ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: สมาธิสูตร อีกสูตร หนึ่ง ที่ชี้ให้เห็น ความปรากฏตามความเป็นจริง จึงจักเห็นจริง  (อ่าน 2725 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6908
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
  พระสุตตันตปิฎก  สังยุตตนิกาย  สฬายตนวรรค  [๑.  สฬายตนสังยุต]
      ๔.  จตุตถปัณณาสก์  ๑.  นันทิกขยวรรค  ๕.  ชีวกัมพวนสมาธิสูตร         
                            ๕. ชีวกัมพวนสมาธิสูตร           
                         ว่าด้วยการเจริญสมาธิในชีวกัมพวัน           
       [๑๖๐]    สมัยหนึ่ง    พระผู้มีพระภาคประทับอยู่    ณ    ชีวกัมพวัน    เขตกรุงราชคฤห์ ณ    ที่นั้น 
       พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า    “ฯลฯ    ภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิ    เมื่อภิกษุมีจิตตั้งมั่นแล้ว    (สิ่งทั้งปวง)    ย่อมปรากฏตามความเป็นจริง           
       ก็อะไรเล่าชื่อว่าปรากฏตามความเป็นจริง           
       คือ    จักขุปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’   
              รูปปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’   
              จักขุวิญญาณปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’   
              จักขุสัมผัสปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’   
              แม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย    ก็ปรากฏตามความเป็นจริงว่า‘ไม่เที่ยง’    ฯลฯชิวหาปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’    ฯลฯ           
              มโนปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’   
              ธรรมารมณ์ปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’    ฯลฯ    แม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใชสุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย    ก็ปรากฏตามความเป็นจริงว่า    ‘ไม่เที่ยง’ 
       ภิกษุทั้งหลาย    เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิ   
        เมื่อภิกษุมีจิตตั้งมั่นดีแล้ว    (สิ่งทั้งปวง)    ย่อมปรากฏตามความเป็นจริง”           

 ชีวกัมพวนสมาธิสูตรที่ ๕ จบ




  การปรากฏตามความเป็นจริง มีได้เพราะสมาธิ ท่านทั้งหลายพึงเจริญ สมาธิเถิด เพราะบุคคลที่เจริญสมาธิ มีสมาธิ จักมองเห็นตามความเป็นจริงได้จริง มิใช่เห็นด้วยการศึกษา หรือเรียนปริยัติ เพราะความเป็นจริงจักเห็นได้ด้วยการปรากฏ ตามความเป็นจริง



 
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

pornpimol

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 152
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
การเห็นตามความเป็นจริง ด้วย สติ กับ สมาธิ ต่างกันอย่างไร คะ หรือ ต้องมีสมาธิ ก่อน จึงจะมองเห้นตามความเป็นจริง ได้คะ

  :25:
บันทึกการเข้า

modtanoy

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-5
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 213
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
การเห็นตามความเป็นจริง ต้องอาศัย ปัญญา คะ ไม่ใช่ สมาธิ คะ

  บุญคลพึงเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นของไม่เที่ยง
  บุญคลพึงเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ทนได้ยาก
  บุญคลพึงเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

 การเห็นตามเป็นจริง ก็เพียงเป็นการเห็นเบื้องต้น คะ
 การเห็นด้วยปัญญา จึงจักสิ้นสุดจากกิเลส คะ

 ดังนั้นการที่จิตเป็นสมาธิ ก็ส่งเสิรมปัญญา คะ
 สมาธิในสูตรไม่ได้กล่าว ถึง ระดับที่เป็น ฌาน นะคะ แต่กล่าวเพียงแต่มีจิตตั้งมั่น ก็จะเห็นตามความเป็นจริงได้ คือ ได้อ่านไปหลายพระสูตร แล้ว ก็ไม่ได้มุ่งเรื่องของจิตให้เป็น ฌาน

   แต่ สมาธิ ที่เป็น สัมมาสมาธิ นั้น บุคคลควรตั้งจิตเป็นฌาน ที่นี้การที่จิตเป็น ฌาน ก็จะทำให้ติด ฌาน ดังนั้นการไม่มี ฌาน เพื่อไปสู่การบรรลุจึงเป็นเรื่องที่ควรกว่า คะ

  สังเกตจากพระสูตร นะคะว่า พระพุทธเจ้า ตรัสแสดง เรื่อง สติ ที่ผัสสะ และ ให้รู้ว่า ไม่เที่ยง นะคะ

   :s_hi: :58:
บันทึกการเข้า

เสกสรรค์

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +3/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 419
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0

   แต่ สมาธิ ที่เป็น สัมมาสมาธิ นั้น บุคคลควรตั้งจิตเป็นฌาน ที่นี้การที่จิตเป็น ฌาน ก็จะทำให้ติด ฌาน ดังนั้นการไม่มี ฌาน เพื่อไปสู่การบรรลุจึงเป็นเรื่องที่ควรกว่า คะ


 คิดว่าเป็นไปตามบารมีของผู้ปฏิบัติที่สั่งสมมามากว่าครับ ไปตัดสินใจ แทนไม่ได้ครับ เพราะกลุ่มผู้บรรลุธรรม 6 มีกายสักขี เป็นต้นนั้น ต้องสั่งสมบารมีกันมาแตกต่างกันบ้างท่าน อธิษฐาน ปฏิสัมภิทา บางท่าน ปรารถนา วิชชา 3 ดังนี้เป็นต้น จะไปเหมาหมดไม่ได้

   อย่างผมก็ปรารถนา เจโตวิมุตติ คุณมาแนะนำแบบปัญญาวิมุตติ ผมก็เพียงแต่ฟัง แต่งยังไม่ทำตามครับ

   สรุป น่าจะเป็นไปตามความปรารถนา กับ บารมี ที่สั่งสมกันมาครับ

   :25:
บันทึกการเข้า