ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
  Messages   Topics   Attachments  

  Topics - wayu
หน้า: [1]
1  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / เข้าอ่าน ห้อง กัจจายนะ และ ห้องศิษย์สายตรงไม่ได้ ครับ เมื่อ: เมษายน 06, 2018, 06:56:43 AM
เข้าอ่าน ห้อง กัจจายนะ และ ห้องศิษย์สายตรงไม่ได้ ครับ

คือ ผมจำได้ว่า เคยเข้าอ่านห้องศิษย์สายตรงได้ ครับ แต่ปัจจุบัน เข้าอ่านไม่ได้ ไม่ทราบผมทำอะไรผิดครับ ถึงไม่ให้ผมเข้าอ่าน ครับ

ขอบคุณ ครับ

 :25: :25: :25:
2  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน ม.หอการค้าไทย "ธรรมะสัญจร ครั้งที่ 5" 7-10 ก.พ.56 เมื่อ: มกราคม 08, 2013, 04:17:35 AM
ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน ม.หอการค้าไทย
ขอเชิญร่วมโครงการ
"ธรรมะสัญจร ครั้งที่ 5"
ระหว่างวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์ 2556
ณ จังหวัด นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด


กำหนดการ ธรรมะสัญจร ครั้งที่ 5
นครพนม-สกลนคร-มุกดาหาร-ร้อยเอ็ด
วันที่ 7-8 -9 -10 กุมภาพันธ์ 2556

1.วัดอรัญญวิเวก
2.วัดป่าภูริทัตตถิราวาส
3.วัดป่าสุทธาวาส
4.วัดพระธาตุเชิงชุม
5.วัดป่าหนองไผ่
6.วัดป่านาคนิมิตต์
7.วัดดอยธรรมเจดีย์
8.วัดพระธาตุพนม
9.สำนักชีบ้านห้วยทราย
10.วัดป่าวิเวกวัฒนาราม
11.วัดป่าสุนทราราม
12.พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

--------------------
วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556
17.00น. ลงทะเบียนที่ห้องชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน อาคาร 18 ชั้น 2
17.30น. สวดมนต์ทำวัตร,จับบัดดี้
19.30น. ออกเดินทางไปภาคอิสาน

วัดศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556
06.00น. ถึงวัดอรัญญวิเวก อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม รับประทานอาหารเช้า,นมัสการเจดีย์หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม
10.00น. ออกเดินทางไปวัดป่าภูริทัตตถิราวาส อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
11.00น. ถึงวัดป่าภูริทัตตถิราวาส นมัสการหลวงพ่อพยุง ชวนปัญโญ
12.30น. ออกเดินทางไปวัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร
13.30น. ถึงวัดป่าสุทธาวาส นมัสการพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และ เจดีย์ หลวงปู่หลุย จันทสาโร
14.00น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
15.30น. ออกเดินทางไปวัดพระธาตุเชิงชุม
15.45น. ถึงวัดพระธาตุเชิงชุม,นมัสการเจดีย์พระธาตุเชิงชุม
16.15น. ออกเดินทางไปวัดป่าหนองไผ่
16.450น. ถึงวัดป่าหนองไผ่ นมัสการหลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม,เก็บสัมภาระเข้าที่พัก
19.00น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิภาวนา
22.00น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556
04.00น. ตื่นนอน ทำสรีระกิจส่วนตัว
05.00น. ออกเดินทางไปวัดป่านาคนิมิตต์
06.30น. ถึงวัดป่านาคนิมิตต์ ตักบาตรเช้า,รับประทานอาหาร นมัสการหลวงปู่อว้าน เขมโก
09.00น. ออกเดินทางไปวัดดอยธรรมเจดีย์
09.20น. ถึงวัดดอยธรรมเจดีย์ นมัสการหลวงปู่แบน ธนากโร ,นมัสการเจดีย์หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ
11.00น. ออกเดินทางไปวัดพระธาตุพนม
12.00น. ถึงวัดพระธาตุพนมนมัสการเจดีย์พระธาตุพนม,พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน
14.00น. ออกเดินทางไปสำนักชีบ้านห้วยทราย
15.30น. ถึงสำนักชีบ้านห้วยทราย นมัสการเจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์
15.50น. ออกเดินทางไปวัดป่าวิเวกวัฒนาราม
16.00น. ถึงวัดป่าวิเวกวัฒนาราม นมัสการหลวงปู่จาม มหาปุญโญ
18.00น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิภาวนา
21.00น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556
04.00น. ตื่นนอน ทำสรีระกิจส่วนตัว
05.00น. ออกเดินทางไปวัดป่าสุนทราราม
07.00น. ถึงวัดป่าสุนทราราม ตักบาตร,รับประทานอาหารเช้า,นมัสการหลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร
09.00น. ออกเดินทางไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
10.00น. ถึงพระมหาเจดีย์ชัยมงคล นมัสการเจดีย์ชัยมงคล,พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน
13.00น. เดินทางกลับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
24.00น. ถึงมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย


รับจำนวน 55 คน เดินทางโดยรถบัสแอร์ 1 คัน
ค่าเดินทาง อาจารย์และบุคคลทั่วไป 2,300 บาท/นักศึกษา 650 บาท
รวมทั้งจะได้รับหนังสือค่ายท่านละ 1 เล่ม
***ราคานักศึกษาเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาตรีเท่านั้น***

*** ผู้สนใจ ติดต่อที่ ***
089-0779903(แนน) 086-6688487(ดาส)

ท่านสามารถชำระค่าเดินทางได้ 2 วิธีโดย
1. มาชำระด้วยตัวเองที่ห้องชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน ม.หอการค้าไทย อาคาร 18 ชั้น 1 (ฝั่่งรถบัส)
2. โอนทาง ATM มาที่ ธนาคารไทยพาณิช ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 201 2345 448 ชื่อบัญชี นางสาวจินตนา แขไข ท่านที่ชำระค่าเดินทางผ่านตู้ ATM เมื่อท่านโอนแล้วกรุณาโทรมาแจ้งที่ 089-0779903 (แนน) และเก็บหลักฐานการโอนมาแสดงในวันขึ้นรถ

หมายเหตุ :
1.ท่านกรุณาชำระค่าเดินทางภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ท่านโทรมาสมัคร มิฉะนั้นถือว่าท่านสละสิทธิ์
2.ผู้ร่วมเดินทางทุกท่านควรเตรียม ชุดกันหนาว ผ้าห่มไปด้วย เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฤดูหนาวอากาศเย็นมาก

www.kammatanclub.com เวปไซต์เครือข่ายพุทธธรรมกรรมฐาน
www.facebook.com/utcckammatanclub เฟสบุ๊คชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน ม.หอการค้าไทย
3  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ฝึกกำหนดหนอ อยู่ ครับ ถ้าฝึกกรรมฐาน มัชฌิมา ด้วยจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ครับ เมื่อ: มิถุนายน 16, 2012, 01:29:26 PM
ฝึกกำหนดหนอ อยู่ ครับ ถ้าฝึกกรรมฐาน มัชฌิมา ด้วยจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ครับ

  คือตอนนี้ฝึกกำหนด หนอ อยู่ที่คณะ5 วัดมหาธาตุ ครับ

  ถ้าผมมาฝึกกรรมฐาน มัชฌิมา ร่วมด้วย จะเป็นอุปสรรคหรือไม่ครับ เพราะไม่อยากทิ้งการฝึกหนอที่ฝึกมาหลายปีครับ ไม่ทราบควรทำอย่างไร ดีครับในตอนภาวนา หรือ ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ โปรดแนะนำด้วยครับ


   :c017:

 
4  ธรรมะสาระ / ห้อง_ด า ว น์ โ ห ล ด / มัดรวม วีดีโอ ธรรม กรรมฐาน สายวัดป่า หลายรูป ครับ เมื่อ: มกราคม 06, 2012, 01:48:35 AM
พระธรรมเทศนาโดยหลวงปู่ท่อน ญาณธโร 19 ธันวาคม 2552 ณ ที่พักสงฆ์ กม.27 ดอนเมือง



พระธรรมเทศนาโดยหลวงปู่สุธรรม สุธัมโม ณ วัดป่าหนองไผ่ สกลนคร เมื่อ 31 ธ.ค.52-1 ม.ค. 53


พระอาจารย์เยื้อน ขันติพโล แสดงพระธรรมเทศนา ณ พุทธมลทล 16 มกราคม 2553


พระอาจารย์ อำนาจ โอภาโส แสดงธรรม "อยู่กับรู้" ณ ห้องปิ่นเกล้าโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
14 สิงหาคม 2554 12:00-14:00


2 มี.ค. 2554 พระธรรมเทศนาในงานบำเพ็ญกุศลค่ำ งานพระราชทานเพลิงศพหลวงตามหาบัว)
โดยพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดอุดมมงคลวนาราม (วัดป่านาคำน้อย) อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี
คลิป1


คลิป2 ช่วง ท้ายมีภาพงานหลวงตา 2-6มี.ค.54


หลวงตาบัวเทศนา ณ สวนแสงธรรม 19 ธ.ค.2549


หลวงตาบัวเทศนา ณ วัดป่าบ้านตาด 12 ส.ค.2553 หลวงตาครบ 97ปี



หลวงปู่ทิวา แสดงธรรม ณ ที่พักสงฆ์ กม.27 ดอนเมือง 19 ธ.ค.2553


หลวงปู่อุทัย แสดงธรรม ณ ที่พักสงฆ์ กม.27 ดอนเมือง 18 ธ.ค.2553


หลวงปู่อุทัย แสดงธรรม ณ วัดป่ามณีกาญจน์ เนื่องในงานกฐิน
และแสดงมุทิตาจิตแด่ พระอาจารย์สาคร ธัมมาวุโธ อายุครบ 65ปี
24 ต.ค.2553


หลวงพ่อแบน ธนากโร แสดงธรรมในโอกาสงานถวายเพลิงศพหลวงปู่ฟัก 12 ธ.ค.2553


สำหรับอันนี้ไม่ใช่พระธรรมเทศนาแต่ดูแล้วปีติ อยากให้ดูกัน
เพลงตามรอยบัว ภาพวีดีโอที่ผมถ่ายและตัดต่อ ณ วัดป่าบ้านตาด 12 ส.ค.2553
http://www.youtube.com/watch?v=vPUtLHBm8Dw#ws (Embedding disabled, limit reached)


คลิปพระธรรมเทศนาโดยหลวงปู่พุทธอิสระ 21 ส.ค.54 รพ.พระปิ่นเกล้า
http://www.youtube.com/watch?v=oOddKY1ua6I#ws (Embedding disabled, limit reached)

คลิปพระธรรมเทศนาโดยหลวงปู่พุทธอิสระ 18 ก.ย.54 รพ.พระปิ่นเกล้า
http://www.youtube.com/watch?v=OjWMuOMC4EI#ws (Embedding disabled, limit reached)


พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์มิตซูโอะ เควสโก วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ สวนโมกข์กรุงเทพ
http://www.youtube.com/watch?v=lMHhK7ZJgJk#ws (Embedding disabled, limit reached)

คลิปพระธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อดำรงค์ สุจิตโต วัดปลื้มพัฒนาวาส 18 ธ.ค.54 ณ วัดเบญจมบพิตร
http://www.youtube.com/watch?v=5g3CgcNzDLQ#ws (Embedding disabled, limit reached)


จากคุณ    : look4images
5  ธรรมะสาระ / ห้อง_ด า ว น์ โ ห ล ด / เพลงเย้ยยุทธจักร ฟังดี ๆ สอนคนหลง โลกธรรม เมื่อ: ธันวาคม 13, 2011, 08:03:13 PM
http://www.youtube.com/watch?v=5JozCT3bCgQ# (Embedding disabled, limit reached)

เย้ยยุทธจักร(แปล)

                ทะเลสรวลเสร่า                                   คลื่นซัดซ่าถาโถมฝั่ง

คลื่นไปแต่เรายัง                                                  กำเนิดได้ไม่นานเลย

                สวรรค์สรวลสันต์ร่า                            แม้โลกาไม่นิ่งเฉย

สุขทุกข์อยู่ตามเคย                                               และวุ่นวายไปตามกรรม

                ใครแพ้หรือชนะ                                  สุดที่จะรู้กระทำ

ตัวเราไป่รู้ซ้ำ                                                         มีเพียงฟ้าที่ทราบดี

                ภูผาระเริงเร้า                                        พิรุณเล่าก็ห่างหนี

เกลียวคลื่นสงบดี                                               โลกฤๅหยุดนินทาหรือ

                ไยไพในผยอง                                      เย้ยยิ้มย่องมิอออือ

นิ่งเงียบสงบคือ                                                    รูปปั้นตั้งอยู่เดียวดาย

                เพื่อนหรือ?ผ่านไปแล้ว                       เสียงเคยแว่วโอ้ใจหาย

โศกาอยู่เดียวดาย                                                  จะหาผู้รู้ไป่มี

                ยิ้มเย้ยอย่างผยอง                                  หยิ่งลำพองเหมือนทุกที

โอ้ช่างน่าบัดสี                                                      ชีวิตข้าช่างโสมม

                ล่องลอยอยู่เคว้งคว้าง                          อยู่ท่ามกลางความขื่นขม

เปลี่ยวเปล่าเศร้าระทม                                        อย่างเดียวดายในกลางชล

                หมดเอยหมดหวังแล้ว                        ไม่ผ่องแผ้วซ้ำหมองหม่น

ใจเราช่างทุกข์ทน                                                แก้ให้ดีไม่มีหวัง

                ยิ้มเย้ยยุทธจักร                                     มีคนรักและคนชัง

ดีชั่วอย่าคาดหวัง                                                  ความจริงเผยก็รู้เอย
6  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / ประกาศ วัดมเหยงค์ เลื่อนการฝึกออบรมเนื่องด้วย อุทกภัย เมื่อ: ตุลาคม 07, 2011, 09:24:48 AM


โปรดแจ้งข่าวกันต่อ ทางเมล ด้วยนะครับ สำหรับศิษย์วัดมเหยงค์ อยุธยา ครับ

 :25: :'(
7  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ส่วนที่ ลพบุรี ตอนนี้ความเสียหายเป็นวงกว้าง ครับ ติดตามจาก.... เมื่อ: ตุลาคม 06, 2011, 08:53:40 PM
สรศักดิ์ ทับทิมพราย / น.ส.นภาภัทร ทับทิมพราย
http://videolink.nationchannel.com/data//2011/10/05/i7j65kkgaA8adB9c977B9.mp4 (Embedding disabled, limit reached)   

      เสียหายยับกลุ่มโอท็อปดังของลพบุรี หมดเป็นล้าน เพราะอยู่ติดริมแม่น้ำลพบุรีๆไม่ห่างจากประตูระบายน้ำวัดมณีชลขัณฑ์ โอดมีแต่เสียงร่ำไห้เพราะได้ความเสียหายจากความบ้าคลั่งของแม่น้ำที่หลากมา จากบางโฉมศรี ในความดูแลของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช


      นายประสิทธิ์ เกิดบำรุง วัย 52 ปี กลุ่มผลิตภัณฑ์ ปลาส้มฟักป้าแอ๊วลพบุรี และ กลุ่มปลาส้มฟัก ลพบุรี เป็นสินค้าโอท็อปขึ้นชื่อ เลขที่ 45 หมู่ 8 ตำบลพรหมมาสตร์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลมาจากบางโฉมศรี อย่างบ้าคลั่ง ไหลท่วมทำลายทุกอย่างทำให้นายประสิทธิ์ หมดเป็นล้าน บ้านที่ทำเป็นโรงงาน ปลาส้มฟัก มีตู้คอนเทเนอร์ 2 ตู้เป็นคอนเทเนอร์แช่ปลา โดยน้ำพัด จมคว่ำ ปลาที่แช่เย็นในตู้ 2 ตู้หมดไปกับน้ำที่ไหลบ่า ปลาส้มที่หอแล้วอีกจำนวนมากต้องจมน้ำ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ จำน้ำเสียหายหมด เครื่องที่สั่งมาก็จมน้ำเสียหาย
   

      น้ำยังไหลทะลักอย่างบ้านคลั่ง ผ่านทางบางโฉมศรี ที่แยก เข้าท่วมบ้านเรือนในเขตตำบลโพธิ์เก้าต้น ที่ เล้าหมูของนายปรีชา เม่งรักษ์ 2/4 หมู่8 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง ขนย้ายหมู พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไม่ทัน แม่พันธุ์หมู จมน้ำตาย ไป 20 กว่าตัว ส่วนที่เหลือ 450 กว่า ได้พรรคพวกมาช่วยกันขนไปไว้ที่จังหวัดราชบุรี ไม่อย่างนั้นไม่มีอะไรเหลือ ทุกคนได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของผู้ที่ถูกน้ำท่วมโรงสีข้าว ของนายสมนึก ชูศรี ก็เช่นกัน เสียหายอย่างหนัก ข้าวเปลือกที่กองอยู่โดนน้ำท่วม และน้ำยังเข้าท่วมฟาร์มหมู ของนายปรีชา เม่งรักษ์ ราษฎร หมู่ที่ 8 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง

      น้ำในแม่น้ำลพบุรีได้ไหลหลากกระแทก เข้าท่วมถนนสายลพบุรี – บ้านแพรก ระดับน้ำสูงขึ้นเป็นเมตร แถมฝนยังตกกระหน่ำซ้ำเติมทำให้ระดับเพิ่มขึ้น ถนนสายลพบุรี –บ้านแพรก ถนนสายลพบุรี ท่าวุ้ง บางช่วง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ พร้อมกันนั้นถนนสายนี้ตรงตำบลโพธิ์เก้าต้น ถูกน้ำกัดเซาะแทบจะขาด ทางแขวงการทางจึงต้องนำเสาเข็มมาตีกั้นทางน้ำเข้าไว้เพราะหวั่นน้ำกันเซาะ ถนนขาด ขณะเดียวกันฝนตกลงมาอย่างหนัก
8  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ตร.ตรวจวัดตะล่อม หลังรับแจ้งมีพระต่างชาติมากางเต็นท์นอนร่วม400รูป เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 11:24:22 PM


ตร.ตรวจวัดตะล่อม หลังรับแจ้งมีพระต่างชาติมากางเต็นท์นอนร่วม400รูป

เมื่อ เวลา 04.00 น. วันที่ 17 มี.ค. พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รองผบก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเสาธง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าไปตรวจสอบภายในวัดตะล่อม แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม. หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีพระอาศัยอยู่ในวัดจำนวนมาก และจะออกบิณฑบาตรจนถึงตอนบ่าย และจะเลือกรับเฉพาพอหารแห้งกับปัจจัย ส่วนอาหารสดจะนำไปทิ้ง อาหารแห้งจะนำมาขายให้กับร้านค้าที่อยู่ในวัด


พ.ต.อ. ชาติชายกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีพระอยู่จำนวนทั้งสิ้น 400 รูป เป็นพระที่มาจากประเทศอินเดีย บังกลาเทศศรีลังกา กัมพูชา และประเทศลาว ภายในวัดมีเต็นท์กางอยู่หลายสิบหลัง จากการตรวจสอบพบว่ามีพระจากประเทศอินเดีย 12 รูป และเณรอีก 1 รูป ไม่มีไม่มีหนังสือเดินทาง ส่วนการตรวจสอบเอกสารรับรองการบวชพระ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จากสำนักพุทธศาสนา


พระมหาบุญถึง ชุตินธโร เจ้าอาวาสวัดตะล่อม เปิดเผยว่า ตนเองเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาไทย อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของคณะสงฆ์ และประเทสไทยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาทางพูทธศาสนา จึงมีพระจากหลายประเทศทั่วโลกเดินทางมาศึกษาที่ประเทศไทย โดยไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนของพระ พระส่วนหนึ่งมาพักอยู่ที่วัดนี้โดยทั้งหมดเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องและมีใบ รับรองการบวชพระอย่างถูกต้อง ชาวบ้านคงเห็นพระอยู่กันจำนวนมาก ไม่รู้ว่าเป็นพระที่เดินทางมาศึกษา และพระเหล่าได้ทำกิจของสงฆ์เหมือนพระไทย มีการทำวัตรเช้าเย็น ส่วนการบิณฑบาตรเกินเวลานั้นเป็นเรื่องจริง คือพระจากต่างประเทศ มีเวลาการบิณฑบาตรไม่เหมือนพระไทย บางประเทศบิณฑบาตรถึง 10.00 น. แต่ตนเองก็ได้ชี้แจง ให้พระเหล่านั้นให้ปฏิบัติให้ถูกต้องเหมือนพระสงฆ์ไทย



พระ เทพสิทธิเมธี เจ้าอาวาสวัดจันทาราม ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีมีพระต่างประเทศ เข้ามาอาศัยพำนักในวัดตะล่อม ว่า ยังไม่ได้เอาผิด เพียงแต่ได้ตักเตือนและสั่งการให้เจ้าอาวาสดูแลพระต่างประเทศที่จะเข้ามาจำ พรรษาอย่างเข้มงวดมากที่สุด พร้อมรายงานให้เจ้าคณะผู้ปกครองรับทราบภายใน 7 วัน เพราะถือว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก จึงต้องรับพระจากต่างประเทศมาจำพรรษาในประเทศไทย สำหรับกรณีที่มีการกล่าวหาว่า มีการนำของบริจาคมาจำหน่ายนั้น ได้สอบถามเจ้าอาวาสแล้ว ทางวัดเป็นผู้จัดทำเองเพื่อหาปัจจัยมาช่วยค่าน้ำค่าไฟ ส่วนทางกฎหมายบ้านเมืองนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการตักเตือน อย่างไรก็ตามสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระต่างประเทศมาอยู่วัดตะล่อมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากบางวัดไม่รับพระเหล่านี้ ก็จะบอกให้มาที่วัดตะล่อม จึงทำให้วัดดังกล่าวมีพระต่างประเทศเป็นจำนวนมาก



นาย นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีวัดตะล่อม เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นคนรับผิดชอบหลัก พระที่ไม่ถูกต้องจะต้องถูกจับสึกและก็เนรเทศออกจากประเทศไป ทางเจ้าคณะกรุงเทพฯก็รับทราบปัญหาและตรวจจับเองแล้ว ซึ่งได้มีการพูดคุยกับเจ้าอาวาสตามสายการปกครอง ตามหลักการแล้ว เจ้าอาวาสจะต้องมีการรายงานให้เจ้าคณะผู้ปกครองได้รับทราบว่า ขณะนี้มีพระต่างประเทศมาจำพรรษาอยู่กี่รูป ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการดำเนินการ ทั้งนี้หากว่ากันตามความผิดแล้ว เจ้าอาวาสท่านจะเจอใน 2 กรณี คือ 1.ให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าว เข้าเมืองไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.กรณีพระถูกต้องท่านไม่เคยทำหลักฐานเป็นพระจากที่ไหนรวมทั้งไม่รายงานให้ เจ้าคณะผู้ปกครองรับทราบ โดยอ้างแค่เพียงว่า เป็นพระมาเรียนของมหาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง ซึ่งยังไม่เพียงพอ เพราะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ถือว่ามีความผิดทางคณะสงฆ์ สำหรับความผิดนั้น ก็คงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน และอยู่กับเจ้าคณะผู้ปกครองว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาโทษทางอาญา และศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้เจ้าคุก เจ้าอาวาสก็จะต้องสึก แต่หากแค่ปรับหรือตักเตือน ก็ไม่ต้องสึก

จากคุณ    : พีทีดี
9  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / โธ่ ตายซะดีกว่าไหม ( เล่าด้วยภาพ หวาดเสียว ) เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 11:11:22 PM
10  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เปลี่ยนชีวิตด้วยวิถีแห่งโดราเอมอน เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 01:02:19 AM

 
เปลี่ยนชีวิตด้วยวิถีแห่งโดราเอมอน
 


ไม่ว่าจะเติบโตมากับยุคสมัยไหน เชื่อได้อย่างหนึ่งว่า "โดราเอมอน" ผลงานเขียนของ "ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ" เป็นหนึ่งในตัวการ์ตูนในดวงใจของเด็กๆ จำนวนมาก
       ในประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดของโดราเอมอนเองได้ประกาศให้โดราเอมอนเป็น วรรณกรรมเอกประจำชาติเรื่องหนึ่ง และผู้อ่านโดราเอมอนก็พัฒนาระดับการอ่านจากอ่านเพื่อความบันเทิงหรือเพื่อ จรรโลงใจเป็นอ่านในเชิงวิเคราะห์เจาะลึกประเด็นต่างๆ เกิดเป็นศาสตร์ที่เรียกว่า  "โดราเอมอนศึกษา"  ขึ้นมา โดย "โยโกยาม่า ยาสุยุกิ" ก็ได้เป็นอาจารย์สอนวิชานี้อยู่ด้วย ที่มหาวิทยาลัยฟุคุยะมา และเป็นผู้ก่อตั้ง  "ห้องสมุดโดราเอมอน"  และผู้สร้างโฮมเพจ "หลักสูตรโดราเอมอนศึกษา"

ก่อนหน้าหนังสือ  "วิถีแห่งโดราเอมอน ฝึกสอนคนขี้แพ้ให้เป็นผู้ชนะ"  มีหนังสือชื่อ  "วิถีแห่งโนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน"  ออกมาก่อนแล้ว โดยผู้เขียนคนเดียวกัน จากหนังสือการ์ตูนบันเทิงใจเด็กๆ กลายเป็นเป็นหนังสือ how to ที่สามารถแนะนำคนขี้แพ้ คนไม่เอาถ่าน ลุกขึ้นมาทำหลายๆ เรื่อง ที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้

     พอมาถึงหนังสือเล่มนี้ จะถูกมองในอีกมุมหนึ่ง นั้นคือวิถีแห่งโดราเอมอน ทำอย่างไรถึงสามารถทำให้ "โนบิตะ" คนขี้เกียจ ชอบนอนกลางวัน ไม่ชอบทำอะไรใหม่ๆ ที่คิดว่ายาก ตัวเองทำไม่ได้หรอก ไม่ชอบทำอะไรที่ต้องออกแรง ใช้กำลัง และอีกมากมายก่ายกอง ที่เสมือนเป็นหลุมดำในจิตใจของโนบิตะ และหากสิ่งเหล่านี้ยังสั่งสมต่อไปเรื่อยๆ อนาคตของโนบิตะคงหนีไม่พ้นคำว่าล้มเหลวในชีวิต

 " นั่นเพราะหลายสิ่งที่โดราเอมอนปฏิบัติต่อโนบิตะนั้นล้วนมีความหมาย "


แม้ว่าในทุกๆ เหตุการณ์ ในทุกๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโนบิตะ จะมีโดราเอมอนคอยเป็นผู้ช่วย แต่ถ้าสังเกตดีๆ โดราเอมอนไม่เคยทุ่มลงไปทั้งตัว เพียงแต่คอยชี้แนะหนึ่งวิธีที่ใช้คือ  "การดุด่า " จนทำให้รู้สึกว่าโดราเอมอนนี้ขี้บ่นเหมือนคนแก่จริงๆ เลยแต่ในความจู้จี้ขี้บ่นของโดราเอมอนนั้นแฝงไปด้วยความรัก ความห่วงใย ความเมตตา   

     และคำดุด่านั้นไม่ใช่การดุด่าที่บั่นทอนกำลังใจ ในความ "โหด" มีความ "รัก" บางครั้งการด่าว่าของโดราเอมอนเสมือนการเบรก เพื่อให้ชะลอในการคิดหรือการทำอะไรให้ตรึกตรองถี่ถ้วนเสียก่อน    ไม่ใช่การเบรกกระชากให้หัวคว่ำเสียหลัก และบางครั้งการด่าของโดราเอมอนก็เป็นแรง "ฉุด" ให้โนบิตะเกิดความฮึกเหิม ฮึด มีพลังที่จะกระทำในเรื่องนั้นๆ

   "ไม่ว่าใครก็ทำผิดพลาดได้ทั้งนั้น และการบอกลูกน้องให้รู้ถึงความคาดหวัง หรือการเฝ้ารอต่างหาก ที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกน้องขยับแข้งขยับขาเพื่อต่อสู้กับการแก้ไขปัญหา ด้วยทัศนคติที่แข็งแกร่ง"

     นอกจากด่าแล้ว  "ลูกยอ"  ของโดราเอมอนก็มี ถ้าจำกันได้คงคุ้นๆ ประโยคนี้ในหลายๆ ตอน "เห็นไหมโนบิตะก็ทำได้" หรือ "แหม ความคิดนายนี่เข้าท่าไม่สมกับเป็นนายเลยแฮะ" นี่แหละคำชมจากโดราเอมอนสู่โนบิตะ ส่วนในหนังสือเล่มนี้ก็มีกฎของการชมว่า "จะใช้คำพูดและการกระทำแบบไหนดีที่จะเพิ่มศักยภาพของคนได้" เพราะการชมไปเรื่อย ชมได้ทุกเรื่อง ก็ส่งผลด้านลบเหมือนกัน ทั้งทำให้คนถูกชมหลงระเริง หรือทำให้ไม่เห็นค่าในคำชม

    "เพิ่มศักยภาพในการชมทันทีเมื่อสำเร็จ  ถ้ามีข้อดีสักนิดถึงแม้จะไม่ใช่ความสำเร็จยิ่งใหญ่อะไรนักก็อย่าลืมที่จะชม เพื่อเพิ่มศักยภาพในตัวเขา  เพิ่มศักยภาพโดยการชมต่อ หน้าเพียงลำพัง เพิ่มศักยภาพโดยการชมอยู่เสมอกับการกระทำที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และเพิ่มศักยภาพโดยการชมบ้างเป็นบางครั้งกับเรื่องที่เขาทำอยู่เป็นประจำ"


  "ของวิเศษ"  ที่โดราเอมอนเอามาจากกระเป๋ามิติที่ 4 มาช่วยเหลือโนบิตะตามลำดับเวลานั้น เป็นเพียงเครื่องมือหรือไอเดียของกระบวนการทำในเรื่องราวต่างๆ เท่านั้น ไม่ใช่ของวิเศษที่นำพาโนบิตะไปสู่ความสำเร็จ จะเห็นได้ว่าในหลายๆ ครั้งผลลัพธ์ของการใช้ของวิเศษก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเหมือนกัน   และการนำของวิเศษออกมานั้นโดยปกติแล้วโดราเอมอนให้ความสำคัญกับการแก้ไข ปัญหาภารกิจของโนบิตะที่อยู่ตรงหน้าก่อนเสมอ        โดยไม่ค่อยสนใจกับสถานการณ์หรือนิสัยของโนบิตะ   และทุกครั้งไปสิน่าที่โนบิตะเมื่อได้ของวิเศษแล้วมักไม่ยอมคืนให้โดราเอมอน ง่ายๆ ไม่ว่าโดราเอมอนจะทวงคืนยังไง   จนถึงขั้นทำทีท่าไม่สนใจ หรือใช้สายตามองอย่างผิดหวังในตัวโนบิตะ ซึ่งสุดท้ายมันก็ได้ผลต่อจิตสำนึกของโนบิตะเอง ที่รู้สึกผิด และรู้สึกละอายใจ จนผลลัพธ์ที่ออกมาสุดท้ายไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความคิดและการกระทำของโนบิตะ ที่มีโดราเอมอนเป็นโค้ชให้นั้น ก็ล้วนถูกส่งขับมาจากพลังภายในใจของโนบิตะทั้งสิ้น

          ในโลกแห่งความเป็นจริงของมนุษย์ทุกคนไม่มีโดราเอมอนมาคอยช่วยเหลือ ไม่มีของวิเศษมาช่วยดลบันดาลอะไรให้ง่ายขึ้น    ทว่าทุกคนมีสองมือ มีมันสมอง   เพียงแต่เลือกแนวทางให้ถูกต้อง และวิถีแห่งโดราเอมอน   เป็นอีกหนึ่งวิถีที่คนในระดับหัวหน้าจะนำมาเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนพลัง ของลูกน้อง

posttoday
11  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / การ์ตูนธรรมะ เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 12:53:31 AM


12  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สลด!! หญิงชราบ้านน้ำท่วม ลูกไม่แล ดิ่งแม่น้ำ เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 12:50:11 AM

สลด!! หญิงชราบ้านน้ำท่วม ลูกไม่แล ดิ่งเจ้าพระยา

จ. พระนครศรีอยุธยา (25 ต.ค.) เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ เมื่อหญิงชราตัดสินใจกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจรีบนำเรือออกไปช่วยหญิงชราดังกล่าว ซึ่งลอยคออยู่กลางแม่น้ำ หลังจากกระโดดลงมาจากสะพานปรีดีธำรง โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำร่างขึ้นมาบนเรือ ซึ่งความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากหญิงชราคนดังกล่าวมีอาการ ป่วยเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่สะดวก นอกจากนี้ยังอยู่ในอาการเสียใจร้องไห้ตลอดเวลา เมื่อช่วยได้แล้วจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาเป็นการเร่งด่วน

ทราบชื่อต่อมาคือ นางสมคิด แสงเปี่ยม อายุ 70 ปี บ้านอยู่ 71/8 ม. 1 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยาจ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากพักรักษาตัวแล้ว นางสมคิดเปิดเผยว่าตนพักอาศัยที่หมู่บ้านในซ.โพธาราม ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งโดนน้ำท่วมมาหลายวันแล้ว แต่ปรากฎว่าลูกสาวและลูกเขยไม่เคยมาเหลียวแลเลยสักครั้ง ตนเองไม่รู้จะพึ่งใครสภาพร่างกายก็ไม่แข็งแรงจึงเกิดความน้อยใจ ตัดสินใจใช้ไม้เท้าเดินลุยน้ำออกจากซอยซึ่งมีระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร จากนั้นตนได้เดินขึ้นไปบนสะพานปรีดีธำรง และตัดสินใจกระโดดลงไป

แต่เนื่องจากน้ำมีระดับสูง ปริมาณน้ำมากร่างจึงไม่กระแทกกับอะไร ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้รีบโยนขอนไม้ให้ตนเกาะไว้ จนกระทั่งมีหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ

อนึ่ง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ประสานงานให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาดูแลต่อไป
13  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ดื่มนมตอนเช้า อิ่มยาวถึงมื้อกลางวัน เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 12:48:22 AM

ดื่มนมตอนเช้า อิ่มยาวถึงมื้อกลางวัน
 


          การศึกษาใหม่ระบุว่าการดื่มนมปราศจากไขมันแทนการดื่มน้ำผลไม้ในอาหารเช้าจะ ช่วยให้รู้สึกอิ่ม และรับประทานอาหารกลางวันน้อยลง นักวิจัยชาวออสเตรเลียทำการศึกษากับผู้ที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 34 คน ทั้งผู้ชายและผู้หญิงสุขภาพดี (น้ำหนักเกินแต่มีสุขภาพดี) โดยผู้เข้าร่วมจะทำการทดสอบ 2 รอบ รอบแรกผู้เข้าร่วมจะดื่มนมปราศจากไขมันประมาณ 20 ออนซ์ และอีกรอบจะได้รับเครื่องดื่มจากผลไม้ (โดยเครื่องดื่มทั้งคู่จะมีปริมาณของแคลอรีประมาณ 250 แคลอรี่ของอาหารมื้อเช้า) ต่อจากนั้นในช่วงเวลา 4 ชั่วโมง ระหว่างอาหารเช้าและอาหารกลางวัน ผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องได้รับการประเมินเกี่ยวกับความรู้สึกอิ่ม และยังได้รับอนุญาตให้รับประทานอาหารกลางวันได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ผลการศึกษาครั้งนี้นักวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มนมจะมีความรู้สึกอิ่มแปล้ และอิ่มยาวนานกว่าปกติส่งผลให้รับประทานอาหารกลางวันลดลง (จำนวนแคลอรี่ลดลง) เมื่อเทียบกับการดื่มน้ำผลไม้ 

          ซึ่งนักวิจัยคาดคะเนว่าผลของความอิ่มที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากปริมาณของโปรตีน ในนม ปริมาณของแลคโตส หรืออาจจะเกิดจากความหนาแน่นของนมที่มีบทบาทช่วยให้ผู้ที่บริโภคนมรู้สึก อิ่มมากขึ้น ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยเติมเต็มความอิ่มอย่างเต็มที่ให้ กับกระเพาะอาหารและร่างกาย ย่อมเป็นปัจจัยที่สำคัญ และเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้เช่นเดียวกัน
14  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ธรรมชาติบำบัดกับการสั่งจิตใต้สำนึก เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 12:45:44 AM

ธรรมชาติบำบัดกับการสั่งจิตใต้สำนึก
 

การสั่งจิตใต้สำนึกอยู่บนทฤษฎีที่ว่า จิตของเราเป็นตัวกำหนดความเป็นไปของร่างกาย หรือเรียกว่า "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" จิตของเราประกอบขึ้นด้วย 2 ส่วน ได้แก่จิตสำนึกและจิตใต้สำนึก

จิตสำนึก

เป็นตัวกำหนดกริยาท่าทาง การเข้าสังคม เดินเหิน ทำการงานในชีวิตประจำวัน มีพลังงานเพียง 10 % เท่านั้น

ส่วนจิตใต้สำนึก

เป็นตัวเก็บรับข้อมูลต่างๆ ทั้งหลายในชีวิตตั้งแต่อดีตกาลอันไกลโพ้นจนถึงปัจจุบัน สั่งจิตให้เพิ่ม-ลดน้ำหนักคน สั่งจิตใช้กระดาษตัดตะเกียบให้ขาด


ทั้งข้อมูลที่ดีและเลว จิตใต้สำนึกยังควบคุมการทำงานของอวัยวะภายใน ทั้งหัวใจ ปอด กระเพาะอาหาร ตับม้าม ต่อมฮอร์โมนต่างๆ โดยระบบประสาทอัตโนมัติ จิตใต้สำนึกมีอำนาจถึง 90%

ถ้าจิตใต้สำนึกของเรารับรู้แต่ข้อมูลดีๆ อวัยวะภายในของเราก็ทำงานสงบเรียบร้อย เป็นปกติ แต่ถ้าจิตใต้สำนึกของเรารับรู้แต่ข้อมูลแย่ๆ ความเร่งรีบ เคร่งเครียด ผิดหวัง เศร้าโศกเสียใจ ซึ่งเป็นธรรมดาที่คนเราจะต้องมีสิ่งที่ไม่สมหวังในชีวิตบ้าง แต่ถ้าไม่รู้จักวิธีที่จะระเหิดความกดดันเหล่านั้นออกไป ประสบการณ์และอารมณ์ด้านลบเหล่านี้จะถูกสะสมอยู่ในจิตใต้สำนึก และรบกวนการทำงานของอวัยวะภายในได้ เช่นผู้ที่เครียดจัด มักอาหารไม่ย่อย ปวดกระเพาะ ใจเต้นสั่น หอบเหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ อารมณ์แปร ปรวน น้ำตาลในเลือดสูง กระทั่งมีภาวะไขมันในเลือดสูงด้วย เนื่องจากการทำงานของตับ ของต่อมฮอร์โมนต่างๆ รวนเรไป ไม่สามารถหมุนใช่ไขมันในร่างกายให้เป็นปกติได้

ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรามีวิธีผ่อนคลายความเครียดก็เท่ากับช่วยเปิดโอกาสให้อวัยวะในทำงานเข้า สู่ภาวะปกติ ซึ่งถ้าได้รับการปฎิบัติผ่อนคลายด้วยการสั่งจิตใต้สำนึกให้สงบ เช่น การฝึกสมาธิ การกำหนดรู้ลมหายใจเข้า - ออก หรืออาณาปานสติ ก็จะทำให้จิตสงบ สะอาด สว่าง และว่องไวในการทำงาน ช่วยลดความเครียดปรับสภาพร่างกายและจิตใจสู่ดุลยภาพ จึงใช้วิธีนี้บำบัดโรคได้อีกหลายโรค เช่น โรคนอนไม่หลับ โรคความดันเลือดสูง ภูมิแพ้ หอบ หืด เครียด ภาวะอาหารไม่ย่อย โรคแผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น
15  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / การฝึกให้ตัวเรามองโลกในแง่ดี เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 12:44:05 AM

...

การฝึกให้ตัวเรามองโลกในแง่ดีทำได้หลายวิธี ทว่า... วิธีที่ไม่ยากจนเกินไปวิธีหนึ่งคือ การหัดพูดคำ "ขอโทษ ขอบคุณ ขอบใจ" ให้ได้ทุกวัน

คำ "ขอโทษ" ทำให้คนอื่นมีความทุกข์น้อยลง และเป็นกาวใจที่ทำให้คนเราโกรธ หรือเป็นศัตรูกันน้อยลง เป็นมิตรกันมากขึ้น

...

คำ "ขอบคุณ ขอบใจ" ทำให้คนอื่นมีความสุขมากขึ้น... คุณครูภาษาไทยสอนว่า คนที่รู้จักพูดคำว่า "ขอโทษ ขอบคุณ ขอบใจ" ได้อย่างพอดีเป็นคนน่ารัก และคู่ควรกับความรักด้วย

วิธีฝึกมองโลกในแง่ดีอีกวิธีหนึ่งคือ หัดชมคนรอบข้างให้ได้วันละครั้ง และค่อยๆ เพิ่มเป็น 3 ครั้งหลังอาหาร

...

การชมคนอื่นทำให้คนอื่นมีความสุขก็จริง ทว่า... ความสุขนั้นติดต่อกันได้คล้ายโรคระบาด

คนที่ช่วยทำให้คนอื่นทุกข์น้อยลง หรือทำให้คนอื่นสุขมากขึ้นอย่างพอดี (เช่น ไม่ถึงทำให้ตัวเองลำบากไปด้วย ฯลฯ) นั้น...

...

แท้จริงแล้วการพูด "ขอโทษ ขอบคุณ ขอบใจ" และชื่นชมคนอื่นอย่างพอดีจะมีคนที่มีความสุขทันที 3 ฝ่ายด้วยกัน

คนที่มีความสุขคนแรกคือ คนที่ส่งความปรารถนาดีออกไป (ผู้ให้), คนที่มีความสุขคนที่สองคือ คนที่ได้ยินได้ฟังคำพูดดีๆ (ผู้รับ), และคนที่ความสุขอีกหลายๆ ครั้งคือ ผู้ให้

...

ปรากฏการณ์ นี้คล้ายกับคลื่นที่กระทบแล้วสะท้อนกลับได้ หรือคล้ายการจุดเทียนต่อๆ กันไป ยิ่งจุดยิ่งสว่าง ซึ่งถ้าคนในสังคมใดส่งความปรารถนาดีออกไปมากๆ... สังคมนั้นจะเป็นสังคมแห่งความสุขได้ต่อไป

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                     

    *
      ขอขอบพระคุณ > อมรากุล อินโอชานนท์. พลังสุขภาพจิต พลิกวิกฤติเป็นโอกาส. กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ > [ Click ] > 7 พฤษภาคม 2552.
    *
      นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์
16  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 9 ลักษณะคนสู้ชีวิต พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 12:35:39 AM
ปัจจัยลักษณะที่พบร่วมกันในเด็กที่ฮึดสู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จกลุ่มนี้ได้แก่

    *
      (1). สติปัญญาปานกลาง
    *
      (2). สุขภาพแข็งแรง
    *
      (3). อารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใจ

...

    *
      (4). มีความอยากรู้อยากเห็น ชอบสำรวจสิ่งแวดล้อม
    *
      (5). สนใจทำงานอดิเรกกับเพื่อนๆ เช่น เล่นฟุตบอล เล่นหมากรุก ฯลฯ
    *
      (6). มีผู้ใหญ่ (ที่ไม่ใช่พ่อแม่) คอยให้ความอบอุ่นทางใจ ให้กำลังใจ และเป็นตัวแบบที่ดี เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ครูบาอาจารย์ ฯลฯ (ให้เด็กๆ เลียนแบบ)

...

    *
      (7). ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานตั้งแต่เล็ก เช่น งานบ้าน ช่วยพ่อแม่ทำงาน ฯลฯ ทำให้พัฒนาความมีวินัยในตัวเอง (self-discipline) ขึ้นมาได้
    *
      (8). มีความรู้สึกดีต่อตัวเอง (self-esteem) เช่น รู้สึกว่า ตัวเองมีค่าต่อครอบครัวหรือญาติสนิทมิตรสหาย ฯลฯ
    *
      (9). มีจุดมุ่งหมายในชีวิต (มีฝันที่ไม่ไกลเกินจริง) ลงมือทำ (ฝันให้เป็นจริง) และยืนหยัดไม่ยอมแพ้ (แม้มีอุปสรรคเพื่อไปให้ถึงฝัน)

...

ลักษณะดังกล่าว 9 ข้อเป็นลักษณะของคนสู้ชีวิต (resilience) คือ ฮึดสู้ขึ้นใหม่ได้แม้จะล้มเหลว หรือผิดหวังหลายๆ ครั้ง

อาจารย์อมรากุลท่านแนะนำว่า การที่จะพัฒนาตัวเราให้เป็นคนสู้ชีวิตได้... คุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งคือ การมองโลกในแง่ดี

นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์
17  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ชีวิตต้องสู้ ( เว้ยเฮ๊ย ) เมื่อ: ตุลาคม 26, 2010, 12:14:08 AM
                                       ชีวิตต้องสู้

เนื้อเรื่องย่อ
                 ชีวิตต้องสู้เป็นเรื่องราวชีวิตของครอบครัวๆหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยพ่อแม่และลูกอีกสองคน     ซึ่งพ่อมีชื่อว่าเชษฐ์     แม่มีชื่อว่าไพลิน     ส่วนลูกคนโตชื่อเมตต์
และคนเล็กชื่อสายชล     ทั้งหมดอาศัยอยู่ ณ ไร่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นไร่ข้าวโพดและในตอนนี้
ข้าวโพดกำลังออกฝักมากมาย   แต่บริเวณไร่รอบๆไร่ของครอบครัวนี้ได้ถูกผู้มีอิทธิพล
กว้านซื้อที่ดินไปจนหมดแล้วยังเหลือก็แต่ไร่ของเชษฐ์นี่แหละ    ทางเสี่ยตงผู้มีอิทธิพลก็
ได้ส่งลูกน้องมาขู่หลายต่อหลายครั้งแต่เชษฐ์ก็ไม่ยอมตกลงเนื่องจากเป็นไร่ที่เขาได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมา     แต่ต่อมาพอหนักๆเข้าเขาก็ห่วงความปลอดภัยของภรรยาและลูกๆจึงตัดสินใจขายให้เสี่ยตง       วันนัดรับเงินเสี่ยตงเล่นไม่ซื่อโดยการส่งลูกน้องมาดักปล้นเงินของเชษฐ์       ทำให้เชษฐ์และครอบครัวต้องอพยพหนีตายเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต      หนีเข้าป่ามาหลายวันจนได้มาพบกับพรานแสงพรานผู้ใจดี   เชษฐ์ได้เล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นให้พรานแสงฟัง     พรานแสงก็เกิดความเห็นอกเห็นใจ
จึงได้แนะนำให้เชษฐ์และครอบครัวไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง    ชื่อหมู่บ้านไพศาลี  แต่ก็ต้องเดินทางอยู่หลายวันกว่าจะมาถึง        ณ    ที่หมู่บ้านแห่งนี้เองที่เขาใฝ่ฝันว่าจะมา
ก่อร่างสร้างตัวแทนที่เดิมที่เคยอยู่    โดยเขาให้สัญญากับไพลินภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของ
เขาว่าจะต้องเลี้ยงดูภรรยาและลูกๆของเขาให้อยู่ดีมีสุข    เพราะตลอดทางที่หนีตายกันมานั้นไพลินไม่เคยปริปากบ่นหรือทำอะไรให้เขาไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย    แถมยังคอยให้กำลังใจเชษฐ์ตลอดเวลา     จึงทำให้เชษฐ์รู้สึกรักใคร่และห่วงใยไพลินมาก และรู้สึกว่าเขาเป็นหนี้เธอมาก   จึงอยากที่จะตอบแทนเธอด้วยการทำให้เธอมีความสุขมากๆ
                         แต่เดิมที่เดียวนั้นไพลินมิใช่ชาวไร่แต่เป็นถึงลูกนายทหารซึ่งเชษฐ์ก็เป็นทหารรับใช้ในบ้านของพ่อของไพลินต่อมาทั้งคู่เกิดรักใคร่ชอบพอกันจึงได้พากันหนีมาเพราะรู้ว่าถ้าพ่อแม่ของไพลินรู้ก็คงไม่ได้สมรักกันแน่นอน      แต่ตลอดเวลาเชษฐ์ก็ดูแลให้ความสุขกับเธอเป็นอย่างดีเพียงแต่ว่าฐานะยังไม่ดีขึ้นเท่านั้นเอง




เวลาล่วงเลยมาหลายวันเชษฐ์และครอบครัวก็มาถึงยังหมู่บ้านไพศาลีและได้ซื้อที่ดิน
แปลงหนึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งเป็นที่ดินที่ไม่ดีนักเนื่องจากที่ดินยังรกอยู่มากแต่เชษฐ์เป็นคนหนักเอาเบาสู้อยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา     เขาค่อยๆถากถางหญ้าและสิ่งที่รกในที่ดินของเขาทุกๆวันจนเตียนโล่ง     แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาได้รับบาดเจ็บจากการถูกหนามตำเท้าเลือดออกมากซึ่งตัวเขาคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ   แต่ชาวบ้านบอกว่าที่ดินตรงที่เขาซื้อไว้นั้นเจ้าที่แรงนัก  ใครมาอยู่ก็จะมีอันเป็นไป    แต่เชษฐ์ก็ไม่เชื่อแต่ก็มิได้ลบหลู่เขาตั้งศาลเพื่อเป็นการขอขมาเจ้าที่เจ้าทาง      หลังจากนั้นมาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
                      ที่หมู่บ้านแห่งนี้เมตต์และสายชลได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนในหมู่บ้านแต่
เนื่องจากว่าตอนนี้อยู่ในช่วงหน้าหนาวเด็กๆจึงหนาวกันมากจนครูต้องสั่งให้เอาผ้าห่มไปโรงเรียนด้วย      เมตต์เป็นเด็กที่มีน้ำใจเขามีเพื่อนคนหนึ่งเป็นคนขาเป๋เขาคอยช่วยเหลือเพื่อนคนนี้อยู่เป็นประจำ         อาชีพส่วนใหญ่ของคนในหมู่บ้านไพศาลีนี้ก็คือการ
เข้าป่าไปหาของป่ามาขายยิ่งเข้าไปในป่าลึกก็จะยิ่งได้ของที่ดีมีราคามาขาย   แต่ก็ต้องเสี่ยงกับอันตรายจากสัตว์ร้าย    โดยเฉพาะกับเสือซึ่งถือว่าอันตรายมากที่สุด     วันหนึ่ง
มีคนหาของป่ามาบอกผู้ใหญ่บ้านว่า   เพื่อนของเขาที่เข้าไปหาของป่าด้วยกันแต่แยกกันเนื่องจากเพื่อนของเขาเข้าไปในที่ที่ลึกกว่าเพื่อที่จะไปหาน้ำผึ้งมาขาย แต่ยังไม่กลับออกมา      ผู้ใหญ่จึงเกณฑ์คนออกไปช่วยกันตามหาซึ่งเชษฐ์ก็ไปกับเค้าด้วย  ออกตามหากันอยู่สองวัน    แต่พอพบก็เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณเป็นดังที่ชาวบ้านคาดกันไว้ไม่มีผิดว่าชายคนนี้ถูกเสือกัดตาย       ทุกคนต่างเสียใจและจัดการเผาศพของชายผู้นี้ในป่าเนื่องจากสภาพศพแหลกเละไม่มีชิ้นดีจึงนำกลับไปยังหมู่บ้านไม่ได้        ต่อจากนั้นมาไม่นานเสือตัวดังกล่าวก็ออกอาละวาดที่หมู่บ้านอีก    จึงทำให้ผู้ใหญ่ต้องระดมคนออกตามล่าและก็จัดการฆ่าเสือตัวนั้นได้ในที่สุด
                          ระหว่างนี้ไร่ของเชษฐ์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างเขาปลูกผลไม้และพืชไร่หลายๆอย่าง   เช่น     มะม่วง      มะขาม      ข้าวโพด         กล้วย    เป็นต้น    โดยเข้าไปซื้อพันธุ์มาจากในเมือง           ด้วยความพยายามและขยันอดทนของเขาทำให้พืชพันธุ์ออกดอกผลเป็นที่น่าพอใจ       และด้วยความเป็นคนมีน้ำใจเขามักจะนำของจากไร่ไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้านอยู่เสมอๆ

                      ต่อมาเขาได้ตั้งชื่อไร่เพื่อเป็นของขวัญให้กับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของเขาว่า
บ้านไร่ไพลิน       ไพลินภูมิใจในตัวสามีของเธอมากดีใจที่เธอดูและเลือกคนไม่ผิด   เชษฐ์เคยดีกับเธออย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้นเสมอมาไม่เคยเปลี่ยนแล้วเชษฐ์เคยพูดหรือสัญญาอะไรกับเธอไว้ก็ทำได้ดังปากว่าทุกอย่าง        ต่อมาเชษฐ์ได้ข่าวพรานแสงที่เคยช่วยเหลือตนไว้เมื่อครั้งหนีตายจากเสี่ยตงก็ได้ให้ความช่วยเหลือเจือจานตามสมควร
เชษฐ์และครอบครัวมีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ       และด้วยความมีน้ำใจจึงเป็นที่รักใคร่ของคนในหมู่บ้าน     ใครมีปัญหาอะไรถ้าช่วยได้ขอให้บอกเชษฐ์ยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ       
                        และแล้วข่าวดีที่สุดที่ทุกคนในหมู่บ้านได้ยินดีกันถ้วนหน้าก็คือ  สมเด็จย่าจะเสด็จมาเยี่ยมเยือนพร้อมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อมารักษาผู้ที่ป่วยไข้ในหมู่บ้าน     ชาวบ้านต่างพากันตื่นเต้นดีใจที่จะได้เข้าเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด  ซึ่งรวมทั้งครอบครัวของเชษฐ์ด้วยซึ่งเชษฐ์เตรียมผลไม้หลายอย่างไว้ถวายท่าน     เมื่อถึงวันที่สมเด็จย่ามาถึงทุกคนต่างเต็มไปด้วยความปิติยินดี    เชษฐ์และครอบครัวได้ถวายผลไม้ให้กับสมเด็จย่าท่านยังทรงตรัสว่า      ผลไม้ของเจ้าช่างสวยงามเหลือเกินอีกหน่อยคงทำกำไรให้ผลตอบแทนความมุ่งมั่นพยายามของเจ้าเป็นแน่     หลังจากรับเสด็จกันเสร็จเรียบร้อยหน่วยแพทย์ก็ทำการรักษาชาวบ้านที่ป่วยไข้       เชษฐ์และครอบครัวรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก          ไม่เพียงความสุขเท่านี้ที่เชษฐ์และครอบครัวได้รับเพราะว่าหลังจากรับเสด็จเสร็จเรียบร้อยไพลินได้เดินมาหยุดที่ใต้ต้นไม้แห่งหนึ่ง   และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น    โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ตามเสด็จมาด้วยเดินตรงมาที่ไพลิน     ไม่น่าเชื่อว่านายทหารผู้นั้นก็คือบิดาของเธอนั่นเองทั้งสองต่างโผเข้ากอดกันและต่างก็ร้องไห้ออกมาด้วยกันทั้งคู่      หลังจากนั้นก็ถามถึงเรื่องราวที่ผ่านมาว่าเป็นสุขทุกข์เพียงใดบ้าง           ไพลินพาพ่อของเธอไปหาเชษฐ์     เชษฐ์ตกใจมากแต่ก็ยกมือขึ้นไหว้แล้วกล่าวคำขอโทษเป็นการใหญ่ผู้เป็นพ่อตาไม่ถือโทษโกรธเคืองอีกต่อไป
โดยบอกว่า     เธอได้พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วว่าเธอรักลูกสาวฉันจริง       และก็ขอให้รักและดูแลเค้าตลอดไปด้วย        หลังจากนั้นขบวนของสมเด็จย่าก็เสด็จกลับไปพ่อของไพลินก็ตามเสด็จไปด้วยแล้วสัญญาว่าจะกลับมาเที่ยวอีกพร้อมทั้งจะพาแม่ของไพลินมาด้วย
                        หลังจากนั้นไม่นานคุณตาและคุณยายของเมตต์และสายชลก็กลับมาที่บ้านไร่อีก      ทุกคนต่างพูดคุยกันถึงเรื่องราวในอดีต      และพูดถึงเรื่องในอนาคตว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป       ตายายชวนเมตต์และสายชลไปอยู่กับท่านที่กรุงเทพแต่เด็กทั้งสองอยากที่จะอยู่กับพ่อแม่มากกว่า     สรุปก็คือถ้าคุณตาคุณยายว่างเมื่อไหร่ก็จะมาเยี่ยมหลานๆ        นับแต่นั้นมาครอบครัวของเชษฐ์ก็อยู่กันอย่างมีความสุข  ณ  ที่บ้านไร่แห่งนี้
18  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / บะหมี่น้ำหนึ่งชาม เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 06:50:50 AM
เรื่องนี้ยาว ซักหน่อย แต่ผมกว่าจะค้นได้จากเมล์ผล ก็ 3 ชั่วโมงทีเดียว

คงมีสาระให้กับเพื่อนนักอ่านในที่นี้บ้างนะครับ



บะหมี่น้ำหนึ่งชาม





เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว วันที่ 31 ธันวาคมซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ที่ร้านบะหมี่ “ฮอกไก บนถนนซัปโปโร
การกินบะหมี่โซบะในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้น เป็นประเพณีของชาวญี่ปุ่น
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ร้านบะหมี่ขายดีในวันสิ้นปี
ร้านฮอกไกนี้ก็เช่นกัน ในวันนี้คนแน่นร้านแทบทั้งวัน
จนกระทั่งถึงเวลา 22.00 น. คนก็เริ่มน้อยลง
โดยปกติแล้วบนถนนสายนี้คนจะแน่นขนัดไปจนถึงเช้าตรู่
แต่วันนี้ทุกคนจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปต้อนรับปีใหม่กัน
ดังนั้นถนนสายนี้จึงปิดร้านเร็วกว่าปกติ

เถ้าแก่ของร้านฮอกไก เป็นคนซื่อและเถ้าแก่เนี้ยก็เป็นคนอัธยาศัยใจคอดี
ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า พอลูกค้าคนสุดท้ายกลับไป
ในขณะเถ้าแก่เนี้ยก็จะปิดร้าน ประตูร้านก็ถูกเปิดออกอย่างเบา ๆ
มีผู้หญิงคนหนึ่งพาเด็กชายสองคน คนหนึ่งประมาณ 6 ขวบ กับอีกคนหนึ่งประมาณ 10 ขวบเข้ามาในร้าน
เด็กชายทั้งสองคนสวมชุดกีฬาใหม่เอี่ยมเหมือนกันทั้งสองคน
ส่วนหญิงคนนั้นสวมโอเวอร์โค้ทลายสก๊อตเก่าๆเชยๆ

“เชิญนั่งครับ” เถ้าแก่ร้องทักทายออกมา

หญิงคนนั้นเอ่ยปากอย่างขลาดกลัวว่า “ขอบะหมี่น้ำสักชามได้ไหมค๊ะ
เด็กชายสองคนที่อยู่ข้างหลังสบตากันอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

ได้ค่ะ ได้ค่ะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ”
เถ้าแก่เนี้ยพาพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะเบอร์สองชิดกำแพง
แล้วตะโกนบอกไปทางห้องครัวว่า “บะหมี่น้ำหนึ่งชาม”

บะหมี่หนึ่งชามมีบะหมี่แค่หนึ่งก้อน
เถ้าแก่คิดแล้วก็ใส่บะหมี่เพิ่มไปอีกครึ่งก้อน ต้มบะหมี่ได้ชามเบ้อเริ่ม
ทั้งเถ้าแก่เนี้ยและสามแม่ลูกต่างก็ไม่รู้เรื่อง
สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย กินพลางพูดพลาง
"ทานเถอะครับ” ลูกคนพี่พูด
"แม่ทานหน่อยสิครับ” ลูกคนน้องพูดไปก็คีบบะหมี่ให้แม่กิน
ไม่นานก็กินบะหมี่หมดชาม จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน
แล้วทั้งสามคนก็ชมว่า
"ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) บะหมี่อร่อยมากค่ะ(ครับ)”
พร้อมกับค้อมตัวเล็กน้อยแล้วลาจากไป

"ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)”
ทั้งเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยต่างก็กล่าวขอบคุณ

ทำงานไปวันแล้ววันเล่า ยุ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น
และแล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี วันที่ 31 ธันวาคมก็เวียนมาครบรอบอีกครั้งหนึ่ง
ในวันส่งท้ายปีเก่า ร้านบะหมี่ฮอกไกก็ยังคงขายดีและดูเหมือนจะขายดีกว่าปีที่ผ่านมา
สองตายายยังคงยุ่งวุ่นวายอยู่กับการค้าขาย และแล้ววันที่วุ่นวายก็จบสิ้นลง
22.00น.กว่า ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะปิดร้านอยู่นั้น
ประตูร้านก็ถูกผลักออกเบาๆ ผู้ที่เข้ามาก็คือหญิงวัยกลางคนกับเด็กชายสองคน
พอเห็นเสื้อโอเวอร์โค้ทที่เก่าและเชย
เถ้าแก่เนี้ยก็นึกขึ้นมาได้ว่าเป็นลูกค้าคนสุดท้ายในวันส่งท้ายปีเก่าของปีที่แล้วนั
่นเอง

"ขอบะหมี่น้ำหนึ่งชามได้มั๊ยค่ะ”

“ได้ค่ะ ได้ค่ะ เชิญนั่งตามสบายนะค๊ะ”

เถ้าแก่เนี้ยนำพวกเขาไปนั่งที่เดิมที่เคยนั่งเมื่อปีที่แล้ว โต๊ะเบอร์สอง ตะโกนไปพลางว่า
“บะหมี่น้ำหนึ่งชาม”

เถ้าแก่รับคำพลาลางจุดเตาที่เพิ่งจะดับไปพลาง
“ได้ครับ บะหมี่น้ำหนึ่งชาม”

เถ้าแก่เนี้ยแอบไปพูดที่ข้างหูของเถ้าแก่ว่า
“นี่ตาแก่ ต้มบะหมี่ให้พวกเขาสามชามไม่ได้หรือ”

"ไม่ได้ถ้าทำแบบนั้นจะทำให้พวกเขาอาย และไม่สบายใจได้รู้มั๊ย”

สามีตอบพลาง แล้วโยนบะหมี่อีกครึ่งก้อนลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือดพล่าน
เดินไปยืนข้างภรรยาแล้วก็ยิ้ม ภรรยาก็พูดขึ้นว่า
“เห็นเธอซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ ไม่นึกเลยว่าจิตใจก็ดีเหมือนกันนะ”

ฝ่ายสามีเดินไปตักบะหมี่ชามใหญ่ที่กลิ่นหอมชวนกินชามนั้น แล้วให้ภรรยายกไปให้สามแม่ลูก
สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่ กินไปพลางคุยไปพลาง
เสียงคุยของสามแม่ลูกดังถึงหูของตายาย
"หอมจังเลย…ยอดไปเลย…อร่อยจริง ๆ"
ปีนี้สามารถกินบะหมี่ของร้านฮอกไกได้ นับว่าไม่เลวทีเดียว
ถ้าปีหน้าสามารถมากินได้อีกก็ดีนะสิ”

กินเสร็จก็จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน แล้วสามแม่ลูกก็เดินออกจากร้านฮอกไกไป

"ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)”
มองตามหลังสามแม่ลูกจนลับหายไป
สองตายายก็ยกเรื่องสามแม่ลูกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกไปได้ระยะหนึ่ง


ในวันสิ้นปีของสามปีมานี้ กิจการของร้านฮอกไกดีมาก สองตายายต่างก็ยุ่งจนไม่มีเวลาคุยกัน
แต่พอเลย 21.00น.ไปแล้ว สองตายายก็เริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมา
พอถึง 22.00น. พนักงานในร้านต่างก็รับอั้งเปาแล้วก็แยกย้ายกันกลับไป
พอคนกลับไปหมดแล้ว เจ้าของร้านทั้งสองก็ช่วยกันเอาป้ายราคาบะหมี่ในร้านที่เขียนไว้ว่า
“บะหมี่ชามละสองร้อยเยน” ที่แขวนไว้ตามผนังทั้งหมดพลิกกลับหลัง
แล้วช่วยกันเขียนใหม่ว่า “บะหมี่ชามละร้อยห้าสิบเยน”

30 นาทีก่อนเถ้าแก่เนี้ยก็เอาป้ายจองแล้ว ไปวางไว้บนโต๊ะเบอร์สอง
เหมือนกับว่าจะมีเจตนารอแขกที่ลูกค้าออกจากร้านไปหมดแล้ว ถึงจะมาอย่างนั้นแหละ
22.30น. ในที่สุดสามแม่ลูกก็ปรากฎตัวขึ้น
พี่ชายสวมเครื่องแบบมัธยมของรัฐแห่งหนึ่ง
น้องชายสวมเสื้อแจ๊คเก็ทที่พี่ชายสวมเมื่อปีก่อนดูหลวมและไม่พอดีตัว
เด็กทั้งสองคนโตขึ้นมาก
ส่วนผู้เป็นแม่ก็ยังคงสวมเสื้อโค้ทลายสก๊อตที่ทั้งเก่าและเชยแถมสีซีดตัวเดิม
"เชิญค่ะ เชิญค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยกล่าวทักทายอย่างมีน้ำใจ

มองใบหน้าอันยิ้มแย้มและท่าทางต้อนรับอย่างเต็มที่ของเถ้าแก่เนี้ย
ทำให้ผู้เป็นแม่นั้นเปล่งคำพูดออกมาอย่างงกงกเงิ่นเงิ่นว่า
"รบกวนช่วยทำบะหมี่น้ำให้สักสองชามได้ไหมค่ะ”

“ได้ค่ะ เชิญนั่งทางนี้ค่ะ”

เถ้าแก่เนี้ยนำแม่ลูกไปนั่งยังโต๊ะเบอร์สอง
แล้วรีบเอาป้าย”จองแล้ว”ออกเหมือนไม่มีอะไรเกิเกิดขึ้น
แล้วตะโกนบอกไปทางครัวว่า
"บะหมี่น้ำสองชาม”

“ได้ครับ บะหมี่น้ำสองชามได้เดี๋ยวนี้แหละครับ"
เถ้าแก่พลางตอบ พลางโยนบะหมี่ลงไปในหม้อน้ำสามก้อน

สามแม่ลูกกินไปพูดไป ดูแล้วเหมือนมีความสุขกันมาก
สองสามีภรรยาที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่ได้รับรู้ถึงความสุขที่พวกเขาได้รับกัน ในใจก็พลอยเบิกบานไปด้วย

"ลูกรัก วันนี้แม่ต้องขอบคุณลูก ๆ เป็นอย่างมาก”

"ขอบคุณ ? ทำไมครับ”

"เรื่อง เป็นอย่างนี้ คือคุณพ่อของลูกที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปได้ทำให้คนอีกแปดคน ได้รับบาดเจ็บ และทางบริษัทประกันก็ไม่รับผิดชอบในส่วนนั้น
ในช่วงหลายปีมานี่ทำให้เราต้องจ่ายเงินเดือนละห้าหมื่นเยนทุกเดือน”

"เอ๊ะ เรื่องนี้เราก็ทราบกันอยู่แล้วนี่ครับ” ผู้เป็นพี่ตอบ

ส่วนเถ้าแก่เนี้ยได้แต่ตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ อยู่หลังโต๊ะทำอาหาร

"แต่เดิมนั้นเเราต้องชำระหนี้ไปจนถึงปีหน้าเดือนมีนาคม แต่ตอนนี้เราได้ชำระหนี้ไปหมดแล้ว”

"จริง ๆ หรือครับ แม่”

"จริงสิจ๊ะ นี่เป็นเพราะว่าพี่ชายของลูกขยันไปส่งหนังสือพิมพ์
ส่วนตัวลูกเองก็ช่วยแม่ซื้อกับข้าวทำอาหาร ทำให้แม่ไปทำงานได้อย่างเต็มที่
ทางบริษัทจึงได้ให้เงินเบี้ยขยันพร้อมทั้งเงินโบนัสพิเศษอื่นๆอีก
จึงทำให้วันนี้สามารถชำระในส่วนที่เหลือได้หมด”

"ว้าว แม่ครับ พี่ครับ อย่างนี้ก็วิเศษสิครับ
แต่ว่าต่อไปขอให้ผมได้ช่วยทำอาหารต่อไปเถอะนะครับ”

"ผมก็จะส่งหนังสือพิมพ์ต่อนะครับ"

"ไอ้น้องชายเราต้องร่วมแรงร่วมใจกันสู้หน่อยแล้วนะ”

"ขอบใจลูกทั้งสองมาก ขอบใจจริง ๆ"

"แม่ครับผมกับน้องก็มีความลับจะบอกกับแม่เหมือนกันครับ คือ
ในวันอาทิตย์วันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายน โรงเรียนของน้องได้แจ้งให้ผู้ปกครองไปเยี่ยมชมนักเรียนในห้องเรียน ในวันพบผู้ปกครอง
คุณครูของน้องยังได้แนบจดหมายมาอีกหนึ่งฉบับว่า
เรียง ความของน้องได้ถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของฮอกไกโด เพื่อไปแข่งขันเรียงความทั่วประเทศ นี่ผมได้ยินมาจากเพื่อน ๆของน้องนะครับ ผมถึงทราบ
ดังนั้น ในวันนั้น ผมจึงไปเป็นตัวแทนแม่ไปร่วมในงานวันพบผู้ปกครองของน้อง”

"จริงหรือลูก แล้วต่อมาล่ะ”

"หัวข้อที่คุณครูให้เรียงความคือ “ความปรารถนาของข้าพเจ้า"
น้องได้เอาเรื่องของบะหมี่น้ำหนึ่งชามมาเขียนเป็นเรียงความ แล้วยังได้อ่านต่อหน้าทุกคนด้วย”

เรียงความเขียนว่า…

หลังจากที่คุณพ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว
ได้ทิ้งหนี้สินให้เรามากมาย เพื่อที่จะชำระหนี้
คุณแม่ต้องทำงานดึกดื่นหามรุ่งหามค่ำทุกวัน
แม้แต่เรื่องของผมที่ต้องไปส่งหนังสือพิมพ์ น้องก็ยังเอาไปเขียนเลย…”
ยังมีอีก น้องยังเขียนถึงในคืนวันที่ 31 ธันวาคม
พวกเราสามคนแม่ลูกได้มาล้อมวงกันกินบะหมี่น้ำอร่อยมาก…
สามคนกินบะหมี่น้ำแค่ชามเดียว
คุณตาคุณยายเจ้าของร้านยังกล่าวขอบคุณพวกเราอีก
แล้วยังอวยพรวันปีใหม่ให้พวกเราอีก
เสียงเหล่านั้นเหมือนกับว่าให้กำลังใจให้เข้มแข็ง ที่จะยืนหยัดมีชีวิตอยู่ต่อไป
พยายามปลดเปลื้องหนี้สินทั้งหลายของคุณพ่อให้หมดให้เร็วที่สุด…”
ด้วยเหตุนี้น้องจึงได้ตัดสินใจว่าโตขึ้น น้องจะเปิดกิจการร้านบะหมี่
แล้วจะต้องเป็นเจ้าของร้านบะหมี่ยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย
แล้วยังจะให้กำลังใจแก่ลูกค้าทุกคน…ขอให้มีความสุขครับ…ขอบคุณครับ…”

สองตายายเจ้าของร้านบะหมี่ที่ยืนฟังอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่จู่ๆก็หายตัวไป
พวกเขาไม่ได้หายไปไหนเลยเพียงแต่คุกเข่ากันอยู่ใต้โต๊ะ
ในมือถือปลายผ้าขนหนูกันคนละข้าง
พยายามซับน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดเหมือนทำนบพังนั้นอย่างไม่ลดละ

พอน้องอ่านเรียงความจบ คุณครูก็พูดว่า
วันนี้พี่ชายได้มาเป็นตัวแทนของคุณแม่
ดังนั้นขอเชิญพี่ชายขึ้นมากล่าวอะไรสักหน่อยค่ะ

"จริงหรือลูก แล้วลูกทำอย่างไรหล่ะ”

"ก็มันกระทันหันเกินไป ตอนแรก ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ผมจึงพูดว่า…ขอบคุณทุกคนที่เอาใจใส่น้องผมเป็นอย่างดีน้องผมม
ต้องไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าวกลับมาหุงหาอาหารทุกวัน
ดังนั้นในเวลาที่เพื่อนๆทุกคนมีกิจกรรมกันในตอนเย็น ก็มักจะอยู่ร่วมกิจกรรมต่าง ๆไม่ได้
เพราะต้องรีบกลับบ้าน เมื่อเป็นอย่างนี้คงจะทำให้ทุกคนวุ่นวายกันพอสมควร
เมื่อครู่นี้ตอนที่ได้ยินน้องอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชาม
ผมรู้สึกอายมาก แต่พอได้เห็นน้องยืดอกอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชามด้วยเสียงอันดังนั้นจนจบ
ถึงได้รู้สึกว่าความรู้สึกอายเมื่อสักครู่นี้ถึงจะเรียกว่า
"เป็นความอายจริงๆ“

“หลายปีมานี้ ความกล้าของคุณแม่ที่จะสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามนั้นเพื่อกินกันสามคนนั้น
ผมกับน้องจะไม่มีวันลืมเป็นอันขาด ผมและน้องจะต้องขยันและดูแลแม่เป็นอย่างดี
และผมขอฝากน้องของผมให้ทุกคนช่วยดูแลด้วยครับ”

สามแม่ลูกกุมมือกันเงียบๆ ตบไหล่ กินบะหมี่หมดอย่างมีความสุขกว่าทุกๆปี
จ่ายเงินไปสามร้อยเยน กล่าวขอบคุณ ค้อมตัวลงเคารพและเดินออกจากร้านไป
มองตามหลังสามแม่ลูกไป เจ้าของร้านจึงได้รู้สึกว่าปีนี้ได้ผ่านไปแล้วจริง ๆ
พร้อมกับกล่าวว่า
"ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)”

และแล้วก็ผ่านไปอีกปีหนึ่ง
พอถึงเวลา21.00น.ทางร้านฮอกไกก็วางป้าย”โต๊ะจอง”
ไว้บนโต๊ะเบอร์สองและเฝ้ารอคอยการมาเยือนของสามแม่ลูกเช่นเคย
แต่ในปีนั้นสามคนแม่ลูกไม่ได้มาปรากฏตัวที่ร้านเลย

ปีที่สอง ปีที่สาม โต๊ะเบอร์สองก็ยังคงว่างอยู่เช่นเดิม
สามแม่ลูกไม่ได้มาที่ร้านฮอกไกอีกเลย กิจการของร้านฮอกไกดีมาก
เรียกว่าดีวันดีคืนเลยทีเดียว ภายในร้านมีการตกแต่งใหม่
โต๊ะเก้าอี้ก็มีการเปลี่ยนใหม่ จะมีก็แต่โต๊ะเบอร์สองที่เก็บรักษาไว้เหมือนเดิม

"นี่มันเรื่องอะไรกัน” ลูกค้าหลายคนต่างก็ถามด้วยความกังขา..
เถ้าแก่เนี้ยก็เลยเล่าเรื่องบะหมี่หนึ่งชามให้แก่ลูกค้าฟัง
โต๊ะเก่าตัวนั้นวางอยู่กลางร้านเหมือนกับว่าเป็นการให้กำลังใจตัวเองอย่างหนึ่ง
และก้อไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งลูกค้าทั้งสามอาจจะกลับมาอีก
พวกเขาหวังว่าจะใช้โต๊ะเก่าตัวนั้นในการต้อนรับลูกค้าทั้งสามของเขา

โต๊ะเบอร์สองตัวนั้นเปลี่ยนเป็นชื่อว่า “โต๊ะแห่งความสุข”
ลูกค้าต่างก็พูดต่อๆกันไปมีนักเรียนหลายคนอยากเห็นโต๊ะตัวนี้
ถึงขนาดที่ว่านั่งรถมาจากที่ไกลแสนไกลมากินบะหมี่ และเจาะจงที่จะนั่งโต๊ะตัวนี้

ผ่านวันที่ 31 ธันวาคมไปอีกหลาย ๆ ปี
เจ้าของร้านค้าในระแวกใกล้เคียงร้านฮอกไก พอถึงวันสิ้นปีหลังจากปิดร้านแล้ว
ก็มักจะมารวมตัวฉลองโดยการกินบะหมี่ที่ร้านฮอกไก
กินไปพลาง ก็รอเสียงระฆังส่งท้ายวันสิ้นปีเก่าไปพลาง
แล้วทุกคนก็ไปวัดเพื่อไหว้พระด้วยกัน
เป็นธรรมเนียมมา 5-6 ปีแล้ว

ในวันนี้พอเลย 21.30น.ไปแล้ว
เจ้าของร้านขายปลามาถึงก่อนพร้อมทั้งนำซาซิมิมาด้วย
ต่อจากนั้นก็มีคนมาเรื่อยๆเป็นระยะ บ้างก็เอาเหล้ามา บ้างก็เอาอาหารกับแกล้มมา
ปกติแล้วก็จะรวมตัวกันได้ประมาณ 30-40 คน ต่างก็คึกคักกันมาก
ทุกคนที่มานั้นต่างก็รู้ตำนานเกี่ยวกับโต๊ะเบอร์สอง
ทุกคนก็พยายามไม่เอ่ยถึงมันแต่ในใจต่างก็คิดกันว่า
วันนี้”โต๊ะจอง”ตัวนั้นไม่มีคนที่พวกเขาเฝ้ารอมามานาน
มันคงจะว่างเปล่าเพื่อส่งท้ายปีเก่าอีกเช่นเดิม

พวกเขาบ้างก็กินเหล้า บ้างก็กินบะหมี่ บ้างก็เข้าๆออกๆ
พอเตรียมกับข้าวกับแกล้ม ต่างก็กินกันไปคุยกันไป พูดเรื่องการค้าบ้าง
คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แม้แต่น้ำทะเลขึ้นลง
ในระยะนี้บ้านไหนมีเด็กเกิดใหม่
ก็นำมาพูดคุยในวงสนทนา คุยมันทุกๆเรื่อง
จนเหมือนกับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน

เวลาผ่านไปจนถึง 22.30น. ทันใดนั้นเองประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆ
ทุกคนในร้านหยุดพูดคุยกัน สายตาทุกคู่มองตรงไปยังประตูร้าน
ชายหนุ่มสองคนยืนสง่าในชุดสูทสากล พาดโอเวอร์โค้ทไว้บนแขน
พอเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใครทุกคนก็รู้สึกว่า
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง
และเริ่มสนทนากันต่อไปอย่างคึกคัก ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดว่า
"ขอโทษค่ะที่นั่งเต็มหมดแล้วค่ะ”
เพื่อปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นั้น

ก็มีหญิงคนหนึ่งสวมชุดกิโมโน เดินเข้ามายืนระหว่างกลางของชายหนุ่มทั้งสองคน
ทุกคนในร้านแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคุณนายผู้นั้นพูดว่า
"อ้อ…รบกวน…รบกวนช่วยทำบะหมี่ให้สามชามได้ไหมค๊ะ”

ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว ภาพของสามแม่ลูกในความทรงจำ กับภาพของสามแม่ลูกตรงหน้า
เธอพยายามจะนำทั้งสองภาพมาวางซ้อนกัน

เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ที่โต๊ะทำบะหมี่ชี้นิ้วไปยังทั้งสามแม่ลูก
“พวกคุณ .. พวกคุณ” เขาพูดได้เพียงแค่แค่นั้น คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่คอ

ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนเห็นท่าทีของเถ้าแก่เนี้ยที่ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยพูดกับเถ้าแก่เนี้ยว่า
"พวกเราสามคนแม่ลูกที่เมื่อสิบสี่ปีก่อนในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
มาสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามทานกันสามคนไงครับ
และพวกเราก็ได้รับกำลังใจจากบะหมี่น้ำชามนั้น พวกเราจึงได้สามารถยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้
หลังจากนั้น ก็อพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่กับยายที่อำเภอชิกะ
ปีนี้ผมสอบผ่านได้เป็นนายแพทย์แล้ว
ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดแผนกกุมารเวชที่โรงพยาบาลเกียวโต
ปีหน้าเดือนเมษายนก็จะย้ายมาประจำโรงพยาบาลกลางของซัปโปโรแล้ว”

วันนี้พวกเราก็เลยแวะมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัว
แล้วเลยไปไหว้สุสานของคุณพ่อ
และน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของกิจการร้านบะหมี่นั้น
ขณะนี้ได้ทำงานในธนาคารเกียวโต ได้เสนอความคิดที่เริดเรออย่างหนึ่งก็คือ
ปีนี้ในวันส่งท้ายปีเก่าพวกเราสามคนแม่ลูกจะมาเยี่ยมคารวะเจ้าของร้านบะหมี่ฮอกไกที่
ซัปโปโร และทานบะหมี่น้ำสามชามของร้านฮอกไกด้วย”

สองตายายฟังไปพลาง พยักหน้าไปพลางด้วยน้ำตาคลอเบ้า
เถ้าแก่ร้านขายผักที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตู พยายามใช้แรงอย่างเต็มที่ ที่จะกลืนบะหมี่คำที่คาอยู่ในปากลงไปในคอ แล้วลุกขึ้นยืนพูดว่า
“อ้าว…เถ้าแก่… เป็นอะไรไปหล่ะ
อุตสาห์เตรียมการมาตลอดสิบปีเพื่อเฝ้าคอยวันนี้โต๊ะจองตัวนั้นไง
ที่พวกเถ้าแก่จองให้ลูกค้าที่จะมาตอนหลังสิบโมงของคืนวันสิ้นปีไง
รีบๆ ต้อนรับพวกเขาสิ เร็วเข้า”

ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยก็ได้สติ ตบไหล่ของเถ้าแก่ร้านขายผัก แล้วพูดว่า
"ยินดีต้อนรับค่ะ…เชิญนั่งข้างในค่ะ…นี่ตาเฒ่า…บะหมี่น้ำสามชามโต๊ะสอง”

เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ก็รีบปาดน้ำตาแล้วรับคำว่า
"ครับ..บะหมี่น้ำสามชาม”....

หากดูกันตามจริงแล้ว
สิ่งที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่ทั้งสองได้ให้ไป มันไม่ได้มีค่ามากมายอะไรเลย
มัน เป็นแค่เพียงบะหมี่ไม่กี่ก้อน คำพูดที่จริงใจและให้กำลังใจเพียงไม่กี่คำ รวมทั้งคำอวยพรว่า “ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ) ก็เท่านั้นเอง..
แต่มันกลับให้ผู้ที่ถูกความจริงอันโหดร้ายบีบให้จมอยู่ในสถานการณ์คับขับ ได้สามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า อย่าพยายามมองข้ามตัวเอง
ตัวเราเองสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ได้
บางทีมันอาจจะเป็นแค่เพียงความใส่ใจความห่วงใยอันจริงใจของคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ก็สามารถนำพาเอาแสงสว่างอันเจิดจรัสอย่างไม่มีขีดจำกัดมาสู่โลกได้

ด้วยเหตุนี้ความหวังความใฝ่ฝันที่แรงกล้าของพวกเรา …
เพื่อนพ้องทั้งหลาย …
อย่ามัวเห็นแก่ตัวกันหรือเสียดายมันอยู่เลย หวังว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไป
พวกเราจะสามารถมอบหัวใจแห่งความรักและความเมตตา
ที่เราอัดเก็บไว้ในใจมาเป็นเวลานานแสนนานนั้นมอบให้กับคนอื่นด้วยความเต็มใจ
จุดประกายแห่งความสว่างแก่โลก ….
ถึงแม้จะเป็นแสงเพียงริบหรี่เท่านั้น
แต่สำหรับคืนอันหนาวเหน็บอันเย็นยะเยือกของฤดูหนาว
มันเป็นประกายแห่งความอบอุ่นและแสงสว่างอันสุกสกาวจริง ๆ
19  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ของขวัญที่มอบให้ได้ทุกวัน ( ในบอร์ดนี้ ) เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 06:39:10 AM



*ของขวัญอันล้ำค่าเหล่านี้
ไม่ต้องรอมอบให้กันในช่วงเทศกาล
เราสามารถมอบให้ผู้อื่นได้ตลอดปี
และเมื่อเรามอบของขวัญนี้แก่ผู้ให้แล้ว
ผลที่ได้รับ มีคุณค่ามากมายมหาศาล *

   *ของขวัญจาก **การฟัง
จงตั้งใจฟังผู้อื่นให้มาก
อย่าขัดจังหวะการพูด หรือขัดคอคนอื่น
พูดให้น้อย ฟังให้มาก *

 *ของขวัญจาก **ภาษากาย
อย่าอายที่จะแสดงความรักแก่ครอบครัว หรือเพื่อนของคุณ
การแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่บอกให้พวกเขารู้ถึงความสนิทสนมที่คุณมีให้
จับมือ โอบไหล่ สวมกอด หอมแก้ม ฯลฯ *

   *ของขวัญจาก **ความเบิกบาน
แบ่งปันเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานให้คนรอบข้าง
มีเรื่องสนุก อย่าแอบหัวเราะคนเดียว *

 *ของขวัญจาก **การเขียน
กระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของคุณเอง
เช่น ฉันรักคุณจังเลย ขอบคุณสำหรับความช่วเหลือ
จะสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับคนอ่านได้ไม่น้อย *

   *ของขวัญจาก **คำชม
ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ไม่ว่าใครก็อยากจะได้รับคำชม
เช่น ผมทรงนี้ดูดีจัง กับข้าวอร่อยมากเลยนะ *

 *ของขวัญจาก **ความมีน้ำใจ
ความจริงพวกเราทุกคนล้วนมีน้ำใจ
สภาพสังคมที่ต้องแก่งแย่งแข่งขันอยู่ตลอด
ทำให้น้ำใจของหลายคนเกิดอาการหลับใน
การแบ่งปันให้กัน จะทำให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น *

   *ของขวัญจาก **เวลาส่วนตัว
บางเวลาคนเราก็อาจอยากอยู่เงียบ ๆ ตามลำพัง
อย่าลืมเคารพสิทธิผู้อื่นด้วยปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว
เมื่อเขาต้องการ *

 *ของขวัญจากการ **ให้กำลังใจ
คนเรายามที่จิตใจท้อแท้ ก็เหมือนรถน้ำมันหมด
ช่วยเติมกำลังใจให้คนอื่นทุกครั้งที่มีโอกาส
ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวก็มีทางแก้ ยากกว่านี้ เธอยังทำได้เลย
สักวันรถคุณเองก็อาจจะขาดน้ำมันเหมือนกันก็ได้ *

   *ของขวัญจาก **มธุรสวาจา
คำพูดดี ๆ ทำให้เกิดความประทับใจต่อกันได้ดี
อย่าลืมนำพื้นฐานอย่าง ขอบคุณ ขอโทษ
คุณอยากฟังคำพูดดี ๆ คนอื่นเขาก็เหมือนกัน *

  *และที่สำคัญ **มันเป็นของขวัญที่มาจากใจโดยไม่ต้องลงทุนสักแดงเดียว*
20  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เรื่องเล่าจากหญิงชรา เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 06:33:13 AM
 


  วันแรกที่พวกเราเริ่มการเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น อาจารย์ของเราได้เข้ามาแนะ นำตัวและบอกให้พวกเราทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ที่เราไม่รู้จักมาก่อน ผม ยืนขึ้นแล้วมองไปรอบๆ และมีมือ ๆ หนึ่งเอื้อมมาจับบ่าของผม ผมหันไปพบกับหญิงชราร่างเล็ก ผิวหนังเหี่ยว ย่น ส่งรอยยิ้มอันเป็นประกายมาให้ผม รอยยิ้มนั้นทำให้เธอดูสดใสอย่าง ยิ่ง หญิงชราคนนั้นกล่าวขึ้นว่า ...

“สวัสดี รูปหล่อ ฉันชื่อโรส อายุแปดสิบเจ็ดแล้ว มาให้ฉันกอดสักทีสิ”

ผมหัวเราะกับท่าทางของเธอ และตอบอย่างร่าเริงว่า

“แน่นอน ได้สิครับ ”

แล้วเธอก็กอดผมอย่างแรง ผมถามเธอว่า ...

“ทำไมคุณถึงมาเรียน มหาวิทยาลัย เอาตอนที่อายุน้อยและไร้เดียงสาอย่างนี้ละ.. ”

เธอตอบด้วยเสียงปนหัวเราะว่า “ฉัน มาหาสามีรวยๆ ที่ฉันจะได้แต่งงานด้วย แล้วมีลูกสักสองสามคน...”

ผมขัดจังหวะเธอ โดยถามว่า "ไม่เอาครับ.. ถามจริงๆ”

ผมสงสัยจริงๆ ว่า อะไรทำให้เธอมาเรียนที่นี่ตอนที่อายุขนาดนี้ และเธอ
ตอบว่า " ฉันฝันมานานแล้ว ว่าฉันจะได้ปริญญา และตอนนี้ ฉันก็กำลังจะได้ปริญญาที่ฉันฝัน”

หลัง เลิกเรียนวิชานั้น เราเดินไปที่อาคารสโมสรนักศึกษาด้วยกัน และนั่งกินชอคโก แลตปั่นด้วยกัน เรากลายเป็นเพื่อนกันในทันที ตลอดสามเดือนหลังจากนั้น เราจะ ออกจากชั้นเรียนพร้อมกัน และจะไปนั่งคุยกันไม่หยุด
ผมนั้นประหลาดใจเสมอเมื่อได้ฟัง“ยานเวลา" ลำนี้ แบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ของเธอให้กับผม

ตลอดปีนั้น โรสได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยของเรา และเธอนั้นจะเป็นเพื่อนได้กับทุกคนในทุกที่ที่เธอไป เธอ รักที่จะแต่งตัวดีๆ และดื่มด่ำอยู่กับความสนใจ ที่นักศึกษาคนอื่น ๆ ให้กับเธอ เธอได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ เมื่อถึงตอนสิ้นสุดภาคการศึกษา เรา ได้เชิญโรสให้มาพูดที่งานเลี้ยงของทีมฟุตบอลของเรา
ผมไม่เคยลืมเลยว่า เธอได้สอนอะไรให้กับเรา ... พิธีกรแนะนำตัวเธอ
และ เธอก็เดินขึ้นมาที่แท่น ตอนที่เธอกำลังเตรียมตัวที่จะพูดตามที่เธอตั้งใจ นั้น เธอทำการ์ดที่บันทึกเรื่องที่เธอจะพูดตกพื้น เธอทั้งอาย ทั้ง ประหม่า แต่เธอโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟนแล้วบอกว่า

“ขอโทษด้วย นะ ที่ ฉันซุ่มซ่าม ฉันเลิกกินเบียร์มาตั้งนานแล้ว แต่วิสกี้พวกนี้มันแรง จริงๆ... ฉันคงจะเอาบทของฉัน มาเรียงใหม่ไม่ทันแล้วงั้นฉันก็คงได้แค่บอก เรื่องที่ฉันรู้ให้กับพวกคุณก็แล้วกัน”

พวกเราทุกคนหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ตอนที่เธอเริ่มต้นว่า

“พวกเราทุกคนนั้น ไม่ได้หยุดเล่นเพราะเราแก่หรอก แต่เราแก่เพราะว่าเราหยุดเล่น"

ที่จริงแล้วมีเคล็ดลับสู่การที่จะยังหนุ่มสาวอยู่เสมอมีความสุขและประสบความสำเร็จอยู่ 4 ประการ

1) พวกคุณจะต้องหัวเราะ และมีเรื่องสนุกๆ ขำขันทุกวัน

2) พวก คุณจะต้องมีความฝัน เมื่อไรก็ตามที่คุณสูญเสีย ความฝันของคุณไป คุณจะตาย มี คนมากมายที่ยังเดินไปเดินมาอยู่ทั้งๆ ที่ตายไปแล้วและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ตายไปแล้ว..

3) การที่คุณ “แก่ขึ้น” กับ “เติบโตขึ้น” นั้นมันต่าง กันมาก ถ้าคุณอายุสิบเก้า แล้วนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ปีหนึ่ง และไม่ทำอะไรเป็น ชิ้นเป็นอันเลย ตลอดทั้งปี คุณก็จะอายุยี่สิบ ถ้าฉันอายุแปดสิบเจ็ด แล้วนอนเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยตลอดทั้งปี ฉันก็จะอายุแปดสิบแปด ทุกๆ คนนั้นจะแก่ ขึ้น ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถอะไรเลย ประเด็นของการ เติบโต ขึ้น นั้นอยู่ที่การแสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลง

4) อย่าทิ้งอะไร ไว้ให้เสียใจภายหลัง คนสูงอายุส่วนใหญ่นั้น ไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แล้ว แต่มักจะเสียใจกับสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ คนที่กลัวความตายนั้น มีแต่คนที่ ยังมีสิ่งทีต้องเสียใจค้างอยู่ "

           เธอจบการพูดของ เธอด้วยการร้องเพลง “The Rose” อย่างกล้าหาญ และเธอได้แนะ ให้พวกเราทุกคนศึกษาเนื้อร้องของเพลงนั้นและเอาความหมายเหล่านั้นมา ใช้กับ ชีวิตประจำวันของพวกเรา เมื่อสิ้นปีการศึกษานั้น โรสได้รับปริญญาที่เธอได้ เริ่มฝันไว้เมื่อนานมาแล้ว หนึ่งสัปดาห์หลังจบการศึกษา โรสจากไปอย่างสงบ เธอนอนหลับไปและไม่ตื่นขึ้นอีกเลย ...
นัก ศึกษากว่าสองพันคนไปร่วมพิธีศพของเธอ เพื่อแสดงความเคารพ ต่อหญิงชราผู้ วิเศษ ผู้ได้สอนให้พวกเขาได้รู้ด้วยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า.......ไม่ มีคำว่าสายเกินไป ที่จะเป็นทุกสิ่งที่คุณสามารถเป็นได้

เพื่อระลึกถึงหญิงชราที่ชื่อ โรส ...จงจำไว้ว่า

"การแก่ขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่การเติบโตขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เราเลือกได้

เราอยู่ได้ด้วยสิ่งที่เราได้รับ แต่เราจะมีชีวิตอยู่เพราะสิ่งที่เราให้ไป"


 

ที่มา fwd mail
21  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ดูภาพงาม ๆ ก่อนนะครับ เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 06:16:53 AM
ผู้เสนอบอร์ด แต่โพสต์ ทีหลัง (  :91: )



นำภาพงาม ๆ มาฝากเพื่อน ๆ กันก่อนครับสำหรับเช้านี้ ผมนึกถึงลุง kittisak

โพสต์เรื่องมองเห็นแสงสายรุ้ง ที่พระบรมสารีริกธาตุ



























22  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / เรื่องเก่า แต่นำมาเล่าใหม่ กับภัยพิบัติ ใน 22 ธ.ค.2012 เมื่อ: กันยายน 03, 2010, 03:19:56 AM
http://www.youtube.com/watch?v=KTAxZkyQIes# (Embedding disabled, limit reached)

จากรายเรื่องจริงผ่านจอ พูดถึงวันสิ้นโลก

22 ธ.ค. 2012

http://www.youtube.com/watch?v=tM3bB941hPQ# (Embedding disabled, limit reached)

ตอนที่ 2

23  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / ร่วมทอดกฐิน ณ วัดเขาวง ( ถ้ำนารายณ์ ) สระบุรี เมื่อ: กันยายน 01, 2010, 03:10:30 AM
ขอเชิญร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) จ.สระบุรี
ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๓

คณะอินทราพงษ์ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีร่วมกัน โดยร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาและกำลังทรัพย์ ซึ่งสามารถขอรับวัตถุมงคลที่ระลึกบุญกฐินได้ดังนี้



๑. ผ้ายันต์มหาเศรษฐีเงินล้าน
***เข้าพิธีเสาร์ ๕ วัดท่าขนุนและวัดท่าซุง***


๒. ผ้ายันต์โสฬสมหามงคล (ยันต์โสฬส ยันต์ตรีนิสิงเห และยันต์จตุโรบังเกิดทรัพย์)
***เข้าพิธีเสกพระขรรค์โสฬส วัดท่าขนุน***


๓. ผ้ายันต์ธงพระอินทร์ **หมดแล้ว***
***เข้าพิธีครั้งแรก ณ บ้านสบายใจ และเข้าพิธีเสาร์ ๕ วัดท่าขนุนเรื่อย ๆ มา***



๔. พระปัจเจกพุทธเจ้าขนาดหน้าตัก ๕ เซ็นติเมตร
***บรรจุลูกแก้วพระปัจเจกโพธิ์ พิธีพุทธาภิเษกพระปัจเจกพุทธเจ้า วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)***





๕. ไตรรัตนมณี (เพื่อเจริญเป็นนิมิตกสิณ เป็นพุทธานุสติ ธรรมานุสติ และสังฆานุสติ)
***ทำจากคริสตัล SWAROVSKI***



๖. เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ
***เข้าพิธีที่วัดเขาวง และพิธีโสฬส วัดท่าขนุน***



สีทอง


ปิดทอง



๗. หลวงพ่อพระมหากัจจายนเถระ เนื้อเรซิ่น ขนาดหน้าตัก ๕ นิ้ว
***บรรจุผ้ายันต์โสฬสมหามงคล พิธีเสกพระขรรค์โสฬส วัดท่าขนุน***



***รายการที่ ๓ ผ้ายันต์ธงพระอินทร์เจ้าภาพ หมดแล้ว***
***รายการที่ ๗.๑ หลวงพ่อพระมหากัจจายนเถระ องค์สีขาว หมดแล้ว***
โดยสามารถร่วมทำบุญและโอนเงินเข้าบัญชีได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปถึง วันอาทิตย์ที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๓ โดยโอนเงินร่วมบุญได้ที่

ธนาคารกรุงเทพ
สาขาสยามพารากอน
บัญชีสะสมทรัพย์
ชื่อบัญชี นางสาวศุภรัตน์ ดิษบรรจง
เลขบัญชี ๘๕๕-๐-๒๑๓๒๑-๒(855-0-21321-2)

* ตุลิตะ ตุลิตัง สีฆะ สีฆัง ก่อนวันที่ ๓ ต.ค. นะครับ


สามารถรับวัตถุมงคลที่ระลึกบุญกฐินได้ ดังนี้

๑. รับที่วัดวัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ในวันเสาร์ที่ ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ณ จุดนัดหมาย
๒. รับที่กรุงเทพฯ ต้นเดือน ม.ค. ๒๕๕๔ (สถานที่รับจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง เช่น บ้านสายลมและบ้านอนุสาวรีย์ ณ จุดนัดหมาย)
๓. รับทางไปรษณีย์จัดส่งฟรีหรือตามแต่จะอนุเคราะห์ เฉพาะรายการที่ ๗ มีค่าจัดส่งองค์ละ ๑๐๐ บาท เป็นจัดส่งแบบ logistic ท่านผู้รับต้องติดต่อขอรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ตามที่ผู้รับระบุ

พิธีพุทธาภิเษก วันเสาร์ที่ ๒๐ พ.ย. ๒๕๕๓ และ วันเสาร์ที่ ๑๑ ธ.ค. ๒๕๕๓

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
๑. เว็บ : http://indraphong.com/webboard/showthread.php?2-ทอดกฐินสามัคคี-วัดเขาวง-จ.สระบุรี
๒. อีเมล์ : sathera@gmail.com
๓. พีเอ็ม : นวศรี
๔. โทรศัพท์ : ๐๘๖๘๖๘๖๙๔๓

ท่านที่จองเรียบร้อยแล้ว โปรดให้รายละเอียด ชื่อ-นามสกุล สถานที่จัดส่งทางไปรษณีย์ และเบอร์โทรศัพท์ ในหน้ากระทู้นี้ หรือ ส่ง พีเอ็มมาได้ที่คุณนวศรี เพื่อทำรายการบัญชี และโปรดแจ้งวิธีการรับมอบดังนี้ วิธีที่ ๑ รับที่วัด วิธีที่ ๒ รับที่กรุงเทพฯ วิธีที่๓ รับทางไปรษณีย์
24  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / ร่วมทอดกฐิน วัดหนองโสน ( วัดป่าสัก ) ก่อนถึงวัดแก่งขนุน เมื่อ: กันยายน 01, 2010, 03:04:50 AM
ในปี  2553  ทางชมรมฯ ภายใต้การนำของ อ.ชณนบ จะจัดให้มีการทอดกฐินสามัคคีขึ้น  ณ  วัดหนองโสน (วัดป่าสัก)  เหนือโรงพยาบาลสระบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ. สระบุรี  โดยกำหนดทอด

 

ในวันเสาร์ที่  6  พฤศจิกายน  2553  แรม  14 ค่ำ   เดือน  11  เวลา  10.00 น.

         

เพื่อ รวบรวมปัจจัย ซ่อมแซมเสนาสนะที่ทรุดโทรมของวัด  อ.ชณนบ จึงขอเรียนเชิญคณะศิษย์ทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้  ซึ่ง อ. ชณนบ  หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราเหล่าชมรมศึกษาโหราศาสตร์และจิต จะได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้  ร่วมกัน เป็นประธาน , รองประธาน , กรรมการ และแนะนำชักชวน พุทธศาสนิกชนท่านอื่นๆ มาร่วมกุศลในครั้งนี้

 

อานิสงส์จากการร่วมถวาย  “กฐิน”  นับได้ว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งจะต้องอาศัยทั้งทรัพย์ ปัญญา และกำลังศรัทธา ประกอบด้วยกันในการทำบุญกฐินจึงจะสำเร็จผลขึ้นได้ การทำบุญกฐินนี้จะได้รับอานิสงส์มากมายเหลือที่จะกล่าว

 

“ผู้ ที่ทำบุญกฐิน  ไม่ว่าจะไปเกิดในชาติใดภพใดก็จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง  ก้าวหน้า  บริบูรณ์ด้วย เสื้อผ้าอาภรณ์  เครื่องนุ่งห่มอันอลังการ  อีกทั้งยังมีทรัพย์สมบัติ  บริวารหญิง-ชาย  ลาภยศสรรเสริญบริบูรณ์พร้อมมิได้ขาดมิได้บกพร่อง  เมื่อดับขันธ์แล้วจะได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์   อยู่ในวิมานแก้ว  มีทั้งอัปสรเป็นบริวารถึงหนึ่งหมื่น   เป็นเทพที่ได้นุ่งผ้าทิพย์   ด้วยอานิสงส์แห่งการทำบุญกฐินนั่นเอง”

 

     นอกจากนี้ ผู้ที่ชอบทำบุญ ชักชวนผู้อื่นให้มาร่วมทำบุญกฐินจะได้รับทั้ง โภคทรัพย์และบริวารสมบัติ เมื่อดับชีพวายชนม์ไปแล้ว เมื่อไปเกิดในชาติใด ภพใด ก็จะเป็นผู้มั่งมีในทรัพย์สมบัติ เป็นผู้มีกลิ่นปากหอมดังดอกไม้ เป็นผู้มีน้ำเสียงอันกังวานไพเราะ หากยังคงชักชวนผู้คนให้ไปทำบุญสร้างกุศลอยู่เสมอๆ มิได้ขาดก็จะได้ไปเกิดเป็นเทวดา เป็นเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ ด้วยอานิสงส์นี้เอง

 

      คำว่า  “กฐิน”  (KATHINA)  เป็นคำบาลี  แปลตามศัพท์ว่า  “ไม้สะดึง หรือ กรอบไม้ หรือไม้แบบ” สำหรับ ขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรในสมัยโบราณ ซึ่งผ้าที่เย็บเสร็จแล้วเรียกว่าผ้ากฐินหรือผ้าเย็บจากไม้แบบ  เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท  ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงอนุญาตเองเป็นพระบรมพุทธานุญาตนับเป็นพระประสงค์โดยตรง มิใช้เป็นทานที่ทายกทูลขอให้พระองค์ทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตผ้าอาบน้ำฝน

 

       ผ้ากฐินหรือผ้าไตรจีวรนี้ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ ซึ่ง การทอดกฐินนี้ถือเป็นประเภททาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเสมือนทานอย่างอื่นไม่ได้ โดยมีกำหนดการทอดกฐินได้นับตั้งแต่ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น นอกจากนี้ คณะสงฆ์ในวัดหนึ่งๆ สามารถรับได้ครั้งเดียวในรอบปี โดยจำกัดผู้รับของวัดนั้นว่า  “พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษา และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป ”   

       จึงถือว่าประเพณีการทอดกฐินเป็นบุญประเพณีนิยมที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของพุทธ ศาสนิกชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศไทยซึ่งสันนิษฐานว่ามีปฏิบัติประเพณีนี้มาตั้งแต่สมัยทวาราวดี แต่มาปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าชาวไทยได้ถือปฏิบัติในการบำเพ็ญกุศลในสมัยกรุง สุโขทัยเป็นราชธานี ดังปรากฏความในศิลาจารึกในหลักที่ 1 ด้านที่ 2 โดยมีคำว่า  “กรานกฐิน , บริวารกฐิน , สวดญัตติกฐิน”   ซึ่งคำเหล่านี้ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบันนี้

 

         ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ชมรมฯ โดย อ.ชณนบ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราชาวชมรมศึกษาโหราศาสตร์และจิต จะได้ร่วมบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ และขอตั้งจิตอธิษฐาน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ท่านพร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป หากหวังสิ่งใดแล้วไซร้ และสิ่งนั้นเป็นไปในทางอันที่ชอบ ประกอบด้วยธรรมแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วไซร้ ขอสิ่งนั้นจงสำเร็จด้วยอายุ  วรรณะ  สุขะ  พละ  ปฎิภาณ     ธนสารสมบัติทุกประการเทอญ.

 

ในวัน เสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2553 ซึ่งเป็นวันทอดกฐินนั้น ทางชมรมฯ จะจัดรถบัสสำหรับคณะท่องเที่ยวสัญจรพร้อมกันไป โดยจะรับประมาณ 40 ท่าน หลังจากร่วมบุญกุศลทอดกฐินเสร็จแล้ว เราจะเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยว  ณ  เขาใหญ่  โดยค้างแรม 1 คืน สำหรับรายละเอียดค่าใช้จ่าย สถานที่พัก ฯลฯ จะแจ้งให้ท่านทราบภายหลัง อ.ชณนบ จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่จะร่วมเดินทางไปสัญจร กรุณาติดต่อจองที่นั่งที่ คุณอ้อ 0-2573-4195 ด่วน! เพราะรับจำนวนจำกัดเพียง 40 ท่านเท่านั้น

 

ส่วน ท่านใดที่มิได้ร่วมสัญจร แต่ มีความประสงค์ไปร่วมบุญกุศลทอดกฐินโดยเดินทางด้วยตัวเองตามแผนที่ที่แนบมา พร้อมจดหมายครั้งนี้  กรุณาเดินทางถึงวัดภายในเวลา 10.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2553 ซึ่งเป็นวันทอดกฐินนั้น กรุณาแจ้งจำนวนผู้เดินทางไปร่วมงานให้ทางชมรมฯ ทราบด้วย เพื่อทางชมรมฯ จะได้จัดเตรียมอาหารให้พร้อม เพราะเราจะจัดเลี้ยงผู้ไปร่วมทอดกฐินทุกท่านด้วยโต๊ะจีน

 

ถ้าเป็นไปได้ กรุณาส่งรายชื่อผู้ร่วมสร้างบุญกุศลในครั้งนี้ ภายในสิ้นเดือนสิหาคม 2553 เพื่อนำรายชื่อเหล่านั้นมาพิมพ์ในใบกฐิน
25  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / เชิญร่วมทอดกฐิน วัดเมืองสูง โคราชครับ เมื่อ: กันยายน 01, 2010, 02:58:21 AM
ทอด ณ วัดเมืองสูงพัฒนาวนาราม ตำบลหนองตาดใหญ่ อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นวัตถุปัจจัยในการก่อสร้างพระอุโบสถวัดเมืองสูงพัฒนาวนาราม ให้อยู่ทรงคุณค่าต่อไป ให้เป็นที่พระภิกษุสงฆ์ ได้ทำพิธีทางพุธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ดังนั้นคณะกรรมการวัด และกรรมหมู่บ้าน ได้ปรึกษาหาลือกันว่าจะสร้างพระอุโบสถ ตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการ ต่อไป

วันที่ ๓๐ - ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓

    * กำหนดการ
          o วันเสาร์ที่ ๓๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓(แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๑)
          o เวลา ๐๗.๐๐ น. ถวายภัตตราหารเช้า แด่พระภิกษุสงฆ์
          o เวลา ๐๙.๐๐ น. ตั้งองค์กฐินมหากุศลสามัคคี
          o เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์
          o เวลา ๑๔.๐๐ น. แห่องค์กฐินมหากุศลสามัคคีรอบบ้านเมืองสูง บ้านหนองเทียมพัฒนา

          o วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓(แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑)
          o เวลา ๐๗.๐๐ น. ถวายภัตตราหารเช้า แด่พระภิกษุสงฆ์
          o เวลา ๐๙.๐๙ น ร่วมถวายองค์กฐินมหากุศลพร้อมกัน
          o เวลา ๑๑.๐๐ น ถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์ (เสร็จพิธี)

          o คณะกรรมการวัดเมืองสูงพัฒนาวนาราม
               1. คุณอุดม แสงฮาด ผู้ใหญ่ ม. ๘
               2. คุณสุชาติ อาสานอก ผู้ใหญ่ ม. ๙
               3. คุณเสงี่ยม แดนไธสง ประธานสภา อบต. หนองตาดใหญ่
               4. คุณสายฟ้า พลทามูล รองนายก อบต. หนองตาดใหญ่
               5. คุณสว่าง พลดงนอก ผู้ช่วยหมู่ ๘
               6. คุณเสถียน แสงสว่าง ผู้ช่วยฯหมู่ ๘
               7. คุณบุญถม คงสอน ผู้ช่วยหมู่ ๙
               8. คุณบุญมี กางโงน ผู้ช่วยหมู่ ๙
               9. คุณดุษฎภรณ์ วิไพบูลย์ สอบต. หมู่ ๘
              10. คุณนิ่ม กุลทนี สอบต. หมู่ ๙
              11. คุณสุธี พรมพา สอบต. หมู่ ๙
              12. จ.ส.อ.บุญมา ตาลไธสง
              13. ด.ต.รณยุทธ วิไพบูลย์
              14. คุณเฉลียว แดนไธสง
              15. คุณสุนันทา แดนไธสง
              16. คุณสอน สีน้ำอ้อม
              17. คุณเวิน สีน้ำอ้อม
              18. คุณสมบูรณ์ คะเนนอก
              19. คุณบุญศรี คะเนนอก
              20. คุณไสว แทนค้ำ
              21. คุณจันทา พลดงนอก
              22. คุณบุญโฮม แดนไธสง
              23. คุณปัญญา สมเด็จ
              24. คุณแพง แร่กาสินธ์
              25. คุณสุริยา พลประถม
              26. คุณแม่กวี ดวงบุญชู
              27. คุณแสวง แร่กาสินธ์
              28. คุณสม ทับทิมใส
              29. คุณสมร เนตรไธสง
              30. คุณเลิศ พลทามูล
              31. คุณแม่หนูคล้าย เพชรเสนา
              32. คุณประพันธ์ คัมภิรา
              33. คุณสมคิด ชุมพล
              34. คุณสุนทร ชุมพล
              35. คุณคำปลาย ชินแสน
              36. คุณสภาพ สีหาใต้
              37. คุณสฤษดิ์เดช ช่างเหล็ก
              38. คุณคำปั่น แว่นแก้ว
              39. คุณทองพูน พัฒอำพันธ์
              40. คุณแม่กองขันธ์ พัฒอำพันธ์
              41. คุณประดุง ยะปะเต
              42. คุณคำพอง ศรีชุม
              43. คุณอนงค์ ฉิมมายัง
              44. คุณสมัย ยะปะเต
              45. คุณเป พัณธิ์ชมพู
              46. คุณคำพันธ์ แร่กาสินธุ์
              47. คุณดาว พัฒอำพันธ์
              48. คุณพัณ คำภิรา
              49. คุณบุญเถิง ยะปะเพ
              50. คุณแม่รุณ คะเนนอก
              51. คุณแม่บุญ แร่กาสินธ์

          o คณะกรรมการสาย
                + คุณฉลวยพันธ์ รัตรนพันธุ์


ขออำนาจคุณของพระรัตนตรัย คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงช่วยดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวรวมไปถึงคนอันเป็นที่รัก ที่เคารพ บริวารทั้งหลายของท่าน ให้มีแต่ความสุข ความเจริญ ก้าวหน้าในหน้าที่การงานและธุรกิจ ขอให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ทุกท่านเทอญ

    * ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัดเมืองสูงพัฒนาวนาราม ...

    * โทร 0-4424-9517, 08-7950-9619, 08-52049408
26  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / ร่วมทอดกฐิน กับศิษย์วัดปทุม ฯ ปี 2553 เมื่อ: กันยายน 01, 2010, 02:55:49 AM
กำหนดการทอดกฐินประจำปี 2553

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
-วัดจันทร์แก้วเพ็ชรถาวรวนาราม อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
๐๗.๓๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๓๐ น. ถวายผ้ากฐิน

-วัดระนองถาวรวนาราม อ.เมือง จ.ระนอง
วันเสาร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓
๐๖.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๐๙.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553
- วัดอุดมธรรมโปษะกฤษณะวราราม เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
- สำนักสงฆ์ศรีถาวรบางแก้วฟ้า (วัดเฉลิมพระเกียรติ) และธุดงคสถานสงวน-ฉันทนี จ.นครปฐม
- ธุดงคสถานสงวนฉันทนี
๐๗.๓๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๓๐ น. ถวายผ้ากฐิน วัดอุดมธรรมโปษะกฤษณะ และทำบุญครบรอบ ๑๐๐ ปี ศ.นายแพทย์อุดม โปษะกฤษณะ
๑๔.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน สำนักสงฆ์ศรีถาวรบางแก้วฟ้า และธุดงคสถานสงวน-ฉันทนี


วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553
-วัดคุณแม่จันทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ
๐๗.๓๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2553
-ธุดงคสถานเขาหมี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
-ธุดงคสถานห้วยองคต จ.กาญจนบุรี
๐๖.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน
๑๓.๐๐ น. เดินทางกลับ

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2553
วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
-วัดถาวรวนาราม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
-สำนักสงฆ์ศรีถาวรชัยพัฒนา อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว
๐๖.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐินวัดถาวรวนาราม
๑๔.๐๐ น. ถวายผ้ากฐินสำนักสงฆ์ศรีถาวรชัยพัฒนา
เสร็จพิธีเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

-วัดป่าศรีถาวรนิมิต และธุดงคสถานศรีถาวรนิมิต บ้านบุ่งเข้ อ.ปากพลี จ.นครนายก
-วัดธรรมสโรชวนาราม อ.องครักษ์ จ.นครนายก
๐๖.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน วัดป่าศรีถาวรนิมิต และ ธุดงคสถานศรีถาวรนิมิต
๑๔.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน วัดธรรมสโรชวนาราม อ.องครักษ์ เสร็จแล้วเดินทางกลับ


วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน 2553
-วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

พิษณุโลก-นครสวรรค์

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553
๐๖.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐินวัดป่าศรีถาวร
๑๓.๐๐ น. ถวายผ้ากฐินวัดอภัยสุพรรณภูมิ ค้างคืนที่ วัดป่าศรีถาวร อ.วังทอง
เวลา ๐๗.๐๐ น. วันอาทิตย์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
เดินทางไปวัดเขาช้างฟุบถาวรวนาราม จ.นครสวรรค์
๑๐.๓๐ น. ถวายผ้ากฐินวัดเขาช้างฟุบถาวรวนาราม

วันอาทิตย์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
-สำนักสงฆ์ศรีถาวร อยุธยา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
๐๖.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน
๑๓.๐๐ น. เดินทางกลับ

วัดป่าศรีถาวรวังตาว อ.เมือง จ.น่าน
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
๐๖.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
วันอาทิตย์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน
๑๓.๐๐ น. เดินทางกลับ

จังหวัด กาฬสินธุ์
-วัดบ้านโนนศิลาเลิง และกฐินวัดต่างๆ รวม ๓๔ วัด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์
วันศุกร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
๒๑.๐๐ น. ออกเดินทางจากวัดปทุมวนาราม
วันเสาร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
๐๙.๐๐ น. เริ่มพิธีแข่งขันเรือยาวประเพณี หนองเลิงไก่โอก
วันอาทิตย์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
๑๐.๐๐ น. ถวายผ้ากฐินวัดบ้านโนนศิลาเลิง และกฐินวัดต่างๆ ๓๔ วัด

กฐินวัดในต่างประเทศ


วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2553
-วัดเนรัญชราวาส เมืองคยา ประเทศอินเดีย

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2553
-วัดป่าศรีถาวรฮิวส์ตัน เท็กซัส สหรัฐอเมริกา

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2553
-วัดพุทธไทยถาวรวนาราม นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
27  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / มหัศจรรย์แห่งชีวิต 7 ( วชิรเมธี ) เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 01:43:12 AM
มหัศจรรย์แห่งชีวิต ๗ หากคุณคิดได้อย่างนี้ คุณจะมีความสุข ตลอดปี?




๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน?
ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ

๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี?
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี?
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข

๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน?
งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน

๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา?
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง

๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา

๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้

๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี?
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ

๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร?
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา

๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี?
(๑) หางานใหม่
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอดจ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่

๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย?
คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย

๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม?
ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
แทนที่จะไถ่โคกระบือ
คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า

๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน?
ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน

๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?
มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน
ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ

๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?
(๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
(๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
(๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง

๑๖. สวดมนต์บทไหนดี?
(๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
(๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
(๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้ คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง

๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี?
(๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
(๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
(๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด

๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก?
(๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
(๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
(๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน

๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม?
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน

บางส่วนจาก หนังสือ "มหัศจรรย์แห่งชีวิต ๗ หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี"
28  เรื่องทั่วไป / แจ้งปัญหาการใช้งานบอร์ด / อยากให้เพิ่ม ส่วน ฟอร์เวิร์ดเมล์ ธรรมะ ครับ เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 01:01:03 AM
เรียนเว็บมาสเตอร์ / พระอาจารย์

ในส่วนของ ฟอร์เวิร์ดเมล์ ที่มีสาระครับ

แบ่งปันกันอ่าน นะครับ จะได้เป็นประโยชน์กับชาวธรรมะั ด้วยครับ

จะได้ไม่โพสต์ให้เลอะในส่วนของ สนทนาธรรม หรือ ส่งจิตออกนอก ครับ

ขอบคุณครับ / นมัสการ

 :25: :25:
29  เรื่องทั่วไป / แจ้งปัญหาการใช้งานบอร์ด / การตกแต่ง กราฟฟิก ด้วยโปรแกรม โฟโต้ช๊อบ เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 12:53:28 AM
เห็นคุณ ธรรมธวัช ขอสาว ๆ ช่วยสอน

ผมก็ขอแบ่งปัน นะครับ

บทที่ 1 สร้าง Background หลากสี


30  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคี วัดเลียบ จ.อุบล เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 12:20:03 AM


ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี
ณ วัดเลียบ บ้านโพนเมืองมะทัน ตำบลหนองเหล่า อำเภอม่วงสามสิบจังหวัดอุบลราชธานี ~E)
ตั้งกองกฐิน วันศุกร์ที่ ๑๙ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓ M- -6oR7 
(ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๒)
ทอด วันเสาร์ที่ ๒๐ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ (ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒)

************************************
ใน วาระแห่งกฐินทานที่จะมาถึงนี้ คณะสงฆ์วัดเลียบและชาวบ้านโพนเมืองมะทันจึงถือเป็นโอกาสอันควรยิ่งที่จะ ขอบอกบุญคณะญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา จะได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีเพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างเมรุวัด เลียบให้เสร็จสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ที่ตั้ง ไว้และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาสืบไป เนื่องจากการก่อสร้างเมรุเป็นงานที่ ต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากต้องอาศัยทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์เป็นจำนวนมาก จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธามาร่วมบำเพ็ญมหาทานด้วยการร่วมทอดกฐิน สามัคคี เพื่อให้การก่อสร้างดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไป

ขอ อำนวยพรท่านผู้ร่วมอนุโมทนาบุญแห่งมหากุศลในครั้งนี้ จงประสบแต่ความสุขความเจริญเพรียบพร้อมไปด้วยนวพิธพรชัย ๙ ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ธรรมสมบัติคุณสมบัติ และปัญญาสมบัติ ตลอดกาลนานเทอญ T

พระครูโกศลธรรมพินิจ ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหนองเหล่า เขต ๑ นายอำนาจ นามแสน อดีต ผอ.รร.บ้านโพนเมืองมะทัน
พระครูสุตธรรมสาร เจ้าคณะตำบลหนองเหล่า เขต ๒ นายพันธ์ศักดิ์ สืบสมผอ.รร.บ้านโพนเมืองมะทัน
พระอธิการณรงค์ กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดเลียบ นายบุญมี คำพันธ์ เลขานุการนายกฯอบต.หนองเหล่า
พระจำลอง ปญฺญาธโร พระสมศักดิ์ ฉันทโร นายประเสริฐ มีธรรม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖
พระสมชาย อธิปญฺโญ พระสมปอง ถาวโร นายประยูร ประหยัด อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๔

คณะกรรมการผู้บริหารหมู่บ้าน
นายอุทิศ มีทรัพย์ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๔ นายสุริยันต์ อนุสนธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖
นางอัมพร ประทานผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๔ นายสมนึก มีธรรม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖
นางละมุน พิพัฒน์ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๔ นายแสวง งามสาย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖
นายสมัคร สกุลจาปส.อบต. หมู่ที่ ๑๔ นายนิกร พิพัฒน์ส.อบต. หมู่ที่ ๖
นางพนาวัลย์ โคตรจันทร์ ส.อบต. หมู่ที่ ๑๔ นายบรรจง ประทาน ส.อบต. หมู่ที่๖

นายพรมมา มีธรรมไวยาวัจกรวัดเลียบ นายผอง เชื้อขาวไวยาวัจกรวัดเลียบ
นายเหล็ก ช่างไชยทายกวัด นายสัมพันธ์ ประทานกรรมการ 
นายไทย ผ่ายเผยกรรมการ นายแสวง พิพัฒน์กรรมการ 
นายสุนทร ฝนทั่งกรรมการ


ท่านใดที่มีจิตศรัทธาที่จะร่วมบริจาก ในการสร้างฌาปณสถานเมรุณ วัดเลียบบ้านโพนเมืองมะทัน ต.หนองเหล่า อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 082-1347362หรือ085-3109382บัญชี บัญชีเงินฝากวัดเลียบบ้านโพนเมืองมะทัน ธนาคาร ธกสสาขาม่วงสามสิบ 991-2-64136-1
31  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / การตัดสินใจ ของคนรุ่นใหม่ ( ฟอร์เวิร์ดเมล์ ) เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 10:34:59 PM
แบ่งปันให้อ่านครับ แนวคิดคนรุ่นใหม่ครับ



มีเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นกันใกล้รางรถไฟ 2 ราง
รางหนึ่งอยู่ในระหว่างการใช้งาน
ในขณะที่อีกรางหนึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว
มีเพียงเด็กคนเดียวเท่านั้นที่เล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งาน
ส่วนเด็กที่เหลือนั่งเล่นอยู่บนรางที่ยังใช้งานอยู่

เมื่อรถไฟแล่นมา คุณอยู่ใกล้ๆที่สับรางรถไฟ
คุณสามารถเปลี่ยนทางรถไฟไปยังรางที่ไม่ได้ใช้งาน
เพื่อช่วยชีวิตเด็กส่วนใหญ่
แต่นั่นหมายถึงการเสียสละชีวิตของ
เด็กคนที่เล่นอยู่บนรางที่ไม่ได้ใช้งาน

หรือคุณเลือกจะปล่อยให้รถไฟวิ่งทางเดิม?

ลองหยุดคิดสักนิด มีทางเลือกใดที่เราสามารถตัดสินใจได้
คุณต้องทำการตัดสินใจก่อนที่จะอ่านต่อไป
แต่ รถไฟไม่สามารถหยุดรอให้คุณไตร่ตรองได้

คนส่วนมากอาจเลือกที่จะเปลี่ยนทางรถไฟ
และยอมสละชีวิตของเด็กคนนั้น

ผมคิดว่า คุณก็อาจจะคิดเช่นเดียวกัน
แน่นอน ตอนแรกผมก็คิดเช่นนี้เพราะการช่วยชีวิตเด็กส่วนมาก
ด้วยการเสียสละชีวิตเด็กหนึ่งคนนั้นดูสมเหตุผล
ทั้งทางศีลธรรมและความรู้สึก

แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่าเด็กที่เลือกเล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว
ที่จริงเขาได้ตัดสินใจถูกต้อง ที่จะเล่นในสถานที่ๆปลอดภัยแล้วต่างหาก
แต่ทว่า เขากลับต้องเสียสละชีวิตให้กับเพื่อนที่ไม่ใส่ใจ
และเลือกที่จะเล่นในที่อันตราย

สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวัน
ในสถานที่ทำงาน ย่านชุมชน การเมือง
โดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตย
คนกลุ่มน้อยมักจะถูกเสียสละให้กับผลประโยชน์ของคนหมู่มาก

แม้ว่าคนกลุ่มน้อยจะฉลาด มองการณ์ไกล และคนหมู่มากจะโง่เง่า ไม่ใส่ใจก็ตาม
เด็กคนที่เลือกที่จะไม่เล่นบนรางที่อยู่ในการใช้งานตามเพื่อนๆของเขา
และคงไม่มีใครเสียน้ำตาให้หากเขาต้องสละชีวิตก็ตาม

เพื่อนที่ส่งต่อเรื่องนี้มาบอกว่า เขาจะไม่พยายามเปลี่ยนเส้นทางรถไฟ
เพราะเขาเชื่อว่าเด็กที่เล่นอยู่บนรางที่อยู่ในการใช้งานย่อมรู้ดีว่า
รางนั้นยังอยู่ในระหว่างการใช้งาน
และพวกเขาควรจะหลบออกมาเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงหวูดรถไฟ

ถ้าทางรถไฟถูกเปลี่ยน เด็กหนึ่งคนนั้นต้องตายอย่างแน่นอน
เพราะเขาไม่เคยคิดว่ารถไฟจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางนั้น
นอกจากนั้น รางที่ไม่ได้ถูกใช้งานอาจเป็นเพราะรางนั้นไม่ปลอดภัย
ถ้ารถไฟถูกเปลี่ยนเส้นทางมาที่รางนี้
เราทำให้ชีวิตของผู้โดยสารทั้งหมดตกอยู่ในอันตราย
ในขณะที่คุณพยายามช่วยชีวิตเด็กจำนวนหนึ่งโดยการสละชีวิตเด็กหนึ่งคน
อาจกลายเป็นการสังเวยชีวิตผู้คนนับร้อยก็เป็นได้

เรารู้ว่าชีวิตเต็มไปด้วยการตัดสินใจอันยากลำบาก บางครั้งเราอาจลืมไปว่า
การตัดสินใจอันรวดเร็วใช่จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
จำไว้ว่า สิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฎิบัติ
และสิ่งที่เป็นที่นิยม ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป
ทุกๆคนสามารถทำสิ่งผิดพลาดได้
และนั่นคือเหตุผลที่เขาใส่ยางลบไว้ที่ปลายของดินสอ
หน้า: [1]