ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อเมืองตรังยัน ‘พุทธสิหิงค์’ ไม่ได้ถูกขโมย แต่มอบให้ด้วยสาเหตุบางอย่าง  (อ่าน 787 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 26411
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0





พ่อเมืองตรังยัน ‘พุทธสิหิงค์’ ไม่ได้ถูกขโมย แต่มอบให้ด้วยสาเหตุบางอย่าง

วันที่ 4 พฤษาภาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวกรณีพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรังได้หายไปจากวัดหัวถนน หมู่  6 ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง ล่าสุดได้มีชาวบ้านจากตำบลนาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง มีหนังสือร้องขอถึงนายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ให้ช่วยแต่งเพลงขอคืนพระพุทธสิหิงค์ กลับคืนสู่จังหวัดตรัง อีกทั้งทางกรมศิลปากร โดยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปาการ ได้มีการติดตามสอบถามข้อมูลถึงรายละเอียดและการสูญหายของพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรังอีกด้วย

ล่าสุด นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้แถลงข่าวความคืบหน้าและรวมถึงการดำเนินการติดตามกลับคืนว่า เท่าที่ได้รับการบอกเล่าจากชาวบ้านและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดวัดหัวถนน ขณะที่พระพุทธสิหิงค์สูญหาย นั้น องค์พระพุทธสิหิงค์ ไม่ได้ถูกขโมยไป แต่มาจากสาเหตุที่พระเฮียบ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้นมอบให้ จะโดยสาเหตุใดก็ตาม หรือจะได้รับเงินมา แต่ที่แน่ๆ ก็คือ พระพุทธสิหิงค์หายในขณะที่พระเฮียบ เป็นเจ้าอาวาส จะให้ด้วยความเสน่หาหรือมีข้อแลกเปลี่ยนก็ไม่สามารถปรักปรำได้ คนที่รับไปก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอยู่ที่ใคร เพราะคนที่ถูกกล่าวหาในสมัยนั้น มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526  กระทั้งปี พ.ศ.2540 ก็มีความพยายามสืบเสาะค้นหา โดยมีการเจาะลงบ้านแต่สุดท้ายก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน


 :25: :25: :25: :25:

นายเดชรัฐกล่าวว่า จากสาเหตุที่พระพุทธสิหิงค์สูญหายไปนั้น ชาวบ้านต้องมาทบทวนตัวเองว่า สาเหตุใดพระพุทธสิหิงค์ จึงไม่อยู่ในพื้นที่เรา โดยที่ครั้งแรกพระพุทธสิหิงค์นำมาประดิษฐานที่วัดกลาง แต่ไม่สามารถอยู่ได้เนื่องจากป็นวัดร้าง แสดงให้เห็นว่าวัดกลางไม่มีพระ ไม่มีพุทธศาสนิกชนเข้าวัด จึงย้ายไปวัดพระพุทธสิหิงค์ มีคนกราบไหว้แต่ทิ้งช่วง มีพระจำพรรษาบ้าง ไม่จำพรรษาบ้าง คนเข้าวัดน้อยมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาน้อย ต่อมาพระยาตรัง จึงมีการอาราธนาพระพุทธสิหิงค์ ไปประดิษฐานที่วัดหัวถนน  ซึ่งอยู่ดีๆ เจ้าเมืองอัญเชิญพระไปประดิษฐานที่วัดหัวถนน ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผล

 :96: :96: :96: :96:

นายเดชัฐกล่าวอีกว่า ช่วงแรกๆ ชาวบ้านวัดหัวถนนก็มีการกราบไหว้บูชา พอมาช่วงหลัง พระเฮียบซึ่งเป็นเจ้าอาวาส เป็นพระเพียงองค์เดียว ความสัมพันธ์กับชาวบ้านน้อยลง ชาวบ้านไม่ค่อยเข้าวัด จะไปนำพระเป็นองค์ประธานในการสวดพระอภิธรรม หรือสรงน้ำต่างๆ องค์พระจึงไม่ได้ถูกยกให้มีความสำคัญ เมื่ออยู่ในความดูแลของพระเฮียบ ก็ไม่ได้ดูแลอย่างดี พยายามนำพระไปซ่อนปิดบัง แสดงความไม่เคารพบูชาอันควร เพราะฉะนั้น ถ้าเชื่อว่าองค์พระศักดิ์สิทธิ์ ก็จะมีเทวดาคุ้มครอง ซึ่งเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า 

ดังนั้นใครที่มีบุญวาสนาอยากจะบูชา ก็นำไป ดังนั้นคนที่ครอบครองจะไปกล่าวหาว่าขโมยพระโดยไม่ชอบไม่ได้  คนให้ให้ด้วยความบริสุทธิ์ และคนรับรับด้วยความบริสุทธิ์ หลังจากที่รับพระมามีการกราบไหว้บูชามาโดยตลอด ถ้าเราเป็นเทวดาคุ้มครอง เราจะอยู่หรือ หรือแม้กระทั่งเจ้าอาวาสวัดหัวถนนมีนิสัยเมาสุรา ทางกำนันก็จับสึกไป ขณะนี้วัดหัวถนนได้เจ้าอาวาสคนใหม่ ซึ่งเป็นพระหนุ่ม ชาวบ้านให้ความศรัทธา จึงเป็นเรื่องที่ชาวบ้านตำบลนาพละ รวมถึงพระสงฆ์ จะต้องพิสูจน์ว่ามีความศรัทธาต่อบวรพระพุทธศาสนาหรือไม่ จึงเป็นที่มาของการสวดมนต์ขอพรดลจิตดลใจให้พระพุทธสิหิงค์กลับคืนมา โดยที่ผมได้นำพระพุทธสิหิงค์องค์จำลองมาให้เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้สักการบูชา จนกว่าจะได้องค์จริงกลับคืนมา



นายสุพรรณ วังกุราลกูล นายกพุทธสมาคมจังหวัดตรัง กล่าวว่า โดยภาพรวมการติดตามพระพุทธสิหิงค์กลับคืนมานั้น จะต้องอาศัยทุกภาคส่วนร่วมกัน แม้กระทั่งเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา แม้ว่าจะไม่ทราบความเป็นมา ก็ต้องบอกเรื่องราวให้รู้ เนื่องจากเด็กในสมัยนี้จะห่างเหินวัดกันมาก ในอดีตจังหวัดตรังมีการก่อตั้งยุวพุทธสมาคมขึ้น แต่มาระยะหลังก็ต้องยกเลิกกันไป ไม่มีหน่วยงานใดสานงานต่อ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ยังมีการดำเนินกิจกรรรมทางพระพุทธศาสนา ดำเนินการโดยกรมการศาสนา โดยให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตรัง ดำเนินกิจกรรม  สำหรับเด็กที่ปฏิบัติธรรมก็แล้วแต่โรงเรียนว่าจะจัดกิจกรรมกันอย่างไร ส่วนใหญ่จะนำเด็กไปปฏิบัติ เช่น บวชเณรภาคฤดูร้อน สวดมนต์ ภาวนา นั่งสมาธิภายในวัด  อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

นายสุพรรณกล่าวอีกว่า ในส่วนของพุทธสมาคมจังหวัดตรัง มีสมาชิกกว่า 500 คน จะมีกิจกรรมพาสมาชิกไปสวมนต์ไหว้พระปีละ 18 วัด ขณะนี้ก็ 14 วัดแล้ว จะมีการสวดมนต์ รับศีล ฟังธรรม ถวายภัตตาหารเพล ทำกิจกรรมรับศีล 5 มีการเชิญชาวบ้านร่วมด้วย สำหรับกิจกรรมที่มาเสริมการสวดมนต์ขอพรพระพุทธสิหิงค์นั้น จะร่วมกันสวดมนต์ ใช้ทั้งทางจิตวิทยา ทางสังคม เข้าช่วยด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ โดยเฉพาะวันที่ 20 พฤษภาคม เป็นวันวิสาฆบูชา จะมีการปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาครั้งใหญ่อีกวัน และเป็นวันดีที่ทางจังหวัดจะได้ร่วมกันสวดมนต์ภาวนา ตั้งจิตอธิษฐาน นั่งสมาธิขอพระพุทธสิหิงค์กลับคืน



ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news/125789
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

saieaw

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 271
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เป็นคดีปริศนาไปซะแล้ว
 :73:
บันทึกการเข้า