยทำลายไปทีละหน่อย ในรูปแบบของอุปาทาน 4 ก็คือ สังโยชน์ 10 นั่นเอง
เจริญธรรม / เจริญพร
19  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / การวางใจเป็นกลาง ด้วยอำนาจความรู้ ( ญาณ ) และการเห็นแจ้ง ( สัจจะญาณ ) เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:14:49 pm
ภาพที่เห็น ก็เป็นเพียงสี
เสียงที่ได้ยิน ก็เป็นคลื่นต่ำคลื่นสูง
กลิ่นที่ได้ดม ก็เป็นเพียงอากาสที่ผันแปร
รสที่ได้ชิม ก็เป็นเพียง เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม จืด
สัมผัสที่กระทบ ก็เป็นเพียงอุณหภูมิสูงต่ำ
จิตที่กระทบอารมณ์ ก็เพียง ทุกข์ สุข เฉย ๆ จำได้ จำไม่ได้
ดังนั้นเมื่อกระทบสิ่งใด พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสสอนให้วางจิตเป็นกลาง วางจิตให้เป็นกลาง ไม่ชื่นชมยินดี ไม่เกรี้ยวกราดขัดเคือง สิ่งที่เกิดกระทบเป็นเพียง ธรรมสภาวะที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เท่านั้น
การวางอารมณ์ ในการภาวนาเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าไม่วางอารมณ์ให้เป็นกลาง มันก็จะวุ่นวาย
จะนั่งกรรมฐาน แต่ ข้าง ๆ ก็อึกทึกครึกโครม เปิดเพลงดังรบกวน ทำให้เกิดความอึดอัดขัดเคือง นี่เพราะไม่เคยเข้าสะกดเสียงจึงทำให้เสียงภายนอกเข้ารบกวนจิตใจ ทำให้ภาวนากรรมฐานไม่ได้
ดังนั้นการวางอารมณ์ ต้องฉลาดในการวางเพื่อลดสภาวะที่จะทำให้จิตปรุงแต่ง ลงเป็นกลาง
การฝึกเข้าสะกดจึงมีความจำเป็นกับศิษย์ที่ไม่ค่อยมีจิตตั้งมั่น
เจริญธรรม / เจริญพร
20  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ธรรมสำหรับ อนาคามี เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:13:49 pm
ธรรมสำหรับ อนาคามี
================
กายเป็นเพียงเรือนอาศัย
ภายนอกหุ้มห่อไว้ด้วย อนิจจัง
ภายในกรุ่นด้วยเครื่องในตับไตไส้พุงเป็นปฏิกูล
กายนี้เป็นเพียงเครื่องอาศัยเพียงเพื่อกิจต่างๆ
กายนี้มีปฏิกูลไหลออกทั่วกายไม่ว่า เหงื่อไคล ทางขุมขน
ปฏิกูลก็ยังไหลออกทั้งทวารทั้งหมด ไม่ว่า จะทางตา ทางหู ทางจมูก
ทางปาก ทางทวารหนัก ทางทวารเบา
ร่างกายสวยก็เป็นเพียงสมมุติ ไม่เที่ยง
ร่างกายไม่สวยก็เป็นเพียงความรู้สึก อุปาทาน ไม่เทียง
ร่างกายนี้ไม่เที่ยง มีความแก่ ความเจ็บ และความตายในที่สุด
ร่างกายนี้ไม่ประกอบด้วย ธรรมที่เรียกว่า ตัวตน ปราศจากความเป็นเจ้าของ
ร่างกายนี้ว่างเปล่า ดุจดินที่เกลื่อนในปฐพี
ร่างกายนี้เน่าเปื่อยด้วย อาโปธาตุ และ เตโชธาตุ
ร่างกายนี้เมื่อจะดับ วาโยธาตุย่อมดับก่อน อาโปธาตุค่อยดับตาม เตโชค่อยดับตาม ไหลไปสู่ ปฐวีธาตุที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง
ร่างกายนี้เมื่อตาย วิญญาณละจาก ย่อมเป็นสิ่งปฏิกูลปรากฏแล้วในโลก
ร่างกายนี้เป็นสิ่งเน่าเหม็น เกลือกกลั้วไปด้วยน้ำเหลืองน้ำหนองน้ำเลือดอันเปรอะกรัง ไร้คนมีชีวิตจะสนใจ
กายนี้ย่อมแก่ ต้องการอาหาร
อาหารก็ปฏิกูล กายก็ปฏิกูล ล้วนไม่สะอาดทั้งสอง
จิตไม่ควรยินดี ในกายที่เน่าเปื่อย
จิตไม่ควรยินดี ในกายที่เป็นปฏิกูล
ใจควรรู้จักธรรม ว่า กายนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์
ใจควรเห็นว่า กายนี้เป็นอนัตตา
เมื่อรู้เห็นกายอย่างนี้แล้ว ควรหรือที่จะหลงมัวเมาว่าเรางดงาม หล่อเหลา
ไม่ควรยินดีในกายที่เน่าเปื่อย อันมีความแก่ริดรอนไปสู่ความตาย
ไม่ควรขัดเคืองต่อกายที่เน่าแต่พึงใช้กายที่เน่านี้ให้ถูกกาละเทสะ
ควรใช้เรือนให้เป็นประโยชน์ ในการภาวนาแล้วพิจารณาเห็นตามความเป้นจริงว่า กายนี้เป็นทุกข์ กายนี้มีตัณหาเป็นเหตุแห่งทุกข์ นั่นเอง
กายสงบระงับ จิตสงบระงับ
กายเป็นสมาธิ จิตเป็นสมาธิ
กายเข้าสู่สุขอันเกิดด้วยญาณ จิตก็สงบอันเกิดดัวยญาณ
การดำรงกายขันธ์ในปกติจึงเป็นหน้าที่ ๆ ต้องดูแลให้เป็นเช่นนั้นเอง
สิ่งทั้งหลายอันประกอบด้วย ย่อมอาศัยสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น
สิ่งทั้งหลายอันประกอบด้วย ย่อมอาศัยสิ่งใดสิ่งหนึ่งดับลงเสื่อมไป
ทำจิตให้กระจ่าง ละจากความยึดมั่นถือมั่น ต่อกาย ใจก็จะผ่องใส
สงบเย็นเป็นธรรม
เจริญธรรม / เจริญพร
21  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ธรรม สำหรับโสดาบัน เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:13:23 pm
ธรรม สำหรับโสดาบัน
===================
มองเห็นทุกสรรพสิ่งตามความเป็นจริง
มองเห็นทุกข์ ตามความเป็นจริง พร้อมกำหนดทุกข์
เข้าใจว่าทุกข์ มีมูลเหตุมาจากตัณหา(ความอยาก)
รู้ว่าถ้าดับตัณหา ลงเสียดาย จะมีความสุข(นิพพาน)
ได้กระทำเจริญกรรมฐานอันมีองค์ 8 อย่างต่อเนื่อง
ละความเห็นว่านี่เป็นเรา เป็นของเรา เป็นตัวเป็นตนของเรา
ละจากความยึดถือในประเพณีแบบแผนที่ขัดต่อหลักธรรม(กรรมฐาน)
มีความมั่นใจศรัทธาซื่อตรงต่อพระรัตนตรัย มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน
บำเพ็ญบารมีกุศล ด้วยทานมัย ศีลมัย และภาวนามัยอย่างต่อเนื่อง
มีความปรารถนาสิ้นภพภูมิชาตอย่างน้อยไม่เกิน 7 ชาติ
หมั่นศึกษาปริยัติ(คำสอน)ของพระพุทธเจ้า อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
บำเพ็ญบารมีทุกอย่างเพื่อ พระนิพพาน
เจริญธรรม / เจริญพร
22  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม รอยพระพุทธบาทในโลกนี้ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ มีกี่รอย ครับ เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:08:24 pm
ถาม รอยพระพุทธบาทในโลกนี้ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ มีกี่รอย ครับ
ตอบ รอยพระพุทธบาทตามพระไตรปิฏก มีเพียง 3 รอย
รอยที่ 1 ข้อความในพระไตรปิฏก กล่าวว่า พระพุทธเจ้าประทับรอยเท้าไว้ที่ บนแผ่นหิน ใกล้กับประตูเมืองสังกัสสะนคร เหตุเพราะลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ คราโปรดพุทธมารดา
( รอยนี้ สาปสูญไม่รู้ว่า ใครเอาไป ยังไม่ปรากฏข่าว )
รอยที่ 2 พระพุทธเจ้าเสด็จประทับที่วัด มกุลการาม ถึงริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ได้พบกับ นัมมทานาคราช และนาคราชได้ขอให้พระพุทธเจ้าประทับฝ่าเท้าไว้เป็นที่ระลึก ที่ริมฝั่งนัมมทานที
รอยที่ 3 คราโปรดฤาษี บนยอดเขานางฟ้า(เขาสัจจะพันธ์) คราเสด็จเยือนสุวรรณภูมิ ฤาษีฟังธรรมแล้วสำเร็จเป็นอรหันต์ ได้ขออุปสมบถ ก่อนพระพุทธเจ้าจะเสด็จไปโยนกนคร พระ(ฤาษีสัจจะพันธ์) ได้ขอให้ประทับรอยพระพุทธไว้
รอยพระพุทธบาท 2 รอยหลังนี้เกิดขึ้นจาการเสด็จเผยแผ่พระธรรมในแดนสุวรรณภูมิ ดังนั้นสันนิษฐานว่ารอย นัมมทานที นั้น อาจจะฝั่งอันดามัน หรือ ฝั่งอ่าวไทย ไม่มีหลักฐานยืนยัน นอกจากชื่อวัดที่อยู่ใกล้ คือ วัดมกุลการาม ( มกุฬการาม ) ซึ่งก็ไม่รู้จะอ้างอิงจากที่ไหนได้
( จันทนศาลา เป็นศาลาไม้จันทน์แดง ในมกุฬการาม แคว้นสุนาปรันตะ พระมหาสาวกปุณณสุนาปรันตะ ซึ่งจำพรรษาที่วัดมกุฬการาม ได้แนะนำให้น้องชายของท่านและพ่อค้ารวม ๕๐๐ คน แบ่งไม้จันทร์แดงที่มีค่าสูงสร้างถวายพระพุทธเจ้า แล้วทูลอาราธนาเสด็จมายังแคว้นสุนาปรันตะ พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระบาทไว้ที่ริมฝังแม่น้ำนัมมทาและที่ภูเขาสัจจพันธ์ อันนับว่าเป็นการเกิดขึ้นของรอยพระพุทธบาท )
สามรอยนี้เป็นรอยที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ในส่วนอรรถกถา
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 23 ( ภาค 3 เล่ม 2 ) อรรถกถาปัญจสูทนี หน้า 410 ฉบับมหามกุฏ ) ในนี้กล่าวไว้ 2 รอย คือ รอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทา และ ที่ภูเขาสัจจพันธ์( ชื่อตามฤาษี )
พระฤาษีเมื่ออุปสมบถแล้ว ได้ชื่อว่าเป็นพระภิกษุรูปแรกของสุวรรณภูมิ ได้ฉายาทางการว่า พระปุณณะ(พระขาว) ประวัติพระปุณณะนี้มีชัดเจนในคำแปลแผ่นกเบื้องจาร ของวัดเพชรพลี
แคว้นสุนาปรันตะ อยู่ที่ไหน ?
สุนาปรันตะ บ้างกล่าวว่า คือ ประเทศเวียตนาม
แต่ในแผ่นกเบื้องจาร และ สมุดไทยข่อยดำกล่าวว่า
สุนาปรันตะ คือ อ.ปราณบุรี  หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เมืองปราณ อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
( ถ้าข้อสันนิษฐานเป็นอย่างนี้ ค่อนข้างน่าเชื่อถือมากกว่า เวียตนาม เพราะพุทธเจ้าเสด็จมาทางอากาศ และทางน้ำจากอินเดีย ถ้าจะเข้าเขตสุวรรณภูมิ ก็ต้องเริ่มจากจังหวัด ภูเก็ต ขึ้นมาจะง่ายกว่าทางผ่านประเทศพม่าและจีน )
========================================
ส่วนรอยอื่น ๆ เป็นรอยที่เกิดไปตามความเชื่อและการเล่าสืบทอดต่อกันมาก กล่าวว่า มี 5 รอย แต่ไม่ใช่ข้อความจากพระไตรปิฏกนะ เป็นการเล่าสืบต่อกันไว้
1. สุวัณณมาลิก ( อยู่ที่ศรีลังกา )
2. เขาสัจจพันธ์คีรี ( ถูกระบุว่าเป็น วัดพระพุทธบาทสระบุรี )
3.เขาสุมนกูฏ ( อยู่ที่ศรีลังกา )
4. แม่น้ำนัมมทานที ยังไม่มีใครได้พบรอยพระพุทธบาทส่วนนี้ การสันนิษฐาน สันนิษฐานออกเป็นสองที่ คือ แม่น้ำนัมทานที ที่อยู่ใจกลางประเทศอินเดีย
กับ แม่น้ำนัมมทานที( ชื่อเดียวกัน ) ในแคว้นสุนาปรันตะ( สุวรรณภูมิ )
5.โยนกปุระ กล่าวว่าคือ รอยพระพุทธ 4 รอย ที่เชียงใหม่
รอยพระพุทธบาท สุวัณมาลิก และ สุมนกูฏ มาจากข้อบันทึกของหลวงจีนฟาเหียน ที่เกิดหลังพระพุทธเจ้าปรินิพานแล้ว พันกว่าปี
ดังนั้นรอยพระพุทธบาท 5 รอยนี้ มีเพียงสองรอย ที่ปรากฏข้อความในพระไตรปิฎก คือ รอยสัจจพันธ์คีรี และ รอยนัมมทานที
การได้กราบรอยพระพุทธบาท เป็นเช่นดั่งได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า มีอานิสงค์มากกว่า การไปกราบสังเวชียนสถาน 4 แห่ง ดังนั้นชาวพุทธเมืองไทย จึงพยายามค้นหารอยเท้าต่าง ๆ เพื่อสำรวจว่าเป็นรอยพระพุทธบาทหรือไม่ จนเกิดมีการค้นพบรอยเท้าต่าง ๆ ในประเทศไทย จำนวนมากแล้วมีการระบุว่าเป็นรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า พระองค์นั้น พระองค์นี้ ไปตามความเชื่อ ดังนั้นเรื่องรอยพระพุทธบาทที่เป้นตำนานเล่าขานกันมานั้นจึงมีมากกว่า 5 รอยในตำนานที่ได้รู้กัน
เจริญธรรม / เจริญพร
23  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / “โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา” เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:04:55 pm
“โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา”
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
แม่บท อะไรเป็นเครื่องเห็น ปฏิจสมุปบาท
==============================
 เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาฯ กะตะเม เอกาทะสะฯ สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ ฯ นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติฯ มะนุสสานัง ปิโย โหติ ฯ อะมะนุสสานัง ปิโย โหติฯ เทวะตา รักขันติ ฯนาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติฯ ตุวะฏัง จิตตัง สะมาธิยะติ ฯ มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติฯ อะสัมมุฬโหกาลัง กะโรติ ฯ อุตตะริง อัปปะฏิวัชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค โหติ ฯ
เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ อิเม เอกาทะสานิสังสาปาฏิกังขาติฯ อิทะมะโวจะ ภะคะวาฯ อัตตะมะนา เตภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุนติ
------------------------------------------------------
อานิสงส์ ๑๑ ประการ อะไรบ้าง, ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น ย่อมหลับเป็นสุข, เมื่อตื่นขึ้นก็ย่อมอยู่เป็นสุข, หลับอยู่ก็ไม่ฝันร้าย, เป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย, เป็นที่รักของเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย, เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา, ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศัสตราก็ดี, ย่อมทำอันตรายไม่ได้เลย, จิตย่อมเป็นสมาธิได้รวดเร็วอย่างยิ่ง, ผิวหน้าย่อมผ่องใส, เป็นผู้ไม่ลุ่มหลงเมื่อทำกาลกิริยาตาย, เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษ อันยิ่งๆ ขึ้นไป, ย่อมเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลกแล,
 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้, อันบุคคลบำเพ็ญจนคุ้นแล้ว, ทำให้มากแล้ว, ทำให้มากแล้วคือชำนาญให้ยิ่ง, เป็นที่พึ่งของใจ, ทำให้เป็นที่อยู่ของใจตั้งไว้เป็นนิจ, อันบุคคลสั่งสมอบรมแล้ว, บำเพ็ญให้มากแล้ว, ย่อมมีอานิสงส์ ๑๑ ประการอย่างนี้แล,
---------------------------------------------------------
ธรรมเป็นเครื่องเข้าถึง ปฏิจจสมุปบาท
เจริญธรรม  / เจริญพร
24  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ยุคนี้คนหลงทาง ทางกรรมฐาน(มรรค) กันมากเห็นแต่ละสำนักสอน กรรมฐาน ไปค้านกับมรรค เมื่อ: เมษายน 14, 2021, 08:25:21 am
ยุคนี้คนหลงทาง ทางกรรมฐาน(มรรค) กันมากเห็นแต่ละสำนักสอน กรรมฐาน ไปค้านกับมรรค เช่น
การสอนกรรมฐาน ล้างกรรมเก่า
สอนกรรมฐาน ไปเที่ยวนรก สวรรค์
สอนกรรมฐาน ไปเป็นร่างทรง
สอนกรรมฐาน ไปเป็นนั่น เป็นนี่
ปัจจุบันมีการสอน ผิดแผก แปลกจาก พระไตรปิฎก ( คำสอนของพระพุทธเจ้า ) มากขึ้นไปหลากรูปหลายแบบ
มูลกรรมฐาน กัจจายนะ นั้น ยังคงแบบเดิม
การภาวนา กรรมฐาน มาจากแม่บท
แม่บท มีอยู่ในพระไตรปิฏก ในส่วน 45 เล่ม
แม่บทย่อย มีในอรรถกถา
ดังนั้น มูลกรรมฐาน จึงไม่มีคำสอนผิดแผกแตกไปจากพระไตรปิฎก
มูลกรรมฐานสอนกรรมฐานศิษย์ทั่วไป 2 กรรมฐานเท่านั้น
คือ สอนพุทธานุสสติกรรมฐาน เพื่อเป็นโสดาบัน สกทาคามี
และสอน อานาปานสติ เพื่อเป็นอนาคามี และ อรหันต์
มูลกรรมฐานสอนศิษย์สืบทอด มันจะมีหลายสายมากหน่อย สรุปมี 7 สาย
สายที่ 1 ปัญญาวิมุตติ ศรัทธาล้วน
สายที่ 2 เจโตวิมุตติ อานาปานสติ
สายที่ 3 โยคาวจร
สายที่ 4 ปัญญาวิมุตติ ปัญญาล้วน
สายที่ 5 กรรมฐานอริยะ
สายที่ 6 โพธิสัตว์
สายที่ 7ผู้สืบทอดกรรมฐาน
ใครใคร่สนใจศึกษากรรมฐาน ก็เชิญ
เจริญธรรม / เจริญพร
25  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม นาค เป็นสัตว์เดรัจฉาณ ใช่ไหม แล้วทำไมต้องบูชานาค กันด้วย เมื่อ: เมษายน 14, 2021, 08:24:50 am
ถาม นาค เป็นสัตว์เดรัจฉาณ ใช่ไหม แล้วทำไมต้องบูชานาค กันด้วย
ตอบ เป็นคำถามทั่วไปเลยนะ ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับกรรมฐาน แต่ผู้ถาม ๆ มาอยากให้ตอบ จะตอบเป็นการส่วนตัว ก็เห็นมีคำถามนี้ หลายท่านเหมือนกันคล้ายกัน
ก่อนอื่น ต้องอธิบายก่อน  นาค มี 4 พวก ตามกำเนิด
1. เกิดในเถ้าไคล เกิดจากดิน นาคพวกนี้เป็น สัตว์ดิรัจฉาน
2. เกิดในไข่ นาคพวกนี้เป็นสัตว์ดิรัจฉาณ
3. เกิดในครรพ์ นาคพวกนี้เป็นสัตว์ดิรัจฉาณ
4. เกิดผุดขึ้นเอง นาคพวกนี้เป็นเทวดาอยู่ในชั้น จาตุมหาราชิกา มีท้าววิรูปักษ์ เป็นผู้ปกครอง
ดังนั้น นาค 3 ประเภท เรียกว่าสัตว์เลื้อยคลาน หรือ งู จะเล็ก จะใหญ่ ก็เป็นสัตว์ดิรัจฉาณ แต่ก็อยู่ประเภทนาค จะต่างจาก งู ทั่วไป ท่านกล่าวว่า นาคที่เป็นดิรัจฉาณ ถ้าบำเพ็ญความดี บำเพ็ญสมาธิ จึงเป็นนาค แต่ถ้าไม่บำเพ็ญ ก็เป็นแค่ งูเล็ก งูใหญ่ เท่านั้น โดยปกติให้สังเกตจะมีหงอนน้อยๆ บนหัวถ้าเป็นนาค จะต่างจากงู พวกนาคมีพิษมากกว่า งูทั่วไป
แต่การบูชานาค น่าจะเป็นบูชา นาคที่เป็นเทวดา มากกว่า ดังนั้นถ้าเข้าใจก็ไม่สงสัย ถ้าไม่เข้าใจก็อาจจะเขวได้
นาค มาบวชไม่ได้ เพราะเป็นโอปปาติกะ  เพราะเป็นเทวดา เป็นร่างทิพย์ถึงจำแลงเป็นมนุษย์ก็ไม่สามารถบวชได้ตามปกิต เพราะความเป็นนาคจะมีอุปนิสัยยที่ต้องเปลี่ยนกายทิพย์กลับรูปเดิม ตอนนอนหลับ
คุยเท่านี้ พอให้ได้คุยกันเท่านั้น
เจริญธรรม / เจริญพร
26  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / อะไรคือกรรมเก่า อะไรคือกรรมใหม่ และเราจะดับกรรม ล้างกรรมได้อย่างไร เมื่อ: เมษายน 14, 2021, 08:24:17 am
ถาม อะไรคือกรรมเก่า อะไรคือกรรมใหม่ และเราจะดับกรรม ล้างกรรมได้อย่างไร
ตอบ มีแม่บทในมูลกรรมฐาน
==================================
 [๒๒๗]   นวปุราณานิ  ภิกฺขเว  กมฺมานิ  เทสิสฺสามิ  กมฺมนิโรธญฺจ
กมฺมนิโรธคามินิญฺจ     ปฏิปทํ     ตํ    สุณาถ    สาธุกํ    มนสิกโรถ
ภาสิสฺสามีติ   ฯ   
--------------------------------------------------------
 [๒๒๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงกรรมทั้งใหม่และเก่า ความดับ
แห่งกรรม และปฏิปทาอันเป็นเครื่องให้ถึงความดับแห่งกรรม ท่านทั้งหลายจงฟัง  จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
-----------------------------------------------------------
สรุปจากแม่บท
1. กรรมอันสำเร็จแล้วด้วยเจตนา มี จักษุ หู จมูก ลิ้น กาย ใจ สำเร็จแล้วด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา นี้เรียกว่า กรรมเก่า
2. กรรมที่อันบุคคลทำด้วย กาย วาจา ใจ ในบัดนี้ นี้เรียกว่า กรรมใหม่
3. ความดับแห่งนิโรธที่ถูกต้องวิมุติ ดับกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม นี้เรียกว่า ความดับแห่งกรรม
4. วิธีการดับแห่งกรรม คือการทำมรรคสมังคี
เธอทั้งหลาย พึงยินดีในเรือนว่าง อย่าประมาท จะไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง
เรื่องของกรรม เป็นเหตุให้ได้รับ วิบาก
กรรม คือการกระทำ
วิบาก คือผลที่ได้กระทำลงไป
กิเลส เพราะจิตยังไม่พ้นตัณหาจึงได้พยายามสร้างกรรม
กิเลส กรรม วิบาก ชื่อว่า สังสารวัฏ
การตายเกิด ตายเกิด อย่างนี้เรียกว่า เวียนว่ายตายเกิดในภพชาติต่อไป
เจริญธรรม / เจริญพร
27  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / แม่บท การขอขมาลาโทษ ก่อนทำพระกรรมฐาน เมื่อ: เมษายน 14, 2021, 08:23:38 am
ผู้ทำกรรมฐาน พึงกล่าวคำขอขมาลาโทษก่อนปฏิบัติกรรมฐาน เหตุเพราะโทษของการล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย มีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ข้อแรกนั้นน่ากลัวที่สุด คือ ไม่บรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ อันนี้สำคัญมาก ดังนั้นผู้ภาวนา จึงควรทำขอขมาให้เป็นประจำ
แม่บทมูลกรรมฐาน กัจจายนะ
=============================
  [๘๘]   โย   โส  ภิกฺขเว  ภิกฺขุ  อกฺโกสกปริภาสโก  อริยุปวาที
สพฺรหฺมจารีนํ   อฏฺฐานเมตํ   อนวกาโส   ยํ  โส  ทสนฺนํ  พฺยสนานํ
อญฺญตรญฺญตรํ   พฺยสนํ   น   นิคจฺเฉยฺย  กตเมสํ  ทสนฺนํ  อนธิคตํ
นาธิคจฺฉติ   อธิคตา   ปริหายติ   สทฺธมฺมสฺส  น  โวทายนฺติ  สทฺธมฺเมสุ
วา   อธิมานิโก   โหติ   อนภิรโต   วา   พฺรหฺมจริยํ   จรติ  อญฺญตรํ
วา  สงฺกิลิฏฺฐํ  อาปตฺตึ  อาปชฺชติ  คาฬฺหํ  วา  โรคาตกํ  ผุสติ  อุมฺมาทํ
วา   ปาปุณาติ   จิตฺตกฺเขปํ   สมฺมูโฬฺห   กาลํ  กโรติ  กายสฺส  เภทา
ปรมฺมรณา   อปายํ  ทุคฺคตึ  วินิปาตํ  นิรยํ  อุปปชฺชติ  โย  โส  ภิกฺขเว
ภิกฺขุ    อกฺโกสกปริภาสโก    อริยุปวาที    สพฺรหฺมจารีนํ   อฏฺฐานเมตํ
อนวกาโส   ยํ   โส   อิเมสํ   ทสนฺนํ   พฺยสนานํ  อญฺญตรญฺญตรํ
พฺยสนํ น นิคจฺเฉยฺยาติ
---------------------------------------------------
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต
พยสนสูตร
    [๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายกล่าวโทษพระอริยะ
    ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส
    ความฉิบหาย ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือ
    ภิกษุนั้นไม่บรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ ๑
    เสื่อมจากธรรมที่บรรลุแล้ว ๑
    สัทธรรมของภิกษุนั้นย่อมไม่ผ่องแผ้ว ๑
    เป็นผู้เข้าใจว่าตนได้บรรลุในสัทธรรมทั้งหลาย ๑
    เป็นผู้ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ๑
    ต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑
    ย่อมถูกโรคอย่างหนัก ๑
    ถึงความเป็นบ้า มีจิตฟุ้งซ่าน ๑
    เป็นผู้หลงใหลกระทำกาละ ๑
    เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑
    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย กล่าวโทษพระอริยะ
    ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๐ อย่างนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส ฯ
     จบสูตรที่ ๘
-----------------------------------------------------------
คำกล่าวคำขอขมา พระรัตนตรัย ก่อนนั่งเข้ากรรมฐาน
อุกาสะ วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต ,มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง ,
สามินา กะตัง ปุญญัง, มัยหัง ทาตัพพัง , สาธุ สาธุ อะนุโมทามิสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
กราบ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต , อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง , สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต ,
 อุกาะส ขะมามิ ภันเต
กราบ
คำแปล
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอโอกาส ข้าพเจ้า ขอทำความเคารพ ต่อท่าน
โทษกรรมใด ๆ ทั้งปวง ที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วต่อท่าน
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงอดงดซึ่งโทษนั้นแก่ข้าพเจ้า
บุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว ขอท่านจงพึงอนุโมทนา เถิด
บุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว ขอท่านจงให้เป็นทานแก่ข้าพเจ้าเถิด
ดีละ ดีละ ข้าพเจ้าย่อม อนุโมทนา ด้วยการอดซึ่งโทษและเป็นทานของท่าน
โทษกรรมใด ๆ ทั้งปวง ที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วต่อท่าน
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงอดงดซึ่งโทษนั้นแก่ข้าพเจ้า
เจริญธรรม / เจริญพร
28  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / อวยพร ในเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 เมื่อ: เมษายน 14, 2021, 08:22:18 am


วันนี้ก็เป็นวันปีใหม่ไทย
ก็ขอให้ทุกคน จงถึงซึ่งความโชคดี ปลอดภัยจากโรคร้าย มีกิจการรุ่งเรือง มีดวงตาเห็นธรรมกันยิ่งขึ้น ทุกท่าน ทุกคน เทอญ
เจริญธรรม / เจริญพร
29  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / สงกรานต์ ควรทำอะไร สำหรับชาวพุทธไทย เมื่อ: เมษายน 14, 2021, 08:20:50 am
สงกรานต์ ควรทำอะไร สำหรับชาวพุทธไทย
1. ควรรำลึกถึงอายุที่มีเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี
2. ทบทวนความชั่ว และ ความดี ที่ผ่านมาในปีก่อน แล้ว พยายามตั้งความดี ให้มากขึ้น
3. ทำบุญอุทิศกุศลให้กับผู้ตาย ที่เป็นญาติ เพื่อน
4. ทะนุบำรุงศาสนสถานที่เคยไปใช้ ในกาลก่อน
5. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ผู้ที่เรานับถือ ทำมุทิตาสักการะ
6. ให้โอวาทแก่บุตร และ หลาน เหลน โหลน
7. ประกาศยกย่อมคนดี ในตระกูล
เป็นสิ่งที่ควรทำใน สงกรานต์ นี้
เจริญธรรม / เจริญพร
ปล อย่ามัวแต่ห่วงเที่ยว ถ้ากักตน ก็สามารถทำความดีได้
คนเราเกิดมา มาแต่ตัว
เมื่อจะตาย ก็ไปแต่ตัว
มีแต่บุญบาป เท่านั้นที่ติดตัวไปได้
ใครคิดได้ ดั่งนี้ ก็อย่าประมาทในการสร้างกุศล
30  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / เรียนธรรมยิ่งสะดวก ยิ่งไปได้ยาก เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:43:47 am
ปัจจุบัน อุปกรณ์ ทางด้านกรรมฐาน มีมากขึ้น อาทิ หนังสือ วีดีโอบรรยาย เสียงบรรยาย อัญมณี ครูอาจารย์ที่สอน สำนักปฏิบัติ วัด ศูนย์ธรรม โรงเรียนสอนเฉพาะ สถาบันต่าง ๆ ที่สนับสนุน ปากกา สมุด ที่นั่ง อาสนะ เสื่อ หมอนหนุนหลัง เต้นท์กันยุง มุ้งครอบ พระไตรปิฏก หลายฉบับ ทั้งแบบหนังสือ ไฟล์ออนไลน์ ออฟไลน์ อีกมากมาย
ต้องบอกว่า ยุคนี้ มีสื่อ อุปกรณ์ สะดวกมากมาย แต่ทำไมคนถึงปฏิบัติเข้าถึงธรรมได้ยากมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่อุปกรณ์ สื่อทั้งหลายเหล่านั้น พร้อมอยู่ทุกอย่าง นั่นเป็นเพราะว่า อุปนิสัย ของผู้ที่สั่งสมบุญมาถึงยุคนี้ อ่อนลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งเกิดปัญญามองเห็นธรรม ก็ยิ่งน้อยลง
ดั่งคำ พุทธทำนายของพระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสว่า ยุคกึ่งพุทธกาล เป็นยุคของพระอนาคามี 3 พันปี เป็นยุคของ พระสกทาคามี 4 พันปี เป็นยุคของพระโสดาบัน 5 พันปี พุทธศาสนาจักหมดไปจากโลกนี้ แล้วจะเกิดการวิวัฒนาการทางอายุของมนุษย์
มนุษย์จะมีอายุ สูงสุดเพียง 13 ปี ตัวเล็กลง กินยากับแก้เป็นอาหาร มีบุตรใน 1 ปีหลังเกิด แล้วมนุษย์กลุ่มคนดี จะวิวัฒนาการอายุเพิ่มขึ้นไปเรื่อย จาก 13 ปี จนมีอายุยืนถึง 1 หมื่นปี
เมื่ออายุของมนุษย์ มีถึง 1 หมื่นปี พระศรีอริยะเมตตรัย ก็จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ายุคนั้น ซึ่งเป็นยุคของคนดีเท่านั้นไม่มีคนไม่ดี ความปรารถนาของมนุษย์ ปรารถนาสิ่งใดให้ไปตามทิศทั้ง 4 ทิศ จะมีต้นกัลปพฤกษ์ อยู่ทั้ง 4 ทิศใครอยากได้สิ่งใดก็ไปรับสิ่งที่ต้องการที่ต้นกัลปพฤกษ์ นั้น ๆ แต่ปัญญาทางเห็นธรรม มีน้อยกว่า ยุคนี้ ดังนั้น พระศรีอริยะเมตตรัย จะตรัสรู้เรื่องอะไร ก็ไม่มีคำบอกไว้ เพราะว่าพระพุทธเจ้า จะตรัสรู้ ต่างกันไปในหลักธรรมที่ถึง อย่างพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ก็ตรัสรู้ในอริยะสัจจะ 4 และทรงบัญญัติ อริยะมรรค เป็นกรรมฐานให้กับ สาวก
ดังนั้นคนยิ่งเกิดก็ยิ่งเข้าใจหลักธรรมได้น้อยลง และน้อยลงไปเรื่อยๆ ยิ่งเกิดในยุคต่อไป หลักธรรม อริยะมรรค และ อริยะผล ก็จะลดลงไปตามนั้น
เจริญธรรม / เจริญพร
31  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ฐานจิตสำคัญในการทำสมาธิ มี 3 ฐาน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:42:35 am
ฐานจิตสำคัญในการทำสมาธิ มี 3 ฐาน
มหาสูญ เป็นฐานจิตปรุงแต่ง( สังขาร ) เมื่อเริ่มกำหนดสมาธิ ต้องใช้ฐานนี้เป็น ฐานสร้างวิตก วิธีการก็คือการคิดถึง คำวิตกจากอกุศล ให้เป็น กุศล ดังนั้น วิตกเกิดตรงนี้ พุทโธ  อรหัง เกิดตรงนี้ไม่เกิดที่อื่น ๆ
นิวรณ์ธรรม ก็เกิดที่ มหาสูญ
คิดดี คิดชั่ว เกิดที่มหาสูญ ทั้งหมด
หทัยวัตถุ เป็นฐานรับอารมณ์ เมื่อ มหาสูญสร้างการปรุงแต่ง  หทัยวัตถุก็จะทำการรับรู้อารมณ์ ( เวทนา ) และ จดจำ ( สัญญา ) และกระทบเป็น อัตตา ( วิญญาณ )
ถ้ารับอารมณ์ดี ใจก็สบาย
ถ้ารับอารมณ์ร้าย ใจก็สับสนเป็นทุกข์
ถ้ารับกุศลธรรม ก็ผ่องใส
ถ้ารับอกุศลธรรม ก็เศร้าหมอง
ศูนย์นาภี เป็นฐานรับรู้ทางกาย การรวมลงระหว่างจิตกับกาย ก็คือชีวิต ศูนย์นาภีมี 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ขยายออกเป็นกายเติมเต็มส่วนกาย มี อิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน
ใช้ฐานเป็นก็สำเร็จธรรมไว ใช้ไม่เป็นก็ทำให้ทุกข์ มากกว่า สุข
เจริญธรรม / เจริญพรฐานจิตสำคัญในการทำสมาธิ มี 3 ฐาน
มหาสูญ เป็นฐานจิตปรุงแต่ง( สังขาร ) เมื่อเริ่มกำหนดสมาธิ ต้องใช้ฐานนี้เป็น ฐานสร้างวิตก วิธีการก็คือการคิดถึง คำวิตกจากอกุศล ให้เป็น กุศล ดังนั้น วิตกเกิดตรงนี้ พุทโธ  อรหัง เกิดตรงนี้ไม่เกิดที่อื่น ๆ
นิวรณ์ธรรม ก็เกิดที่ มหาสูญ
คิดดี คิดชั่ว เกิดที่มหาสูญ ทั้งหมด
หทัยวัตถุ เป็นฐานรับอารมณ์ เมื่อ มหาสูญสร้างการปรุงแต่ง  หทัยวัตถุก็จะทำการรับรู้อารมณ์ ( เวทนา ) และ จดจำ ( สัญญา ) และกระทบเป็น อัตตา ( วิญญาณ )
ถ้ารับอารมณ์ดี ใจก็สบาย
ถ้ารับอารมณ์ร้าย ใจก็สับสนเป็นทุกข์
ถ้ารับกุศลธรรม ก็ผ่องใส
ถ้ารับอกุศลธรรม ก็เศร้าหมอง
ศูนย์นาภี เป็นฐานรับรู้ทางกาย การรวมลงระหว่างจิตกับกาย ก็คือชีวิต ศูนย์นาภีมี 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ขยายออกเป็นกายเติมเต็มส่วนกาย มี อิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน
ใช้ฐานเป็นก็สำเร็จธรรมไว ใช้ไม่เป็นก็ทำให้ทุกข์ มากกว่า สุข
เจริญธรรม / เจริญพร
32  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / แม่บท การเดินจิตจากอุปจาระ สู่ อัปปนา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:41:53 am
แม่บท การเดินจิตจากอุปจาระ สู่ อัปปนา
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 369
ในอธิการแห่งอานาปานัสสติกรรมฐานนั้น มีอุบายสำหรับรักษาดังต่อไปนี้:- ภิกษุนั้น ควรเว้นอสัปปายะ ๗ อย่างเหล่านี้ คือ อาวาส ๑  โคจร ๑ การสนทนา ๑ บุคคล ๑ โภชนะ ๑ ฤดู ๑ อิริยาบถ ๑ แล้วเสพสัปปายะ ๗ อย่างเหล่านั้นนั่นแล มนสิการนิมิตนั้นบ่อย ๆ.
พระโยคีนั้น ครั้นทำนิมิตให้มั่นคงด้วยการเสพสัปปายะอย่างนั้นแล้ว  ควรรอคอยความเจริญงอกงามไพบูลย์ บำเพ็ญความเพียรไม่ละทิ้งอัปปนาโกศล ๑๐ อย่างเหล่านั้น คือ
ทำวัตถุให้สละสลวย ๑ ประคองอินทรีย์ให้เป็นไปเสมอ ๑ ฉลาดในนิมิต ๑ ข่มจิตในสมัยที่ควรข่ม ๑ ประคองจิตในสมัยที่ควรประคอง ๑ ปลอบจิตให้ร่าเริงในสมัยที่ควรปลอบจิตให้ร่าเริง ๑ เพ่งดูจิตในสมัยที่ควรเพ่งดู ๑ เว้นบุคคลผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น ๑ เสพบุคคลผู้มีจิตตั้งมั่น ๑ น้อมไปในสมาธินั้น ๑.
เมื่อพระโยคีนั้นหมั่นประกอบโดยนัยดังกล่าวมาอย่างนี้อยู่ มโนทวาราวัชชนะ ซึ่งมีนิมิตเป็นอารมณ์ ตัดภวังค์แล้วก็เกิดขึ้นขณะที่ควรกล่าวว่าอัปปนา จักเกิดขึ้นในบัดนี้.
ก็เมื่อมโนทวาราวัชชนะนั้นดับไป บรรดาชวนะ ทั้งหลาย ๔ หรือ ๕ ควง ยึดเอาอารมณ์นั้นนั่นแลแล่นไป
ซึ่งชวนะดวงแรก ชื่อบริกรรม
ที่ ๒ ชื่ออุปจาระ
ที่ ๓ ชื่ออนุโลม
ที่ ๔ ชื่อโคตรภู
ที่ ๕ ชื่ออัปปนาจิต
อีกอย่างหนึ่ง ควงแรกเรียกว่าบริกรรมและอุปจาระ
ที่ ๒ เรียกว่าอนุโลม
ที่ ๓ เรียกว่า โคตรภู
ที่ ๔ เรียกว่า อัปปนาจิต.
จริงอยู่ ชวนะดวงที่ ๔ เท่านั้น บางทีที่ ๕ ย่อมเป็นไป* ไม่ถึงดวงที่ ๖ หรือที่ ๗ เพราะ
อาสันนภวังค์ (ภวังค์ใกล้อัปปนา) ตกไป.
33  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนไมปรากฏในโลกธาตุ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:41:15 am
ถาม ทำไมในคัมภีร์พระไตรปิฏกได้กล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนไม่ปรากฏในโลกธาตุ
ตอบ เป็นปัญหาโลกแตกอันนี้ โลกแตกจริงๆนะ
พวกเราไม่ได้เข้าปฏิจจสมุปบาท จึงไม่เห็นกำเหนิด ต้นทางจริงของการเกิด แต่เมื่อเราได้เข้าปฏิจสมุปบาทรอบที่ 2 มันเห็นตามความเป็นจริงย้อนตั้งแต่ปัจจุบัน จนเป็นจุลธาตุด้วยบทอนุโลม สิ่งที่เป็นปรมัตถ์สามารถสรุปได้ว่า โลกปัจจุบันนี้เป็นโลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ เลย เหตุเพราะว่า โลกของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้นล้วนด้บสลายไปแล้วทั้งหมดสิ้น ดังนั้นเมื่อไม่มีโลกของพระพุทธเจ้าองค์ที่ผ่านมา จะมีสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าองค์นั้นได้อย่างไร
การย้ายถิ่นฐานไปดวงดาวแล้วเริ่มต้นใหม่อย่างนี้ไม่ใช่จะไม่เคยมี เราเคยมีการย้ายถิ่นฐานไปยังโลกใหม่ถึง 29 ครั้งแล้ว ดังนั้นโลกในปัจจุบันก็จะถึงกาลทำลายอีกประมาณหนึ่งเมื่อยุค 5 พันปีมาถึง ทรัพยากรในโลกจะหายไปมากเพราะการก่อสร้างวิวัฒนาการของมนุษย์ไม่เคยหยุดดังนั้นจึงทำร้ายโลกไปในตัว การรีไซเคิล มีช้าไปในยุค 5 พันปีมนุษย์จะลำบากเดือดร้อนเพราะโรคระบาดและ อาหารการกินจะมีน้อยลง ต้องแย่งกันถึงแม้จะมีระบบอย่างไร แต่ความอดอยากหิวโหย มันจะดำเนินการกับไปสู่ระบบเริ่มต้น คือ การแย่งชิง เป็นใหญ่เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหาร ที่ใดมีอาหารที่นั้นก็จะมีคนร่วมกันเพื่อป้องกัน ดังนั้นสัตว์ใหญ่มีกำลังก็เข่นฆ่าสัตว์เล็กที่ไม่มีกำลัง ปลาใหญ่กินปลาเล็ก มันเป็นอย่างนี้มาทุกโลก ซึ่งโลกแห่งพระศรีอาริยเมตตรัยกล่าวว่า จะไม่มีการเข่นฆ่าเพราะโลกนั้นสมความปรารถนา แต่ความปรารถนา มันจะสมกันได้แบบไหน อันนี้ไม่ทราบเลย แต่ที่รู้ก็คือ โลกเปลี่ยนแปลงอย่างนี้มา 28 ครั้งแล้ว สำหรับโลกนี้ก็รอวันพินาศ
วันพินาศของโลกไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะมนุษย์ผู้มีปัญญามีศีลจะมีน้อยลง ไปเรื่อย ๆ และมนุษย์ผู้มีศีลจะต้องพยายามหลบรอดซ่อนเร้นให้ได้
ยากับแก้ เป็นอาหารเดียวของมนุษย์อยู่ในรูปของแคปซูล มนุษย์จะมีอายุเพียง 10 ปีสูงสุดจะมีบุตรใน 5 ปีหลังเกิดตัวจะเล็กสูงประมาณ 1 ศอกนี่คือช่วงของมนุษย์ที่มีวิวัฒนาการต่ำที่สุด แล้วมนุษย์ที่ต่ำนี่แหละก็จะเริ่มพัฒนาวิวัฒนาการใหม่ ย้ายถิ่นฐานไปยังโลกใหม่ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ จนกระทั่งอายุของมนุษย์มีถึง 1หมื่นปี นั่นจึงจะมีพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปมาเกิด
ดังนั้นเหตุที่พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปไม่ปรากฏในโลกอีกก็เพราะว่า โลกของพระพุทธเจ้าองค์นั้นๆ ได้สิ้นสุดลงแล้วแตกทำลายแล้ว นั่นเอง
เจริญธรรม / เจริญพร
ในจักกวัตติสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสต่อไปว่าจักมีสมัยที่มนุษย์เหล่านั้นมีอายุ ๑๐ ปี เด็กหญิงอายุ ๕ ปีก็จะมีสามีได้
34  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม แล้วการลอยถาดของพระพุทธเจ้า สี่ พระองค์ แล้วถาดไปรวมกันที่ไหน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:40:00 am
ถาม แล้วการลอยถาดของพระพุทธเจ้า สี่ พระองค์ แล้วถาดไปรวมกันที่ไหน แล้วพระพุทธบาทสี่รอยไม่ได้ระบุว่าเป็นโลกเดียวกันของพระพุทธเจ้าหรือ ต้นกำเนิดของมนุษย์ไม่ได้มีดึกดำบรรพ์หรือ
ตอบ การลอยถาดของพระพุทธเจ้านั้น มีข้อความในพระไตรปิฏกอยู่แล้ว ส่วนถาดนั้นได้ลอยทวนน้ำแล้วจมไปยังเมืองบาดาลที่อยู่ของนาค
เมืองบาดาล จัดเป็น ที่อยู่ของ จาตุมหาราชิกา ดังนั้นไม่จัดเป็นภพภูมิโลกมนุษย์ จึงไม่มีถาดปรากฏบนโลกมนุษย์
ส่วนพระพุทธบาทสี่รอยเชียงใหม่ ถ้ายึดตามพระไตรปิฏก ก็เป็นรอยที่ไม่มีการบันทึกไว้ในพระไตรปิฏก เพราะในพระไตรปิฏกมีรอยบันทึกไว้ เพียง 2 รอย
ส่วนมนุษย์ดึกดำบรรพ์คือมนุษย์เผ่าพันธ์ที่มีอยู่ก่อนในโลกนี้ มีจริงแต่มนุษย์ที่ย้ายมาจากดาวอื่นได้ทำตัวกลมกลืนไปกับมนุษย์ที่อยู่บนโลกนี้ด้วยกันจึงเป็นเผ่าพันธ์มนุษย์ในโลกนี้
ก็บอกแล้วว่า เป็นปัญหาโลกแตกจริง ๆ เพราะเราใช้ความคิดแบบที่เรารู้มาจากตำราไม่ได้หรอก มันย้อนแย้งขัดกัน แต่ถ้าได้เห็นในปฏิจจสมุปบาท ก็จะเข้าใจเอง ดังนั้นท่านทั้งหลายควรเข้าปฏิจจสมุปบาทแล้วไปเห็นเองจะดีกว่า
เจริญธรรม / เจริญพร
35  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ในภัทรกัป นี้ มี พระพุทธเจ้า อุบัติแล้ว 4 พระองค์ คือ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:39:34 am
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
[๒๗]
ในภัทรกัปนี้ มีพระพุทธเจ้า ๓ พระองค์ คือ พระกุกกุสันธะ พระโกนาคมนะ และพระกัสสปะ บัดนี้เราเป็นพระสัมพุทธเจ้าและจักมีพระเมตไตรย์สัมพุทธเจ้า แม้พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์นี้ ก็เป็นนักปราชญ์ อนุเคราะห์โลก บรรดาพระพุทธเจ้าผู้เป็นธรรมราชาเหล่านี้ พระเมตไตรย์สัมพุทธเจ้าจักตรัสบอกมรรคา นั้นแก่ผู้อื่นหลายโกฏิ แล้วจักเสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก
 ฉะนี้แล.
=======================================
ในภัทรกัป นี้ มี พระพุทธเจ้า อุบัติแล้ว 4 พระองค์ คือ
พระกุกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ  พระโคตมะ(องค์ปัจจุบัน)
และที่จะมาตรัสรู้องค์สุดท้ายในภัทรกัปป์ คือ พระเมตไตรย์สัมพุทธเจ้า
เจริญธรรม / เจริญพร
36  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม พระฉัพพรรณรังษีของพระพุทธเจ้า กว้างใหญ่มากน้อย เจ้าคะ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:39:04 am
ถาม พระฉัพพรรณรังษีของพระพุทธเจ้า กว้างใหญ่มากน้อย เจ้าคะ
ตอบ [๒๖] พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
 เรามีรัศมีซ่านออกด้านละวาทุกเมื่อสูงขึ้นไป ๑๖ ศอก
(ซ้าย 4 ศอก ขวา 4 ศอก บน 16 ศอก ล่าง แค่เท้าหรือพื้น )
37  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / มรรคสมังคี ทำให้บรรลุธรรม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:38:19 am
กำลังปัญญา นั้น ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมาทิฏฐิ เป็น กำลังแห่งปัญญา
ปัญญารอบรู้ในธรรมชื่อว่า อริยะสัจจะ ๔ ชื่อว่า สัมมาทิฏฐิ
รู้ในธรรมชือว่า อริยมรรคมีองค์ ๘
รู้ในธรรมชื่อว่า ปริวัฏฏ์ ๓
รู้ในธรรมชื่อว่า อาการ ๑๒
กำลังแห่งความตั้งใจ ก็ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมาสังกัปปะ เป็น กำลังแห้งปัญญา
ปัญญา รู้การกระทำที่เป็นความตั้งใจให้เกิดสันติสุข ชื่อว่า สัมมาสังกัปปะ
รู้ในธรรมชื่อว่า ละจากกาม ด้วย เนกขัมมะวิตก
รู้ในธรรมชื่อว่า ละจากการพยาบาท ด้วยเนกขัมมะวิตก
รู้ในธรรมชื่อว่า ละจากการเบียดเบียน ด้วยเนกขัมมะวิตก
เนกขัมมะวิตก ประกอบด้วย
สมาทานศีล  อัปปมัญญา อุปสมา
กำลังแห่งความสงบ วจีกรรม ก็ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมาวาจา เป็นกำลังแห่งวจีกรรม
การไม่พูดจาทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น ชื่อว่า สัมมาวาจา
ศีลเป็นข้อห้าม อันผู้ถือเอาต้องละเว้นจากพูดไม่จริง พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ
กำลังแห่งสงบ กายกรรม ก็ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมากัมมันตะ เป็นกำลังแห่งกายกรรม
ศีลเป็นข้อห้าม อันผู้ถือเอาต้องละจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม การเสพของมึนเมายาเสพติด
กำลังแห่งอาชีพ ก็ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมาอาชีวะ เป็นกำลังแห่งอาชีพ
ศีลเป็นข้อห้าม มีความปรารถนาในอันทำกาย วาจา ให้บริสุทธิ์ด้วยการกำหนดใจละจาก อาชีพที่ผิดศีล ( อย่างน้อย ศีล ๕ )
กำลังแห่งความขยันเสมอต้นเสมอปลาย ก็ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมาวายามะ เป็นกำลังแห่งความขยัน
กระบวการที่ทำให้เกิดการภาวนาอย่างต่อเนื่อง ชื่อว่า สัมมาวิริยะ
อุบายอันกำหนดให้ความขยันเสมอต้นเสมอปลายยังคงตั้งอยู่ได้ ในอิริยาบถอันสมควรแก่การภาวนาอันเกิดแล้วด้วยปัญญา ชื่อว่า สัมมาวายามะ
ความฉลาดในการละจากอกุศล
ความฉลาดไม่ให้อกุศลที่ละได้แล้วเกิดขึ้นอีก
ความฉลาดในการสร้างกุศ,
ความฉลาดรักษากุศลที่มีแล้วมิให้ดับไป
กำลังแห่งสติ ก็ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมาสติ เป็นกำลังแห่งสติ
สัมปชัญญะ(ความรู้ตัว)ที่เกิดขึ้นเพราะความระลึกได้ ในธรรม ๔ มี กาย เวทนา จิต และ ธรรม ชื่อว่า สัมมาสติ
ความรู้ในการระงับกิเลสเบื้องต้น เบื้องกลาง และที่สุด ในสติปัฏฐาน
กำลังแห่งสมาธิ ก็ตัดกิเลสไม่ได้
สัมมาสมาธิ เป็นกำลังแห่งสมาธิ
กำลังแห่งใจที่ตั้งมั่นดีในการเข้าไปเห็นซึ่งธรรมชื่อว่า ปฏิจสมุปบาท ชื่อว่า สัมมาสมาธิ
ความเห็นปฏิจจสมุปบาท ๔ รอบ
มรรคสมังคี สามารถตัดกิเลสได้
เพราะการรวมมรรคทั้งหมดเป็นอันเดียวกัน มีกำลังตัดกิเลสได้
ผู้ที่ภาวนา ต้องทำมรรคทั้ง ๘ ให้ปรากฏ
มรรคทั้ง ๘ ย่อลงเหลือ ๓ คือ ปัญญา ศีล สมาธิ
ปัญญา ให้มีในเรื่อง อริยะสัจจะ ๔
ศีล ให้มีสมาทานอย่างน้อย ศีล ๕
สมาธิ ให้มีกำลังอย่างน้อย อุปจาระสมาธิ
ผู้ที่จะเดินทางไปให้ถึงความสิ้นสุด ต้องกระทำมรรค ให้สมบูรณ์
เจริญธรรม / เจริญพร
38  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / โสดาบัน เป็นคุณธรรมที่ ศิษย์มูลกรรมฐานควรต้องรีบให้ถึงโดยไว เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:37:39 am
โสดาบัน เป็นคุณธรรมที่ ศิษย์มูลกรรมฐานควรต้องรีบให้ถึงโดยไว เพราะการได้ โสดาบัน จะช่วยการันตี ภพ ชาติ ได้ว่าไม่เกิน ๗ ชาติ
พุทธานุสสติ เป็น ธรรมให้ถึงความเป็นโสดาบัน
กรรมฐานที่ภาวนา พุทโธ พุทโธ พุทโธ นั้นจะทำให้ได้ โสดาบันตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เพียงคนผู้ภาวนา มีคุณสมบัติดังนี้
คุณสมบัติ ผู้ที่จะเป็น โสดาบัน
๑.เข้าใจในอริยสัจจะ ๔ เข้าใจใน ปริวัฏฏ์ ๓ เข้าใจในอาการ ๑๒ เข้าใจใน อริยมรรคมีองค์ ๘
๒.ดำรงศีลอย่างน้อย ศีล  ๕
๓.เป็นผู้ภาวนาใน พุทธานุสสติ อุปัตตา หรือ มัชฌิมา
   อุปัตตา เจริญไม่ต้องสม่ำเสมอ ทำบ้างไม่ทำบ้าง ก็ใช้เวลาไม่เกิน ๗ เดือน ถึง ๗ ปี ก็สามารถบรรลุธรรมได้
   มัชฌิมา เจริญต้องสม่ำเสมอ ทำทุกวันไม่ขาด ใช้เวลา ๗ วัน ถึง ๗ เดือน ก็สามารถบรรลุธรรมได้
๔.เจริญ พุทธานุสสติ ปฏิเวธา
เจริญธรรม / เจริญพร
39  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม สีลพตปรามาส คืออะไร คะ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:37:15 am
ถาม สีลพตปรามาส คืออะไร คะ
ตอบ สีลพตปรามาส เป็นสังโยชน์ ข้อหนึ่งที่ โสดาบัน ละได้
สีลพตปรามาส หมายถึง การยึดติดรูปแบบ ที่ผิดๆ อาทิ ความงมงาย ไร้สาระ วัฒนธรรมเถื่อนๆ ที่ไม่ได้มีประโยชน์ ประเพณีที่ไร้มนุษยธรรม ความศรัทธาที่ไม่ได้มีปัญญา ความเชื่อที่ผิดจากทำนองคลองธรรม
เจริญธรรม / เจริญพร
40  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถาม พระพุทธรูปองค์แรก คือใครสร้าง ครับ และ ปัจจุบัน อยู่ที่ไหน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2021, 11:32:26 am

ถาม พระพุทธรูปองค์แรก คือใครสร้าง ครับ และ ปัจจุบัน พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ที่ไหน
ตอบ พระพุทธรูปองค์แรก พระเจ้าปัสเสนชิต ได้นำ โคศรีษะจันทน ( ไม้แก่นจันทร์แดง ) มาแกะสลัก เมื่อพระพุทธเจ้าขึ้นโปรดพุทธมารดา  เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมา พระพุทธรูป ก็ได้แสดงอภินิหารไปแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสคำทำนาย และขนานนามไว้ว่า พระจันทรพระพุทธปฏิมากร และได้จัดสร้างก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จขันธปรินิพพาน 7 ปี
พระเจ้าวัตตุภะ พระโอรส พระเจ้าปัสเสน ได้มอบเป็นบรรณาการแก่  แก่พระเจ้าสุวัณภูมิ สถิตย์อยู่ถึง พ.ศ.1000 เมืองแชหง ต่อมาพระเจ้าอาทิจจ์ โอรสของพระเจ้า นราศนฤบดี ได้มาสร้างเมืองตาก จึงอัญเชิญพระพุทธรูปมาสถิตย์ที่ตากได้อีก 930 ปี รวมเป็น พ.ศ.1930
จากนี้พระพุทธรูป ก็ย้ายที่ประดิษฐานไป ยังลำปาง พะเยา เชียงใหม่ ย้ายไปในระยะเวลา 10 ปีบ้าง 15 ปีบ้าง 30 ปีจนถึงที่สุดท้าย
ไปสู่อีกเมือง ซึ่งมีประวัติหลายหน้ากระดาษ เลย สรุปสุดท้าย ก็ได้มาสถิตย์ อยู่วัดโพธาราม หรือ วัดเจดีย์เจ็ดยอด เมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2064-65
ประวัติส่วนนี้มีบันทึกอยู่ใน พระพุทธรูปแก่นจันทร์ สังคีติยะ จันทนพิมพ์ จันทสารพุทธพิมพ์เป็นภาษามคธ พ.ศ.2065
ดังนั้นในสรุป จึงเป็นที่สถิตย์ สุดท้าย คือ วัดเจดีย์เจ็ดยอด เมืองเชียงใหม่ แต่ปัจจุบัน จะคงอยู่หรือป่าว ก็ยังไม่มีใครไปติดตามต่อยอดกัน
เจริญธรรม / เจริญพร
สังเกตข้อความการบันทึกต่าง ๆ นั้นคล้ายกับข้อความที่บันทึก โดย พอจ สอนมูลกรรมฐานซึ่งมักจะถ่ายทอดกันด้วยวาจาก่อน แล้วต่อมาก็จะมีผู้รวบรวมเป็นคัมภีร์สักองค์หนึ่ง ดังนั้นจึงหาหลักฐานอะไรไม่ค่อยได้ แต่ก็ยังมีหลักฐานการบันทึก ของ กเบื้องจารวัดเพชรพลี อยู่ในส่วนนี้
มีหลายที่กล่าวว่า พระเจ้าอโศกไม่ได้ส่งพระโสณะ พระอุตตระ มาสุวรรณภูมิ เพราะไม่ปรากฏหลักฐานที่เสาอโศกกับสายนี้
แต่ว่าแผน่กเบื้องจาร และพวศาวดารของ สุวัณภูมิ มีบันทึกไว้อย่างชัดเจน พระโสณะ พระอุตตระเริ่มเผยแผ่ พุทธศาสนา ที่ศรีวิชัย กาลต่อมาสร้างเจดีย์มหาธาตุ แล้วท่านจึงย้ายมาล่องเรือฝั่งอ่าวไทย เดิมทีเรือต้องขึ้นทางฝั่งอันดามัน จากลังกา แล้วล่องเรือขึ้นมาไชยา เพชรพลี นครปฐม จึงสร้าง ปฐมเจดีย์ และท่านก็กลับมาสถิตย์วัดเพชรพลี ถึงแก่นิพพานที่นี่ แผ่นกเบื้องจารมีบันทึกไว้อย่างชัดเจน

หน้า: [1] 2 3 ... 32