ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • มัชฌิมา บอร์ด แหล่งร่วมรวมความรู้ทางกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
    Messages   Topics Attachments  

  Messages - arlogo
หน้า: [1] 2 3 ... 24
1  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ฮือฮาอีกแล้ว! วัดดังพิษณุโลกบวชพระใหม่-โปรยเงินสดแจก 3 แสนบาท ไอโฟน 6 ห้าเครื่อง เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 06:23:53 PM
 :smiley_confused1: :smiley_confused1: :smiley_confused1:
2  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: โปรดเกล้าฯพระราชทาน 'วิสุงคามสีมา' 217 วัด เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 06:22:23 PM
วัดร้างก็เยอะแยะ วัดที่ขอใหม่ ก็มีมาก เป็นไปตามเหต ตามปัจจัย ความศรัทธา ของสาธุชนที่มีต่อครูอาจารย์ ก็มี บางสถานที่ หลังจากครูอาจารย์สิ้นไป ก็เงียบดั่งวัดร้าง สุดท้ายก็ร้าง ทั้งที่สิ่งก่อสร้าง มีมากมาย

  อนิจจัง มันไม่เที่ยง ก็อย่างนี้

   ;)
3  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: อัศจรรย์! พบรอยพระพุทธบาทในแท่นหินขนาดใหญ่ใกล้สำนักสงฆ์เขาหมื่นฯ เมืองตาก เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 06:20:32 PM
เคยไปดูมาหลายรอย ที่เขาบอกว่าเป็นรอยพระพุทธบาท แต่พอไปดูแล้ว ก็เป็นรอยเดินเท้าของคนทั่วไป ที่เดินผ่านกันเป็นกลุ่มเป็นคณะก็มี สมัยที่เดินนั้น หินยังไม่แข็งยังเป็นหินนุ่มพอเดินผ่านไปก็มีรอยเท้าผ่านยุคสมัยมา ก็เปลี่ยนกลายเป็นหิน ก็มีมาก ดังนั้น รอยที่เขาบอกกันนอกเหนือจาก 5 รอยหลักแล้ว รอยอื่น ๆ ก้เชื่อได้ยากว่าคือ รอยพระบาทของพระพุทธเจ้า จริง ๆ เพราะพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสไว้อย่างนั้นและเป็นเรื่องราวที่ปรากฏแสดง ในพระไตรปิฏก เพียง 5 รอยเท่านั้น

    ทราบว่า 2 รอย อยู่ที่ ศรีลังกา คือ เขาสุมนกูฏ หรือ เขาศรีปาทะ อีกรอย ก็อยู่ ภูขาสุวรรณมาลิเก หรือ เขาอภัยคีรี

    แต่อย่างน้อยรอบพระพุทธที่ถูกรับรอง จากคณาจารย์อย่างเป็นทางการ ก็มีสองรอย คือ

      1.รอยภูเขาสัจจพันธ์ คือ รอยพระพุทธบาทสระบุรี
      2.รอยโยนกปุเร คือ รอยพระพุทธบาท ที่แม่ริม เชียงใหม่

     ส่วนรอยที่ เป็นปริศนา ฟังจากครูอาจารย์แล้ว ชวนให้ฉงน มีอยู่ 3 ที่คือ

     1. รอยที่เกาะแก้วพิศดาร   ทะเลฝั่งตะวันตก ( อันนี้มีรอยจริง )
     2. รอยที่อยู่ระหว่าง จังหวัดชุมพร และ พระนครศรีธรรมราช เป็นรอยที่อยู่ในทะเล  ( เป็นเหมือนตำนาน )
     3. รอยที่อยู่เมืองบาดาล ของพญานาค เป็นรอยที่อยู่ ใกล้ เจดีย์ เก็บถาดอธิษฐาน กล่าวว่า เมืองพญานาค อยู่ในลุ่มน้ำโขง เขต ไทย ลาว เขมร คือ ระหว่าง จังหวัด หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี  แต่ไม่รู้ว่า ช่วงไหน เคยฟังจากพระที่ท่านบอกว่า ได้ไปเที่ยวเมืองพญานาค คือ หลวงปู่คำคะนิง ตอนหนึ่งแต่ไม่ชัดเจน ดังนั้น ชาวอิสาณจึงผูกพันกับพญานาคเป็นอย่างมาก เรื่องของขุนฟ้านางอ่ำ ที่พญานาคทำให้น้ำท่วม 7 จังหวัดอิสาณ ก็มีเรื่องราวผสมกันอยู่กับเรื่องเหล่านี้

    ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นรอยจริง หรือ ไม่จริง ก็เบื้องต้นก็ต้องใช้ปัญญา ใช้ ทิพยจักษุ ดูกันตรง ๆ ที่รอยเท้า นั้นฉันเจอมาแล้ว ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ บางรอยก็ไม่ใช่รอยเท้าแต่ เป้นรอยธรรมชาต ของการสึกกร่อน ของหิน จนปรากฏเป็นรูปลักษณะเหมือนรอยเท้า จนหลายท่านก็มักจะโมเมว่า นี่แหละคือ รอยพระพุทธบาท

     ;)
4  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: แจงชาวบ้าน ต้องการ "อนุรักษ์ต้นโพธิ์กลางถนน" ท่ามะกา เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 06:06:36 PM
โดยปกติ ต้นโพธิ์ สัญญลักษณ์ ต้นไม้การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า พระองค์ปัจจุบันนั้นหากมีอายุมาก เกิด 60 ปีขึ้นไปนี้ มักจะมี รุกขเทวดา มาอยู่กัน

  การทำลายต้นโพธิ์ ที่มีอายุมาก เก่าแก่ ที่เห็น ๆ กันมา คนตัด ทำลาย ล้วน ตกระกำ ลำบาก กันเป็นส่วนใหญ่ นะ อย่างที่วัดแก่งขนุน นี้ก็เช่นกัน เจ้าอาวาสองค์ก่อน ท่านก็ยังป่วย อยู่เลยในปัจจุบัน

    ;)
5  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ไฟไหม้ศาลาวัด อายุกว่า 100 ปี วอด.!! เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 06:04:01 PM
เชื่อว่าชาวด่านขุดทด ไม่ทอดทิ้งวัดนี้แน่ ๆ
 ก็ขอให้สร้างกลับมาได้โดยไว ถึงแม้จะไม่เก่าเป็นของเดิม แต่ของใหม่ทดแทน นั้น ก็เป็นเครื่องแสดงพลังศรัทธา ของชาวด่านขุดทดเองด้วย

   อย่างน้อย บารมี หลวงพ่อคูณใกล้ ๆ ก็น่าจะช่วยได้ ส่วนหนึ่ง

   ;)
6  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ภาวนาได้ผล! พระวัดป่าถูกรางวัลที่1 ได้4ล.ไปสร้างโบสถ์ เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 06:01:47 PM
ฉันไปวัดไหน ก็มักได้ยินเจ้าอาวาส เจ้าสำนัก มักจะพูดกับฉันอย่างนี้ว่า ซื้อหวยสักชุด เพื่อหวังสร้างโบสถ์ ศาลา เพื่อสร้างนั่น สร้างนี่ ประจำ บางท่านก็ขอให้ฉันบอกเลข เลือกสลากให้ด้วย แต่ก็ปฏิเสธ ที่จะช่วยแบบนี้ นะ เพราะว่าการที่เราต้องมาเป็นทุกข์ เพราะต้องสร้างนั้นสร้างนี่นั้น ไม่สมควรในเพศบรรพชิต ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องสร้าง ฉันเดินทางทั่วประเทศ เห็นวัดร้าง วัดสวย ๆ นี่ มีกุฏิ มีศาลา มีห้องน้ำ มีโบสถ์ มีวิหาร รกร้างก็มากวัดอยู่ โดยเศรษฐกิจในสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน เมื่อก่อนคนนิยมไปทำบุญกับพระในป่า ในเขา แต่ปัจจุบัน สื่อ เข้าถึงพระได้ไว พระที่ปฏิบัตไม่ได้ ก็เสียพระกันไปเยอะมาก

   ดังนั้น การได้โชค นี้ก็ดี แต่การลงทุนได้โชคนั้น ก็มีความเสีี่ยง สำหรับส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับพระที่ซื้อหวยนัก

    ;)
7  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: แม่ยายเข้าฝันให้โชค เฮง.!! รับ 4 ล้าน เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 05:57:36 PM
เรื่องพวกนี้ สำหรับชาวไทย ที่มีฐานะ จะรวย จะจน จะปานกลาง ต่างก็ชอบใจทั้งนั้น แต่สำหรับ โชคนี้ก็มาจากบารมีกุศลที่ได้ทำไว้ส่วนหนึ่ง ทีรอออกดอกออกผล แต่ผลบุญนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เราทั้งหลายจะเข้าใจกันได้ง่าย ๆ ว่าจะได้รับกันเมื่อไหร่ เวลาใด ดังนั้นขอให้ท่านทั้งหลาย ก็อย่าได้หลงใหล ต่อเรื่องหวยเบอร์กันจนเกินไป จะซือก็อย่าให้ครอบครัวเดือดร้อน เพราะฉันเคยเห็นมาแล้ว ถึงขนาดที่ดิน ที่นา ซื้อหวย ตีไก่ กัน วินาศมากันแล้ว

  ดังนั้นก็อย่าได้ปักหลัก ซื้อแต่หวย ไม่ทำงาน หวังบุญ หวังโชค กันเกินไป

  ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน

  การได้รางวัล ได้ ลำดับ ได้มีสิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องที่อันใคร ๆ จะได้ ง่าย ๆ

   ;)
8  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ใจหาย.! อาจจะไม่มี "ดาไลลามะองค์ต่อไป" เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 05:53:50 PM
เกิด แก่ เจ็บ ตาย มีกันมาแต่ไหน แต่ไร

 เลิศกว่า ดาไลลามะ ก็คือ พระพุทธเจ้า พระองค์ ก็หนีสังขารนี้ไม่ได้
 
 พระสังฆราช ประเทศไทย ก็กี่พระองค์เข้าไปแล้ว บรรดา ครูอาจารย์ ที่เก่ง ที่เลิศ ที่ประเสริฐ ก็ล้วนต้องจากกันไปตามกาลเวลา แม้แต่ ครูอาจารย์ อย่างสมเด็จสุก ไก่เถือน ก็คงเหลือเป็นเพียงตำนานเท่านั้น

  สิ่งใด สิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
  แม้ฉันเองที่นั่งพิมพ์อยู่ นี้ก็ต้องจากกันไป เช่นกัน

  การที่ดาไลลามะ ต้องจากไป เพราะว่าความชรา และมีองค์แทน ขึ้นมานั้น สำหรับพระสงฆ์อย่างเรา ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้เป็นเรื่อง ใจหาย ใจคว่ำ แต่ประการใด
   
   เพราะท้ายที่สุด ก็ไม่มีความหมาย ต่อการดำรงอยู่ หรือ ดำรงอยู่

    ;)
9  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: หญิงจีนประกาศ "ขายลูกตัวเอง รักษาผัวเจ็บหนัก" เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 05:50:20 PM
กรรมของสัตว์ โลก เหตุที่สลดใจ มีมากเหลือคณานับ ที่รู้ก็มีมาก ที่ไม่รู้ก็ยังมีอีกมากมาย
แต่ที่สำคัญ ทั้งหมดก็เป็นเพราะว่า ยังแล่นอยู่ในสังสารวัฏ นั่นเอง
บรรดาพระอริยะเจ้า จึงตรัสสรรเสริญ การออกจากสังสารวัฏ เป็นเรื่องที่ประเสริฐที่สุด

  ;)
10  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ทึ่ง.! ความผูกพัน “พระ” กับ “หมูป่า” ไปไหนไปด้วยกัน (ชมคลิป) เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 05:47:31 PM
เดี่ยวก็มี ผู้ที่รักสัตว์ป่า ออก มาจัดการ เหมือนหมา นั่นแหละ เพราะหมูป่า จัดเป็นสัตว์ป่า การติดตามพระ ไปก็ไม่สมควรอยู่แล้ว เพราะถึงจะรักกันยังไง สักวันก็ต้องจากกัน ....

   ;)
11  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ช็อก! จงอางยักษ์โผล่วัดปากช่อง ตัวใหญ่จนกู้ภัยตะลึง (มีคลิป) เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 05:46:12 PM
โดยปกติ แล้ว สถานที่ใด ทีมีงูจงอาง ( ตัวเดียว ) งูเหลือม ขนาดใหญ่ คนโบราณกล่าวว่า ตรงนั้น จะมีทรัพย์สินอยู่ งูพวกนี้จะคอยดูแลปกป้อง สิ่งมีค่าไว้

   ครั้งหนึ่ง เดือนเข้าไปในถ้ำ ทางภาคเหนือ เข้าไปประมาณ 80 กว่าเมตร ก็เจองูเหลือม ขดขวางทางไว้ ขนาดเท่าลำแขน ยาวสักประมาณ 7 เมตรได้ ถ้าเขาคลายขด ตอนนั้นนึกในใจว่า ขอให้งูหลับเถอะ ฉันจะรีบออกไปแล้ว อย่าได้ตื่นขึ้นมาระหว่างที่ฉัน กำลังจะออก เพราะรู้ว่า ถ้าเกิดงูตื่น หรือ เอาเรื่อง ละก็ พระก็ไม่รอด ผู้ติดตามเป็น สามเณรสองรูป ก็ไม่น่ารอด เพื่อความปลอดภัยจึงพากันออกมา เพราะเราไปเที่ยวดูถ้ำ กัน ไม่ใช่ไปเอาอะไรมาจากถ้ำ อันนี้เป็นถ้ำที่อยู่ที่จังหวัด พะเยา

   อีกครั้งหนึ่ง ที่สระบุรี เป็นถ้ำที่ไม่มีชื่อ ญาติโยมพากันไปดูถ้ำ ถ้ำนี้ลึกมากและ มีจุดอันตราย ในถ้ำมีบ่อน้ำใหญ่ เป็นที่แปลกตาดี ไม่ค่อยได้เจอถ้ำที่มีบ่อน้ำภายใน นำ้ใสแจ๋วเลย  ขากลับมีงูจงอางเลื้อยผ่านข้างหน้า เหมือนไม่ยอมให้ออก แต่เปิดทางไว้ทางหนึ่ง ก็เลยเลี่ยงไปออกทางนั้น แต่คนนำบอกว่า ตรงนั้นไม่มีทางออก แต่พระอาจารย์ก็เดินไปตามทางนั้น เพราะงูจงอางยัง เลี้อยไปเลี้ยยมาขวางทางเราอยู่ พอเดินออกไปก็เป็นหน้าผา แต่เป็นที่แปลกตา ตรงจุดนี้มีต้นว่าน คล้ายต้นบอน ตัวใบก่อนคลายเป็นรูปหัวงูจงอาง จำนวนมาก ชาวบ้านเขาบอกว่าไม่รู้ต้นอะไรไม่ใช่ต้นบอน อาตมาเห็นแปลก ก็เลยอธิษฐานขอเก็บนำไปปลูกที่วัด โดยหักเอาเหง่ามา ประมาณหนึ่งศอก ถือออกมาเป็นที่น่าแปลกใจตอนที่ถือออกมานั้นงูเหมือนจะกลัวต้นว่านต้นนี้ ก็เปิดทางให้ออก แล้วก็เลื้อยหายไป ถำ้นี้อยู่ใกล้กับวัดเขาพรหมสวรรค์ ส่วนเหง้าอาตมาก็เอาไปปลูกขยายพันธ์ไว้ทีวัดดาวเสด็จ ตอนนั้นก็ตั้งชื่อ ว่านจงอาง ตามชื่อ งูที่ขวาง และลักษณะหัวที่ชูเหมือนงูจงอาง

   เล่าไว้พอให้ได้ทราบกันเกี่ยวกับเรื่องงู

    ส่วนตัวไม่ค่อยชอบงู ....

   อย่าได้เจอกันดีที่สุด เคยเจองูเห่าชูหัว ชูคอ ขวางทาง ตอนไปเยี่ยมบ้านโยม สมัยเป็นสามเณร ตัดสินใจลุยนาไม่เดินผ่านเขา ก็เป็นเด็กอยู่นี่นะ แต่อย่างไร ก็ไม่่เคยไล่สัตว์พวกนี้ ปล่อยให้เขาเลื้อยไปตามทางเขา อย่างเดียวอย่ามาซุกอยู่ด้วยกัน ไม่เอา นะ ไม่ชอบ

 
   :s_hi: ;)
12  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / การรับมือ กับ จิต ตกเข้าสู่ ภวังค์ เมื่อ: ธันวาคม 15, 2014, 12:12:42 PM
ภวังค์ หมายถึง ตามความหมายง่าย ๆ

  ความเป็นอยู่โดยไม่รู้สึกตัว หรือ ภาวะหลับลึก ( เหมือนคนไข้ ที่ถูกยานอนหลับ )

  ภวังค์ ในขั้นตอนของจิต ที่ฝึก สมาธิ มีไม่กี่อย่าง แต่ ลำดับของ ภวังค์ ถูกแบ่ง ไว้ 10 ประการ โดยจะให้ความหมายแก่ท่านผู้อ่าน ที่ง่าย ที่สุด ดังนี้

   1.อตีตะภวังคะ  หมายถึง จิตสู่ภาวะหลับ ที่เป็นไปในอดีต
       ( อตีตะ + ภวังคะ )
   2.ภวังคะจลนะ  หมายถึง ิจิตที่พยายามเคลื่อนออกจาก ภวังค์
       ( ภวังคะ + จลนะ )
   3.ภวังคุปัจเฉท  หมายถึง จิตที่ไม่สามารถรับรู้อะไรเลยในภวังค์นั้น
       ( ภวังคะ + อุปัจเฉท )
   4.ปัญจะทวาราวัชชนะ หมายถึง จิตที่นึก และ รู้ ด้วย มโนธาตุ ( มโนทวาราวัชชนะจิต )
       ( ปัญจะ + ทวารา + วัชชนะ )
       
          จิตที่ทำกิจ นึก และ รู้ ใน ทวารทั้ง 5 เป็นกิจในจิต ( อาวัชชนะจิต )
          กิจเห็น                         (ทัสสนกิจ)
          กิจได้ยิน                       (สวนกิจ)
          กิจได้กลิ่น                     (ฆายนกิจ)
          กิจลิ้มรส                       (สายนกิจ)
          กิจรู้โผฏฐัพพารมณ์            (ผุสสนกิจ)
   5.สันตีรณะ หมายถึง จิตต่อเนื่องในปัญจะทวารา ด้วยการพิจารณา ในการรู้
        ( สันตติ + จรณะ )
   6.สัมปฏิจจฉันนะ หมายถึง จิตต่อเนื่องใน การน้อมรับอารมณ์ที่พิจารณาไว้แล้ว
        ( สัมมปฏิจจะ+ ฉันนะ )
   7.โวฏฐัพพนะ หมายถึง จิตต่อเนื่องใน ที่ถือเอาอารมณ์ ที่พิจารณาไว้แล้ว
         ( วิถี + ฐานะ ( วุฏฐานะ ) + ขณะ )
   8.กามาพจรชวนะ หมายถึง จิตแล่นไปกามาวจร จิต 7 ขณะจิต
         ( กามาวจร + ชวนะ )
   9.ตทาลัมพนะ หมายถึง จิตรับเอาอารมณ์ได้สำเร็จ ( วิบากอารมณ์ คือ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา ยินดี ไม่ยินดี เฉย ๆ กลาง )
      ( ตัง + อารัมมณะ )
   10.ภวังคะปาทะ  หมายถึง จิตย้อนกลับไปสู่ ภวังค์เก่าอีก
       ( ภวังคะ + ปท )


    อันนี้นำไว้แบบ พระอภิธรรม เพราะการอธิบาย ภวังคะจิต นั้นมีอธิบาย เฉพาะในแบบ พระอภิธรรม แต่สำหรับสายปฏิบัติ แล้ว ไม่ต้องไปกำหนด เพราะไม่สามารถกำหนดทัน ในภวังค์ แบบนี้ เพราะมันเกิดดับ เป็นล้าน ๆ ครั้ง ซึ่งไม่ใช่แนวปฏิบัติ ดังนั้นอันนี้แค่ปูพื้นฐาน ให้เข้าใจเรื่อง ภวังค์ แบบ สายอภิธรรม ก็เป็นอย่างนั้น



     เอากับมาที่ ภวังค์ แบบ สายปฏิบัติ กันดีกว่า

     ยามใด ที่ผู้ปฏิบัติ ภาวนาเข้าไปสู่ภาวะ แห่งภาวะ กำลังจะเป็นสมาธิ สภาวะจิต นั้นจะเข้าไประงับหยุดทุกครั้ง เพราะสภาวะแห่งสมาธินั้น เป็นสภาวะบังคับ ให้จิตมีการงานน้อยลง เมื่อจิตมีการงานน้อยลง หรือ มีงานเพียงแค่หนึ่งเดียว ในบริกรรม ( วิตก คำภาวนา ) และ การติตามตามอารมณ์ ( วิจาร ความพยายามให้จิตน้อปไปในวิตก ) ในสภาวะทีจิต มีสติ คือ ระลึกได้ในการภาวนา แต่ สัมปชัญญะ ความรู้ตัวกำลังจะเต็ม สภาวะ ภวังค์จิต ก็จะดีดตัวเข้าสู่การหยุดการทำงาน เรียกว่า สภาวะ ชัตดาวน์ ( อาตมาเรียกว่า สภาวะ สกรีนเซพเวอร์ ) เพื่อที่จะพักจิต ในการพักจิตแบบนี้ จะคล้ายกับการนอนหลับ การเข้าสู่ภวังค์ มีอยู่ สองแบบ

     คือ 1. แบบที่จิตทำงานหนัก คือ มีการรับรู้อารมณ์ ปรุงแต่ง มากมาย ร่างกายก็จะเข้าสภาวะหลับ โดยธรรมชาติแห่งจิต เรียกว่า สภาวะฟื้นฟูจิต หรือ สมอง หรือ กาย อันนี้สภาวะการหลับ

         2. แบบที่จิตทำงานน้อย คือ การภาวนากรรมฐาน ทำให้จิต มีการทำงานเพียงเรื่องเดียว เมื่อการงานขาดในขณะนั้น คือ บริกรรมมันขาด จิต ก็ วูบ เข้าสู่สภาวะหลับ ในสมาธิ เรียกว่า การวูบกึ่งหลับ


       ดังนั้น แบบที่ 1 ไม่มีกลไก ในการแก้ ด้วยกรรมฐาน เพราะว่า เป็นกลไก ของ กาย และ จิต ที่ต้องสัมพันธ์ก่อน อันนั้น ต้องการการพักผ่อน คือ การนอนหลับ

       ส่วนแบบที่ 2 เป็นแบบที่เราจะต้อบรับมือ

 
       วิธีรับมือ ในการนี้ ก็คือ ต้องมอบงานให้แก่จิต อย่าให้ขาด ในงานเรื่องเดียว แต่ต้องมีลำดับของงาน อย่าให้ขาด นั้นก็คือ ลำดับพระกรรมฐาน ดังนั้นคนที่ฝึกกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ กับอาตมา ไม่มีใครตกภวังค์ เลย แต่ ทั้ง 30 นาที 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง จิต เป็นสมาธิ ด้วย ฉันทะ สมาธิ เป็นการแก้ ปรากฏการณ์ ภวังค์ ในตัว

      สรุป ลำดับพระกรรมฐาน จะสามารถแก้เรื่องการตกภวังค์

     
13  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: มาทำความรู้จัก พระพุทธศาสนา ลังกาวงศ์ กันสักหน่อย ดีไหม ? เมื่อ: ธันวาคม 13, 2014, 01:13:58 PM


ขอเสนอให้ทีมงาน เสนอประวัติของ พระโสณะ พระอุตตระ ด้วยครับ
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=5942.0

พระโสณะพระอุตตระพระสมณทูตผู้นำพระพุทธศาสนาสู่'สุวรรณภูมิ' : ท่องไปในแดนธรรม เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

       "องค์พระปฐมเจดีย์" วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จ.นครปฐม สันนิษฐานกันว่าได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อคราวที่พระสมณทูตได้เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ

       เนื่องจากเจดีย์องค์เดิมมีลักษณะทรงบาตรคว่ำแบบเดียวกับสถูปเจดีย์ที่สร้างขึ้นในกรุงอนุราชบุรี เกาะสิงหลทวีป ประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกผนวช ได้เสด็จธุดงค์มานมัสการ หลังจากทรงลาผนวชและได้เสวยราชสมบัติแล้ว โปรดให้ก่อสร้างเจดีย์องค์ใหม่ห่อหุ้มองค์เดิมไว้ ซึ่งมีความสูงถึง ๑๒๐ เมตร และพระราชทานนามพระสถูปเจดีย์ว่า “พระปฐมเจดีย์” เพราะทรงเชื่อมั่นว่าเป็นเจดีย์องค์แรกที่สร้างขึ้นในดินแดนสุวรรณภูมิ

       เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๖ พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน สมัยเดียวกันกับประเทศศรีลังกา ด้วยการส่งพระสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศต่างๆ ๙ สาย โดยการอุปถัมภ์ของพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์อินเดีย ในขณะนั้นประเทศไทยรวมอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ ซึ่งมีขอบเขตกว้างขวาง มีประเทศรวมกันอยู่ในดินแดนส่วนนี้ทั้ง ๗ ประเทศในปัจจุบัน ได้แก่ ไทย พม่า ศรีลังกา ญวน กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ซึ่งสันนิษฐานว่ามีใจกลางอยู่ที่จังหวัดนครปฐมของไทย เนื่องจากได้พบโบราณวัตถุที่สำคัญ เช่นพระปฐมเจดีย์ และรูปธรรมจักรกวางหมอบเป็นหลักฐานสำคัญ แต่พม่าก็สันนิษฐานว่ามีในกลางอยู่ที่เมืองสะเทิม ภาคใต้ของพม่า พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่สุวรรณภูมิในยุคนี้ นำโดยพระโสณะและพระอุตตระ พระเถระชาวอินเดีย เดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนาในแถบนี้ จนเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ ตามยุคสมัยต่อไปนี้

       พระโสณะและพระอุตตระได้เดินทางจากแคว้นมคธ เข้ามาประดิษฐานพระพุทธศาสนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ โดยมีข้อสันนิษฐานว่า น่าจะมีศูนย์กลางอยู่บริเวณตอนกลางของไทยในปัจจุบัน โดยพิจารณาจากโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ เช่น พระปฐมเจดีย์ศิลารูปพระธรรมจักร เป็นต้น

       พระพุทธศาสนาที่เข้ามาในสมัยนี้ เป็นนิกายเถรวาทดั้งเดิม โดยพุทธศาสนิกชนมีความศรัทธาเลื่อมใสบวชเป็นพระภิกษุจำนวนมาก และได้สร้างสถูปเจดีย์ไว้สักการบูชา เรียกว่า สถูปรูปฟองน้ำ เหมือนสถูปสาญจีในประเทศอินเดียที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างขึ้น โดยศิลปะในยุคนี้ เรียกว่า ศิลปะทวารวดี

       พระโสณะและพระอุตตระเป็นชาวอินเดีย  มีชีวิตอยู่ในช่วงพุทธศตวรรที่ ๓ ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ไม่ปรากฏประวัติก่อนบวช ปรากฏแต่ว่า  เมื่อท่านทั้งสองอุปสมบทแล้วเป็นผู้มีความแตกฉานในพระไตรปิฎกและเป็นกำลังสำคัญในการสังคายนาพระธรรมวินัย และยังได้รับการแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระเจ้าอโศกมหาราช โดยท่านทั้งสองได้รับมอบหมายให้เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ

       เมื่อครั้งที่พระโสณะและพระอุตตระเดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยนั้น ประชาชนกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวผีเสื้อสมุทรซึ่งมักจับทารกกินเป็นอาหาร ท่านทั้งสองได้สร้างขวัญกำลังใจ ทำให้ประชาชนหายหวาดกลัวโดยใช้อุบายธรรมนำ "พรหมชาลสูตร" ซึ่งมีเนื้อหาว่าด้วยความเห็นผิดมาเทศนา และได้เปล่งวาจาถึงไตรสรณคมน์ รวมทั้งสมาทานศีล ๕ ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อที่ถูกต้องและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จนพากุลบุตรและกุลธิดามาบวช ทำให้พระพุทธศาสนาได้หยั่งรากลึกลงในดินแดนสุวรรณภูมิ และเจริญสืบเนื่องเรื่อยมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ

       พระโสณะและพระอุตตระ แม้จะเกิดไม่ทันสมัยพุทธกาล แต่เมื่ออุปสมบทแล้ว  ท่านทั้งสองได้ตั้งใจปฏิบัติธรรมและศึกษาพระไตรปิฎกจนแตกฉาน มีความรู้ ความสามารถ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระธรรมทูตในการเผยแผ่พระพุทธศาสนายังต่างแดน แม้ว่า เดินทางจากอินเดียมายังสุวรรณภูมิซึ่งไกลและใช้เวลามาก ย่อมประสบกับความลำบากมากมาย แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ย่อท้อ ด้วยเห็นแก่ประโยชน์ของพระพุทธศาสนา จึงอดทนต่อสู้ต่อความเหนื่อยยาก
14  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ประวัติ พระอุบาลีมหาเถระ เมื่อ: ธันวาคม 13, 2014, 01:06:48 PM


พระอุบาลีมหาเถระ

เป็นพระธรรมทูตในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่เดินทางไปยังประเทศศรีลังกาตามคำร้องของฝ่ายศรีลังกาในการเป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทแก่ สามเณรสรณังกร ชาวสิงหล เพื่อสืบทอดพุทธศาสนาในศรีลังกา

ได้รับการจดจำในเรื่องความกล้าหาญของท่านที่ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังศรีลังกา และได้มรณภาพที่นั่นหลังจากปักหลักเผยแผ่ศาสนานาน 2 ปี 9 เดือน นับเป็นพระธรรมทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พระอุบาลีมหาเถระ เมื่อแรกได้พำนักอยู่ที่วัดธรรมาราม ซึ่งเป็นวัดเล็กๆ มีอาณาเขตทิศเหนืออยู่ติดกับวัดท่าการ้อง ทิศใต้อยู่ติดกับวัดกษัตราธิราช ทิศตะวันออกอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกอยู่ติดกับถนนบางบาล ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

พระอุบาลีมรณภาพด้วยโรคหูอักเสบ ภายในกุฏิวัดบุปผาราม (มัลวัตตวิหาร) เมืองแคนดี เมื่อปี พ.ศ.2299 พระเจ้าแผ่นดินศรีลังกาให้จัดพิธีถวายเพลิงศพอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ โดยจัดขึ้นที่สุสานหลวงนามว่าอาดาหะนะมะลุวะ ปัจจุบันคือวัดอัศคิริยะเคดิเควิหาร เมืองกัณฏี

ปัจจุบันได้ก่ออิฐล้อมสถานที่เผาศพท่านไว้ หลังเสร็จสิ้นพิธีถวายเพลิงศพแล้ว ทรงมีรับสั่งให้สร้างเจดีย์บนยอดเขาใกล้วัดอัสคีริยะบรรจุอัฐิเพื่อสักการบูชาซึ่งมีปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน กุฏิท่านพระอุบาลีและห้องพักของท่านได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นเพียงห้องเล็กๆ มีเพียงเตียงเก่าๆ และโต๊ะเก้าอี้อีกหนึ่งชุดเท่านั้น บริขารและสิ่งของที่ท่านเคยใช้สอยที่ยังเหลืออยู่

ชาวศรีลังกาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรเคารพเช่นกันและได้เก็บรักษาไว้จนทุกวันนี้
15  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / มาทำความรู้จัก พระพุทธศาสนา ลังกาวงศ์ กันสักหน่อย ดีไหม ? เมื่อ: ธันวาคม 13, 2014, 01:01:15 PM


กระจกหกด้าน ตอน ลังกาวงศ์
https://www.youtube.com/watch?v=7gADbiLVkbg

 วีดีโอนำก่อน สำหรับคนที่ยังไม่มีพื้น ฐาน เพราะเนือ้หาค่อนข้างเป็น วิชาการ อ่านแล้ว พึงสังวรระวังเพราะ เมื่ออ่านถึงประวัติศาสตร์ มาก ๆ อาจจะทำให้บรรดาศิษย์กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ อาจจะต้องสั่นไหว เพราะว่า เนื้อหาจะย้อนสวนทางกับที่เคยรู้มาก่อนว่า

   พระโสณะ พระอุตตระ เป็นผู้นำพระพุทธศาสนา เข้ามาสู่ แดนดินสยาม
   แต่พออ่านศึกษาไป กลับเปลี่ยนเป็น พระอุบาลี แทน และ ลังกาวงศ์ มาจากไหน ?

   ต้องอ่านด้วยการวางใจ เพราะเรื่องเล่านี้เป็นเรื่อง ประวัติศาสตร์ ที่มีการบันทึกไว้ แตกต่างกันไปตามผู้บันทึก แต่ละท่าน แต่ละคน แต่ละที่ แต่ละทาง นั้นเป็นไปตามความศรัทธา และ อยู่กันคนละที่  คนละแห่ง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ จะพิสูจน์หลักฐานกัน ก็ต้อง ดูว่า ใครมีบันทึก ที่ชี้ชัดหลักฐาน ทางรูป โบราณคดี มากกว่า ก็เป็นอันชัดเจนกว่า กัน




เชิดชูพระอุบาลี 260 ปี จารึกนาม 'สยามวงศ์'
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=12807.0

   พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

ยุคที่ 4 ลัทธิลังกาวงศ์

เรื่องตำนานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์มาสู่ประเทศสยามนั้น เดิมเมื่อ พ.ศ. 1696 พระเจ้าปรักกรมพาหุได้ครองราชสมบัติในลังกาทวีป พระเจ้าปรักรมพาหุนี้นับเป็นมหาราชองค์หนึ่งในพงศาวดารลังกาเพราะมีอานุภาพมาก สามารถปราบปรามได้เมืองทมิฬทั้งปวงไว้ในอำนาจ และเป็นพุทธศาสนูปถัมภก ทรงอาราธนาให้พระมหาเถรกัสปเถรเป็นประธานทำสังคายนาพระธรรมวินัย(อันนับในตำนานทางฝ่ายใต้ว่าเป็นสังคายนาครั้งที่ 7) แล้วจัดวางระเบียบข้อวัตรปฏิบัติแห่งสงฆ์นานาสังวาสให้กลับคืนเป็นนิกายอันเดียวกัน เป็นเหตุให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองขึ้นในลังกาทวีป ครั้นกิติศัพท์นั้นเฟื่องฟุ้งมาถึงประเทศพม่า มอญ ไทย ก็มีพระภิกษุในประเทศเหล่านี้พากันไปสืบสวนยังเมืองลังกา เมื่อไปเห็นวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ชาวลังกาตามแบบแผนนั้นก็เลื่อมใสใคร่จะนำกลับมาประดิษฐานในบ้านเมืองของตน แต่พระสงฆ์ชาวลังการังเกียจว่าสมณวงศ์ในนานาประเทศแตกต่างกันมาเสียช้านานแล้ว จึงเกี่ยงให้พระภิกษุซึ่งไปจาต่างประเทศรับอุปสมบทใหม่ แปลงเป็นนิกายลังกาวงศ์อันเดียวกันเสียก่อน พระภิกษุชาวต่างประเทศก็ยอมกระทำตาม พระภิกษุชาวต่างประเทศอยู่ศึกษาลัทธิพระธรรมวินัยในลังกาทวีปจนรอบรู้แล้ว จึงกลับมายังประเทศของตน บางพวกก็พาพระสงฆ์ชาวลังกามาด้วย เมื่อมาถึงบ้านเมืองเดิมผู้คนเห็นว่าพระสงฆ์ลังกาวงศ์ปฏิบัติเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ก็พากันเลื่อมใสให้บุตรหลานบวชเรียนในสำนักพระสงฆ์ลังกาวงศ์มากขึ้นโดยลำดับทั้งในประเทศพม่า รามัญ และประเทศสยามตลอดไปจนประเทศลานนา ลานช้างและกัมพูชา เรื่องตำนานพระสงฆ์นิกายลังกาวงศ์นี้มีเนื้อความดังนี้


( พระอุบาลีมหาเถระ รอนแรมไปกลางทะเลกับเรือสินค้าสัญชาติดัตช์นานกว่า 5 เดือน เมื่อถึงศรีลังกาจึงเป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทพระ 700 และบรรพชาสามเณร 2,300 รูป พระพุทธรูปในศรีลังกาจึงเจริญรุ่งเรืองกระทั่งปัจจุบันรวม 260 ปี และให้เกียรติตั้งชื่อว่า นิกายสยามวงศ์ หรือ อุบาลีวงศ์ )


ว่าโดยส่วนประเทศสยาม ดูเหมือนพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์จะแรกมาถึงเมื่อราว พ.ศ. 1800 พวกพระภิกษุไทยซึ่งได้ไปบวชแปลง ณ เมืองลังกากลับมาตั้งคณะที่เมืองนครศรีธรรมราชก่อนแล้วชักชวนพระสงฆ์ชาวลังกาตามมาช่วยกันสร้างพระมหาธาตุที่เมืองนครศรีธรรมราชแปลงเป็นรูปพระสถูปอย่างลังกา เมื่อเกียรติคุณของพระสงฆ์ลังกาวงศ์แพร่หลายขึ้นไปถึงกรุงสุโขทัยราชธานี เมื่อครั้งกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงเป็นใหญ่ก็ทรงเลื่อมใสโปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ลังกาวงศ์ขึ้นไปตั้ง ณ กรุงสุโขทัย ลัทธิลังกาวงศ์จึงรุ่งเรืองในสยามแต่นั้นมา ความข้อนี้ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พ.ศ. 1820 ความว่า“พ่อขุนรามคำแหงกระทำโอยทานแก่มหาเถรสังฆราชปราชญ์เรียนจบพระไตรปิฎก หัวก๊กกว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกตนลุกแต่เมืองนครศรีธรรมราชมา” ดังนี้ ตั้งแต่ลัทธิลังกาวงศ์มาเจริญ ลัทธิมหายานก็เสื่อมแล้วสูญไป คงมีแต่พระสงฆ์ถือลัทธิหินยาน แต่ว่าในชั้นแรกต่างกันเป็น 2นิกาย คือ พระสงฆ์พวกเดิมกับพวกที่อุปสมบทตามลัทธิลังกาวงศ์ ในที่สุดจึงรวมเป็นนิกายเดียวกัน เรื่องรวมนิกายนี้ที่เมืองมอญถึงพรระเจ้าแผ่นดินต้องบังคับ แต่ในสยามรวมกันได้ด้วยปรองดอง มีหลักฐาน คือ ในศิลาจารึกที่เมืองสุโขทัยและเชียงใหม่ปรากฏว่าพระสงฏ์ลังกาวงศ์มาอยู่วัดอรัญญิก เมื่อจะไปตรวจดูถึงท้องที่ทั้ง 2 แห่งนั้นก็เห็นสมจริง ด้วยที่เมืองสุโขทัยและเมืองเชียงใหม่ บรรดาวัดใหญ่มักสร้างในเมือง แต่ยังมีวัดอีกชนิดหนึ่งเป็นวัดขนาดย่อมๆ สร้างเรียงรายกันอยู่ในที่ตำบลหนึ่ง ระยะทางพอพระเดินเข้าไปบิณฑบาตในเมืองได้ ที่เป็นเช่นนั้นพึงเห็นเป็นเค้าว่าพระสงฆ์นำกายเดิมคงอยู่วัดใหญ่ๆในเมือง ส่วนพระสงฆ์ลังกาวงศ์ไม่ชอบอยู่ในละแวกบ้าน เพราะถือความมักน้อยสันโดษเป็นสำคัญ จึงไปอยู่ ณ ที่อรัญญิก จึงมีวัดเรียงรายต่อกันไปเป็นหลายวัด อันที่จริงพระสงฆ์นิกายเดิมกับนิกายลังกาวงศ์ก็ถือลัทธิหินยานด้วยกัน แต่เหตุที่ทำให้แตกต่างถึงไม่ร่วมสังฆกรรมกันได้มีอยู่บางอย่าง ว่าแต่เฉพาะข้อสำคัญอันมีเค้าเงื่อนยังทราบได้ในเวลานี้ คือพระสงฆ์นิกายเดิมเห็นจะสังวัธยายพระธรรมเป็นภาษาสันสกฤต แต่พวกนิกายลังกาวงศ์สังวัธยายเป็นภาษามคธ อีกอย่างหนึ่งพวกลังกาวงศ์รังเกียจสมณในสยาม คงเป็นเพราะว่าปะปนกับพวกถือลัทธิมหายานมาช้านาน ถือว่าเป็นนานาสังวาสไม่ยอมร่วมสังฆกรรม พระสงฆ์จึงแยกกันอยู่เป็น 2 นิกายทั้งที่เมืองสุโขทัยและเชียงใหม่ เหตุที่จะรวมพระสงฆ์เป็นนิกายเดียวกันนั้น สันนิษฐานว่าคงจะเกิดแต่พวกผู้มีบรรดาศักดิ์นิยมบวชเรียนในนิกายลังกาวงศ์มากขึ้นทุกที เมื่อความนิยมแพร่หลายลงไปถึงพลเมือง ก็พากันบวชเรียนในนิกายลังกาวงศ์มากยิ่งขึ้น เป็นเหตุให้พระสงฆ์นิกายเดิมน้อยลงเป็นลำดับมา จนที่สุดต้องรวมกับนิกายลังกาวงศ์ ข้อความที่ว่ารวมกันโดยปรองดองนั้น มีที่สังเกตอยู่ 2 อย่าง คือ ในวิธีบรรพชาอุปสมบท ผู้บรรพชาต้องรับพระไตรสรณคมน์เป็นภาษามคธและยังต้องรับพระไตรสรณคมน์เป็นภาษาสันสกฤตอีก ข้อนี้ส่อให้เห็นว่าพวกลังกาวงศ์สังวัธยายพระธรรมเป็นภาษามคธ พวกนิกายเดิมสังวัธยายเป็นภาษาสันสกฤต เมื่อจะให้การบรรพชาสมบูรณ์ตามคติทั้ง 2 นิกาย จึงให้รับพระไตรสรณคมน์ 2 อย่าง ยังมีที่สังเกตอีกอย่างหนึ่ง ที่ใบสีมาพระอุโบสถ บรรดาวัดซึ่งสร้างแต่ครั้งสุโขทัยจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ถ้าเป็นวัดหลวงมักทำใบเสมา 2 แผ่นปักซ้อนกัน ถ้าเป็นวัดราษฎร์ทำสีมาแต่แผ่นเดียว สันนิษฐานว่า เดิมคงปักสีมาแต่แผ่นเดียวเหมือนกันหมด ครั้นพวกพระสงฆ์ลังกาวงศ์เข้ามาตั้งรังเกียจสมณวงศ์ในประเทศสยาม จึงรังเกียจสีมาซึ่งพระสงฆ์สยามผูกไว้ ไม่ยอมทำสังฆกรรม เป็นการลำบากแก่พวกที่เคยอุปสมบทบุตรหลานในวัดสำหรับตระกูล หรือซึ่งเคยให้อยู่วัดใกล้บ้านเรือนอุปการะกันง่ายมาแต่ก่อน คงอาศัยเหตุเหล่านี่เป็นต้น พระเจ้าแผ่นดินจึงทรงอาราธนาพระสงฆ์ลังกาวงศ์ให้ผูกสีมาบรรดาวัดหลวงซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ทำสังฆกรรมได้ทั้งพระสงฆ์นิกายเดิมและนิกายลังกาวงศ์ วัดใดที่ได้ผูกสีมาซ้ำแล้ว จึงให้ปักใบสีมาเพิ่มขึ้นเป็น 2 ใบเป็นสำคัญ โบสถ์ที่มีใบสีมา 2 ใบจึงเป็นวัดหลวงเป็นพื้น ตั้งแต่ลัทธิลังกาวงศ์มารุ่งเรืองในประเทศสยาม ไทยก็รับแบบแผนของลังกามาประพฤติ ในการถือพระพุทธศาสนา เป็นต้นว่าการสร้างพุทธเจดีย์ก็สร้างตามคติลังกา พระธรรมก็ทิ้งภาษาสันสกฤตกลับสาธยายเป็นภาษามคธ เป็นเหาตุให้การศึกษาภาษามคธเจริญรุ่งเรืองในสยามแต่นั้นมา ข้อนี้พึงเห็นได้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง ในบางแผนกปรากฏนามคัมภีร์พระไตรปิฎกและนามพระเถระกับทั้งราชบัณฑิตที่ได้ทรงปรึกษาสอบสวนเป็นส่วนมาก ส่วนพระสงฆ์นั้นตั้งแต่รวมเป็นนิกายอันเดียวกันแล้ว ก็กำหนดต่างกันแต่โดยสมาทานธุระเป็น 2 พวกตามแบบอย่างในลังกา

แต่การที่ไทยรับถือลัทธิลังกาวงศ์ครั้งนั้น ไม่ได้ทิ้งขนบธรรมเนียมแม้เป็นฝ่ายศาสนาอื่น ซึ่งได้เคยประพฤติมาแต่ก่อนทั้งหมด ด้วยนิสัยเลือกใช้แต่ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ดังกล่าวมาแล้ว เพราะฉะนั้นประเพณีการบ้านเมืองซึ่งเคยถือคติตามทางศาสนาพราหมณ์ อันมิได้ขัดแก่พระพุทธศาสนาก็คงถือต่อ แม้ภาษาสันสกฤตก็ยังศึกษาและใช้ปะปนในภาษาไทยมิได้เลิกถอนไปทีเดียว มีการบางอย่างซึ่งไทยรับลัทธิลังกามาแก้ไขให้เหมาะแก่ความนิยมในภูมิประเทศ เช่นตัวอักษรเขียนพระไตรปิฎกคงใช้ตัวอักษรขอม เป็นต้น พระพุทธศาสนาที่ถือกันในประเทศสยาม ควรนับว่าเกิดเป็นลัทธิสยามวงศ์ตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีสืบมา จนเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาที่เมืองลังกาเกิดจลาจล หมดสิ้นสมณวงศ์ ได้มาขอคณะสงฆ์ไทยมีพระอุบาลีเป็นประธานออกไปให้อุปสมบท กลับมาตั้งสมณวงศ์ขึ้นในลังกาทวีป ยังเรียกว่านิกายสยามวงศ์หรืออุบาลีวงศ์อยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้
16  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / กฏหมายไทย กับ กฏหมายทางตะวันตก ไม่สอดคล้องกัน ทางด้านวัฒนธรรม เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2014, 01:41:41 PM
  เรื่องนี้เคยถามชาวต่างชาติ ที่มาเจอกันที่วัด เขาแสดงความเห็นว่า เฉยๆ กับเรื่อง พระที่เสพเมถุน เพราะเขาไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เขาสนใจเรื่องการทำจิตวิญญาณ ( เขาใช้คำว่า spiritual pury action ไม่ได้ใช้คำว่า Concertration for wisdom ) มากกว่า เพราะฝรั่งมีความเชื่อว่า ไม่มีใครจะสามารถ พ้นจากเรื่องนี้ไปได้ การเสพกามสืบพันธ์ เป็นเรื่อง ธรรมดา ( normal of life ) ใช้คำเขาเลย

   อีกอย่าง พวกชาวตะวันตกไม่สนใจเรื่อง วินัยสงฆ์ เขาสนใจแต่เรื่อง ธรรมะมากกว่า

   ในความรู้สึก เขามอง พระไทยเถรวาท กับ พระธิเบต มหายาน ไม่ต่างกัน เหมือนกัน แค่ต่างกันที่ชุด และวัฒนธรรมของประเทศเท่านั้น ดังนั้นสงฆ์ ในแนวของตะวันตกเขานิยม แบบ มหายาน มากกว่า เพราะ มหายาน ไม่ได้ความสำคัญ กับ ภิกษุ นัก เพราะมองเสมอกันในระดับเดียวกัน คือ ภิกษุ ไหว้ อุบาสก แสดง สักการะ ต่อ อุบาสก อุบาสิกา ได้ เพราะ ฐานะ เสมอกัน ซึ่งในระบบเถรวาท นั้น เรื่องการเคารพ ให้ความสำคัญ กับ เรื่อง ภันเต อาวุโส และ ภิกษุ ไม่พึงทำการสักการะ แก่ อุบาสก อุบาสิกา ไม่พึงอภิวาท อุบาสก อุบาสิกา

    จะเห็นว่า แนวคิด ชาวตะวันตก ไม่ใช่ แบบแนว เถรวาท อาจจะเป็นเพราะว่า ความไม่เข้าใจ หรือ การเทียบ กับ ศาสนาของเขาเองด้วย คือ นักบวชของ ศาสนาเขา ก็เดิน กิน พูด บางครั้ง ก็มีเรื่องทำผิดแบบนี้ แต่ ให้อภัยได้ ไม่ใช่ถูกประนาม อย่างเมืองไทย ของเรา ดังนั้น พระที่ทำผิดแบบนี้ ถ้าอยู่เมืองไทย โดยด่าประนาม ทุกวันแหละจนตาย ถ้าไปอยู่ต่างประเทศซะ ไม่กี่ปี คนไทยก็ลืม แล้วก็ให้อภัย ค่อยกลับมาอีกครั้ง

     ทำไม เวลาเกิดเรื่อง จึงต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ก็เพราะเหตุนั้นแหละ

     ;) 
17  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เป็นเรื่องที่แปลกใจเป็นอย่างมาก ว่าพระเหล่านี้ ผ่านแดนมาได้อย่างไร เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2014, 01:21:12 PM
เป็นเรื่องที่แปลกใจเป็นอย่างมาก ว่าพระเหล่านี้ ผ่านแดนมาได้อย่างไร
  ตัวอาตมาเป็นพระ เคยไปจุดชายแดนเพื่อข้ามฝั่งจะไปเที่ยว พม่า เขมร ลาว หลายครั้งไปแล้ว ไม่สามารถผ่านด่านได้ โดยไม่มีหนังสือ ไม่ว่ากรณีใดก็ต้องมีหนังสือ ข้ามแดน ไม่มีทางเป็นไปได้ ที่เดินไปถึงแล้วบอกว่า อาตมาขอไปเที่ยวฝั่งนั้นหน่อยนะ แล้วเขาจะให้ผ่าน มีแต่เขาไล่กลับเลย

  และถึงแม้จะเป็นพระมาจากประเทศไหนก็ตาม ระเบียบวินัยสงฆ์ ว่าด้วยเรื่องการบิณฑบาตร สำหรับเถรวาทแล้ว ก็มีเวลาบิณฑบาตร และไม่สามารถไปเอ่ยปากเรียกร้องเป็นเงิน เป็นทอง ซึ่งมันผิดวินัยอยู่แล้ว บอกว่าไม่ทำผิด ก็คือผิดอยู่ดี แต่โทษแบบนี้ นำมาซึ่งความกระทบกระเทือนทางด้านศรัทธา ให้เกิดเชิงลบ กับพุทธศาสนิกชนชาวไทย ไม่ใช่เพียงผลักดัน มันต้องไม่ให้ข้ามมาเลยแบบนี้

    ลำพังแค่พระปลอมไทย ก็เดือดร้อนแล้ว นี่ยังมีพระต่างประเทศปลอมอีก เมืองไทย เป็นอย่างไรกันนี่

    ที่สงสัยในตอนนี้คือเรื่องการผ่านด่าน ทำได้อย่างไร โดยที่ผ่านมาไม่มีหนังสือ อะไรเลยในการขออนุญาต ตรงนี้สงสัยมาก เพราะว่าเราเองเป็นพระเวลาไปข้ามแดน ก็ต้องกลับทุกครั้ง ด้วยระเบียบการข้ามแดนมีมากถึงกับทำหนังสือได้ลำบาก เช่นไปมุกดาหาร ก็ต้องไปหาเจ้าคณะจังหวัด ให้เซ็นต์หนังสือรับรองก่อน เพราะด่านเขามีระเบียบอย่างนั้น ไม่ใช่มาจากจังหวัดอื่น ๆ แล้วจะไปทำหนังสือเลยไม่ได้ ด่านเขาจะให้กลับไปเอาหนังสือรับรองจากเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารก่อน แล้วจึงกลับมาทำใบผ่านชั่วคราวซึ่งก็ต้องมีการถ่ายรูป ทำบัตรเซ้นต์รับรองสำเนาใบสุทธิ อีกหลายอย่างกว่าจะผ่านได้ วันนั้นทำเรื่องที่ด่านก็ผ่านไป 4 ชม. ทั้งถ่ายรูปด่วน ทั้่งไปเอาลายเซ็นต์ขออนุญาตเจ้าคณะจังหวัดอีก นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เลย นี่แค่ยกตัวอย่าง นอกจากเสียจากมีสมุดพาสปอร์ต แต่สมุดพาสปอร์ต ตอนขอก็ยากกว่า เพราะต้องผ่านลายเซ็นต์ หลายระดับ คือ เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และ คณะกรรมการ สตพ  ถึงจะไปทำใบพาสปอร์ตได้ จะเห็นว่ายุ่งยากมาก ที่สุด เพราะเจ้าคณะแต่ละองค์ แต่ละรูปไม่ได้เหมือนหน่วยงานราชการ นะ ที่อยู่ที่ทำการเดียวกัน แต่ เจ้าคณะอยู่กันคนละวัด บางทีก็อยู่ซะไกลกันมาก เช่น วัดอาตมานี้ จะไปเจ้าคณะตำบล ก็ต้อง 5 กม. กลับมาหาเจ้าคณะอำเภออีก 6 กม. ไปหาเจ้าคณะจังหวัด อีก 40 กม. ( แถมโดนกั๊กใบขออีก มีเงื่อนไข เยอะแยะห่วยแตก ที่สุด ของสระบุรี ) ไปหาเจ้าคณะภาค 130 กม. ไป สตพ. อีก 20 กม. กลับมาที่ทำใบพาสสปอร์ต อีก 35 กม. พูดภาษาชาวบ้าน โครตจะออกยาก มาก พระที่ได้ ก็อนุโมทนา โดยเฉพาะ สตพ. แค่ใบอะไรบกพร่องนิดก็กระดอนกลับมาแล้ว เช่น สำเนาใบสุทธิ สังกัดไม่ตรงกัน ไม่มีใบกิจนิมินต์ต่างประเทศ หรือ ใบแจ้งไปเรียนต่อ อะไรก็ตาม ลงว่าไปเที่ยวเฉย ๆ นี่ ไม่มีทางผ่านเลย นะ

    ดังนั้น จึงแปลกใจเป็นอย่างมาก ว่า พระเขมร ผ่านเข้ามาได้อย่าง ในเมื่อพระอย่างฉันยังไม่สามารถ ผ่านได้ ประเทศเขาได้ ประเทศไทย น่าจะใหญ่กว่า ระเบียบมากกว่า ทำไม พระเหล่านี้จึงผ่านมาได้โดยไม่มีการตรวจสอบอะไร เลย

     :smiley_confused1: :smiley_confused1: :smiley_confused1:
18  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / Re: แนะนำสมาชิก "ทินกร ทัศนะภาค" เว็บมาสเตอร์ madhcima.org เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2014, 08:15:26 PM


หาอยู่รูปนี้

 สำหรับคนที่นั่งแนวหน้า คือ อุบาสิกก ภรรยา ของ อุบาสก ทินกร
 คนที่นั่งด้านซ้ายภาพ คือ อุบาสก ทินกร
 คนที่นั่งด้านขวาภาพ คือ อุบาสก ธวัชชัย

  เธอเปลี่ยนเบอร์มือถือ สองครั้ง เบอร์ใหม่ไม่มี ก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน
 ช่วงหลังเห็นว่า รับงานติดตั้งดาวเทียม แต่ไม่รู้เป็นอย่างไรต่อไป นะ....

  ;)
19  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / Re: สมาชิกแนะนำ วันนี้ "นงเยาว์ แกล้วกล้า" แนะนำวันที่ 13 พ.ย. 57 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 09:06:37 AM

ถาดที่สวยที่สุดในตอนเริ่มรับกรรมฐาน


สำหรับ อุบาสิกา นงเยาว์ ตอนที่มาขึ้นกรรมฐาน นั้น เธอนำถาด กรรมฐานที่ทำขึ้นเองมาถวายด้วย โดยการใช้ สามี เป็นผู้ทำถาดมาให้ปัจจุบันถาดอันนี้อนุรักษ์ไว้อยู่ สมัยขึ้นกรรมฐานตอนนั้นไม่ได้เน้นรูปแบบถาดแบบที่วัดพลับ เพราะไม่อยากให้ลูกศิษย์ไปยุ่งยากในเรื่องการจัดหาถาดมา ให้ใช้ถาดกลม ๆ แต่แต่งของให้ครบเท่านั้น เพราะอย่างไร ทุกคนต้องถูกไล่ให้ไปขึ้นกรรมฐาน ที่วัดพลับอีกครั้งหนึ่ง เป็นกฏ...

  สำหรับลำดับการขึ้นกรรมฐาน ก่อน หลัง นั้นไม่ได้เป็นเครื่องวัด ว่า ใครเก่ง กว่าใคร เพราะการภาวนาตามกรรมฐานนั้นความสำเร็จอยู่ที่่ความเข้าใจ + ความขยัน นะ

  สำหรับอุบาสิกา นงเยาว์ ในช่วงที่มาเรียนกรรมฐาน ใหม่ ๆ นั้น เธอไม่สามารถนั่งพื้นได้นาน ในช่วงแรก และประกอบกับสุขภาพ บางอย่างไม่ดี แต่ปัจจุบันก็สามารถนั่งพื้น ได้นานพอสมควร ระดับ ชั่วโมง นะถ้าเธอนั่งจริง นับว่ากรรมฐาน ก้าวหน้า แต่เจ้าตัวอาจจะมีความรู้สึกว่า ไม่ก้าวหน้า อันที่จริงมันก้าวหน้า ไม่ได้ถอยหลัง

  เล่าไว้เป็นเรื่อง เล็ก ๆ
20  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / Re: สมาชิกแนะนำ วันนี้ "นาฏนพิทย์ เพชรชาลี" แนะนำวันที่ 13 พ.ย. 57 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 08:41:54 AM
ศิษย์อุบาสิกา ที่ขึ้นกรรมฐาน 4 คนชุดแรก มีดังนี้
   1.อุบาสิกากมลพรรณ
   2.อุบาสิกานาฏนพิทย์
   3.อุบาสิกานงเยาว์
   4.อุบาสิกาสุภาพ มหาแก้ว
  ชุดนี้ได้ไปเดินขึ้นเขาวงพระจันทร์พร้อมกัน อนุโมทนา กุศล ด้วยกับอุบาสิกาทั้ง 4


  สำหรับกลุ่มอุบาสิกา กลุ่มนี้ถ้านับลำดับที่ขึ้นกรรมฐาน ตรง กับพระอาจารย์แล้ว ก็อยู่ลำดับที่ 4 - 7 เพราะลำดับที่ 1 - 3 คือกลุ่มพระที่ได้ขึ้นกรรมฐาน ก่อนเป็นชุดแรก แต่ กลุ่มพระนี่ขึ้นกรรมฐานก่อน กลุ่มอุบาสิกา ถึง 8 เดือนนะ จากนั้นมาก็รับขึ้นกรรมฐานที่วัด ได้จำนวน 3000 กว่าคน ในเวลา 1 ปี อ่านดูแล้ว ก็มากจริง ที่บันทึกประวัติไว้ก็มีจำนวน และรายชื่อบางท่าน เพราะช่วงนั้น ชุดหลังๆ ไม่ได้ถามชื่อกันไว้ นี่ถ้ายังอยู่วัดอยู่ก็น่าจะเกินหลัก 4000 แน่ ๆ

   มีพระสงฆ์ ที่ขึ้นกรรมฐาน ตรง ๆ ด้วยกันประมาณที่จดไว้ 65 รูป อันนี้มาขึ้นกรรมฐานที่ศาลา เลยนะ ก็ช่วงนั้นมีปริวาสกรรมของวัด พระที่มาเข้าปริวาส รวมทั้งอาจารย์กรรม ที่มาขึ้นกรรมฐาน ก็ครั้งแรกแอบ ๆ ขึ้นมาที่ศาลาขอเรียนกรรมฐาน ก็รับไว้ให้หนังสือไป และสั่งให้ไปขึ้นกรรมฐานที่วัดพลับด้วย

   ส่วนใหญ่ พระบวชใหม่ที่วัด ถ้าบวชก็จะมาเรียนกรรมฐานด้วยกันเลย ปีนั้นก็รับไว้ทั้งหมด และพาท่านไปขึ้นกรรมฐานที่วัดพลับกันทุกรูป เป็นพระใหม่ที่บวชแล้วลาสิกขาไป 32 รูป เป็นพระเก่ามีพรรษาสูง รวมทั้งครูอาจารย์บางรูป ( ก็ขอปิดชื่อไว้ ) 33 รูป

   และรับสามเณรภาคฤดูร้อน รุ่น ปี 2551 เรียนกรรมฐาน อีก 42 รูป

   ที่ดู ๆ แล้วปฏิบัติ มีการแจ้งกรรมฐาน ผ่าน มีไม่กี่รูป
   
   เล่าเพิ่มเติม ไว้ เผื่อว่าลืมอีก จะได้ไม่ต้องค้นสมุดบันทึกอีกรอบ

  เจริญธรรม/เจริญพร
21  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / Re: สมาชิกแนะนำ วันนี้ "นงเยาว์ แกล้วกล้า" แนะนำวันที่ 13 พ.ย. 57 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 08:41:39 AM
ศิษย์อุบาสิกา ที่ขึ้นกรรมฐาน 4 คนชุดแรก มีดังนี้
   1.อุบาสิกากมลพรรณ
   2.อุบาสิกานาฏนพิทย์
   3.อุบาสิกานงเยาว์
   4.อุบาสิกาสุภาพ  มหาแก้ว
  ชุดนี้ได้ไปเดินขึ้นเขาวงพระจันทร์พร้อมกัน อนุโมทนา กุศล ด้วยกับอุบาสิกาทั้ง 4

  เจริญธรรม/เจริญพร
22  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: ธรรมะที่ละเอียด จะเข้าใจได้ ก็ต้องภาวนาด้วย ไม่ใช่ใช้จิตที่หยาบ ไปทำความเข้าใจ เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 05:10:39 AM
http://youtu.be/xQ_IQS3VKjA

https://www.youtube.com/watch?v=xQ_IQS3VKjA
ชมวีดีโอ ของนักปั่นจักรยาน เพื่อพิชิตยอดเขาสูง ที่ลิงก์


ความสำเร็จ มาจากความตั้งใจ การที่จะไปสู่จุดหมายสูงสุด นั้นไม่สามารถพาใครไปได้นอกจากตัวเราต้องทำเองสร้างเอง จากวีดีโอ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของคนที่จะทำอะไรให้ไปสู่จุดฝันที่ไม่เหมือนใครแล้ว คงต้องดูวีดีโอนี้เป็นตัวอย่าง ของนักปั่นจักรยานที่ต้องการปั่นจักรยานพิชิตยอดเขาสูง ด้วยความสามารถที่ต้องรวบรวมเทคนิคที่มี และต้องแลกด้วยความเสี่่ยงของชีวิตหากพลาดพลั้งนั่นหมายถึง ชีิิวิตทันที


    ให้มองเรื่องนี้เป็นธรรมในด้านการภาวนา ท่านที่จะไปสู่ ฝากฝั่งแห่งพระนิพพานด้วยการภาวนาอย่างธรรมดาย่อมเป็นไม่ได้ การภาวนาในการตั้งความปรารถนาที่จะไม่กลับมาเกิดนั้นหมายถึงท่านต้องลงสนาม และฝึกฝนการภาวนา จริง ๆ จังไม่ใช่ ทำการภาวนาแบบเช้าชามเย็นชาม อย่างนี้ไปไม่ได้ เดินจงกรมเพียง 10 นาทีต่อวัน โอกาศเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าเดิน 10 ชม. โอกาส 20 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นความขยันจึงเป็นเรื่องปกติ ของนักภาวนา และที่สำคัญเมื่อเป็นนักภาวนา อย่ามัวติดเรื่องหยุมหยิม บางคนติดต้องสวดมนต์ก่อน ต้องนั่งสวย ๆ ต้องยืนงาม ต้องเดินอย่างสง่า ต้องนอนอย่างราชสีห์ เรื่องเหล่านี้ ส่วนตัวมองเป็นเรื่องหยุมหยิม ผู้ภาวนาควรเพิ่มพูน กรรมฐาน สองอิริยาบถให้มากคือ การนั่ง กับการเดิน สลับกันไป ถ้าภาวนาจริง ก็ได้ผลจริง ถ้าเกียจคร้านก็มักจะได้ยิ้นเสียงบ่นมากกว่า

    เจริญธรรม / เจริญพร


   
23  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: ธรรมะที่ละเอียด จะเข้าใจได้ ก็ต้องภาวนาด้วย ไม่ใช่ใช้จิตที่หยาบ ไปทำความเข้าใจ เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 04:36:17 AM
คนไต่เขา เมื่อเริ่มต้น ก็จะเดินทางราบกันก่อน ช่วงนี้คนเดินกันเยอะมาก ไม่มีใครบ่นเพราะความง่ายของการเดินทางราบมันยังพอรับได้ เปรียบเสมือนกับผู้ที่เริ่มมาภาวนาพระธรรมกรรมฐาน กันใหม่ ๆ จะเห็นว่า ช่วงแรกนี้จะมีเพื่อนภาวนาร่วมทางกันมากเลย ดังนั้นห้องพระพุทธคุณ พระธรรมปีติ มีเพื่อนมากๆ จริงในการภาวนา แต่เเมื่อภาวนาไปนาน ๆ เข้าเพื่อนก็หายกันไป เพราะเหตุต่าง ๆ



การเดินไต่เขาในระดับที่สอง คือการเดินขึ้นเนิน การขึ้นเนินไม่มีความหวาดเสียว แต่ต้องมีสุขภาพดีแข็งแรง เพราะถ้าไม่แข็งแรง มันก็เหนื่อยมาก ใครที่ไม่เคยฝึกหายใจมาก่อน พอไปเดินในที่มีอากาศน้อย ๆ ก็จะเหนื่อยเร็วมาก ทำให้ร่างกายล้า ฉันใดก็ฉันนั้น การปฏิบัติธรรมภาวนาเมื่อปฏิบัติสูงขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะเหนื่อยน้อยลง ต้องพากเพียรมากขึ้น เพราะธรรมขั้นสูง ไม่ใช่การให้ทาน แต่หมายถึงการรักษาศีล การทำสมาธิ การสร้างปัญญา ดังนั้นผู้ที่ขาดการฝึกฝนมาในด้านการภาวนา พอให้มาเดินจงกรมสักสองสามชั่วโมง ก็บ่นว่าเหนื่อย ขี้เกียจแล้ว ยากนอน ให้ไปนั่งกรรมฐาน สองสามชั่วโมง ไม่เคยฝึกมาก่อน ก็บอกล้าปวดเมื่อยปวดเข่า ปวดขา นั่นแหละหมายถึงระดับการภาวนา ที่ฝึกฝนกันมาไม่เท่ากัน พระอาจารย์ช่วงหลัง ๆ นี่หนักใจ ใหม่ ๆ ลูกศิษย์มานั่งภาวนาพร้อมกัน ดูเหมือนครึกครื้น เพราะคนมาก แต่มาช่วงหลังนี้ ระดับการภาวนาของแต่ละคน มีสูง มีต่ำ ไม่เท่ากันแต่ทุกคนก็พยายามที่จะคิดว่า อยากภาวนาพร้อมกัน มันช่างเป็นเรื่องยาก เพราะหากเราถ่ายทอดธรรมที่มีความลึกซึ้ง ก็ย่อมทำให้คนที่ทำไม่ได้เกิดความท้อถอย เพราะธรรมนั้นมันละเอียดลึกซึ้ง ซึ่งบุคคลนั้นยังไม่พร้อมที่รับธรรม นั่นเอง



 นักไต่เขา พอมาระดับที่ สาม คือ ระดับการปีนป่าย ผ่านที่ยากลำบากที่ประกอบด้วยผา ร่อง อันทำให้เกิดความหวาดเสียว ในระดับนี้จัดว่าเป็นระดับที่มือโปรขึ้นไป จะมากันพวกธรรมดาไม่ขึ้นไป ไม่ทำแบบนี้แน่นอน ฉันใดก็ตาม การภาวนาธรรมระดับสูง นั่น หมายถึงการเข้าไปละกิเลส การทำวิปัสสนา ไม่ใช่ที่มือสมัครเล่นในการอ่านพูด คิดเท่านั้นที่จะไปได้แต่หมายถึงว่า เธอต้องผ่านการซักซ้อม ผ่านการภาวนามาอย่างดี มี วสี ความชำนาญ มีความเชี่ยวชาญในองค์วิปัสสนา นั่นแหละ จึงไม่ใช่เรื่องที่ใคร ๆ ทั่วไป จะมาถึงได้ ดังนั้นยิ่งไปสูง ก็ยิ่งเหลือคนน้อย หมายความการไปพระนิพพานนั้น ไม่ใช่ หนึ่งร้อยคนจะไปพระนิพพานทั้งหมด อาจจะมีแค่เพียงคนเดียว จากร้อยคนที่จะไปพระนิพพาน นอกนั้นยังยากวิ่งเลาะอยู่ตามฝั่งแห่งสังสารวัฏฏ์เช่นเดิม






การไต่เขาในช่วงที่ สี่ หมายถึงการไต่เขาที่มีระยะการปีนป่าย ที่หวาดเสียว ทางชันที่อยู่สูง อันพร้อมที่จะต้องสละชีิวิตเพื่อที่จะพิชิตยอดเขาที่สูง เคยทราบมาว่านักปีนเขาพวกนี้เสียชีวิตช่วงนี้เป็นจำนวนมากเนื่องเพราะอากาศแปรปรวน พายุลมหนาว ความเย็น ความกดอากาศ แม้แต่อากาศที่จะหายใจก็ยังแทบจะไม่มี รวมถึงความหนาวเย็นที่กัดเท้ากัดมือ อยู่ในหิมะ หิมะกันมือตัว เหมือนคนถือน้ำแข็งในมือถ้าไม่เคยฝึกมาก่อน มือชามือเย็นก็ยากปล่อยแต่คนที่อยู่ในหิมะ ถึงคิดจะปล่อยก็ปล่อยไม่ได้ ฉันใดก็ดี การปฏิบัติธรรม ในขั้นความเป็นพระอริยะ นั้นหลายครั้งที่บรรดาพระภิกษุที่ปรารถนาในพระนิพพาน ล้วนแล้วแต่ต้องแลกด้วยชีวิตก็มี บางคนปฏิบัติจนวินาทีสุดท้าย ดังนั้นยิ่งภาวนาธรรมสูงขึ้นในก็หมายถึง การเตรียมพร้อมที่ต้องจะสละ อย่างน้อย บ่วงมือ บ่วงคอ บ่วงเท้า โลกธรรมทั้่งแปด ต้องตัดขาดถ้ายังห่วง ยังหวง ยังหลง ยังสงสาร ก็ต้องตะเกียก ตะกาย แบกบ่าขึ้นไปเป็นภาระ ภาระที่หนักของโลกก็คือ ตัวตน นั่นเอง การสละตัวตน ก็คือการเข้าไปเห็นความทุกข์ ให้มากขึ้น เพราะการเห็นความทุกข์ที่ชัดเจนด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง ก็จะทำให้เกิดความเหนื่อยหน่าย ต่อ การมี การเป็น การไม่มีและการไม่เป็น การจางคลายจากสิ่งที่ยั่วยุ ตามสัญชาตญาณ การหลุดพ้น จากเครื่องจองจำ ไปได้



 
24  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ธรรมะที่ละเอียด จะเข้าใจได้ ก็ต้องภาวนาด้วย ไม่ใช่ใช้จิตที่หยาบ ไปทำความเข้าใจ เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 04:30:30 AM
แจกธรรมยามเช้า นี้ เนื่องด้วย ในวัน ธัมมัสวนะ ( วันพระ )



"เมื่อเรียนธรรมกันใหม่ ๆ นั้น เราก็เห็นว่ามันง่าย เข้าใจง่าย จำได้ง่าย แต่ครั้นเรียนพระธรรมมานานวันมากขึ้นการเรียนธรรม รู้สึกได้เลยว่าไม่ง่าย รู้สึกว่าเข้าใจยาก เพราะความรู้สึกที่เกิดก็เลยรู้สึกท้อ แต่ครั้นมาลำดับความคิดใหม่ และพิจารณาความเป็นจริง นั่นก็เพราะว่าเราเรียนธรรมลาดลึกลงไปเรื่อยๆ ถึงขั้นขจัดกิเลส ตั้งแต่ หยาบ กลาง และ ละเอียด ที่เรารู้สึกว่ายาก ก็เพราะมันรู้สึกมาจากปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังขาดความเข้าใจในการภาวนา อันเกิดจากการไม่ได้ภาวนา พระธรรมที่ละเอียดลุ่มลึก ไม่ได้ใช้ความคิดเพื่อจะเข้าถึง แต่เกิดจากพากเพียร ภาวนาเพื่อเข้าถึง ธรรมย่อมเข้าถึงตามระดับ ลาดลุ่มลึกไปเรื่อย ตั้งแต่เบา กลาง และหนัก ในขั้นพระอริยะก็เช่นกัน ก็ต้องไล่กัน ตั้งแต่ ปุถุชน โคตรภู พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ก็เป็นไปตามลำดับ ธรรมที่เกิดก็มีสภาะแตกต่างกันไปตามระดับ หาได้เป็นอย่างเดียวกัน การละจากสังโยชน์ ย่อมมาจากการภาวนา ดังนั้นเวลาที่เราขาดความเข้าใจก็เป็นเพราะว่าเรามัวแต่เรียนท่องจำ ไม่ได้นำมาภาวนาจึงขาดความเข้าใจ สมัยก่อนอ่านพระอภิธรรมไม่เข้าใจก็เป็นเพราะว่าเรายังการภาวนา แต่ครั้นมาช่วงหลังๆ นี่ สามารถอ่านได้ แม้ธรรมะจะมีข้อความซับซ้อนแต่เมื่อเทียบการภาวนาลงไป ช่างน่าอัศจรรย์ ที่เราสามารถเข้าใจได้ โดยไม่ต้องมีผู้รู้ท่านใดมาสอนหรือแนะนำ เพียงหยิบขึ้นมาอ่าน ตอนนี้เลยอ่านพระอภิธรรมพระไตรปิฏก ตรง ๆ เลยอ่านแล้ว รู้สึกสนุก เหมือนได้ถูกเปิดตาให้เห็น เมื่อก่อน หยิบขึ้นมาอ่านแล้วก็ต้องวาง บอกตรง ๆ ว่าเล่มที่ชอบ ก็คือ ธาตุสังคหะ อันนี้ชอบมาก เมื่อก่อนอ่านแล้วไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้หลังจากการภาวนาเรื่องธาตุมาตรง ๆ อ่านแเล้วเข้าใจมากขึ้น ถึงบางอ้อ ๆๆๆๆ ร้องในใจ อ้อ อย่างนี้นี่เอง ก็หลายครั้ง ......"

ข้อความบางส่วนจาก หนังสือเพียงหยดหนึ่งแห่งพระธรรม
บันทึกการภาวนา ของ ธัมมะวังโส ภิกขุ


25  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / สมาชิกแนะนำ วันนี้ "ปราโมทย์ อินทรจันทร์" 13 พ.ย.57 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2014, 10:03:35 PM


https://www.facebook.com/profile.php?id=100008399558022

สำหรับ อุบาสก ท่านนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นกรรมฐาน กับพระอาจารย์ ในขั้นแนวหน้า คือ มาขึ้นกรรมฐาน ก็หลักร้อยไปแล้ว แต่ ก็มีเหตุให้ต้องทำอะไรกันเป็นพิเศษ ถึงสามครั้งด้วยกัน อาจจะเป็นเพราะด้วยคำอธิษฐานไว้ส่วนหนึ่ง นับว่าเป็นศิษย์ที่มีความเคารพ กันอย่างดี

     ในคราหนึ่ง นายปราโมทย์ แอบมาหาพระอาจารย์ ในเวลาบ่ายเขานั่งรถรอบเมืองมาคนเดียว วันนั้นออกจากสมาธิพอดี ก็เลยไปนั่งดักอยู่ที่ใต้ต้นพิกุลหน้าวิหารหลวงพ่อแผ้ว ก็บอกเธอว่า มานั่งรอยู่แล้ว .... นี่ก็เป็นครั้งหนึ่ง

     สำหรับ อุบาสก ท่านนี้จัดว่าเป็นสหายธรรม ในหมู่ของคุณธรรมธวัช ที่ยังเหนียวแน่ ด้วยศรัทธาในพระกรรมฐาน สายวัดพลับ หรือ เป็นอีกผู้หนึ่งที่เคารพในครูกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ อย่างดี

      กาลเวลาล่วงเลยไป ศรัทธาก็ยังตั้งมั่น ถึงแม้ จะมีอุปสรรค จากอาชีพอยู่บ้าง ด้วยฐานะ แต่ก็จัดได้ว่าเป็นสมาชิกธรรมอีกผู้หนึ่ง ที่พอจะสนทนาพระกรรมฐาน สายวัดพลับอีกผู้หนึ่ง

      จึงแนะนำไว้

      เจริญธรรม / เจริญพร
26  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / สมาชิกแนะนำ วันนี้ "พิชชา จันทะหาร" แนะนำวันที่ 13 พ.ย. 57 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2014, 09:55:38 PM


https://www.facebook.com/rose.pitcha



สำหรับสมาชิก แนะนำวันนี้ เป็นอุบาสิกา อีกท่านหนึ่ง ที่นับว่าเป็นอุบาสิกา ที่มีประสบการณ์ทางธรรมกับหลวงปู่ อีกผู้หนึ่ง เธอได้ขึ้นกรรมฐานที่ วัดพลับ กับ หลวงพ่อพระครูสิทธิสังวร ด้วยกัลยาณมิตร อย่างคุณณฐพลสรรค์ เป็นผู้นำไป บารมีธรรม ที่ได้ภาวนามากันสองสามปี มานี้ ทำให้สุขภาพของเธอดีขึ้นเรื่อย ๆ จากเมื่อก่อน

   นับว่าเป็นอุบาสิกา อีกผู้หนึ่ง ที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุน พระอาจารย์ ในด้านการเผยแผ่พระกรรมฐาน หลายอย่าง ถึงแม้บางอย่างได้ประกาศไป บ้าง บางอย่างก็ไม่ได้ประกาศ

    ความเคารพศรัทธา ที่มีตรงต่อการภาวนา ความทุกข์ที่เธอได้เห็น ต้องมีสักวันที่จะได้ถึงฝั่งแห่ง พระนิพพานถ้าเธอมุ่งมั่นในคุณงามความดี ทางกรรมฐาน อย่างมั่นคง

    ในบรรดาคนที่นิมนต์ พระอาจารย์ไปฉันเช้า ฉันเพล ในงานวันเกิดนี้ มีไม่น้อยใน 7 ปีนี้ แต่ไม่เคยรับนิมนต์ไปเลย มีเธอนี่แหละ ที่พระอาจารย์รับนิมนต์และก็นับว่า ได้กัลยาณมิตร อย่างคุณณฐพลสรรค์ ช่วยแบกพาไป ด้วยจึงทำให้เธอมีโอกาส และพระอาจารย์ก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเธอ

     ดังนั้นนับว่า เป็นกัลยาณมิตร ที่ชื่นชมในกุศล มิได้ขาด อีกท่านหนึ่ง จึงขอแนะนำไว้

     เจริญธรรม / เจริญพร


 
27  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / สมาชิกแนะนำ วันนี้ "นงเยาว์ แกล้วกล้า" แนะนำวันที่ 13 พ.ย. 57 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2014, 09:44:11 PM

https://www.facebook.com/profile.php?id=100005218658240



https://www.facebook.com/profile.php?id=100002935604998


สำหรับ สมาชิกธรรม ที่จะแนะนำวันนี้ อีกคน ก็คือ อุบาสิกา ที่กล่าวได้ว่า เป็นศิษย์อุบาสิการุ่นแรก ในครั้งที่ พระอาจารย์ รับขึ้นกรรมฐาน กลุ่มอุบาสิกา มี 4 ( เดิมทีคิดว่า 6 เปิดดูบันทึกแล้วมีแค่ 4 คน ) คนด้วยกันที่มาขอขึ้นกรรมฐาน เป็นกลุ่มแรก หนึ่งในนั้น ก็คือ คุณนงเยาว์ แกล้วกล้า

    ซึ่งนับว่าเป็น อุบาสิกา ที่ช่วยสนับสนุน และเป็นกัลยาณมิตร ทั้งทางตรงและทาง อ้อมให้กับเว็บ และ สนง.พระกรรมฐาน เช่นกัน

    ถึงอาตมา ไม่ได้กล่าว กิตติคุณประกาศ ไว้หลายอย่าง แต่ก็นับว่า เป็น อุบาสิกา ที่ช่วยเหลือส่งเสริมทีมงานมัชฌิมา อีกท่านหนึ่ง

    กรรมฐาน ของ เธอก็จัดได้ว่า ก้าวหน้า ขึ้นในระดับที่พระอาจารย์ คลายกังวลลงได้เยอะ เพราะเนื่องด้วยเป็นอุบาสิกา ที่ครูท่านฝากสอนด้วย เกรงว่าจะสอนไม่ได้ดีเท่ากับครู (อันที่จริงก็ไม่เท่ากับครูสอนไว้ ) ก็คงต้องใช้เวลาอีก สักระยะ จนกว่า วิบากบางอย่าง บางประการ จะสิ้นสุดลงไป 

    การรับธรรม จัดได้ว่า อยู่ในขั้น ที่ พอใจ สำหรับครูอย่างอาตมา ซึ่งคิดว่า หลังจากวันหนึ่ง ที่ไม่มีเรา และเราจากไปแล้ว อุบาสิกาท่านนี้ ก็จักถึงฝั่งที่ตนปรารถนา ได้ตามที่ครูท่านบอกไว้

    แต่อย่างไรก็ตาม กรรม และ วิบาก ยังมีผลอยู่

    ก็ขออนุโมทนา กับ เธอด้วย

28  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / สมาชิกแนะนำ วันนี้ "นาฏนพิทย์ เพชรชาลี" แนะนำวันที่ 13 พ.ย. 57 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2014, 09:34:27 PM

รูปประจำตัวใน เฟคบุ๊ค
https://www.facebook.com/profile.php?id=100004481880330



  ด้านซ้ายของพระ นะ


สำหรับ สมาชิกธรรม ที่จะแนะนำวันนี้ อีกคน ก็คือ อุบาสิกา ที่กล่าวได้ว่า เป็นศิษย์อุบาสิการุ่นแรก ในครั้งที่ พระอาจารย์ รับขึ้นกรรมฐาน กลุ่มอุบาสิกา มี 4 ( เดิมทีคิดว่า 6 เปิดดูบันทึกแล้วมีแค่ 4 คน ) คนด้วยกันที่มาขอขั้นกรรมฐาน เป็นกลุ่มแรก หนึ่งในนั้น ก็คือ คุณนาฏนพิทย์ เพชรชาลี

    ซึ่งนับว่าเป็น อุบาสิกา ที่ช่วยเหลืองานเผยแผ่ ทั้งทางตรงและทาง อ้อมให้กับเว็บ และ สนง.พระกรรมฐาน เป็นอย่างมาก

    ถึงอาตมา ไม่ได้กล่าว กิตติคุณประกาศ ไว้หลายอย่าง แต่ก็นับว่า เป็น อุบาสิกา ที่ช่วยเหลือส่งเสริมทีมงานมัชฌิมา อีกท่านหนึ่ง 

    การรับธรรม จัดได้ว่า อยู่ในขั้น ที่ พอใจ สำหรับครูอย่างอาตมา ซึ่งคิดว่า หลังจากวันหนึ่ง ที่ไม่มีเรา และเราจากไปแล้ว อุบาสิกาท่านนี้ ก็จักถึงฝั่งที่ตนปรารถนา ได้ตามที่ครูท่านบอกไว้

    แต่อย่างไรก็ตาม กรรม และ วิบาก ยังมีผลอยู่

    ก็ขออนุโมทนา กับ เธอด้วย


   
29  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ทะเลแห่งตัณหา เป็นทะเล แห่ง ภพ ผู้ละจากภพ จึงต้องข้าม ทะเลนี้ เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 02:16:17 PM


"ทะเลที่ข้ามได้ยาก ก็คือ ทะเลตัณหา ตัณหาเป็นเครื่องนำสรรพสัตว์ สู่การบังเกิด ในภพต่าง ๆ ผู้ที่ทำความเพียร จึงพึงทำความสังวร ต่อ ตัณหา ด้วยการเรียนรู้ตัณหา บรรเทา และ ละจากตัณหา เพราะตัณหาอันสัตว์ทั้งหลาย ถูกนำด้วยทิฏฐิที่ผิด คือเห็นว่า มี ว่า เป็น ว่าไม่มีไม่เป็น พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสเตือนบรรดาสาวก อย่างสมำ่เสมอ ให้ละตัณหาและทิฏฐิอันผิด เพื่อการพอกพูนมรรค และผลอันสมควรแก่ พุทธสาวก"

ข้อความบางส่วนจาก หนังสือเพียงหยดแห่งพระธรรม
บันทึกการภาวนาของ ธัมมะวังโส

30  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / ก้าวแรก ๆ ก้าวน้อย ๆ ที่สำคัญ ก็คือ การเรียนรู้จัก ความจริงของทุกข์ ให้ได้ เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 02:09:14 PM


บางทีเราก็ค้นหาวิธีการมากมาย ในการภาวนา แต่ถ้าไม่ลืมหลักการที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้เป็นลำดับดีแล้วละก็ จะไม่มีทางเดินผิดแน่ ดังนั้น ก้าวเล็ก ๆ ก้าวน้อย ๆ เป็นก้าวแรก ก็คือ การเข้าไปหาความจริง ของ ทุกข์ ให้รู้จักสภาวะทุกข์ เป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไรและกำหนดทุกข์นั้นให้ได้ และวางเป้าหมายเพื่อจะละจากความทุกข์นั้น อันนี้เป็น ก้าวแรกที่อยากแนะนำไว้ "


ข้อความบางส่วนจาก หนังสือเพียงหยดหนึ่งแห่งพระธรรม
บันทึกการภาวนา ของธมฺมวํโส ภิกฺขุ

31  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / บทเพลง ขอบเขตน์ และ พ้นขอบเขตน์ ( กำลังหาผู้ใส่ทำนอง ) เมื่อ: ตุลาคม 23, 2014, 10:07:25 AM


ทุกข์ทน เวียนว่าย บุญบาป สนองมา
เกิดตาย หลายครั้ง จะสิ้นสุด ตอนไหน
รักโลภ โกรธหลง หน่วงไว้ กลับมา
รันทด คร่ำครวญ ปวดร้าว สิ้นหวัง
แสวงหา จุดหยุด ควาญหา อย่างไม่รู้
ตาบอด งมงาย ทุกข์ก็ไม่คลาย เกิดตายเช่นเดิม
ที่นี่วุ่นวาย ที่นี่ขัดข้อง พูดคิด ทุกที่
มาเถิด ท่านทั้งหลาย เปิดศรัทธา เอาไว้
ยินดีความสงบ  ละความยึดถือ กายนี้ว่าเป็นเรา
มุ่งใจ เป็นพุทธะ สงบสุข และตั้งมั่น
เห็นสัจจะ แห่งธรรม ตามสิ่ง ที่ควรจะเป็น
แจ้งรู้ ละทิฏฐิ จางคลาย และหลุดพ้น
ฝึกฝน ตามแก่น สาระธรรม ที่ปรากฏ
รวมจิต ชนแดน แผ่ไป อย่างไพศาล
รอบรู้ ฌานชำนาญ ประจักษ์แจ้ง ในใจตน
ปล่อยวาง เห็นเกิดดับ แจ้งชัด เป็นหมื่นหน
ก้าวล่วง ปุถุชน สำเร็จธรรม พ้นมายา
สงัดสุข ไม่วุ่นวาย ราบรื่นแท้ ไม่ขัดข้อง
ปฐมมรรค พลันปรากฏ ละได้ครบ องค์ทั้งสาม
ดวงจิต กำราบมาร ก้าวข้ามขีด พ้นอบาย
ทุติยะมรรค ส่งต่อเกิด พุทธะกาย มหาศาล
มุ่งตรง พ้นเขตมาร เข้าเขตฐาน บรมมุนี
ตติยะมรรค สิบสองรอบ บรรลุแจ้ง พ้นขอบเขต
ข้ามโอฆะ โลกที่ลวง  ไม่จมอยู่ ในตัณหา
ถึงธรรมขาว พรั่งพร้อม สุทธิธรรม พุทธปัญญา
จตุถะมรรค ไม่เกิดอีก พ้นขอบเขตน์ อันธกาล
ปฏิญาณ ตนไม่กลับ ไม่เกิด อีกต่อไป
ถึงสิ้นสุด อมตะ พรมหจรรย์ ที่เหนือโลก
พ้นเขตน์ แดนกั้น ไม่เกิดอีก อนันตา



อันนี้เป็นบทเพลง นะ ไม่ใช่คำกลอน ลองใส่ทำนองดูบ้างแล้ว แต่รอท่านที่ใส่ทำนองเก่ง ๆ มาใส่หน่อย บทเพลงนี้ให้ร้องอย่างเรียบง่าย ทำนองช้า เป็นบทเพลง ที่กล่าว วัฏฏะ ต้นทาง และ การออก จากวัฏฏะ ปลายทาง แต่ตรงกลางทาง คือ ปัญหาใหญ่ ที่หลายคนกำลังพยายามกันอยู่

     TRY FOR TRY Bypass wattasongsan

32  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: สะพานมอญ ในความรักษ์ สามััคคี สะพานใจแห่ง เมืองสังขละ มุมมอง ธัมมะวังโส เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 02:22:28 PM
หลายท่าน ถามพระอาจารย์ ทางข้อความส่วนตัวว่า ระหว่าง การไปภาคตะวันตก กับ ภาคเหนือ พระอาจารย์ ประทับใจในเขตไหน มากกว่า

   

   คำตอบก็คือ ภาค เหนือ ประทับใจมากกว่า และประทับใจ พระธาตุดอยตุงมากที่สุด ทั้งการปฏิสันถาร ต้อนรับของพระภิกษุสามเณร ถึงแม้ว่าจะนอนในเมือง ทั้งพระภิกษุสามเณรที่นั่นแม้ให้การต้อนรับอย่างธรรมดา ยังประทับใจมากกว่า วัดวังวิเวการาม ถ้าให้คะแนนการปฏิสันถาร คือ ศูนย์ คะแนนเลย เทียบกันไม่ได้กับภาคเหนือ
   
   คนภาคตะวันตก เขารัก และมีน้ำใจ แต่คนบ้านเดียวกัน ถ้าต่างที่ต่างถิ่นแล้ว ไม่ต่างอะไรกับภาคใต้ ค่อนข้างจะไร้น้ำใจ อย่างถ้าเห็นพระเดิน ภาคเหนือ นิมนต์เข้าไปรับน้ำดื่มฉัน เดินไม่ถึง 10 นาที แต่ภาคตะวันตกนี้ ไม่มีเลยเดินกันเป็นชั่วโมงตามบ้าน ร้อน ๆ ก็ร้อน
 
   ที่ประทับใจ มีสองเหตุการณ์ คือ เหตการณ์ ที่เด็กคนหนึ่งนำน้ำเกลือแร่ มาให้ ( คิดว่าให้ไม่ใช่ถวาย ) เพราะว่าเขามายื่นใส่มือ และตัวเขาก็นั่งแกะของเขาดื่มกันข้าง ๆ เหมือนเพื่อน เด็กอายุประมาณ 17 -18 ปี

   เหตุการณ์ที่สอง ก็คือ เด็กสาวชาวใต้ ร้านอาหารคนใต้ เมือง ทองผาภูมิ ถวายภัตตาหารเพล อายุยังน้อยไม่ถึง 20 เลย สองคน ตั้งใจถวายภัตร์

   สำหรับนอกนั้นไม่ประทับใจ เลย มีก็เพียงเรื่องเดียว คือ การเดินข้ามสะพานรูปแรกหลังเปิดสะพานใช้เป็นทางการ นั่นแหละ นอกนั้นก็ขอบอกเลยว่า ถ้าจะให้ไปอีก คงไม่ไป

   ที่สำคัญไม่ประทับใจ ในการปฏิสันถาร ของ พระภิกษุสามเณรที่นั่นเลย

   เจริญธรรม / เจริญพร

   
33  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / เฉลยภาพในนิมิตร และ ที่วาดออกมาคือที่ไหน ? เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 02:00:20 PM


ภาพจากนิมิต ที่ปรากฏ ในสมาธิ เกิดขึ้นบ่อยมาก จนกระทั่งต้องวาดภาพเก็บไว้เป็นเวลา 3 ปีกว่า ๆ



หลังจากผ่านไป 4 ปี จึงได้ทราบว่า ภาพที่ปรากฏคือที่ไหน

หลังจากได้พยายาม หาสถานที่ในนิมิตร อยู่ 4 ปี จนกระทั่งไปเจอวัดแห่งนี้ เมื่อคราขึ้นไปกับพระสงฆ์ ในคราวขึ้นภาคเหนือที่จังหวัดลำปาง พินิจ พิจารณาแล้ว มีความคล้ายคลึงกันมาก ถึงมีบางอย่างไม่เหมือนซะทีเดียว เพราะว่าภาพที่ปรากฏนั้นนิมิตร มันเก่า ๆ มีอะไรในที่ของใหม่ในปัจจุบันอย่างภาพไม่มี แต่ นับว่าเหมือนและใกล้เคียง ในคืนนั้น หลังจากที่ได้ไปกราบ พระธาตุลำปางหลวง ก็พบพระหลวงตา ในฝันท่านบอกว่า ให้ไปเดินขึ้นดอยตุงรูปเดียว ดังนั้นเมื่อนำคณะกลับวัดแล้ว จึงเดินทางกลับไปภาคเหนือ อีกครั้งเพียงรูปเดียวในเดือน มีนาคม ครั้งนี้ตั้งใจไปเดินขึ้นดอยตุง วันนั้นเดินขึ้นดอยตุง ตั้งแต่ปากทางไป สามแยกเลย เดินไปฉันอาหารที่ตำหนัก และลงจากตำหนักขึ้นดอยตุง วันนั้นอากาศร้อน แต่ตอนเริ่มเดิน เหมือนเทวดามาสงเคราะห์ให้ฝนตกก่อน จากนั้นหมอก ก็ปกคลุมดอยขึ้นระหว่างเดินขึ้นไป เป็นน่าอัศจรรย์ ก็คงเหลือเรื่องเดียวคือความเหนื่อยตอนเดินขึ้นทางลาดชัน แต่ไม่ร้อน ไม่กระหาย อย่างที่คิด

 วิีดีโอตอนเดินขึ้นดอยตุงรูปเดียว ถ่ายด้วยมือถือ nokia n72
 


 บรรยากาศตอนขากลับ เป็นอย่างในวีดีโอ คำว่า ยืนเหนือเมฆ ที่ดอยตุงเข้าใจเลย


แม้ตอนขึ้นไหว้พระธาตุ ก็ ร่มเย็น เดินขึ้นแบบสบาย ๆ นะจ๊ะ
34  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: นิมิต คือ อะไร สำคัญอย่างไร เกี่ยวพันอย่างไร กับผู้ภาวนา เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 01:01:23 PM
เข้าใจ นิมิต ให้ถูก สำหรับ นิมิตที่เป็น ผล จาก อุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิต มี 3 แบบ
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=15705
35  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: เศรษฐีจีนทุ่ม 200 ล้าน บูรณะวัดตามแบบไทย เมื่อ: ตุลาคม 21, 2014, 10:36:13 AM
 st12
36  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ผุดไอเดียสร้าง “เรียลลิตีวิปัสสนา” เมื่อ: ตุลาคม 21, 2014, 10:34:33 AM
1วัดร่ำเปิง (วัดตโปทาราม )จ.เชียงใหม่
2วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จ.เชียงใหม่
3วัดท่ามะโอ จ.ลำปาง
4วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี
5วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา
6วัดตาลเอน จ.พระนครศรีอยุธยา
7วัดเขาสมโภชน์ จ.ลพบุรี
8วัดนาหลวง จ.อุดรธานี
9สำนักปฏิบัติธรรมธรรมโมลี จ.นครราชสีมา
10วัดพิชโสภาราม จ.อุบลราชธานี
11วัดพระธรรมจักร จ.นครนายก
12วัดภัททันตะอาสภาราม จ.ชลบุรี
13ศูนย์ปฏิบัติธรรม 84 พรรษา ราชนครินทร์ จ.จันทบุรี
14วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
15วัดพิชยญาติการาม กรุงเทพฯ

  สติปัฏฐาน ในแนวทาง พม่า สายยุบพอง ทั้งหมด น่าแปลกใจวัดเขาสมโภชน์ แห่งเดียว ธรรมเปิดโลกหายไปแล้วหรือ


 st12
37  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / Re: เตือนระวัง.! มิจฉาชีพสวมสิทธิ เบอร์โทรเลขสวย-เติมเงิน เมื่อ: ตุลาคม 21, 2014, 10:28:11 AM
เป็นระบบที่รัฐบาล พยายามให้ประชาชนลงทะเบียน หมายเลขโทรศัพท์ มากันเป็นสิบปีแล้ว
ถ้าต้องการจริง ก็ประกาศบังคับไปเลย หรือยกเลิก ระบบเติมเงิน เปลี่ยนเป็นรายเดือน
แต่ที่ทำไม่ได้ก็เพราะว่า บริษัทโทรศัพท์นั้น จะสูญเสียรายได้ มหาศาล ระบบเติมเงิน ให้ลงทะเบียน ก็ต้องมีอะไรพิเศษกว่าทั่วไป ถึงจะทำได้ เพราะหลายคนเบื่อระบบรายเดือน

  ;)
38  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / Re: 6 คลิป ทำนายโลกอนาคตของ 'ไมโครซอฟท์' เมื่อ: ตุลาคม 21, 2014, 10:23:59 AM
ยังเป็นไปได้ หรอก สำหรับเทคโนโลยี เหล่านี้ในตอนนี้
เพราะอะไร ?

   เพราะสิ่งที่ต้องพัฒนา ก่อน หรือ ควบคู่กันไป  ก็คือ ระบบพลังงาน ถ้าตราบใด Cpu ยังกินไฟสูงอยู่ การใช้งานตลอดเวลา real time ไม่สามารถทำได้
 
   อย่างตอนที่คณะเราไป สะพานอุตมานุสรณ์ ระบบ GPS แบตเตอรี่ หมดก่อน และที่สำคัญเวลา ชาจท์ เท่ากับเวลาใช้ หมายความว่า ชาจท์ 3 ชม ก็ใช้ได้ 3 ชม. เทคโนโลยี พลังงาน มีความสำคัญต่อระบบ IT มาก ๆ Tablet ส่วนใหญ่ที่ต้องเลิกใช้ ก็เพราะพลังงานสำรองนั้นไม่มี หาไม่ได้ แบตเตอรีเสียครั้งหนึ่งก็ ต้องซื้อกันเหมือนซื้อเครื่องใหม่ เลย ยิ่งเครื่องบาง ๆ การเปลี่ยนถอด แบตเตอรีนั้นไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ต้องช่างทำให้เพราะต้องมีการเชื่อมบัดกรี

    ดังนั้น ถึงไมโครซอฟ จะแสดงวิัสัยทัศน์การใช้ ระบบ 3D คือการไม่ใช้จอภาพ แต่ใช้การวัดหน่วย ที่เป็น ฮาโลแกรม ยังต้องพัฒนากันอีก มากกว่า 50 ปี เพราะระบบ ฮาโลแกรม นั้นต้องมีเซนเซอร์ มากจากพื้น และมีราคาสูงด้วย

    ;)
39  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: สะพานมอญ ในความรักษ์ สามััคคี สะพานใจแห่ง เมืองสังขละ มุมมอง ธัมมะวังโส เมื่อ: ตุลาคม 21, 2014, 10:05:17 AM
สำหรับภาพ ส่วนพระอาจารย์ หมดแล้ว ไม่มีแล้วนะ
ติดตามชมภาพจาก ผู้ไปด้วยกัน ต่อไปก็แล้วกัน

  เหตุเพราะว่า ภาพส่วนหนึ่ง มอบให้ คิด สระบุรี ไป 88 ภาพ ซึ่งเป็นฝีมือ ถ่ายของ เว็บมาสเตอร์ คิดสระบุรี ภาพจึงออกมาให้แนว เด็ก ๆ ส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้น ก็ไปติดตามชมที่เว็บนั้น

   ;)
40  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: สะพานมอญ ในความรักษ์ สามััคคี สะพานใจแห่ง เมืองสังขละ มุมมอง ธัมมะวังโส เมื่อ: ตุลาคม 21, 2014, 10:02:40 AM
หน้า: [1] 2 3 ... 24