ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: สาระธรรมะวันนี้ "ภาวนากรรมฐานอย่างไร ประสบความสำเร็จ"  (อ่าน 8092 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6885
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
สาระธรรมะวันนี้ "ภาวนากรรมฐานอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จ"

   อันที่จริงก้ไม่น่าจะต้องตอบเรื่องนี้ ถ้าท่านทั้งหลายเข้าใจ แก่นขอบตนเองคือ ต้องการอะไรจากการภาวนากรรมฐาน อันนั้นคือคำตอบในการปฏิบัติภาวนาโดยตรง ที่ท่่านจะตอบตัวของท่านเองได้ แต่อย่างไรจดหมายที่สอบถามทำนองนี้ก็ยังมีอยู่ไม่ขาดสาย ก็เพราะว่าอาจะจะได้อ่านกระทู้และ หรือมิได้อ่านเพียงต้องการถาม ก็จะขอตอบไว้ในที่นี้สำหรับ จดหมายทำนองนี้ นะจ๊ะ


     ภาวนากรรมฐาน ให้ประสบความสำเร็จ ?



         จะขอตอบอย่าง ในแนวทางที่ตนเองปฏิบัติภาวนาอยู่ เลยก็แล้วกันนะจ๊ะ

     1.ต้องหาเป้าหมาย ในการภาวนาก่อน เช่น คุณต้องการภาวนาเพื่ออะไร ?

         เช่นภาวนาเพื่อ ให้จิตท่านสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน บ้างเป็นบางครั้ง
             ภาวนาเพื่อ สะสมบารมี เพื่อให้จิตมีความพอใจในธรรม
             ภาวนาเพื่อ ลดละกิเลส ให้เบาบางลง
             ภาวนาเพื่อ ให้เกิดความโชคดี ปราศจากโรค
             ภาวนาเพื่อ บรรเทากรรม
             ภาวนาเพื่อ กระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
       
        ทุกท่านต้องตอบคำถาม ตรงส่วนนี้ก่อน , เพื่ออะไร ? เพื่อจะได้มีการวัดผล ว่าท่านปฏิบัติสำเร็จ ตามที่ท่านต้องการหรือไม่ ? หากท่านไม่กำหนดเป้าหมายขึ้นมา ก็ไม่มีทางที่ใครจะตอบปัญหาของท่านได้ ซึ่งแม้ตัวท่านเองก็ตอบปัญหาตัวเองไม่ได้ เช่นกัน

      2.เมื่อกำหนดเป้าหมาย ได้แล้ว ต้องปฏิบัติตนให้อยู่ในพื้นฐาน ของกรรมฐาน ไม่ว่าท่านจะมีเป้าหมายในกรรมฐานอย่างไร องค์พระกรรมฐาน ก็ต้องมีคุณสมบัติ ของผู้ภาวนาด้วย
           เช่น เป็นคนมีศีล รักษ์ศีล สมาทานศีล
                เป็นคนบำเพ็ญทาน ชอบการบริจาค ชอบสงเคราะห์ผู้อื่นด้วยทาน
                เป็นผู้ไม่เคยทำอนันตริยกรรม ไม่ทำกรรม สร้างกรรมที่หนัก
                เป็นต้น
               คุณสมบัติอันนี้ ใครจะเป็นคนให้คำตอบ ก็คือตัวท่านเองที่รู้เท่านั้น ไม่มีใครจะรู้ดีกว่าตัวท่านเอง

      3.เข้าหากัลยาณมิตร เพื่อศึกษาภาวนาวิชากรรมฐาน เนื่องด้วยเราไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสรู้เองโดยชอบ ดังนั้นต้องเข้าหากัลยาณมิตรเพื่อเข้าศึกษาธรรมเพื่อการรู้ตาม ดังนั้นการเข้าหากัลยาณมิตรจัดได้เลยว่ามีความสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกกัลยาณมิตรผิด ก็จะทำให้เสียเวลามาก ดังนั้น ก็ต้องเลือกกัลายณมิตร วิธีเลือกัลยาณมิตร นั้นก็ต้องมีวิธีการดังนี้
          ฟังธรรม จากกัลยาณมิตรที่ต้องการเรียนธรรมด้วย ถึงแม้กัลยาณมิตรนั้นไม่บรรลุธรรมก็สามารถให้เราบรรลุธรรมได้ หากกัลยาณมิตรนั้นยังทรงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ตามพระไตรปิฏก
          สนทนาธรรม การสนทนาธรรมจะทำให้เรารู้พื้นฐานของกัลยาณมิตร เพื่อที่เราจะเรียนธรรมด้วย
          พิจารณาใคร่ครวญในธรรม ที่กัลยาณมิตรได้แสดงไว้

      4.เข้าภาวนา อาศัย อิทธิบาท 4 เป็นคุณเครื่องสนับสนุน
          ฉันทะ คือ ความพอใจ ในการภาวนา มีได้เมื่อทำกรรมฐาน เพราะผู้ที่ภาวนากรรมฐานได้จริงจะเกิด ฉันทะ และ ปราโมทย์ ในกรรมฐาน
          วิริยะ เมื่อ ฉันทะัและปราโมทย์เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องพากเพียรด้วยความสม่ำเสมอ รักษาจิตที่ปราณีตอันเกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่ต่อไป มีคำกล่าวว่า กว่า จะได้ สิ่งที่ชอบมาก็เป็นการยาก แต่มาได้สิ่งนั้นมาแล้ว การรักษาสิ่งนั้นให้อยู่กับเราต่อไป กลับยากเสียยิ่งกว่า ฉันใดก็ดี ฉันทะและปราโมทย์ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องภาวนารักษา กุศลของฉันทะและปราโมทย์ ให้คงอยู่ด้วยการทำอย่างสม่ำเสมอ
          จิตตะ คือความมุ่งมั่น ในการภาวนาปณิธานในการภาวนาก็เกี่ยวข้องกัน หากท่านใดไม่มีปณิธานมาแต่เิริ่มก็๋จะเข้าทางตัน อันที่จริงการให้ความหมายว่า มุ่งมั่นยังไม่ชัดเจน แต่ คำว่า จิตตะ นี้แท้ที่จริงในการภาวนาก็คือ คุณเครื่องเข้าใจ สภาวะการภาวนา นั้นอยู่ที่สภาวะจิต ของผู้ภาวนา การที่จะบรรลุธรรมได้นั้น มีการเข้าถึงสภาวะ ประมาณนี้นะจ๊ะ

          คือ สามารถแยก รูป และ นาม เข้าใจอะไรว่า คือ รูป เข้าใจว่าอะไร ก็นาม
              สามารถเข้าผสานกันระว่าง รูป และ นาม นาม มิแยกจากรูป รูป มิได้แยกจากนาม การเข้าถึงสัมปยุตธาตุ อยู่ตรงนี้ ดังนั้นผู้ฝึกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ จึงต้องฝึก จิต พร้อมกับกำหนดธาตุ ตั้งแต่พระธรรมปีติเป็นต้น โดยเริ่มจากการกำหนดพื้นฐาน คือ ธาตุดิน เป็นต้น ตรงนี้จัดเป็นจัดญาณอย่างอ่อนเรียกว่า นามรูปปริจเฉทญาณ ถ้าภาวนากรรมฐานในพระพุทธศาสนาถูกทาง ก็จะมีเกิดขึ้นเองตามเป้าหมายการภาวนา
              สามารถเข้าถึงสภาวะธรรม เห็นความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ เสื่อมไป เรียกว่าเห็นตามความเป็นจริง คนที่จะฝึกมาถึงเห็นสภาวะนี้ได้ก้ต้องประสานรวมตัวระหว่าง นาม กับ รูป แม้จะแยก รูป นาม ได้ แต่รูปนามจะมีสาระได้ รูปกับนามก็ต้องรวมอยู่ด้วยกัน ถ้ามีแต่รูปก็ไม่มีชีิวิต ถ้ามีแต่นามก็ไม่มีชีิวิต ดังนั้นการรวมรูปกับนาม จึงมีหลังจากแยก นามและรูปได้ ตรงนี้จัดเป็นวิปัสสนาด้วย เรียกว่า ปัจจยปริคหญาณ
              สามารถเข้าถึงสภาวะธรรม ที่ปล่อยวาง เรียกว่า นิพพิทาญาณ เป็นต้น มาถึงตรงนี้เรียกว่า สัมปยุตธรรมเป็นเพราะญาณนี้มองเห็นตามความเป็นจริง ได้อย่่างคล่องแคล่ว จึงคลายความสงสัย เรื่อง เรามี หรือ มีเรา เราเป็นเจ้าของ หรือใครเป็นเจ้า เรื่องอัตตา ว่าเรา ๆ มันจะแล่นเข้าสู่ใจอย่างแท้จริง ดวงตาเห็นธรรมเกิดขึ้นแล้ว นี่แหละถ้าท่านเข้าถึง สภาวะธรรมที่เริียกว่า จิตตะ คือฝักใฝ่ มุ่งมั่น....... ( นามธรรมล้วน ๆ )
              จากตรงนี้ไปยังมีอีก แต่ยังไม่ขอกล่าวกับผู้ที่เริ่มต้นและกำลังภาวนาอยู่ในระดับกลาง นะจ๊ะ แต่ทั้งหมดนี้คือความของคำว่า จิตตะ

         จิตตะ จึงหมายถึงอิทธิบาท ที่จิตฝักใฝ่แน่วแน่ ในปณิธานในการภาวนา ไม่ล้มเลิก ไม่หนีหาย ไม่ละทิ้ง เพราะ จิตตะ นี่แหละเป็นธรรมสนับสนุน วิริยะ และจิตตะ ก็คือ นามธรรมที่ควรเข้าถึง เรียกว่า จิตล้วน ๆ หน้าที่ของเราที่มีต่อการภาวนาก็คือ เข้าถึงสภาวะธรรมของจิตล้วนๆ  จิต แยกกายชัดเจน และ มีแต่จิตเท่านั้นที่จะพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดนี้ไปได้

         
         วิมังสา การตรึกตรองในองค์ภาวนาให้มากขึ้น การทบทวน องค์ภาวนาให้มากขึ้น เมื่อได้เข้าถึงก็ทบทวนการเข้าถึง เมื่อรู้แจ้งก็ยิ่งต้องทบทวนการรู้แจ้ง ยิ่งมองเห็นอริยสัจจะทั้ง 4 แล้วด้วยก็ต้องทบทวน ดังนั้น วิมังสา ไม่ใช่แค่ตริตรอง แต่หมายถึงการทบทวนการภาวนา ที่ำทำได้ และ ทำไม่ได้ เพราะอะไรเป็น เหตุ ทำไม จึงมี ผล อย่างนี้ ก็ต้องทบทวน เมื่อทบทวนได้แล้ว ก็จะทราบความจริงที่เป็นแก่นแท้ ของการภาวนาได้ ดังนั้น วิมังสา ใช่การใช้ความคิด ปรุงแต่ง แต่หมายถึง ต้องใช้ปัญญาพิจารณาไต่ตรองในความจริง ที่เกิดขึ้นจากการภาวนา

        ดังนั้น อิทธิบาท ไม่ใช่คุณเครื่องของปุถุชนทั่วไป แต่ อิทธิบาท นั้นหมายถึง คุณฤทฺธิ์ ของผู้ภาวนาอิทธิบาท จะมีได้ต้องภาวนา เมื่อท่าน ฉันทะและปราโมทย์ นัั่นแหละจึงจะเข้าสู่ วิถี ของ อิทธิบาททีั้ง 4
เนื่องด้วยปัจจุบัน บุคคลเข้าใจ อิทธิบาทแบบปุถุชน ผู้ที่มิได้การภาวนาอธิบายคุณฤทธิ์ ส่วนนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้น อิทธิบาท ยังมีอิทธิคุณ ที่แม้พระพุทธเจ้าก็ทรงสำแดง ไว้ในพระสูตรว่า ผู้มีอิทธิบาทปรารถนาอายุ ย่อมได้อายุ เป็นต้น ดังนั้นท่านทั้งหลาย โปรดทบทวน อิทธิบาท ทั้ง 4 ในการภาวนาด้วยอย่างที่อธิบายนี้ เถิด

      5.ส่งเสริม คุณธรรมพื้นฐาน เพื่อการภาวนา
          ผู้ภาวนามิใช่ว่า จะภาวนาในองค์กรรมฐาน อย่างเดียว การส่งเสิรมคุณธรรมพื้นฐาน ก็มีความสำคัญเพราะอุปนิสัย ที่ใฝ่ธรรมจะมีได้ก็ต้องส่งเสริมคุึณธรรมพื้นฐาน เช่น การแสดงความเคารพ ต่อพระพุทธเจ้า พระธรรม และ พระสงฆ์ การบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นต้น เหล่านี้เรียกว่าการส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐาน

      แสดงไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนเพราะเป็นที่ลำบากในการพิมพ์ เอาเพียงพอประมาณนะจ๊ะ

      เจริญธรรม

      ;)
         
       
       
           
           


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 06:04:24 PM โดย DANAPOL »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

arlogo

  • 1.บรรพชิต
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +101/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1178
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
พระสุตตันตปิฏก  ทีฆนิกาย  มหาวรรค  [๓.  มหาปรินิพพานสูตร]
  ว่าด้วยนิมิตโอภาส

เล่มที่ 10 หน้า 112
 
[๑๖๗] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า
             “อานนท์กรุงเวสาลีน่ารื่นรมย์ อุเทนเจดีย์อันรื่นรมย์  โคตมกเจดีย์น่ารื่นรมย์  สัตตัมพเจดีย์น่ารื่นรมย์  พหุปุตตเจดีย์น่ารื่นรมย์   สารันททเจดีย์น่ารื่นรมย์    ปาวาลเจดีย์น่ารื่นรมย์
            อิทธิบาท ๔  ผู้ใดผู้หนึ่งเจริญ ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยานแล้ว  ทำให้เป็นที่ตั้งแล้ว ให้ตั้งมั่นแล้ว  สั่งสมแล้ว ปรารภดีแล้ว  ผู้นั้นเมื่อมุ่งหวัง พึงดำรงอยู่ได้ ๑ กัป ๒  หรือเกินกว่า ๑ กัป   
            อิทธิบาท  ๔  ตถาคตเจริญ  ทำให้มากแล้ว  ทำให้เป็นดุจยานแล้ว ทำให้เป็นที่ตั้งแล้ว ให้ตั้งมั่นแล้ว    สั่งสมแล้ว ปรารภดีแล้ว ตถาคตเมื่อมุ่งหวัง พึงดำรงอยู่ได้ ๑ กัป หรือเกินกว่า  ๑  กัป” 
 
            เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้ง ทรงทำโอภาสที่ชัดเจนแม้อย่างนี้
            ท่านพระอานนท์ก็ไม่อาจจะรู้ทันจึงไม่กราบทูลวิงวอนพระผู้มีพระภาคว่า
             “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดดำรงพระชนมชีพอยู่ตลอดกัป ขอพระสุคตโปรดดำรงพระชนมชีพอยู่ตลอดกัป เพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกเพื่อประโยชน์    เพื่อเกื้อกูล  เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย”   
            ทั้งนี้เป็นเพราะท่านพระอานนท์ถูกมารดลใจ
            แม้ครั้งที่    ๒    ฯลฯ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 10:03:34 AM โดย arlogo »
บันทึกการเข้า
แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแต่เรา ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา วิชชาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา

arlogo

  • 1.บรรพชิต
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +101/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1178
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
เสียงบ่นจาก ธัมมะวังโส เมื่อฉันได้ภาวนา พุทโธ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 09:28:02 AM »
0
    เสียงบ่นจาก ธัมมะวังโส เมื่อฉันได้ภาวนา พุทโธ
 
   " เมื่่อคราหนึ่งที่ฉัน ภาวนา ย้อนหลังไปจากนี้ 10 ปี เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ภาวนา คำว่า "พุทโธ" แบบจริงจัง ยามที่ฉันตื่น สิ่งที่ฉันนึกถึง ก็คือ พุทโธ ยามที่ ฉัน ทำกิจต่างๆ  สิ่งที่ฉันนึกถึงขณะนั้น ก็คือ พุทโธ แม้มานั่งเขียนในสมุด ฉันก็เขียนแต่ คำว่า พุทโธ ทุกเวลาของฉันขณะนั้น มีแต่คำว่า พุทโธ ไม่มีสิ่งอื่นยิ่งกว่า ที่ฉันจะนึำกได้ในขณะนั้น ก็คือคำว่า พุทโธ จะนั่ง จะยืน จะนอน จะเดิน ในขณะนั้น มีแต่คำว่า พุทโธ
ฉันทำอย่างนี้ถึง 7 เดือน ไม่เว้นแม้ วินาทีเดียวที่จะไม่นึกถึงนึก พุทโธ ฉันจึงได้รู้จัก พุทโธ อย่างพอสมควร"

พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ



ท่านทั้งหลาย ตอนนี้ได้ภาวนา พุทโธ กันแล้วหรือยัง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 06:07:02 PM โดย DANAPOL »
บันทึกการเข้า
แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแต่เรา ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา วิชชาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา

arlogo

  • 1.บรรพชิต
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +101/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1178
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
ผู้ปฏิบัติ ตามอิทธิบาท ย่อมถึงความสำเร็จ ในการภาวนา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 10:07:46 AM »
0

อีกประการหนึ่ง    เราได้บอกข้อปฏิบัติแก่สาวกทั้งหลาย    สาวกทั้งหลายของเรา
ผู้ปฏิบัติตามเจริญอิทธิบาท    ๔    ประการ
            คือ    ภิกษุในธรรมวินัยนี้
                        ๑.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิปธานสังขาร๑(สมาธิที่เกิดจาก
                                  ฉันทะและความเพียรสร้างสรรค์)
                        ๒.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร(สมาธิที่เกิดจาก
                                  วิริยะและความเพียรสร้างสรรค์)
                        ๓.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร(สมาธิที่เกิดจาก
                                  จิตตะและความเพียรสร้างสรรค์)
                        ๔.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิปธานสังขาร(สมาธิที่เกิด
                                  จากวิมังสาและความเพียรสร้างสรรค์)
            เพราะเจริญอิทธิบาท    ๔    ประการนั้นแล    สาวกของเราเป็นอันมากจึงได้บรรลุ
ที่สุดแห่งอภิญญาและอภิญญาบารมีอยู่

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 10:13:54 AM โดย arlogo »
บันทึกการเข้า
แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแต่เรา ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา วิชชาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา

arlogo

  • 1.บรรพชิต
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +101/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1178
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
อิทธิบาท 4 มาจากการวิจัย ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 10:22:01 AM »
0
พระสุตตันตปิฎก  สังยุตตนิกาย  ขันธวารวรรค  [๑.ขันธสังยุต]
มัชฌิมปัณณาสก์  ๓.  ขัชชนียวรรค  ๙.  ปาลิเลยยสูตร


เล่ม 17 หน้า 130


พระผู้มีพระภาคทรงทราบความคิดคำนึงของภิกษุนั้นด้วยพระทัยจึงรับสั่งเรียก
ภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า
            “ภิกษุทั้งหลาย    เราได้แสดงธรรมโดยการวิจัย    (การเลือกเฟ้น)    แสดง
สติปัฏฐาน    ๔    ประการโดยการวิจัย    แสดงสัมมัปปธาน    ๔    ประการโดยการวิจัย
แสดงอิทธิบาท    ๔    ประการโดยการวิจัย    แสดงอินทรีย์    ๕    ประการโดยการวิจัย
แสดงพละ    ๕    ประการโดยการวิจัย    แสดงโพชฌงค์    ๗    ประการโดยการวิจัย
แสดงอริยมรรคมีองค์    ๘    โดยการวิจัย    ภิกษุทั้งหลาย    เราได้แสดงธรรมโดยการ
วิจัยเช่นนี้    ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยการวิจัยเช่นนี้    แต่ก็มีภิกษุบางรูปในธรรมวินัย
นี้ยังเกิดความคิดคำนึงว่า    ‘เมื่อบุคคลรู้    เห็นอย่างไร    อาสวะทั้งหลายจึงสิ้นไปโดย
ลำดับ’
            เมื่อบุคคลรู้    เห็นอย่างไร    อาสวะทั้งหลายจึงสิ้นไปโดยลำดับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 10:28:05 AM โดย arlogo »
บันทึกการเข้า
แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแต่เรา ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา วิชชาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา

arlogo

  • 1.บรรพชิต
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +101/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1178
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
อิทธิบาท 4 เกี่ยวข้องกับ สมาธิ เป็นอย่างมาก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 10:22:47 AM »
0
   พระสุตตันตปิฎก  อังคุตตรนิกาย  จตุกกนิบาต  [๕.ปัฐจมปัณณาสก์]
              ๘.ราคเปยยาล  ๔-๓๐.ปริญญาทิสูตร
เล่มที่ 21 หน้า 341 
 
             ๓. อิทธิปาทสูตร
         ว่าด้วยการเจริญอิทธิบาทเพื่อรู้ยิ่งราคะ
            [๒๗๖]    ภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุควรเจริญธรรม    ๔    ประการเพื่อรู้ยิ่งราคะ
            ธรรม    ๔    ประการ๑    อะไรบ้าง    คือ
            ภิกษุในธรรมวินัยนี้
                            ๑.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิปธานสังขาร    (สมาธิที่เกิด
                                      จากฉันทะและความเพียรสร้างสรรค์)
                            ๒.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร    (สมาธิที่เกิด
                                      จากวิริยะและความเพียรสร้างสรรค์)
                            ๓.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร    (สมาธิที่เกิด
                                      จากจิตตะและความเพียรสร้างสรรรค์)
                            ๔.    เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิปธานสังขาร    (สมาธิที่
                                      เกิดจากวิมังสาและความเพียรสร้างสรรค์)
            ภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุควรเจริญธรรม    ๔    ประการนี้เพื่อรู้ยิ่งราคะ
               อิทธิปาทสูตรที่ ๓ จบ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 10:35:38 AM โดย arlogo »
บันทึกการเข้า
แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแต่เรา ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา วิชชาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา

arlogo

  • 1.บรรพชิต
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +101/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1178
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0


   คราเมื่อได้มีการปฏิบัติ ภาวนาพุทโธ แล้ว รู้สึกจะมีการนอนหลับที่เรียบง่าย คือ หลับง่ายและไม่ฝันร้าย นอนหลับไม่ทรมาน ตื่นขึ้นมาก้ได้นึกถึง พุทโธ พุทโธ ก่อน คือนึกอะไรไม่ออก นึกได้แต่ พุทโธ ตอนนั้น ภาวนาหลับก็หลับกับ พุทโธ ภาวนาอยู่อย่างนี้ในเดือนแรก ก็ยัง ยังไม่ได้เรื่องนะจ๊ะ แต่ ที่ชอบคือหลับง่าย ไม่ลำบากในเรื่องการหลับแบบเมื่อก่อน พอเดือนที่ 4 ตอนนั้นหลับได้ และ สามารถกำหนดได้ว่า ตอนที่หลับ ฉันหายใจเข้า หรือ หายใจออก  และ ตอนที่ตื่น ฉันก็กำหนดได้ ว่า ฉันหายใจเข้า หรือ หายใจออก นี่เป็นผลจากการฝึกภาวนา พุทโธ นะจ๊ะท่านอยากกำหนดได้มีสติ ก็ต้องฝึกภาวนากันให้มาก ๆ นะจ๊ะ ที่นี้จะเล่าเรื่อง

    เกี่ยวกับภาพ เรื่อง เหยียบต้นกล้วยข้ามฝั่ง ที่จริงต้องการวาดภาพ แต่ก็วาดไม่สำเร็จสักที ได้แต่พอจะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างภาพอย่างที่เห็น ก็ืืำทำได้เท่านี้ แต่ก็ยังต่างจากที่เห็นจริง ลิบลับ เลย ภาพยังเปรียบกันไม่ได้ ใครเป็นช่างฝีมือวาดภาพ มาฟังลักษณะและวาดให้หน่อยก็ดีนะ

    ยังไม่เล่าก็แล้วกัน ดูความสนใจผู้อ่านก่อน รอจดหมายต้องการอ่านเรื่องนี้ก่อน....

    เจริญพร


     ;)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 12:19:56 PM โดย tcarisa »
บันทึกการเข้า
แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแต่เรา ปัญญาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา วิชชาเกิดขึ้นแล้วแต่เรา

สมภพ

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 485
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อนุโมทนา สาธุ ครับ
ผมอยากอ่าน เรื่อง เหยียบต้นกล้วยข้ามฝั่งครับ

  :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า

หมิว

  • ศิษย์ตรง
  • มีเหตุมีผล
  • *****
  • ผลบุญ: +3/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 398
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อ่านแล้ว สิ่งที่พระอาจารย์ กำลังพยายามบอกในที่นี้ก็คือ ผู้ที่ภาวนาไม่สำเร็จ ก็ขาด อิทธิบาท 4 ใช่หรือไม่คะ

 พยายามทบทวน ว่าอิทธิบาท 4 หมายถึงความขยัน ใช่หรือไม่คะ แต่ยิ่งได้อ่านพระพุทธพจน์ด้วยแล้ว แสดงว่า

อิทธิบาท 4 นี้เกี่ยวพันกับสมาธิ ไม่เหมือนที่ตนเองนึกไว้แบบเมื่อก่อนเลยคะ .....

  แสดงว่ายังมีเรื่องที่ หนู ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่อง อิทธิบาท 4 จริงอีกเป็นแน่ ...

   อยากให้พระอาจารย์ บรรยายธรรม อิทธิบาท 4 คะ จะรอฟัง ทาง RDN คะ ( บอกเวลาหนูด้วยนะคะ )

   :c017: :58: :25:
บันทึกการเข้า
ใจดี น่ารัก และ ไม่ชอบคนที่กวน...ใจ
แสงพระธรรม นำทาง นำสู่ใจ ได้รับแสงสว่าง
แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี

tcarisa

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +9/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 524
  • ก้าวน้อย แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เมื่อก่อนเคยคิดว่า พระอาจารย์ พูดเล่นคะตอนที่พระอาจารย์กล่าวว่า ฉันอยู่กับพุทโธ 7 เดือนเต็มๆ คะ พอได้เห็นและรู้จากครู นภา ว่า พระอาจารย์ นั่งคัดลายมือใส่สมุด ฟูลสแกรป 7 เล่ม ด้วยการเขียนแต่คำว่า พุทโธ ตามที่พระอาจารย์ท่านสั่ง และ ได้ทราบจึงเข้าใจคะ ว่า พระอาจารย์ไม่ได้พูดเล่นตรงส่วนนี้ ศิษย์ที่อุปถัมภ์ ใกล้ ๆ ก็คงได้เห็นสมุดนี้กันมาบ้างแล้ว ดิฉันเองยังไม่มีวาสนาเห็น แต่ทราบกิตติศัพท์ว่า พระอาจารย์ สามารถเขียนคำว่า พุทโะ ลงในกระดาษ A4 ได้อย่างกับเครื่องพิมพ์ เลย

  จึงเข้าใจแล้วคะ ถ้าภาวนาเอาจริง ๆ ต้องทำได้ แน่ ๆ คะ
 
   ยิ่งพระอาจารย์มากล่าวในที่นี้ว่า สามารถกำหนดรู้ได้แม้ว่า ตอนที่หลับหายใจเข้า หรือ หายใจออกด้วย ตอนที่ตื่น ก็สามารถกำหนดรู้ได้ด้วยว่า หายใจเข้า หรือ หายใจออก อย่างนี้อีกด้วยจัดได้ว่า ต้องมีการภาวนา ด้านอานาปนสติ ขั้นที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้

   ขอบคุณพระอาจารย์ ที่ช่วยชี้นำเรื่อง อิทธิบาท 4 คะ

  :58: :25: :25: :25: :c017:
บันทึกการเข้า
เราเป็นหน่ออ่อน ที่รอการเติบโต
จึงขอสั่งสมบารมีธรรม เพื่อพระนิพพาน

Namo

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 206
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: สาระธรรมะวันนี้ "ภาวนากรรมฐานอย่างไร ประสบความสำเร็จ"
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 12:23:26 PM »
0
ดูจากจำนวนการอ่าน ก็รู้แล้วคะ หลาย ๆ ท่านติดตามสนใจ สาระธรรมจากพระอาจารย์ กันอยู่นะคะ

อนุโมทนาสาธุ คะ

  :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า

magicmo

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 122
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: สาระธรรมะวันนี้ "ภาวนากรรมฐานอย่างไร ประสบความสำเร็จ"
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 04:33:14 PM »
0
ขอบคุณมากๆนะคับ
บันทึกการเข้า
ขายส่งชุดชั้นในราคาไม่แพงเครื่องกรองน้ำ ดื่มสะอาดสนามกีฬา ฟุตบอลหญ้าเทียม เช่าราคาถูก

เด็กวัด

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 150
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0

 
    ยังไม่เล่าก็แล้วกัน ดูความสนใจผู้อ่านก่อน รอจดหมายต้องการอ่านเรื่องนี้ก่อน....

    เจริญ

   ติดตามอ่านเรื่องนี้อยู่ด้วยครับ เล่าเป็นการส่วนตัวก่อนได้หรือไม่ ครับ หรือว่ามีศิษย์ท่านไหนได้ฟังแล้วช่วยเล่าได้หรือไม่ครับ


   :25: :c017:
บันทึกการเข้า

Goodbye

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 61
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0


ชื่นชมคะ
สนใจเรื่องต้นกล้วยข้ามฝั่งคะ
 :25: :25: :25:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 20, 2012, 06:55:17 PM โดย Goodbye »
บันทึกการเข้า

timeman

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 91
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เรื่องนี้อ่านดี ครับ แนะนำครับ ควรได้อ่านทุกท่านครับ ผมเองอ่านมาตั้งแต่ตี 5 แล้ว รู้สึกประทับใจกับเรื่องนี้ กระทู้นี้ครับ
ขอบคุณพระอาจารย์ ที่ชี้แนะ วันนี้ออกพรรษา เจริญธรรม ตามที่ได้เชิญชวนกันไว้นะครับ

  :c017: :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า
ทะลุมิติ มาหา ความจริง ของตัวเอง

winyuchon

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 125
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อนุโมทนา ครับ อ่านดีจริง ๆ ครับ รู้สึกว่าปฏิบัติ ตามขณะอ่านได้เลยครับ
  :s_hi: :c017:
บันทึกการเข้า