ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
  Messages   Topics   Attachments  

  Topics - Namo
หน้า: [1]
1  เรื่องทั่วไป / แนะนำเว็บไซท์ สายธรรมะ กันหน่อยจ้า / http://watbannokcom.blogspot.com/ วันโนนหนองเบ็ญ กาฬสินธุ์ เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 10:26:38 AM


http://watbannokcom.blogspot.com/2011/01/blog-post_1045.html
วันโนนหนองเบ็ญ กาฬสินธ์
2  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ข้อควร พิจารณา ก่อนไปปฏิบัติธรรม ตามวัดสำนักต่าง ๆ เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 10:23:41 AM
ปฏิบัติธรรมเพื่ออะไร? 
และต้องการปฏิบัติแบบไหน?

ก่อนไป  ควรต้องศึกษาก่อน 
เพื่อที่จะได้ทราบว่ามันตรงตามที่เราต้องการหรือตั้งเป้าหมายเอาไว้หรือไม่
จะได้ไม่ต้องเสียเวลา

แต่ละวัดแต่ละที่ ก็มีแนวทางและวิธีปฏิบัติแตกต่างกัน

บางวัดต้องไปตามวันเวลา และอยู่ครบตามที่เค้ากำหนด
บางวัดไปเมื่อไหร่  กลับเมื่อไหร่ก็ได้

บางวัดอาหารมื้อเดียว  บางวัด 2 มื้อ
บางวัดมังสวิรัต  บางวัดก็ไม่

บางวัดเป็นที่นิยม  คนเยอะ  อดทนต่อความลำบากตรงนี้ได้หรือไม่
ทั้งเรื่องที่หลับที่นอน  อาหารการกิน  ห้องน้ำห้องสุขา
ต่างคนต่างอุปนิสัย   

บางวัดมีข้อห้ามผู้ปฏิบัติธรรมค่อนข้างเคร่งครัด 
บางวัดก็ไม่   ผู้ปฏิบัติธรรมก็เลยเหมือนไปพักร้อน




ขอบคุณภาพประกอบจาก http://1.bp.blogspot.com/
3  ธรรมะสาระ / สนทนาธรรม ทั่วไป ตามความชอบใจของท่าน / ลักษณะ ๕ ของวาจาสุภาษิต เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 11:08:31 AM
๕๓. ลักษณะ ๕ ของวาจาสุภาษิต

 "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาที่ประกอบด้วยองค์ ๕ นับเป็นสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต ไม่มีโทษ อันผู้รู้ติไม่ได้ คือ
             ๑. วาจาที่กล่าว (ถูกต้อง) ตามกาล
             ๒. วาจาที่กล่าว เป็นความจริง
             ๓. วาจาที่กล่าว อ่อนหวาน
             ๔. วาจาที่กล่าว ประกอบด้วยประโยชน์
             ๕. วาจาที่กล่าว ด้วยจิตประกอบด้วยเมตตา

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๑
...................................................................................
๕๘. คนพูดด้วยปัญญามีอานิสงส์ ๕
  "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้ ในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา คือ
             ๑. ไม่พูดปด
             ๒. ไม่พูดส่อเสียด
             ๓. ไม่พูดคำหยาบ
             ๔. ไม่พูดเพ้อเจ้อ
             ๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
 "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้แล ในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา."

................................................................................................
๘๒. คนที่เกิดมีขวานมาในปากด้วย

"คนที่เกิดมาแล้ว มีขวานเกิดมาในปากด้วย คนพาลเมื่อกล่าวคำชั่ว ชื่อว่าใช้ขวานนั้นฟันตนเอง. ผู้ใดสรรเสริญคนที่ควรติ
ติคนที่ควรสรรเสริญ ผู้นั้น ชื่อว่าใช้ปากเลือกเก็บความชั่วไว้ จะไม่ได้ประสบความสุข เพราะความชั่วนั้น."

ทสกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๔/๑๘๕
4  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ทำไมคนชั่วถึงได้ดีอยู่เสมอ ตัวฉันทำความดีตั้งนานไม่เห็นใครเห็นเลย เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2012, 01:54:28 PM

มีคนถามว่า ทำไมคนชั่วถึงได้ดีอยู่เสมอ ตัวฉันทำความดีตั้งนานไม่เห็นใครเห็นเลย ขอให้พิจารณาให้ถ่องแท้คนชั่วพวกนี้มักใช้ความดีเป็นฉากกำบังความชั่ว เมื่อตอนที่ทำความดี ความชั่วก็ยังไม่เกิดผล เมื่อความชั่วถูกสะสมบ่อยๆเข้า วันหนึ่งความดีก็คุ้มครองไม่ได้ ตอนนั้นแหละความชั่วก็จะต้องให้ผล หรือที่คนมักพูดกันว่า “เพราะบุญเก่ายังมีผลอยู่ ความชั่วในปัจจุบันจึงยังไม่สนอง แต่เมื่อบุญเก่าหมดเมื่อไร บาปที่ทำไว้ก็จะให้ผลทันที”

หลวงปู่ทิม
วัดละหารไร่ จ.ระยอง
5  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อย่าใช้สื่อกามารมณ์ เพื่อขายสินค้า เมื่อ: มีนาคม 29, 2012, 09:58:27 AM


เป็นความเห็นที่ดี คะ
6  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / สันโดษ กับ อยู่ เฉยๆ ไม่ยุ่งอะไร ใช่ความหมายเดียวกันหรือไม่ ^_^ เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 01:09:08 PM
คือ สงสัยว่าปัจจุบัน นี้ไม่ทราบว่าใช้คำถูกหรือไม่ ?

  มีพี่คนหนึ่ง บอกว่า ขออยู่ สันโดษ
    วิธีอยู่ สันโดษ ของพี่ก็คือ ไม่ยุ่งกับใคร ๆ ทั้งนั้น ไม่ร่วมกิจกรรมอะไรกับ ใคร เหมือนอยู่โลกของพี่เขาคนเดียว

 แต่พอมาอ่านหลักธรรม ของพระพุทธเจ้า

    ภิกษุอยู่สันโดษ แต่มีการเผยแผ่พระธรรม

  มาคิดไปคิดมา การเผยแผ่พระธรรม เป็นสันโดษได้หรือคะ เพราะมีกิจกรรม ที่ต้องทำ ต้องร่วมด้วย

 หรือ ความหมายของคำว่าสันโดษ ยังใช้ไม่ถูกต้อง

  สันโดษ อุเบกขา วางเฉย เฉยเมย  เป็นธรรมอันเดียวกันหรือไม่


  :c017: :s_hi:
7  ธรรมะสาระ / สนทนาธรรม ทั่วไป ตามความชอบใจของท่าน / ความเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2011, 11:11:47 AM
ความเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
             [๔๘๗] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พวกพราหมณ์และคฤหบดี ชาวบ้านสาละ
ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่
พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยเอนกปริยาย
เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่
มืดด้วยตั้งใจว่า คนมีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ พวกข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระโคดมผู้เจริญกับพระธรรม
และพระภิกษุสงฆ์ว่า เป็นสรณะ ขอพระโคดมผู้เจริญ จงทรงจำพวกข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก
ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไปฉะนี้แล.
จบ สาเลยยกสูตร ที่ ๑ ความเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
             [๔๘๗] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พวกพราหมณ์และคฤหบดี ชาวบ้านสาละ
ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่
พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยเอนกปริยาย
เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่
มืดด้วยตั้งใจว่า คนมีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ พวกข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระโคดมผู้เจริญกับพระธรรม
และพระภิกษุสงฆ์ว่า เป็นสรณะ ขอพระโคดมผู้เจริญ จงทรงจำพวกข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก
ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไปฉะนี้แล.
จบ สาเลยยกสูตร ที่ ๑



ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.komchadluek.net
8  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อุทาหรณ์สอนใจ ในความประมาท ของ พ่อ ..... เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 10:08:04 AM
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเศร้าสลดเมื่อหนูน้อยวัยขวบเศษเสียชีวิต หลังจากพ่อ

ของเธอลืมนำไปส่งให้สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน และปล่อยอยู่ในรถนานถึง 5 ชั่วโมงเพื่อไปทำงาน

 


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากที่พ่อของหนูน้อยรีบร้อนไปสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเต

ราโม่ในอิตาลี โดยจอดรถเอาไว้ที่ลานจอดรถ โดยที่เขาลืมว่ามีลูกสาวแบเบาะอยู่ที่เบาะด้านหลัง

และปล่อยลูกสาวเอาไว้ในรถ ท่ามกลางอุณหภูมิกลางแจ้งกว่า 30 องศาเซลเซียล โดยแพทย์

จากโรงพยาบาลท้องถิ่นได้เปิดเผยว่า เอเลน่า เพททรีซี หนูน้อยวัยขวบเศษ ถูกนำตัวส่งโรง

พยาบาลเพราะอาการสมองตาย เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่าน ก่อนที่สามวันให้หลัง หนูน้อยพ่ายแพ้ต่อ

การต่อสู้และชีวิตลงในที่สุด

ด้าน ลูซิโอ เพททรีซี พ่อของหนูน้อย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในเวลาต่อมาและถูกสอบสวน

อย่างหนัก โดยเขาเผยว่า "ผมตั้งใจจะส่งลูกสาวที่สถานเลี้ยงเด็กอ่อนก่อนจะมาทำงาน ผมไม่

เคยมีความคิดฆ่าลูกสาวตัวเอง ผมยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อช่วยลูกสาวของผม" ขณะที่ เซียอาร่า

สเคียรินี แม่ของหนูน้อยเคราะห์ร้ายที่ กำลังตั้งครรภ์เผยว่า "ฉันคิดว่าเขา(สามี)ไม่ผิด เขามักจะ

ยุ่งกับงานและวิ่งวุ่นไปนั่นนี่อยู่เป็นประจำ แต่ถึงเขาจะยุ่งแค่ไหน เขาก็ยังกลับมาดูแลฉันกับลูก

สาวอยู่เป็นประจำ เขาไม่ผิดค่ะ เขาเป็นพ่อที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว"

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นยังคงดำเนินการสอบสวนและรอผล ชันสูตรศพหนูน้อย

เพื่อที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนร่างของหนูน้อยเอเลน่า ล่าสุดได้ทำการยินยอม

สำหรับการบริจาคอวัยวะ ซึ่งในขณะนี้หัวใจและไตของหนูน้อย ถูกนำไปช่วยเหลือเด็กที่ป่วย

เรื้อรังในอิตาลีแล้ว


Credit :  http://news.sanook.com
9  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / เสียงดับ ไม่ได้ยิน มีแต่ พุทโธ อย่างนี้ควรทำอย่างไรต่อคะ เมื่อ: เมษายน 08, 2011, 10:06:06 AM
เมื่อวานเพื่อน ๆ ชาวหอพัก ได้จัดงานฉลองสงกรานต์กันก่อน ที่จะแยกย้ายกลับบ้านกันคะ

ปรากฏมีการเปิดเครื่องเสียง เพลงสำหรับเต้น และ ส่งเสียงกันอย่างงานรื่นเริง ดังมาก ๆ

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบก็เลยเข้าห้อง แล้วนั่งกรรมฐานภาวนา พุทโธ ไปเรื่อย ๆ ที่ฐานจิตที่ 5 พระผรณาปีติ

ปรากฏว่าภาวนาไป ๆ เสียงที่ดังอยู่ก็ค่อย ๆ จางและเบา และหายไป ซึ่งตอนนั้นมีความสุขมากเลยคะเพราะไม่ได้

ยินเสียงปาร์ตี้ของเพื่อนแล้ว ไม่ทราบเป็นเพราะอะไรคะ เสียงรอบข้างถึงดับลงไป และได้ยินเสียงหัวใจแทนคะ

จะดังเป็นระยะ ๆ คะ

 ขอคำแนะนำด้วยคะ

  :c017:
10  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถ้าเราภาวนากรรมฐาน โดยไม่ต้องสนใจ เรื่อง อุปจาระฌาน และ อัปปนาฌาน เมื่อ: เมษายน 08, 2011, 10:00:46 AM
ถ้าเราภาวนากรรมฐาน โดยไม่ต้องสนใจ เรื่อง อุปจาระฌาน และ อัปปนาฌาน เลยเพียงกำหนดกรรมฐาน มี พุทโธ อยู่ในฐาน จิตได้อย่างต่อเนื่องประมาณ ชม หรือ สอง ชม. แล้วเข้าพิจารณาองค์ใด องค์หนึ่งเลยได้หรือไม่คะ

 :c017:
11  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / เป็น ปีติ หรือ ความอ่อนไหว คะอาการเช่นนี้ เมื่อ: เมษายน 08, 2011, 09:58:40 AM
เมื่อได้ภาวนาไปเรื่อย ๆ ในองค์กรรมฐาน ครั้นออกจากกรรมฐาน เพียงจับพระูสูตร หรือ บทสวดมนต์มาอ่านทุกครั้งก็จะมีน้ำตาไหลอาบแก้ม เหมือนถูกกระทบกระเทือนจิตใจ มองเห็นอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่สามารถครั้น ความที่จิตดีใจ จนสงบลงดีแล้ว ก็จะได้อาการ รู้สึกรักในพระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ เป็นอย่างมาก อยากที่จะแสวงหาที่สงบ ๆ ออกไปภาวนา ไม่อยากยุ่งกับเรื่องของโลกต่อไป

 ไม่ทราบว่าอาการที่เป็น ปีติ หรือ เป็นเพียง ความอ่อนไหว ของจิต คะ

 :c017:
12  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / คำว่าแก่ขึ้นกับเติบโตขึ้นต่างกันอย่างไร เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 09:21:49 AM

วันแรกที่พวกเราเริ่มการเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น อาจารย์ของเราได้เข้ามาแนะนำตัว และบอกให้พวกเราทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ที่เราไม่รู้จักมาก่อน ผมยืนขึ้นแล้วมองไปรอบๆ และมีมือๆ หนึ่ง เอื้อมมาจับบ่าของผม ผมหันไปพบกับหญิงชราร่างเล็ก ผิวหนังเหี่ยวย่น ที่ส่งรอยยิ้มอันเป็นประกายมาให้ผม รอยยิ้มนั้นทำให้เธอดูสดใสอย่างยิ่ง

หญิงชราคนนั้นกล่าวขึ้นว่า
"สวัสดี รูปหล่อ ฉันชื่อโรส อายุแปดสิบเจ็ดแล้ว มาให้ฉันกอดสักทีสิ"

ผมหัวเราะกับท่าทางของเธอ และตอบอย่างร่าเริงว่า
"แน่นอน ได้สิครับ " แล้วเธอก็กอดผมอย่างแรง ผมถามเธอว่า
"ทำไมคุณถึงมาเรียนมหาวิทยาลัย เอาตอนที่อายุน้อยและไร้เดียงสาอย่างนี้ละ.. "

เธอตอบด้วยเสียงปนหัวเราะว่า
"ฉันมาหาสามีรวยๆ ที่ฉันจะได้แต่งงานด้วย แล้วมีลูกสักสองสามคน... "
ผมขัดจังหวะเธอ โดยถามว่า "ไม่เอาครับ.. ถามจริงๆ " ผมสงสัยจริงๆ ว่าอะไรทำให้เธอมาเรียนที่นี่ตอนที่อายุขนาดนี้ และเธอตอบว่า
"ฉันฝันมานานแล้ว ว่าฉันจะได้ปริญญา และตอนนี้ ฉันก็กำลังจะได้ปริญญาที่ฉันฝัน"

หลังเลิกเรียนวิชานั้น เราเดินไปที่อาคารสโมสรนักศึกษาด้วยกัน และนั่งกินชอคโกแลตปั่นด้วยกัน เรากลายเป็นเพื่อนกันในทันที ตลอดสามเดือนหลังจากนั้น เราจะออกจากชั้นเรียนพร้อมกัน และจะไปนั่งคุยกันไม่หยุด ผมนั้นประหลาดใจเสมอเมื่อได้ฟัง "ยานเวลา" ลำนี้แบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ของเธอให้กับผม

ตลอดปีนั้น โรสได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยของเรา และเธอนั้นจะเป็นเพื่อนได้กับทุกคนในทุกที่ที่เธอไป เธอรักที่จะแต่งตัวดีๆ และดื่มด่ำอยู่กับความสนใจ ที่นักศึกษาคนอื่นๆ มีให้กับเธอ เธอได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ เมื่อถึงตอนสิ้นสุดภาคการศึกษา เราได้เชิญโรสให้มาพูดที่งานเลี้ยงของทีมฟุตบอลของเรา ผมไม่เคยลืมเลยว่า เธอได้สอนอะไรให้กับเรา .. พิธีกรแนะนำตัวเธอ และเธอก็เดินขึ้นมาที่แท่น
ตอนที่เธอกำลังเตรียมตัวที่จะพูดตามที่เธอตั้งใจนั้น เธอทำการ์ดที่บันทึกเรื่องที่เธอจะพูดตกพื้น เธอทั้งอาย ทั้งประหม่า แต่เธอโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟนแล้วบอกว่า
"ขอโทษด้วยนะ ที่ฉันซุ่มซ่าม ฉันเลิกกินเบียร์มาตั้งนานแล้ว แต่วิสกี้พวกนี้มันแรงจริงๆ... ฉันคงจะเอาบทของฉันมาเรียงใหม่ไม่ทันแล้ว งั้นฉันก็คงได้แค่บอกเรื่องที่ฉันรู้ให้กับพวกคุณก็แล้วกัน" 

พวกเราทุกคนหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ตอนที่เธอเริ่มต้นว่า

"พวกเราทุกคนนั้น ไม่ได้หยุดเล่นเพราะเราแก่หรอก แต่เราแก่เพราะว่าเราหยุดเล่น ที่จริงแล้วมีเคล็ดลับสู่การที่จะยังหนุ่มสาวอยู่เสมอมีความสุข และประสบความสำเร็จอยู่ 4 ประการ
1) พวกคุณจะต้องหัวเราะ และมีเรื่องสนุกๆ ขำขันทุกวัน
2) พวกคุณจะต้องมีความฝัน เมื่อไรก็ตามที่คุณสูญเสีย ความฝันของคุณไป คุณจะตาย มีคนมากมายที่ยังเดินไป เดินมาอยู่ทั้งๆ ที่ตายไปแล้วและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายไปแล้ว..
3) การที่คุณ "แก่ขึ้น" กับ "เติบโตขึ้น" นั้นมันต่างกันมาก ถ้าคุณอายุสิบเก้า แล้วนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ปีหนึ่ง และไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ตลอดทั้งปี คุณก็จะอายุยี่สิบ ถ้าฉันอายุแปดสิบเจ็ด แล้วนอนเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยตลอดทั้งปี ฉันก็จะอายุแปดสิบแปด ทุกๆ คนนั้นจะแก่ขึ้น ทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถอะไรเลย ประเด็นของการ เติบโตขึ้น นั้นอยู่ที่การแสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลง
4) อย่าทิ้งอะไรไว้ให้เสียใจภายหลัง คนสูงอายุส่วนใหญ่นั้น ไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้ว แต่มักจะเสียใจกับสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ คนที่กลัวความตายนั้น มีแต่คนที่ยังมีสิ่งทีต้องเสียใจค้างอยู่ "

เธอจบการพูดของ เธอด้วยการร้องเพลง "The Rose" อย่างกล้าหาญ และเธอได้แนะให้พวกเราทุกคนศึกษาเนื้อร้องของเพลงนั้น และเอาความหมายเหล่านั้นมาใช้กับชีวิตประจำวันของพวกเรา

เมื่อสิ้นปีการศึกษานั้น โรสได้รับปริญญาที่เธอได้เริ่มฝันไว้เมื่อนานมาแล้ว

หนึ่งสัปดาห์หลังจบการศึกษา โรสจากไปอย่างสงบ เธอนอนหลับไปและไม่ตื่นขึ้นอีกเลย

นักศึกษากว่าสองพันคนไปร่วมพิธีศพของเธอ เพื่อแสดงความเคารพต่อหญิงชราผู้วิเศษ ผู้ได้สอนให้พวกเขาได้รู้ ด้วยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า .......ไม่มีคำว่าสายเกินไป ที่จะเป็นทุกสิ่งที่คุณสามารถเป็นได้

เรื่องราวเหล่านี้ส่งต่อกันมาเพื่อระลึกถึงหญิงชราที่ชื่อ โรส 

จงจำไว้ว่า

"การแก่ขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเติบโตขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ เราอยู่ได้ด้วยสิ่งที่เราได้รับ แต่เราจะมีชีวิตอยู่เพราะสิ่งที่เราให้ไป"

ที่มาhttp://www.dhammajak.net/
13  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Why ? ( ทำไม ) When ? ( เมื่อใด ) เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 09:19:55 AM












ขอบคุณภาพจาก
http://variety.teenee.com/
14  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แนวทางการแก้ไขการปรามาสพระรัตนตรัย เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 08:15:04 AM
๑. อามิสบูชา ถ้าปรามาสด้วยการทำร้ายกายพระพุทธเจ้า พระธรรม กายพระอริยสงฆ์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นการปรามาสด้วย วาจา และใจ ควรในอามิสบูชา อุปกรณ์มีดังนี้
   ๑) ธูปเทียนแพ
   ๒) พวงมาลัยมะลิสด
   ๓) ธูป ๑๖ ดอก ซึ่งมีความหมายถึงให้เทวดาและพรหมทั้งหลายเป็นสักขีพยาน
   ๔) เทียน ๒ เล่ม หลังจากนั้นให้กล่าวคำขอขมาดังนี้

   อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ)
   สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมะสามิ (กราบ)
   สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)
   
   คำขอขมาพระรัตนตรัย
   สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
   สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภัตเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
   
   หาก ข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยทางกายหรือวาจาก็ดี และด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรมและพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ**
   
   ถ้ารู้นามของท่านทั้งหลายที่ปรามาสท่าน ก็ให้กล่าวต่อท้ายด้วยว่า **โดยเฉพาะที่ข้าพเจ้าได้เคยประมาทพลาดพลั้ง แด่ท่านพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโณ ขออโหสิกรรมด้วยเถิด
   
๒. การชำระหนี้สงฆ์
   ๒.๑ ถ้าของสงฆ์ทั่วไป ก็ให้คืนแก่สงฆ์นั้น ณ ที่ทำมา แต่ถ้าไม่รู้ที่มาก็ให้เป็นของสงฆ์วัดตัวแทน ถ้าเสียดายวัตถุโบราณนั้น ต้องสร้างองค์แทนที่มีมูลค่าในการสร้างใกล้เคียงกัน ถ้าสิ่งของเหล่านั้นเกิดจากการทำลายของเราเองไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน ให้ทำของใหม่แทนให้มีสารสำคัญใกล้เคียงกัน
   ๒.๒ ถ้าหากของสงฆ์นั้น หรือวัตถุโบราณนั้น ผ่านโองการแช่ง เช่น ทรัพย์ทั้งหลายที่มีไว้เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุแก่พระศาสนาเท่านั้น (หรือโบราณสถาน) ถ้ากรณีเช่นนี้ หลังจากขอขมาในข้อ ๑ และข้อ ๒ แล้ว จะต้องทำการบายศรีต่อเทพ พรหม ขอขมาแก่เทวดาที่คุ้มครองโบราณสถานนั้นด้วย เพราะถือว่าผู้ได้มาโดยไม่ชอบนั้นไม่เคารพกัน เทวดาพระองค์นั้น อาจจะหยุดยั้งกรรมที่เป็นกุศลส่งผลช้างลงจากเทวดาอื่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับคุณ กรณีนี้ควรทำคราวเดียวกับข้อ ๑
   
๓. ปฏิบัติบูชา ไม่ต้องทำอะไรเลยในข้อ ๑ และ ๒ ยอมรับนับถือผลของการปรามาสพลาดพลั้งต่อพระรัตนตรัยและตั้งใจอธิษฐานที่จะ ปฏิบัติตนในทางอธิจิต อธิศีล อธิปัญญา ด้วยอิทธิบาท ๔ ให้เป็นปกติ ตลอดอายุขัย ถือว่าเป็นการขอขมาพระรัตนตรัยได้ตรงที่สุด เพราะมูลเหตุเดิม คือ ไม่เชื่อพระพุทธเจ้าให้อยู่ในสัมมาทิฐิ แต่ยอมเชื่อมิจฉาทิฏฐิ การแก้ไขก็คือ อยู่ในสัมมาทิฏฐิ ดังที่พระพุทธเจ้าแนะนำ ถึงไม่แพ้ภัยตนเองตลอดกาล

๔. ขอขมาแบบผู้ได้มโนมยิทธิแล้ว
   ๔.๑ กล่าวคำขอขมาทุกครั้งหรือทุกวัน ตอนไหว้พระสวดมนต์ เจริญพระกรรมฐานในช่วงเวลาที่เป็นปกติ (ไม่เฉพาะเจาะจง)
   ๔.๒ ชำระจิตตนให้ผุดผ่อง แล้วถอดอทิสสมานกายไปที่พระนิพพาน อยู่เฉพาะหน้าพระพักต์องค์พระพุทธเจ้า แล้วตัดอุปทานขันธ์ ๕ ว่า "เกิดเป็นทุกข์ ป่วยไข้ไม่สบายเป็นทุกข์ พลัดพรากจากของรักของชอบเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ และอธิษฐานตัดอวิชชาอีกครั้งว่า ขึ้นชื่อว่าการเกิดในพรหมโลก เทวโลก มนุษยโลก และอบายภูมิ จะไม่เกิดกับเราอีก ชาตินี้ขอเกิดเป็นชาติสุดท้าย สังขารพังเมื่อใดขอมาพระนิพพานเมื่อนั้น"
   
   จากนั้นขอบารมีที่เคยถวายอามิสบูชา ดอกไม้ ธูป เทียน ให้อยู่ในมือเรา แล้วนอบน้อมขอขมา (เป็นเรื่อง ๆ ไป) แบบเฉพาะเจาะจง


fwd mail
15  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / อิฐสองก้อน จาก คุณร่มพร เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 08:07:58 AM
อาจารย์พรหมหรือพระวิสิทธิสังวรเถร เป็นชาวอังกฤษ เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ชา ก่อนจะไปก่อตั้งวัดป่าโพธิญาณใกล้เมืองเพิร์ธ ที่ออสเตรเลีย ช่วงก่อตั้งวัดป่าโพธิญาณเมื่อปี 2526 พระอาจารย์พรหมเล่าว่าหลังจากซื้อที่ดินแล้ว เงินก็แทบไม่เหลือ ต้องสร้างวัดด้วยมือของตัวเอง ตั้งแต่ผสมปูน จนถึงการก่อกำแพงอิฐ

ท่าน เล่าว่าตอนที่ลงมือทำก็รู้สึกว่าได้ทำอย่างประณีตที่สุด จนกระทั่งกำแพงอิฐเสร็จสิ้นลง แต่พอถอยออกมายืนดู ก็พบว่าก่ออิฐพลาดไป 2ก้อน อิฐกำแพงเรียบสวย แต่มีอยู่ 2ก้อน ที่เอียงๆ พระอาจารย์พรหมขอเจ้าอาวาสทุบกำแพงทิ้งเพื่อก่อใหม่ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม จากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่พระอาจารย์พรหมพาแขกเยี่ยมวัด ท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พาแขกเดินผ่านกำแพงบริเวณนี้
เพราะอายที่ก่ออิฐผิดพลาดไป 2ก้อน

จนกระทั่งวันหนึ่ง พระอาจารย์พรหมกำลังเดินกับผู้มาเยี่ยมวัดคนหนึ่ง เขาเห็นกำแพงอิฐนี้แล้วก็เปรยขึ้นมาว่า “กำแพงนี้สวยดี”
พระ อาจารย์พรหมถามด้วยอารมณ์ขันว่า “คุณลืมแว่นสายตาไว้ในรถหรือเปล่า คุณไม่เห็นหรือว่ามีอิฐ 2ก้อนที่ก่อพลาดจนกำแพงดูไม่ดี”แต่แล้วผู้มาเยี่ยมชมคนนี้ก็เอ่ยประโยคที่ทำ ให้พระอาจารย์พรหมเปลี่ยนแปลงทัศนคติทั้งหมดที่เคยมีต่อกำแพงนี้ พร้อมกับเปลี่ยนแง่มุมที่มีต่อชีวิต

เล่า ถึงตรงนี้ ผมก็ทิ้งช่องว่างให้กับ “ความเงียบ” ได้ทำหน้าที่ของมัน หน้าที่ของ “ความเงียบ” ในช่วงเวลานี้ คือการกระตุ้นความอยากรู้ของคน
“เขาพูดว่าอะไร” น้องคนนั้นทนไม่ไหว ต้องหลุดปากถาม

ผู้เยี่ยมชมคนนั้นบอกว่า “ผมเห็นอิฐที่วางไม่ดีสองก้อนนั้น แต่ผมก็ได้เห็นด้วยว่า มีอิฐอีก 998ก้อนที่ก่อไว้อย่างสวยงาม”
“นับ เป็นครั้งแรกในรอบ 3เดือน ที่อาตมาสามารถมองเห็นอิฐก้อนอื่นๆ บนกำแพงนั้นนอกเหนือจากเจ้า 2ก้อนที่เป็นปัญหา” ไม่ว่าจะเป็นอิฐที่อยู่ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวาของเจ้าอิฐ 2ก้อนนั้นล้วนแต่เป็นอิฐที่ก่อไว้อย่างดีไม่มีที่ติ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนอิฐที่ดีมีมากกว่าเจ้าอิฐไม่ดี 2ก้อนนั้น

ครับ ช่วง 3เดือนที่ผ่านมา สายตาของพระอาจารย์พรหมเฝ้ามองแต่อิฐ 2ก้อนนั้น ท่านยอมรับว่าสายตาของท่านมืดบอดต่อสิ่งอื่นๆ ท่านอยากทำลายกำแพง เพราะมองเห็นแต่อิฐ 2ก้อนที่ผิดพลาด แต่ทันทีที่ความรู้สึกเปิดกว้าง มองเห็นอิฐก้อนดีๆ จำนวนมากบนกำแพงนี้ กำแพงเดิมที่อยากทลายก็กลับงดงามขึ้นมาทันที
“ใช่...กำแพงนี้สวยดี”
พระอาจารย์พรหมหันไปบอกกับผู้มาเยี่ยมคนนั้น

จน ถึงวันนี้ พระอาจารย์พรหมก็นึกไม่ออกแล้วว่าอิฐก้อนที่ผิดพลาด 2ก้อนนั้นอยู่ตรงส่วนไหนของกำแพง ทัศนคติในการมองโลกที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อิฐ 2ก้อนนั้นเลือนหายจากความทรงจำ

พระ อาจารย์พรหมเปรียบเปรยคู่ชีวิตที่ตัดสัมพันธ์หรือหย่าร้างกันก็เพราะทั้งคู่ เพ่งมองแต่ “อิฐที่ไม่ดี 2ก้อน” ในตัวคู่ชีวิตของเขา คนที่คิดท้อแท้ อยากฆ่าตัวตายก็เพราะเรามองเห็นแต่ “อิฐ 2 ก้อน” ในตัวเราเอง ทั้งที่ความเป็นจริง นอกจาก “อิฐ 2ก้อน” ที่ผิดพลาดแล้ว ยังมี “อิฐก้อนที่ดี” และ “อิฐก้อนที่ดีจนไม่มีที่ติ ” มากมายอยู่ในตัวเรา
เพียงแต่เรามองไม่เห็นเท่านั้น
ท่านอาจารย์พรหมเตือนสติว่า อย่าให้ความผิดพลาดของ “อิฐที่ไม่ดี”เพียง “2ก้อน” ทำให้เราต้องทำลายกำแพงดีๆจนพัง

ยังไม่จบครับ ยังมีมุขต่อท้ายอีกนิด
พระอาจารย์พรหมเล่าเรื่องนี้หลายครั้งในการบรรยายธรรม วันหนึ่งก็มีช่างก่อสร้างมาพบท่านเพื่อบอกความลับเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
ช่าง ก่อสร้างแทบทุกคนมักจะทำความผิดพลาดได้เสมอๆ เพียงแต่เขาไม่เรียกมันว่า “ความผิดพลาด” แต่ช่างก่อสร้างจะบอกลูกค้าว่า มันเป็น “เอกลักษณ์พิเศษ” ที่ไม่เหมือนบ้านไหนในละแวกนี้
จาก “ความผิดพลาด” กลายเป็น “เอกลักษณ์พิเศษ”
มูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นทันที ช่างก่อสร้างก็จะขอค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 2,000-3,000 เหรียญ
มุขตบท้ายนี้เด็ดจริงๆ

พระอาจารย์พรหมต้องการเตือนให้คนเรา นอกจากรู้จักมองข้อดีของตัวเราและคนอื่นแล้ว ยังให้มองหา “ข้อดี” จาก “ข้อบกพร่อง” อีกด้วย

ผมบอกน้องคนนี้ว่าเอกลักษณ์พิเศษในโลกนี้ส่วนใหญ่มีจุดเริ่มต้นมาจาก “ความผิดพลาด”
“หอเอียงเมืองปิซ่า” ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ไม่ได้เกิดจาก “ความตั้งใจ” ความผิดพลาดทำให้ “หอ” ที่ควรจะ “ตรง” กลับ “เอียง”
เอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใครนี้เองทำให้หอเอียงเมืองปิซ่ากลายเป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=bookdohand&date=05-06-2007&group=1&gblog=3
16  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / บาปมากหรือไม่ ที่เราไม่ถูกชะตา กับคนที่เราเจอครั้งแรก เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 08:02:03 AM
พอได้เจอคนที่ทำงาน คนหนึ่ง ปรากฏว่า แว่บแรกที่ได้เจอรู้สึกว่า ไม่ถูกชะตากันเลย และเราก็จะเกลียด

ไมู่พูด ไม่คุย ไม่ด้วย ไม่จำเป็น ไม่ยุ่ง ขณะเดียวกัน เขาก็ทำตัวเหมือนเป็นศัตรูกับเรา ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคย

เข้าไปยุ่งกับเขาเลย

 อยากถามว่า การที่เราไม่ถูกชะตากับเขา แล้ว เราไม่เข้าไปยุ่งกับเขา นี้เป็นบาป มากหรือไม่คะ

 และควรจะแก้อารมณ์นี้อย่างไร

 :41:
17  กรรมฐาน มัชฌิมา / ธรรมะสัญจร / ธรรมสัญจร เพชรบุรี - นครปฐม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 04:31:06 PM
เห็นลิงก์ ปรากฏ ในอีกหมวดคะ

กำหนดการ ธรรมะสัญจร เพชรบุรี - นครปฐม นั้น...
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=3025.0


 :25:
18  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / เชิญสมัครเข้าปฏิบัติธรรมวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 18 - 19 - 20 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 09:21:28 AM
เชิญสมัครเข้าปฏิบัติธรรมวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 18 - 19 - 20 กุมภาพันธ์ 2554 โทร.084-651-7023

    * ข่าวสาร

เขียนโดย weera2548 เมื่อ ส, 29/01/2011 - 19:38

ขอเชิญร่วมเข้าปฏิบัติธรรม วันมาฆบุชา 2554

ระหว่างวันที่ 18-19-20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ลงทะเบียนวันศุกร์ที่ 18  กุมภาพันธ์  2554 เวลา 09.30 น.

ที่คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม(พลับ)

เขตบางกอกใหญ่ แขวงวัดอรุณ กรุงเทพฯ 10600

 กำหนดการวันมาฆบูชา

   

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3

                   เวลา ๐๙.๐๐น.-๑๐.๐๐น.     ลงทะเบียน  รับประทานอาหารเช้า

                   เวลา ๑๐.๐๐น. ๑๑.๐๐น.     รับศีลแปด ขึ้นกรรมฐาน รับประทานอาหารกลางวัน

                   เวลา ๑๓.๐๐น.-๑๔.๐๐น.    ฟังบรรยายธรรม  พักดื่มน้ำปานะ

                   เวลา ๑๔.๓๐น.-๑๖.๓๐น.    เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม

                   เวลา ๑๖.๓๐น.- ๑๗.๐๐น.   ทำวัตรเย็น นั่งกรรมฐาน เข้านอน

                   เวลา ๒๐.๐๐น.                  ฟังเทศ   เวียนเทียน รอบพระอุโบสถ
   วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2554  แรม1 ค่ำ เดือน 3

                   เวลา ๐๙.๐๐น.-๑๐.๐๐น.     ลงทะเบียน  รับประทานอาหารเช้า

                   เวลา ๑๐.๐๐น. ๑๑.๐๐น.     รับศีลแปด ขึ้นกรรมฐาน รับประทานอาหารกลางวัน

                   เวลา ๑๓.๐๐น.-๑๔.๐๐น.    ฟังบรรยายธรรม  พักดื่มน้ำปานะ

                   เวลา ๑๔.๓๐น.-๑๖.๓๐น.    เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม

                   เวลา ๑๖.๓๐น.- ๑๗.๐๐น.   ทำวัตรเย็น นั่งกรรมฐาน เข้านอน
   วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 แรม 2 ค่ำ เดือน 3

                   เวลา ๐๙.๐๐น.-๑๐.๐๐น.     ลงทะเบียน  รับประทานอาหารเช้า

                   เวลา ๑๐.๐๐น. ๑๑.๐๐น.     รับศีลแปด ขึ้นกรรมฐาน รับประทานอาหารกลางวัน

                   เวลา ๑๓.๐๐น.-๑๔.๐๐น.    ฟังบรรยายธรรม  พักดื่มน้ำปานะ

                   เวลา ๑๔.๓๐น.-๑๖.๓๐น.    เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม

                   เวลา ๑๖.๓๐น.- ๑๗.๐๐น.   ทำวัตรเย็น ลาศีลเดินทางกลับบ้าน


รายละเอียด

http://www.somdechsuk.org/node/156
19  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 10 วิธี ระงับอารมณ์ร้อน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2011, 08:08:05 AM
10 วิธี ระงับอารมณ์ร้อน

       จิตใจของคนเรานั้นบางครั้งก็แข็งแกร่งดังหินผา บางครั้งก็อ่อนแอราวปุยนุ่น ดังนั้น เราจึงควรบริหารจิตใจของเราทุกวัน  ให้รับสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจได้ เพราะปัญหาที่ผ่านเข้ามาในวันนี้ วันหนึ่งข้างหน้าก็จะถอยห่างออกไป ลองย้อนกลับไปมองเรื่องราวที่ผ่านมา  จะเห็นว่าบางเรื่องที่ตอนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็กลับกลายเป็นเรื่องเล็ก น้อยเท่านั้น  อย่าปล่อยให้ใจร้อนตามไปด้วย

 
      นับหนึ่งให้ถึงสิบ
            เริ่มจากวิธีพื้นฐานอย่างนับเลขในใจ เวลาที่เราโกรธใครให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ หรือจะนับถึงร้อยถึงพันก็คงไม่มีใครว่า เพราะการนับเลขจะส่งผลให้เรามีสมาธิ และยังได้มีเวลาไตร่ตรองคิดถึงสิ่งที่ผู้อื่นทำกับเรา และสิ่งที่เรากำลังคิดจะทำด้วย

      ปล่อยวาง ไม่ยึดติด
              ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนเรามีอัตตามากเกินไป หากเราลองเปลี่ยนความคิดไม่ยึดติดกับตัวตน แล้วลองคิดว่าสุดท้ายวันหนึ่งเราก็ต้องแตกดับ และสลายไป วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้เรื่อยไป เพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับกับวัฏจักรแห่งการเกิด-ดับนี้แล้ว ไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

 
     เข้าหูซ้ายทะลุหุขวา
               อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ เพราะปกติแล้ว คำว่า "ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา" นั้นเขาใช้เปรียบเปรยคนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รับความคิดใหม่ๆ เข้ามา แต่ตอนนี้กำลังหมายถึง ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วการฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานั้น นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ใครกล่าวมา

                               

    คิดมากไปหรือเปล่า
       อาการคิดมากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเครียดได้ ยิ่งอากาศร้อนๆ ยิ่งเหตุการณ์อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร้อนรน เมื่อเกิดเรื่องก็จะยิ่งเก็บมาคิด จนไม่เป็นอันกินอันนอน ลองเปลี่ยนจากความคิดเรื่องแย่ ๆเปลี่ยนเป็นคิดเรื่องดีๆ บ้างนะคะ เพราะความคิดนั้นเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของเรา ไม่เชื่อลองทำดู คิดดี ทำดี เท่านี้พอ

                   

  ฝึกสมาธิ
               การฝึกสมาธิให้ใจสงบนั้นมีหลายรูปแบบ จะนั่งสมาธิหรือเดินสมาธิก็ได้ เมื่อมีสมาธิก็มีสติ เมื่อมีสติก็เกิดปัญญา เวลาเกิดปัญหาก็จะมีทางแก้ไข

                           

   รู้เขารู้เรา
               บางครั้งแค่เราลองมองใส่ใจนิสัยของคนรอบข้างบ้าง ก็สามารถที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วย เพราะเมื่อเราทราบแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้หากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็ให้อยู่ห่างๆ เข้าไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน

   ขอโทษ คำนี้พูดได้
        หากเราทำผิด การใช้คำว่าขอโทษนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าเราจะต้องเอ่ยคำขอโทษ เพราะคำๆ นี้ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเราตกต่ำลงหากแต่เป็นการรู้จักยอมรับในสิ่งที่ตน เองผิดต่างหาก อีกทั้งยังจะทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายคลี่คลายลงได้อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้คำขอโทษอย่างพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ระมัดระวัง

ยิ้มแห่งสยาม
                 รอยยิ้มสร้างโลกนี้ให้สดใสได้ เหมือนดังคำที่บอกว่า "ถ้าคุณยิ้ม โลกก็จะยิ้มให้คุณ" เพียงแค่คุณไปไหนแล้วมีแต่รอยยิ้มให้คนรอบข้าง คนรอบข้างก็จะอารมณ์ดีขึ้นไปด้วย

               

     หายใจเข้า - ออกลึกๆ
                   การหายใจเข้าออกลึกๆ นานๆ จะทำให้เราได้มีสติยั้งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายเราได้รับการผ่อนคลายจากลมหายใจที่รับเข้าและส่งออก ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปในช่วงเวลาที่มีอารมณ์โกรธ ลองหายใจลึกๆ เข้า – ออก อย่างช้าๆ จะช่วยให้สถานการณ์รอบข้างดีขึ้น

      ไม่หนีแต่ไม่ประทะ
                  หากเราไม่สามารถจะทำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ แต่จะเก็บเอาไว้ก็กลัวจะกลายเป็นคนเก็บกดจะเดินหนีก็จะกลายเป็นคนไม่ยอมรับ ความจริง หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คงต้องใช้สติที่รอบคอบตัดสินใจในการแก้ปัญหา รับฟังสิ่งที่ผู้อื่นว่ามา แล้วก็นำไปปรับปรุงในส่วนที่ไม่ดี หากแต่เป็นสิ่งที่เขาพูดพร่ำเพรื่อก็ไม่ต้องกังวลให้เสียเวลา เลิกคิดไปเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำด้วย เพราะการทำเช่นนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้นมาเลย
20  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / การ์ตูนสั้น ๆ แต่แง่คิดดี เรื่อง "คิดได้ ก็ สายเกินไป" เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 01:51:35 PM













21  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 1 ลงโปรแกรมไว้มากล้น เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 12:39:36 PM
วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 1 ลงโปรแกรมไว้มากล้น

ข้อมูลจาก : หนังสือ Computer.Today

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร มีแต่คนใกล้ตัวมาบ่นเรื่องอุปกรณ์ไอทีกันได้ทุกวี่วัน เดี๋ยวมือถือโทร.ไม่ติด พีดีเอดับเอง กล้องดิจิตอลถ่ายแล้วภาพไม่ชัด นานาสารพัดปัญหาจริงๆ แต่ปัญหาหนึ่งที่เรียกว่าเป็นปัญหายอดนิยม ที่คงไม่มีใครคนไหนอยากพบเจอ ก็คือปัญหาคอมพิวเตอร์ตัวเก่ง ไม่ว่าจะเป็นแบบตั้งโต๊ะ หรือโน้ตบุ๊กออกอาการชราภาพก่อนวัยอันควร ทั้งๆ ที่เพิ่งจะซื้อมา หรือเพิ่งจะอัพเกรดมาไม่นาน

จริงๆ แล้วการที่เราพิถีพิถันเลือกดูสเปก หรือโน้ตบุ๊กนั้น เราๆ ท่านๆ ก็มักจะดูสเปกเผื่อเอาไว้สำหรับอนาคตกันอยู่แล้ว ส่วนใครจะเผื่อมากเผื่อน้อยก็อยู่ที่งบประมาณเท่านั้นเอง แต่การที่คอมพิวเตอร์ของเรานั้นกลับทำงานได้ช้าลง ช้าลง และช้าลงทุกวัน นับตั้งแต่เราซื้อมันมาใช้งานนั้น สาเหตุอานไม่ได้มาจากความเก่าของตัวฮาร์ดแวร์ภายในเพียงอย่างเดียว การดูแลรักษาและการจัดการข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเราเอง ก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สุดที่รักของเรา อยู่คู่กับเราไปนานๆ เท่าที่เราหวังไว้

มาลองดูดีกว่าครับว่า ปัญหาหลักๆ ของการที่คอมพิวเตอร์ตัวเก่งเริ่มออกอาการงอแง หรือออกอาการชราภาพ

ก่อนวัยอันควรนั้น มีสาเหตุหลักๆ อะไรบ้าง และจะมีหนทางแก้ไขอย่างไร

เคยมีการสำรวจแล้วพบว่า กว่า 70% ของปัญหาที่ทำให้คอมพ์เกิดอาการรวน แฮงก์ เดี้ยง หรืออืดนั้น มาจากซอฟต์แวร์ ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์อย่างที่หลายคนเข้าใจ และกว่า 50% ของปัญหาที่เกิดจากซอฟต์แวร์นั้นมาจากการที่ผู้ใช้ทำการติดตั้งโปรกแกรมเอาไว้มากเกินไป และมีโปรแกรมที่ทำงานซ้ำซ้อนกันหลายตัว

เริ่มสำรวจด่วนเลยครับ ว่าปัญหาของเราเข้าข่ายนั้นหรือเปล่า? โดยกดคลิ้กเข้าไปที่ Control Panel และไปตรวจสอบท

ี่ Add or Remove Programs ว่าเรานั้นได้ทำการ Install โปรแกรมต่างๆ ไว้เกินความจำเป็นหรือไม่? มีโปรแกรมอะไรบ้างที่ทำงานซ้ำซ้อนกัน มีโปรแกรมประเภท Media Player ทั้งหลายนี้แหละครับ ไม่ว่าจะเป็น RealPlayer, Quicktime, iTunes, WinAmp หรือแม้แต่ WinDVD กับ PowerDVD เองก็ตาม โปรแกรมเหล่านี้มักมีความสามารถ

เหมือนๆ กัน มีความแตกต่างกันในความสามารถที่จะรองรับไฟล์เฉพาะบางตัว จึงทำให้หลายคนต้องลงโปรแกรมเหล่านี้ลงไปในคอมพิวเตอร์พร้อมกัน

ไฟล์นามสกุล rm, rmvb, mov, avi, divx, wmv และ mpeg ถือเป็นฟอร์แมตมาตรฐานสำหรับไฟล์วีดีโอในปัจจุบัน

โดยเฉพาะ avi และ divx ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อย่างที่กล่าวมาข้างต้นครับ โดยปกติหากต้องการให้เครื่องของเรานั้นสามารถเล่นไฟล์วีดีโอเหล่านี้ให้ได้ครบทุกตัว อาจต้องลงโปรแกรมถึง 4-5 ตัวทีเดียว อันที่จริงหากเราลอง Search ดูจากในอินเทอร์เน็ตจะพบว่าเราไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นก็ได้ เพราะจะมีโปรแกรมบางตัวที่เราอาจไม่คุ้นหูนักสามารถรองรับไฟล์เหล่านี้ได้ครบถ้วนแถมยังฟรีอีกต่างหาก อย่างโปรแกรม K-Lite Codec Pack (www.free-codecs.com) ที่ได้มีการรวบรวม codec สำหรับไฟล์มีเดียต่าง ๆ จากทั่วทุกมุมโลกไว้อย่างครบถ้วน แถมยังมีตัว Media Player Classic เอาไว้สำหรับเล่นไฟล์มีเดียเหล่านั้นอีกด้วย เรียกว่าลงโปรแกรมเดียว รองรับไฟล์มีเดียได้ครบทุกฟอร์แมตกันเลย

ย้อนกลับมาที่โปรแกรมพื้นฐานของระบบปฏิบัติการวินโดวส์อย่าง Windows Media Player กันบ้าง ซึ่งหลายคนละเลยที่จะทำความรู้จักกับโปรแกรมตัวนี้ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพด้อยไปกว่าโปรแกรม Media Player อื่นๆ เลยโดยเฉพาะในเวอร์ชันล่าสุด WindowsMediaPlayer11 (www.microsoft.com/Windows/windowsmedia/ … fault.aspx) ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากไมโครซอฟท์ ได้มีการพัฒนาขึ้นมามาก มีความสามารถในการเล่นภาพยนตร์จาก CD/DVD ได้ไม่น้อยหน้า PowerDVD หรือ WinDVD

ส่วนในการเล่นไฟล์เพลงอย่าง MP3 ยอดนิยมนั้น ก็ทำได้ไม่แพ้ iTunes และอาจเรียกได้ว่าดีกว่า WinAmp

แล้วด้วยซ้ำไป ซึ่งถือว่า Windows Media Player 11 เป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ ที่จะเลือกไว้เป็นโปรแกรมสำหรับเล่นภาพยนตร์จากแผ่น CD/DVD และเล่นไฟล์เพลงดิจิตอลบนคอมพ์ของคุณโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมอื่นให้เสียเวลา

ยังมีโปรแกรมอีกหลายตัวที่หลายคนนิยมติดตั้งไว้ในคอมพ์และทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกัน อย่างโปรแกรมประเภทบีบอัดไฟล์ ที่เมื่อพูดถึงทุกคนมักนึกถึง WinZip แต่ปัจจุบันหากใครเป็นเซียนดาวน์โหลดสักหน่อย จะพบว่าอีกฟอร์แมตที่มักได้รับความนิยมคือ .rar ซึ่งก็ไม่ใช่ฟอร์แมตอะไร โปรมแกรมที่สามารถใช้เปิดไฟล์นามสกุลนี้ได้คือ WinRAR และหากมองดูในความสามารถกันจริง ๆ WinZip และ WinRAR ต่างทำหน้าที่เหมือนกันคือ บีบอัด และคลายไฟล์ ต่างกันเพียงความสามารถในการรองรับไฟล์ฟอร์แมตเท่านั้นเอง

คำแนะนำจากผมคือ ให้เลือกติดตั้งเพียงตัวเดียว คุณจะพบว่าหน้าต่างของ context menus เวลาที่คลิ้กขวาจะมีทั้งฟังก์ชันจาก WinZip และ WinRAR (www.rarlab.com) นั่นเอง สาเหตุเพราะมันรองได้ฟอร์แมตได้ทุกตัวที่ Winzip สามารถรองรับได้แถมยังรองรับได้มากกว่าอีกด้วย
นี่เป็นเพียงตัวหลักๆ เท่านั้นนะครับ อย่าลืมสำรวจดูในคอมพ์ของคุณก็แล้วกันว่า เราได้ติดตั้งโปรแกรมอะไรลงไปแล้วไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือได้ติดตั้งลงไปหลายตัวและมีการทำงานที่คล้ายคลึงหรือซ้ำซ้อนกันหรือไม่? เลือกที่จะลบออกไปบ้าง จะทำให้เนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์ของคุณเพิ่มขึ้น รวมถึงเครื่องก็จะมีเสถียรภาพและความเร็วในการทำงานเพิ่มขึ้นด้วยครับ

วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 2 ดูแลรักษาและจัดระเบียบฮาร์ดดิสก์กันหรือยัง ?

หากพูดถึงการจัดระเบียบฮาร์ดดิสก์เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงการใช้ยูทิลิตี้ที่ชื่อว่า Disk Defragmenter ที่มาพร้อมกับตัวระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งนั้นก็ถือว่าเป็นวิธีที่ใช้จัดระเบียบฮาร์ดดิสก์ที่ดีและควรทำวิธีหนึ่งเช่นกัน และผมแนะนำให้ทำอย่างน้อยเดือนละครั้งครับ แต่ครั้งนี้ผมจะไม่พูดถึงเฉพาะการทำDisk Defragment เท่านั้นนะครับ เพราะการจัดระเบียบให้กับฮาร์ดดิสก์เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงานนั้น ยังมีอะไรนอกเหนือจากนั้นอีก เริ่มต้นตั้งแต่คุณได้ซื้อฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่กันเลยทีเดียว

ในปัจจุบันขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก แถมราคาก็ถูกลง จะเห็นได้ว่าในท้องตลาดตอนนี้ขนาดความจุต่ำสุดจะเริ่มต้นที่ประมาณ 80 กิกะไบต์ หรือ 100 กิกะไบต์กันแล้วโดยเฉพาะผู้ที่ซื้อมาเพื่อทำการอัพเกรดคอมพ์ตัวเก่านั้น หลายคนไม่ได้ทำการถอดเอาฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าทิ้งไป หากแต่ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่ลงไปให้ทำงานคู่กันกับตัวเก่าเลย

คำแนะนำในการติดตั้งของผมก็คือ ให้ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่เป็น Master และให้นำตัวเก่ามาทำเป็น Slave โดยให้ทำการฟอร์แมตระบบปฏิบัติการวินโดวส์ในลูกเก่าออกเสียและติดตั้งใหม่ลงบนฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่แทน อีกสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด ก็คือการแบ่งพาร์ทิชันให้กับฮาร์ดดิสก์ของคุณ

ส่วนระบบ Files System นั้น ผมแนะนำให้ใช้ NTFS แทน FAT32 เพราะในการทำงานกับฮาร์ดดิสก์ความจุสูง ๆ NTFS นั้นจะทำงานได้รวดเร็วกว่าแบบ NTFS นั้นจะทำงานได้รวดเร็วกว่าแบบ FAT32 ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ พร้อมกันยังมีระบบการทำงานที่ดีกว่า อาทิการรองรับขนาดของไฟล์ได้สูงสุดที่16 TB (16,000 กิกะไบต์) ขณะที่ FAT32 นั้นรองรับสูงสุดเพียง 2 กิกะไบต์เท่านั้น (ลองนึกถึงการทำอิมเมจของไฟล์ภาพยนตร์ดีวีดีสักหนึ่งแผ่นที่ปกติจะมีขนาดประมาณ 3-4 กิกะไบต์ ถ้าเป็นบนระบบ FAT32 จะไม่สามารถทำได้เพราะระบบ FAT32 จะไม่รองรับไฟล์ที่มีขนาดสูงกว่า 2 กิกะไบต์ ในขณะที่ NTFS นั้นทำได้สบายๆ ครับ) และ NTFS ยังมีอัตราการสูญเสียเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ไปอย่างเปล่าประโยชน์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Cluster Size นั้นน้อยกว่า FAT32 มากทีเดียว เมื่อใช้กับพาร์ทิชันที่มีขนาดสูงกว่า 8 กิกะไบต์

สำหรับผู้ที่ใช้ระบบ Files System แบบ FAT32 อยู่ขณะนี้ แล้วไม่อยากจะฟอร์แมตใหม่เพื่อเปลี่ยนระบบ Files System ให้เป็น NTFS ผมก็มีวิธีนำมาเสนออย่างง่าย ๆ นะครับ โดยให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

- กดคลิ้กที่ Start เลือกไปที่ Run แล้วพิมพ์คำว่า cmd และกด Enter จากนั้นจะมีหน้าต่าง Dos ขึ้นมา
- ให้พิมพ์ cd\ และกด Enter ก่อน เพื่อเคลียร์ Directory ไป จากนั้นพิมพ์คำว่า CONVERT ไดรฟ์ที่ต้องการแปลง /FS:NTFS ครับ สมมติผมต้องการจะแปลงไดรฟ์ C: ให้เป็น NTFS ผมก็จะพิมพ์ว่า CONVERT C:/FS:NTFS และกด Enter ครับ
- ลำดับต่อไปก็จะให้ใส่ Volume Lable ของไดรฟ์นั้นๆ ที่เราต้องการจะ Convert ซึ่งเราสามารถดูได้จากการพิมพ์ dir/w ครับ
- เมื่อใส่ Volume Label ลงไปก็ให้กด Enter หลังจากนั้นก็จะมีคำถามขึ้นมาเพื่อยืนยันการแปลงระบบ ให้เราตอบ Y ไป เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ
* อย่าลืมที่จะเก็บข้อมูลสำคัญๆ ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงระบบ Files System ไม่สมบูรณ์ จะพาลให้ข้อมูลเสียหาย จนอาจจะถึงขั้นต้องฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์เลยนะครับ

วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 3 ทำความสะอาด Registry กันเถอะ

Registry คืออะไร? หลายคนยังไม่ทราบ ผมจะอธิบายคร่าวๆ แล้วกัน Registry คือฐานข้อมูลของระบบ
ปฏิบัติการวินโดวส์ที่รวบรวมข้อมูลการตั้งค่าของตัวระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมต่างๆ ในการทำงานร่วมกันกับตัวระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมใดๆ ลงบนคอมพ์ ตัวระบบปฏิบัติการก็จะทำการเขียน Registry ขึ้นมา เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดการทำงานโปรแกรมนั้นๆ แต่หลายครั้งที่การเขียน Registry ขึ้นมาของระบบปฏิบัติการนั้นกลับสร้างปัญหาให้ระบบปฏิบัติการเสียเอง รวมถึงเมื่อเราทำการถอนการติดตั้งโปรแกรมใดๆ ออกไป ข้อมูล Registry ที่เกี่ยวข้องนั้นกลับไม่ได้ถูกลบออกไปจากระบบด้วย ทำให้หลายเครื่องมีข้อมูล Registry ที่ไม่มีประโยชน์คั่งค้างอยู่ในเครื่องเป็นจำนวนมาก

ผมขอแนะนำโปรแกรมเล็กๆ ที่จะสามารถช่วยคุณจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย โดยคุณไม่ต้องแปลงร่างเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโปรแกรมเมอร์แต่อย่างไร โปรแกรมเล็กและฟรีตัวเก่งตัวนี้คือ CCleaner (www.ccleaner.com) โดยความสามารถของโปรแกรมเล็กๆ ตัวนี้ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจสอบสถานการณ์ทำงานของ Registry และลบทิ้งเท่านั้นมันยังสามารถตรวจสอบหาไฟล์ขยะหรือไฟล์ที่ไม่จำเป็นในเครื่องของคุณและทำการลบออกได้อีกด้วย รวมถึง Internet Temporary Files, History และ Cookies ที่ได้จากการท่องเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตของคุณอีกด้วย ปัญหาข้อนี้แก้ไขง่ายๆ เหมือนปลอกกล้วยเข้าปากช้างเลย...ว่างั้นมั้ยครับ?

วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 4 วัยร้าย ไวรัส โอ้ว...ไม่นะ!

นี่ถือเป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนต้องนอนก่ายหน้าผากและถือเป็นสาเหตุต้นๆ ที่ทำให้คอมพ์ตัวเก่งของเราทำงานอย่างที่ไม่มีเสถียรภาพ และทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ผมอยากจะบอกความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่าการที่คุณติดไวรัสให้ทราบคือ ไม่มีโปรแกรมป้องกันไวรัสตัวใด ที่สามารถกำจัดและป้องกันไวรัสได้ 100% โดยเฉพาะการป้องกันและกำจัดภัยคุกคามที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Trojan และ Spyware

คำแนะนำคือให้การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้กับคอมพ์ของคุณ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดของผมคือให้เลือกติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสสักหนึ่งตัว พร้อมกับติดตั้งโปรแกรมตรวจจับและกำจัดสปายแวร์ไปด้วยอีกหนึ่งตัว โปรแกรมแอนตี้ไวรัสในปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมมีหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Norton, McAfee, NOD32, BitDefender, Kaspersky, AVG และ Panda Software แต่สำหรับคนที่อยากใช้ของดีของฟรี ผมก็มีแนะนำเหมือนกันครับ AntiVir Personal Edition (www.freeav.com) ซึ่งเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีแวร์อย่างAd-aware Personal และ Spybot Search & Destroy ต่างก็มีความสามารถในการตรวจจับสปายแวร์ที่ดีเช่นกัน เพียงแต่ทั้งสองโปรแกรมไม่สามารถทำงานแบบ real-time ได้เท่านั้นเอง

อีกหนึ่งวิธีในการป้องกันไม่ให้ทั้งเจ้าไวรัสตัวร้าย และสปายแวร์ตัวป่วนมาเยี่ยมเยียนคอมพ์ของคุณก็คือพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณนั่นเอง โปรแกรมบราวเซอร์อย่าง Internet Explorer นั้นมีความเสี่ยงสูงต่อการโดยโจมตีด้วยสารพัดวิธีของสปายแวร์ การเปลี่ยนไปใช้บราวเซอร์ที่มีความปลอดภัยสูงกว่าอย่าง Opera หรือ Firefox ก็ถือเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง

นอกจากนี้การเข้าเวปไซต์ที่ไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตา และการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่มีของแถมอันไม่พึงประสงค์ติดมาด้วย

สำหรับผู้ที่ใช้โปรมแกรมประเภท Outlook ในการรับ-ส่งอีเมล์นั้น ควรตั้งค่าให้มีการสแกนไวรัสก่อนรับอีเมล์เสมอ เพื่อป้องกันอีเมล์จากผู้ไม่พึงประสงค์ร้ายไม่ให้สามารถมาคุกคามคอมพ์ของคุณได้นั่นเอง...เรียกว่าเพียงใส่ใจในรายละเอียด และใช้ความรอบคอบสักเล็กน้อยในการเป็นคนช่างสังเกต ก็จะช่วยให้คุณไม่ต้องนอนก่ายหน้าผากกับปัญหาของไวรัสและสปายแวร์แล้วละครับ

วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 5 วินโดวส์เจ้าปัญหา!

ถ้าหากนำระบบปฏิบัติการทุกตัวที่มีการใช้งานในปัจจุบันมาเปรียบเทียบกัน ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ก็ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่ และมีบั๊กมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และด้วยความนิยมและมีจำนวนผู้ใช้สูงสุดนี่เอง ทำให้ช่องโหว่เหล่านั้น กลายเป็นเป้าโจมตีของบรรดาผู้ไม่หวังดีมากที่สุดเช่นกัน

อันที่จริงไมโครซอฟท์เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อช่องโหว่ต่างๆ ที่เกิดขึ้น พวกเขาหมั่นที่จะออกตัวอัพเดทสำหรับแก้ไขช่องโหว่และบั๊กต่างๆ อยู่เป็นประจำ และเราๆ ท่านๆ ที่เป็นผู้ใช้ก็ต้องหมั่นคอยตรวจสอบและอัพเดตตัวแก้ไขปัญหาห่างๆ เหล่านั้นด้วย แต่ถ้าคุณรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องมาคอยตามอัพเดตกันทุกวี่วัน ก็มีหลายคนได้ทำการรวบรวมตัวอัพเดตต่างๆ เอาไว้ และปล่อยให้ดาวน์โหลดไปติดตั้งภายในครั้งเดียวอาทิ ชุดอัพเดตอย่าง AutoPatcher (www.autopatcher.com) เป็นต้น ซึ่งจะมีการรวบรวมและออกชุดรวมการอัพเดตต่างๆ ของไมโครซอฟท์ออกมาทุกเดือนซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งได้ฟรี แถมไม่ต้องคอยล่าตามอัพเดตทุกวันอีกด้วย

สำหรับการเพิ่มความเร็วในการทำงานให้กับเจ้าวินโดวส์ตัวเก่งนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งโปรแกรมประเภท Tweak ตัวไหนเลยก็ได้ครับ

ขั้นแรกให้จัดการกับเอฟเฟ็กต์ฟุ่มเฟือยเสียก่อน โดยคลิ้กขวาที่ My Computer เลือก Properties ไปที่ Advanced เลือก Setting ภายใต้หัวข้อ Performance จากนั้น ภายในหัวข้อ Visual Effects ให้ติ๊กเอาเครื่องหมายถูกหน้าข้อที่ขึ้นต้นด้วย Animate, Fade และ Slide ออกให้หมด หลังจากกด Apple และ OK เพื่อเป็นการยืนยัน

ขั้นต่อมาให้จัดการกับโปรแกรมในส่วนของ Startup ด้วยการคลิ๊กที่ Start เลือกไปที่ Run แล้วพิมพ์คำว่า msconfig ให้กด Enter เมื่อได้หน้าต่างของ System Configuration Utility ขึ้นมา ให้เลือกไปที่ Startup โดยจะเป็นส่วนที่รวบรวมโปรแกรมที่จะรันขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อวินโดวส์เริ่มทำงาน ซึ่งหลายโปรแกรมนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มทำงานทันที่เมื่อเข้าสู่วินโดวส์ โดยให้คุณเลือกโปรแกรมที่ไม่ค่อยจำเป็นออกซะ แล้วอย่าลืมกด Apply และ OK เหมือนเดิม แค่สองวิธีง่ายๆ นี้ก็ช่วยให้วินโดวส์ของคุฤณทำงานได้คล่องตัวมากขึ้นทีเดียวนะครับ


วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 6 อะไรนะ? คอมพ์มองไม่เห็นแรมเหรอ!

ปัญหาที่พบบ่อยมากกับแรมนั้นคือการที่คอมพ์มองไม่เห็นจำนวนแรมของเราได้อย่างครบถ้วน บางคนใส่แรมเข้าไป 2 แถว แถวละ 256 เมกะไบต์ ซึ่งรวมเป็น 512 เมกะไบต์ แต่คอมพ์กลับมองเห็นเพียง 256 เมกะไบต์เท่านั้น

ปัญหาแบบนี้สันนิษฐานได้สองข้อหลักๆ คือ แรมอาจจะเสีย หรือสล็อตเสียบแรมมีปัญหา วิธีตรวจสอบคือ ให้ทำการใส่แรมทีละตัวลงบนสล็อตทีละอัน หากแรมที่ใส่ลงไปนั้นคอมพ์ไม่สามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะใส่ลงบนสล็อตใดก็ตามแสดงว่าแรมแผงนั้นมีปัญหาแน่นอน ให้ลองทำความสะอาดหน้าสัมผัสทองเหลืองด้วยการนำยางลบมาถูจนคราบสีดำหลุดออกไปและนำไปลองใส่ดูอีกครั้ง

ถ้าหากคอมพ์ยังไม่สามารถมองเห็น นำไปเคลมหรือซื้อใหม่ได้เลยครับ แต่หากคอมพ์สามารถมองเห็นแรมนั้นได้บนบางสล็อต ให้นำลูกยางเป่าลมมาเป่าไล่ฝุ่นออกจากสล็อตที่มีปัญหา หรือจะนำสำลีมาปัดทำความสะอาดก็ได้และหากยังไม่สามารถใช้งานได้ คงต้องซ่อมหรือเคลมเลยครับ

วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 7 ซีพียู มันสมองของคอมพิวเตอร์

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับซีพียู ก็คือเรื่องของความร้อนในการทำงานที่มีความร้อนสูง บางครั้งสูงมากจนเครื่องแฮงก์ ซีพียูไหม้คาเคสไปเลยก็มีมาแล้ว โดยปกติเวลาเราซื้อซีพียูสักตัว ในกล่องหรือแพ็กเกจก็จะมีชุดระบายความร้อนแถมมาให้ด้วยอยู่แล้ว แต่ชุดระบายความร้อนนั้นก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงอะไรมากมายนัก เป็นชุดระบายความร้อนที่สามารถรองรับการทำงานทั่วๆ ไป ในสภาพแวดล้อมปกติ แต่เมืองไทยนั้นเป็นเมืองร้อนครับ และหลายคนก็ไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ภายในห้องแอร์ ทำให้โอกาสที่ซีพียูจะมีความร้อนสูงกว่าปกติ และทำให้ชุดระบายความร้อนที่แถมมานั้นไม่สามารถรองรับการระบายความร้อนได้เพียงพอจึงเป็นไปได้มาก
ทางออกของปัญหาคงไม่พ้นเรื่องของการหาซื้อชุดระบายความร้อนมาเปลี่ยนนั่นเอง โดยเฉพาะคนที่นิยมชมชอบในเรื่องของการโอเวอร์คล็อกซีพียูนั้น ยิ่งต้องมีความพิถีพิถันในการเลือกชุดระบายความร้อนมากเป็นพิเศษ

คำแนะนำสำหรับการเลือกซื้อชุดระบายความร้อนสำหรับซีพียูนั้นควรดูหน้าสัมผัสของชุดระบายความร้อนให้ดี ควรจะมีหน้าสัมผัสเป็นทองแดง เพราะทองแดงมีคุณสมบัติในการดูดซับและกระจายความร้อนได้ดีกว่าเหล็กหรืออะลูมิเนียม ที่นิยมใช้กับชุดระบายความร้อนทั่วๆ ไป

สำหรับใครที่เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ ที่ใช้ซีพียูรุ่นใหม่ๆ ของ AMD ไม่ว่าจะเป็น Athlon64 หรือ Athlon X2 ควรติดตั้งไดร์เวอร์สำหรับซีพียูด้วย โดยดาวน์โหลดและตรวจสอบไดร์เวอร์ได้ที่ www.amd.com ทั้งนี้ก็จะทำให้ประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการทำงานร่วมกับระบบปฎิบัตินั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ซึ่งปัญหากวนใจนั่นเอง

วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ ประการที่ 8 สารพันปัญหาฮาร์ดแวร์

นอกจากปัญหาที่มักเกิดกับแรมและซีพียู อย่างที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นคอมพ์สักเครื่องนั้น ก็ใช่ว่าจะทำงานราบรื่นไม่เคยก่อปัญหาเสียเมื่อไหร่ อย่างการ์ดแสดงผลตัวเก่งสำหรับชาวเกมเมอร์นั้น ก็ชอบงอแงอยู่บ่อยครั้ง อาทิ การสามารถรันเกมบางเกมได้ ทางแก้ง่ายๆ คือพยายามอัพเดทไดรเวอร์กันอย่างสม่ำเสมอ (Nvidia เฉลี่ยออกได้เวอร์ทุกๆ 7-14 วัน ขณะที่ ATI เฉลี่ยการอัพเดตไดรเวอร์สำหรับการ์ดแสดงผลของพวกเขาโดยเฉลี่ยเดือนละหนึ่งครั้ง) ทั้งนี้รวมถึงฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นในคอมพ์หมั่นคอยตรวจสอบดูว่ามีการอัพเดตไดรเวอร์จากผู้ผลิตหรือไม่? ถ้าหากมีก็อย่าลืมที่จะไปดาวน์โหลดมาติดตั้งด้วยนะครับ

นอกจากการ์ดแสดงผลแล้วตัวออฟติคอลไดรฟ์อย่าง CD, DVD หรือแม้แต่ CD Writer, DVD Writer เองก็มักพบปัญหาบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการไม่สนับสนุนแผ่นที่อ่านและเขียน บางครั้งเรานำแผ่น CD ใสเข้าไปตัวอย่างเช่น เจ้าไดรฟ์ตัวเก่งกลับงอแงไม่ยอมอ่านแผ่นซะอย่างนั้น คำแนะนำคือให้ลองทำความสะอาดหัวอ่านด้วยการหาซื้อชุดทำความสะอาดหัวข้อมาลองดูก่อน หากยังไม่สำเร็จ หรือจะเป็น DVD Writer ที่เพิ่งซื้อมากับไม่สามารถเขียนข้อมูลลงบนแผ่น DVD เปล่าบางยี่ห้อได้ คำแนะนำคือให้ลองทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์ของตัวไดรฟ์เสียก่อนครับ

อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยๆ แต่กลับไม่ค่อยมีใครทราบวิธีแก้ไข คือเรื่องของถ่านเมนบอร์ดเสื่อม วิธีสังเกตคือเมื่อใดที่คุณเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แล้วนาฬิกาบอกเวลาในวินโดวส์นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือผิดเพี้ยนไปมาก อาทิ เปิดใช้งานแต่วันที่กลับแจ้งวันเวลาเป็นของเดือนที่แล้ว หรือสัปดาห์ก่อน สันนิษฐานไว้ก่อนเลยนะครับว่าตัวแบตเตอรี่ของเมนบอร์ดนั่นน่าจะเริ่มเสื่อมแล้ว ทางออกก็เพียงแค่ซื้อถ่านมาเปลี่ยนครับ ก้อนหนึ่งเพียง 50-70 บาทเท่านั้นเอง

วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 9 Phishing และ Pharming


การ วางเหยื่อล่อที่แฮกเกอร์นำมาตบตาสำหรับผู้ที่ชอบใช้บริการ E-Banking หรือแม้แต่ชอปปิ้งออนไลน์ทั่วโลกนั้น ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมักจะอยู่ที่ความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้ใช้บริการ ประเภทนี้มากจนเกินไปแน่นอนว่ารวมถึงขาดการสังเกตในสิ่งรอบตัวด้วย แฮกเกอร์ใหม่ยอมลงทุนเสียเวลาทำเว็บปลอมให้เหมือนของจริงมากที่สุด ซึ่งเป็นการลงทุนลงแรงที่ได้ผลตอบรับดีเสียด้วย เพราะสามารถหลอกลวงให้เหยื่อมาติดกับได้หลายคน เมื่อแฮกเกอร์ทำเว็บปลอมได้เหมือนขนาดนี้ เราจะรู้ได้อย่างว่าอันไหนคือของจริงกันแน่ วิธีตรวจสอบก็ไม่ยากครับโดยหลักการของ Phishing และ Pharming มีจุดประสงค์ต้องการข้อมูลส่วนตัวของคุณเป็นหลัก ดังนั้นหน้าเว็บที่ทำปลอมขึ้นมาจะพยายามให้คุณกรอกข้อมูลให้มากที่สุด โดยเฉพาะพาสส์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต หรือข้อมูลที่จะช่วยให้แฮกเกอร์สามารถสั่งโอนเงินจากบัญชีของคุณได้ หากไม่แน่ใจจริง ๆ ให้คุณติดต่อกับทางธนาคารโดยตรงเลยว่ามีการขอข้อมูลแบบนี้ผ่านเว็บไซต์จริง ๆ หรือไม่?

อีกวิธีหนึ่งที่คุณสามารถตรวจสอบได้เองคือ ให้เปิดหน้าเว็บนั้นขึ้นมาบ่อย ๆ เพื่อตรวจสอบดูว่าแท้ที่จริงแล้วในระหว่างที่เว็บบราวเซอร์กำลังวิ่งไปตามที่อยู่ของ URL นั้น มันวิ่งไปที่เดิมตลอดหรือไม่? เพราะหากเราไปเจอกับวิธีการ “ตอบสนองก่อน แสดงผลก่อน” โอกาสที่หน้าเว็บของจริงจะตอบสนองขึ้นมาก่อนเว็บปลอมก็มีเช่นกัน เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่แฮกเกอร์นำมาใช้เพื่อให้เว็บปลอมที่สร้างขึ้นแสดงผลขึ้นมาก่อน และมักจะ Active อยู่ด้านหน้าเว็บจริงอยู่เสมอ อันที่จริงหากคุณลองหดเว็บไปมา ก็อาจจะพบว่ามีหน้าเว็บอีกอันหนึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังหรือถูกเรียกขึ้นมาในระหว่างนั้นด้วย


วิธีแก้เครื่องอืด ประการที่ 10 อินเทอร์เน็ตยุคเต่าคลาน และปัญหาเน็ตเวิร์กชวนปวดหัว
หลายคนออกอาการเซ็ง เมื่อความเร็วในการเล่นอินเทอร์เน็ตนั้นไม่ค่อยทันใจคนรุ่นใหม่วัยไอที ทั้งๆ ที่หลายคนลงทุนเปลี่ยนจากเดิมเคยใช้ Modem Dial-up 56k มาเป็น Hi-Speed Internet แล้ว ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้ผู้ให้บริการหลายๆ เจ้า ปรับเปลี่ยนแบนด์วิดธ์กันไม่ทันต่อจำนวนผู้ใช้

อีกสิ่งหนึ่งคือให้ลองสำรวจถึงช่วงเวลาการใช้งานของคุณด้วยอินเทอร์เน็ตก็เปรียบเสมือนการจราจรในกรุงเทพมหานครของเรานี่แหละครับ มันมีช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่เหมือนกัน นั้นก็คือช่วงเวลา 17.00-24.00 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตกันมากที่สุด หากคุณต้องการดาวน์โหลดไฟล์อะไรละก็ ผมแนะในให้ดาวน์โหลดทิ้งไว้ในช่วงเวลาที่นอกเหนือจากเวลาดังกล่าว นอกจากความเร็วในการโหลดจะสูงกว่าปกติในช่วงนั้นโอกาสที่การเชื่อมต่อจะถูกตัดก็มีน้อยกว่าด้วย

อีกสิ่งหนึ่งคือเรื่องของสายโทรศัพท์ที่ใช้ ลองตรวจสอบดูครับว่ามีสัญญาณรบกวนมากหรือเปล่า? ทดสอบได้ง่ายๆ ด้วยการนำโทรศัพท์พื้นฐานมาต่อเข้ากับสายโทรศัพท์ที่เราใช้ในการต่ออินเทอร์เน็ต และลองยกหูโทรออกดู หากมีเสียงซ่าเข้ามาเป็นระยะๆ หรือมีเสียงแทรกระหว่างการสนทนานั้น นั่นแสดงว่าสายโทรศัพท์เส้นนั้นมีสัญญาณรบกวนอยู่

ทางแก้อาจจะต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการโทรศัพท์ ให้เขามาตรวจสอบการเดินสายภายในที่พักของเราว่ามีส่วนใดช่วงไหนที่ชำรุดเสียหายหรือไม่? การทำให้สายโทรศัพท์มีสภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลาก็จะช่วยให้การท่องเข้าไปยังโลกอินเทอร์เน็ตของคุณนั้นราบรื่นและรวดเร็วได้เหมือนกัน

สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตนั้นทำได้กันอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะใช้สาย Cross ต่อ LAN หรือจะทำ Wireless LAN เองก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะเมื่อคุณซื้ออุปกรณ์สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตเหล่านี้มา เขาก็จะมีตัวคู่มือสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์และเซตอัพให้อยู่แล้ว สำหรับการแชร์ไฟล์นั้นในระบบปฏิบัติการอย่างวินโดวส์ เอ็กซ์พีเองก็มีตัวช่วยในการเซตอัพการแชร์เน็ตเวิร์กกันอยู่แล้ว เพียงแค่คุณเลือกไดรฟ์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการจะแชร์ แล้วคลิ้กขวาเลือก Sharing and Security และทำตามขั้นตอนที่วินโดวส์บอกไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

ปัญหาหนึ่งที่พบกันบ่อยครั้งในการแชร์ไฟล์หรือการแชร์อินเทอร์เน็ต คือการที่เครื่องในวงเน็ตเวิร์กนั้นไม่สามารถมองเห็นไฟล์ของอีกเครื่องหนึ่งได้ รวมถึงการที่เมื่อทำการแชร์อินเทอร์เน็ตแล้วขึ้นคำว่า Connection has limited or no connectivity ในปัญหาของการที่เราไม่สามารถมองเห็นเครื่องอื่นในวงเน็ตเวิร์กนั้นได้ อันดับแรกให้ตรวจสอบชื่อของ Workgroup ว่าถูกต้องหรือไม่? รวมถึงการตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าถึงข้อมูลในเครื่องนั้นๆ ด้วยว่ามีการตั้งสิทธ์ไว้อย่างไร

สำหรับปัญหา Connection has limited or no connectivity นั้นพบได้บ่อยกันระบบเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่สาเหตุใหญ่อย่างหนึ่งคือบางครั้งมีการเข้าใช้งานในเครื่องข่ายพร้อมๆ กันจำนวนมาก ทำให้ตัว DHCP Server นั้นๆ ไม่สามารถจ่ายหมายเลขไอพีได้อย่างเพียงพอ ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น รวมถึงปัญหาเกิดปัญหาหมายเลขไอพีค้าง คือได้มีเครื่องทำการเชื่อมต่อและถอนการเชื่อมต่อออกไปแล้ว แต่เซิร์ฟเวอร์กลับไม่ดึงหมายเลขไอพีกลับมา โดยยังคงค้างหมายเลขไอพีนั้นอยู่ ทำให้ไม่สามารถจ่ายหมายเลยไอพีให้กับเครื่องที่มาต่อใหม่ได้

ทางแก้ที่ดีที่สุดคือการรีสตาร์ตตัวเซิร์ฟเวอร์หรือเราเตอร์เสีย เพื่อให้มีการรีเชตหมายเลขไอพี ก็จะทำให้ตัวเซิร์ฟเวอร์สามารถจ่ายเลขไอพีได้ตรงตามจำนวนเครื่องที่เข้ามาเชื่อมต่อภายในเน็ตเวิร์กได้อีกครั้ง

สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตแล้วไม่อยากให้ความเร็วตกลงไปมากนั้น มีข้อควรพึงปฏิบัติคือ ตรวจสอบไม่ให้มีการใช้งานโปรแกรมที่ดึงแบนด์วิดธ์ส่วนมากไป เช่น การดาวน์โหลด Bit Torrent การใช้โปรแกรมแชตบางประเภทอย่าง Skype หรือแม้แต่ Yahoo Messenger ที่ได้มีการเชื่อมต่อเว็บแคมเอาไว้ และที่สำคัญป้องกันไม่ให้มีการเล่นเกมออนไลน์ภายในวงเน็ตเวิร์กด้วย เพราะนอกจากจะสูญเสียแบนด์วิดธ์ส่วนใหญ่ไปแล้ว ยังจะเสียงานอีกด้วย


By Dj_sama and Nongdeun
22  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / คุณคิดว่า ตนเองด้อย และ เสียโอกาส หรือ แพ้ โปรดอ่าน.... เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 05:15:17 PM


ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคน นั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะ แห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า
ไม่ชอบสังคมและ ล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู


ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น... ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายาม เป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้ เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์"
ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคน หนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ต้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ ว่า
"เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลัง จะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะบีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่ง ตำนาน


ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียน มัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงิน


ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมา ตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุ แล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคน นั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ


ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษา ระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนใน วิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"


ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอ เพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย
แกควร กลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"


หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้ กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริ ษัท
บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯหรือไม่ ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์
หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีนมอนโร" นั่นเอง


ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อ มา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจ โคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์ รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ ชายคน นั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์"นักลงทุนอัจฉริยะอภิมหาเศรษฐีอันดับสองของ โลก


ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับ คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้า คอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบัน คือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคย ถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่ สาม หรือที่รู้จักกันในนาม
"บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐี อันดับหนึ่งของโลก
ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ


เชื่อว่าทุกคนเคยแพ้
เชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว
แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ ล้มเหลว
คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก
23  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แพนด้าไหว้พระ แล้วจะได้บุญหรือป่าวครับ เมื่อ: มกราคม 04, 2011, 03:11:15 PM

แพนด้าหลินปิง และหลินฮุ่ย สร้างความตกตะลึงให้กับคณะพระสงฆ์ทั้งส่วนกลางและภาคเหนือ ที่เดินทางมาชมความน่ารัก ด้วยการนั่งหมอบตัวลงเหมือนแสดงความเคารพโดยการก้มหัวหลายครั้ง …

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(2 ก.ย.)เวลา 16.30 น.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม. พร้อมคณะสงฆ์ทั้งส่วนกลางและภาคเหนือได้เดินทางมาชมความน่ารักของ หลินปิง และหลินฮุ่ย ในบริเวณคอกกักหมีแพนด้า โดยมีนายชุมพร แสงมณี รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ และนายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าแห่งประเทศไทยให้การต้อนรับ

โดย หลินฮุ่ย เมื่อคณะสงฆ์มาชม หลินฮุ่ยถึงกับหยุดกินไผ่และได้แสดงท่านั่งหมอบตัวลงเหมือนแสดงความเคารพโดย การก้มหัวหลายครั้ง สร้างความฮือฮาให้กับคณะสงฆ์ที่มากับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เจ้าคณะใหญ่ หนเหนือเป็นอย่างมาก โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้เปิดเผยว่า ดีแล้วเป็นสิรมงคลแล้ว ที่คณะสงฆ์มาดูมาชมแพนด้าครั้งนี้ และได้แผ่เมตตาให้กับครอบครัวหมีแพนด้า และได้สอบถามความหมายของคำว่า หลินปิง แปล ว่าอะไร ทาง นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ก็ได้ตอบว่า หากแปลเป็นภาษจีนก็แปลว่า “ป่าหิมะ หรือป่าน้ำแข็ง หากแปลเป็นภาษาไทยความหมายคือ คำว่า หลิน เป็นชื่อแม่ และปิง ก็คือน้ำปิง แม่น้ำประจำจังหวัดเชียงใหม่ นำทั้งสองชื่อมารวมกัน เป็น “หลินปิง” ความหมายนั้นคือความเป็นแม่น้ำแห่งฑูตสัมพันธไมตรี.
24  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ถ้าฟุ้งซ่าน อยู่จิตไม่รวมเป็นสมาธิ ควรทำอย่างไร คะ เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 12:13:17 PM
ถ้าฟุ้งซ่าน อยู่จิตไม่รวมเป็นสมาธิ ควรทำอย่างไร คะ

  แบบว่านั่งภาวนาไปแล้ว 30 นาทีไปแล้ว ก็ยังไม่รวมจิตได้ ควรทำอย่างไร คะ ที่จะแก้อารมณ์ ตรงส่วนนี้ได้คะ

  :25:
25  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / โรคต่าง ๆ ของคนมีรัก เมื่อ: ธันวาคม 24, 2010, 12:15:18 PM
● โรคต่างๆของคนมีรัก ●

“ความรักทำให้คนตาบอด” เป็นหนึ่งในคำเปรียบเปรยสำหรับคนมีรัก แสดงถึงอาการไม่ยอมรับความจริง เห็นผิดเป็นชอบ สมองส่วนของเหตุผลถูก ทำลาย ลง ด้วยอารมณ์ อันเป็นที่มาของความบกพร่องในระบบการตัดสินใจ ถ้าสาเหตุของโรคเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์ อาการเหล่านี้จะไม่ลุกลามและหายวันหายคืน ถือว่าเป็นโชคดีของผู้ป่วย แต่ถ้าสาเหตุของโรคเป็นคนนิสัยไม่ดี เจ้าชู้ อาการของโรคมีแต่ทรุดกับทรุด เกิดความทรมานแก่ผู้ป่วย นอกจากความรักทำให้คนตาบอดแล้ว ยังมีโรคอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับความรัก ทำให้คนเราทำพฤติกรรมหรือการกระทำต่างๆที่คนธรรมดาไม่ได้อยู่ในภาวะอินเลิฟ ทำกันได้ จนเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ มีโรคอะไรบ้างที่เกิดจากความรัก แล้วคุณผู้อ่านเคยเป็นโรคเหล่านี้กันบ้างรึเปล่า

โรคเข้าข้างตัวเอง

           สาเหตุของโรคเกิดจากมีเพศตรงข้ามเข้ามาใกล้ หรือเข้ามารุกรานในพื้นที่ส่วนตัวที่เรียกว่า หัวใจ ทำให้เกิดอาการหลงผิด คิดว่าอีกฝ่ายมีใจให้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดจะทำอะไร มักคิดว่าเค้ามาชอบเราจีบเรา ผู้ป่วยที่มีหน้าตาดีเป็นทุนเดิมค่อนข้างเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ป่วยหน้าตา ปานกลางถึงแย่ เนื่องจากเข้าใจว่าตนหน้าตาดีเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้เกิด ความเข้าใจ ผิด จนเป็นโรคนี้ได้ ในทางกลับกันถ้าสาเหตุของโรคเป็นคนหล่อหรือสวยยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการหวั่น ไหวได้ง่ายกว่าปรกติ อีกกลุ่มบุคคลที่เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้คือ พวกอ่อนต่อโลก มองโลกในแง่ดี เลยเหมาหรือสรุปว่าเค้ามาจีบตน วิธีป้องกันคือ วางใจเป็นกลาง ดูพฤติกรรมอีกฝ่ายให้แน่นอนว่าเค้า ทำดี กับเราแค่คนเดียวหรือเหวี่ยงแหไปทั่ว หรือเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นคนอัธยาศัยดี มนุษยสัมพันธ์ดีต่อทุกคน วิธีรัก ษา ให้หายขาดคือการถามตรงๆกับอีกฝ่ายว่าคิดยังไงกับตน เป็นวิธีที่ทำให้หายจากโรคเข้าข้างตัวเองได้ แต่ผลของคำตอบอาจนำมาซึ่งโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นได้ เช่นโรคอกหัก

โรคพิการซ้ำซ้อน

           เกิดกับผู้ที่ได้รับไวรัสความรักใหม่ๆ โดยเกิดกับฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย อาการคือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ คิดเองไม่เป็น ตัดสินใจไม่ได้ ต้องให้อีกฝ่ายให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา อาการของโรคจะรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับคู่กรณีของอีกฝ่ายว่าเป็นคนแบบไหน ถ้าเจอคนที่ชอบดูแลเทคแคร์เป็นผู้นำมากๆจะถูกใจกับคนที่เป็นโรคนี้เนื่องจาก สามารถแสดงบทบาทของการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับคู่กรณีที่ขี้รำคาญหรือชอบคนที่ดูแลตัวเองได้อาจไม่ค่อยชอบใจคนที่ เป็นโรคนี้นัก ดังนั้นผู้ป่วยควรสังเกตพฤติกรรมของฝ่ายที่มาจีบว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน เพราะถ้าคุณเป็นโรคนี้อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสาเหตุของการถูกทิ้งได้เช่นกัน

โรคสมาธิสั้น

          เป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดกับคนที่ได้รับเชื้อไวรัสที่เรียกว่าความรัก อาการคือจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดถึงอีกฝ่ายตลอดเวลา ว่าทำอะไร อยู่กับใคร อยู่ที่ไหน คิดถึงเราบ้างรึเปล่า ทำให้สูญเสียสมาธิในการเรียนหรือการทำงาน มีผลทำให้ผลการเรียนแย่ลง ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ข้อดีเพียงเล็กน้อยของโรคนี้ในกรณีที่เรียนหรือทำงานที่เดียวกันทำให้รู้สึก อยากมาเรียนหรืออยากมาทำงาน ส่วนมาแล้วจะตั้งใจทำงานรึเปล่านั่นก็เป็นอีกเรื่อง สำหรับผู้ป่วยที่เสพย์ติด Social Network อย่าง Facebook หรือถ้าติดมือถือ Black Berry จิตใจของผู้ป่วยจะจดจ่อกับการอัพเดทสเตตัสของอีกฝ่ายหรือคอยแต่จะเมนท์หากัน ทั้งวัน วิธีรัก ษาควรรู้จักแยกแยะ จัดสรรเวลาให้เป็น มิฉะนั้นจะมีผลเสียต่อการเรียนและการทำงานได้

โรควิตกกังวล วิตกจริต

         พบ ได้ในกลุ่มบุคคลที่ไวรัสความรักได้ซึมเข้าสู่กระแสเลือด อาการของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับพื้นเพของผู้ป่วยแต่ละคน โดยต้องเช็คประวัติย้อนหลังของผู้ป่วยว่ามีอดีตกับแฟนเก่าอย่างไรบ้าง ถ้าเคยมีแฟนเก่าเป็นคนเจ้าชู้มาก่อน โรควิตกกังวลวิตกจริตนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับแฟนใหม่ ด้วยความหวาดระแวงจากอดีตของตนเป็นทุนเดิม กลุ่มคนที่ขาด ความมั่นใจ ในตนเองเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ เพราะเกิดจากความไม่มั่นใจในตนเองทำให้วิตกกังวลว่าอีกฝ่ายอาจ นอกใจ คิดตีจากตลอดเวลาเพราะตนไม่ดีพอ วิธีรัก ษา ที่ดีที่สุดคือรู้จักการใช้ยา “ปล่อยวาง” ซึ่งยาปล่อยวางนี้นิยมใช้เป็นที่แพร่หลายในการรักษาโรคหลายๆโรคที่เกี่ยว ข้องกับจิตใจ เมื่อรู้จักปล่อยวางอาการวิตกจริตหรือกังวลมากไปจะค่อยๆดีขึ้น

โรคนอนไม่หลับ

         โรคนี้เป็นโรคต่อเนื่องที่มีผลมาจากโรควิตกกังวล มักเกิดกับฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงนั้นอาจอยู่ในฐานะของแฟนหรือถึงขั้น แต่งงาน แต่ง การกันไปแล้ว อาการนอนไม่หลับนั้นเกิดขึ้นเมื่อแฟนหรือสามีของตนกลับบ้านไม่ตรงเวลา ปิดมือถือ หนีเที่ยว หรือเที่ยวจนติดเป็นนิสัย โดยมีสาเหตุจากความเป็นห่วง เช่นเมื่อคนรักตน “เมาแล้วขับ”จะเกิดอุบัติเหตุรึเปล่า หรือเกิดจากความหึงหวงว่าอีกฝ่ายอาจนอกลู่นอกทาง วิธีป้องกันคือการตามไปคุม พูดง่ายๆว่าไปเที่ยวด้วยกันเลยจะได้ไม่ต้องห่วง หรือในกรณีที่ไม่ชอบเที่ยวอาจบังคับอีกฝ่ายไม่ให้ขับรถไป โดยให้ใช้บริการของแท็กซี่แทน เป็นการลดความกังวลว่าอีกฝ่ายอาจมีอันตรายจากการขับรถ สำหรับบางรายที่เฉยชาหรือว่าชาชินกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย โรคนอนไม่หลับนี้จะหายไปเองโดยอัตโนมัติ เรียกว่า เกิดอาการช่างมันฉันไม่แคร์ ผู้ป่วยจึงสามารถกลับมานอนหลับเป็นปรกติดั่งเดิม

โรค หลงรัก คนมีเจ้าของ

         เป็นโรคที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนที่เป็น การรักษาค่อนข้างยากขึ้นอยู่กับสถานะของสาหตุของโรคว่าเป็นแค่แฟนหรือ แต่งงาน เป็นเรื่องเป็นราว การไป หลงรัก คนที่ แต่งงาน แล้ว มีแต่เสียกับเสีย นอกจากเจ้าตัวจะทุกข์ใจแล้ว ยังโดนสังคมประณามได้อีก ถ้าอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยอาการจะหายเร็วกว่าปรกติ แต่ถ้าอีกฝ่ายดันสานสัมพันธ์กับเจ้าตัวด้วย อาจทำให้อาการบานปลายเป็นปัญหาครอบครัวได้ วิธีป้องกันคือสืบให้แน่ก่อนว่าอีกฝ่ายมีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนรึยัง ในกรณีที่มีการปกปิดอย่างมิดชิดหรือเนียนจนไม่สามารถจับได้ เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ถลำลึกจนไม่สามารถถอนตัวได้ วิธีรัก ษา มีเพียงการใช้ยา”ตัดใจ”อย่างเดียว ผลของการใช้ยาขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วยด้วย หรือการให้อีกฝ่ายเคลียร์พันธะของตัวเองให้หมด ก่อนกลับมาคบกันอีกครั้ง

โรคความจำเสื่อม

         พบได้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อความรักเข้าไปในอย่างรุนแรง ยากที่จะรักษา อาการของโรคคือ ไม่ว่าอีกฝ่ายทำผิดซ้ำซากจนเป็นสาเหตุของการ ทะเลาะ กัน รุนแรง หรือแม้ถึงขั้นเลิกรากันไป แต่เมื่อมาง้อขอคืนดีกลับยอมยกโทษให้ แล้วกลับไปคบกันเหมือนเดิม เรื่องจึงวนเวียนเป็นเรื่องราวเดิมๆ ปัญหาเดิมๆจนทำให้เจ้าตัวต้องเสียน้ำตาหรือบอบช้ำเพราะไวรัสความรักแบบไม่ หายขาด สมองของผู้ป่วยมักสั่งให้ลืมเรื่องทุกอย่างๆ ให้อภัย อีก ฝ่ายจนหมดสิ้น การเป็นโรคความจำเสื่อมมีทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าอีกฝ่ายกลับตัวได้ สามารถทำให้ผู้ป่วยกลับมารักกันดังเดิมอยู่กันอย่างยืดยาว แต่ถ้าอีกฝ่ายยังคง พฤติกรรมแย่ๆ ไว้ครบทุกระเบียบนิ้ว ผู้ป่วยคงต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคนี้ไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีทางรักษา

โรคอกหักรักเป็นพิษ

          เป็นโรคยอดฮิตที่เรียกได้ว่าถ้าใครมีความรักมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ โดย ความรุนแรง ของ โรคนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของคนที่เป็นโรคเช่น อายุ ระยะเวลาที่คบกัน สาเหตุของอาการอกหัก ฝ่ายบอกเลิกหรือฝ่ายถูกเลิก ยังรักอยู่หรือ หมดรัก แล้ว ซึ่งสามปัจจัยที่กล่าวมาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด อายุมากหรือน้อยเกี่ยวข้องกับสภาวะการยับยั่งช่างใจหลังจากการอกหัก ถ้าเป็นรักแรกที่มีความคาดหวัง อาการของผู้ป่วยค่อนข้างรุนแรง ระยะเวลาที่คบกัน มีผลอยู่สองแบบคือ รักมากยิ่งช้ำมาก เหมือนกับเวลาที่ผ่านมาไม่มีผลต่อการตัดสินใจของอีกฝ่ายที่จะบอกเลิก แต่อีกกรณีที่พบคือ ผู้ป่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หมดรัก อีกฝ่าย อาการของฝ่ายที่ หมดรัก ไม่ รุนแรงเท่ากับฝ่ายที่ยังรักอยู่ สาเหตุของการเลิกรา การเข้ากันไม่ได้ หรือเกิดจากบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซง อาการของผู้ป่วยที่ตรวจพบคือ ร้องไห้ เสียใจ ไม่เป็นอันกินอันนอน น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว โรคอกหักถือเป็นโรคร้ายแรงที่สุดที่มีสาเหตุจากความรัก

          คุณผู้อ่านที่เคยมีความรักมาคงคุ้ยเคยกับโรคหรืออาการของโรคเหล่านี้มาแล้ว ไม่มากก็น้อย แต่ใช่ว่าความรักจะทำให้เราเป็นโรคได้อย่างเดียว สำหรับคนที่ได้เจอกับความรักที่สมหวัง คนรักที่ดี สิ่งที่คุณได้พบแน่นอนคือความสุขของการมีคนให้รัก และมีคนที่รักเรา ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้ว่าความรักของคนแต่ละคนจะสิ้นสุดเมื่อไร ถ้ามัวแต่กลัวคงไม่มีโอกาสได้ ลิ้มรสความสุข ของ การมีรักได้ แต่เมื่อรักแล้วต่อให้เกิดอะไรขึ้น ขอให้คิดว่าเป็นความสมัครใจของเราเอง สิ่งที่ทำได้คือ ทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดีที่สุดไงค่ะ
26  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สระบุรี-พระฟิล์ม - รัฐภูมิ สึกแล้ว เมื่อ: ธันวาคม 22, 2010, 10:00:56 AM
วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เมื่อ เวลา 06.00 น.วันนี้ (19 ธ.ค.) พระธีรภัทโท หรือ พระฟิล์ม – รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ได้ลาสิกขาบทแล้ว ณ วัดชุ้ง ต.เมืองเก่า อ.เสาไห้ จ.สระบุรี พร้อมกับเพื่อนที่บวชพร้อมกันอีก 2 คน โดยพระปลัดประจักร จตุตมโล เจ้าอาวาสวัดชุ้งพร้อมพระภิกษุสงฆ์รวม 7 รูป ร่วมทำพิธี

โดย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงามีเพียงญาติๆ ของพระฟิล์มและเพื่อนพระและสื่อมวลชน ไม่มีแฟนคลับมาร่วมพิธีแต่อย่างใด หลังทำพิธีเสร็จพระฟิล์มได้กวาดทำความสะอาดลานวัดตามธรรมเนียม พร้อมให้สำภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “หลังจากที่ได้เดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ วัดพระธาตุปูแช่ อ.แม่อาย จ.เชียใหม่ และวัดศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย และได้รับคำสอนจากครูบาอาจารย์หลายท่าน และยังได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมร่วมกับท่าน ว.วชิรเมธี ด้วย ทำให้ตนมีจิตใจที่สงบอดทน การใช้ชีวิตไม่ถือตัว การเข้าผู้ใหญ่ ทำให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แรกๆ ก็ปรับตัว แต่พอได้เรียนธรรมแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากสำหรับ 25 วันที่อยู่ในร่มกาสาวพัตร์ ขณะนี้ได้มีงานติดต่อเข้ามาเช่นรายการต่างๆ แต่ตนได้ปฏิเสธไปขอเตรียมตัวในเรื่องการเดินทางไปเรียนภาษาก่อน และจะเดินทางไปเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษในวันที่ 28 ธันวาคม ที่จะถึงนี้และคาดว่าน่าจะเดินทางกลับประเทศไทยประมาณเดือนพฤษภาคมปีหน้า

ด้าน วัดชุ้งได้จัดทำรูปภาพพร้อมกรอบพระฟิล์มขนาด 8x10 ออกจำหน่ายให้กับผู้ที่ต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึกราคา 300 บาท เพื่อนำเงินที่ได้ไปซ่อมแซมกุฏิสงฆ์ด้วย
27  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ครูบาอุ่น"ศพไม่เน่าเปี่อย ( เชียงใหม่ ) เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 01:12:32 PM
แห่ไหว้เกจิดัง ศพไม่เน่า มรณภาพมา9ปี

 


ครูบาอุ่น"ศพไม่เน่าเปี่อยศีรษะยังเป็นกันหอยคลายเศียรพระพุทธเจ้าเหมือนเดิมถึงมรณภาพมาได้ 9 ปีแล้วก็ตาม พร้อมสร้างปฏิหาริย์อีกศีรษะมีสีเขียวขึ้นเต็มศีรษะและใบหน้าเต็มไปหมด.....

 

จากกรณีที่ วัดป่าแดง“บ้านป่าสักขวาง”หมู่ 13ต.สันกำแพง อ.สันกำแพงเชียงใหม่ได้มีพระครูอรุณวรกิจหรือครูบาอุ่น อรุโณ อายุ79ปีเกจิชื่อดังของล้านนาอดีตเจ้าอาวาสที่ได้มรณภาพลงด้วยโรคชราลงเมื่อวันที่ 23ม.ค.ปี 2544จนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศและต่างประเทศในขณะที่ทางลูกศิษย์ศรัทธาญาติโยมกำลังอาบศพและโกนศีรษะให้นั้นปรากฏว่าศีรษะได้ยกขึ้นเป็นรอยก้นหอยคลายกับเศียรพระพุทธเจ้าจนเป็นที่ฮือฮาของลูกศิษย์ศรัทธาที่มาพบเห็นและที่มามุงดูต่างขนลุกฮือฮาไปตามๆกันจนกล่าวขานกันว่าเป็นปฎิหาริย์ของครูบาอุ่น ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้เสนอข่าวดังมาตามลำดับตั้งแต่วันมรณลง

 

จนเมื่อเช้าวันนี้ (16ม.ค.)เวลา08.30น.พระอธิการสรุพล วภิวัฒธโน เจ้าอาวาสวัดป่าแดง พ.ต.อ.เอกชัย พิมลศรี ผกก.สภ.สันกำแพง นายทวีศักดิ์ ขัติวงศ์นายก อบต.สันกำแพง นายสงวน ติปัญโญ กำนันตำบลสันกำแพง และลูกศิษย์ที่มาร่วมงานประมาณพันกว่าคน ลูกศิษย์ตลอดจนศรัทธาได้นิมนต์พระมาสวดในอำเภอสันกำแพง 80รูปทำพิธีสืบชะตาหลวงให้กับลูกศิษย์ศรัทธาเพื่อเป็นสิริมงคล

 

จากการทราบข่าวการเปลี่ยนผ้าจีวรของครูบาอุ่น อรุโณ ลูกศิษย์ทั่วทุกสารทิศต่างจังหวัดต่างประเทศต่างหลั่งไหลมาเคารพศพกราบไหว้เป็นจำนวนมากจนแน่นวัดเมื่อถึงเวลาได้มีคณะกรรมการผู้ชายนุ่งขาวห่มขาวยกโรงหีบแก้วที่บรรจุศพร่างครูบาอุ่น อรุโณลงมาจากที่ตั้งศพในพระวิหารไม้สักโบราณมาที่ผ้าปูบนแท่นที่เตรียมไว้ทำการเปลี่ยนผ้าจีวรให้ใหม่

 

ขณะนั้นได้มีผู้คนลูกศิษย์ศรัทธาที่มามุงดูเป็นจำนวนมากตลอดจนผู้สื่อข่าวที่ได้ไปสังเกตการณ์และได้บันทึกภาพเอาไว้ปรากฏว่าร่างกายของครูบาอุ่น อรุโณถึงแม้ว่าจะมรณภาพลงได้ 9ปีกว่าแล้วก็ตามร่างกายยังเหมือนเดิมอ่อนปวกเปียกไม่เน่าเปื่อยเหมือนคนนอนหลับแต่ที่หน้าแปลกประหลาดมากศีรษะและใบหน้าของครูบาอุ่นมีสีเขียวขึ้นเป็นจุดๆเต็มไปหมด แต่ตามร่างกายไม่ขึ้นลูกศิษย์ที่มามุงดูการเปลี่ยนผ้าต่างขนลุกฮือฮาว่ากันเต็มวิหารไม้สักทองโบราณ

 

ลูกศิษย์กล่าวกันว่าเป็นปฏิหาริย์ของครูบาอุ่นให้เห็นอีกแล้วพระรูปอื่นที่มรณลงไม่เคยเป็นอย่างมาก่อนจนคณะกรรมการลูกศิษย์สามารถนำร่างกายศพของครูบาอุ่นลุกขึ้นยืนได้ อย่างปฎิหาริย์ที่สำคัญคือที่ศีรษะของครูบาอุ่นยกขึ้นยังเป็นก้นหอยคลายกับเศียรพระพุทธเจ้าเหมือนเดิมไม่หายไปไหนและยังมีเลือดคลั่งค้างอยู่ที่ด้านหลังที่ศีรษะที่เป็นก้นหอยจนผู้คนศรัทธาลูกศิษย์ที่มามุงดูต่างส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่ขนลุกไปตามๆกันเต็มพระวิหารไม้สักทองโบราณบางคนก็กล่าวว่าเป็นปฎิหาริย์ครูบาอุ่นสร้างปฎิหาริย์ให้เห็นอีก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าเมื่อเปลี่ยนผ้าจีวรเก่าเสร็จทางคณะกรรมการได้ตัดแบ่ง ผ้าจีวรของครูบาอุ่นให้ลูกศิษย์ศรัทธาที่มาร่วมงานได้ไปคนละเล็กละน้อยและให้ทางลูกศิษย์ศรัทธาปิดทองตามร่างกายครูบาอุ่น จนเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาทางคณะกรรมการจึงได้นำหีบโรงแก้วของครูบาอุ่นใส่โรงแก้วเหมือนเดิมโดยเอาศรีษะที่เป็นก้นหอยคลายเศียรพระพุทธเจ้าโชว์ออกข้างนอกให้ลูกศิษย์ศรัทธาที่หลั่งไหลกันมาได้กราบไหว้และได้ดูกันเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเองที่ได้นับถือครูบาอุ่น.

ที่มา ไทยรัฐ

ถ้ามาภาคเหนือมีเวลาเหลือไม่รู้จะไปไหน ก็ขอเชิญแวะกราบ สักการะครูบาอุ่น นะคะ

 :25:
28  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อนิจจาร่างกายหนอ เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 02:43:09 PM


super ก็รู้จักพักนะ



อนิจจา ร่างกายหนอ ทำไม๊ ทำไม ต้องทำถึงขนาดนี้กัน


  :91:
29  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / วิญญาณ ที่ไม่ได้รับเชิญ ( ชื่อตอนเขา ในรายการตีสิบ ) เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 06:55:30 PM


อันที่จริงอยากตั้งคำถาม กับพระอาจารย์ ว่าเรื่องราวเหล่านี้ ที่เห็นเป็นจริง เชื่อถือได้

ขนาดไหน คะ ผู้ชมต้องวิจารณญาณ กันด้วยนะคะ

ใครรู้ ข้อมูลอย่างไร ก็ช่วยชี้แจงให้เข้าใจหน่อยนะคะ


30  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ต่อชะตา นอนโลง นั้นสะเดาะเคราะห์ได้จริง หรือ เป็นเพียงความเชื่อ เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 06:16:17 PM
!
31  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แจ่ม!!!! ถุงซิปกันน้ำท่วมรถ เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 12:54:05 PM
น้ำป่า น้ำท่วมสูงจนมิดหลังคารถยนต์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้เครื่องยนต์และห้องโดยสารรถยนต์ พังเสียหาย เจ้าของรถต้องจ่ายเงินค่าซ่อมไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท

กลุ่ม นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพวังสะพุง จังหวัดเลย จึงคิดถุงพลาสติกนี้ ขึ้นมาให้ชื่อว่า "ถุงไอเดีย คอปเวอร์ คาร์" (IDEA cover car) ชื่นชมผลงานถุงไอเดีย ที่วิทยาลัยการอาชีพวังสะพุง จ.เลย คิดค้นไว้ใช้คลุมรถที่จมอยู่ใต้น้ำได้ปลอดภัย ๑๐๐% ด้านนายสันติประชา ดอนชุม อาจารย์ประจำแผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตร่วมกับนักศึกษา กล่าวว่า ถุงไอเดีย ทำจากวัสดุโพลิเมอร์เอสทีลิน ซึ่งเป็นพลาสติกหนาสามารถกันน้ำได้ มีการออกแบบและตัดเย็บได้ตามขนาดของรถแต่ละชนิด มีซิบกันน้ำสำหรับเปิดเป็นช่องเพื่อขับรถเข้าไปเก็บในถุง รถยนต์จะวิ่งเข้าไปจอดอยู่ด้านในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่มีความหนาและทนทาน ก่อนที่จะรูดซิปยาวครอบทั้งคันรถ เหมือนกับการสวมถุงพลาสติกสิ่งของ ต้นทุนในการผลิตถุงไอเดียขนาดใส่รถ ยนต์กระบะ ๑ คัน ประมาณ ๑,๕๐๐ บาท จากการทดลองได้นำรถยนต์เข้าไปไว้ในถุงแล้วปิดให้สนิท จากนั้นนำลงไปแช่ในน้ำทั้งคันเป็นเวลานาน ๑-๒ วัน ปรากฏว่าไม่มีน้ำซึมเข้าไปภายในถุงได้ ทำให้รถปลอดภัยจากน้ำท่วม ทั้งนี้ตนและทาง สอศ.ได้มีการจดสิทธิบัตร "ถุงไอเดีย" ไว้แล้ว พร้อมทั้งเตรียมที่จะพัฒนารูปลักษณ์ และการหาวัสดุคุณภาพดีมาใช้ผลิตถุงไอเดียให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย จึงมั่นใจว่าผลงานชิ้นนี้จะสามารถช่วยเหลือผู้ที่มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ในช่วงเวลาคับขันที่เกิดปัญหาน้ำท่วมได้มาก


ถุง พลาสติกจะป้องกันน้ำเข้ารถ ไม่ให้รถยนต์เสียหายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผลิตมาจากพลาสติกอย่างหนาและยังสามารถพับเก็บไว้ใช้งานได้ในคราวต่อไป
32  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ผู้ที่ขับรถส่วนตัว ควรอ่าน เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 12:48:28 PM
ผู้ที่ขับรถส่วนตัว ควรอ่าน


เป็นเมลจากน้องที่ส่งมาอีกที ผมอ่านแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะทำได้จริง

ตำรวจชาวออสเตรเลียได้เขียนสิ่งนี้ขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน
นั่นเป็นเพราะว่าการลักพาตัวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ
ตั้งสติให้ดีก่อนจะทำการอะไรหากคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ข้อความนี้สำหรับตัวของคุณเองและเพื่อให้คุณได้แบ่งปันให้กับภรรยา ลูก หรือทุกๆ คนที่คุณรู้จัก

หลังจากที่คุณได้อ่านคำแนะนำที่สำคัญเหล่านี้ .. คุณอาจต้องการที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โปรดส่งต่อให้กับคนที่คุณรักและเป็นห่วง

การระมัดระวังล่วงหน้าไม่ต้องแลกกับความสูญเสีย เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ดีที่สุด

1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้
ข้อศอกเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายของมนุษย์
หากคุณอยู่ใกล้คนร้ายในระยะที่จะใช้มันได้....จงใช้มันซะ!

2. เคล็ดลับจากสมุดแนะนำนักท่องเที่ยว
ถ้าคนร้ายต้องการกระเป๋าเงินหรือของมีค่าของคุณ
อย่ายื่นให้กับเขา
จงโยนกระเป๋าเงินของคุณไปให้ไกลจากตัวเอง..
โอกาสที่คนร้ายจะสนใจกระเป๋าเงินของคุณนั้นมีมากกว่าที่จะสนใจคุณ
และนั่นจะทำให้เขาต้องไปหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ห่างจากตัวคุณ
ตอนนี้แหละ จงวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งให้เร็วที่สุด ><

3. ถ้าคุณเกิดถูกลากหรือโยนเข้าไปในท้ายรถของคนร้าย
สิ่งที่คุณควรทำคือให้ถีบไฟท้ายจนหลุดออกมา
ยื่นแขนของคุณออกมาจากช่อง แล้วเริ่มโบกมืออย่างบ้าคลั่ง
คนขับไม่เห็นสิ่งที่คุณทำ แต่คนอื่นจะเห็น
วิธีนี้ได้ช่วยหลายต่อหลายชีวิตมาแล้ว..

4. คุณผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะนั่งอยู่บนรถเฉยๆ หลังจากช้อปปิ้ง เที่ยว กิน หรือ ทำงานเพื่อจะแต่งหน้า เปิดผ่านหนังสือ เช็คโทรศัพท์ ฯลฯ
ห้ามทำเป็นอันขาด!
คนร้ายจะคอยเฝ้าดูพฤติกรรมของคุณ และสิ่งที่คุณทำเป็น
การเปิดโอกาสอันเหมาะสมเพื่อให้เขาเข้ามาทางที่นั่งข้างคนขับ
และเอาปืนจ่อหัวคุณเพื่อจะให้คุณขับไปตามทางที่เขาต้องการ
เพราะฉะนั้น....ทันทีที่คุณขึ้นรถ
จงล็อคประตู และรีบออกรถซะ........

แต่ถ้าเกิด....
คนร้ายอยู่บนรถกับคุณ
และเอาปืนจ่อขมับคุณไว้
อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก
ย้ำ: อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก
สิ่งที่คุณควรทำคือ
เหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด
ขับพุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางในละแวกนั้น
ถุงลมนิรภัยฝั่งคุณจะช่วยชีวิตคุณไว้

(เช่นเดียวกับฝั่งคนร้ายหากคนร้ายนั่งเบาะหน้าจะไม่ค่อยคาดเข็มขัดนิรภัย)
(หากคนร้ายนั่งอยู่เบาะหลัง เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส)
แต่ทันใดที่รถของคุณชน ให้รีบถอนตัวออกมา(จากถุงลมนิรภัย)
แล้ววิ่งออกจากรถสุดแรงเกิด
วิธีนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตรงที่คุณสามารถวิ่ง
เข้าหากลุ่มคนเพื่อขอความช่วยเหลือได้
หากคุณออกรถไปที่ไกลๆ ตามเส้นทาง/สถานที่ที่คนร้ายบอก
จะทำให้คนร้ายตามตัวคุณได้ง่าย เพราะคุณไม่รู้จักสถานที่นั้นดีเท่าเขา

5. ข้อแนะนำสำหรับการเดินไปที่รถของคุณ
ในลาน/โรงจอดรถ
ก.) จงระวัง:
มองไปรอบๆ ตัวของคุณ
มองเข้าไปในรถของคุณ
มองลอดไปบนพื้นฝั่งที่นั่งข้างคนขับ
และเบาะหลัง

ข.) ถ้ารถของคุณมีรถตู้จอดอยู่ข้างๆ
ให้ขึ้นรถทางฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับ
คนร้ายจะจู่โจมเหยื่อของมันโดยการฉุด
ขึ้นรถตู้ในขณะที่เหยื่อกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ
เพราะฉะนั้นรถตู้น่าสงสัยเหล่านี้จึงมักที่จะจอดอยู่ฝั่งคนขับ

ค.) ให้มองไปที่รถที่จอดอยู่ข้างๆ คุณทั้งสองข้างของรถ
ถ้าเจอผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวในฝั่งที่อยู่ใกล้รถของคุณมากที่สุด
สิ่งที่คุณควรทำคือเดินกลับเข้าไปในห้าง
หรือออฟฟิตเพื่อขอให้ยาม รปภ. หรือตำรวจเดินมากับคุณ
เพื่อส่งคุณขึ้นรถ
ไม่ต้องไปคิดมากกว่าคนอื่นหรือตำรวจจะมองคุณโรคจิตหรือเปล่า
เพราะการระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์อันน่าสงสัยนั้น
จงตระหนักอยู่เสมอว่า ปลอดภัยไว้ก่อน...

6. จง ใช้ลิฟต์ตลอดแทนที่จะใช้บันใด
เพราะบันใดเป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดที่ผู้หญิงจะอยู่คนเดียว
มันเป็นที่ๆ เพอร์เฟคสำหรับคนร้าย
และน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในยามวิกาล

7. ถ้าคนร้ายมีปืน...
แต่คุณไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
จงวิ่ง!!
เพราะโอกาสที่คนร้ายจะยิงถูกคุณมีเพียง
4 ครั้งใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าวิ่ง)
และเป็นไปได้สูง ว่าจะไม่โดนอวัยวะสำคัญ
วิ่งงงงงงง!! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การวิ่งซิกแซก

8. จุดอ่อนของผู้หญิงส่วนใหญ่คือ
ขี้สงสาร ขี้เห็นใจ
จงหยุดซะ
เท็ด บันดี้ เป็นฆาตรกรหน้าตาดี และการศึกษาสูง
เขาใช้จุดอ่อนข้อนี้ของผู้หญิงเพื่อลวงมาฆ่าเสมอ
เพราะฉะนั้นจงมีเหตุมีผล ดูสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง
จงช่างสังเกต หากพบข้อสงสัยแม้เพียงข้อเดียว
ก็ควรจะลีกเลี่ยงบุคคลนั้นๆ ให้เร็วที่สุด

9. เรื่องที่ควรตระหนักอีกข้อ:
เพิ่งจะมีคนมาเล่าให้ฉันฟังว่า เพื่อนสาวของได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กตอนกลางคืน และเธอก็คาดว่าเสียงนั่นดังมาจากระเบียงบ้านของเธอ เธอเลือกที่จะโทรแจ้งตำรวจแทนที่จะออกไปดูด้วยตัวเอง นั่นเป็นเพราะว่าเธอมีลางสังหรณ์ว่านั่นอาจจะเป็นกลลวง และตำรวจก็สั่งกับเธอว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด”
เธอจึงเล่าให้ตำรวจฟังอีกว่าเสียงนั่นฟังดูเหมือนว่าเด็กนี่ได้คลานมาใกล้ หน้าต่างของและเธอก็เป็นกังวลว่าถ้าหากเด็กคนนี้คลานออกไปถึงถนนก็จะถูกรถชน
ตำรวจ จึงสั่งเธอว่า “ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทางไปบ้านเธอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามเปิดประตูเด็ดขาดไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น ตำรวจย้ำถึงสามรอบ”
ตำรวจเล่าให้เธอฟังต่อว่าพวกเขาคิดว่าน่าจะเป็นฆาตรกรที่ใช้วิธีเปิดเทป เสียงเด็กร้องไห้เพื่อจะหลอกหล่อให้ผู้หญิงออกจากบ้านมาดู โดยที่ฆาตรกรหวังใช้จุดอ่อนของผู้หญิงคือ ความขี้เห็นใจ ขี้สงสาร นั่นเอง แต่ทางตำรวจก็ยังจับตัวฆาตรกรกลุ่มนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็มีการโทรมาแจ้งและได้เล่าเรื่องเดียวกัน คือได้ยินเสียงเด็กมาจากนอกบ้าน หน้าต่าง หน้าประตู เวลากลางคืน และทุกสายที่โทรมาแจ้งล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่อยู่บ้านคนเดียวทั้งสิ้น

10. ถ้าคุณตื่นขึ้นมากลางดึกและได้ยินเสียงเหมือนว่าก๊อกน้ำถูกเปิดอยู่หรือท่อ น้ำของคุณแตกนอกบ้าน ห้ามออกไปเดินสำรวจเด็ดขาด!
เพราะมีคนกลุ่มนึงจะเข้าไปเปิดก๊อกน้ำบ้านคุณให้สุดเพื่อให้คุณได้ยินและออกมานอกบ้าน นั่นคือเวลาที่พวกเขาจะโจมตีคุณ

จงมีสติอยู่ตลอดเวลา, อยู่อย่างระมัดระวัง, ตรวจสอบความปลอดภัย, และอย่าลืมดูแลกันเองระหว่างคุณกับเพื่อนบ้านด้วย!

กรุณาส่งอีเมลฉบับนี้..เพื่อเผยแพร่มัน

เรื่องเทปเสียงเด็กร้องไห้ ได้ถูกกล่าวว่า กลุ่มฆาตรกรกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการอันดับหนึ่งของตำรวจในสหรัฐอเมริกา

ฉันอยากให้คุณส่งมันให้กับคนอื่นๆ ด้วย
เพราะมันอาจช่วยชีวิตคนได้อย่างแน่นอน. แสงไฟจากเทียนไขเล่มหนึ่งจะไม่มีวันมืดลงหากมีเทียนเล่มอื่นๆ มาสานแสงไฟจากเทียนเล่มนั้นต่อ
ฉันคิดว่าจะส่งอีเมลนี้ให้กับผู้หญิงเพียงอย่างเดียว,
แต่จริงๆ แล้ว.. ผู้ชายทั้งหลาย... ถ้าคุณรักแม่ของคุณ ภรรยา พี่สาวน้องสาว ลูกสาว ฯลฯ
คุณอาจจะอยากส่งมันเหมือนกัน
33  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / เมื่อชวนเพื่อนปฏิบัติ ธรรม กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ แล้วเพื่อนพูดสวนขึ้นมาว่า เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 10:10:36 AM
เมื่อชวนเพื่อนปฏิบัติ ธรรม กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ แล้วเพื่อนพูดสวนขึ้นมาว่า

"ระวังเรื่องติดฌานนั้นนะ มันเป็นคำสอนเหมาะกับบุคคลอย่าง อนาคามี คนธรรมดา ไม่น่าจะใช่

ระวังอาจารย์สอนผิดๆ เรื่องอนัตตา เป็นอัตตา "

ควรจะทำอย่างไร ดี เมื่อเพื่อนเราพูดแบบนี้ หรือ ทำนอนนี้

  ควรชี้แจง ทุกครั้ง หรือ ควร จะเฉย ๆ  ทุกครั้ง คะ
34  กรรมฐาน มัชฌิมา / ธรรมะสัญจร / พระพุทธสิริสัตตราช บริเวณจุดชมวิวทางด้านทิศตะวันตกของอ่างเก็บน้ำบนเขายายเที่ยง เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 10:04:06 AM

Phra Buddha Siri Sattaraj
Khlong Pai, Si Khiu, Nakhon Ratchasima, Thailand
พระพุทธสิริสัตตราช บริเวณจุดชมวิวทางด้านทิศตะวันตกของอ่างเก็บน้ำบนเขายายเที่ยง
เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ องค์จำลอง ลำตะคอง อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา
Nikon D80, Tokina 11-16
35  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / จำแนกปลอม จำแนกจริง จำแนกอย่างไร ? เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 09:56:59 AM
เมื่อวันอาทิตย์ นโม มีโอกาส ไปเที่ยวงานบุญที่ พระธาตุดอยสุเทพ ปรากฏว่าได้มีชาวบ้าน หาบน้ำผึ้งมาขาย

ด้วยราคา ขวดน้ำปลา่ 250 บาท ซึ่งจากความน่าเชื่อถือและภาพ รังผึ้งต่าง ๆ ประกอบกับให้ชิม และ กลิ่นผึ้ง

ในขณะนั้นก็เลยซื้อกลับมา 2 ขวด เป็นราคา 500 บาท


   
  นำไปฝากคนที่รัก 1 ขวด คือ คุณตา คุณยาย และ คุณพ่อ คุณแม่ อีก 1 ขวด

 เรื่องน่าจะไปดี เพราะได้ช่วยเหลืออาชีพ และ ได้กตัญญู

  แต่ความแตก ที่คุณตา คุณยาย ซึ่งเป็นนักบริโภค น้ำผึ้ง เมื่อคุณตาบอกว่า อันนี้ไม่ใช่น้ำผึ้ง เป็นแบะแซเคี่ยว
กับอ้อยงบ แต่เติมส่วนน้ำผึ้งไว้ด้านบน และจุกรังไว้ ตอนแรกก็ไม่เชื่อ คุณตา ก็ต้องมีการพิสูจน์ เพื่อทำให้ตา
สว่างหน่อย

   ก็มีขั้นตอนไม่มาก คือใช้เส้นผมเคลือบน้ำผึ้งแท้ และ ปลอม อย่างละเส้น ดูการหยาดของน้ำผึ้ง

    วิธีที่สอง เอาหัวไม้ขีดชุบ น้ำผึ้ง แล้วปล่อยหมาด 5 นาที แล้วจุดไฟ

    ลองทำดูนะคะ จะเห็นความแตกต่าง ของจริง ของปลอม เลย

    วิธีสุดท้าย ชิมของจริง กับ ของปลอม ก้นขวดใช้หลอดดูด อันนี้เห็นชัด
 
     น้ำผึ้งแท้ ดูดง่าย ส่วน น้ำผึ้งปลอมดูดหนืด

    ของแท้ดูที่การเก็บและสี

     น้ำผึ้งจไม่มีสีคล้ำออกแดงมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นเดือน 5 ใสมาก ๆ

   =========================================================

    ในทางกลับกัน ลองกับมาคิดในแง่มุม ของธรรมะ กรรมฐาน ดูแล้วจะเห็นว่า

    หน้าตา ฉาก เหมือนกัน แต่เนื้อหาไม่เหมือนกัน

    โดยเฉพาะเนื้อหา ที่ออกจาก แนวพระไตรปิฏก นี้สิ สำคัญ ค้นพบใหม่ นี่อีก แนว ใหม่ นี่อีก

    เหมือนน้ำผึ้ง ถูกพัฒนา หรือป่าว

    การจำแนก จะมีวิธีการจำแนก แบบน้ำผึ้งบ้างหรือป่าว ? จะจำแนก อย่างไร ว่าอันนี้ ปลอม อันนี้ จริง

   วานเพื่อน ๆ ช่วยกันแนะวิธี หน่อยสิคะ


   
36  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ความเครียด ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะทำให้คนเป็น.......( ดูเถอะนะ ) เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2010, 06:55:51 PM





37  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / งานวิทยาศาสตร์ทางจิต 2553 ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2010, 06:45:06 PM
งานวิทยาศาสตร์ทางจิต 2553 นี้  จัดที่ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน  ชั้น 8  ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม พ.ศ. 2553 

ผู้ ใดสนใจสามารถติดต่อซื้อหนังสือกสิณสมาธิ  และอุปกรณ์ฝึกกสิณ ในราคาพิเศษ 20-50% และฟังบรรยายกสิณฟรีตลอดงาน  โดยมีหัวข้อบรรยายดังนี้

-----------------------------------------
วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เช้า
- กสิณเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้น

บ่าย
- กสิณเครื่องมือในการบรรลุธรรม

-------------------------------------
วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เช้า
- เปิดโลกกสิณด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์

บ่าย
- กสิณบ่อเกิดปัญญาระดับสูง

-------------------------------------
วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เช้า
- พลังกสิณของพระพุทธเจ้า

บ่าย
- ประสบการณ์การเพ่งกสิณ

-------------------------------------
วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เช้า
- กสิณบ่อเกิดแห่งวิปัสสนา

บ่าย
- พลังกสิณมีผลต่อการสร้างบารมีข้ามภพ
---------------------------------------------

ส่วนตารางบรรยายทั้งหมดของงานวิทยาศาสตร์ทางจิตนานาชาติ ครั้งที่ 18 สามารถดูได้จาก

38  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / การเข้าสะกด ด้วยลูกสะกด พระกรรมฐาน มีความจำเป็นต้องทำด้วยหรือป่าวคะ เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2010, 09:17:06 AM
การเข้าสะกด ด้วยลูกสะกด พระกรรมฐาน ตอนที่ไปที่วัดพลับ หลวงพ่อพระครู ได้ให้เข้าสะกด พร้อมเพื่อน

อีกสองสามคน อยากถามพระอาจารย์ ว่า การเข้าสะกดควรทำกี่ครั้ง คะ มีจำเป็นต้องทำทุกครั้งหรือป่าวคะ

เพราะเพื่อนที่ไปด้วย บ่นว่า อยากไปเข้าสะกดอีก

 :25:
39  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / เรื่อง ธาตุ ชื่อ ธาตุ ในฐาน ที่ 1 - 5 ห้องพระธรรมปีติ เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2010, 01:49:07 PM
คือ ดิฉัน สงสัยเรื่อง ชื่อธาตุนั้น เปลี่ยนเป็นภาษาไทยได้หรือป่าวคะ

ฉบับ ของหลวงพ่อจิ๋ว ที่เป็น เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ เป็นต้นนี้ ถ้าเรากำหนดเป็นภาษาไทยได้หรือป่าวคะ

ถ้าได้ คำว่า "พุทโธ" เรากำหนด เป็นภาษาไทยว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ได้หรือป่าวคะ

 :25:
หน้า: [1]