ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
  Messages   Topics   Attachments  

  Topics - มะเดื่อ
หน้า: [1] 2
1  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / อยากได้คำแนะนำ เกี่ยวกับเรืองศีล 5 ในชีวิตการทำงานครับ เมื่อ: มีนาคม 15, 2013, 08:35:15 AM
อยากได้คำแนะนำ เกี่ยวกับเรืองศีล 5 ในชีวิตการทำงานครับ

   โดยเฉพาะ เรื่อง มุสา .....
   เช่นเจ้านายถามว่า งานนี้ทำได้หรือไม่ ?  อันที่จริงก็ไม่รู้ว่าทำได้ หรือ ไม่ ? แต่ก็ต้องพูดไปก่อนว่า ได้

   รู้ว่าโกหก แต่ถ้าปฏิเสธ มีหวังหางานใหม่ แน่ ๆ

  thk56
2  กรรมฐาน มัชฌิมา / เกี่ยวกับหลวงปู่สุก ไก่เถื่อน / หนังสือ พระประวัติหลวงปู่สุก ไก่เถื่อน จำหน่ายปลีก 250 บาท เมื่อ: ธันวาคม 01, 2012, 09:34:50 AM
เล่มละ 250 สมทบทุนเผยแผ่กรรมฐานสมเด็จสุก ไก่เถื่อน วัดราชสิทธาราม สร้างพระธรรม เป็นธรรมทาน



    ยังไม่ได้อ่านเนื้อหา แต่ผมเองก็สนใจ ประวัติหลวงปู่ ครับ จะได้สั่งซื้อ แจ้งเพื่อน ๆ ทุกท่านนะครับ

 :25: :49: :s_good:

ที่มาเนื้อหาข่าวสารนี้ครับ
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=497256446985237&set=p.497256446985237&type=1&theater
3  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พระถูกลอตเตอรี่กว่า50ล้าน โดน18มงกุฎไถเงิน ร้องกองปราบฯช่วย เมื่อ: ธันวาคม 01, 2012, 09:22:06 AM
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 26 พ.ย.55 ที่ สนง.ทนายความอัจฉริยะทรัพย์ หมู่บ้านพรพิมานวิลล์ (คลอง5) ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พระครูสุนทรศีลวัตร กันตสีโล อายุ 61 ปี เจ้าคณะ ต.บางพระ เขต 1 เจ้าอาวาสวัดตโปทาราม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมลูกศิษย์ เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าได้ถูกขบวนการแก๊ง 18 มงกุฎ มากลั่นแกล้งด้วยการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับอาตมาในข้อหาเกี่ยวกับฉ้อโกง ทำให้อาตมาได้รับความเสื่อมเสีย โดยมีนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ประธานเครือข่ายรวมพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นทนายคอยให้ความช่วยเหลือ เพื่อฟ้องกลับและขอความเป็นธรรมให้กับอาตมา

พระครูสุนทรศีลวัตรฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ก.ย.54 ปีที่ผ่านมา ได้มีนายอ้วน ไม่ทราบชื่อนามสกุล ได้มาคะยั้นคะยอตามตื้อให้ซื้อลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 ก.ย.54 หมายเลข 724533 จำนวน 10 ใบ อาตมาจึงได้ซื้อไว้ และผลปรากฏว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อ เลขตรงกับรางวัลที่ 1 ทำให้อาตมาได้รับโชคก้อนใหญ่เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 57 ล้านบาท เพราะถูกรางวัลแจ็กพอต หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้น (2 ก.ย.) นายอ้วน คนขายลอตเตอรี่ ได้มาหาอาตมาพร้อมกับบอกว่าอาตมาถูกรางวัลที่ 1 จากนั้นก็ได้พานายวันชัย วงษ์พาณิชย์ ผจก.ธนาคารกสิกรไทย สาขาอัสสัมชัญ มาพบตนพร้อมกับได้ให้ตนลงลายมือชื่อไว้ที่หลังลอตเตอรี่ทั้ง 10 ใบ และให้อาตมาเซ็นมอบอำนาจให้นายวันชัยไปดำเนินการขึ้นเงินจาก สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะนำเงินที่เหลือจากการหักภาษีทั้งหมดแล้วคงเหลือจำนวน 53,689,010 บาท (ห้าสิบสามล้านหกแสนแปดหมื่นเก้าพันสิบบาท) มาเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาอัสสัมชัญ ที่นายวันชัยฯ เป็น ผจก.สาขา ดังกล่าว จากนั้นนายอ้วน คนขายลอตเตอรี่ที่นำโชคมาให้อาตมา ได้เอ่ยปากขอเงินพร้อมกับสาธยายต่างๆ นานา ครั้งแรกอาตมามอบให้ 1 แสนบาทแต่นายอ้วนไม่ยอมขอร้องให้อาตมาจ่ายให้อีก ด้วยความที่ตนไม่อยากถูกรบเร้าจึงตัดสินใจให้เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาทต่อหน้านายวันชัย พร้อมกันนี้นายวันชัยก็ได้ขออาตมา อาตมาจึงยอมให้ไปอีก 3 แสนบาท

เจ้าอาวาสวัดตโปทาราม กล่าวต่อว่า ต่อมาอีกไม่กี่วัน ก็มีสาวใหญ่คนหนึ่งเดินทางมาที่วัดพร้อมกับนายอ้วน คนขายลอตเตอรี่ โดยจู่ๆ สาวคนดังกล่าวได้มาบอกอาตมาว่า หลวงพ่อทำไมไม่จ่ายค่าลอตเตอรี่ที่ฉันเอามาขายให้ เป็นจำนวนเงินกว่า 8 หมื่นบาท ต่อหน้าลูกศิษย์ของอาตมาหลายคน แต่เมื่ออาตมาบอกว่าอาตมาไม่รู้เรื่องและไม่เคยซื้อ แต่สาวใหญ่ยังไม่ยอมพร้อมกับบอกว่าจะมาแฉ และแจ้งความพร้อมกับจะพาผู้สื่อข่าวมาทำข่าวด้วย ทำให้บรรดาลูกศิษย์ไม่พอใจและเชิญให้สาวใหญ่ออกไปจากวัดทันที สร้างความไม่พอใจให้กับสาวใหญ่และนายอ้วนเป็นอย่างมาก จากนั้นทุกอย่างก็เงียบหายไป

พระครูสุนทรศีลวัตรฯ กล่าวอีกว่า จนกระทั่งจู่ๆ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.55 เจ้าคณะอำเภอศรีราชา ได้โทรศัพท์มาแจ้งอาตมาว่าให้มาพบ เพราะมีชาวบ้านได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอาตมาซื้อลอตเตอรี่ แล้วไม่ยอมจ่ายเงิน อาตมาจึงเดินทางไปพบเจ้าคณะอำเภอฯ โดยที่ท่านเจ้าคณะอำเภอได้สอบถามอาตมาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งอาตมาได้อธิบายให้ฟังแต่เจ้าคณะอำเภอฯ ก็ยังบอกให้อาตมาจ่ายเงินให้กับชาวบ้านที่ไปแจ้งความทั้งหมด 10 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 4 แสนบาท โดยในขณะที่อาตมาไปพบเจ้าคณะอำเภอนนั้นได้มีทั้งสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ แต่ไม่มีชาวบ้านที่มาแจ้งความทั้งหมด

"เมื่ออาตมาเห็นดังนั้น จึงไม่ยอมที่จะจ่ายเงินตามที่ถูกร้องเรียน เพราะไม่รู้เรื่องดังกล่าว หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็มีบุคคลลึกลับอ้างว่าเป็นคนขายลอตเตอรี่ให้กับอาตมา โทรศัพท์มาข่มขู่กรรโชกทรัพย์ และบางครั้งก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหาอาตมาทั้งเวลาเย็นและเวลาดึก บอกว่าให้อาตมาจ่ายเงินไม่เช่นนั้นจะลำบาก เมื่ออาตมาเห็นว่าจะเป็นการข่มขู่ จึงได้ไปร้องกับนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ปธ.เครือข่ายรวมพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อให้ดำเนินการกับขบวนการแก๊ง 18 มงกุฎ ที่อาตมาเชื่อว่าขบวนการนี้น่าจะมีหน่วยงานของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่เงินในบัญชีธนาคารของอาตมามีการเบิกถอนแต่ละครั้งนายอ้วนก็จะทราบทุกครั้ง" เจ้าอาวาสวัดตโปทาราม กล่าว

ด้าน นายสงกรานต์ ทนายความ กล่าวว่า ในเบื้องต้นตนได้เข้ามาช่วยเหลือพระครูสุนทรศีลวัตรฯ เพราะเห็นว่าน่าจะเป็นการถูกกล่าวหาโดยเป็นการกลั่นแกล้งทั้งเกี่ยวกับเรื่องที่จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเป็นการหมิ่นประมาท โดยขณะนี้ได้ทราบชื่อของผู้ที่มาร้องทุกข์ไว้กับ พ.ต.ท.สุทิน นิลแย้ม พนักงานสอบสวน (สบ.3) สภ.ศรีราชา ทั้งหมด 10 คน มี น.ส.วรญา มีโสภา นายถาวร รัตนะพร นายปพน สีหาบุญจันทร์ นางกรตฉกร เที่ยงแท้ นายอัมรินทร์ คำแก้ว นางสมพาน ศรีบุรินทร์ นายสมสมัย เปสุยะ นายประยูร ไหปาโท น.ส.สุภาพร บุญพามา และนางเฟื่องฟ้า ดีสุข ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย โดยบุคคลทั้ง 10 คน พบว่าส่วนใหญ่เป็นชาว จ.เลย และ จ.สุรินทร์ ล่าสุดตนได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้กับพระครูสุนทรศีลวัตรฯ ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนในวันพรุ่งนี้ (27 พ.ย.55) จะไปร้องทุกข์ และแถลงข่าวที่กองปราบปรามด้วย.


http://www.thairath.co.th/content/region/309032
4  เรื่องทั่วไป / ประกาศ โฆษณา ธุรกิจชาวธรรม / รถตู้ ไปวัดพระพุทธบาท พร้อมเบอร์ติตต่อ เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 07:22:28 AM
จะไปวัดพระพุทธบาท เริ่ม จาก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ขึ้นรถตู้ ที่ไปสิงห์บุรี ลพบุรี นะครับ โดยต้องวิ่งผ่านสระบุรี นะครับ พอถึงหน้าตลาด อ.พระพุทธบาท ก็ลงรถตรงนั้น และ เป็นสถานที่ต้องนั่งรถกลับด้วยนะครับ เมื่อลงรถที่นั่นแล้ว ก็ให้ นั่งรถสามล้อเครื่อง หรือ มอร์เตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปวัดพระพุทธบาท หรือ ถ้าจะเดินเข้าไปก็ได้นะครับ 2 กม. ค่ารถไม่เกิน 30 บาท สำหรับ มอร์เตอร์ไซค์รับจ้าง ส่วนค่ารถตู้ อยู่ประมาณ 90 - 120 บาท นะครับ

 

 
 
  ขอบคุณภาพประกอบจาก
  http://feelthai.blogspot.com/2012/06/minvan-to-saraburi.html




5  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / อาถรรพ์ เบญจเพศ หญิง ชาย ควรเชือ ดีหรือไม่ครับ เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 08:00:54 AM
อาถรรพ์ เบญจเพศ หญิง ชาย ควรเชือ ดีหรือไม่ครับ

   มีคนทักว่า เบญจเพศ ควรระมัดระวัง ชีวิตไว้บ้างนะครับ อย่างนี้ ถ้าจะระมัดระวัง ต้องทำอย่างไรครับ

  :c017: :smiley_confused1:
6  ธรรมะสาระ / ห้อง_ด า ว น์ โ ห ล ด / คมธรรม : บัว 4 เหล่า เมื่อ: กันยายน 28, 2012, 08:26:59 AM

คมธรรม : บัว 4 เหล่า
 อัปโหลดโดย vajiramedhi เมื่อ 25 ม.ค. 2011

สกู๊ป "คมธรรมประจำวันกับท่าน ว.วชิรเมธี"
 :bedtime2:
7  เรื่องทั่วไป / แจ้งปัญหาการใช้งานบอร์ด / 22 ก.ย.55 แจ้งปัญหา เว็บเข้าได้ช้ามากครับ เมื่อ: กันยายน 22, 2012, 12:26:33 PM
คือ จะโพสต์ ล็อกอิน ช้ามาก เลยครับ ต้องรอกันเป็น 5 นาที เลยครับ
ทดสอบเว็บอื่น ๆ เข้าได้ตามปกติ จะมีแต่ที่เว็บ มัชฌิมา นี้ ช้า ถึงขั้น อืด มาก ๆ นะครับ


  :49:
8  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ขอโทษ กับ ขอขมา เหมือนกันหรือไม่ครับ เมื่อ: สิงหาคม 11, 2012, 12:20:04 PM
ขอโทษ กับ ขอขมา เหมือนกันหรือไม่ครับ
ตามหัวข้อเลยครับ สมมุติว่าผมทำผิดกับครูอาจารย์ แล้วผมเดินไปกล่าวคำขอโทษ
ทำอย่างนี้ ก็ใช้ได้แล้วใข่หรือไม่ครับ

  :smiley_confused1: :c017:
9  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ถ้าเราไม่เชื่อ เรื่อง ปาฏิหาริย์ แต่ เชื่อในแนววิทยาศาสตร์ อันไหนจะดีกว่ากันครับ เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2012, 08:17:04 AM
คือบางครั้งอ่านหัวข้อธรรม และ พุทธประวัติ จะหนักไปทางปาฏิหาริย์ เรื่องที่เหลือเชื่อเกินมนุษย์อย่างเรา ที่จะทำได้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า จะมีจริงหรือไม่เรื่องเหล่านี้ อย่างเช่น พระพุทธเจ้า ประสูติแล้วเดินเจ็ดก้าว และเปล่งวาจาได้เองขณะนั้น ผมนึกไม่ออกว่า เป็นไปได้หรือ ทารกที่คลอดออกมาในวันแรก จะทำได้อย่างไร อย่างนี้ คือ ผมเอาหลักวิทยาศาตร์เทียบเคียงแล้ว ดูเหมือนผู้แต่งพุทธประวัตินั้น เจตนาให้เกิดศรัทธา หรือ ต้องการสื่อความหมาย ปริศนาธรรมอะไรลงไปหรือไม่ ครับ

   ดังนั้น ถ้าเราจะเชือแต่ในแนวปาฏิหาริย์ นั้น จะหนุนการภาวนาได้อย่างไร ?
   ถ้าเราเชือในแนววิทยาสาตร์น่าจะเป็นการง่ายกว่า นะครับ ที่จะได้พิสูจน์ธรรมไปในการภาวนา

   :s_hi: :c017:
10  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พายุถล่มนครปฐมพัดหลังคาบ้านเสียหายหลายหลัง 25/6/55 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2012, 09:18:10 AM
นครปฐม - พายุฝน ลมแรงถล่มเมืองส้มโอ พัดหลังคาบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายหลัง
       
       วันนี้ (25 มิ.ย.55) เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดนครปฐม ได้เกิดพายุลมแรง และมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้บ้านเรือน ร้ายค้า และที่พักของประชาชนหลายแห่งเกิดความเสียหาย โดยที่เขตอำเภอเมือง พบว่ามีลมแรงและฝนเทลงมาอย่างหนัก พัดป้ายโฆษณา ล้มไปหลายแห่ง และมีตัวเขตเทศบาลนครนครปฐมบางแห่งก็มีน้ำท่วมขัง
       
       โดยที่ตลาดท่านาอำเภอนครชัยศรี ซึ่งเป็นตลาดเก่าที่ติดอยู่กับริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีบ้านเรือน แบบเก่าอายุนับร้อยปีพบว่าก่อนจะมีฝนตกลงมา ได้มีลมพายุ พัดมาอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าไม่มีวี่แววว่าจะมีพายุฝนจะเกิดขึ้น
       
       ซึ่งหลังจากพายุพัดลมและฝนผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมงการสำรวจพบว่า ที่บ้านห้องแถวเก่า ติดแม่น้ำท่าจีน ที่เป็นห้องแถวเก่าแก่ได้ถูกลมพายุพัดหลังคาปลิวไปทั่วบริเวณและมีความเสียหายหลายแห่ง ซึ่งขณะนี้นายบัญชาปักษาทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนครชัยศรีได้นำรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าและบ้านเรือนต่างๆที่ถูกผลกระทบเพื่อให้กลับมาค้าขายและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เกิดพายุทั้ง 7 อำเภอในจังหวัดนครปฐมก็มีลมพายุลมแรงพัดเป็นแห่งๆ เช่นเดียวกับจังหวัดราชบุรี ไปถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย




http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000078053
11  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สุดช็อกของหญิงเกาหลีใต้วัย 63 ปี ที่พบว่ามีลูกหมึก 12 ตัวฝังอยู่ในปาก เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 09:11:21 AM

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก imbecile.me
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

จากกรณีข่าวสุดช็อกของหญิงเกาหลีใต้วัย 63 ปี ที่พบว่ามีลูกหมึก 12 ตัวฝังอยู่ในปาก หลังจากที่เธอได้รับประทานเมนูหมึกเข้าไปนั้น ปรากฎว่าล่าสุด ประเด็นดังกล่าวได้สร้างความสงสัยให้กับชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยว่า เหตุใดสเปิร์มของหมึกจึงสามารถฝังตัวอยู่ในปากของหญิงคนดังกล่าวได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีไข่อยู่ในปากคน และเหตุใดสเปิร์มดังกล่าวจึงสามารถฟักเป็นตัวในปากของคนได้เช่นกัน

เกี่ยวกับประเด็นนี้ เอกสารทางวิทยาศาสตร์ของศูนย์ข้อมูลชีววิทยาแห่งชาติ ในรัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐฯ ได้อธิบายไว้ว่า สิ่งที่ฝังอยู่ในกระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือกของหญิงชาวเกาหลีใต้รายนี้ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ลูกหมึกแต่อย่างใด แต่เป็นอสุจิของหมึกตัวผู้ ที่ถูกฉีดเข้าไปในช่องเพศของหมึกตัวเมีย ซึ่งอสุจิที่ถูกฉีดเข้าไปในหมึกตัวเมียนี้ จะมีลักษณะคล้ายกับปรสิตที่มีถุงเมือกห่อหุ้มเอาไว้เป็นจำนวนมากมาย ดังนั้นเมื่อหญิงรายนี้กัดเอาหมึกตัวเมียเข้าไป ถุงน้ำเชื้อที่บรรจุสเปิร์มลักษณะคล้ายกับปรสิตก็ไปแตกในปากของเธอ ทำให้ตัวอสุจิรูปร่างคล้ายแมลงสีขาวขนาดเล็กจิ๋วนี้เข้าไปเกาะอยู่ตามกระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือก อย่างแน่นหนา

ส่วนที่มีการตั้งประเด็นว่าเธอไม่ได้รักษาความสะอาดในช่องปากจนทำให้มันเข้าไปฝังตัวได้นั้น รายงานระบุว่า หลังจากที่หญิงรายนี้เคี้ยวหมึกซึ่งปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบเข้าไป เธอก็คายมันออกมาทันที เพราะรู้สึกว่ามันมีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างเคลื่อนไหว และรู้สึกเหมือนมีอะไรเล็ก ๆ แทงอยู่ภายในช่องปาก ทำให้รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย จึงไปพบแพทย์ทันที ไม่ได้รอให้มันฟักตัวนานอย่างที่เข้าใจกันแต่อย่างใด และแพทย์ก็ได้พบว่า สิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กที่ติดอยู่ในปากของเธอนั้น คือ ถุงน้ำเชื้อของหมึกนั่นเอง ส่วนมันเข้าไปฝังตัวในผิวได้อย่างไรนั้น แพทย์ยังคงหาคำตอบไม่ได้

นอกจากนี้ แพทย์ยังเปิดเผยว่า แม้ว่าหมึกที่หญิงรายนี้ทานเข้าไป จะเป็นหมึกที่ผ่านการปรุง (เกือบ) สุกมาแล้ว แต่การที่มันไม่ได้หั่นเป็นชิ้นก่อนปรุงสุก อาจทำให้ข้างในมันยังดิบอยู่ และถุงน้ำเชื้อของหมึกตัวผู้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ทั้งนี้ หมึกตัวผู้จะผสมพันธุ์กับหมึกตัวเมียโดยการใช้อวัยวะเพศซึ่งมีลักษณะยาวคล้ายกับหนวดของมัน สอดถุงน้ำเชื้อเข้าไปในช่องเพศของหมึกตัวเมีย เมื่อไข่ของหมึกได้รับการผสมน้ำเชื้อจากหมึกตัวผู้แล้ว ตัวเมียจะวางไข่ติดตามพื้นทะเล หรือตามสาหร่าย ลูกหมึกในวัยอ่อนที่เริ่มเปลี่ยนสภาพจากไข่กลายเป็นตัวจะมีลักษณะคล้ายแพลงก์ตอน ล่องลอยไปตามกระแสคลื่นระยะต่อมาจึงค่อย ๆ จมตัวลงสู่น้ำทะเลในระดับลึก
12  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / บ้านรับมือแผ่นดินไหว จากยางรถยนต์ ที่เฮติ ( ไอเดีย ) เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 09:08:13 AM

ขอบคุณภาพจาก http://variety.teenee.com

แม้มนุษย์จะวิวัฒน์ก้าวหน้าไปมากเพียงใด สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยเอาชนะได้คือภัยธรรมชาติ แต่แม้จะเอาชนะไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับมือกับความโกรธขึ้งของธรรมชาติไม่ได้เลย อย่างแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเฮติในปี 2010 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 3 แสนราย และยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน โดยเฉพาะ Michael Reynolds สถาปนิกรุ่นใหญ่ที่คิดว่าไม่ไหวแล้ว...ต้องทำอะไรสักอย่าง

หลังจากเหตุแผ่นดินไหวได้ไม่นาน เขากับทีม Earthshop Biotecture จึงเดินทางไปยังเมือง Port-au-Prince เมืองหลวงของเฮติ เพื่อค้นคว้าและหาลู่ทางที่จะช่วยเหลือชาวบ้านให้รับมือกับภัยแผ่นดินไหวครั้งหน้าได้ และในเมื่อความเชี่ยวชาญของเขาคือการสร้างที่อยู่อาศัยจากวัสดุรีไซเคิล เขากับทีมจึงสรุปกันว่า ทำอย่างที่เราถนัดละกัน สร้างบ้านรีไซเคิลที่ทนแรงแผ่นดินไหวได้

เนื่องจาก Michael อยากเห็นชาวบ้านลุกขึ้นยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่ใช่รอรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่ฝ่ายเดียว เขาจึงตกลงกับชาวบ้านว่าพวกเขาจะออกแบบบ้านรีไซเคิลนี้ให้ แต่มีข้อแม้คือชาวบ้านต้องสร้างกันเอง นับเป็นการฝึกฝนทักษะการสร้างบ้านรีไซเคิลไปในตัว และเมื่อ 4 วันผ่านไป บ้านรีไซเคิลหลังดังกล่าวก็เสร็จสมบูรณ์ด้วยน้ำมือของชาวบ้าน 40 คน ส่วนวัสดุที่ใช้ก็เน้นที่ยางรถยนต์ซึ่งเป็นวัสดุที่ทิ้งกระจายเกลื่นกลาดอยู่ในท้องถิ่นนั้นเอง นอกจากการใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นแล้ว Michael ยังจัดรูปแบบให้บ้านรีไซเคิลนี้ใช้ระบบพลังงานจากธรรมชาติเช่นแสงอาทิตย์อีกด้วย

นอกจากตัวบ้านจะยั่งยืนแล้วกระบวนการในการสร้างสรรค์บ้านขึ้นมาก็ยั่งยืนไม่แพ้กันเรียกว่าเป็นไลฟ์สไตล์แบบยั่งยืน
13  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ทำอย่างไร ถึงจะปิดกั้นเสียง ที่ดังอยู่ภายนอกได้ครับ ในตอนภาวนา เมื่อ: มิถุนายน 12, 2012, 07:05:19 AM
วันนี้เป็นวันพระตื่นเช้ามา ไม่ทำเรื่องอื่น ลุกขึ้นได้ก็อธิษฐานนั่งกรรมฐาน ไป 30 กว่านาที แต่วันนี้เป็นวันดี มีความรู้สึกอยากปฏิบัติธรรม แต่ วัดช้างบ้านเปิดธรรมะ เสียงดัง เข้ามารบกวน เปิดดังมาก ๆ ทะลุทะลวงเข้ามาในห้องปิดได้ครับ เลยทำให้จิตรู้สึกรำคาญ ทั้ง ๆที่พยายาม ภาวนาให้พุทโธ อยู่ที่ฐาน จิต สรุปแล้ว 30 นาทีของผมนั้นไม่เป็นสมาธิ เลยครับ แต่ก็พอจะนึกเป็นพุทโธ ที่ฐาน จิต ได้ชั่วครู่ เลยเกิดความสงสัยว่า ทำอย่างไรเราถึงจะปิดกั้นเสียงภายนอกได้อย่าง ถูกวิธี และได้ผลมากที่สุด

   ขอความกรุณา พี่น้อง เพื่อนสมาชิกแนะนำด้วยครับ
 (รู้สึกเห็นใจพระอาจารย์ ครับที่ตอบจดหมายไม่ทันแล้วนะครับ )

   :smiley_confused1: :49:
14  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / เชิญเข้าปฏิบัติธรรมวันเสาร์-อาทิตย์ที่๒๖-๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 10:47:17 AM
เชิญเข้าปฏิบัติธรรมวันเสาร์-อาทิตย์ที่๒๖-๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ที่คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม
โทร. ๐๘๔-๖๕๑-๗๐๒๓


    ข่าวสาร

เขียนโดย weera2548 เมื่อ อา, 15/04/2012 - 17:45

 

กำหนดการปฏิบัติธรรมเดือนพฤษภาคม 55

ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ รถเมล์

 สาย   40  56 57  159  ผ่าน ซ. อิสรภาพ 23 วัดราชสิทธาราม

  วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม   2555 ขึ้น 6  ค่ำ เดือน  7

     เวลา 09.30-10.15            ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน 

     เวลา 10.15-11.00            รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย

     เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ

     เวลา 14.00-16.30            นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม 

     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  พักผ่อนตามอัธยาศัย 

    วันอาทิตย์ที่ 27  พฤษภาคม  2555  ขึ้น  7 ค่ำ เดือน  7

     เวลา 06.30- 07.00           ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า

     เวลา 11.00 – 13.00น.       รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย

     เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ

     เวลา 14.00-16.30            เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว

     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  ลาศีลกลับบ้าน

     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น ลาศีลเดินทาง กลับบ้าน


----------------------------

15  เรื่องทั่วไป / แนะนำเว็บไซท์ สายธรรมะ กันหน่อยจ้า / http://www.komcome.com มูลนิธิสุวรรณโคมคำ เมื่อ: มีนาคม 25, 2012, 10:05:31 AM


http://www.komcome.com 
มูลนิธิสุวรรณโคมคำ


ใกล้ ๆ กับวัดราชสิทธาราม อยู่หน้าวัดพระพิเรนทร์ นะครับ ถนนอิสระภาพ

คือถ้าจะเรียนกสิณ ศาสตร์พยากรณ์ ก็เชิญที่นี่ ใกล้ ๆ ครับ สำหรับชาวกรรมฐานครับ

หลักสูตรอานุภาพกสิณ ครับ เชิญอ่านครับ

http://www.komcome.com/course4.php
16  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / ขอเชิญร่วมสมทบทุนสร้างบุษบกประดิษฐานพระพุทธมัชฌิมามุนี ๓๐ นิ้ว และฉลอง 4 มิ.ย.55 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2012, 09:45:20 AM
มูลนิธิ สถาบันปฏิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ

มีปฏิบัติธรรม ตามแนวสมเด็จพระสังฆราช สุก ไก่เถื่อน ทุกวัน
และกำหนดปฏิธรรมทุกเดือน ปี55 โทร.084-651-7023



ซื่อสัตย์ กตัญญู รู้ทันกิเลส ขยันขันแข็ง เสมอต้นเสมอปลาย ช่วยกันผดุงรักษา

weera2548@yahoo.co.th


ขอเชิญร่วมสมทบทุนสร้างบุษบกประดิษฐานพระพุทธมัชฌิมามุนี ๓๐ นิ้ว
และจะมีฉลองสมโภชองค์พระพุทธมัชฌิฯในวันที่ ๔ มิถุนายน55(วิสาขบูชา)

 อานิสงค์การสร้างบุษบกเป็น วิหารทาน

           วิหารทานคือการทำบุญถวายหรือร่วมสร้างเสนาสนะ ต่าง ๆ

           ถวายไว้เป็นสมบัติพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างพระอุโบสถ (โบสถ์)

           กุฏิ ศาลา วิหาร บุษบก หอฉัน หอระฆังเป็นต้น
          องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

          ทรงตรัสไว้ว่าการถวายวิหารทานมีอานิสงส์มาก

          โดยมีพุทธดำรัสตรัสเอาไว้ว่า
          "แม้ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑๐๐ ครั้ง

           ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าถวายสังฆทานครั้งเดียว"
         "แม้การถวายสังฆทาน ๑๐๐ ครั้ง ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการ

         ถวาย "วิหารทาน" ครั้งเดียว"
         การถวายวิหารทานยังมีอานิสงส์อีกมาก สุดจะพรรณา

         การสร้างบุษบกประดิษฐาน พระพุทธมัชฌิมามุนี

         สเหมือนหนึ่งสร้างถวายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง

         จึงมีอานิสงค์มากมาย

        เชิญสมทบทุนบริจาคได้ที่ คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ ๒๓

        แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

        หรือ โอนเข้าบัญชี ธ.กสิกรไทย สาขาโพธิ์สามต้น

        บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 067-2-83847-9 ในนามพระวีระ สุขมีทรัพย์

        จึงขออนุโมทนาในบุญกุศลในครั้งนี้ เจริญด้วยอายุ วรรณะ

       สุขะ พละ ธนสารสมบัติ จงทุกวันเทอญ

 พระประจำกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ของวัดราชสิทธาราม

สร้างเพื่อถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระ สังฆราช(สุก ไก่เถื่อน)

เนื่องในวาระเผยแผ่ฟื้นฟูผดุงรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ

กำหนด การฉลองสมโภช พระพุทธมัชฌิมามุนี

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2555 (วันวิสาขบูชา)


ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ๋ กรุงเทพฯ10600

โทร.084-651-7023

หมายเหตุ    วันเสาร์-อาทิตย์ที่2-3 มิ.ย 55 มีปฏิบัติธรรม






http://www.somdechsuk.org/node/246/248
17  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ขอคำปรึกษาเรื่อสมาธิ ครับ เมื่อ: มกราคม 24, 2012, 10:11:06 AM
เนื่องจากมีเรื่องจะขอความอนุเคราะห์ผู้รู้ทุกท่านครับ  คือ เมื่อผมนั่งสมาธิแล้ว ผ่านไปประมาณ ๕๐ นาที จะรู้สึกปวดขามาก  หลังจากนั้นจะรู้สึกร้อนที่มือ จะหายใจแรงมากหลังจากนั้นจะผ่อนลง แล้วเนื้อตัวจะร้อนและสั่นไปหมด  จนผมทนไม่ได้ จึงลืมตา แล้วความร้อนกับอาการสั่นก็ค่อยๆหายไป

อยากทราบจะแก้อย่างไรครับ  หรือต้องปฎิบัติอย่างไร  ขอขอบคุณครับ


 :c017:
18  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / มีปัญหา ค้างตอบ เยอะนะครับ ช่วยกันตอบดีหรือไม่ครับ ? เมื่อ: มกราคม 05, 2012, 07:05:25 PM
มีปัญหา ค้างตอบ เยอะนะครับ ช่วยกันตอบดีหรือไม่ครับ ?
  ผมเองก็ ติดตาม กระทู้มา 2 ปีแล้วครับ แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยตอบกระทู้ได้สักกระทู้เลยครับ เคยแต่โพสต์ถาม ครั้น 2 - 3 วันนี้เองได้เห็นพระอาจารย์ นำคำถามจากเมล มาโพสต์ เพื่อให้เราช่วยกันตอบบ้าง ก็กะจังหวะว่าจะช่วยตอบจะได้บุญ ต้นปีบ้าง แต่ครั้นพออ่านปัญหา แล้ว ก็คิดว่าตอบไม่ได้ครับ
 
  จึงพอเข้าใจ ถึงความลำบากของพระอาจารย์ ว่าทำไมไม่ตอบคำถามเสียที ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ส่งคำถามทางเมลให้พระอาจารย์ ซึ่งก็ได้รับการอนุเคราะห์ จากพระอาจารย์ในการตอบบ้าง ไม่ตอบบ้างครับ

  พอได้รับคำตอบก็ดีใจ ครับ แต่พอไม่ได้ รับคำตอบ ก็รู้สึกว่า พระอาจารย์ไม่สนใจเราเลย แต่พอได้เห็น QA คำถามแบบตอบรวมได้จากจดหมาย ที่คัดมาให้พวกเราช่วยตอบแล้ว รู้สึกลำบากใจจรง ๆ ครับ

   1.ตอบไม่ได้
   2.คำถามแต่ละคำถาม ต้องใช้ความเพียร ในการตอบมากมาย อย่างมาก เมื่อก่อนผมก็คิดว่า ทำไม่พระอาจารย์ตอบสั้นจัง แบบถามคำตอบคำ จึงเข้าใจแล้วว่าเป็นงานหนักมากครับ สำหรับผูรับจดหมาย แล้วต้องตอบ
   3.คำถามทางธรรม ค่อนข้างเป็น ชั้นสูงครับ

   สรุปแล้ว เพื่อน ๆ มีความคิดเห็นว่าอย่างไรครับ >

   :s_hi: :25: :25: :25:
19  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ใครมีเคล็ดลับ นั่งสมาธิ ได้นาน ๆ ช่วยถ่ายทอดด้วยครับ เมื่อ: มกราคม 04, 2012, 10:04:28 AM
คืออยากนั่ง สมาธิให้ได้นาน ๆ ครับ แต่นั่งทีไร ก็ได้แค่ 15 นาที ปวดขา เหมื่อยตัวเป็นอย่างมากครับ ทำอย่างไร จะนั่งสมาธิได้นาน ๆ ครับ ใครมีเคล็ดวิธีการนั่งที่นั่งได้นานกว่า 15 นาที โปรดชี้แนะด้วยครับ

  :'( :smiley_confused1: :c017:
20  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / รู้สึกว่า เวลาเพ่งจิต ไปที่กลางอก แล้ว เย็นวาบ ๆ ท้้งตัว เป็นเพราะอะไรครับ เมื่อ: มกราคม 03, 2012, 10:32:01 AM
หลังจากผมได้ลองนั่งกรรมฐาน บ้างนะครับ ภาวนาแบบ พุท หายใจเข้า โธ หายใจออก นะครับทำไม่นานประมาณ 15 นาที แต่ทำมาหลายปีแล้ว จนกระทั่ง วันปีใหม่ หลังจากได้สวดมนต์ข้ามปี กับเขาเสร็จกลับมาบ้านแล้ว รู้สึกว่า นอนไม่หลับครับ ก็เลยเพ่งจิตไปที่กลางอก ในท่านอน

รู้สึกว่า เวลาเพ่งจิต ไปที่กลางอก แล้ว เย็นวาบ ๆ ท้้งตัว

เป็นเพราะอะไรครับ และสักพัก ก็นอนหลับครับ อาการอย่างนี้เป็นเพราะอะไรครับ


 :smiley_confused1: :s_hi:
21  เรื่องทั่วไป / เรื่องเล่ากฎแห่งกรรม / ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา Zzzz ขอเป็นกำลังใจ แด่คุณ เมื่อ: มกราคม 03, 2012, 10:16:19 AM
ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา
คุณจะรู้สึกอย่างไร หากทั้งชีวิตมีแต่เรื่องร้ายๆ หนักๆ ประดังประเดเข้ามา ตั้งแต่เกิดก็เกือบจมน้ำตาย โตขึ้นก็สูญเสียแม่  พ่อป่วยหนัก มีน้องๆ ต้องดูแลหลายคนทั้งๆ ที่ยังเรียนไม่จบ

ครั้นแต่งงานก็มีลูกพิการ สุดท้ายสามีก็ทิ้ง แล้วยังมาเจอ เนื้องอกที่มดลูกผ่าตัดลำไส้เหลือแค่ครึ่งเดียว

จากนั้นก็ถูกรถชน กระดูกคอหัก รอดตายแล้วก็ไปเจออุบัติเหตุรถยนต์อีก แขนหัก สองท่อน และตับแตก อายุไม่ถึง ๕๐ แต่กระดูกผุราวคน ๘๐ แล้วยังไม่รู้ว่าจะเจออุบัติเหตุอีกกี่ครั้ง เจอแบบนี้แล้ว

คุณยังคิดอยากอยู่อยากยิ้มให้กับชีวิตนี้อีกหรือ?

แต่สำหรับคุณเกษมสุข ภมรสถิตย์ ชีวิตนี้ไม่เคยเลวร้ายเกินทน
เธอยังยิ้มให้กับชีวิตได้เสมอ ไม่รู้สึกท้อแท้สิ้นหวังหรือหวั่นหวาด
อนาคตเพราะมั่นใจว่าพรุ่งนี้ย่อมดีกว่าวันนี้

พูดอย่างคนโบราณ ชีวิตของเธอเหมือนกับเกิดมาเพื่อรับกรรม
ลืมตาดูโลกได้ไม่ถึง ๒ เดือน พี่เลี้ยงก็ทำหลุดมือตกน้ำ เกือบจะหลุดเข้า
ไปใต้โป๊ะท่าน้ำ แต่เดชะบุญมีคนคว้าไว้ได้ทัน ทั้งน้ำและน้ำมันเข้าปาก

พออายุได้ ๘ ขวบก็จมน้ำอีก ผุดขึ้นมาครั้งที่ ๓ พ่อถึงเห็นและ
เกี่ยวขึ้นมาได้ทัน จมน้ำปางตาย ๒ ครั้งทำให้ร่างกายอ่อนแอ เจอแดด
ร้อนๆ ไม่ได้ มีอันต้องเป็นลม ร้องไห้ประเดี๋ยวเดียวก็เป็นลมสลบ
จนใครๆ หาว่าสำออย

เรียนมหาวิทยาลัยแค่ปี ๒ แม่ก็เสีย พ่อทำใจไม่ได้ ช็อคหัวใจวายกลายเป็นคนป่วยนับแต่นั้น บ้านก็ถูกยึดเพราะเป็นหนี้ อายุแค่ ๑๙ ปี เธอกลายเป็นกำลังหลักคนเดียวของครอบครัว ที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงพ่อและน้องๆ ทั้ง ๕ คน ไม่ได้หดหู่ท้อใจใน ชะตากรรมเป็นความรู้สึกของเธอในตอนนั้น โดยหารู้ไม่ว่า
เคราะห์กรรมยังจะตามมาอีกมาก

เธอแต่งงานก่อนวัยเบญจเพศ เมื่อคลอดลูกก็พบว่าลูกพิการ เพราะหมอใช้คีมคีบหัวออกมาอย่างไม่ถูกต้อง สมองจึงเติบโตได้ไม่เต็มที่ หมอทำนายว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมาก ๙ ปี แต่เธอก็เลี้ยงดู  เอาใจใส่จนลูกอายุ ๒๐ กว่าแล้ว

คลอดลูกมาได้ปีกว่า ก็พบว่าเป็นเนื้องอกที่มดลูก ปรากฏว่า หมอตัดส่วนที่ดีทิ้งไป จึงต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง คราวนี้มดลูก ที่เหลือถูกตัดทิ้งหมดรวมทั้งรังไข่ด้วย ทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมน  ครั้นกินฮอร์โมนทดแทนก็แพ้ เลยเป็นโรคกระดูกผุนับแต่บัดนั้น

เท่านั้นยังไม่พอ ระหว่างผ่าตัด โรคกระเพาะเกิดกำเริบ จนตัวบวมเขียวหมอต้องเปิดท้องตัดลำไส้จนเหลือเพียงครึ่งเดียว 

อายุไม่ถึง ๒๖ เธอก็มีอวัยวะไม่ครบเหมือนคนปกติ แถมมีลูกพิการที่เสี่ยงต่อความตาย แม้เธอจะรักษาชีวิตของตนและของลูกได้

แต่แล้วก็ต้องสูญเสียสามี ชีวิตครอบครัวที่มีแต่ปัญหาทำให้เธอกับเขา
ตัดสินใจแยกทางกัน

เจออย่างนี้แล้ว เธอยังทำใจได้ ไม่คิดโทษใครหรือน้อยใจในชีวิต
เคราะห์กรรมยังซ้ำเติมไม่จบ ราวกับจะทดสอบจิตใจของเธอ

วันหนึ่งขณะที่รถติดไฟแดง ก็มีรถเมล์เบรกแตกวิ่งมาชนรถ
ของเธอ แรงกระแทกทำให้กระดูกคอของเธอซึ่งผุอยู่แล้วหักทันที
และไปทับเส้นประสาททำให้เป็นอัมพาต เดชะบุญที่สามารถรักษาให้
หายได้ หลังจากนอนแน่นิ่งในโรงพยาบาลเกือบ ๒ เดือน

หลังจากครั้งนั้นแล้ว ก็เจออุบัติเหตุอีก รถของเธอเลี้ยวโค้งแล้ว
ไปชนกับเสาไฟฟ้า กระดูกที่แขนของเธอหักออกจากกัน ห้อยร่องแร่ง
แถมยังถูกก้านเกียร์ทิ่มใต้ชายโครงขณะช่วยคนขับหักพวงมาลัยหลบ
คอสะพาน ผลก็คือตับแตก

เธอยังต้องเจออุบัติเหตุอีกหลายครั้ง แม้แต่วันที่ไปออกรายการ
“เจาะใจ” ก็ยังมีรถยนต์มาชนท้ายกระเทือนที่คอและหลัง แต่เธอก็ยัง
บอกว่าไม่เป็นไร ทนได้ ต่อเมื่อถ่ายทำรายการเสร็จแล้ว จึงไปให้หมอ
ตรวจและรักษาที่โรงพยาบาล

วันนี้เธออายุ ๕๒ และไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าอีก แต่เธอก็ยัง
มีขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต

คงมีไม่กี่คนในโลกนี้ที่เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่หยุดหย่อน
อย่างคุณเกษมสุข ยกเว้นคนที่เจอภัยสงครามหรืออดอยากหิวโหย
ปางตายแล้วจะมีสักกี่คนที่ลำบากลำเค็ญเท่าเธอ

แต่แปลกไหมที่เธอไม่รู้สึกเป็นทุกข์เป็นร้อนกับชีวิตที่
เต็มไปด้วยเคราะห์กรรมเลย ถ้าชะตากรรมมีจริง เธอเป็นคนหนึ่ง
ที่ย้ำเตือนว่าเราสามารถเอาชนะชะตากรรมได้ ไม่ได้ชนะที่ไหน
หาก “ชนะที่ใจ” นั่นเอง

ชีวิตของเธอบอกให้เรารู้ว่า คนเราจะทุกข์หรือไม่
ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีอะไรมากระทบกับเรา แต่อยู่ตรงที่เรารู้สึก
อย่างไรกับสิ่งนั้น หรือทำอย่างไรกับมันต่างหาก แม้จะมีเรื่อง
ร้ายๆ เกิดขึ้นกับเรา แต่ถ้าเราทำใจรับได้ ความทุกข์ก็เกิดขึ้นไม่ได้

ในทางตรงกันข้าม แม้มีเงินทองไหลมาเทมา แต่ถ้าเรา
คิดว่ามันน้อยเกินไป ทำให้รวยไม่พอหรือไม่เท่าคนอื่น เมื่อนั้นใจ
เราก็เป็นทุกข์ทันที

หลายครั้งที่ความเดือดร้อนของคุณเกษมสุขเกิดขึ้นจาก
ฝีมือคนอื่นแท้ๆ เช่น หมอที่ใช้คีมคีบหัวลูกแรงเกินไป ตัดมดลูก
ผิดข้าง แม้แต่รถจอดนิ่งอยู่ก็ยังมีรถคนอื่นมาชน ข้างหน้าบ้าง
ข้างหลังบ้าง แต่เธอไม่เคยเสียเวลาไปโทษคนอื่น เล่นงานเขา หรือ
ก่นด่าชะตากรรม หากคิดเพียงว่า จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
อย่างไร และรักษาใจให้เป็นปกติได้อย่างไร

ตอนที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเพราะกระดูกคอหัก
หมอเอาเหล็กแหลมเจาะเข้าไปในกระโหลกทั้ง ๒ ข้าง เพื่อป้องกัน
ไม่ให้คอเขยื้อนขยับ เธอเจ็บมาก แต่เห็นว่าถ้าตนใจเสีย หมอและ
น้องๆ ก็ใจเสียไปด้วย

เธอเลือกที่จะทำใจให้ปกติ ไม่ตีโพยตีพาย เพราะ “ถ้าต้นตอ
ไม่ตีโพยตีพายเสียก่อน คนรอบข้างก็อยู่ได้และกำลังใจนั้น
มันก็จะถูกส่งกลับมาที่เราอีกที”

ไปๆ มาๆ ปรากฏว่า คนป่วยกลับมีจิตใจสบายกว่า
คนมาเยี่ยมเสียอีก จนกลายเป็นที่ปรับทุกข์ให้แก่คนรอบข้าง

แต่เธอไม่ใช่พระอิฐพระปูน ฟังเรื่องพวกนี้มากๆ ก็ทุกข์
ได้ง่ายๆ ทางออกของเธอก็คือ “จับ(คนมาเยี่ยม) นั่งสมาธิเสียเลย
จะได้ไม่มีเวลาพูดเรื่องอะไรที่มันร้อนใจ” กลายเป็นว่าคนป่วยกลับ
เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้แก่คนปกติ แทนที่จะตรงกันข้าม

สิ่งสำคัญที่ประคองใจไม่ให้ทุกข์ร้อนไปกับเหตุร้ายก็คือ
“สติ” สติอ่อนเมื่อไหร่ ใจก็จะโวยวายตีโพยตีพาย โทษคนโน้นคนนี้
จนลืมจัดการกับตนเอง ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นใด

น้องๆ คุณเกษมสุขเล่าว่า
ตอนเกิดอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า คุณเกษมสุขโทรศัพท์
บอกที่บ้านอย่างเรียบๆ ธรรมดาว่า “ไม่เป็นไร แต่คิดว่าตับแตก”
สติเท่านั้นที่จะทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นเบา อย่างน้อยก็ไม่ทำให้
เลวร้ายลงไปอีก ทั้งยังช่วยให้เราแก้ไขสถานการณ์ด้วยปัญญาอย่าง
สอดคล้องกับความเป็นจริง

ใครที่คิดว่าตัวเองทุกข์หนักหนาสาหัสแล้ว ลองนึกถึงชีวิต
ของคุณเกษมสุข อาจจะได้คิดว่าตนนั้นยังโชคดีอยู่มากเมื่อเทียบ
กับเธอ แต่เท่านั้นยังไม่พอ น่าจะได้คิดต่อไปอีกด้วยว่า สุขทุกข์นั้น
แท้จริงอยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา ถึงจนก็สุขได้
ถึงป่วยก็ยิ้มได้

แม้จะพลัดพรากสูญเสียแค่ไหน ก็ยังมีสิทธิแช่มชื่น
แจ่มใสได้แต่ถ้าทำใจไม่เป็นเสียแล้ว รวยแค่ไหน มีอำนาจมาก
เพียงใด ทรวดทรงงดงามเพียงใด ก็ยังทุกข์อยู่นั่นเอง
จะเจออะไรมาก็แล้วแต่ ข้อสำคัญประการสุดท้ายก็คือ
อย่ายอมแพ้ต่อชะตากรรม อย่าปล่อยใจไปกับความลำเค็ญ

ความล้มเหลว และความเศร้าโศกท้อแท้ ในยามร้ายไม่มีอะไรดีกว่า
การปลุกใจให้อดทน เข้มแข็ง สดชื่น และเปี่ยมด้วย
ความหวังว่าพรุ่งนี้ย่อมดีกว่าวันนี้

จากคุณ    : nuch_tre

22  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ปีใหม่ นี้ เพื่อน ๆ สมาชิก อยากทำอะไรกันบ้างครับ ? เมื่อ: ธันวาคม 13, 2011, 09:10:11 AM
ปีใหม่ นี้ เพื่อน ๆ สมาชิก อยากทำอะไรกันบ้างครับ ?

  ถามแบบไปมาหาสู่ นะครับ ว่า เพื่อน ๆ อยากทำอะไรกันครับ
 
  แซวกันได้ นะครับ ตามอารมณ์ ของเพื่อน ๆ ทุกท่านนะครับ

 

  สำหรับผม ก็อยากไปเที่ยว ครับ

 

  อยากไปนั่งรถไฟ สายนี้ สักรอบ ครับ

   :hee20hee20hee: :hee20hee20hee: :hee20hee20hee:
23  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เขื่อน พระราม 6 อำเภอท่าเรือ ต้องระบายน้ำที่ล้นทะลักลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 08:39:23 AM
เขื่อน พระราม 6 อำเภอท่าเรือ ต้องระบายน้ำที่ล้นทะลักลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ท้ายเขื่อนมีน้ำท่วมสูงกว่า 3 ม.ส่งผลให้วัดสะตือแหล่งทอ่งเทียวสำคัญจ่อจมน้ำ ส่วนหมู่บ้านตีมีดอรัญญิกต้องปิดหมู่บ้านเก็บของหนีน้ำ

แม่น้ำ ป่าสักยังคงวิกฤตอย่างหนักในขณะนี้ พบว่าเขื่อนพระราม 6 ตั้งอยู่ในอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กั้นแม้น้ำป่าสัก ที่รับน้ำมาจากคลองชัยนาท - ป่าสัก และเหนือเขื่อน ยังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนจำนวนมากล้นบานประตู จึงต้องยกบานประตูระบายน้ำทั้งหมด 6 บาน ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาทางวัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังเปิดระบายออกไปทางประตูระบายน้ำพระนารายณ์ ที่อยู่เหนือเขื่อนออกทะเลทางคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ

จาก ปริมาณน้ำที่มีอยู่จำนวนมากระบายลงมาท้ายเขื่อนมาตามแม่น้ำป่าสักได้ทะลัก เข้าท่วมวัดสะตือ โบราณสถานและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าริมตลิ่งเดิมเกือบ 4 เมตร น้ำจ่อเข้ามาถึงบนลานวัดใกล้จะถึงองค์หลวงพ่อโตที่ชาวบ้านเคารพกราบไหว้

น้ำ ยังไหลล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่้ท้ายเขื่อนทั้งหมด ชาวบ้านตื่นนอนแต่เช้าถึงกับตกใจที่น้ำเอ่อเข้ามาท่วมถึงใต้ถุนอย่างรวดเร็ว ต้องช่วยเหลือตัวเองเร่งเก็บของหนีน้ำให้ทันกับระดับน้ำที่กำลังเอ่อสูงขึ้น เรื่อยๆ

ส่วน ตลาดสดเทศบาลตำบลท่าเรือ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ต้องอยู่ในสภาพจมใต้น้ำ ตัวสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรือ ยังเอาตัวไม่รอดถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ต้องปิดตัวเองย้ายที่ทำการไปอยุ่ด้านบนเป็นการชั่วคราว

ปริมาณ น้ำของแม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ยังได้ไหลผ่านอำเภอนครหลวง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ทำให้บ้านสองฝากฝั่งริมแม่น้ำป่าสักถูกน้าท่วมได้รับความเดือดร้อนขยายเป็น วงกว้างอย่างไม่สิ้นสุด

เช่น เดียวกันกับหมุ่บ้านตีมีดอรัญญิก อำเภอนครหลวง แหล่งตีมีดทีี่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพระ นครศรีอยุธยา ได้ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ชาวบ้านในหมู่บ้านตีมีดอรัญญิกต้องเร่งรีบเก็บของหนีน้ำที่กำลังสูงขึ้น เรื่อยๆ

ผล จากแม่น้ำป่าสักที่สูงขึ้นยังได้ส่งผลกระทบไปถึงแม่น้ำลพบุรีทำให้มีระดับ สูงตามขึ้นไปด้วย ทางการต้องเตือนชาวบ้านสองฝากฝั่งแม้น้ำลพบุรี ตั้งแต่อำเภอบ้านแพรก มหาราชและอำเภอบางปะหัน ให้เตรียมรับมือไว้ด้วยเพื่อความไม่ประมาท















http://www.krobkruakao.com/ข่าว/44312











http://www.krobkruakao.com/store/news/44312/3.jpg
24  ธรรมะสาระ / บทสวดมนต์ มนต์พิธี / หนังสือยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ต้นฉบับเดิม เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 10:07:50 AM
หนังสือยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ต้นฉบับเดิม
เปิดกรุ ได้ที่เมืองสวรรคโลก มีคำกล่าวในหนังสือนำว่า ผู้ใดมีไว้ประจำบ้านเรือนมีอานิสงส์ยิ่งกว่าได้สร้างเจดีย์ทองคำสูงเทียม เทวโลก และป้องกันภยันตรายต่างๆ ทำมาหากินเจริญ ฯ

ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก
ผู้ ใดได้สร้างยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกนี้เป็นธรรมทาน และไว้สดมนต์สักการบูชา ผลานิสงส์สุดจะพรรณาให้ทั่วถึงได้ เป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ จะมีความสุขสิริสวัสดิ์เจริญต่อไปทั้งปัจจุบันกาลและอนาคตภายภาคหน้าตลอด บุตรหลานสืบไป ด้วยอำนาจของความเคารพในพระคาถานี้

ประวัติกล่าวไว้ในต้นฉบับเดิมว่า
หนังสือ ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกนี้ มีคำกล่าวไว้ในหนังสือนำว่า เป็นพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ถ้าผู้ใดได้สวดมนต์ภาวนาทุกค่ำเช้าแล้ว เป็นการบูชารำลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้นั้นจะไม่ไปตกอบายภูมิ แม้ได้บูชาไว้กับบ้านเรือนก็ป้องกันอันตรายต่างๆ จะภาวนาพระคาถาอื่นๆสัก 100 ปี อานิสงส์ก็ไม่สูงเท่าภาวนาพระคาถานี้ ครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่า อินทร์ พรหม ยมยักษ์ ที่มีอิทธิฤทธ์ จะเนรมิตแผ่นอิฐเป็นทองคำ ก่อเป็นพระเจดีย์ ตั้งแต่มนุษยโลกสูงขึ้นไปจนถึงพรหมโลก อานิสงส์ก็ยังไม่เท่า ภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกนี้ และมีคำอธิบายคุณความดีไว้ในต้นฉบับเดิมนั้น อีกนานัปการฯ
ต้นฉบับเดิมเปิดกรุได้ที่เมืองสวรรคโลก จารเป็นอักษรขอมจารึกไว้ในใบลาน โบราณาจารย์จึงได้แปลเป็นอักษรไทย หลวงธรรมาธิกรณ์(พระภิกษุแสง) ได้มาแต่แท่นศิลาอาสน์มณฑลพิษณุโลก
ยอดพระ กัณฑ์ไตรปิฎกนี้ ถ้าผู้ใดบริจาคทรัพย์สร้างถวายพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ญาติ มิตรสหาย หรือสวดจนครบ 7 วัน ครบอายุปัจจุบันของตน จะบังเกิดโชคลาภทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองจะพ้นเคราะห์ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัยและภัยพิบัติทั้งปวง
ผู้ใดตั้งจิตเจริญภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกวันละ 3 จบ จะไม่มีบาปกรรม ทำสิ่งใดจะได้สมความปรารถนา สวดวันละ 7 จบกระดูกลอยน้ำได้

พิธีไหว้พระและสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก
ก่อน เข้าห้องบูชาพระ ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดและนุ่งห่มให้เรียบร้อย เข้านั่งที่ด้วยความสำรวมกายใจ ตั้งจิตให้แน่วแน่เพ่งตรงยังพระพุทธรูป ระลึกถึงพระรัตนตรัย ค่อยกราบ ๓ หน แล้วสงบจิตระลึกถึงพระคุณของบิดามารดา ซึ่งเป็นพระอรหันต์ของบุตร จากนั้นจึงจุดเทียนบูชา ให้จุดเล่มด้านขวาของพระพุทธรูปก่อน แล้วจุดเล่มด้านซ้ายต่อไป จุดธูป ๓ ดอก เมื่อจุดเทียนธูปที่เครื่องสักการบูชาเสร็จแล้วเอาจิต (นึกเห็น) พระพุทธองค์มาเป็นประธาน พึงนั่ง ชายพึงนั่งคุกเข่า หญิงนั่งท่าเทพนม ประนมมือ ตั้งใจบูชาพระรัตนตรัย นมัสการพระรัตนตรัย นมัสการพระพุทธเจ้า ไตรสรณคมน์และนมัสการพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แล้วจึงเจริญภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก จะเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น จะเกิดพลังจิตและมีความมั่นคงในชีวิต พึงทราบด้วยว่า การเจริญภาวนาทุกครั้งต้องอยู่ในสถานที่อันสมควร ขอให้ทำจิตตั้งมั่นในบทสวดมนต์ จะมีเทพยดาอารักษ์ทั้งหลายร่วมอนุโมทนาสาธุการขออย่าได้ทำเล่น จะเกิดโทษแก่ตนเอง

ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏกนั้นว่าไว้ดังนี้
๑.
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา วิชชาจะระณะสัมปันโน วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สุคะโต วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา โลกะวิทู วัจจะโส ภะคะวา
๒.
อะระหัง ตัง สะระณัง คัจฉามิ
อะระหัง ตัง สิระสา นะมามิ
สัมมาสัมพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
สัมมาสัมพุทธัง สิระสา นะมามิ
วิชชาจะระณะสัมปันนัง สิระสา นะมามิ
สุคะตัง สะระณัง คัจฉามิ
สุคะตัง สิระสา นะมามิ
โลกะวิทัง สะระณัง คัจฉามิ
โลกะวิทัง สิระสา นะมามิ
๓.
อิติปิ โส ภะคะวา อะนุตตะโร วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา ปุริสะธัมมะสาระถิ วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สัตถา เทวะมะนุสสานัง วัจจะโส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา พุทโธ วัจจะโส ภะคะวา
๔.
อะนุตตะรัง สะระณัง คัจฉามิ
อะนุตตะรัง สิระสา นะมามิ
ปุริสะทัมมะสาระถิ สะระณัง คัจฉามิ
ปุริสะทัมมะสาระถิ สิระสา นะมามิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง สะระณัง คัจฉามิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง สิระสา นะมามิ
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
พุทธัง สิระสา นะมามิ
๕.
อิติปิ โส ภะคะวา รูปะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา เวทะนาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สัญญาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา สังขาระขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมี จะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา
๖.
อิติปิ โส ภะคะวา ปะถะวีจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา เตโชจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา วาโยจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อาโปจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อากาสะจักกะวาฬะ จาตุมะหาราชิกา ตาวะติงสา
ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
๗.
อิติปิ โส ภะคะวา ยามาธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ตุสิตาธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา นิมมานะระติธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา กามาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
๘.
อิติปิ โส ภะคะวา รูปาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ปะฐะมะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ทุติยะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ตะติยะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา จะตุตถะฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา ปัญจะมาฌานะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
๙.
อิติปิ โส ภะคะวา อากาสานัญจายะตะนะเนวะสัญญานา
สัญญายะตะนะอะรูปาวะจะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณัญจายะตะนะ เนวะสัญญานา
สัญญายะตะนะอะรูปาวะ จะระธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อากิญจัญญายะตะนะ เนวะสัญญานา
สัญญายะตะนะ อะรูปาวะ จะระธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
๑๐.
อิติปิ โส ภะคะวา โสตาปะฏิมัคคะธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา สะกิทาคาปะฏิมัคคะ ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะนาคาปะฏิมัคคะ ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัตตะปะฏิมัคคะ ธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน
๑๑.
อิติปิ โส ภะคะวา โสตาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา สะกิทาคาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะนาคาอะระหัตตะ ปะฏิผะละธาตุ สัมมาทิยานะ สัมปันโน
๑๒.
กุสะลา ธัมมา
อิติปิ โส ภะคะวา
อะ อา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ชมภูทีปัญจะอิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
นะโม พุทธายะ
นะโม ธัมมายะ
นะโม สังฆายะ
ปัญจะ พุทธา นะมามิหัง
อา ปา มะ จุ ปะ
ที มะ สัง อัง ขุ
สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ
อุ ปะ สะ ชะ สุ เห ปา สา ยะ
โส โส สะ สะ อะ อะ อะ อะ นิ
เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว
อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ ภุ พะ
อิ สวา สุ สุ สวา อิ
กุสะลา ธัมมา
จิตติวิอัตถิ
๑๓.
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง
อะ อา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
สา โพธิ ปัญจะ อิสาะโร ธัมมา
๑๔.
กุสะลา ธัมมา
นันทะวิวังโก
อิติ สัมมาพุทโธ
สุ คะ ลา โน ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
จาตุมะหาราชิกา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
อิติ วิชชาจะระณะสัมปันโน
อุ อุ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตาวะติงสา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
นันทะ ปัญจะ สุคะโต โลกะวิทู
มะหาเอโอ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ยามา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
พรหมมาสัททะ
ปัญจะ สัตตะ
สัตตาปาระมี
อะนุตตะโร
ยะมะกะขะ
ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
๑๕.
ตุสิตา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
ปุ ยะ ปะ กะ
ปุริสะทัมมะสาระถิ
ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
๑๖.
นิมมานะระติ อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
เหตุโปวะ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง
ตะถา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
๑๗.
ปะระนิมมิตะ อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
สังขาระขันโธ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา
รูปะขันโธ พุทธะปะผะ
ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
๑๘.
พรหมมา อิสสะโร
กุสะลา ธัมมา
นัจจิปัจจะยา วินะปัญจะ ภะคะวะตา ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ
นะโม พุทธัสสะ
นะโม ธัมมัสสะ
นะโม สังฆัสสะ
พุทธิลา โลกะลา กะระกะนา
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ
หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ ฯ
๑๙.
นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ
วิตติ วิตติ วิตติ มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ
อัตติ อัตติ มะยะสุ สุวัตถิ โหนตุ
หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ
๒๐.
อินทะสาวัง มะหาอินทะสาวัง
พรหมะสาวัง มะหาพรหมะสาวัง
จักกะวัตติสาวัง มะหาจักกะวัตติสาวัง
เทวาสาวัง มะหาเทวาสาวัง
อิสิสาวัง มะหาอิสิสาวัง
มุนีสาวัง มะหามุนีสาวัง
สัปปุริสาวัง มะหาสัปปุริสาวัง
พุทธะสาวัง ปัจเจกะพุทธะสาวัง
อะระหัตตะสาวัง สัพพะสิทธิวิชชาธะรานังสาวัง สัพพะโลกา
อิริยานังสาวัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
๒๑.
สาวัง คุณัง วะชะพะลัง เตชัง วิริยัง สิทธิกัมมัง นิพพานัง
โมกขัง คุยหะกัง
ถานัง สีลัง ปัญญานิกขัง ปุญญัง ภาคะยัง ตัปปัง สุขัง
สิริรูปัง จะตุวีสะติเสนัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ
หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ
๒๒.
นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม อิติปิโส ภะคะวา
๒๓.
นะโม พุทธัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
๒๔.
นะโม ธัมมัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
๒๕.
นะโม ธัมมัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ
สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
๒๖.
นะโม สังฆัสสะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ
สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ
นะโม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ วาหะปะริตตัง
๒๗.
นะโม พุทธายะ
มะอะอุ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา
ยาวะ ตัสสะ หาโย
นะโม อุอะมะ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา
อุ อะมะ อาวันทา
นะโม พุทธายะ
นะ อะ กะ ติ นิ สะ ระ นะ
อา ระ ปะ ขุ ธัง มะ อะ อุ
ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา
25  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ต้นไม้พูดได้ .......... เชื่อ หรือ ไม่ ? เมื่อ: สิงหาคม 10, 2011, 09:13:31 AM

ต้นไม้ในวัดชลประทานฯ มีคติธรรมติดอยู่เกือบทุกต้น มีต้นหนึ่งเขียนว่า "คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ"

ผมอ่านแล้วก็คิดสงสัยว่าการมี "สติ" คืออะไร แล้วก็ตอบตัวเองว่าคือการที่เรา "เห็นตัวเอง" นั่นคือเมื่อใดที่เรากำลังเห็นความรู้สึก ความคิด พฤติกรรมของเราที่กำลังเกิดขึ้นหรือกำลังแสดงออก เมื่อนั้นเราก็มีสติ เช่น เห็นว่าตัวเรากำลังพูดแทรกคนอื่นที่กำลังพูดอยู่ กำลังออกนอกเรื่อง เห็นตัวเราว่ากำลังใจลอยไม่ได้อยู่กับเรื่องราวของคู่ สนทนา เห็นตัวเราว่ากำลังรู้สึกโกรธ กำลังจะแสดงความโกรธออกไป เห็นตัวเราว่ากำลังกลัว ฯลฯ

ประสบการณ์การฝึกสติของผมในระหว่างการ ดำเนินชีวิตประจำวัน ที่กำลังพยายาม "อยู่กับเนื้อกับตัว" ให้ได้ไม่ว่ากำลังทำอะไร ทำให้ผมได้เข้าใจขึ้นว่า ขณะที่เราสามารถมีสติเห็นตัวเองในขณะที่อยู่ท่ามกลางผู้อื่นนั้น ทำให้เราสามารถเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น และพบว่า ยิ่งเราเข้าใจตัวเองได้มากขึ้นเท่าไร เราก็จะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้นเท่านั้น จากนั้นเราจึงจะสามารถทำสิ่งที่เรียกว่า "เอาใจเขาใส่ใจเรา" ได้ตรงกับที่ใจเขาต้องการอย่างแท้จริงได้มากขึ้น ตอบสนองคนรอบข้างรอบกายอย่างที่เขาต้องการจริงๆ ได้ตรงขึ้น ขณะที่เราเองก็(มีสติ)ไม่หลงลืม "ใจเรา" ว่าต้องการอะไรด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงคิดว่า เมื่อใดก็ตามที่เรากำลังรู้สึกว่าไม่เข้าใจใคร เรายิ่งต้องเอาใจใส่ตัวเอง พยายามทำความเข้าใจตัวเองให้มากขึ้น

ส่วน คำ "เจริญ" ในความหมายทั่วไปก็คงเป็นเรื่องเศรษฐกิจ-สังคมทั่วๆ ไป แต่เมื่อใส่คำว่า "ทุกเมื่อ" ลงไปด้วย เป็น "เจริญทุกเมื่อ" และคิดในความหมายที่ลึกขึ้น ก็น่าจะหมายถึงการที่ผู้มีสติ(อยู่กับเนื้อกับตัวได้ทุกเมื่อ)จะสามารถเข้า ถึงความเป็นมนุษย์ สามารถใช้ศักยภาพของความเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่มากขึ้น เรียกว่า ไม่เสียชาติ(ที่)เกิด(เป็นมนุษย์)ที่มีสมองพิเศษจากสัตว์ทั้งปวง ศักยภาพที่ว่านี้ก็คือ ความสามารถใช้ปัญญาในการเข้าถึงธรรม(ความจริง ความดี ความงาม ทั้งปวง) อันเป็นความสามารถที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่แต่เรายังไม่ได้นำออกมาใข้ อย่างเต็มที่.

จาก สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์

26  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พระเณรทำนา อันซีนที่ "วัดเชิงผา" เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 08:12:18 AM
พระเณรทำนา อันซีนที่ "วัดเชิงผา"

 

"ภาพพระเณรขี่ม้าออกไปบิณฑบาต" ที่วัดถ้ำป่าอาชาทอง ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่ครูบาเหนือชัย เจ้าอาวาสวัดนำพระเณรขี่ม้าบิณฑบาต ซึ่งหมู่บ้านที่ไกลที่สุดอยู่หางจากวัดประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นภาพที่คนไทยไม่ได้พบเห็นบ่อยนัก

 

นอกจากนี้แล้ว ยังมีภาพอีกภาพหนึ่งที่คนไทยไม่ได้พบเห็นบ่อยนัก คือ “ภาพพระเณรดำนาเหลืองอร่ามเต็มทุ่งนา" ของวัดเชิงผา ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย โดยการนำของ พระปลัดปราโมช อธิปญฺโญ หรือพระอาจารย์ปราโมช เจ้าอาวาสวัด ซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจไม่แพ้กัน

 

พระอาจารย์ปราโมช บอกว่า แนวคิดนำพระเณรทำนาเป็นความบังเอิญที่วัดมีที่นาอยู่ 10 ไร่ โดยตั้งใจซื้อมาเพื่อสร้างเป็นศูนย์พัฒนาคุณธรรมนำชีวิต ในระหว่างที่รอการพัฒนา มองเห็นมุมหนึ่งหนึ่งว่าเป็นที่นา พร้อมที่จะพัฒนาให้เป็นประโยชน์ จึงมีโครงการชวนชาวบ้านทำนาเพื่อนำผลิตผลมาเป็นของกลาง โดยเริ่มเมื่อ พ.ศ.2546 เริ่มจากที่ดิน 10 ไร่ ปัจจุบันเหลือ 6 ไร่

 

 

 

 

พระปลัดปราโมช อธิปญฺโญ

อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติธรรม รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

ปีนี้น่าจะได้รางวัลพระทำนา เอ๊ย พระพัฒนาดีเด่น

 

ครั้งแรกของการคิดนำพระเณรทำนาก็เกรงว่าชาวบ้านไม่เห็นด้วย เพราะไม่ใช่กิจของสงฆ์ พระเณรทำนา เพราะสวนกระแสวิถีชีวิตพระเณร เพราะอย่างไรชาวบ้านอาจคิดว่าอย่างนี้ก็เลี้ยงพระเณรได้โดยไม่ปล่อยให้อดแน่ แต่เมื่อชี้แจงให้ชาวบ้านว่า ที่ดินถ้าปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามันจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ที่สำคัญ คือ สิ่งที่พระนำชาวบ้านทำนาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ผลผลิตก็จะนำไปเป็นประโยชน์ เช่น อาหารกลางวัยเด็ก พระ เณร รวมทั้งเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงคนที่เข้ามาอบรมในค่าย โดยจะได้ผลผลิตประมาณ 80 กระสอบปุ๋ย หรือ 2 ตัน ซึ่งมากพอที่จะหุงเลี้ยงพระเณรและผู้มาปฏิบัติธรรมได้ตลอดทั้งปี บางปีผลผลิตได้มากญาติโยมยืมไปขยายพันธุ์โดยไม่คิดค่าดอกผล ในขณะเดียวกันการบิณฑบาตก็เป็นกิจวัตรที่ยังคงปฏิบัติอยู่ตลอดทั้งปี”

 

การนำพระเณรทำนา ทำให้ได้รู้วิถีชีวิตของไทยแบบเดิม ทุกกระบวนการของการทำนา กิจกรรมที่พระเณรมีส่วนร่วมในการทำ คือ ไถ่นาเตรียมเพาะกล้า ดูแลวัชพืช ใส่ปุ๋ยอีเอ็ม ถอนกล้า ดำนา เกี่ยวข้าว เก็บฟางทำเชื้อเห็ด ทำปุ๋ย ทำให้พระและเณรเห็นภาพของความยากลำบากของการได้ข้าวที่จะมาฉันแต่ละเม็ด ต้องใช้แรง ใช้ทุน และระยะเวลา มีความสำนึกในการใช้ของอย่างมีคุณค่า อย่างเห็นประโยชน์ที่แท้จริง เข้าใจความทุกข์ของคนอื่นมากขึ้น

 

เมื่อถามถึงความเหมาะสมและความเป็นกิจของสงฆ์หรือไม่ อาจารย์ปราโมช พูดไว้อย่างน่าคิดว่า “กิจของสงฆ์ หรือ ไม่ใช่กิจของสงฆ์ ต้องใช้พระธรรมวินัยเป็นข้อกำหนด มิใช่ใช้ความรู้สึกนึกคิดของพระสงฆ์และชาวบ้านเป็นข้อพิจารณา เมื่อได้อ่านพระไตรปิฎก หมวดพระวินัย ก็จะได้พบว่าโดยแท้จริงแล้วกิจของสงฆ์นั้นถูกกำหนดไว้แล้วตามนโยบายของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงส่งพระอรหันต์ 60 องค์แรกไปประกาศพระพุทธศาสนา ความตอนหนึ่งว่า จรถ  ภิกฺขเว  จริกํ  พหุชนหิตาย  พหุชน สุขาย  โลกานุกมฺปาย  มีใจความเป็นภาษาไทยว่า ภิกษุทั้งหลาย  เธอจงเที่ยวไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่มวลมนุษย์"

 

 

ศูนย์การเรียนรู้คุณธรรมนำชีวิต
 

ศูนย์การเรียนรู้คุณธรรมนำชีวิต ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วัดเชิงผาได้ก่อกำเนิดเกิดขึ้นโดย พระอาจารย์ปราโมช อธิปญฺโญ เมื่อ พ.ศ.2543 เมื่อได้กลับมาเยี่ยมเมืองไทย ความคิดที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ท่านต้องการที่จะมีสถานที่ปฏิบัติขัดเกลาใจ ศึกษาพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเพื่อประกาศพระธรรมของพระองค์ให้แก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วกัน ที่สุดท่านก็ได้เล็งเห็นสถานที่ตรงนี้ ซึ่งแต่เดิมเป็นสถานที่ทำกินของชาวบ้านเป็นที่รกร้างยากแก่การสัญจรเข้าออก ใคร่สนใจในสถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การพัฒนาให้เป็นสถานธรรมเพื่อการฝึกฝนขัดเกลาตน และเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาสืบไป

 

ประมาณเดือนกรกฎาคม 2544 ขณะที่จำพรรษาที่สหรัฐอเมริกา ท่านได้มอบปัจจัยจำนวนหนึ่งให้แก่คณะกรรมการวัดเชิงผา เป็นธุระติดต่อขอซื้อที่ดินแห่งนี้ ต่อมาท่านจึงสละตำแหน่งเจ้าอาวาสและหน้าที่ที่รับผิดชอบในประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางกลับสู่เมืองไทย ทันทีที่กลับถึงยังสถานที่แห่งนี้ท่านได้ประชุมกับคณะกรรมการเพื่อขอความคิดเห็นในการพัฒนาสถานธรรมแห่งนี้ วันที่  27  ธันวาคม 2544  ต่อมาจึงตั้งชื่อสถานธรรมแห่งนี้ว่า "ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดเชิงผา”

 

ทางศูนย์ปฏิบัติธรรมได้กำหนดกิจกรรมขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้าน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสุข ความสามัคคี ความร่วมมือระหว่าง วัด บ้าน โรงเรียน ในภาพจะแสดงถึงความสัมพันธ์กันได้อย่างชัดเจน ทั้งช่วงกลางเดือนสิงหาคม ทางวัดได้นำพระเณรดำนาร่วมกับชาวบ้าน จากนั้นตลอดระยะ 3 เดือน พระเณรก็จะดูแลต้นข้าวจนกว่าจะเก็บเกี่ยวประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องต้นเดือนธันวาคม

 

 

ข่าว : คมชัดลึก
6 สิงหาคม 2554
27  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / หลวงพ่อนวล พระเกจิดังเมืองโคราช มรณภาพ เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 08:11:22 AM
หลวงพ่อนวล พระเกจิดังเมืองโคราช มรณภาพ

 

พระเทพสีมาภรณ์ หรือหลวงพ่อนวล รองเจ้าคณะ จ.นครราชสีมา และเจ้าอาวาสวัดบึง (พระอารามหลวง) มรณภาพแล้ว หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ พระราชทานน้ำสรงหลวงสรงศพ 6 ส.ค. นี้...

 

เมื่อเวลา 17.30 น. 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ศาลาการเปรียญปทุมญาณมุนี วัดบึง (พระอารามหลวง) อ.เมืองจ.นครราชสีมา ภายหลังทราบว่า พระเทพสีมาภรณ์ หรือหลวงพ่อนวล เขมสัจจะวาที  รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าอาวาสวัดบึง (พระอารามหลวง) ได้มรณภาพแล้ว

 

โดยพบพระเมธีรัตโนดม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบึง (พระอารามหลวง) รักษาการเจ้าอาวาสวัดบึง พร้อมด้วยพระภิกษุสามเณร และพุทธศาสนิกชน ต่างกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อใช้ประกอบพิธีพระราชทานน้ำสรงหลวงสรงศพพระเทพสีมาภรณ์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 ส.ค. นี้

หลังจากเมื่อเวลา 07.44 น. คณะแพทย์รพ.มหาราชนครราชสีมา ได้ลงความเห็นว่า พระเทพสีมาภรณ์ มรณภาพด้วยโรคมะเร็งตับและตับอักเสบ หลังจากเข้ารับการรักษาอาการอาพาธดังกล่าวมานานกว่า 1 เดือน โดยทางวัดบึงจะมีการสวดอภิธรรมจนถึงวันที่ 11 ส.ค. และจะมีพิธีบำเพ็ญกุศลเก็บศพในวันที่ 13 ส.ค.นี้

สำหรับพระเทพสีมาภรณ์ (หลวงพ่อนวล) เจ้าอาวาสวัดบึง (พระอารามหลวง) อายุ 73 ปี 53 พรรษา เปรียญธรรม 7 ประโยค, พธ.ม. (กิตติมศักดิ์) ชื่อเดิม นวล เสมสันเทียะ บ้านเดิมอยูเลขที่ 5 ม.4 ต.สายออ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา บรรพชาเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2497 ณ วัดโคกสวย ต.สายออ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มีพระสีหราชสมาจารมุนี (เพ็ง คงคปัญโญ) เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2502 ณ พันธสีมาวัดบึง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ส่วนวิทยฐานะ ปี พ.ศ.2495 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนประชาบาล ต.สายออ อ.โนนไทย ปี พ.ศ.2499 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักศาสนศึกษาวัดบึง ปี พ.ศ.2519 สอบไล่ได้เปรียญธรรม 7 ประโยค สำนักศาสนศึกษาวัดบึง ปี พ.ศ.2541 ได้รับการประทานปริญญาพุทศาสตรมหาบัณฑิตกิตตมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

การศึกษาพิเศษ สามารถเขียน-อ่านอักษรขอมได้เป็นอย่างดี ความสามารถพิเศษ เป็นพระธรรมกถึก วิทยากรปาฐกถา บรรยายธรรม เป็นพระนักอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ

ปี พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระกิตติรามมุนี ปี พ.ศ.2546 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่พระราชสีมาภรณ์ และปี พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพสีมาภรณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา, หัวหน้าศูนย์ครูปริยัติเทศก์จังหวัดนครราชสีมา, เจ้าอาวาสวัดบึง, เจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดบึง, ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดบึง, ผู้จัดการโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดบึงกิตติวิทยา, ผู้ชำนาญการพิเศษ และที่ปรึกษารองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยวิทยาเขตนครราชสีมา

พระเทพสีมาภรณ์ (หลวงพ่อนวล) ถือเป็นพระเกจิของเมืองโคราช โดยวัตถุมงคลรุ่นท้ายของท่านได้แก่รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ 2 เทพ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ) และพระเทพสีมาภรณ์ (หลวงพ่อนวล) ซึ่งได้มีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่ที่สุดในเมืองโคราช เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2553 ที่ผ่านมา ณ พระอุโบสถวัดบึง

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ
6 สิงหาคม 2554
28  เรื่องทั่วไป / แนะนำเว็บไซท์ สายธรรมะ กันหน่อยจ้า / http://www.alittlebuddha.com/ อะลิตเติ้ลบุดดา เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 08:09:10 AM




http://www.alittlebuddha.com/

อะลิตเติ้ลบุดดา
29  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ทำอย่างไร ให้ใจวางจาก อคติ ครับ เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2011, 08:58:46 AM
หลายครั้ง หลายหน ที่ทำงานแล้ว ก็จะมี อคติ ที่ต่อต้านบ้าง ไม่สนับสนุน ไม่เห็นด้วย ถึงแม้สิ่งที่คนทั้งหลายจะทำเป็นเรื่องถูก แต่ความไม่ชอบใจ ก็เกิดขึ้น รวมถึงการปฏิบัติภาวนาด้วยครับ บางครั้งเห็นเขานั่งกรรมฐาน ไปฟังธรรมจากบุคคลที่เราไม่ชอบใจ ก็จะเกิด อคติ ไม่ชอบ

  แต่ อคติ ที่เกิดก็ไม่ใช่ว่า จะไม่มีเหตุผล นะครับ เพราะบางครั้งผมก็ถูกกลั่นแกล้ง จากบุคคลเหล่านี้ ก็เลยที่จะทำจิตผมไม่มี อคติ นี้ไม่ได้ ผมเห็นว่าโทษของ อคติ ที่มีเกิดขึ้นทำให้สังคมรอบด้านเดือนร้อน เพราะความอคติ ของเราทำให้งานบางอย่าง ถูกเก็บหมกไว้ เพราะอคติ

  ดังนั้น มีการภาวนาใด ๆ บ้าง ที่จะนำ อคติ จากใจผมออกไปได้ จากคนที่เบียดเบียน ผมอยู่ครับ

  ขอบคุณครับ

 :c017:
30  เรื่องทั่วไป / เรื่องเล่ากฎแห่งกรรม / ประสบการณ์สเก็ตชกรรม "นี่เขาหลอกหรือเราโง่" เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 07:50:03 AM
ผมอ่านแล้ว รู้สึกชอบกับเรื่อง ครับ เอามาให้อ่านต่อนะครับขอบคุณผู้เขียนด้วยครับ



เห็นมีคนถามเรื่องเปิดกรรมเราไม่ทราบแต่ทำให้นึกถึง เรื่องนี้ขึ้นมาได้ ทุกวันนี้ยังเป็นเรื่องฮาตลอดกาลในหมู่เพื่อนฝูง พูดถึงเรื่องนี้ทีไรโนล้อทุ๊กที...

  2-3 ปีก่อนช่วงเครียดหนักๆมีเพื่อนแนะนำให้ไหดูหมอสเก็ตช์กรรม เพื่อนก็โทรไปนัดให้ ปรากฏว่าได้คิวดูอีกที 6 เดือนข้างหน้าแล้วก็ต้องโอนเงินให้ก่อน 1000 บาทไม่งั้นไม่รับจองคิว เราก็กะว่าจะไม่ดู จ่ายก่อนตั้งพันได้ดูอีกทีครึ่งปีหน้า ถ้าลืมวันนัดไม่ไปก็ไม่มีชดเชย ปฏิเสธไป อีกวันเพื่อนโทรมาบอกว่าหมอเขาลัดคิวให้ เห็นว่าเดือดร้อนให้มาพรุ่งนี้ 10โมง ห้ามมาสายนะ เพราะหลังจากนี้ไม่มีคิวให้แล้ว เต็มหมดทั้งวัน 

  โอวว...ใจดีจัง ลัดคิวให้ด้วย ก็เลยตกลง แต่ต้องโอนเงินก่อนนะ โอเค  โอนก็โอน

  อีกวันก็ไป ขับรถไปชานเมือง ไกลมาาาก ไปถึงจอดรถหน้าบ้านตอน 9.45 ก็โทรเข้าไปบอกว่าเราไปถึงแล้ว

  "ฮัลโหลครับ ผมถึงหน้าบ้านแล้วครับผม"
  "นัด 10 โมงไม่ใช่เหรอ รอไปก่อน หมอกะลังทานข้าว " แล้วก็วางสายไป

   โอเค...ตอนนั้นคิด กุผิดเองที่เจือกมีมารยาทมาก่อนเวลา
   
   แต่ขอโทษ  คนเปิดประตูมาเปิดให้เข้าไปตอน 10.15

   พอเข้าไป โอ้วว... นึกว่าสวนลุมพินีวัน (มีแต่เก้งกับกวาง)

   ...ตัดมาตอนสเกตชกรรม  เราก็ทำโน่น นี่ นั่น ตามที่เขาบอก  หมอหลับตานิดนึงแล้วลืมตามาบอกเราว่า

   " ไม่เห็นอะไรเลย..."
 
   " ห๊ะ !! ...ยังไงครับ " ไอ่เราก็ถามแบบ งงๆ

   " ไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นเจ้ากรรมนายเวร ไม่เห็นกรรมเก่า ก็เลยไม่รู้จะบอกให้ไปแก้ที่อะไร" หมอตอบงี้เลย จำได้ว่าตัวเราเองคงทำหน้ามึน อ้าปากค้างอยู่พักนึง หมอเลยบอกว่า

" สวดมนต์ไหว้พระเยอะๆละกัน นั่งสมาธิขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวรด้วยวันละ 15นาทีอย่างน้อย" โอเค คำแนะนำดี  แต่ตะกี้บอกว่าไม่มีเจ้ากรรมนายเวรไม่ใช่เหรอ แล้ว กุจะแผ่จะขออโหสิให้ใครอ่า

" ก็ไม่มีเจ้ากรรมนายเวรไม่ใช่เหรอครับ  แล้วผมจะแผ่ให้ใครอ่า "

หมอเงียบไปพักนึง ไม่ตอบ เขียนกระดาษยิกๆ

" ดวงคุณไม่ดีหมอแนะนำให้คุณสวดมนต์ทุกวันนะ เอาตามนี้ละกัน เดี๋ยวอะไรๆก็ดีขึ้น" หมอตัดบทแบบนี้ แล้วก็พูดโน่น นี่ นั้่น นิดหน่อย มาสรุปที่เขาให้คิวเรา 30 นาที ตอนนั้น 10โมงครึ่งกว่าๆเขาก็ไล่เราน่ะแหละ บอกว่าเดี๋ยวคิวต่อไปจะมาแล้ว

  ขอโทษ...คิวเรา 10.30น. เลขามันมาเปิดให้เราเข้าบ้าน 10.15น. แต่ให้เรากลับออกไปตอน 10.30น.กว่าๆ  เด็กป.1 ยังนับถูกเลยว่ามันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  แต่เอาเหอะอยู่ไปก็เท่านั้น เจ้ากรรมนายเวรคงไม่โผล่เพิ่มขึ้นมาหรอก  เราโอนเงินไปแล้วนิ  ตอนนั้นเริ่มเซ็งๆเลยเดินออกมาเลย  รู้สึกโง่มากๆ

  พอขับรถออกมาด้วยความโมโห ซักพักเริ่มคิดได้ว่า "นี่เขาหลอกเราหรือเราโง่ เองหว่า"

  จ่ายพันนึง ขับรถไปตั้งไกล เพื่อให้คนแนะนำเราแค่ว่า "สวดมนต์เยอะๆ" 5555

  ถึงวันนี้มองย้อนไปก็ขำตัวเอง หลังจากนั้นไปปฏิบัติธรรมจริงจัง มองเห็นปัญหา แก้ปัญหาได้เยอะ ไม่เห็นจำเป็นต้องรู้เลยว่ากรรมเก่าเจ้ากรรมนายเวรเขาจะเอาอะไรจากเราถึงจะ ไปซะที  แค่ปฏิบัติดี มีความเพียร สติมา ปัญญาเกิด  ก็เห็นเหตุปัจจัยของปัญหาทั้งหลาย แก้ไขได้ อันไหนยังแก้ไม่ตกก็ต้องใช้เวลาหน่อย เท่านั้นเอง ทุกวันนี้กล้าบอกเลย ปัญหาทั้งหมดถูกแก้ด้วย สติของเราเองล้วนๆ

  บทเรียนคราวนั้นทำให้คิดเลยว่าที่เรารู้สึกโง่มากๆ ก็เพราะปัญหาเราเอง กรรมของเราเอง ดันบ้าไปให้คนอื่นดูให้ทั้งๆที่เป็นของๆเรา

  อันนี้เล่าสนุกๆ ไม่ได้แอนตี้ใครเป็นพิเศษนะครับ ใครใคร่ฮา ฮาได้ไม่ว่ากัน เพราะโดนฮาใส่มาเยอะละ

  555

จากคุณ    : goodfriday


31  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ผมชอบง่วง เวลานั่งสมาธิ ครับต้องแก้อย่างไร ครับ เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 10:07:52 AM
เวลาปฏิบัติ สมาธิ ผมชอบรู้สึก ง่วง บางครั้งก็หาว ๆ ไปมาก ๆ

อยากจะทราบวิธีแก้ไข ว่าต้องทำอย่างไรครับ
 :smiley_confused1:
32  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / วาง ว่าง วาง ว่าง ... เมื่อ: เมษายน 25, 2011, 08:04:55 AM


เห็นอะไร    ได้ยินอะไร
รู้อะไร    ไม่ถูกใจ
หยุดทำ  หยุดพูด  หยุดคิด
หายใจเข้า ลึก ๆ
หายใจออก ยาว ๆ
ใจสงบ  เบา  สบาย

เมื่อเกิดอารมณ์ไม่พอใจ
ไม่ต้องหาว่าใครผิด  ใครถูก
ระงับใจร้อนของตัวเองก่อน
หายใจเข้าลึกๆ
หายใจออกยาวๆ
ใจสงบแล้ว  จึงค่อยคิด
ด้วยสติปัญญาและเหตุผล
ตั้งมั่นอยู่ในคิดดี  พูดดี  ทำดี

เราจะดำเนินชีวิตด้วยสติ
ปัญญาและขันติ
ไม่ว่าความทุกข์ที่เกิดขึ้น
จะมากขนาดไหน
เราจะไม่ละทิ้ง  ยิ้มน้อยๆ ในใจ
และเตือนใจตัวเองว่า
ทุกข์นี้คือปุ๋ยแห่งชีวิต
เป็นยาบำรุงหัวใจเราให้แข็งแรง
เราจะรักษาสุขภาพใจดี
ทำดีด้วยใจดี  มีความสุขใจ


จากหนังสือยิ้มน้อยๆ ในใจ  โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
33  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ญาณทัศนะ กับ สมาธิ เกี่ยวข้องกันอย่างไรครับ เมื่อ: เมษายน 25, 2011, 07:55:56 AM
เวลาฝึกสมาธิ  มักจะได้ยินว่า ทำเพื่อให้เกิด ญาณทัศนะ
อยากทราบว่า ญาณทัศนะ คือ อะไร เกี่ยวกับสมาธิอย่างไรครับ

 :c017:
34  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ในโลกนี้ มีใครไม่มีุทุกข์ บ้างครับ เมื่อ: เมษายน 22, 2011, 08:01:03 AM
ในโลกนี้ มีใครไม่มีุทุกข์ บ้างครับ

 แล้วจะสิ้นทุกข์ได้อย่างไร

  ขอบเขตของความทุกข์ กับ การสิ้นทุกข์ในพระพุทธศาสนานั้น มีอย่างไรครับ ผมเองยังไม่ค่อยจะเข้าใจเลยครับ

 :91:
35  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เริ่มแล้วมาตราการเข้ม ห้ามเด็กออกจากบ้านหลัง 4ทุ่ม เมื่อ: มกราคม 16, 2011, 10:47:59 AM


16 ม.ค. 54  รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ที่ สน.หัวหมาก  พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. ได้ออกมาเปิดเผยถึงการดำเนินงานตามนโยบายกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ห้ามเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกจากบ้านหลังเวลา 22.00 น. โดยไม่มีเหตุอันควร ผ่านผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์ว่า
ทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าตรวจสอบ แหล่งเสี่ยงที่เป็นที่มั่วสุมต่างๆ ที่อยู่รอบบชน. อาทิ เช่น ร้านยาดอง ร้านเกม รวมไปถึงร้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากการลงพื้นที่ดังกล่าวสามารถจับกุมร้านยาดองทที่ทำผิดกฎหมาย พร้อมของกลางได้เกือบ 100 แห่ง
ส่วนพื้นที่เสี่ยงที่เป็นร้านเกมนั้น ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ในท้องที่ต่างๆ เข้มงวดกวดขันทำความเข้าใจให้ดำเนินการป้องกันไม่ให้มีเยาวชนหลงเหลืออยู่ใน ร้านหลังเวลา 22.00 น. เพราะเด็กเยาวชนอาจถูกทำร้าย เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
“เหตุที่ทางตำรวจเริ่มกวาดล้างร้านยาดองก่อนนั้น  เนื่องจากเหล้ายาดองหาซื้อดื่มกินได้ง่าย ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีเยาวชนหันมาซื้อเหล้ายาดองมากขึ้น เมื่อมีการหาซื้อได้ง่ายมีการดื่มกินจนมึนเมาสิ่งที่ตามมาคือการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย ทำให้บาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต ถือว่าเป็นปัญหาอาชญากรรม ทำให้สังคมไม่มีความสงบสุข และเชื่อการตรวจสอบดังกล่าวเป็นอีกทางที่จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมลงได้”
นอกจากนี้ รอง ผบช.น. ยังได้กล่าวต่ออีกว่า แม้การกวาดล้างร้านยาดองครั้งนี้  ไม่พบมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี มาใช้บริการก็ตาม แต่ต่อไปจะซุ่มตรวจสถานที่สุ่มเสี่ยง อาทิ โต๊ะสนุ๊กเกอร์ ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเกม  และสถานบริการต่างๆ กันไปต่อเนื่อง
ซึ่งหลังจากมีมาตราการดังกล่าวออกมา ก็มีเสียงตอบรับในทางที่ดีจากผู้ปกครองจำนวนมาก เพราะบางครั้งผู้ปกครองก็ไม่สามารถบังคับบุตรหลานได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วยก็ทำได้ง่ายขึ้น พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าว

FWD mail


36  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 10 วิธีเพื่อลดความเครียด และเพิ่มพลังใจให้กับตัวเองภายในห้านาทีมาฝาก เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 01:40:56 PM

ใน แต่ละวันเรามีภาระหน้าที่มากมายจนบางครั้งไม่มีเวลามากพอที่จะทำทุกสิ่ง ทุกอย่างให้เสร็จภายในวันเดียว แต่อย่ากังวลใจไปเลย วันนี้เรามี 10 วิธีเพื่อลดความเครียด และเพิ่มพลังใจให้กับตัวเองภายในห้านาทีมาฝาก

1. จัดเตียง การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำอะไรที่เป็นพิธีการเล็กน้อย จะสามาถรช่วยให้เราเกิดความสงบใจจิตใจ

2. หยิบขนมติดตัวก่อนออกไปทำงาน อาจ จะเป็นผลไม้ เช่นกล้วย แอปเปิ้ล หรือองุ่น หรืออาจจะเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ เช่น ถั่ว ด้วยวิธีการนี้ทำให้ยามบ่ายที่น่าเบื่อ เราไม่จำเป็นต้องไปหาของว่างไม่มีประโยชน์ในร้านค้าต่าง ๆ เพราะเรามีอาหารสุขภาพดีติดตัวมาแล้ว

3. ทำความสะอาดโต๊ะ เราอาจไม่สามารถทำความสะอาดให้เสร็จภายในห้านาที แต่การจัดเก็บสิ่งของบนโต๊ะเล็ก ๆ น้อย ๆให้เป็นที่เป็นทาง เราก็จะรู้สึกได้ถึงความเบาสบายภายในจิตใจ อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดสมาธิในงานที่กำลังทำอีกด้วย

4. ฟังเพลง หลาย ๆ งานวิจัยสนับสนุนว่า การฟังเพลงช่วยให้ลดความเความดันโลหิต ลดความเครียด และช่วยให้อารมณ์ดี และการฟังเพลงที่ดีก็ยังสามารถช่วยเปลี่ยนทัศนะคติเราได้อีกด้วย

5. สูดกลิ่นมะนาว นัก วิจัยญี่ปุ่นพบว่า ลินาลูล ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบในมะนาว สามารถช่วยต่อต้านเชื้อโรค และช่วยลดความเครียดได้ นอกจากมะนาวแล้วยังมี ใบกะเพรา สน และลาเวนเดอร์ ที่สามารถช่วยลดความเครียดได้เช่นกัน

6. ยืดเส้นยืดสาย แม้ว่าเราจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะ แต่แค่เพียงบิดขี้เกียจหน้าโต๊ะทำงาน หรืออาจจะลุกเดินไปมาก็จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มการยืดหยุ่นของร่างกาย

7. นั่งสมาธิ การนั่งสมาธิ และการหายใจลึก ๆ จะช่วยให้ผ่อนคลายและช่วยให้จิตใจสงบ การนั่งสมาธิเพียงสองสามนาทีต่อวันก็ช่วยลดความเครียดได้

8. เขียนบันทึกของทุกวัน ใช้เวลาหนึ่งนาทีของทุกวันเขียนของคุณสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เป็นวิธีการง่าย ๆ เพื่อระบายความเครียดจากสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ การจราจร หรือแม้แต่ปัญหาในห้นาที่การงาน การต่อว่าให้กับสิ่งต่างๆ จะทำให้เกิดความรู้สึกลบ แต่การกล่าวขอบคุณสิ่งต่าง ๆ จะทำให้เรามีทัศนคติทางบวกต่อชีวิต

9. ปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคเสียบ้าง การมีชีวิตอยู่บนโลกไร้สายนี้ ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องติดต่อกับคนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา การอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ตลอดทั้งวันสามารถทำให้ทำลายพลังงานในตนเรา และปลุกเร้าความเฉื่อยได้ ดังนั้นการปิดการติดต่อทั้งจากโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนต เสีบบ้างจะช่วยให้ผ่อนคลาย ไม่ล่อยลอยไปกับสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะเวลาก่อนที่จะเข้านอน

10. จัดลำดับความสำคัญของงาน เราอาจรู้สึกดีที่มีงานมากมายให้เราคิด แต่การสร้างรายการ ลำดับงานก่อนหลังจะช่วยให้ลดความกดดัน และหลีกเลี่ยงการผลัดวันประกันพรุ่ง การจัดลำดับงานที่จะต้องทำให้เสร็จ จะช่วยให้เรามองเห็นลำดับการพัฒนาของงานที่เรากำลังทำ

ชอบวิธีไหนก็ลองเอาไปปรับใช้ หากเลือกวิธีไหนไม่ถูกก็ลองวันละวิธี ได้ผลอย่างไรเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ
37  กรรมฐาน มัชฌิมา / เกี่ยวกับ วัด พระสงฆ์ พระธาตุ พระเครื่อง / หลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ แห่งวัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 06:40:21 PM
ประวัติ หลวงพ่อกลั่น


ยุคต้นรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศักราช 2390 ปีมะแม ณ ต.อรัญญิก อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ครอบครัวหนึ่งซึ่งมีฐานะยากจนได้ให้กำเนิดเด็กชายผู้มีบุญมาเกิด นามว่า "กลั่น" ซึ่งอนาคตกาลท่านคือพระเถระผู้เลื่องชื่อในบุญญาภินิหาร และเมตตาจิตที่มีต่อสรรพสัตว์นานัปการ

หลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ แห่งวัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา ในสมัยเด็กท่านต้องทำงานเลี้ยงพ่อแม่ด้วยการรับจ้างทั่วไป และต้องต่อสู้เพียงลำพังคนเดียว ทำให้ท่านเป็นคนเข้มแข็งเด็กเดี่ยว จนกระทั่งมีอายุได้ 27 ปี ท่านจึงตัดสินใจบวชเป็นพระ ณ วัดประดู่ทรงธรรม ได้ฉายาว่า "ธมฺมโชติ"

เมื่อจำพรรษาอยู่ที่วัดประดู่ทรงธรรม หลวงพ่อกลั่นได้ศึกษาพระธรรมวินัย และเรียนรู้เรื่องวิชาคาถาอาคม ตลอดจนสมุนไพร การแพทย์แผนโบราณจนแตกฉาน เมื่อฝึกฝนวิชาต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญแล้ว จึงได้ออกธุดงค์ไปทั่วป่าเขาลำเนาไพรเผชิญสัตว์ร้ายนานาชนิด คราวหนึ่งท่านได้เดินทางกลับจากออกธุดงค์ มาถึงวัดพระญาติการามในเวลาค่ำ ท่านพิจารณาว่า วัดนี้เงียบสงบดี เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม สามารถเจริญสมาธิและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้สะดวก ท่านจึงได้ปักกลดพักอยู่ที่บริเวณวัดในคืนนั้น

"วัดพระญาติการาม" เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีราว พ.ศ. 2100 เดิมเรียกว่า "วัดพบญาติ" ซึ่งมีตำนานเล่าว่า สมัยกรุงศรีอยุธยามีหมู่บ้านด้านทิศตะวันออกของเมืองหมู่บ้านหนึ่ง ที่ลูกสาวชาวบ้านของที่นี่มักมีผิวพรรณดี หน้าตาสวยงาม ความเรื่องนี้ทราบไปถึงพระกรรณของพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์จึงเสด็จประพาสมายังหมู่บ้านแห่งนี้ พร้อมด้วยข้าราชบริพาร และทรงพอพระทัยบุตรสาวของชาวบ้านคนหนึ่ง จึงเอ่ยพระโอษฐ์ขอรับอุปถัมภ์ค้ำชูหญิงสาวคนนั้น ผู้เป็นพ่อแม่ก็ยินดียกบุตรสาวถวายให้

เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จฯ กลับพระราชวังแล้ว จึงมอบให้อำมาตย์นำคานหามมารับหญิงสาวคนนั้น เมื่อนางจะไปก็ได้สั่งบอกพ่อและแม่ไม่ให้มีความห่วงใย อีกไม่นานจะกลับมาเยี่ยม ขณะขบวนคานหามเดินทางกลับ พวกญาติของหญิงสาวได้ไปดักรอพบเพื่อล่ำลา นางจึงได้พบญาติตรงบริเวณนั้น จนเมื่อนางได้ตำแหน่งมเหสีแล้ว จึงเสด็จฯ มาเยี่ยมญาติในหมู่บ้านเดิม และโปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นตรงบริเวณที่ญาติ ๆ มารอดักพบ ตั้งชื่อว่า "วัดพบญาติ" ต่อมาจึงกลายเป็น "วัดพระญาติการาม" ในเวลาต่อมา

ย้อนกลับไปถึง "หลวงพ่อกลั่น" เมื่อธุดงค์มาพักที่วัดพระญาติฯ รุ่งเช้าก็มีชาวบ้านมาตักบาตร ขณะรับบาตรอยู่หลวงพ่อกลั่นมองไปทั่วบริเวณวัด เห็นมีสุนัข แมว และนก กา อาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งสัตว์พวกนี้คล้ายมารอคอยอาหารด้วยความหิวโหย หลวงพ่อกลั่นเป็นพระที่มีเมตตาจิตสูง ท่านจึงนำข้าวที่ชาวบ้านใส่บาตรให้มาแบ่งโปรยให้ทานสัตว์เหล่านั้นได้กินจน อิ่ม จากนั้นท่านจึงฉันเช้า ท่านปฏิบัติเช่นนี้ทุกวันเป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านที่มาตักบาตรเห็นวัตรปฏิบัติของท่านน่าเลื่อมใส ศรัทธา จึงนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาที่วัดพระญาติฯ ซึ่งหลวงพ่อกลั่นก็ยินดี เพราะท่านพิจารณาแล้วว่า วัดแห่งนี้สงบไม่มีคนพลุกพล่าน มีพระจำพรรษาเพียงไม่กี่รูป บริเวณวัดร่มครึ้ม เป็นป่าสะแก มีต้นไม้ใหญ่เยอะ เหมาะแก่การจำศีลภาวนา ประกอบกับท่านเป็นพระที่ชอบสันโดษ ชอบอยู่อย่างง่าย ๆ เล่ากันว่า ท่านไม่ค่อยพิถีพิถันยึดติดกับอะไรมากนัก ในกุฏิของท่านจึงไม่มีสมบัติพัสถานที่มีค่า มีเพียงสื่อผืนหมอนใบ แถมอัฏฐบริขาร เครื่องนุ่งห่มก็มีอยู่ชุดเดียว ซึ่งเก่าคร่ำคร่า

มีเรื่องเล่าถึงหลวงพ่อกลั่นอีกว่า ทุกเช้าหลังจากบิณฑบาตกลับมาแล้ว ท่านจะต้องโปรยข้าวส่วนหนึ่งให้นก กา หมา ไก่ และลิง ที่ออกมาคอย ให้ได้กินจนอิ่มทั่ว ชาวบ้านละแวกวัดจะได้เห็นหลวงพ่อกลั่นเดินอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์อยู่เป็น ประจำทุกวัน ชาวบ้านและเณรในวัดจึงพากันสงสัยว่าทำไมสัตว์จึงชอบเดินตามท่าน เมื่อสงสัยจึงมีการทดลอง สอบหาความจริง โดยในวันหนึ่งเมื่อหลวงพ่อกลั่นไม่อยู่ ได้มีพระรูปหนึ่งแอบนำผ้าเหลืองของหลวงพ่อกลั่นมาปลอมเป็นหลวงพ่อทุกอย่าง แล้วทำเป็นเดินขึ้นมาจากเรือคล้ายว่าเพิ่งกลับจากวัด เมื่อเดินผ่านสัตว์ต่าง ๆ ที่เคยได้ข้าวและอาหารจากหลวงพ่อ สัตว์เหล่านั้นก็เฉย ๆ เพราะจำได้ว่าไม่ใช่หลวงพ่อ เป็นเพราะความเมตตาที่แผ่ออกมา ทำให้สัตว์เหล่านั้นจดจำหลวงพ่อได้เป็นอย่างดี เพราะพวกมันสัมผัสรู้ได้

หลวงพ่อกลั่นเมื่อได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระญาติฯ ทุก ๆ เช้าเมื่อออกบิณฑบาต พระสงฆ์ในวัดจะต้องพายเรือไปตามลำน้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมารอตักบาตรทั้ง 2 ฝั่ง และชาวบ้านจะรู้ว่าเรือลำไหนเป็นของหลวงพ่อกลั่น เพราะจะมีจุดสังเกตคือ เรือของหลวงพ่อจะมีสีดำสนิท ปกคลุมตั้งแต่หัวเรือไปจรดกลางลำเรือ สีดำเหล่านั้นก็คือ "อีกา" นับสิบ ๆ ตัวที่มาเกาะเรือของหลวงพ่อ แล้วเวลาชาวบ้านมาลงตักบาตรแก่หลวงพ่อ "อีกา" ทั้งฝูงจะบินวนรอบ ๆ เรือไม่ไปไหน พอชาวบ้านตักบาตรเสร็จมันก็บินกลับมาเกาะเรือเหมือนเดิม ส่วนอาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายหลวงพ่อเต็มลำเรือนั้น เหล่าอีกาไม่แตะต้องเลย

และพอเรือมาถึงวัด หลวงพ่อจะให้ลูกศิษย์ขนสำรับขึ้นไปก่อน ตัวท่านจะอุ้มบาตรมาทีหลัง และจะมีอีกาอีกฝูงหนึ่งคอยรอรับท่านอยู่หน้าวัด มันจะบินรุมล้อมหน้าล้อมหลังเป็นกลุ่ม แทบไม่เห็นองค์หลวงพ่อ เมื่อได้เวลาฉันหลวงพ่อจะจัดแบ่งอาหารเป็นหมวดหมู่ เตรียมให้อีกา หมา และแมว อีกาฝูงใหญ่จะคอยรอท่าอยู่ห่าง ๆ พอหลวงพ่อนั่งเรียบร้อย เมื่อเปิดฝาบาตรจะลงมือฉัน อีกาทั้งฝูงก็จะกระโดดไปที่กองอาหารแล้วลงมือจิกกินทันที

หลวงพ่อกลั่นท่านสื่อภาษาสัตว์กับอีกาเหล่านั้นได้ เพราะบางครั้งที่มันแย่งอาหารจิกตีกัน หลวงพ่อจะพูดด้วยเสียงเบา ๆ อีกาก็หยุดตีกันทันทีแล้วค่อย ๆ กินอย่างสงบ

.เรื่องราวของหลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ ภิกษุผู้มีความมหัศจรรย์อันประกอบไปด้วยเมตตาธรรม สามารถสื่อภาษาสัตว์ได้เข้าใจ หลวงพ่อท่านนี้เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ท่านมักแสดงอภินิหารให้ใครหลายคน ได้ประจักษ์หลายต่อหลายเรื่อง เช่นว่ามีอยู่คราวหนึ่งอยู่ในช่วงออกพรรษา ซึ่งพระสงฆ์ตามวัดต่างๆนิยมออกธุดงค์เพื่อแสวงหาความสงบวิเวก และเพื่อโปรดพุทธบริษัทที่อยู่ในชนบทห่างไกลในถิ่นกันดาร หลวงพ่อกลั่นพร้อมด้วยคณะลูกศิษย์ท่านก็ออกธุดงค์เช่นกัน โดยตั้งใจจะไปนมัสการพระเจดีย์ในเมืองพม่า เมื่อคณะของหลวงพ่อรอนแรมเดินทางมาถึงแม่น้ำสะโตง ซึ่งกว้างใหญ่มาก แต่หาเรือแพข้ามฟากไม่ได้ หลวงพ่อกลั่นจึงต้องหาทางข้ามด้วยตัวเอง

หลวงพ่อกลั่นจึงสั่งให้พระภิกษุที่ร่วมธุดงค์กับท่านเอาผ้าผูกตาให้หมดแล้ว เกาะจีวรตามท่านเป็นแถวเรียงหนึ่ง มีข้อห้ามคือไม่ให้พูดจากัน พอถึงฝั่งแม่น้ำฟากนั้นจึงบอกให้เอาผ้าผูกตาออก และน่าอัศจรรย์ที่พระแต่ละรูปไม่มีใครที่จีวรเปียกน้ำเลย และยังไม่มีใครรู้อีกว่า หลวงพ่อท่านพามาโดยวิธีใด อีกครั้งหนึ่งคือเมื่อคราวที่หลวงพ่อและพระลูกวัดพระญาติฯ รับกิจนิมนต์ไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ครั้นใกล้เวลาที่เขานิมนต์ปรากฏว่าฝนตั้งเค้าทำท่าจะตก พระที่เดินทางไปกับหลวงพ่อเตือนให้ท่านรีบไปจะได้กันฝน แต่หลวงพ่อกลับบอกให้พระเหล่านั้นไปก่อนล่วงหน้า ส่วนท่านจะตามไปทีหลัง และพอท่านออกจากวัดฝนก็ตกไล่หลังท่านเรื่อยไปจนถึงบ้านงาน แต่ตัวท่านกลับไม่เปียกฝนเลย

และยังมีเรื่องเล่าถึงอภินิหารของหลวงพ่อกลั่นกันปากต่อปากว่า ในครั้งหนึ่งเมื่อสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นที่คลองข้างวัดของท่านมีปลา ปักเป้าชุกชุม ลูกศิษย์วัดมาลงอาบน้ำจะถูกปลาปักเป้ากัดบ่อยๆ เดือดร้อนหลวงพ่อต้องหายามารักษา อยู่มาวันหนึ่งหลวงพ่อได้สั่งให้เด็กลงเล่นน้ำ เพื่อล่อให้ปลาปักเป้ากัด ปลาปักเป้าก็กัดติดเนื้อเด็กอย่างไม่ปล่อย แต่เด็กที่เป็นเหยื่อล่อปลากลับไม่มีบาทแผลซักคน จากนั้นหลวงพ่อจึงเอาปลาเหล่านั้นใส่ลงไปในถังน้ำ แล้วเอามือจุ่มลงไปในถัง คนอยู่พักเดียวก็เอาปลาไปปล่อยริมคลองหน้าวัดเหมือนเดิม และเป็นที่อัศจรรย์คือตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีเด็กวัดถูกปลาปักเป้ากัดอีกเลย

หลวงพ่อกลั่นท่านเชี่ยวชาญวิชาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นวิชาฟันดาบหรือต่อสู้ ด้วยเพลงอาวุธแบบโบราณ และยังมีวิชาด้านอื่นที่ขลังและศักดิ์สิทธิ์อีกมาก จนบางครั้งมีคนมาขอพบเพื่อลองวิชา ซึ่งหลวงพ่อท่านก็รู้ด้วยญาณของท่านว่าคนๆนี้มาลองดีกับท่าน เพราะอยากรู้ว่าหลวงพ่อกลั่นจะแน่จริง

เหมือนกิตติมศักดิ์ที่ร่ำลือกันหรือไม่ คราวหนึ่งได้มีนักเลงคนหนึ่งมาขอลองวิชากับหลวงพ่อด้วยปืนยาว หลวงพ่อก็ยินดีให้ทดสอบโดยโยนผ้าให้ยิง นักเลงผู้นั้นก็เหนี่ยวไกปืนยิงไม่ยั้ง แต่สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงไกปืนกระทบกับลูกกระสุนเท่านั้น ไม่มีเสียงระเบิดแต่อย่างใด คนลองดีถึงกับตะลึง แปลกใจแล้วพอหันกระบอกปืนยิงขึ้นฟ้า ลูกปืนกลับระเบิดเสียงดังสนั่น หลวงพ่อกลั่นบอกให้นักเลงผู้นั้นลองยิงอีกครั้ง ท่านก็โยนผ้าขึ้นฟ้า พอนักเลงผู้นั้นลั่นกระสุนออกไปก็ได้ยินเสียง "แชะ ๆ ๆ" เช่นเดิม ลูกปืนไม่ระเบิด

นักเลงต่างถิ่นถึงกับก้มกราบหลวงพ่อกลั่นด้วยความศรัทธา และเป็นที่โจษขานกันทั่วอยุธยา

หลวงพ่อกลั่นท่านยังมีวิชาลูกเบา หรือวิชาชาตรี ซึ่งเป็นวิชาอยู่ยงคงกระพันวิชาหนึ่งขอท่าน วิชาลูกเบาหรือวิชาชาตรีไม่มีการสักอักขระยันต์ แต่มีการชักยันต์ซึ่งมีบทคาถาแขกภาวนา ในขณะที่ศิษย์ได้รับการถ่ายทอดจากครู อาจารย์ จะโดนทุ่มด้วยของหนัก เช่น ก้อนหินที่มีน้ำหนักมากๆ อย่างหินลับมีด แต่ผู้ที่ได้รับการครอบวิชาจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนทุ่มด้วยของเบาๆ แต่ถ้าไม่ได้เรียนวิชานี้มา ถ้าโดนทุ่มขนาดนี้อาจจะคอหักตาย ผู้ที่มาขอฝากตัวเป็นศิษย์จึงโดนทุ่มด้วยก้อนหินเป็นการขึ้นครูทุกคน

อำนาจจิตของหลวงพ่อกลั่นนั้นมากมาย เรื่องนี้หลวงพ่ออั้นอุปัฏฐาก หลวงพ่อกลั่นได้เล่าให้ลูกศิษย์ฟังถึงครั้งที่เรียนวิปัสสนากรรมฐานกับหลวง พ่อกลั่นว่า ขณะที่เรียนกรรมฐานนั้นหลวงพ่อกลั่นได้ให้หลวงพ่ออั้นไปนั่งปฏิบัติในโบสถ์ ขณะนั่งอยู่หลวงพ่ออั้นมองเห็นหลวงพ่อกลั่นจากในนิมิตว่า เห็นท่านเดินจากกุฏิมานั่งอยู่ตรงหน้า คอยสั่งสอนว่าผิดตรงไหนควรทำอะไร อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องแปลกเพราะหลวงพ่ออั้นท่านก็รู้ว่า หลวงพ่อกลั่นท่านอยู่บนกุฏิ กำลังคุยเรื่องธุระกับญาติโยมที่มาหาท่าน แต่ท่านก็ยังแบ่งร่างมาสอนหลวงพ่ออั้นในโบสถ์ได้

หลวงพ่อกลั่นมรณภาพเมื่อ พ.ศ.2477 เล่ากันว่าในวันที่หลวงพ่อจะมรณภาพ อีกานับร้อยพันตัวมาออกันทั่ววัด ส่งเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ พอหลวงพ่อสิ้นลม อีกาเหล่านั้นเงียบเสียงเป็นปลิดทิ้ง แล้วโผบินจากไปเป็นกลุ่มๆ ครั้นพอถึงวันฌาปนกิจร่างหลวงพ่อกลั่นรุ่งขึ้นมีการทำบุญอัฐิ อีกาของหลวงพ่อก็กลับมาอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย พวกมันบินมาเกาะที่เชิงตะกอน และบริเวณลานวัด จากนั้นก็พากันบินวนไปรอบๆอยู่ 3 รอบ และตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นอีกาที่วัดพระญาติการามอีกเลย

ขอบคุณที่มา

http://www.khwunchai.is.in.th/?md=content&ma=show&id=4
38  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / น้ำใบบัวบก ทำตาใสปิ๊งงงงงงงง เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 02:21:51 PM
น้ำใบบัวบก ทำตาใสปิ๊งงงงงงงง       

อย่าเข้าใจว่า ใบบัวบก มีไว้ แก้ช้ำใน อย่างเดียว เพราะสรรพคุณทางยาตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในผักใบเขียว ใบบัวบก ยังมีอีกเพียบ อาทิ บำรุงสายตา บำรุงสมอง ควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมัน ช่วยชะลอความแก่

   อย่าเข้าใจว่า ใบบัวบก มีไว้ แก้ช้ำใน อย่างเดียว เพราะสรรพคุณทางยาตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในผักใบเขียว ใบบัวบก ยังมีอีกเพียบ อาทิ บำรุงสายตา บำรุงสมอง ควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมัน ช่วยชะลอความแก่ ช่วยป้องกันร่างกายด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย แก้ช้ำใน บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ขับปัสสาวะ แก้อาการเริ่มเป็นบิด ท้องร่วง เป็นยาขจัดเลือดเสีย แก้โรคผิวหนัง แก้พิษงูกัด ระดูขาว ดับพิษไข้ แก้อาเจียนเป็นเลือด และดีซ่าน เป็นต้น
 
      บัวบก เป็นพืชปลูกง่าย มีประวัติการใช้ประโยชน์ทางยามานาน มีใช้ทั้งในตำราอายุรเวทของประเทศจีนและแพทย์แผนไทย พบมากในประเทศแถบยุโรป แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา พบว่า ส่วนสำคัญที่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่ที่ ส่วนของใบและราก
 
     เมนูสุขภาพทำได้ไม่ยากมาให้ลอง เมนูที่ว่าคือ น้ำใบบัวบก เตรียมส่วนผสม 3 อย่างคือ ใบบัวบก 10 กรัม, น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม และน้ำเชื่อม 15 กรัม น้ำเชื่อมจะใส่มากใส่น้อย หรือไม่ใส่ก็ตามชอบ
 
 มาถึงวิธีทำ ล้างใบบัวบกให้สะอาด นำใส่เครื่องปั่นเติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย แล้วปั่นจนละเอียด คั้นกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อมปรุงรสตามใจชอบ

เมนูอร่อยเพื่อสุขภาพ ท้าให้ลอง...

(ที่มาข้อมูล...นสพ.เดลินิวส์)
39  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ยามวิกาล นับเวลาตั้งแต่ ตอนไหนครับ เมื่อ: ธันวาคม 17, 2010, 10:18:07 AM
เวลาวิกาล ในหลักพระพุทธศาสนา นับเวลาตั้งแต่เวลาเท่าใด ถึง เท่าใด

 :25:
40  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แบบทดสอบ ครอบครัวชาวพุทธ กับความรักอันธรรมดา เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 02:37:28 PM
รักหมดใจ หรือ ใจหมดรัก
รักหมดใจ หรือ ใจหมดรัก

"รักหมดใจ" หรือ "ใจหมดรัก" คำสองคำเขียนเหมือนกันแค่สลับที่ ทว่าความหมายแยกห่างออกจากกันคนละขอบฟ้า ร้อยทั้งล้านไม่มีหัวใจของมนุษย์ดวงไหนอยากให้เป็น จาก รักหมดใจ แล้วอยู่ดี ๆ ใจจะหมดรัก ไปเสียดื้อ ๆ

"รัก" เป็นเรื่องของการยอม ไม่ใช่เหตุผล ทั้ง "รัก" แต่ก็ไม่มากพอที่จะเปลี่ยนแปลง และอีกร้อยคำอ้างของคนบางคนที่ปรารถนาให้คนรักเปลี่ยนแปลงไปตามใจต้องการ ลืมแล้วหรือไร เคยรักเพราะอะไรจากที่เคยทำกลับไม่ทำ จากที่เคยจำกลับไม่จำ เพราะกายเดิมของเขาหรือใจของเรากันแน่ที่แปรเปลี่ยน อย่าเกี่ยงภาระของหัวใจกันอยู่เลย

1. คุณกับเขาออกไปห้างสรรพสินค้าด้วยกัน แล้วเพื่อนของเขาโทรฯมาชวนแฟนคุณไปเที่ยว เขาของคุณจะ....

ก. ทิ้งคุณไปหาเพื่อน
ข. ปฏิเสธเพื่อนทันที
ค. อยู่กับคุณก่อน แล้วค่อย ๆ แยกตัวไป

2. เขาชวนคุณไปทำธุระเป็นเพื่อนเขา แต่คุณไม่ว่างเลยปฏิเสธเขาไป เขาของคุณจะ....

ก. บอกคุณว่าไม่เป็นไรต่างคนต่างทำธุระให้เสร็จ
ข. โกรธอย่างแรง ถึงขั้นเลิกคบ
ค. บังคับให้ไปก็ต้องไป ห้ามปฏิเสธ

3. คุณและเขามีนัดกัน แต่เขากลับลืมซะอย่างนั้น มีหรือคุณจะไม่ต่อว่า เขาของคุณจะ....

ก. ไม่สนใจ
ข. เขาบอกคุณว่า "ผมมีสิทธิทำอะไรก็ได้"
ค. ขอโทษ ขอโทษ และคำสุดท้ายไม้ตาย "ขอโทษ"

4. คุณช้อปแหลกแหกสะบัด เลยโทรฯ ขอความช่วยเหลือกล้ามเป็นมัด ๆ ของเขามาเป็นแขนแทนให้คุณ เขาของคุจะ....

ก. ไม่ว่าง บอกให้คุณถือของกลับมาเอง
ข. บอกให้คุณรอสักพัก เดี๋ยวไปรับ
ค. ถามทันทีว่าอยู่ไหน แล้วตรงปรี่มาใช้กล้ามแขน นี้ที่คุณต้องการ

5. ยามพบเจอกับปัญหา ต้องการเพียงคนปลอบใจ คนนั้นไม่ใช่คือ "เขาของคุณ" แล้วเขาจะ.....

ก. ไม่สบายใจตามคุณ และไม่รอช้ารีบรี่หาคุณทันใด
ข. เหนื่อยกับงานมาก ปวดหัวเหลือเกินวันนี้ ขอไม่รับฟังเรื่องเครียดจากคุณจะได้ไหม
ค. ยุ่งอยู่ ทว่าก็รับฟัง เพียงคำปลอบใจสั้น ๆ ที่เขาให้

6. ถ้าคุณทำของรักของหวงในชีวิตของเขาเสียหาย โถ ใครจะตั้งใจให้มันเกิดขึ้น เขาของคุณจะ....

ก. โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ด่าไม่ไว้หน้าใคร แม้กระทั่งหน้าคุณ
ข. โมโหไม่ใช่น้อย แต่ก็พอให้อภัย เพราะคุณไม่ได้ตั้งใจทำ
ค. ไม่เป็นไร ให้อภัยได้ แต่ไม่ลืมกำชับคุณให้ระวังบ้างก็ดี

7. เขามักจะยืมโทรศัพท์ของคุณไปใช้บ่อย ๆ แถมนานด้วย ยามคุณปริปากบ่น เขาของคุณจะ....

ก. รู้ตัว และจะไม่รบกวนอีกนะจ๊ะ
ข. ยืมของเขายังมาหาว่าเขางก แถมบอก "นิด ๆ หน่อย ๆ ทำเป็นบ่น"
ค. งอนไม่พอ โกรธซ้ำอีกต่างหาก

8. เมื่อมีเพศตรงข้ามแอบมองคุณ เขาของคุณจะ....

ก. ถามคุณว่าจะไปคบกับคนนั้นหรือเปล่า
ข. ออกจะภูมิใจมีแฟนดูดีขนาดนี้
ค. เตือนคุณให้แต่งตัวดี ๆ หน่อย (ความหมายแง่ลบหรือแง่บวกมิอาจรู้ได้เลย)

9. ในวันสำคัญ "วันเกิด" ของคุณ เขาของคุณจะ....

ก. ไม่เคยลืมที่จะมีของขวัญ
ข. อ้าววว!!! วันนี้เหรอ แน่ใจนะ วันนี้วันเกิดคุณ
ค. ไม่เคยลืม แต่สภาพการเงินสิที่เปลี่ยนไป ไม่คล่องเหมือนเคย เลยไม่มีของขวัญ

10. คุณอวดทรงผมและสีผมใหม่ที่คุณเพิ่งทำเสร็จ สวยพริ้ง (ในสายตาตัวเอง) แต่พอเขาเห็น เขาของคุณจะ

ก. เฉยมากถึงมากที่สุด
ข. ก็โอเค ไม่น่าเกลียดไม่น่ากลัว
ค. แม่ให้ออกจากบ้านด้วยเหรอ

พลิกฉลากดูอีกที ความรักที่คุณมีหมดอายุแล้วหรือยัง????

ตรวจคะแนนความสัมพันธ์

1. ก. = 2 ข. = 0 ค. =1
2. ก. = 0 ข. = 2 ค. =1
3. ก. = 2 ข. = 1 ค. = 0
4. ก. = 2 ข. = 1 ค. = 0
5. ก. = 0 ข. = 2 ค. =1
6. ก. = 2 ข. = 1 ค. = 0
7. ก. = 0 ข. = 2 ค. = 1
8. ก. = 2 ข. = 0 ค. = 1
9. ก. = 0 ข. = 2 ค. = 1
10.ก. = 2 ข. = 0 ค. =1

0-6 คะแนน

เขายัง "รักคุณหมดใจ" ไม่จืดจาง ทว่ากลับเป็นคุณที่ เป็นฝ่ายคิดเล็กคิดน้อย หยุมหยิม จุกจิก อยู่ฝ่ายเดียว คุณต้องกินวิตามินชื่อ ความไว้ใจ บ้างสักหน่อย บำรุงความรัก บำรุงใจตัวเอง ให้รักในความ ดีของเขา และความซื่อสัตย์แสนซนปนเซี้ยวที่เขามีให้คุณ ถนอมความหวานแล้วเจือจานความกลมกล่อมซึ่งกันและกัน สำรองไว้วันหน้าที่รักใกล้จืด

7-13 คะแนน

"รักไม่ใช่การครอบครองซึ่งกันและกัน" แต่คือความอิสระภายใต้พันธนาการ ที่มองไม่เห็น แต่เต็มใจ ทว่าของคุณอาจมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดบ้าอำนาจ นึกอยากครอบครอง และขี้ตู่ว่าความรักเข้ามา พอปิดประตูล็อกกุญแจแล้วจะไม่มีวันจากไป เขาอยากจะเป็นเจ้าของชีวิตคุณ โดยที่ลืมไปตั้งนานว่ารักรสชาติอย่างไร ทางเลือกของผู้ที่ประสบพบเจอกรณีแบบนี้พอมี นั่นคือจะเดินจากและยอมเจ็บ แลกกับกรรมสิทธิ์ชีวิตของคุณที่คุณคือผู้เดียวที่ครอบครอง หรือทนอยู่ต่อไป แค่ใจไม่กล้าเปลี่ยนแปลง

14-20 คะแนน

"ใจมันหมดรัก" ถ่านหมดกลางคัน ไขลานก็ไม่ไปต่อ ที่ทำได้ดีที่สุดคือทิ้งมันซะไอ้ก้อนใจที่คุณเคยถือไว้ ก่อนมันจะเลอะสนิมคามือ เป็นบาดทะยักตายพอดี ออกไปจากชีวิตของกันและกัน หันหลังแล้วเอี้ยวตัวมายิ้ม ให้คนที่เคยรักคุณหมดใจ จากนั้นถึงเวลาปรับสภาพ ทำใจ และ ก้าวต่อไป ด้วยตัวเอง
หน้า: [1] 2