ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ธาตุ คือ สิ่งใดทรงไว้ ซึ่งความเป็น ด้วยตนเอง มีรูปแบบ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป  (อ่าน 231 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 7106
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
ธาตุ คือ สิ่งใดทรงไว้ ซึ่งความเป็น ด้วยตนเอง มีรูปแบบ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ด้วยกฏแห่งพระไตรลักษณ์
ธา ธาตุ ในความทรงไว้ โดยธรรมชาติ
ธาตุ แบ่งออกเป็น 2 ทวารา ( 2 ประตู ทาง )
ธาตุ ที่สัมผัสได้ ด้วย ปัญจะทวารา มี เห็น ฟัง กลิ่น รส สัมผัส ชื่อว่าธาตุ ภายนอก
ธาตุที่สัมผัสได้ ด้วย มโนทวารา มี อากาศ มีใจ มีธรรมสภาวะ ชื่อว่า ธาตุภายใน
ทำไมต้องเข้าใจ เรื่อง รูปนาม
เพราะการเข้าใจเรื่อง รูปนาม จะทำให้เข้าไปจัดการ อวิชชา ได้ถูกต้อง แก้ถูต้อง คลายทุกข์ได้ถูกต้อง
สมมุติ เราถูกเขาด่า ( จะถูกหรือผิดก็ตาม ) แต่ถ้าไม่เข้าใจปัญหาว่ามันเกิดตรงไหน เราก็จะแก้ผิดทาอง
ส่วนใหญ่ คนจะแก้ ที่ รูปภายนอก คือ ดับ หลีก ลี้ หนี จาก
ถ้าคนมีหลักธรรมเบื้องต้น ก็จะแก้ ที่รูปภายใน คือ การปล่อยวาง อดทน ข่มกลั้น รู้ตามความเป็นจริง
ดังนั้นการเข้าใจ รูป นาม เป็นเพียงเบื้องต้น เท่านั้น ไม่ใช่หลักธรรมขั้นสูงอะไรเลย ที่ต้องรูเห็นตามความเป็นจริง มีมากกว่านั้น ดังนั้นการเข้าไปประจักษ์ความจริง ของ รูป นาม จึงไม่ยังไม่สิ้นสุด ของกิเลส เพราะเป็นการแยก ความชัดเจน ของธาตุ เท่านั้น
ตัวธาตุ จริง ยังมีความซับซ้อน อีก หลายประการ
มีสังขาร เป็นเครื่องปรุงแต่ง มีเวทนา เป็นเครื่องผูกพัน
มีตัณหา เป็นตัวดำเนินกิจ มีอุปาทาน เป็นตัวยึดถือว่าเป็นเรา
ดังนั้นการประจักษ์ ความจริง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ไม่ใช่การสิ้นกิเลส เพียงเข้าใจ เหตุ และ ผล เบื้องต้น
เขาด่า เรา ๆ ก็โกรธ เออ มันน่าแปลกใจ ไหม ?
ไม่น่าแปลกใจ เลย เพราะมันเป็นตัวเรา
เขาด่า ลูกเรา พ่อเรา แม่เรา คนรักของเรา ทำไมจึงไปโกรธอีก ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรา
ก็เพราะว่า ตัวเรา มันขยาย ความเป็นเรา ไปสู่ อัตตาอื่น ๆ นั่นไง อัตตา เหลานี้เรียกว่า บ่วง
ดังนั้นการเข้าใจ เหตุผล แห่งรูปนาม ก็จะทำให้มีความสุขในเบื้องต้น ไม่ใช่ท่ามกลาง และที่สุด
แต่คนส่วนใหญ่ ล้วนพอใจ ในสุขเบื้องต้น จึงไม่ดำเนินไปสู่ มรรค ที่พระพุทธเจ้า ชี้ไว้ เพราะ ว่า หนทางแห่งมรรค มันต้อง สละ ตัณหา
เพราะถ้าเข้าสู่การสละ ตัณหา มันไม่ใช่เพศของฆราวาสที่จะอยู่ได้แล้ว มันเป็นเพศของ นักบวช ( เนกขัมมะ ) ตรง ๆ ดังนั้นคุณธรรมการเห็นธาตุ จึงหยุดอยู่แค่ พระ โสดาบัน เท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม การมองเห็น รูปนาม รูปกาย รูปจิต มีความสำคัญ ต่อการวิปัสสนาเป็นอย่างมาก
เจริญธรรม / เจริญพร
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ