ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
  Messages   Topics   Attachments  

  Topics - ลำใย
หน้า: [1]
1  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ปฏิบัติภาวนากรรมฐาน ทำไม่ โชคไม่ดี อย่างที่เพื่อนชวนและบอกไว้คะ เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2012, 09:01:40 AM
ตอนที่เพื่อนมาชวนปฏิบัติ กรรมฐาน ภาวนา สมาธิ แล้ว บอกว่า ถ้าปฏิบัติ ภาวนา แล้วจะโชคดี ไปไหนก็จะโชคดี ปลอดภัย ก็ปฏิบัติมาตลอด 2 ปีแล้ว แต่ไม่รู้สึกว่า โชคดี เลยคะ ไปไหน ก็เจ็บเล็ก เจ็บน้อยเป็นประจำ

  สรุปแล้วปฏิบัติ ภาวนา กรรมฐาน นี้จะโชคดี จริง หรือ ไม่คะ

  :smiley_confused1: :c017:
2  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ลุงเบี้ยว ชายพิการทีมีเพียงแขน กับความสำเร็จในชีวิต เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2012, 12:00:01 PM


ลุงเบี้ยว ชายพิการทีมีเพียงแขน กับความสำเร็จในชีวิต

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการคนค้นฅน



ถึงแม้ว่าคนเราไม่อาจจะเปลี่ยนโชคชะตาฟ้าดินลิขิตได้ แต่เมื่อยังมีลมหายใจ และความอดทน ต่อให้มีอุปสรรคมากแค่ไหน เชื่อเลยค่ะว่า ทุกคนจะสามารถผ่านพ้นวิกฤติชีวิตและใช้ชีวิตอยู่ต่อได้อย่างมีความสุข.. เฉกเช่นเรื่องราวของ "ลุงเบี้ยว" ชายพิการวัย 59 ปี ที่รายการคนค้นฅนที่ได้นำมาเสนอให้ทุกคนได้ทราบกันในคืนวันนี้ (21 กุมภาพันธ์)



เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ลุงเบี้ยว หรือ สมจิตร ดวงตาคำ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการหาเงินมาประทังชีวิตให้กับทุกคนในครอบครัว แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อขาทั้งสองข้างที่ใช้ย่างก้าวเพื่อหาเลี้ยงชีพ กับต้องถูกตัดไป เนื่องจากประสบอุบัติเหตุหนำซ้ำภรรยาคู่ชีวิตที่อยู่กินกันมากว่า 20 ปี ก็ทิ้งไปโดยไม่ใยดี ทำให้ชีวิตของลุงเบี้ยว เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และเคว้งคว้างกับชีวิตที่ต้องไร้ขาเช่นนี้



แต่กระนั้นลุงเบี้ยวก็ไม่ย่อท้อ หรือหวั่นไหว เพราะลุงเบี้ยวเชื่อว่า "ตราบใดที่เรายังมีมืออยู่ทั้งสองข้างเราไม่อดตายแน่นอน เพราะเราก็ใช้มือที่เหลืออยู่นี่แหละทำงาน" ...เมื่อลุงเบี้ยวถูกภรรยาทิ้ง กลายเป็นชายพิการที่ต้องอาศัยอยู่คนเดียว แต่แล้วทางมูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย และทำให้ลุงเบี้ยวได้ศึกษาวิถีแห่งความพอเพียง เพื่อประกอบอาชีพหาเลี้ยงชีพต่อไป





ลุงเบี้ยวให้นำคำสอนที่ได้ มาทำงานด้านเกษตร โดยเฉพาะคำสอนจากพ่อหลวง ในเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" มา ประกอบอาชีพทั้งการปลูกผักปลอดสารพิษชนิดต่าง ๆ การเลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา ทำปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ ถึงแม้ว่าในการทำงานดูแลพืชผัก และสัตว์เลี้ยงนั้น ลุงเบี้ยวจะต้องนอนคว่ำอยู่บนเตียงคนพิการ และใช้แขนที่เหลือทั้งสองข้างทำงานทุกอย่าง แต่ลุงเบี้ยวก็ไม่ย่อท้อ มุมานะจนทำให้สวนแห่งนี้ กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทั่วไป นอกจาก นี้ลุงเบี้ยวยังได้เป็นวิทยาการรับเชิญจากสถานีวิทยุแม่โจ้ ในการให้ความรู้เรื่องการเกษตร อีกทั้งยังเป็นวิทยากรเวลามีแขกมาดูงานที่สวนของลุงเบี้ยวอีกด้วย



บรรดานักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงคนทั่วไป เมื่อได้เยี่ยมชม และศึกษาดูงานในสวนของลุงเบี้ยวแล้วนั้น ต่างก็ต้องอึ้งในความเพียร ความอดทน และความพยายาม ที่ลุงเบี้ยวมีเกินร้อย จนเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนต่อสู้ชีวิต และใช้ชีวิตอย่างพอเพียงต่อไป



ส่วนใครที่อยากทราบเรื่องราวของชีวิตลุงเบี้ยว และอยากได้แรงใจในการสู้ชีวิตต่อไป ก็อย่าลืมติดตามชมรายการ "คนค้นฅน" ตอน "ลุงเบี้ยว..สวนผักแห่งความเพียร" ในวันนี้ (21 กุมภาพันธ์) เวลา 22.30 น. เป็นต้นไป ทางโมเดิร์นไนน์ นะคะ




-http://hilight.kapook.com/view/67877-
3  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / อุจเฉททิฏฐิ กับ สัสสติทิฏฐิ มีผลอย่างไร ต่อการภาวนาบ้างคะ ทำอย่างไรให้พ้นจาก.... เมื่อ: มกราคม 22, 2012, 02:18:05 PM
อุจเฉททิฏฐิ กับ สัสสติทิฏฐิ มีผลอย่างไร ต่อการภาวนาบ้างคะ ทำอย่างไรให้พ้นจากทิฏฐิ ทั้งสองนี้ได้คะ


  :014: :c017:
4  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 80 วิธีการเรียกรอยยิ้มจากผู้อื่น ... ^^ เมื่อ: มกราคม 04, 2012, 11:02:33 AM


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          คน แปลกหน้า สำหรับบางคนอาจจะหมายถึงคนที่เราแค่ไม่รู้จัก แค่คนที่ไม่เคยคุยด้วย แต่สำหรับบางคนแล้ว อาจจะหมายถึงคนที่เราไม่อยากจะเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ คนบางคนอาจจะกลัวคนแปลกหน้า เลยปฏิเสธโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่า เพื่อนใหม่ของคุณนั้น อาจจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของคุณในอนาคตก็ได้ ดังนั้น จงอย่าปิดกั้นตัวเองจากคนแปลกหน้าเหล่านี้ และพร้อมที่จะรับพวดเขาเข้ามาในชีวิตคุณเสมอ วันนี้ กระปุกดอทคอม จึงมี 80 วิธีที่จะเรียกรอยยิ้มจากคนที่ไม่รู้จัก และ วิธีการทำความคุ้นเคยกับคนแปลกหน้า มาฝากกันค่ะ

          1. ยิ้มบ่อย ๆ
          2. เปิดประตูให้กับคนที่เดินมาตามหลัง
          3. จ่ายเงินให้คนที่เข้าแถวด้านหลัง
          4. เขียนการ์ดคำขอบคุณด้วยลายมือ และส่งไปให้กับคนที่เขาเคยช่วยเหลือคุณ
          5. ซักเสื้อผ้าเก่า ๆ และบริจาคให้คนที่เขาต้องการจริง ๆ
          6. กล่าวคำชมพนักงานเสิร์ฟ พนักงานแคชเชียร์ หรือใครก็ตามที่บริการคุณให้ผู้จัดการของพวกเขาได้รับรู้
          7. พยายามชมคนแปลกหน้าเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขา
          8. เขียนข้อความบนโพสท์อิท แล้วทิ้งข้อความนั้นในหนังสือที่อยู่ในห้องสมุด หรือสถานที่อื่น ๆ
          9. ช่วยผู้สูงอายุถือของ
          10. ส่งดอกไม้ไปให้ใครสักคนที่ไม่เป็นที่รู้จัก



           11  ไปเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลเด็กหรือบ้านพักคนชรา
          12 บริจาคเลือด
          13. ซื้อของขวัญให้กับเพื่อนบ้านใหม่เพื่อแสดงการต้อนรับ
          14. รู้จักแนะนำตัวเองกับคนแปลกหน้า
          15. ให้กำลังใจผู้อื่นผ่านสังคมออนไลน์
          16. เขียนจดหมายแสดงความขอบคุณ จ่าหน้าถึงเจ้าของกิจการ ผู้จัดการ หรือใครก็ตามที่คอยสนับสนุนคุณ
          17. จงเคารพคนอื่นในระดับเดียวกันกับที่คุณเคารพญาติผู้ใหญ่ของคุณ
          18. จงอดทนคนอื่นในระดับเดียวกันกับที่คุณอดทนน้องสาวคนเล็กของคุณได้
          19. แบ่งปันอาหารหรือขนมของคุณให้กับคนที่เขาไม่มี
          20. เข้าไปพุดคุยกับคนที่โดดเดี่ยว



           21. บอกเจ้านาย หรือ อาจารย์ว่าเขาทำงานได้ดีมาก และคุณก็รู้สึกสำนึกในบุญคุณของเขาหรือเธอที่ช่วยสั่งสอนคุณ
          22. ตกแต่งสถานที่หรือประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ที่ทำให้คนอื่นรู้สึกดี อย่างเช่น ตกแต่งบ้านของคุณในช่วงวันหยุด หรือสร้างสรรค์งานศิลปะ
          23. หากคุณได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดของใครสักคน จงเดินไปอวยพรวันเกิดให้เขา
           24. ลองถามหาคำแนะนำจากใครสักคนหนึ่ง
          25. ลองเอาคุ้กกี้มาที่ออฟฟิศและแจกทุกคนดูสิ
          26. แจกทิปให้กับพนักงานเสิร์ฟมากขึ้นอีกนิดเมื่อคุณรู้สึกว่าพวกเขาสมควรได้
          27. จงเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่คุณเชื่อ เพราะผู้คนเหล่านั้นจะมองเห็นความตั้งใจจริงของคุณ
          28. ทิ้งข้อความแสดงความขอบคุณให้กับแม่บ้านในออฟฟิศดูสิ
          29. ช่วยพนักงานแคชเชียร์หยิบของใส่ถุงตอนที่คุณกำลังจ่ายเงิน
          30. ลุกขึ้นแล้วเอาเก้าอี้ของคุณให้คนอื่นเมื่อเก้าอี้แถวนั้นไม่มีเหลือ



          31. หลีกทางให้คนที่มีของน้อยกว่าคุณได้จ่ายเงินก่อน ตอนที่คุณกำลังช็อปปิ้ง
          32. โบกมือให้กับเด็กน้อยที่อยู่ในรถคันต่อจากคุณ
          33. เผยแพร่ข่าวดี
          34. พูดถึงคนอื่นในแง่ดีหลาย ๆ ครั้งกับบุคคลที่ 3
          35. จดจำชื่อและที่อยู่ของคนอื่นอย่างแม่นยำ
          36. ตอนที่คุณได้สบตากับใครสักคน อย่าลืมยิ้มให้เขาด้วย
          37. เติมของที่คุณใช้ร่วมกับผู้อื่น อาทิ หยิบกระดาษมาเติมาใส่ในเครื่องถ่ายเอกสารเท่ากับจำนวนกระดาษที่คุณถ่ายเอกสารไป
          38. ให้คนอื่นมาอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันกับคุณในวันที่ฝนตก
          39. ตั้งใจฟังเมื่อใครกำลังเล่าเรื่องราวของเขาโดยที่ไม่ไปขัดจังหวะ
          40. เต้นรำกับคนที่ไม่มีใครขอให้เต้นรำด้วย



          41. ให้กำลังใจใครสักคนเมื่อเขาเล่าความฝันของเขาให้ฟัง โดยที่ไม่ต้องไปสนใจว่าฝันนั้นจะเล็กหรือว่าใหญ่
          42.  ถามสูตรเด็ดเคล็ดลับกับคนที่ชอบทำอาหาร
          43. ให้คนอื่นมากินเค้กหรือพิซซ่าชิ้นสุดท้าย
          44. ช่วยอุดหนุนน้อง ๆ ที่ขายของเป็นรายได้เสริม
          45. คอยทักคนอื่นเสมอ เมื่อเขาหรือเธอลดน้ำหนัก
          46. ทำอะไรเป็นพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกนิด เพื่อทำให้ชีวิตของคนอื่นง่ายขึ้น
          47. มีมารยาทที่ดี
          48. รับฟังเมื่อคนอื่นระบายความในใจและช่วยเขาหาวิธีการแก้ไข
          49.ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
          50 คอยดูคนอื่นโดยที่ไม่ไปตัดสินเขา



          51. พูดว่า ครับ/ค่ะ และ ขอบคุณ ติดเป็นนิสัย
          52. รู้จักให้อภัยและไม่โกรธ เช่น หากมีใครสักคนมาขับรถตัดหน้าคุณ คุณก็เพียงแค่ปล่อยให้เขาไป
          53. ทุก ๆ คนจะสังเกตเห็นได้หากคุณเชื่อมั่นในตนเองอย่างจริงจัง
          54 อย่าเครียดตลอดเวลา
          55 จงพยายามหลีกเลี่ยงความโลภ ความโกรธ และ ความไม่รู้
          56.พูดแต่ความจริง
          57. สอนให้คนอื่นรู้จักสร้างความแตกต่าง โดยทำให้คนอื่นดูเป็นตัวอย่าง
          58. ช่วยให้คนอื่นได้เป็นอิสระ
          59 ให้พื้นที่กับผู้อื่นเมื่อเขาต้องการ
          60. ปล่อยให้คนอื่นได้ร้องไห้บนไหล่ของคุณ



          61. สร้างแรงกระตุ้นเมื่อใครสักคนทำสิ่งที่ผิดพลาด
          62. ขอบคุณคนอื่นเมื่อเขาทำงานออกมาดี
          63. รู้จักเล่าเรื่องตลกขำขัน
          64. ฝึกฝนในสิ่งที่คุณทำ ทุก ๆ คนชอบความเป็นมืออาชีพ
          65.แพ็คของใช้จำเป็นและส่งไปให้ทหารที่กำลังปฏิบัติงาน
          66.เปลี่ยนวิธีการให้ของขวัญ โดยแทนที่คุณจะรับของขวัญจากคนอื่น ก็บอกให้เขาบริจาคเงินหรือของขวัญที่จะให้คุณไปให้คนที่เขาต้องการ
         67. เมื่อคุณเจอใครก็ตามที่ประสบปัญหายางรถยนต์แบน หรือว่าต้องการความช่วยเหลือ เพียงแค่หยุดรถของคุณแล้วลงไปถามเขาว่า คุณพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
          68.ใส่ความรู้สึกของคุณลงไปในสิ่งที่คุณทำ ทุก ๆ คน จะสังเกตเห็นความเป็นเอกลักษณ์
          69.ใช้เวลาของคุณสอนทักษะที่คุณเองรู้ดี



          70.ช่วย คนอื่นให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า อย่างเช่น ในที่ทำงานของคุณย่อมมี่เพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักที่อยากมีสุขภาพดี แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลองชวนเขาหรือเธอไปเดิน วิ่ง หรือเข้ายิมด้วยกัน
          71.ส่งอีเมลแสดงความขอบคุณไปให้ฝ่ายไอทีที่เขาเคยช่วยเหลือคุณ
          72.บริจาคอาหารให้การกุศล
          73.เป็น ปากเป็นเสียงให้กับคนอื่น มีหลาย ๆ ครั้งที่คนที่ไม่มีอำนาจต่อรอง คนไร้บ้าน หรือคนที่เป็นส่วนเกินของสังคมต้องการใครสักคนที่จะมาคอยพุดแทนพวกเขา
          74.ถ้าคุณเห็นคู่รักสักคู่กำลังพยายามถ่ายรูปตัวเอง ลองเข้าไปถามว่าให้คุณช่วยถ่ายรูปให้ดีไหมดูสิ
          75.ออกเศษเหรียญให้กับคนที่เข้าแถวก่อนคุณ เมื่อคุณเห็นว่าเขาต้องการเงินแค่ 5-10 บาท เพื่อที่เขาจะไม่ต้องแตกแบงค์ร้อย
          76.ถ้าคุณรู้ว่าใครสักคนกำลังไม่สบาย ก็ลองชงชาร้อน ๆ ให้เขาดื่มดู
          77.ยืนหยัดให้กับความเชื่อของคุณโดยที่ไม่เป็นการโอ้อวดจนเกินไป
          78.ทำตัวเองให้เป็นคนที่ว่างและเข้าหาได้ง่าย
          79.ทำงานและทำตามสัญญาให้เกินหน้าที่เสมอ
          80.มองโลกในแง่ดีและสนใจแต่สิ่งที่ถูกต้อง

           ถ้าอ่านแล้ว ก็อย่าลืมนำไปใช้ดูนะคะ เพราะคนแปลกหน้าในวันนี้ อาจจะมาเป็นคู่ชีวิตของคุณในวันข้างหน้าก็ได้ค่ะ
5  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ตอนนี้มีปรากฏการณ์ สัญญาณ ภัยธรรมชาติ มากขึ้น เมื่อ: สิงหาคม 30, 2011, 09:03:56 AM
ตอนนี้มีปรากฏการณ์ สัญญาณ ภัยธรรมชาติ มากขึ้น

 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีแผ่นดินไหว ที่ อเมริกา

 และอีกหลาย ๆ ประเทศ

 โดยเฉพาะในประเทศไทย ตอนนี้ อุทกภัย ดูจะเป็นปัญหาใหญ่หลวง

 ซึ่งพอรับทราบแล้วว่า นอกจากต้องทำใจ และ อดทน

 ควรจะฝึกจิตอย่างไร ดี คะ ในการรับเหตุการณ์ ต่าง ๆ ที่จะมีต่อไปอีก

 หรือ นี่เป็นเพียงสัญญาณ เริ่มต้น ของ วิกฤติทางธรรมชาติ ที่กำลังบอกเรา

  :'( :41: :91:
6  ธรรมะสาระ / สนทนาธรรม ทั่วไป ตามความชอบใจของท่าน / มีคำกล่าวว่า ถ้าต้องการศึกษาให้เห็นจริงในธรรม ให้ศึกษาที่ตัวเราเอง เมื่อ: สิงหาคม 21, 2011, 12:18:32 PM


 จงรู้จักตนเอง

ภาพและข้อความ สืบเนื่อง คะ



มีคำกล่าวว่า ถ้าต้องการศึกษาให้เห็นจริงในธรรม ให้ศึกษาที่ตัวเราเอง

อยากทราบว่า การศึกษาตัวเราเอง มีกฏ กติกา ระเบียบ หรือ หัวข้อศึกษาอย่างไร บ้างคะ

ใครพอจะรู้บ้างคะ

   :c017:
7  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / สอบถามปัญหาเรื่องภาษาที่ใช้ในการแผ่เมตตา เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 09:00:15 AM
มีเพื่อนเป็นกระเหรียง คะ พูดไทยยังไม่เก่ง ได้เข้ามาเรียน ใน ม เดียวกันแล้วปรากฏว่า ประสพอุบัติเหตุเสียชีวิตก็เลยทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ และยังมาเข้าฝันให้เห็น พูดภาษากระเหรียง ฟังไม่รู้เรื่องเลยคะ ก็ไม่อยากฝันเห็นอีกก็เลยสวดมนต์ แผ่เมตตาไปให้ แต่ก็ยังมาเข้าฝันอีก ก็เลยสงสัยว่า การแผ่เมตตาเป็นภาษาไทยเขาฟังไม่รู้เรื่อง ใช่หรือไม่คะ แล้วทำยังไงถึงจะแผ่เมตตา ให้เขารู้เรื่องคะด้วยคะ

 :25:
8  ธรรมะสาระ / สนทนาธรรม ทั่วไป ตามความชอบใจของท่าน / โภชนะสัปปายะ สนับสนุนการภาวนา เมื่อ: สิงหาคม 12, 2011, 10:53:02 AM



มีพระบางรูปท่านบรรลุธรรมเพราะได้ฉันอาหารที่เหมาะกับตนเอง เช่น


อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มหารถวรรคที่ ๕
๔. กักกฏรสทายกวิมาน
              ...

              ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า โภชนะที่มีรสปูเป็นสัปปายะแก่เขา จึงตรัสแก่ภิกษุรูปนั้นว่า ภิกษุ เธอจงไปเที่ยวบิณฑบาตที่นาของชาวมคธ.

              ภิกษุนั้นคิดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเห็นการณ์ไกล คงจักทรงเห็นอะไรๆ เป็นแน่ จึงทูลรับพระพุทธดำรัสว่า สาธุ พระเจ้าข้า ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ถือบาตรจีวรไปนาของชาวมคธ ได้ยืนบิณฑบาตที่ประตูกระท่อมของคนเฝ้านาคนหนึ่ง คนเฝ้านานั้นปรุงอาหารรสปูและหุงข้าวแล้ว คิดว่าพักเสียหน่อยหนึ่งแล้วจึงจักกิน นั่งอยู่ เห็นพระเถระจึงรับบาตร นิมนต์ให้นั่งในกระท่อม ได้ถวายภัตตาหารที่มีรสปู.

              เมื่อพระเถระฉันภัตตาหารนั้นได้หน่อยหนึ่งเท่านั้น โรคปวดหูก็สงบ เหมือนอาบน้ำร้อยหม้อ.
              พระเถระนั้นได้ความสบายใจเพราะอาหารเป็นสัปปายะ น้อมจิตไปโดยวิปัสสนา ยังฉันไม่ทันเสร็จ ก็ทำอาสวะให้สิ้นไปโดยไม่เหลือ ตั้งอยู่ในพระอรหัต กล่าวกะคนเฝ้านาว่า อุบาสก โรคของอาตมาสงบ เพราะฉันบิณฑบาตของท่าน กายและใจสบาย แม้ท่านก็จักปราศจากทุกข์กายทุกข์ใจ ด้วยผลแห่งบุญของท่านนั้น ทำอนุโมทนาแล้วหลีกไป.


http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=54
9  ธรรมะสาระ / สนทนาธรรม ทั่วไป ตามความชอบใจของท่าน / สอบถามเรื่อง แบบนี้จะผิดศีลหรือไม่ คะ เมื่อ: มีนาคม 29, 2011, 10:54:01 AM
คือ ข้างบ้านกันคะ เขาปลูกต้นมะม่วงไว้ ปรากฏว่ากิ่งมะม่วง 2 กิ่งนั้นล้ำเข้าในบ้านเราเป็นเวลานาน

เรื่องคงจะไม่มีปัญหาแน่ถ้าเราตัดมันเสีย แต่เพราะเราเห็นว่ามะม่วงเริ่มออกช่อ มะม่วงต้นนี้เป็นมะม่วงมัน

ด้วยคะ ก็เลยปล่อยไว้อย่างนั้นจนกระทั่งมีลูกมะม่วงออกรวงให้เราทั้งหมด 8 ลูกเราก็ประคบประหงมไว้

จนกระทั่งวันหนึ่งเราก็นำลงมารับทานกันในครอบครัว

 อีก 2 วันเจ้าของต้นมะม่วง ก็ไปเที่ยวพูดคุยตามบ้านที่ต่าง ๆ ว่าบ้านเราขโมยมะม่วงเขา

ความก็เลยไปถึงตำรวจสิจ๊ะ เพราะทำให้เสียหาย ซึ่งผลที่สุดก็คือไม่มีความผิดกัน เนื่องด้วยพิสูจน์ได้ว่า

เป็นต้นมะม่วงแผ่กิ่งข้ามเขต ซึ่งเป็นเขตสาธารณะ และผลดูแลโดยเจ้าของเขตอีกคนซึ่งไม่ได้ตกลงกัน

ความผิดคือเจ้าของต้นมะม่วงต้องตัดกิ่งมะม่วงที่ล้ำเขต




อยากจะถามว่า ถึงแม้เขาตัดสินว่า เราไม่ผิด แต่โดยศีลนั้น มีความผิดหรือไม่คะ

:c017:
10  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / การดูหนังสือโป๊ และ หนังโป๊ ผิดศีลข้อสามหรือไม่คะ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2011, 07:44:04 AM
การดูหนังสือโป๊ และ หนังโป๊ ผิดศีลข้อสามหรือไม่คะ

คือไปแอบเห็นพวกผู้ชาย ชอบแอบอ่านกัน และชอบแอบถ่าย นักเรียนหญิงด้วย

คนพวกนี้ผิดศีลข้อ 3 หรือไม่คะ

 :91: :41: :character0029:
11  เรื่องทั่วไป / สอบถามปัญหาชีวิต เปิดใจคุยกัน / เราควรจะช่วยหรือวางเฉยดี เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 06:29:24 PM
เราควรจะช่วยหรือวางเฉยดี

เห็นคนเอาลูกหมา มาปล่อยไว้ที่หน้าบ้าน หลายตัวคะ ก็เลยเลี้ยงไว้ แต่คนในบ้านไม่เห็นด้วย เพราะตอนเลี้ยงมา
มามีอยู่ 5 ตัวพอเริ่มโตอายุ 1 เดือน ก็เริ่มกัดของทำลาย เช่นรองเท้า ทุกคู่เลยคะ แถมตะกุยประตูหน้าบ้านจน
เสียหาย ตอนกลางคืน ก็เห่าหอนอย่างไม่มีเหตุผล จนบ้านข้าง ๆ ก็เริ่มตะโกนด่าเขวี้ยงของมา คนในบ้านก็หงุด
หงิดกันไม่เป็นอันนอน อันทำงานทุกวันต้องมีเรื่องทะเลาะกับหนู เรื่องลูกหมา 5 ตัวที่เลี้่ยงอยู่ จนทุกคนสรุปว่า
ให้เอาไปปล่อย หนูสงสารหมามากๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีคะ ทางออกที่ดี ช่วยแนะนำหน่อยได้หรือป่าวคะ

 :41: :41: :41:
12  เรื่องทั่วไป / แจ้งปัญหาการใช้งานบอร์ด / ดีแทค เปลี่ยนของใหม่รับโมบายอินเทอร์เน็ต เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 12:02:38 PM
เปลี่ยนของใหม่รับโมบายอินเทอร์เน็ต

ดีแทคประกาศเปลี่ยนเน็ตเวิร์กใหม่   ทั้งหมดกว่าหมื่นสถานีฐาน รองรับการแข่งขันเน็ตบนมือถือ หลังพบว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มมหาศาล เฉลี่ยคนไทยอยู่ในอินเทอร์เน็ตบนมือถือวันละ 60-65 นาที โหลดเพลงฟังกว่า 600 ล้านเพลง

นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคจะลงทุนเปลี่ยนเครือข่ายใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับการใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้นถึง 34 % หรือมีปริมาณการใช้งานมากขึ้นถึง 108 % เมื่อเทียบกับปีก่อน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพื่อรองรับการทดลองให้บริการ 3 จี ที่จะเริ่มขึ้นเร็ว ๆ นี้ ซึ่งถือเป็นโครงการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของเทเลนอร์กรุ๊ปในรอบปี
   
นายประเทศ ตันกุรานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมของดีแทค กล่าวว่า การเปลี่ยนเน็ตเวิร์กจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยมีจุดรับส่งสัญญาณหรือเซลไซต์ที่ต้องเปลี่ยน    จำนวน 10,359 สถานีฐาน รวมทั้งอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย โดยจะเริ่มเปลี่ยนในพื้นที่ กท. และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดขนาดใหญ่ในต่างจังหวัด คาดว่าจะเสร็จทั่วประเทศภายในปีหน้าหลังการเปลี่ยนเน็ตเวิร์กใหม่ จะช่วยให้ผู้ใช้มือถือของ   ดีแทคได้ใช้โทรศัพท์ที่มีสัญญาณดีกว่าเดิม      ลดปัญหาสัญญาณหายบางพื้นที่หรือการดาวน์โหลดที่ติดขัดของสมาร์ทโฟน และประหยัดพลังงานกว่าครึ่ง ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าเดิม
   
ด้านนายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ดีแทค เปิดเผยว่า ปี 2553 ที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบน   มือถือเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านราย มีปริมาณการใช้ข้อมูลหรือดาต้าจาก 1.9 ล้านกิกะไบต์ หรือประมาณ 600 ล้านเพลง เป็น 4 ล้านกิกะ   ไบต์ มีลูกค้าเข้ามาอินเทอร์เน็ตบนมือถือวัน   ละประมาณ 7 แสนคน แต่วันที่ 31 ธ.ค. และวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการใช้มากถึง 1.5 ล้านคน โดยเฉลี่ยจะอยู่เน็ตเวิร์กนานประมาณ 60-   65 นาที นอกจากนี้ยังพบว่า คนไทยใช้เว็บ   ไซต์เฟซบุ๊กถึง 7.3 ล้านคน หรือประมาณ   320.5 % ทุกวันจะมีคนไทยเข้ามาออนไลน์์เฟซบุ๊กถึงวันละประมาณ 3.3 ล้านคน และใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตบนมือถือ.

ที่มา
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=316&contentID=115764
13  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ชีวิตลาโง่ กับ ชีวิต พนง.บริษัท เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 02:09:38 PM
ลาโง่ตัวหนึ่งกินหญ้าอยู่ที่ชายป่า
ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องเพลงเพราะ
ลาอยากร้องเพลงเพราะอย่างจิ้งหรีดบ้าง
จึงถามจิ้งหรีดว่ากินอะไร จึงร้องเพลงเพราะ ?
จิ้งหรีดตอบว่ากินน้ำค้าง เสียงจึงเพราะ
ลาจึงเลิกกินหญ้าและกินแต่น้ำค้าง
ไม่ช้า ลาโง่นั้นก็ตาย
เพราะลาเป็นสัตว์กินหญ้า
เมื่อเลิกกินหญ้า ไม่ช้าก็ตาย
...........

พนักงานของบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง
ทำงานด้านเอกสารมาห้าปี
มีความใฝ่ฝันที่อยากจะได้เลื่อนตำแหน่ง
ขึ้นเป็นพนักงานระดับหัวหน้างานหรือเป็นมัคคุเทศก์
ด้วยความที่ได้รับการอบรมมาว่า
คนเราต้องขยัน อดทน ตั้งใจทำงาน ไม่ลางานเลยได้ยิ่งดี
ก็จะได้ดีในหน้าที่การงาน
ตั้งแต่เริ่มทำงานวันแรก พนักงานคนนั้นก็ตั้งใจทำงานมาตลอดห้าปี
ไม่เคยลากิจ ลาป่วย หรือลาพักร้อนแม้แต่วันเดียว
มีอยู่บ้างเหมือนกันที่พนักงานคนนั้น
ตั้งใจจะลาพักร้อนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้างในช่วงปีแรกๆ
แต่ว่ามักจะได้รับการตอบปฏิเสธจากหัวหน้างาน
ซึ่งให้เหตุผลว่าช่วงวันหยุดนี้งานเยอะมากเลยนะ
คุณอยู่ช่วยหน่อยเถอะนะ เก็บเงินโอทีไปเที่ยวทีหลังก็ได้
ถ้าคุณขยันอย่างนี้นะ ปีหน้าอาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง ได้โบนัสพิเศษ
ห้าปีมาแล้วที่พนักงานคนนี้ขยันทำงานมาตลอด
แต่ไม่เคยลาพักร้อนไปเที่ยวไหนเลย

แล้วความฝันก็เป็นจริงขึ้นมา
ปีนี้ทางบริษัทต้องการมัคคุเทศก์ผู้ช่วยเพิ่มอีก 3-4 คน
โดยจะเลือกจากพนักงานภายในที่มีศักยภาพ
คำถามในการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกก็คือ .....
คุณเคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง ?
คุณเคยมีประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในการท่องเที่ยวบ้างหรือเปล่า ?
.......... ( เงียบ ) ....................

ดูเหมือนลา และ พนักงานคนนี้
มีอะไรที่คล้ายกันอยู่ในบางมุม คุณว่ามั้ย ?

คุณอาจจะเป็นคนขยันทำงาน
ซึ่งจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันก็เป็นสิ่งดี
แต่อย่าลืมว่า ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว
และชีวิตไม่ได้มีเวลานานสักเท่าใด
ชีวิตที่ขาดประสบการณ์ด้านอื่นๆ
เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์หรอกครับ
คุณอาจจะอยากเก็บเงินไปเที่ยวตอนแก่
แล้วคุณจะแน่ใจได้หรือว่าคุณจะไม่เป็นอะไรไปก่อนแก่

และจงระลึกไว้ว่า ...........
ใช่ว่าคุณไม่อยู่ ..... ที่บริษัทจะอยู่ไม่ได้
เพราะคนอื่นก็สามารถทำงานแทนคุณได้เหมือนกัน !!

ลาพักร้อนบ้างเถอะครับ
จะใช้ลากิจ ลาป่วยบ้างก็ไม่ว่ากัน ( ใครจะรู้ )
ปีหนึ่งสักสองสามครั้ง ไปไหนก็ได้ครับ
ไปในที่ๆ คุณยังไม่เคยไป
ไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อคุณต้องเขียนใบลาบ่อยๆ
ไม่ต้องกลัวว่าเจ้านายจะไม่พอใจ หรือไม่อนุมัติ เพราะคุณมีสิทธิ์
ไม่ต้องรู้สึกผิด ถ้าในเวลางานคุณได้ทำเต็มร้อยแล้ว
ไม่ต้องห่วงว่าการหยุดของคุณจะมีผลต่อการประเมิน
ผลงานต่างหากที่เป็นตัววัด

จงห่วงแค่ว่า .. คุณมีชีวิตแล้ว .. คุณมีชีวาหรือยัง ?
จงใช้ชีวิตที่มีให้คุ้มค่า

ดูอย่างเจ้าลาโง่ครับ
อย่างน้อยมันยังได้เดินเที่ยวในป่ากว้างก่อนตาย
แล้วคุณจะจับเจ่าอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทั้งปีทั้งชาติหรือครับ
ลาโง่ ..... แต่ ..... ไม่ลา สิโง่(กว่า) คุณว่ามั้ย ?

**********************************
14  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เพื่อนทำผิด แต่มาโกรธเรา หาว่าเราไปแจ้งให้คนอื่นทราบ เมื่อ: มกราคม 04, 2011, 12:02:25 PM
ปกติ เวลาเห็นเพื่อนทำผิด ก็มักจะห้ามปรามไว้ โดยเรื่องก็จบตรงนั้น

แต่ครั้นผ่านไป เพื่อนก็มาโวยวาย หาเรื่องว่า นำความผิดของเขาไปแจ้ง ไปบอกครูบ้าง เพื่อนบ้าง พ่อแม่ของเพื่อน

บ้าง เพื่อนเลยโกรธเป็นฟืน เป็นไฟ หาว่าไปยุ่งกับชีวิตของเขา ทั้งที่เราไม่ได้พูด หรือ บอกเลย

เหตุการณ์อย่างนี้ เราควรจะทำอย่างไรดีคะ เพราะดูเหมือนว่าเราเงียบ ไม่ชี้แจงก็ดูเหมือนจะปักใจเชื่อว่าเราเป็น

คนไปแจ้งเรื่องต่าง ๆ แต่ที่ไม่แจ้งเพราะเห็นเป็นเรื่องที่เพื่อนทำผิด จึงไม่อยากพูด

  แต่ดูเหมือน ความเงียบ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรคะ

 :41: :'( :91:
15  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 18 นาที สู่วิถีสีเขียว เมื่อ: มกราคม 03, 2011, 04:06:00 PM

ใครว่า คนเมืองทำได้แค่ปิดไฟ ปิดคอมพ์ หรือใช้รถยนต์ตามโครงการหารสองเท่านั้น หากแต่คนเมืองก็มีศักยภาพในการพึ่งตนเองด้านพลังงานได้ไม่ใช่น้อยด้วยเหมือน กัน ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาแปรรูปของเสียและขยะ ให้เป็นพลังงานใช้ทดแทนภายในชุมชนหรืออาคารสถานที่ หรือช่วยลดการปล่อยของเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม นอกจากภาพรวมที่คนเมืองสามารถทำได้แล้ว ประโยชน์โดยตรงที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับตนเอง!
Woman Plus จึงขอชวนสาวรุ่นใหม่รวมพลังสีเขียว สร้างปรากฏการณ์รักษ์โลกให้ยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด Green it Forward ที่เราสามารถช่วยกันส่งต่อแนวคิดเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อโลกสีขาวของ เราให้น่าอยู่ต่อไป อย่างน้อยเริ่มจากการอ่านข้อมูลและเรื่องราวของวิถีสีเขียว 18 นาทีนี้ เพื่อจุดประกายไอเดียกรีนสร้างสรรค์ช่วยกันลดโลกร้อน แล้วบอกต่อสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับคนใกล้ตัว คนรอบข้าง จนขยายออกเป็นวงกว้าง เพื่อสืบสานแนวคิดดีๆ ในทุกนาทีเพื่อวิถีสีเขียวที่ยั่งยืนให้กับสังคมเราเอง

18 Mins in Green Life
18 Mins คนไทยตื่นตัวลดโลกร้อนเหนือใครในเอเชีย
จากรายงาน ของ ACNielsen Global Consumer พบว่า คนไทยตอบรับกระแสโลกร้อนเหนือชาติใดในเอเชีย คือ 26% ตามมาด้วยอินเดีย 16% และออสเตรเลีย 13% ในขณะที่ข้อมูลจากงานสัมมนา Disruption ของ Initiative เปิดเผยว่า วัยรุ่นไทยเป็นกลุ่มที่ตื่นตัวกับปัญหาโลกร้อนมากที่สุดในเอเชีย แม้ว่าส่วนใหญ่จะแสดงออกผ่านถุงผ้าเป็นหลักก็ตาม
17 Mins Bangkok Big Problem
ตามสถิติของทางกรุงเทพมหานคร ได้บอกว่า ชาวกทม.ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงปีละ 7.3 ตัน/คน/ปี มากกว่าชาวนิวยอร์คที่ปล่อย 7.1 ตัน/คน/ปี ชาวลอนดอน 5.9 ตัน/คน/ปี และชาวโตเกียว 5.7 ตัน/คน/ปี เรียกได้ว่ากรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่สร้างปัญหาให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงที่สุดในประเทศ และมากกว่ามหานครใหญ่ๆ ของโลกเสียอีก
16 Mins เมื่อธรรมศาสตร์เปลี่ยนสี
จะเหลือง จะแดง แพงไม่ว่า แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หันมาเอาดีกับสีเขียวได้กว่า 2 ปีแล้ว กับ ?ธนาคารขยะรีไซเคิล? จากการสำรวจโดย ผศ.อุษา วิเศษสุมน พบว่า ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยโดยเฉลี่ย 4.8 ตัน/วัน ในจำนวนนั้นมีขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ 34% หรือ 1,632 ตัน/วัน จากการดำเนินโครงการนี้ช่วยลดขยะได้ 1 ใน 3 ของขยะทั้งหมด และมีปริมาณขยะที่นำมาขายทั้งหมด 491.375 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3,359,949.50 บาท
15 Mins โรงแรมใหม่ ปั่นไฟแลกอาหาร
โรงแรม ?คราวน์ พลาซา โคเปนเฮเกน ทาวเวอร์ส? ที่ประเทศเดนมาร์ก ประกาศตัวเป็นโรงแรมสีเขียวที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานมากที่ สุดในโลก บนหลังคาของโรงแรมได้ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะ สำหรับแปลงแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงโรงแรม แต่ที่เก๋กว่านั้น ถ้าลูกค้าคนไหนต้องการรับประทานอาหารมูลค่า 1,500 บาท ฟรี 1 มื้อ ต้องไปปั่นจักรยานเพื่อชาร์จไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ สำหรับรอจ่ายเข้าระบบไฟฟ้าหลักของโรงแรมต่อไป โดยลูกค้าจะต้องถีบจักรยานปั่นไฟให้ได้เกินระดับ 10 วัตต์ต่อชั่วโมง
14 Mins โลกสวยด้วย "น้ำยาล้างจาน"
น้ำยาล้างจานฮาร์โมนี ไลฟ์ (Harmony Life) เป็นน้ำยาล้างจานสูตรธรรมชาติมีกลิ่นหอมมะกรูดอ่อนๆ ล้างคราบไขมันได้ดี เป็นน้ำยาสูตรเข้มข้นที่ผสมนิดเดียวก็ล้างจานได้ชนิด 1 ต่อ 10 ที่สำคัญย่อยสลายได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ล้างขวดนมเด็กและล้างผักได้ด้วย เจ้าของผลิตภัณฑ์และบริษัท เป็นชาวญี่ปุ่นชื่อ Mr. Sho Oga มาเปิดฟาร์มออร์แกนิก ที่ ต.กลางดง จ.นครราชสีมา เมืองไทยเรานี่เอง
13 Mins Fast Fashion มหันตภัยของนักช้อปฯ
ใครจะไปนึกถึง ว่าเสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูกที่สาวๆ หลายคนชอบซื้อกันนั้นมันจะก่อให้เกิดการเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน อย่างสิ้นเปลือง แถมยังเป็นการเพิ่มก๊าซคาร์บอนได้ออกไซต์ให้โลกผ่านวัสดุในการผลิต กระบวนการผลิต การขนส่ง และการทำความสะอาด ดูแลรักษา ได้อีกทางหนึ่ง จากรายงานผลการสำรวจของเอซีนีลเส็น บริษัทผู้นำด้านการวิจัยการตลาดและข้อมูลชั้นนำของโลกพบว่า ค่าใช้จ่ายที่เราหมดไปกับการซื้อเสื้อผ้าใหม่คิดเป็น 28% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด และ 47% ของคนไทยซื้อเสื้ผ้าเฉลี่ยเดือนละมากกว่าหนึ่งครั้ง
12 Mins ลดโลกร้อน ก่อนซักผ้า
ผงซักฟอก หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มในกลุ่ม Concetrate หรือสูตรเข้มข้นกำลังมาแรง เนื่องจากผลิตภัณฑ์สูตรเข้มข้นจะมาพร้อมกับเทโนโลยีที่ช่วยให้การซักล้างทำ ได้ง่ายขึ้น สะอาดเร็วขึ้น ไม่ต้องเปลืองน้ำหรือเปลืองแรงในการซักล้าง ที่สำคัญยังประหยัด เพราะซักได้จำนวนครั้งมากกว่าผงซักฟอกทั่วไป และยังช่วยให้การใข้น้ำมีปริมาณที่ลดลงอีกด้วย ทั้งนี้ในจำนวนการซักผ้า 1,000,000 ครั้ง หากเป็นสูตรเก่าต้องใช้ขวดมากถึง 58,824 ขวด แต่ถ้าเป็นสูตรใหม่ใช้เพียง 31,250 ขวด ลดลงไปถึง 27,574 ขวด เป็นการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ลดลงถึง 35% และลดบรรจุภัณฑ์หีบห่อกล่องกระดาษน้อยลงถึง 50%
11 Mins "สาหร่าย" แทนน้ำมันในวันหน้า
พลังงาน ทางเลือกได้พัฒนามาหลายต่อหลายเจนเนอเรชั่นแล้ว มาถึงเจนนี้เป็นเจนที่ 4 คือ การผลิตเชื้อเพลิงจาก ?สาหร่าย? ที่จะไม่กระทบพืชเศรษกิจ อย่างข้าวโพดหรือถั่วที่มนุษย์ใช้เป็นอาหารเหมือนในเจนเนอเรชั่นก่อนๆ สาหร่ายและแบคทีเรียที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมซึ่งสามารถสังเคราะห์แสงแล้วแปลง เป็นไขมัน จากนั้นไขมันถูกสกัดออกมาเอง ได้ไบโอดีเซล โดยที่สาหร่ายและแบคทีเรียนั้นๆ ยังไม่ตาย ยังคงสังเคราะห์แสงและปล่อยไขมันมาให้เราใช้ต่อไปเรื่อยๆ ถ้าการพัฒนานี้ประสบความสำเร็จ มนุษย์ก็ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากฟอสซิลที่ก่อมลพิษและก๊าซเรือนกระจกมากมาย อีกต่อไป
10 Mins ใส่บาตรยังไง ให้ได้บุญ 2 ต่อ
ใส่บาตรปกติส่วนใหญ่ ร้านค้ามักใช้ถุงพลาสติกเป็นภาชนะ รวมถึงขวดน้ำพลาสติก เราจึงจะเห็นขยะกองโตซึ่งย่อยสลายยากในตอนหลัง ทางหนึ่งที่ช่วยแก้ได้ รักษ์ทั้งโลก แถมยังได้บุญก็คือ ที่เชียงใหม่ถ้าใครมีโอกาสได้ใส่บาตรที่กาดต้นพยอม จะเห็นว่าเขาจะใส่ใบตองห่อข้าวและกับข้าวบางชนิด และนิยมใส่ของหวานเป็นผลไม้มากกว่าของหวานเป็นถุงๆ ซึ่งย่อยสลายได้ง่ายกว่า
9 Mins ประหยัดกระดาษอย่างสร้างสรรค์
เลือกใช้กระดาษรีไซเคิล หรือกระดาษที่มีส่วนผสมของเยื่อ Ecofiber เพื่อลดมลภาวะ, กระดาษปรินต์แล้วทั้งสองด้าน สามารถบริจาคทำเป็นกระดาษหน้าที่ 3 สำหรับคนตาบอดใช้เขียนอักษรเบรลล์, อ่านเอกสารแล้วส่งต่อกันในสำนักงาน แทนการถ่ายสำเนาหลายๆ ชุด, ทำถังสำหรับทิ้งขยะกระดาษโดยเฉพาะ เพื่อนำไปแปรรูป กลับมาใช้ใหม่

8 Mins เทคนิคกรีนๆ เพื่อคลีนออฟฟิศ
จะปริ๊นท์ก็ต่อเมื่อจำ เป็นเท่านั้น ชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานให้เซฟในรูปแบบของไฟล์ PDF ไว้อ่านในเครื่องแทนการปริ๊นท์, หรือเปลี่ยนหลังคาบริษัทให้เป็นแบบใสๆ มีหน้าต่างเยอะๆ ให้แสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามา ก็จะช่วยเซฟค่าไฟได้ระยะยาว
7 Mins "รถ" ลดโลกร้อน
จากผลการสำรวจของสหพันธ์การขนส่งและ สิ่งแวดล้อมของยุโรปพบว่า บริษัท BMW AG เป็นแบรนด์ที่คิดค้นรถประหยัดเชื้อเพลิง และสามารถลดปริมาณการแพร่กระจายก๊าซเรือนกระจกมากกว่าผู้ผลิตรถรายอื่นๆ , ในส่วนของ นิสสันมอเตอร์ ก็ประกาศแผนเปิดตัวรถยนต์ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2553 และจะนำออกวางจำหน่ายทั่วโลกในปี 2555, ส่วนรถยนต์ที่น่าจับตามองว่าจะสร้างมลพิษทางอากาศขณะขับเคลื่อนน้อยที่สุดใน ขณะนี้ก็คือ รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Vehicle) ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีของก๊าซไฮเดรเจนและออกซิเจน นอกจากลดมลพิษแล้ว ยังประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันถึงสองเท่า เจ้าของรถนี้คือ ฮอนด้า ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้ว
6 Mins ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยังแรงได้อีก
ที่นครปฐม ได้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ให้ชีวิตได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก ขึ้น นั่นคือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เริ่มจากกลุ่มชาวบ้านที่มีอาชีพเกษตรคิดว่า น่าจะหารายได้เสริม จึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มการท่องเที่ยวแบบนี้ขึ้น โดยใช้แม่น้ำลำคลอมหาสวัสดิ์ ไร่สวนที่มีอยู่ มาเป็นแหล่งพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเก็บผลไม้สดๆ กินได้จากสวน ราคาหัวละ 70 บาทเท่านั้น หรือจะนั่งเรือพายเล่นในสระบัวก็โรแมนติกแอนด์ชิคได้ไม่เหมือนใคร
5 Mins แจ้งยอดบัญชี ผ่านอีเมล์
ธนาคารซิตี้แบงก์ ทำเก๋ด้วยไอเดียสีเขียวที่ให้บริการฟรีในการส่งใบแจ้งยอดบัญชี อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Statement แจ้งยอดบัญชีให้กับผู้ใช้บริการบัตรเครดิตแทนไปรษณีย์แบบเดิมๆ บริการนี้ช่วยประหยัดกระดาษได้ปีละกว่า 100 ใบต่อลูกค้าหนึ่งบัญชี ถ้าทุกคนร่วมกัน จะช่วยลดปริมาณกระดาษได้นับล้านๆ ใบต่อเดือน
4 Mins เช่าจักรยาน แถมบัตรรถไฟฟ้า
ไม่ใช่ที่เมืองไทย แต่เป็นไอเดียสุดเก๋ของ Chiyu Chen ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ระบบการเดินทางที่สนับสนุนการใช้การขนส่งอย่างยั่งยืน ผ่านระบบเช่าจักรยานสาธารณะ โดยติดตั้งไดนาโมไว้ที่บริเวณล้อรถจักรยานและเชื่อมโยงกับวงจรไฟฟ้าในตัวรถ เพียงแค่เสียบบัตรประชาชนเข้าไปที่ระบบ เมื่อเราปั่นจักรยานก็จะเกิดพลังงานจลน์จากแรงถีบในปริมาณที่มากพอเก็บสะสม ไว้ที่จักรยาน พอนำจักรยานกลับคืนที่จุดบริการ พลังงานที่ได้จะถูกถ่ายโอนไปยังระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในบริเวณใกล้เคียง ส่วนเราก็ได้รับแต้มสะสมในบัตรเท่ากับปริมาณพลังงานที่เราสร้างขึ้น
3 Mins กินหมูกระทะยังไง ไม่ให้โลกร้อน
ด้วยความที่หมูกระทะ บุฟเฟ่ต์ราคา 89 หรือ 99 บาท ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าต้องกินให้คุ้ม บางทีตักมากเกินกว่าที่จะกินกันไหว ทำให้ต้องเหลือเศษอาหารในจานมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าขยะเศษอาหารเหล่านี้เมื่อเน่าเสียแล้วจะก่อให้เกิดก๊าซ มีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวการทำให้โลกร้อนรองจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์นั่น เอง คราวหน้า ถ้าจะกินหมูกระทะก็ควรกินแต่พออิ่มดีกว่า
2 Mins "สร้าง งาน" เกาะกระแส Green Fever
ปัจจุบันทั้งรัฐและเอกชน หันมาทุ่มเม็ดเงินลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานกันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจสี เขียวเป็นกระแสของอนาคตทั้งสร้างแรงงาน ?Green Collar? ลดการว่างงาน ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน และลดปัญหาโลกร้อนด้วย บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ว่า จะทุ่มเงิน 150,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 ปี เพื่อสร้างให้สหรัฐฯ สามารถพึ่งตัวเองทางด้านพลังงานได้ และสามารถสร้างการจ้างงานใหม่ได้ไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน ส่วนในประเทศไทย ก็ไม่น้อยหน้า Green Jobs ที่ฮ็อตๆ ก็มี ตำแหน่งวิศวกรสิ่งแวดล้อม ของ Thai Union Frozen Products PCL, เจ้าหน้าที่ประสานงานกิจกรรมและสันทนาการของ สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
1 Min 6 องศา พาโลกเปลี่ยน
สาวกคนรักษ์โลกต้องไม่พลาด สารคดีล่าสุดของ National Geographic เรื่อง ?Six degrees change the world? ว่าแต่ละองศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้นส่งผลอย่างไรต่อโลกและพวกเรา เช่น 1 องศา จะทำให้เกิดอากาศร้อนจัด เกิดไฟป่า น้ำแข็งบนยอดเขาละลาย น้ำทะเลเป็นกรด, 2 องศา ทางใต้ของจีนน้ำจะท่วมหนัก ขณะที่ทางเหนือขาดแคลนน้ำ อินเดียและบังกลาเทศจะเกิดมรสุมและน้ำท่วมรุนแรง ขาดอาหาร จะเกิด Killer Heatwave คลื่นความร้อนของนักฆ่าที่แถบยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน, ส่วน 6 องศา คงไม่ต้องพูดถึง เพราะความเลวร้ายนานัปการจะวิบัติพร้อมๆ กันทั่วโลก ถ้ายังจำหนังเรื่อง Die Hard กันได้ คงนึกภาพออกว่าน่ากลัวอย่างไร
16  เรื่องทั่วไป / สอบถามปัญหาชีวิต เปิดใจคุยกัน / ถ้าเราถูกใส่ความ ใส่ร้าย ป้ายสี ทำเสียชื่อเสียง เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 01:31:27 PM
ปัญหา ของคนอาจจะแตกต่างกัน

   ถ้าเราเป็นถูกใส่ความ ใส่ร้าย ป้ายสี ควรทำอย่างไรดีคะ

   เพื่อนกลั่นแกล้ง สาเหตุมาจากความหึงหวง แฟนเขาคะ

( เนื่องด้วยแฟนที่เขาเข้าใจว่าเป็นแฟนไม่เป็นแฟนด้วย )

ก็เลยมากลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ป้ายสี หนูแทน

   หนูควรทำอย่างไร ดีคะ ?

 :25:
17  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / การพิมพ์ธนบัตร เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2010, 11:00:14 AM
การพิมพ์ธนบัตร    
   
      

      
     
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 18    
   
   
การพิมพ์ธนบัตร โดย นายกำธร สถิรกุล
          ในปี พ.ศ. ๒๔๐๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้จัดทำ "หมาย" ขึ้นมีราคาต่างๆ กัน ตั้งแต่ ๑ บาท เป็นลำดับลงมาจนใบละเฟื้อง โดยพิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษและประทับตราพระราชลัญจกร ๓ ดวง และยังทรงให้สร้างใบ "พระราชทานเงินตรา" อีกแบบหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายเช็คในปัจจุบัน นับได้ว่ามีการใช้เงินตราทำด้วยกระดาษขึ้นในเมืองไทยเป็นครั้งแรกอันเป็นต้น ตอของธนบัตร

          ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๓๕ ได้มีการออกอัฐกระดาษขึ้น แต่ไม่เป็นที่นิยมจึงได้เลิกไป จนปี พ.ศ. ๒๔๔๕ จึงได้ออกธนบัตรชนิดละ ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๑๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐ บาท การจัดพิมพ์ธนบัตรได้จ้างพิมพ์มาจากต่างประเทศทั้งสิ้น คือจ้างบริษัทโทมัส เดอ ลา รู (Thomas de la Rue) จากประเทศอังกฤษ จนถึงสงครามโลกครั้งที่ ๒ การคมนาคมติดขัด

          ประกอบกับประเทศไทยประกาศสงครามกับประเทศอังกฤษด้วย ทำให้ไม่สามารถจ้างพิมพ์ธนบัตรที่เดิมได้ จึงได้จ้างพิมพ์จากแหล่งอื่นๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่น และพิมพ์ขึ้นเองในประเทศไทยธนบัตรที่พิมพ์ขึ้นเองในยุคนั้น พิมพ์ที่โรงพิมพ์กรมแผนที่ทหารบก แต่พิมพ์ได้ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งาน จึงต้องจ้างพิมพ์ในโรงพิมพ์อื่นๆ ทั้งของส่วนราชการและของเอกชนในประเทศด้วย

          เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลงแล้ว มีการกลับไปจ้างพิมพ์ธนบัตรจากต่างประเทศอีกและได้มีการเปลี่ยนแหล่งจ้าง พิมพ์ การพิมพ์ธนบัตรนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของบ้านเมือง รัฐบาลจึงได้มอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินการศึกษาและจัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตรเพื่อพิมพ์ธนบัตรขึ้นใช้เองในเมือง ไทย คือได้มีการสร้างโรงพิมพ์ธนบัตรขึ้นในสังกัดธนาคารแห่งประเทศไทยและทำพิธี เปิดดำเนินการในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒ โดยเริ่มพิมพ์ธนบัตรฉบับละ ๕ บาทออกมาก่อนและทยอยพิมพ์ฉบับที่มีมูลค่าสูงๆ ขึ้นไปออกมาตามลำดับและได้พิมพ์ธนบัตรฉบับ ๕๐๐ บาทออกใช้ด้วยในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้มีการจัดพิมพ์บัตรธนาคารออกมาเป็นพิเศษมีมูลค่าฉบับละ ๖๐ บาท เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ




18  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / มีชีวิตจริงจังในวันนี้ แผนกจิตวิทยาสังคม มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2010, 10:51:51 AM
มีชีวิตจริงจังในวันนี้
 แผนกจิตวิทยาสังคม มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
 เคยทำการสำรวจเกี่ยวกับความกังวลของคน
 ปรากฏว่า ในจำนวนคน 8,000 คน ที่ถูกสอบถามเกี่ยวกับความกังวลนั้น 


1. มีร้อยละ 40 กังวลเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
เช่น เป็นห่วงกังวลว่าจะตกงานหรือเสียเพื่อน เป็นต้น

2. มีร้อยละ 30 กังวลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วนั้น เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถควบคุมหรือแก้ไขได้เลย

3. มีร้อยละ 10 กังวลเรื่องสัพเพเหระ เช่น กังวลว่า จะไม่มีเหรียญหยอดมิเตอร์ที่จอดรถ

4. มีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้น ที่กังวลในเรื่องที่มีอยู่จริง
และในเรื่องที่มีอยู่จริงมีอยู่ครึ่งหนึ่ง
เป็นเรื่องที่ส่วนบุคคลไม่สามารถควบคุมได้
เช่น เขาเป็นห่วงว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์
เป็นห่วงรูรั่วในชั้นโอโซนจะขยายใหญ่ขึ้น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

จะเห็นได้ว่า เรื่องที่คนเราเป็นห่วงกังวลนั้น
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นและเรื่องที่ผ่า นพ้นไปแล้ว

เรามัวแต่ปล่อยให้ความกังวลในอดีตและในอนาคต
กัดกร่อนจิตใจของเราจนท้อแท้และสิ้นหวัง 

จงมีชีวิตจริงๆ จังๆ ในวันนี้ และอย่าไปกังวลสิ่งที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
(Live one day at a time.) เราจะได้มีชีวิตอย่างมีคุณค่า

..................

ท่านโรสเวลต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ได้ให้ข้อคิดอันทรงคุณค่าแก่เราว่า

"ทำสิ่งที่คุณสามารถทำได้ อยู่ในที่ที่คุณอยู่
มีสิ่งที่คุณมี แล้วไม่ต้องกังวลถึงเรื่องอื่นๆ "

(Do what you can, where you are,
what you have and don't worry about the rest.)

หากเราทำตามที่ท่านโรสเวลต์สอนได้
เราคงขจัดความกังวลอันไร้สาระในชีวิตไปได้มากโขทีเดียว

http://royyim.exteen.com/20101030/entry
19  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แม่ยุคใหม่ เป็นอย่างนี้ แหละ อ่านดูเอาต่อ นะ ( ไม่อยากให้มีในไทยเลย ) เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2010, 01:23:08 PM


เหตุการณ์ เกิดขึ้นหลังมีพยานชี้ตัวว่า สาวจีนสองคน ซึ่งอุ้มทารกทั้งคู่ ขโมยมือถือจากนักเรียนมัธยมฯ รายหนึ่ง เมื่อถูกไล่ต้อนอย่างหนัก หนึ่งในสองสาวโยนทารกลงกับพื้นและเริ่มย่ำซ้ำเพื่อเป ็นการประท้วง เมื่อตำรวจมาถึงพร้อมญาติของนักเรียนพบว่าทารกนอนอยู ่กลางถนน ส่งเสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนา ขณะที่แม่ซึ่งถูกสงสัยว่าเป็นขโมยกำลังย่ำใส่ไม่ยั้ง ญาติคนหนึ่งทนไม่ได้ตรงเข้าผลักจนหญิงสาวได้สติ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองไปยังสถานีตำร วจท้องถิ่นเพื่อสอบปาก คำต่อไป

 :'( :'(
20  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อุโมงค์ มหัศจรรย์ กับความตั้งใจของมนุษย์ เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 08:27:00 PM






อุโมงค์มหัศจรรย์

คนจีนได้ชื่อว่ามีความพยายามที่สุดในโลก แต่นอกจากกำแพงเมืองจีนแล้ว มีใครทราบบ้างว่า

ที่มณฑลหูหนาน มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเพียรพยายามเจาะภูเขาทั้งลูก หวังเปิดตาสู่โลกภายนอก


เรื่องราวของภูเขาลูกนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 1972 ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่รายล้อม

ไปด้วยภูเขาสูงรอบด้าน จึงทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

วันหนึ่ง เฉิน หมิงฉิน ผู้นำชาวบ้านวิสัยทัศน์ไกลเกิดความคิดที่ว่า เราต้องเจาะภูเขา

แห่งนี้ เพื่อเปิดประตูสู่โลกภายนอก มีหลายคนคัดค้าน และคิดว่าเขาบ้า


แต่ก็มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเห็นด้วย พวกเขาขายแพะที่มีอยู่ เพื่อนำเงินมาซื้อค้อนและ

อุปกรณ์เหล็กต่างๆ จากนั้นรวบรวมสมัครพรรคพวกชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงได้ 13 คน

ขุดเจาะอุโมงค์ที่มีความยาวประมาณ 1,200 เมตร สูง 5 เมตร กว้าง 4 เมตร และ

เจาะหน้าต่างตลอดอุโมงค์ เพื่อเกลี่ยเศษหินทิ้งในระหว่างการก่อสร้าง


แต่ความสำเร็จใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ระหว่างการก่อสร้างอันยาวนาน 5 ปี

มีชาวบ้านเสียชีวิตไปหลายคน  จนในที่สุด วันที่ 1 พฤษภาคม 1977 อุโมงค์นี้

ก็ได้เปิดทำการใช้สัญจรเป็นทางการครั้งแรกจวบจนปัจจุบัน


เครดิตภาพ http://fwmail.teenee.com
21  เรื่องทั่วไป / เรื่องเล่ากฎแห่งกรรม / กรรม เพราะไร้ คุณธรรม เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 12:26:06 PM
----- Forwarded Message ----
From: สิงห์ รณยุทธ์

Subject: [noolex] กฏแห่งกรรม กรรมเพราะไร้คุณธรรม

 

จากหนังสือ “โลกลี้ลับ” ปีที่ ๒๑ ฉบับที่ ๒๓๕ เดือน กรกฎาคม ๒๕๔๗
พิมพ์ส่งมาให้เป็นธรรมวิทยาทาน โดย คุณ Lilly
................. ................

เรื่องที่ผู้เขียนเขียนมานี้เกิดขึ้นกับหลานของผู้เขียนที่ชื่อ ไชยา มันเป็นเวรกรรมที่ตามทันตาเห็นจริงๆ ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้าเลย เรื่องก็มีอยู่ว่า

พ่อของไชยานั้น เขาเป็นคนที่ร่ำรวยในหมู่บ้าน มีที่สวนไร่นามากมาย แต่ออกจะตระหนี่ขี้เหนียวซักหน่อย แต่ก็เพราะความตระหนี่ของเขานี่แหละ ถึงทำให้เขามีความร่ำรวย เขามีลูก 4 คนด้วยกัน เป็นผู้ชายหนึ่งคนก็คือ ไชยา และอีกสามคนเป็นผู้หญิง สำหรับเมียเขาออกจะเป็นคนเห็นแก่ตัวเอามากๆ

ต่อมาไชยา ได้ไปรักกับหญิงสาวคนบ้านใกล้กัน พ่อก็จัดการแต่งงานให้ ได้อยู่กินกันจนมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ด้วยความที่รักลูกชายมาก จึงไม่อยากให้ลูกต้องไปทำงานอยู่ที่อื่น เลยหาซื้อรถยนต์ให้ลูกชายหนึ่งคัน เพื่อให้วิ่งโดยสารรับส่งผู้คนแถวบ้าน เพราะจะได้อยู่ใกล้บ้าน และใกล้พ่อแม่

วันหนึ่งผู้เขียนได้ไปว่าจ้างให้ไชยาเอารถไปบรรทุกวัวไปส่งบนดอย เพราะจะเอาวัวไปฝากคนที่อยู่บนดอยเลี้ยง พอตอนเช้าของวันนัด ผู้เขียนและไชยาก็ช่วยกันเอาวัวขึ้นรถบรรทุกไปส่งบนดอย ตอนเอาไปเราเอารถไปคนละคัน ไชยากับเพื่อนที่ชื่อ สนั่น ไปรถคันที่บรรทุกวัว ส่วนผู้เขียนเอารถไปอีกคัน ขากลับผู้เขียนได้กลับมาก่อน ส่วนไชยานั้นหลังจากลงมาจากบนดอยก็เลยไปหาเพื่อนที่ อำเภอท่าวังผา เป็นเพื่อน ๆ ที่วิ่งรถสองแถวด้วยกัน ก็เลยพากันดื่มเหล้าที่บ้านเพื่อน ส่วนสนั่นนั้นได้แยกทางกันกับไชยาตั้งแต่ลงมาจากดอย ไชยานั่งดื่มตั้งแต่ 2 ทุ่ม จนถึงเที่ยงคืนก็เมาได้ที่ จึงขอตัวกลับบ้าน พวกเพื่อนก็ขอร้องให้นอนค้างคืนที่บ้านเขา แต่ไชยาไม่นอน เพื่อน ๆ ก็เลยให้กลับเพราะเห็นว่ายังพอกลับได้

ไชยาขับรถออกจากบ้านเพื่อนมาได้ประมาณ 25 นาที พ้นเขตอำเภอท่าวังผาก็เข้า เขตอำเภอบัว (ซึ่งเป็นอำเภอที่ผู้เขียนและไชยาอยู่) เข้าเขตอำเภอบัวมาได้ประมาณ 5 กิโลเมตร พอมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านนาก้อ ซึ่งเป็นทางโค้งนิดหน่อย ได้มีรถมอเตอร์ไซค์กำลังขับอยู่ข้างหน้า ด้วยความเมาไชยาจึงไม่เห็นรถคันดังกล่าวจึงขับรถไปชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้ สองผัวเมียที่ขับมาได้รับบาดเจ็บและรถมอเตอร์ไซค์ของเขาหักเป็น 2 ท่อน คนที่บาดเจ็บนั้นนอนสลบอยู่ที่ถนน แต่ แทนที่เขาจะช่วยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล เขากลับไม่ทำแล้วยังขับรถหนี เอารถไปซ่อนไว้ที่บ้านเพื่อนของผู้เขียน

พอรุ่งเช้า พ่อของเขาก็มาหาผู้เขียน แล้วให้ผู้เขียนไปส่งเพื่อซื้ออะไหล่รถในตัวเมือง จึงได้ถามพ่อของเขาว่า “ไปซื้ออะไหล่มาใส่รถคันไหนอีก”

เขาบอกว่า “เมื่อคืนไชยาได้ขับรถไปชนกับรถมอเตอร์ไซค์ ตอนนี้ให้เอาไปซ่อนไว้ที่บ้านของสิงห์ทอง ที่กลางป่าโน้น “ (สิงห์ทองคือเพื่อนของผู้เขียนเอง) ต่อจากนั้นเขาก็หาช่างมาซ่อมรถจนเสร็จ หลังจากนั้นไชยาก็ได้นำรถออกไปขับโดยสารต่อ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ารถของไชยาหายไป ไม่มาวิ่งในวินหลายวัน ตำรวจก็เลยถามว่า “รถหายไป เอาไปไว้ไหน”

ไชยาจึงได้บอกไปว่า “เอารถไปให้น้าเขาใช้ที่ต่างจังหวัด” ตำรวจมาดูที่รถ ก็เห็นมีรอยทำสีใหม่ แต่ตำรวจเขาก็ไม่อยากซักถามเท่าไหร่ เพราะเป็นคนมีเงินและก็มีอิทธิพลนิดหน่อย และเขาก็ได้บอกตำรวจว่า “ไม่ต้องมาสงสัยถ้ารถชนจริงไม่หนีหรอก เรื่องแค่นี้จะยอมใช้ให้หมด”

แต่ญาติๆ ของผู้เสียหายปักใจว่าเป็นรถคันนี้ชนแน่นอน แล้วแม่ของไชยาก็ได้สาบานต่าง ๆ นานา อย่ามาหาว่ารถฉันชน ถ้ารถฉันได้ชนจริง ๆ ก็ขอให้มีอันเป็นไป

เพราะแม่ของไชยาไม่เชื่อเรื่องสาบาน แต่จะเชื่อเพียงว่า ใครมีเงินมาก คนนั้นก็ชนะ ไม่ว่าเรื่องอะไร จากนั้นมาประมาณปีกว่า ไชยามีธุระต้องเข้าไปในเมือง โดยเอารถคันดังกล่าวนั้นขับไป พอขากลับไชยาขับมาคนเดียว โดยไม่มีใครอาศัยมาด้วย เวลานั้นก็ประมาณ 3 ทุ่ม พอไชยาขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ รถของไชยาก็เกิดยางระเบิด พลิกคว่ำลงข้างทาง เป็นเหตุให้กระดูกท่อนคอของไชยาหัก ผู้ที่อยู่บ้านใกล้เขาเห็นเหตุการณ์ จึงนำตัวไชยาส่งโรงพยาบาล หมอที่โรงพยาบาลอำเภอบัวส่งต่อมาโรงพยาบาลในตัวเมือง หมดได้ช่วยกันเข้าเฝือกคอของไชยาที่หักไว้ จากนั้นก็จะนำส่งไปที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ แต่ไชยาทนพิษบาดเจ็บที่ลำคอไม่ไหว กระดูกที่เข้าเฝือกไว้ได้เคลื่อนที่ จึงได้เสียชีวิตลงกลางทาง ยังความเศร้าโศกให้แก่พ่อแม่ของไชยาเป็นอย่างมาก

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ผู้เขียนนำมาเล่าให้ฟัง ผลกรรมมันตามทันตาเห็นจริงๆ ใครที่ก่อกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นจริงๆ ผู้เขียนก็ไม่ได้มีความอาฆาตพยาบาทใครๆ ที่เล่าให้ฟังเพราะ กฎแห่งกรรมมีจริง เพราะความตระหนี่นี่เอง กลัวว่าจะเสียเงินให้เขา จึงทำให้ลืมคำว่าคุณธรรม ลืมคำว่าเวรกรรม ลืมคุณค่าของความมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ของไชยา เพราะความเห็นแก่ตัวห่วงแต่ลูกตนว่าจะมีความผิด ลงทุนแม้กระทั่งสาบาน โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา จึงต้องมาเสียใจกับผลกรรมนั้นในที่สุด

สำหรับผู้เขียนเองก็อยากจะเห็นมนุษย์เรากระทำแต่ความดีมีศีลธรรมอยู่ในใจ บ้าง มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน อย่างน้อยสิ่งที่เราทำลงไปเราก็ควรจะรับผิดชอบบ้าง เพื่อจิตใจเราจะได้สบาย ไม่สร้างกรรมสร้างเวรต่อกัน จะได้เป็นสุขกันพร้อมหน้า

............ .............

คัดลอกจาก
http://www.lekpluto.com/index02/kram.html
22  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / พรที่ นางวิสาขา พระพุทธเจ้า 8 ประการ มีอะไรบ้างคะ เมื่อ: กันยายน 12, 2010, 09:17:27 AM
วันนี้ตามเรื่อง นางวิสาขา เป็นพิเศษ โดยกลุ่มพวกเราต้องการนำไปเป็นละครเล่าประกอบฉาก

จึงอยากได้ข้อมูลเพิ่มบ้างคะ


พรที่นางวิสาขา ขอพระพุทธเจ้า 8 ประการ มีอะไรบ้างคะ

และมีเหตุผล อะไรต้องขอพร 8 ประการนั้นด้วยคะ


ความหมาย ของ พร ในที่นี้ คือ อะไร เหมือน ที่พระให้พร หรือ ป่าวคะ
 :25: :25:

23  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / เคล็ดไม่ลับ ของมือถือ ( เกี่ยวกับเว็บธรรมะหรือป่าว เห็นว่ามีประโยชน์คะฺ) เมื่อ: กันยายน 11, 2010, 06:08:01 PM
> ใครที่ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งใจอ่านดีๆ


> > อ่านจบแล้วจะรู้ว่ามือถือไม่ได้มีไว้สำหรับ
> > โทรเข้า-โทรออกเท่านั้น
> > แต่ยังมีเคล็ดลับที่เพื่อนๆยังไม่รู้ซ่อนไว้อยู่
> > ถ้าอยากรู้ว่ามีไรอะไรบ้าง
> > ลองเข้ามาดูกัน

> > 1. หมายเลขสากลฉุกเฉิน 112 ใช้ได้ทั่วโลก
> >      ถ้าเกิดเราหลงไปอยู่ในเขตที่ไม่มีสัญญาณเลย
> >      แต่มีเหตุด่วนเหตุร้ายให้กด 112
> >      แล้วมันจะหาเบอร์ให้เองอัตโนมัติแม้แต่เราล็อคปุ่ม
> >      ก็ยังกดเบอร์ นี้ได้ ทีนี้เราก็รอดตายแล้ว

> > 2. ใช้ในกรณีที่ลืมกุญแจไว้ในรถ... สำหรับรถที่ใช้ Remote Key
> >     ถ้ารถล็อคไปแล้ว แต่เรามีกุญแจสำรองอยู่ที่บ้าน
> >     ให้โทรไปหาคนที่อยู่ที่บ้านด้วยมือถือ
> >     (เราต้องโทรไปหาเบอร์มือถือของเขาด้วยนะ)
> >     เมื่อเขารับแล้วให้เราบอกเขาให้กดปุ่ม unlock
> >     บนกุญแจสำรองในขณะที่เราถือมือถือ
> >     ให้ห่างจากประตูรถประมาณ 1 ฟุต
> >     (คนที่อยู่บ้านที่เราวานให้กดต้องเอากุญแจไปจ่อใกล้กับมือถือของเขาในขณะที่กดปุ่ม)
> >     ประตูรถก็จะเปิดออกเหมือนเรากดปุ่มรีโมทด้วยตัวเอง
> >     ระยะทางไม่มีปัญหาแม้รถกับบ้านจะอยู่ห่างกันเป็นร้อยๆ กม. ก็ตาม


> > 3. กรณีแบ็ตใกล้จะหมด *3370# สำหรับมือถือ Nokia
> >     ถ้าเกิดถ่านเหลือน้อยเต็มทีจนใกล้ดับแต่เราจำเป็นต้องโทรออกให้กด
> >     *3370# มันจะรีดพลังสำรองที่ซ่อนออกมาแล้วแสดงให้เห็นว่า
> >     เพิ่มพลังถ่านให้ขึ้นมาอีก 50% และมันจะชดเชยส่วนสำรอง
> >     นี้ในการชาร์จแบตครั้งต่อไป


> > 4. ถ้าโทรศัพท์หายต้องการทำให้ใช้ไม่ได้ตลอดไป
> >     ในกรณีนี้เราต้องใช้หมายเลข serial number
> >     ประจำเครื่อง ซึ่งมี 15-17 หน่วย
> >     การที่จะทราบหมายเลขนี้กด *#06#
> >     แล้วหมายเลขประจำเครื่องก็จะขึ้นมาให้เห็นทันทีเหมือนเล่นกล
> >     จดไวแล้วเก็บไว้ให้ดี....ที่นี้ถ้ามือถือหายหรือตกหล่น
> >     ให้โทรไปที่ศูนย์แล้วแจ้งหมายเลขให้เขาไป
> >     เขาก็จะบล็อคเครื่องของเราให้แล้วทีนี้มือถือที่หายไปจะใช้ไม่ได้อีกเลย
> >     ถึงแม้ว่าคนขโมยไปจะเปลี่ยน sim card
> >     มันก็จะยังใช้ไม่ได้อยู่ดี
> >     แบบนี้สะใจดีค่ะโดยเฉพาะพวกที่ชอบโขมยมือถือ
24  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / คติ ดี ๆ ถ้า ....คุณอ่าน เมื่อ: กันยายน 11, 2010, 05:57:18 PM



เรื่องภายในย่อมสำคัญกว่าเรื่องภายนอกตน

คนที่รู้เพียงเปลือกนอกย่อมสู้คนที่รู้ถึงแก่นไม่ได้

อดีต คือ ความฝัน ปัจจุบัน คือ ภาพมายา อนาคต คือ ความไม่แน่นอน

คิดก่อนทำ อดทนไว้ พึงอภัย

ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง

โกงคนอื่น เหมือนจุดไฟเผาตัวเอง

เมตตาคนอื่น เหมือนสร้างบ้านให้ตัวเอง

อย่าระแวงคนอื่น ยิ่งกว่าระวังตัวเอง

ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ

ที่พักครั้งสุดท้าย คือป่าช้า

ถ้าท่านทำงานแข่งกับสังคม ความพินาศล่มจมจะตามมา

ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบปัญหาเรื่อยไป

ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้ ท่านอย่าหว ังน้ำใจจากเพื่อนฝูง

ถ้าท่านกล้าเกินไป ท่านจะทำอะไรไม่สำเร็จ

ถ้าท่านกล้าจนเกินงาม ท่านจะพบกับความเดือดร้อน

ถ้าท่านขาดความพอดี ท่านจะพบกับความทุกข์อย่างมหันต์

ถ้าท่านขาดความยังคิด ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย

ถ้าท่านทำใจให้สงบ ท่านจะพบกับความสุขที่เยือกเย็น

ถ้าท่านมีความพอดี ท่านจะเป็นเศรษฐีในเรือนยาจก

ถ้าท่านมีแต่ความงก ท่านจะเป็นยาจกในเรือนเศรษฐี

ถ้าท่านมีเมตตาจิต ท่านจะมีญาติมิตรทั่วบ้าน

ถ้าท่านเมตตาเกินประมาณ ท่านจะพบคนพาลทั่วเมือง

ถ้าท่านคิดถึงความหลัง ท่านจะพบรังแห่งความเศร้า

ถ้าท่านมีความมัวเมา ท่านจะพบความปวดร้าวภายหลัง

ถ้าท่านทำดีเพื่อเด่น ท่านจะถูกขเม่นจากญาติมิตร

ถ้าท่านทำดีเพื่อน้ำจิต ท่านจะมีชีวิตอยู่อย่างสบาย

ถ้าท่านหวังพึ่งแต่คนอื่น ท่านจะต้องกลืนน้ำตาตัวเอง

ถ้าท่านรู้จักใช้เวลา ชีวิตจะมีค่ากว่านี้

ถ้าไม่กินอยู่เท่าที่มี จะได้เป็นเศรษฐีเงินกู้

ถ้ามั่วสุมกับอมายมุข จะพบความทุกข์ในเบื้องปลาย

ถ้าทำหูเบาตามเขาว่า จะต้องน้ำตาตกใน

ถ้าพูดโดยไม่คิด เท่ากับพ่นลมพิษใส่คนอื่น

ถ้าจริงจังกับโลกเกินไป จะต้องตายเพราะความเศร้า

ถ้าต้องการความเป็นอิสระ ให้พยายามชนะใจตัวเอง

ถ้าไม่รู้จักความทุกข์ จะพบกับความสุขได้ที่ไหน

ถ้าไม่ยอมปล่อยวาง จะพบกับความว่างได้อย่างไร

ถ้าหาความสุขจากความมัวเมา ท่านกำลังจับเงาในกระจก

ถ้าอยากเป็นคนงาม อย่าวู่วามโกรธง่าย

ถ้าอยากเป็นคนสบาย อย่าเบื่อหน่ายความเพียร

ถ้าอยากเป็นคนมั่งมี อย่าเป็นคนดีแต่จ่าย

ถ้าอยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม

ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ อย่าเหยียดหยามคนอื่น

ถ้าอยากเป็นคนความรู้ อย่าลบหลู่อาจารย์

ถ้าอยากหาความสำราญ อย่าล้างผลาญสมบัติ

ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ อย่าขาดความยุติธรรม

ถ้าอยากเป็นคนดัง อย่าหวังความสงบ

ถ้าอยากเป็นที่เคารพ ต้องพบความจบก่อนตาย

อย่าทำตัวให้เด่น โดยการสร้างหนี้ให้ตัวเอง

( อย่าพยายามทำใจคนอื่นให้เหมือนใจเรา เพราะเราก็ทำใจให้เหมือนคนอื่นไม่ได้ )
25  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / การตูน แม่ผมสวยที่สุด เมื่อ: กันยายน 11, 2010, 05:51:40 PM
















26  เรื่องทั่วไป / สอบถามปัญหาชีวิต เปิดใจคุยกัน / เห็นเพื่อนแอบไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชาย ในระหว่างที่ไปเรียน เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2010, 01:09:21 PM
หนูมีเพื่อนหญิง คนหนึ่งชอบให้หนูโกหก ครู ว่า ลาป่วย เพื่อแอบไปเที่ยวกับเพื่อนชาย

และโกหก กับ พ่อ แม่ ของเขาที่อยู่ข้างบ้านว่า เธอ ติดการซ้อมกีฬา ที่โรงเรียน เพราะเธอไปเที่ยวจะกลับ 5 โมง

การกระทำของหนูอย่างนี้ ถือว่าเป็นการพูดเท็จ

แต่มีวิธีการ และทางออก ที่หนูจะปฏิเสธ โดยที่เพื่อนหนูไม่โกรธหนูด้วย

 :34: :17: :'(
หน้า: [1]