ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง  (อ่าน 6833 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 7142
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 07:34:25 pm »
0


ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง

   วันนี้ สาธยาย ตอบเรื่อง ปีตี สักหน่อย

   ทางเกิดแห่ง ปีติ มี 6 ทาง

   1. ทางตา
   2. ทางหู
   3. ทางจมูก
   4. ทางลิ้น
   5. ทางกาย
   6. ทางใจ


    เมื่อเรามองเห็นสิ่งที่ชอบใจ พอใจ เกิดความอิ่มใจ พอใจ สบายใจ เพราะชอบ ในการมองนั้น ก็ เกิดปีติ อิ่มใจ พอใจ และชอบใจ ในสิ่งที่เห็น นี้เรียกว่า ปีติทางตา

    เมื่อเรา ฟัง ได้ยิน สิ่งที่ชอบใจ พอใจ เกิดความอิ่มใจ พอใจ สบายใจ เพราะชอบ ในการ ฟัง ได้ยิน นั้น ก็ เกิดปีติ อิ่มใจ พอใจ และชอบใจ ในสิ่งที่เห็น นี้เรียกว่า ปีติทางหู

    เมื่อเราได้กลิ่น ดมกลิ่ม สิ่งที่ชอบใจ พอใจ เกิดความอิ่มใจ พอใจ สบายใจ เพราะชอบ ในการได้กลิ่น ดมกลิ่น นั้น ก็ เกิดปีติ อิ่มใจ พอใจ และชอบใจ ในการได้กลิ่น นี้เรียกว่า ปีติทางจมูก

    เมื่อเรา ได้ลิ้มชิมรส สิ่งที่ชอบใจ พอใจ เกิดความอิ่มใจ พอใจ สบายใจ เพราะชอบ ในการลิ้มชิมรส นั้น ก็ เกิดปีติ อิ่มใจ พอใจ และชอบใจ ในการลิ้มชิมรส นี้เรียกว่า ปีติทางลิ้น

    เมื่อเราได้สัมผัสอากาศ หรือ บุรุษ บุคคล สัตว์ สิ่งของ วัตถุ ใด อันเป็นสิ่งที่ชอบใจ พอใจ เกิดความอิ่มใจ พอใจ สบายใจ เพราะชอบ ในการได้สัมผัสอากาศ หรือ บุรุษ บุคคล สัตว์ สิ่งของ วัตถุ ใด อันเป็นสิ่งที่ชอบใจ พอใจนั้น ก็ เกิดปีติ อิ่มใจ พอใจ และชอบใจ ในการได้สัมผัสอากาศ หรือ บุรุษ บุคคล สัตว์ สิ่งของ วัตถุ ใด อันเป็น นี้เรียกว่า ปีติทางกาย

    เมื่อเรา ปรารถนาสิ่งใด ได้สิ่งนั้น หรือหวังสิ่งใด ได้สิ่งนั้น  ในสิ่งที่ชอบใจ พอใจ เกิดความอิ่มใจ พอใจ สบายใจ เพราะชอบ ในการปรารถนาสิ่งใด ได้สิ่งนั้น หรือหวังสิ่งใด ได้สิ่งนั้น นั้น ก็ เกิดปีติ อิ่มใจ พอใจ และชอบใจ ในสิ่งปรารถนาสิ่งใด ได้สิ่งนั้น หรือหวังสิ่งใด ได้สิ่งนั้น นี้เรียกว่า ปีติทางใจ

   ปีติ ที่กล่าวมาทั้งหกทาง นี้ เป็นปีติ อันประกอบ ด้วย ตัณหา มีความอยากได้ อยากมี อยากเป็น เป็นปีติ ฝ่ายโลกียะ เป็นกามาวจร เมื่อบุคคลได้ปีติ เหล่านี้แล้ว หาได้พ้นจากทุกข์ และ ไม่แจ้งด้วยปัญญา อันชอบ จึงไม่สามารถล่วงพ้นข่ายแห่ง มาร คือ มัจจุ จุติ นี้ไปได้

   ปีติ หมายถึง ความอิ่มใจ พอใจ ชอบใจ มีอาการเกิดขึ้นแตกต่างกันไป ปีติเหล่านี้ ย่อมมี ในบุคคลที่เป็น ปุถุชชน คนที่ยังข้อง ยังเสพ เหตุแห่งกาม ต่อไป หาได้พ้นจาก ราคะ โทสะ และ โมหะ ไปได้


   เมื่อพระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ทราบข้อความแห่ง ทางเกิด ปีิติทั้ง 6 นี้แล้ว ก็จักน้อมจิตไป เพื่อ ปีติในภายใน อันเป็นธรรมโลกุตตระ อันอาศัยช่องทางแห่งอารมณ์ อันประกอบด้วยอริยะมรรคมีองค์ 8 ประการ เพื่อความสำเร็จภาวนา

  ปีติ เป็นราก เป็นเง่า เป็นเค้า เป็นโครง เป็นมูล แห่งการภาวนา ทั้งปวง

   เมื่อพระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน จักกระทำปีติให้เกิด ให้ เสกศรัทธา ต่อ พระรัตนตรัย คือ องค์ พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นบรมครู เป็นจอมศาสดา เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ทรงแจ้งโลก เป็นผู้มีพระภาค เป็นผู้ที่พึ่งแห่งสัตว์ทั้งปวง เป็นผู้เปิดเผยโลกและธรรม และคุณอีกอนันต์ อันจักพรรณนา ให้ทราบให้แจ้ง เสียทั้งหมดมิได้ ขอให้พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน พึ่งกล่าวคำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง ธัมมัง สรณัง คัจจฉาิมิ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเจ้า เป็นที่พึ่ง สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพจเ้า ขอถึงพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง เพราะที่พึ่งอื่น ๆ อันจักทำให้เกิดปีติ แต่จากนอกจากที่พึ่งทั้งสาม นี้ไม่มีในโลก

   เมื่อพระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน กล่าวคำถึง พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งแล้ว พึ่งตั้งจิตสมาทานพระกรรมฐาน อธิษฐานกรรมฐาน คือ พระพุทธานุสสติ คือการรำลึกถึง พระพุทธเจ้า เป็นอารมณ์ โดยตั้งคำ ภาวนา ว่า "พุทโธ พุทโธ พุืทโธ" ร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง ตามจิตอธิษฐาน

   อันว่า พระพุทโธ นั้น ย่อมมีที่ตั้ง อยู่ในจักรวาล ทั้งปวง แต่ผู้มิได้ดวงตาเห็นธรรม จึงไม่อาจเข้าถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งแม้พระองค์จะแผ่ ฉัพพรรณรังษี ทั้งหก สู่ ปวงสาวกอยู่แล้วก็ตาม เป็นเพราะตามความเชื่อว่า พระพุทธเจ้า สิ้นแล้วเมื่อดับขันธปรินิิพพาน ถึงแม้พระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว นั้น อันนั้นเป็นเพียงแต่กาย ที่พระพุทธะ อาศัยเพื่อสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพียงเท่านั้น ดังนั้น พระพุทธเจ้ายังคงอยู่ โดยพระพุทธคุณ แม้เมื่อพระองค์ ตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นแลเห็นธรรม ดังนั้น พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็น กายพุทโธ นั้น ยังปรากฏอยู่ กับพระโยคาวจร ผู้ได้มีดวงตาเห็นธรรม จึงจักเห็นพระองค์ ซึ่งเป็นพุทธะอันประเสริฐ

   แต่กระนั้นดวงตาเห็นธรรม มิใช่เห็นกัน หรือเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ดังนั้น พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน จึงจักเริ่มฝึกสำรวมสติไว้ที่เฉพาะหน้า โดยการตั้งธาตุแห่งธรรมทั้งปวง อนึ่งรูปมีได้ฉันใด รูปนั้นย่อมอาศัยธาตุ แม้เวทนา และสัญญา และ สังขาร และ วิญญาณ ก็อาศัยรูป นี้เช่นกัน ดังนั้นจักเห็น กายพุทโธ จึงต้องเข้าถึงธาตุ

    การตั้งสติประคองอารมณ์ ตามขันธ์ทั้งห้า ย่อมสนับสนุน พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ด้วยการมองเห็นทำความสำคัญมั่นหมายด้วยญาณ รู้แจ้งตามเป็นจริงว่า
   
    รูปนี้ไม่ใช่เรา รูปนี้ไม่ใช่ของเรา รูปนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา รูปนี้เป็นเพียงสักว่ารูป ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน

    เวทนานี้ไม่ใช่เรา เวทนานี้ไม่ใช่ของเรา เวทนานี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา เวทนานี้เป็นเพียงสักว่าเวทนา ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน

    สัญญานี้ไม่ใช่เรา สัญญานี้ไม่ใช่ของเรา สัญญานี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา สัญญานี้เป็นเพียงสักว่าสัญญา ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน

    สังขารนี้ไม่ใช่เรา สังจารนี้ไม่ใช่ของเรา สังขารนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา สังขารนี้เป็นเพียงสักว่าสังขาร ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน

    วิญญาณนี้ไม่ใช่เรา วิญญาณนี้ไม่ใช่ของเรา วิญญาณนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา วิญญาณนี้เป็นเพียงสักว่าวิญญาณ ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน

   เมื่อ พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน เตรียมจิตอันเป็นอุปการะ มองเห็นว่า ขันธ์ทั้งห้าไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา เป็นเพียงแต่สักว่าขันธ์ ทั้งห้า นั้นไซร้ พึ่งรู้ได้ด้วยญาณว่า ธรรมทั้งปวง ล้วนเป็นอนัตตา จึงยกจิตขึ้น สู่ธาตุ ภายนอก ว่า

     ธาตุดิน อันมีรูปอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นภายใน อาศัยตนเป็นของหยาบ มีลักษณะแข้นแข็ง อันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างอื่นเป็นภายใน อาศัยตน เป็นของหยาบ มีลักษณะแข้นแข็ง อันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ ตนของเรา จิตของ พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ก็จักคลายจาก และเบื่อหน่าย ต่อ รูปอันเป็น ธาตุดิน


    ธาตุไฟ เป็นภายในก็มี เป็นภายนอกก็มี.ก็เตโชธาตุที่เป็นภายในเป็นไฉน สิ่งใดเป็นภายใน อาศัยตน เป็นเตโช มีลักษณะร้อนอันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น คือ ไฟที่ยังกายให้อบอุ่น ไฟที่ยังกายให้ทรุดโทรม ไฟที่ยังกายให้กระวนกระวาย และไฟที่เผาอาหารที่กิน ที่ดื่ม ที่เคี้ยว ที่ลิ้ม ให้ย่อยไปโดยชอบ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างอื่น เป็นภายในอาศัยตน เป็นเตโช มีลักษณะร้อน อันกรรมและกิเลสเข้า ไปยึดมั่น  พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ ตนของเรา จิตของ พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ก็จักคลายจาก และเบื่อหน่าย ต่อ รูปอันเป็น ธาตุไฟ

    ธาตุน้ำ เป็นภายในก็มี เป็นภายนอกก็มี.ก็อาโปธาตุที่เป็นภายในเป็นไฉน สิ่งใดเป็นภายใน อาศัยตน เป็นอาโป มีลักษณะเอิบอาบ อันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น คือ ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างอื่น เป็นภายใน อาศัยตน เป็นอาโป มีลักษณะเอิบอาบ อันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น  พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ ตนของเรา จิตของ พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ก็จักคลายจาก และเบื่อหน่าย ต่อ รูปอันเป็น ธาตุน้ำ

   ธาตุลม เป็นภายในก็มี เป็นภายนอกก็มี.ก็วาโยธาตุเป็นภายในเป็นไฉน สิ่งใดเป็นภายใน อาศัยตน เป็นวาโย มีลักษณะพัดไปมาอันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น คือ ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลงเบื้องต่ำ ลมในท้อง ลมในไส้ ลมแล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ ลมหายใจ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างอื่น เป็นภายใน อาศัยตนเป็นวาโย พัดไปมา อันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น  พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ ตนของเรา จิตของ พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ก็จักคลายจาก และเบื่อหน่าย ต่อ รูปอันเป็น ธาตุลม

    ธาตุอากาศ เป็นภายในก็มี เป็นภายนอกก็มี. อากาสธาตุที่เป็นภายในเป็นไฉน สิ่งใดเป็นภายใน อาศัยตนเป็นอากาศ มีลักษณะว่างอันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น คือ ช่องหู ช่องจมูก ช่องปาก ช่องคอสำหรับกลืนอาหารที่กิน
ที่ดื่ม ที่เคี้ยว ที่ลิ้ม และช่องสำหรับถ่ายอาหารที่กิน ที่ดื่ม ที่เคี้ยว ที่ลิ้ม ออกเบื้องล่างหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างอื่นเป็นภายใน อาศัยตน เป็นอากาศ มีลักษณะว่าง ไม่ทึบ มีลักษณะไม่ทึบเป็นช่อง มีลักษณะเป็นช่อง อันเนื้อและเลือดไม่ถูกต้อง เป็นภายใน อันกรรมและกิเลสเข้าไปยึดมั่น พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ ตนของเรา จิตของ พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ก็จักคลายจาก และเบื่อหน่าย ต่อ รูปอันเป็น ธาตอากาศ

    เมื่อจิตของ  พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ผ่องใส ด้วยปัญญาอันรู้ชอบอย่างนี้ เป็นอันว่าตั้งองค์สัมมาทิฏฐิ จิตพร้อมควรแก่การงาน คือ สมถะ แล วิปัสสนา

    ดังนั้น พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ให้ดำรงสติเฉพาะหน้า ตั้งองค์ธรรม ลงที่ศูนย์นาภี เพื่อการทำสัมปยุต ธรรม ทั้ง ห้า ให้งอกงามไพบูลย์ นี้เพื่อเป็นการเข้าถึงปีติแห่งธรรม เมื่อ ทำสัมปยุต ธรรม ลงไปที่ธาตุทั้งห้าแล้ว ธาตุทั้งห้า อันประกอบ ด้วย ธาตุิดิน ธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุลม แล ธาตุอากาศ ก็มีกายแห่งพุทธะ เรืองรอง สว่างไสว ทัี้งภายใน และภายนอก อันปรากฏต่อ จิต ทั้งสองคุณคือ คุณแห่งพระลักษณะแห่งกาย และคุณแห่งพระรัศมีแห่งกาย

   อันปีตินี้ เป็นปีติธรรมที่เกิดขึ้นแก่พระโยคาวจร ทั้ง ทางกาย แล ทางจิต อัน สหรคต ด้วยการภาวนาพระพุทธคุณเจ้า อันยิ่งใหญ่ จึงแจ้งธรรมนี้ ปีตินี้เป็น ปีติแห่งธรรม ซึ่งเป็นการเข้าถึง คุณแห่งธรรม ที่พ้นจาก ทางแห่งการเกิดปีติ เรียกว่า มนายตนะธาตุ คือแจ้ง ด้วย ใจ อันมุ่งตรงต่อพระนิพพาน ด้วยความนับถือคุณแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

   ปีติ นี้ย่อมเกิดเป็นลำดับ เป็นกึ่งส่วน แห่ง โลกียะ และ โลกุตตระ หาใช่เป็นธรรมชั้นสูงแต่อย่างใด จัดเป็นคุณธรรมขั้นที่สองที่พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน ควรเข้าถึงเป็นอย่างยิ่ง

   ปีติ แยกลำดับ โดยธาตุ เป็นห้าส่วน คือ
 
    1. พระขุททกาปีติ เป็น ธาตุดิน เริ่มต้นที่ศูนย์นาภีที่ประชุมธาตุ
    2. พระขณิกาปีติ เป็น ธาตุไฟ 
    3. พระโอกกันติกาปีติ เป็นธาตุน้ำ
    4. พระอุพเพงคาปีติ เป็นธาตุลม
    5. พระผรณาปีติ เป็นธาตุอากาศ เป็นหทัยวัตถุ แห่งธาตุ บริสุทธิ์

    ดังนั้น พระโยคาวจร ผู้ปรารถนา ตรงต่อพระนิพพาน เมื่อเจริญภาวนา พระพุทธคุณเจ้า เพื่อเข้าถึงพระธรรมปีติ ทั้งปวง จงแจ้งพระกรรมฐาน แก่ครูอาจารย์ เพื่อสอบกรรมฐาน เถิด

   
    เจริญธรรม / เจริญพร

 
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2014, 11:48:24 pm โดย ธัมมะวังโส »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3598
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 08:49:17 pm »
0
ขออนุโมทนาสาธุ
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

บุญเอก

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 516
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 01:19:27 am »
0
นาน ๆ จะได้เห็นพระอาจารย์ โพสต์ ข้อความยาว ๆ อ่านแล้ว ประทับใจมากครับ เป็นเหมือนภาพพระอาจารย์ นั่งเทศน์สอนต่อหน้า เลยครับ ยิ่งช่วงที่ผมประทับใจในข้อความ ก็คือการกล่าวสรรเสริญพรรณนา คุณของพระพุทธเจ้า เป็นสำนวนที่ฟังแล้ว น้ำตาไหล เมื่อได้อ่าน

  st11 st12 st12 st12 thk56
บันทึกการเข้า
ทำงานอาสา หวังช่วยคนตกยาก แม้จะลำบาก แต่ก็จะทำโดยความไม่หนักใจ
อาสากตัญญู พัทยา ยินดีรับใช้

komol

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +7/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 643
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 01:21:30 am »
0
นาน ๆ จะได้เห็นพระอาจารย์ โพสต์ ข้อความยาว ๆ อ่านแล้ว ประทับใจมากครับ เป็นเหมือนภาพพระอาจารย์ นั่งเทศน์สอนต่อหน้า เลยครับ ยิ่งช่วงที่ผมประทับใจในข้อความ ก็คือการกล่าวสรรเสริญพรรณนา คุณของพระพุทธเจ้า เป็นสำนวนที่ฟังแล้ว น้ำตาไหล เมื่อได้อ่าน

  st11 st12 st12 st12 thk56

 ผมอ่านตามแฃ้ว ครับ สองรอบ เนือ้ความประทับใจมากครับ

 และที่สำคัญได้ทบทวนขั้นตอนกรรมฐาน และข้อผิดพลาดก่อนภาวนา ในที่นี้มีรายละเอียด การตั้งสัมมาทิฏฐิ ไว้พร้อม กับการเรียนธาตุกรรมฐาน ปีติกรรมฐาน

  st11 st12 thk56
บันทึกการเข้า
พลังจิต พลังปราณ พลังสมาธิ เป็นพลังสมดุลย์ เพื่อปัญญา

lomtong

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 48
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 03:27:36 am »
0
 st11 st12 st12

 อ่านเข้าใจง่าย มากครับ และปฏิบัติตามได้เลย

ขาดเรื่องเีดียวคือไม่รู้จะแจ้งกรรมฐาน กับใคร

 :c017:
บันทึกการเข้า

Tumdee

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 51
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 03:46:08 pm »
0
 st11 st12 thk56
 บทความเรื่องนี้ ควรอ่าน ครับ อ่านแล้ว ซึ้ง ถึงปฏิภาณ ของครูอาจารย์ และพระรัตนตรัย ใครไม่ได้อ่าน อ่านเถอะครับ เป็นบทความที่ดีมาก ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มภาวนา

 :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า

Dotahon

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 54
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 05:08:42 pm »
0
 :c017:

 ผมก็ว่า แล้ว แต่วาสนา นะครับ บางคนไม่ชอบอ่าน เรื่องกรรมฐาน เพราะยังอยากอยู่ในโลก อยู่ แต่บางคนอาจจะชอบ แต่สำหรับบทความนี้ ผมว่า ผู้เขียน ก็ตั้งใจเรียบเรียงแนวทาง เบื้องต้นเพื่อคนต้องการ ฝึกกรรมฐาน แล้ว มีหลายหัวข้อพอผมได้อ่านแล้ว รู้สึกว่า ซึ้งมาก โดยเฉพาะในช่วงปรับทิฏฐิ นั้นรับเลยว่า มีการประพันธ์ ได้สละสลวยดีครับ

   st11 st12 st12 st12
บันทึกการเข้า

lomtong

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 48
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 05:09:49 pm »
0
เป็นครั้งแรก ที่อ่าน เข้าใจจริง ๆ ครับ

 st11 st12
บันทึกการเข้า

what-is-it

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 51
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 06:57:37 pm »
0
อ่านแล้ว รู้สึก ว่ายาก คะ

 คงทำตามไม่ได้ และไม่เข้าใจ เลย

 :s_hi: :34:
บันทึกการเข้า

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1063
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 12, 2014, 11:46:51 pm »
0
 st12 st12 st12

ขอขอบพระคุณกับธรรมปฏิบัติที่พระอาจารย์กรุณาชี้แนะครับ ผมขอน้อมนำไปปฏบัติด้วยศรัทธาและวิริยะครับ
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

sakol

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 242
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 13, 2014, 01:03:33 pm »
0
อ่านรอบเดียว ถ้าไม่เข้าใจ ก็อ่าน อีกรอบ สิครับ ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็ อ่านอีกรอบ มันต้องมีสักรอบ ที่เราเข้าใจ นะครับ


 :49:
บันทึกการเข้า

fan

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 139
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 13, 2014, 09:03:05 pm »
0
สาธุ แค่อ่านรอบแรก ก็น้ำตาหยด แล้ว จ้า

 ปีติ พุ่งปริ๊ด เลย

 :49:
บันทึกการเข้า

MICRONE

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 310
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 14, 2014, 12:59:10 pm »
0
 st11 st12
บันทึกการเข้า
อบอุ่นใจด้วยคุณธรรม จุดเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

what-is-it

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 51
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 14, 2014, 06:34:15 pm »
0
อ่านรอบเดียว ถ้าไม่เข้าใจ ก็อ่าน อีกรอบ สิครับ ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็ อ่านอีกรอบ มันต้องมีสักรอบ ที่เราเข้าใจ นะครับ


 :49:

  อ่าน สี่ห้ารอบแล้วคะ แต่ก็ไม่เข้าใจ เห็นตาม ความหมายเลยคะ

 
บันทึกการเข้า

Hero

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 557
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 06, 2014, 10:16:58 pm »
0
ตอนนี้ อ่านดีมากครับ อ่านแล้ว น้ำตาคลอ แต่ ทำไมมีคนอ่านน้อยจัง เลย


 อาจจะเป็นเพราะว่า คนทั่วไปเข้าใจว่า ห้องนี้อ่านยาก จึงไม่ค่อยอ่านกัน เหมือนผมก็เคยคิดแบบนั้น ครับ
ทั้ง ๆ ที่ห้องนี้ น่าจะเป็นหัวใจหลัก ของ เว็บ นะครับ

  st11 st12 thk56
บันทึกการเข้า
ทำไมต้องมีอินทรีแดง เพราะสังคมเราบางครั้งก็ตาบอด
ปล่อยให้คนดี เดือดร้อน ดังนั้นจึงต้องมีผู้ปกป้องคนดี
hero ไม่ได้มีแต่ในหนังเท่านั้น นะครับ

drift-999

  • ศิษย์ตรง
  • พอพึ่งพาได้
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 239
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: เมษายน 06, 2014, 10:20:52 pm »
0
 thk56 :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า

Akira

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 653
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: เมษายน 09, 2014, 11:52:58 am »
0
 st11 st12
บันทึกการเข้า
เครดิต ยายกบ มาศึกษาธรรมะจ้า แก๊งค์ อ๊บ อ๊บ

sompong

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 218
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: เมษายน 12, 2014, 08:58:23 am »
0
ถ้าเพื่อน ๆ ท่านใด พลาด อ่าน น่าเสียดายมากครับ

 เพราะเท่าที่อ่านมา บทความบทนี้ เรียบเรียงไว้อย่างไพเราะ พร้อมเนื้อหา ภาวนาไว้จริง ๆ ครับ

  สนับสนุน ให้อ่านครับ บทนี้ไม่ควรพลาด กันครับ


  st11 st12 st12 st12
บันทึกการเข้า

DANAPOL

  • ศิษย์ตรง
  • มีเหตุมีผล
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 332
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ทางเกิด แห่ง ปีติ มี 6 ทาง
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: เมษายน 12, 2014, 08:59:39 am »
0
ถ้าเพื่อน ๆ ท่านใด พลาด อ่าน น่าเสียดายมากครับ

 เพราะเท่าที่อ่านมา บทความบทนี้ เรียบเรียงไว้อย่างไพเราะ พร้อมเนื้อหา ภาวนาไว้จริง ๆ ครับ

  สนับสนุน ให้อ่านครับ บทนี้ไม่ควรพลาด กันครับ


  st11 st12 st12 st12

เห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง ครับ

  :49: :25:
บันทึกการเข้า
รหัสธรรม ต้องใช้ปัญญาคือความรู้ ผู้ถือกุญแจคือใครหนอ...