ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ช่วยหน่อยครับ  (อ่าน 3436 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

notebook123

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 24
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
ช่วยหน่อยครับ
« เมื่อ: มีนาคม 01, 2011, 12:05:31 pm »
0
 :smiley_confusสวัสดีครับ
เข้าเรื่องเลยนะครับ  เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปปฎิบัติธรรม  โดยการเดินจงกรมนั่งสมาธิ  สิ่งที่เกิดขึ้น
๑  เวลาผมเดินอยู่ ในห้องมีสามคน ผมอยู่กลางเดินแบบสลับกัน เดินได้สักพักผมลองหลับตาดู แล้วเหมือนกับเห็นว่าทั้งสองคนนั้น  คนนึงเดินอยู่หลังผมนิดนึง และอีกคนอยู่ติดกำแพง  เอะใจเห็นได้่ไงผมลองหันไปดูก็เป็นแบบที่เห็นจริง  แล้วคิดว่าคิดไปเองไหม ลองเดินอีกสักคู่แล้วหลับตาอีกแล้วเห็นคนมายืนดูการเดินชึ่งผมหันหลังให้ประตู  ผมก็ลองหันไปดูก็มีคนจริงเลย  สงสัยเห็นได้ไง มันคืออารัยครับ
๒ เวลาผมนั่งสมาธิ โดย พุทโธ อยู่ พอสงบลง ผมเห็นการเต้นของหัวใจครับเต้นทีนึงร่างกายนั้นสะท้านไปหมด  ผมเลยดูมันไป
ข้อ  ๒  ผมไม่รู้ว่าผมจะถามอะไร ข้อสองเลยเล่าให้ฟังเผื่อใครมีประสบการแบบข้อสองบ้างง่ะครับ :)

ส่วนข้อ  ๑  รบกวนตอบให้ที
บันทึกการเข้า

kobyamkala

  • โยคาวจรผล
  • ******
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 2232
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ช่วยหน่อยครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 01, 2011, 01:10:23 pm »
0
อยากทำได้จัง เลย....กำลัีงฝึกอยู่
 :13:
บันทึกการเข้า
แล้วลองแอบมาแย้มกะลา
เพื่อดูโลก เห็นแล้วตกใจโลกนี้กว้างใหญ่จริง ๆ

suchin_tum

  • ไม่กลับมาเกิด
  • ศิษย์ตรง
  • มีเหตุมีผล
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 486
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ช่วยหน่อยครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 01, 2011, 08:49:00 pm »
0

 เป็นความโชคดีของท่าน ครูบาอาจารย์เคยสอนไว้ดังนี้ว่า ลืมตาเดินคล่องแล้วก็ให้หลับ(หลับตา เป็นขั้น2)ให้มีวิตกอยู่กับคําบริกรรม ควรเริ่มจากเดินเร็วก่อน หากเดินหลังรับประทานอาหารได้จะดี เดินเสร็จแล้วให้ต่อด้วยนั่ง การเดินจงกรมก่อนจะทำให้นั่งสมาธิได้นานและเข้าปิติได้ไวและทรงสมาธิจะทรงอยู่ได้นานเป็นชั่วโมงเป็นหลายชั่วโมงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะดีกว่าพวกที่ฝึกด้วยการนั่งอย่างเดียว แบบนั้นจะได้สมาธิช้ากว่า มีสูตร เดิน30 นาที นั่ง 1 ชั่วโมง ถ้าเก่งกว่านี้ก็เพิ่มขึ้นไป ส่วนอาการปิติที่เล่ามานั้นเสพแล้วเบื่อก็ปล่อยไป ต่อๆไปปิติจะเพิ่มมาอีก แต่คงไม่บอกให้เห็นเอาเองจะปลื้มกว่า ควรหลับตาเดินต่อไปนี่แค่ขั้น 2 ทั้งหมด มี 5 ขั้น ขั้น 5 ชื่อว่า โลกุตรธรรม 9 ค่อยๆทําไปส่วนปิติที่เล่าตอนท่านนั่งสมาธินั้นก็ดี เมื่อเสพเบื่อแล้วก็อย่าไปติดควรกลับเข้าองค์แห่งการงาน คือ บริกรรมนิมิต1 ปัคคะหะนิมิต1 อุเบกขานิมิต1 (ควรมีนิมิต 3 ประการนี้ตลอดไป) ขอให้โชคดีครับ  ที่มาของคําตอบ(คําสอน-ตําราครูบาอาจารย์)
บันทึกการเข้า
ขอน้อมอาราธนากำลังแห่งครูอาจารย์กรรมฐานมัชฌิมาจงมาประสิทธิ์ประศาสตร์

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ช่วยหน่อยครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 02, 2011, 02:01:36 am »
0
ผมปฎิบัติธรรม  โดยการเดินจงกรมนั่งสมาธิ  สิ่งที่เกิดขึ้น สงสัยมันคืออารัยครับ รบกวนตอบให้ที



         ปรากฏการณ์ในขณะปฏิบัติภาวนานั้น ต่างล้วนมีกันแตกต่างหลากหลาย ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต

อย่าคิดกังขาละทิ้งทำต่อไป ทำให้ได้วสีชำนาญแคล่วคล่อง แล้วคุณจะค้นพบตัวตนของคุณเอง   จากนั้นครูบา

อาจารย์จะมาชี้นำให้คุณเอง....ครับ!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 02, 2011, 02:34:29 am โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

prachabeodee

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 135
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ช่วยหน่อยครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 02, 2011, 09:05:48 am »
0
สายสมาธิมาก...ก็มักเกิดอย่างนี้แหละ.....
เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น.....ก็ดูไป....รู้ไป...เห็นไป....(ป้าคงไม่บอกว่าห้ามดูหรือห้ามใช้หรอกน๊ะ-แต่ให้เข้าใจเสียว่ามันเป็นลักษณะหนึ่งที่เกิดขึ้นที่เราทำได้ทำถึง-ที่จริงก็มีที่ไม่จริงก็มีที่ใกล้เคียงความจริงก็มี-อย่าไปมัวเมากับมันมากนัก)...เมื่อหน๋ำใจแล้ว....ก็ก้าวข้ามพ้นเสีย...เพื่อกลับมาสู่ความเป็นปกติเสีย....(สายสมาธิก็-กลับมาสู่คำบริกรรมเสีย,สายดูจิตก็-ไม่ไปเพ่งหรือหลงเพลินในความเป็นอย่างนั้น,สายหนอก็-ให้กำหนดรู้เช่นเห็นหนอรู้หนอเป็นต้น,สายธรรมการก็กำหนดไปที่ฐานบริกรรมของตนเสีย.......
........................................................................................
สิ่งที่เกิดขึ้น ก็เป็นผลของสมาธิขั้นหนึ่งเท่านั้น........อย่าไปหลงกับมันนานจนเกินไป......เมื่อก้าวข้ามพ้นแล้วก็จะได้พัฒนาจิตให้บริสุทธิยิ่งขึ้นไปซึ่งก็จะมีลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอีกซึ่งอาจละเอียดปราณีตยิ่งขึ้นไปอีกก็มี(เป็นของรู้เฉพาะตัว)...ทุกๆลักษณะที่เกิดที่มี...อย่าลืมหรือหลงเพลินจนลืมดูลักษณะของใจตนเองเสียน๊ะว่าเป็นอย่างไร
                                :67: :13: :34: :bedtime2: :015:
บันทึกการเข้า

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6908
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ช่วยหน่อยครับ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 02, 2011, 03:12:53 pm »
0
คนที่ฝึกภาวนา มักจะหลงผิดว่า การฝึกเห็นนั่น เห็นนี่เป็นการฝึกสมาธิ ที่โพสต์มาทั้งหมดนั้นไม่เรียกว่า

สมาธิเลย  เป็นแต่เพียงอุปกิเลสของการฝึกสมาธิ

สมาธิ คือ ความแน่วแน่แห่งจิต สิ่งที่กล่าวว่าการเห็นนั่น เห็นนี่ นั้นเป็นอุปกิเลสของสมาธิ เรียกว่าตัว ขัดขวางสมาธิ แท้จริงยังไม่ได้ สมาธิ

 จิตเป็น สมาธิ เป็นอย่างไร

 เป็นไปตามนี้

  วิตก + วิจาร

   วิตก ก็คือ อุบายวิธีกองกรรมฐานที่ใช้ในขณะนั้น เช่น พุทโธ เป็นต้น

   วิจาร ก็คือ การบำเพ็ญจิตให้อยู่กับวิตก จนจิตสามารถ รวม วิตก กับ วิจาร เป็นอันเดียวกัน

      เมื่อจิต รวมศูนย์จิต ก็จะเริ่มเข้าสู่ ขณิกะสมาธิขั้นหยาบ

   เมื่อจิตเข้าสู่ ขณิกะสมาธิขั้นหยาบ ปีติ อย่างหยาบก็จะเกิดขึ้น เรียกว่า พระลักษณะ อันเกิดทางกายภาพ

  ขณะเดียวกัน เพราะจิตไม่ตั้งมั่น ในองค์ วิตก วิจาร อุปกิเลส ก็เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

   เมื่อปีติ อย่างหยาบ ระงับลง ก็จะเข้าสู่ ขณิกะสมาธิ ขั้นกลาง เริ่มประณีต จนถึง ขณิกะสมาธิ ขั้นละเอียด

 จิตรวมศูนย์จิตได้ ก็จะเข้าสู่ภาวะ ปีติ ทางจิต หรือ จิตภาพ ส่วนพระรัศมี

  จะเห็นได้ว่า ยังไม่ถึงอุปจาระสมาธิ เ้ลย จะกล่าวว่าเป็น สมาธิ ก็ยังมิได้ เพราะพระพุทธศาสนา นับสมาธิที่

อุปจาระสมาธิ ขึ้นไป

  การฝึกสมาธิ ย่อมเริ่มจาก สติ เป็นเครื่องผูก สติ และ สัมปชัญญะ เป็นสิ่งที่ไม่ขาดหายไปจากสมาธิ ในกองกรรมฐานทั้ง 40 กอง เนื่องด้วยเป็น พุทธะกรรมฐาน จึงมีสติ และ สัมปชัญญะ

  เป็นไปเพื่อ ปรมัตถ์ คือ นิพพาน

  เจริญธรรมเท่านี้ก่อน

  ;)


 
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

sompong

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 218
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ช่วยหน่อยครับ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 02, 2011, 04:12:44 pm »
0
สาูธุ ครับ พระอาจารย์ อธิบายได้เข้าใจง่าย ดีครับ

 :25:
บันทึกการเข้า

ฟ้าใหม่แจ่มใส

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 226
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ช่วยหน่อยครับ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 03, 2011, 05:59:44 am »
0
การนั่งกรรมฐานก็เหมือนการปรุงอาหาร
ปรุงแล้วก้ลองชิม  ชิม แล้วไม่ถูกสุตรไม่อร่อยก็เพิ่ม ลด เครื่องปรุง

เช่นคิดมากไป ภาวนาคิดหนอ ๆ แล้วรุ้สึกว่าภาวนามากไป เหนื่อย
หันมาทำกายคตาสติ ดูการเคลื่อนไหว ดูการเคลื่อนไหว แล้วรู้สึกว่าภาวนามากไป ง่วงนอน  ก็หันมา ดู จิต ดูธรรม พิจารณา ธรรม ที่เคยฟังมา
 :73:
บันทึกการเข้า
เครดิต ยายกบ ถ้าไม่ถูกใจก็ต้องว่า ยายกบ เพราะชวนมาศึกษาธรรมะ