ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
    Messages   Topics Attachments  

  Messages - raponsan
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 341
81  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แจกน้ำมนต์ หลวงปู่สรวง ให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถช่วงสงกรานต์ สร้างขวัญกำลังใจ เมื่อ: เมษายน 11, 2015, 09:22:27 PM


แจกน้ำมนต์ หลวงปู่สรวง ให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถช่วงสงกรานต์ สร้างขวัญกำลังใจ

เมื่อเวลา 13.00  น. วันที่ 11 เม.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่วัดไพรพัฒนา  ต.ไพรพัฒนา  อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษ  พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ซึ่งเป็นพระป่าชายแดนไทย-กัมพูชา  ได้มอบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์หลวงปู่สรวง  วัดไพรพัฒนา จำนวน 9,999 ขวด ให้แก่ พล.ต.ต.กาญจน์พศ  ชัยศิริชาญพนา ผบก.ภ.จว.สุรินทร์  และคณะ  เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชนที่ขับขี่รถสัญจรไปมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 

ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ขับขี่รถให้ขับขี่ปลอดภัย เนื่องจากหลวงปู่สรวงเป็นพระป่าที่ปฏิบัติธรรมอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา  ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนในเขตชายแดน  จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์  และหลังจากรับมอบแล้ว  พระครูโกศลสิกขกิจ  พร้อมด้วย  ผบก.ภ.จว.สุรินทร์  ได้เดินทางไปที่บริเวณสามแยกบ้านนาตำบล  ต.ไพรพัฒนา  และได้มอบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ขับขี่รถผ่านไปมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์



พระครูโกศลสิกขกิจ  เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา กล่าวว่า มูลนิธิหลวงปู่สรวง ได้จัดทำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น โดยอาตมาภาพได้ตั้งอธิษฐานจิตปลุกเสกเบื้องหน้าสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง  ทั้งนี้  เพื่อจะได้นำเอาไปมอบให้แก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป  ได้นำเอาไปบูชาสักการะ  เพื่อความเป็นสิริมงคล  โดยในช่วงสงกรานต์นี้มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นประจำ  อาตมาภาพจึงได้มอบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์หลวงปู่สรวงให้แก่ผู้ที่ขับขี่รถสัญจรไปมา  เพื่อที่บุญบารมีของหลวงปู่สรวงจะได้ปกปักรักษาให้ประชาชนทุกคนที่ได้รับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นี้แคล้วคลาดปลอดภัยในการเดินทางไปมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1428746718
82  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ชาวเมืองคอน "ตักบาตรลอยแพ" ปล่อยทุกข์โศก เมื่อ: เมษายน 11, 2015, 09:07:02 PM


ชาวเมืองคอน "ตักบาตรลอยแพ" ปล่อยทุกข์โศก

ชาวเมืองคอนกว่า 500 คน แห่ร่วม "ตักบาตรลอยแพ" เอาทุกข์ โศก โรคภัย สิ่งไม่ดีทั้งหลาย ไปลอยแพสู่พระแม่คงคา ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หมดไปจากชีวิต รับปีใหม่ไทย

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่บริเวณสวนสาธารณะหาดทรายแก้ว ริมคลองเสาธง หมู่ 13 ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช นายมนตรี ชนะศักดิ์ ปลัดอาวุโสรักษาการนายอำเภอพระพรหม เป็นประธานเปิดงาน "ตักบาตรลอยแพ" และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ครั้งที่ 10 เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2558 โดยมี นางจิตรา ศรีพิบูลย์ นายกอบต.ท้ายสำเภา นายเชาวรินทร์ จิตอารีย์ กำนัน ต.ท้ายสำเภา ผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต.และประชาชนใน ต.ท้ายสำเภา ทั้ง 13 หมู่บ้าน รวมทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน





นางจิตรา ศรีพิบูลย์ นายก อบต.ท้ายสำเภา กล่าวว่า ประเพณีตักบาตรลอยแพ เป็นประเพณีตามความเชื่อตามวิถีพุทธของชาวบ้าน เป็นการผนวกเอาประเพณีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันสำคัญเข้ากับประเพณีลอยกระทง โดยจะจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี และยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่โบราณ และถือว่าได้ทำบุญตักบาตรในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยและร่วมเอาทุกข์ โศก โรคภัย สิ่งไม่ดีทั้งหลาย ไปลอยแพสู่พระแม่คงคา ซึ่งพระแม่คงคาจะช่วยดลบันดาล ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หมดไปจากชีวิตของทุก ๆ คน เพื่อต้อนรับปีใหม่ของชาวไทย..





ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/313916/ชาวเมืองคอน+_ตักบาตรลอยแพ_+ปล่อยทุกข์โศก
83  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / กรมศิลป์ชวนสรงน้ำพระธาตุ-เทพนพเคราะห์ เมื่อ: เมษายน 11, 2015, 09:00:58 PM


กรมศิลป์ชวนสรงน้ำพระธาตุ-เทพนพเคราะห์

กรมศิลปากรจัดพิธีพิธีบวงสรวงพระธาตุ และเทพนพเคราะห์ 9 องค์ พร้อมเปิดให้ประชาชนสรงน้ำในเทศกาลสงกรานต์11-14 เม.ย.นี้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

วันนี้(11เม.ย.) เวลา 09.09 น. ที่ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระธาตุ และเทพนพเคราะห์ 9 องค์ ประกอบด้วย พระอาทิตย์ทรงราชสีห์ พระจันทร์ทรงม้า พระอังคารทรงมหิงสา พระพุธทรงคชสาร พระพฤหัสบดีทรงกวาง พระศุกร์ทรงโค พระเสาร์ทรงพยัคฆ์ พระราหูทรงพญาครุฑ และพระเกตุทรงนาค ที่กรมศิลปากรอัญเชิญออกมาจากห้องจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี2558 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชนร่วมงาน



นายบวรเวท กล่าวว่า การบวงสร้างเทพนพเคราะห์ ถือเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกครั้งที่มีการอัญเชิญออกมาจากห้องจัดแสดง เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าจะทำการใด เช่น ช่วงนี้เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำในเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากตามประวัติแล้ว เทพแต่ละองค์สร้างถูกโดยพระอิศวร ซึ่งมีความเป็นมาต่างกัน แต่ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามเทพทั้ง9องค์ ถือเป็นเทพประจำวันเกิด ซึ่งตามความเชื่อหากใครได้มาสรงน้ำในช่วงสงกรานต์ที่ถือเป็นปีใหม่ไทย ก็จะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

นอกจากนี้ยังเป็นปีแรกที่กรมศิลปากรได้อัญเชิญพระธาตุออกมาให้ประชาชนสรงน้ำด้วย เพื่อความเป็นมงคลแก่ประชาชน ดังนั้นกรมศิลปากรขอเชิญชวนให้ประชาชนได้มาสรงน้ำพระธาตุและเทพนพเคราะห์ ที่ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งแต่วันที่11-14เม.ย.ในเวลา9.00-16.00น. เนื่องจากตามความเชื่อของคนไทยว่าวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่เปลี่ยนจักราศรี ดังนั้นหากเราได้เริ่มต้นทำสิ่งที่ดีที่ถูกที่ควรตั้งแต่วันเริ่มต้นแล้วจะถือเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง..


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/313802/กรมศิลป์ชวนสรงน้ำพระธาตุ-เทพนพเคราะห์
84  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ไม่จำเป็นต้อง ไปตามลำดับ ก็บรรลุธรรมได้ ? เมื่อ: เมษายน 11, 2015, 12:55:45 PM

การเข้าไปบรรลุธรรม ไม่ จำเป็น ต้อง รู้ตามลำดับ
ไม่จำเป็นต้องผ่าน สมถกรรมฐาน
เพราะ ปัญญา เป็นเครื่อง รู้ ในการบรรลุเท่านั้น

   ลองศึกษา เรื่อง สมาธิเหวี่ยง ( บัญชา ตั้งวงษ์ไชย )


    ans1 ans1 ans1 ans1

    - ก่อนอื่นต้องย้อนถามว่า รู้ตามลำดับ คืออะไร.?
    ขอให้พิจารณาพุทธพจน์นี้
    "ดูกรปหาราทะ มหาสมุทรลาด ลุ่ม ลึกลงไปโดยลำดับ ไม่โกรกชันเหมือนเหว ฉันใด ในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน มีการศึกษาไปตามลำดับ มีการกระทำไปตามลำดับ มีการปฏิบัติไปตามลำดับ มิใช่ว่าจะมีการบรรลุอรหัตผลโดยตรง"
     พุทธพจน์นี้อยู่ใน "ปหาราทสูตร" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต


     - คำว่า "ไม่ผ่านสมถกรรมฐาน" นั้น ขอให้พิจารณา มรรคองค์ที่ ๘ คือ สัมมาสมาธิ
     ในพระสูตรบอกไว้ชัดเจน สัมมาสมาธิ คือ ฌาน ๔
     ถามว่า ฌาน ๔ เป็นสมถกรรมฐานหรือไม่.?


     - เรื่องสมาธิเหวี่ยง ขอบคุณที่แนะนำ จะหาเวลาไปศึกษาครับ

     ขอคุยเป็นเพื่อนเท่านี้ ขอบคุณ ทุกคำสนทนา ทุกความเห็น...


      :welcome:  :25: :c017: :s_good:
85  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ผู้ที่แสดงสิ่งที่พระพุทธเจ้ามิได้บัญญัติว่าบัญญัติ ผลเสียที่ มี หรือ ไม่มี เมื่อ: เมษายน 11, 2015, 12:31:04 PM


ผู้ที่แสดงสิ่งที่พระพุทธเจ้ามิได้บัญญัติว่าบัญญัติ พระพุทธเจ้าทรงแสดงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นไว้ว่าอย่างไร   
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงอธรรมว่าธรรม ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนัตถะมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก และย่อมจะยังสัทธรรม  นี้ให้อันตรธาน ฯ
[๑๓๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงธรรมว่า อธรรม ฯลฯ ที่แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่า วินัย ฯลฯ ที่แสดงวินัยว่า มิใช่วินัย ฯลฯ ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคตมิได้ทรงภาษิต มิได้ตรัสไว้ว่า พระตถาคตทรงภาษิตไว้ตรัสไว้ ฯลฯ  ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคตได้ทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ว่า  พระตถาคตมิได้ทรงภาษิต  มิตรัสไว้  ฯลฯ
ที่แสดงกรรมอันพระตถาคตมิได้ทรงสั่งสมว่า พระตถาคตทรงสั่งสม ฯลฯ
ที่แสดงกรรมอันพระตถาคตมิได้ทรงสั่งสม ไว้ว่า พระตถาคตมิได้ทรงสั่งสมไว้ ฯลฯ
ที่แสดงสิ่งอันพระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้ว่า พระตถาคตทรงบัญญัติไว้ ฯลฯ
ที่แสดงสิ่งอันพระตถาคตทรงบัญญัติ  ไว้ว่า พระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้
    ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อไม่เป็น ประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออนัตถะใช่ประโยชน์ เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบ บาปใช่บุญเป็นอันมาก และย่อมยังสัทธรรมนี้ให้อันตรธาน ฯ
 [๑๓๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงอธรรมว่าอธรรม ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่า เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบุญเป็นอันมาก และย่อมดำรงสัทธรรมนี้ไว้มั่น ฯ
[๑๓๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงธรรมว่า ธรรม ฯลฯ ที่แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่ามิใช่วินัย ฯลฯ ที่แสดงวินัยว่า วินัย ฯลฯ ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคตมิได้ทรงภาษิต มิได้ตรัสไว้ว่า พระตถาคตมิได้ทรงภาษิตมิได้ตรัสไว้ ฯลฯ ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคตได้ทรงภาษิต ได้ตรัสไว้ว่าพระตถาคตได้ทรง ภาษิต ได้ตรัสไว้ ฯลฯ ที่แสดงกรรมที่พระตถาคตมิได้ทรงสั่งสมว่า พระตถาคตมิได้ทรงสั่งสม ฯลฯ ที่แสดงกรรมอันพระตถาคตทรงสั่งสมว่า พระตถาคตทรงสั่งสม ฯลฯ ที่แสดงสิ่งอันพระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติว่า ตถาคตทรงบัญญัติ
       ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบุญเป็นอันมาก และย่อมดำรงสัทธรรมนี้ไว้มั่น ฯ
 
(ไทย) อํ. เอก. ๒๐/๑๙ -๒๐/๑๓๑–๑๓๔:คลิกดูพระสูตร
(บาลี) อํ. เอก. ๒๐/๒๕ -๒๖/๑๓๑–๑๓๔:คลิกดูพระสูตร




ans1 ans1 ans1 ans1

ขอขอบคุณ คุณ nirvanar55 ทีเข้ามาคุยในห้องนี้
พระสุตรนี้เป็น อธรรมวรรคที่ ๑๑ อยู่ใน "พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต" ข้อธรรมในวรรคนี้ ไม่สงสัยขอรับ เคารพในพุทธพจน์ทุกประการ


:25: :25: :25: :25:



ธรรมะ แท้ ๆ ไม่มี บัญญัติ
               ไม่มี อักขระ
               ไม่มี ภาษา
               ไม่มี อะไรต้องรู้
               ไม่มี อะไรยึดมั่น ถือมั่น
               ไม่มี ชนชาติ
               ไม่มี ศาสนา
          เพราะ ธรรมะ ไม่เป็นอะไร เลย

    มีแต่ เพียง สิ่ง หนึ่ง ๆ ที่ไม่สามารถ ระบุ อะไร ได้ นั่นแหละ เกิด ดับ เท่านั้้น

   เท่านี้ก็บรรลุธรรม แล้ว
    :smiley_confused1:


ans1 ans1 ans1 ans1

ขอให้พิจารณาประโยคนี้....

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมบัญญัติทุกข์ และความดับทุกข์ ทั้งในกาลก่อนและในกาลบัดนี้."

พุทธพจน์นี้อยู่ใน พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (อลคัททูปมสูตร ว่าด้วยข้ออุปมาด้วยอสรพิษ)


 :welcome: :welcome: :welcome: :welcome:

ถ้าจะคุยกันต่อไปก็ต้องกล่าวว่า ความเห็นของ คุณ nirvanar55 น่าจะเทียบเคียงได้กับข้อธรรมนี้

"ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น"

พุทธพจน์นี้อยู่ใน พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (จูฬตัณหาสังขยสูตร ว่าด้วยข้อปฏิบัติธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา)

    "ดูกรจอมเทพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้สดับว่า ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น
    ถ้าข้อนี้ ภิกษุได้สดับแล้วอย่างนี้ ภิกษุนั้นย่อมรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง
    ครั้นรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวง
    ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง
    ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว เธอได้เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ดี ทุกข์ก็ดีมิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ดี
    เธอย่อมพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลายนั้น
    เมื่อพิจารณาเห็นดังนั้น ย่อมไม่ยึดมั่นสิ่งอะไรๆ ในโลก เมื่อไม่ยึดมั่น ย่อมไม่สะดุ้งหวาดหวั่น เมื่อไม่สะดุ้งหวาดหวั่น ย่อมดับกิเลสให้สงบได้เฉพาะตัว และทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี....."


     :96: :96: :96: :96: :96:

    ข้อธรรมนี้คนที่จะเห็นได้มีเพียงพระอรหันต์เท่านั้น
    ขอให้สังเกตคำว่า "ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี"
    คนที่ไม่มีกิจจะทำ อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีแต่พระอรหันต์เท่านั้นแหละครับ
    จะขยายต่อไป....พระอรหันต์ท่านละอุปทานขันธ์ ๕ ได้แล้ว ท่านไม่มีอะไรให้ยึดมั่นถือมั่น อีกต่อไป
   
    พระอาจารย์ท่านอธิบายเรื่องนี้ไว้ในกระทู้นี้
    "สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย" "ธรรมทั้งปวงอันใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่น ถือมั่น.

    http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=5486.0

    ขอคุยเป็นเพื่อนเท่านี้ครับ

     :25: :25: :25: :25:
86  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: หลวงพ่อสดเลิกวิชชาธรรมกายจริงหรือ ? เมื่อ: เมษายน 11, 2015, 11:28:48 AM

 ans1 ans1 ans1 ans1

ขอบคุณ คุณ Hero มาก....ที่เข้ามาคุยในห้องนี้
ผมได้อ่านบทความจากบล็อกหนึ่ง ท่านเป็นถึงด๊อกเตอร์
ท่านพยายามเปรียบเทียบวิชชาธรรมกายกับกรรมฐานมัชฌิมาฯ
อ่านดูแล้ว มีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก....เข้าใจว่าท่านนี้ไม่ใช่ศิษย์กรรมฐานมัชฌิมาฯ
แต่ถ้ามองในแง่ดี ท่านนี้ก็ช่วยเผยแผ่กรรมฐานมัชฌิมาฯโดยอ้อม

อย่างไรก็ตาม ขอชมท่านว่า บทความนี้ให้ความรู้ให้แง่คิด แก่คนอ่านได้ในระดับหนึ่ง
ถึงแม้ท่านยังเข้าใจคลาดเคลื่อนในส่วนของกรรมฐานมัชฌิมาฯ ก็ตาม

สนใจอ่านบทความดังกล่าว เชิญคลิกไปที่

http://www.manaskomoltha.net/2013/12/blog-post_18.html


 :welcome: :49: :s_good: thk56
87  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / น้ำตาซึม! หนุ่มไฟช็อตเป็นเจ้าชายนิทรา เมียดูแลจนฟื้น เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 09:10:20 PM


น้ำตาซึม! หนุ่มไฟช็อตเป็นเจ้าชายนิทรา เมียดูแลจนฟื้น

มีรายงานว่า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้โพสต์รูปภาพและข้อความลงในเฟซบุ๊ก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ โดยระบุถึงกรณี "น้องเบนซ์" หญิงสาววัย 18 ปี ที่ต้องคอยดูแล "ท็อป" สามีวัย 18 ปีที่ถูกไฟช็อตขณะทำงาน โดยหลังเกิดเหตุฝ่ายชายหยุดหายใจไปนานกว่า 10 นาที หมอบอกให้ทำใจ และมี 2 กรณีให้เลือก คือให้สามีจากไปอย่างสบาย หรือจะต้องเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต ต้องนอนแบบนี้ไปจนตาย

สำหรับข้อความทั้งหมดระบุดังนี้...

 ans1 ans1 ans1 ans1

"สวัสดีครับเพื่อน ๆ ..มีครอบครัวที่น่ารัก และน่าสงสารมาก ๆ เขาอยู่กันตามลำพัง โดยอยู่กันแบบสามี และภรรยา น้องท้อป สามีอายุ 18 ปี น้องเบนซ์ ภรรยาอายุ 18 ปี เท่ากัน

ทั้งคู่สัญญากันว่าจะทำงานหาเงินเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน..น้องท้อป ทำงานที่โรงงานไก่แช่เย็น ส่วนน้องเบนซ์ รับจ้างทำงานขายของช่วยเขาที่ตลาด..แล้ววันหนึ่งเมื่อน้องเบนซ์ได้รับโทรศัพท์จากนายจ้างของน้องท้อป เขาบอกน้องเบนซ์ว่า น้องท้อปถูกไฟช็อต ตอนนี้ส่ง รพ. แล้ว ให้มาด่วนที่ รพ. น้องเบนซ์ ก็รีบไปหา น้องท้อป ทันที


 :96: :96: :96: :96:

เมื่อไปถึง รพ. ภาพที่น้องเบนซ์คือสภาพของ น้องท้อป ไม่ต่างอะไรไปจากคนที่เสียชีวิตไปแล้ว..หมอบอกน้องท้อปหยุดหายใจไปแล้ว 10 นาที แต่หมอก็ได้ช่วยอย่างเต็มที่ทำให้น้องท้อปฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง คุณหมอบอกน้องเบนซ์ว่า..น้องเบนซ์ต้องทำใจนะ เพราะมี 2 กรณีให้เลือก

1. ให้น้องท้อปไปอย่างสบาย
2. น้องท้อปจะต้องเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต จะต้องนอนแบบนี้ไปจนตาย..

น้องเบนซ์ในตอนนั้นถึงกับเข่าทรุดลงไปทันที เธอร้องไห้จนเป็นลม เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาเธอก็บอกหมอว่า เธอจะดูแลท้อปเอง ไม่ว่าจะนอนสักกี่ปีเธอขออยู่กับท้อป จากวันนั้นถึงวันนี้เกือบ 4 เดือนแล้วที่เธอดูแลท้อปมา

 :03: :03: :03: :03:

จากคนที่นอนอยู่เฉยๆ ไม่รับรู้อะไรต้องป้อนน้ำป้อนข้าวเช็ดอึเช็ดฉี่ให้ ตอนนี้น้องท้อป ขยับตัวเองได้พูดได้แต่ไม่ชัด เพราะน้องท้อปเจาะคอด้วย การดูแลเอาใจใส่ของ น้องเบนซ์ขยันทำกายภาพบำบัดให้ทุก ๆ วัน ดูแลมาตลอดหวังว่าสักวันหนึ่ง น้องท้อปจะกลับมาเป็นน้องท้อปคนเดิม คนที่คอยห่วงใยน้องเบนซ์ คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับน้องเบนซ์กลับจากตลาด คนที่เคยร้องเพลงให้ฟังตอนที่ถูกแม่ดุด่า คนที่เคยให้กำลังใจมาตลอด

วันนี้น้องเบนซ์บอกว่า ดีใจที่สุดที่เห็นเขาพูดได้ฟังเบนซ์รู้เรื่อง ยกขาขยับเองได้ ผมถามว่าทำไมไม่ทิ้งเขาไปหรือปล่อยให้เขาไปสบายไม่ต้องมารับสภาพแบบนี้ น้องเบนซ์ถึงกับร้องไห้โฮออกมาเลย เบนซ์บอกน้องเบนซ์รักเขามาก ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนไหนที่ทำให้น้องเบนซ์รักเขาได้ขนาดนี้ ตอนที่เขายังไม่ป่วย เขาก็ทำเพื่อเราทุกอย่าง เขาเคยเที่ยว เคยทำตัวไม่ดี แต่มาเจอเรา เราขอร้องให้เขาเลิกแล้วมาทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างอนาตค เขาก็เลิกทุก ๆ อย่าง


 :91: :91: :91: :91:

น้องท้อปน่าสงสาร น้องเขามีแม่มีพ่อก็เหมือนไม่มี ตอนน้องท้อปป่วยแม่เขามา มาแค่มาเซ็นว่าเป็นลูก แต่ก็ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเลย บอกเพียงว่าแค่ทำให้มันเกิดเท่านั้น (ระหว่างที่พูดน้ำตาของน้องเบนซ์ก็ไหลออกมา ทำให้น้องท้อปก็ร้องไห้ไปด้วย น้องท้อปพยายามจะเอามือมาเช็ดน้ำตาให้น้องเบนซ์แต่เช็ดไม่ถึงเพราะแขนยกได้แค่นั้น ทำให้บรรยากาศภายในห้องมีแต่น้ำตา แม้แต่ทีมงานของผม) ตลอดเวลาที่พูดคุยกันน้องท้อปจะเอามือของเบนซ์มาหอมตลอดแสดงถึงความรักที่มีต่อเธอ..

ทุกวันนี้น้องเบนซ์ก็พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงด้วยการออกไปรับจ้างขายของได้วันละ 150-200 บ้าง ส่วนที่พักก็มีคนใจบุญให้อยู่ฟรี เสียค่าน้ำ-ค่าไฟเอง บางครั้งพ่อแม่น้องเบนซ์ก็มาดูน้องท้อปบ้าง..นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นครับ แต่น่าเสียดายอนาตคที่กำลังจะไปได้สวยต้องมาหยุดแค่อุบัติเหตุที่เราไม่นึกไม่ฝัน ส่วนเจ้าของโรงงานก็ไม่รับผิดชอบเลย บอกจะให้ค่าแรงน้อง วันละ 400 บาทตลอดจนกว่าจะสามารถหางานใหม่ได้ จ่ายมาแค่ 3 อาทิตย์แล้วก็ไม่จ่ายอีกเลย..ผมช่วยน้องไป 20,000 บาท ทางรายการ (HOPES ประกายแสงแห่งความหวัง)โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอีก10,000บาทเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องทั้ง 2 ได้ต่อสู้ชีวิตต่อไปครับ..

 :41: :41: :41: :41:

ถ้าเพื่อนๆ สงสารอยากช่วยเหลือน้องก็โอนให้น้องได้เลยครับ ชื่อบัญชี น.ส.สุภาวดี อนุกูล ธ.กรุงเทพ สาขานครราชสีมา เลขที่บัญชี 2855754509 ออมทรัพย์ น้องอยู่บ้านเลขที่ 974 ถ.ราชนิกูล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 080-1638487 ขอบคุณมาก ๆ ครับที่อ่านจนจบ..ความรัก

บางครั้งก็มีสิ่งที่ดี ๆ แอบแฝงไว้ในตัวของมันเอง..อย่ารังเกียจความรักนะครับ.."



ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://news.sanook.com/1778246/
88  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ฉลองยิ่งใหญ่.! อายุ 100 ปี สังฆราชลาว เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 09:06:30 PM


ฉลองยิ่งใหญ่.! อายุ 100 ปี สังฆราชลาว พระผู้สานสัมพันธ์พี่น้องสองแผ่นดิน
สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร รายงาน

วันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2558 มีพิธีมหาเถราพิเษกพระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่อง ปิยะทีโร (สะมาเลิก) ประธานศูนย์กลางการพระพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว(อพส) (พระสังฆราชลาวรูปที่ 4) ที่วัดองค์ตื้อ นครเวียงจันท์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีพระสงฆ์และชาวพุทธลาวร่วมเป็นจำนวนมาก

สำหรับชาติภูมิพระอาจารย์ใหญ่ ดร.มหาผ่องนั้นพบว่า ท่านเป็นคนไทยโดยกำเนิด  เกิดที่บ้านกุงน้อย ตำบลกุศกร อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี  เมื่อปี พ.ศ..2459  ติดตามบิดามารดาไปอยู่ บ้านโพนทอง เมืองโพนทอง แชวงจำปาสัก สปป.ลาว ตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก  และได้รับการเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าฟ้าเพชรราช(วีระบุรุษของชาวลาวอิสระ ปลดแอกจากการปกครองฝรั่งเศส) และได้เป็นบุตรบุญธรรมของโฮจิมินห์ ประธานพรรคคอมมิวนิสต์อีกด้วย



พระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่อง อุปสมบทเมื่ออายุครบ 20 ปี ที่วัดโพธิ์สระปทุม บ้านกุศกร (ที่บ้านเกิด) จากนั้นก็เดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร เป็นพระที่สนิทสนมกับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เพราะศึกษาร่วมสำนักเดียวกัน ได้รับพระราชทานประกาศนียบัตรเปรียญธรรม 6 ประโยค  จากนั้นก็ได้นำความรู้มาสอนมัธยมสงฆ์หลายแห่งในประเทศลาว 

พระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่องนั้นทางมาประเทศไทยเสมอใจกิจการคณะสงฆ์สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับลาว อย่างเช่นในวาระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในวันที่ 9 มีนาคม 2557 พระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่องก็ได้เดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากพระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่องกับเจ้าประคุณสมเด็จนั้นถือว่าเป็นสหายธรรมกันมามีอายุสมัยร่วมกัน




ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานครกำหนดการประชุมสัมมนาพระธรรมทูตไทยทั่วโลกเพื่อเป็นการบูชาคุณเจ้าประคุณสมเด็จ  ที่ มจร อ.วังน้อยเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557 นั้น พระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่องก็ได้เดินทางไปร่วมงานด้วย โดยการประสานของพระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดี มจร ฝ่ายกิจการต่างประเทศ

และเมื่อปีที่แล้วพระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่องก็ได้นำญาติโยมจำนวนหนึ่ง มาร่วมทำบุญ ที่ วัดพระโต บ้านที่วัดพระโต บ้านปากแซง ตำบลพะลาน อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี  ด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายเครื่องไทยทาน และปล่อยปลาดุกลงสู่แม่น้ำโขง จำนวน 99 ตัว ครบตามอายุ 99 ปี โดยมีพระครูพุทธวราธิคุณ เจ้าคณะอำเภอนาตาลและเจ้าอาวาสวัดพระโต บ้านปากแซง นำพระภิกษุสงฆ์พร้อมพุทธสาสนิกชนถวายการต้อนรับคับคั่ง




พร้อมกันนี้พระอาจารย์ใหญ่ดร.มหาผ่อง ได้กล่าวว่า “ข้อยดีใจหลายเด้อ ที่ได้มาทำบุญในมื้อนี่” พร้อมบอกต่อไปว่า การทำบุในครั้งนี้นับเป็นการที่ทำบุญที่มีความสำคัญมา เพราะเป็นการเชื่อมสัมพันธ์พุทธศาสนาไทย ลาว ให้ได้เป็นแบบอย่างในการที่ได้ร่วมกันทำบุญเพื่อเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป  และเห็นว่า วัดแห่งนับเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์อีกวัดหนึ่ง ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ที่สำคัญ ชื่อพระประธานในวัด ที่เวียงจันทร์  ก็ชื่อเดียวกันกับที่นี่ คือ ชื่อ “พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ” เช่นเดียวกัน แต่ที่พระเจ้าองค์ตื้อ ที่เวียงจันทร์นั้น ก่อสร้างขึ้นมาได้เพียง 450 ปี แต่พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ที่ฝั่งไทยแห่งนี้ อายุ กว่า 1 พันแล้ว นับเป็นพระพุทธรูปที่มีคนเลื่อมใสกันมาก

ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20150410/204510.html
89  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / “เจ้าคุณเสนาะ” ชิงลาออกเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 08:59:04 PM


“เจ้าคุณเสนาะ” ชิงลาออกเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

โฆษกมหาเถรสมาคมเผย พระพรหมสุธี ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ คาดพิษเงินจัดงานศพสมเด็จเกี่ยว 67 ล้านบาทที่ผลสอบของสตง.ส่อว่าไม่สุจริต ขณะที่มส.อนุมัติตั้ง พระพรหมสิทธิ เป็นเจ้าอาวาสรูปใหม่แล้ว

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.)ครั้งที่ 10/2558 โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน โดยพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี)กรรมการและโฆษกมส. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า

ที่ประชุมมส.ได้รับทราบกรณีพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเจ้าคณะภาค 12 ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งก่อนหน้า พระพรหมสุธีได้ถูกเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พักตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อเดือนมกราคม 2558 เนื่องจากกรณีเงินงบประมาณจัดงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยวอุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ทั้งนี้ มส.จึงได้อนุมัติแต่งตั้ง พระพรหมสิทธิ(ธงชัย สุขญาโณ) เป็น เจ้าอาวาสวัดสระเกศ รูปใหม่แทนพระพรหมสุธี


 :96: :96: :96: :96:

พระพรหมเมธี กล่าวต่อไปว่า สำหรับตำแหน่งเจ้าคณะภาค12 นั้น พระพรหมสุธีไม่ได้ทำหนังสือลาออกมาแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แล้ว หากไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสก็จะมีผลต่อตำแหน่งการปกครองอื่นๆ ซึ่งก็จะทำให้ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 ต้องถูกพิจารณา อาจจะต้องออกตามตำแหน่งเจ้าอาวาสไปด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมมส.ได้รับทราบตามที่พระวิสุทธิวงศาจารย์(วิเชียร อโนมคุโณ)เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เสนอแต่งตั้ง พระปิฏกโกศล(นิกร มโนกโร) วิทยฐานะป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นรองเจ้าคณะภาค 7 แทนพระพรหมเสนาบดี( พิมพ์ ญาณวีโร) รองเจ้าคณะภาค 7ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค 7

 :91: :91: :91: :91:

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ได้มีหนังสือแจ้งมายังมส.หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)เกี่ยวกับผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่าพระพรหมสุธีมีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริตหรือไม่ พระพรหมเมธี กล่าวว่าสตง.ยังไม่ได้ส่งเรื่องมายัง มส.แต่คาดว่าจะส่งเรื่องไปยังผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชหรือเจ้าคณะปกครอง เพื่อรายงานผลการตรวจสอบการใช้งบประมาณดังกล่าว

ส่วนเหตุผลของการลาออกนั้นไม่ได้มีการแจ้งต่อที่ประชุมมส.แต่อย่างใด ทั้งนี้ในระบบการปกครองคณะสงฆ์ หากลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสถือว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีกว่าการถูกไล่หรือปลดออกและในอนาคตหากมีการเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการปกครองก็สามารถที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งได้แต่หากถูกไล่ออกก็จะไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งทางการปกครองได้อีก


 :41: :41: :41: :41:

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสาเหตุของการลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศในครั้งนี้ คาดว่า จะมาจากการที่ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ลงนามในหนังสือที่ ตผ0019/1639 ลงวันที่ 26 มี.ค.2558 เรื่องการตรวจสอบเงินอุดหนุนของวัดสระเกศถึง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะประธานมส.

โดยแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของวัดสระเกศโดยเฉพาะในส่วนของการจ่ายเงินอุดหนุนค่าจัดทำหนังสือพระไตรปิฏก จำนวน1,050 ชุด ราคาชุดละ15,000 บาท เป็นเงิน15,750,000บาท ให้พศ.ในบัญชีกองทุนพระไตรปิฎกของพศ.แต่วัดสระเกศได้รับมอบเพียง700 ชุดขาดหายไป350ชุด คิดเป็นเงิน 5,250,000 บาท ทำให้วัดสระเกศได้รับความเสียหายอันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

และการเบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายทำย่ามจำนวน 8,000 ใบ เป็นเงิน 2,960,000 บาท ในจำนวนดังกล่าวแต่มีผู้ถวาย จำนวน 5,000 ใบ จึงเป็นการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนซ้ำซ้อนกับเงินบริจาคอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามการตรวจสอบในชั้นนี้ จึงปรากฏส่อไปในทางไม่สุจริตจึงคาดว่าเป็นสาเหตุให้ พระพรหมสุธี ต้องชิงลาออก ก่อนที่จะมีคำสั่งปลดจากตำแหน่งทางการปกครอง.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/313671/“เจ้าคุณเสนาะ”+ชิงลาออกเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
90  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ฝึกสามเณรลอยน้ำเอาตัวรอด เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 08:53:38 PM

ฝึกสามเณรลอยน้ำเอาตัวรอด

หน่วยกู้ภัยฮุก31 เมืองโคราช ห่วงปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต เดินสายเข้าฝึกเยาวชนที่เข้าบวชสามเณรภาคฤดูร้อนให้ลอยน้ำเพื่อเอาตัวรอด และอบรมวิธีช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจะจมน้ำอย่างถูกวิธี


เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่สระน้ำชั่วคราว ภายในวัดหนองบัว ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชาญชัย ศุภวีระกุล หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ ฮุก 31 นครราชสีมา พร้อมด้วย อาสาสมัครฯ กว่า 10 นาย และ นายสังวาล จ่างโพธิ์ หัวหน้า รพ.สต.มะค่า ร่วมกันสอนวิธีการลอยตัวในน้ำเพื่อเอาตัวรอด ร่วมทั้งวิธีการช่วยเหลือเมื่อเจอคนจมน้ำ โดยมีสามเณรจำนวน 24 รูป และ อาสาสมัคร รวมทั้งผู้นำท้องถิ่น จำนวน 50 คน เข้าร่วมรับการอบรม

ด้าน นายชาญชัย เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีการเฝ้าระวังเรื่องเด็กจมน้ำเสียชีวิต แต่ใน จ.นครราชสีมา ก็ยังพบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตอยู่อย่างต่อเนื่อง ทางมูลนิธิฯจึงเห็นความสำคัญการรู้จักวิธีการเอาตัวรอดเมื่อตกน้ำ หรือเมื่อจะจมน้ำ และอบรมวิธีช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจะจมน้ำอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดดังที่ผ่านมา จึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินสายอบรมให้กับผู้ที่สนใจ




ด้าน นายสังวาล หัวหน้า รพ.สต.มะค่า กล่าวว่า ทุกปีที่ผ่านมาในเขตพื้นที่รับผิดชอบจะมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียน ที่มักมีข่าวเด็กชวนกันไปเล่นน้ำแล้วจมน้ำเสียชีวิตแทบทุกปี หลังจากที่ทราบข่าวว่าทางหน่วยกู้ภัยฮุก 31 มีโครงการ ฝึกเด็กเอาตัวรอดจากการจมน้ำ ประกอบกับในช่วงนี้มีเยาวชนเข้าบวชภาคฤดูร้อนภายในวัดหนองบัว จึงถือโอกาสประสานให้เข้ามาฝึกให้สามเณร และได้ประสานอาสาสมัคร รวมทั้งผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมอบรม ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดขึ้นเหมือนที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากสถิติที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีผู้จนน้ำเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยในปี 56 มีเด็กจนน้ำเสียชีวิต 36 คน ปี 57 จมน้ำเสียชีวิต 26 คน ส่วนในนี้เพิ่งผ่านมาได้ไม่ถึง 4 เดือน มีคนจมน้ำเสียชีวิตแล้วกว่า 10 ราย ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา มีเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตพร้อมกันถึง 4 คน ที่ อ.ครบุรี เชื่อว่าส่วนหนึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะไม่รู้จักวิธีการลอยตัวเอาตัวรอด และไม่รู้วิธีการช่วยเหลือคนจมน้ำอย่างถูกวิธี.




ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/313686/ฝึกสามเณรลอยน้ำเอาตัวรอด
91  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อึ้ง..แต่งคล้ายพระตั้งด่านเรี่ยไร เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 08:49:37 PM


อึ้ง..แต่งคล้ายพระตั้งด่านเรี่ยไร

แห่แชร์ภาพบุคคลแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ตั้งด่านบอกบุญกลางถนนไม่เหมาะสม โฆษกสำนักพุทธฯยันถ้าเป็นพระจริงมีความผิด อาจถึงขั้นจับสึก

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ภาพของกลุ่มบุคคลซึ่งแต่งกายเหมือนพระสงฆ์ห่มผ้าเหลืองตั้งด่านบอกบุญญาติโยม โดยนำเก้าอี้มานั่งบนเกาะกลางถนนพร้อมตั้งสัปทนกันแดด และชูธงศาสนาโดยมีบุคคลเหมือนพระสงฆ์หลายคนเดินดักเรี่ยไรเงินจากรถที่วิ่งผ่านมา ซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @Ing_GCT ระบุ “เจอด่านพระครับ ตั้งป้อมบอกบุญ อ.สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี เอาไม้ยาวขวางรถ พอให้เงินเสร็จถึงยกออก” ภายหลังภาพดังกล่าวได้ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ทำให้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ว่าบุคคลซึ่งคาดว่าเป็นพระสงฆ์ทำไมถึงตั้งด่านเรี่ยไรเงินในลักษณะนี้ พร้อมยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย


 :96: :96: :96: :96:

“เดลินิวส์ออนไลน์” ได้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีคนเข้ามาร้องเรียนในกรณีดังกล่าว จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นพระสงฆ์จากวัดใด หรือเป็นพระสงฆ์จริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้มีการแจ้งความกรณีมีพระสงฆ์ปลอมเข้าเก็บเรี่ยไรเงินในตลาดอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กวดขันไม่ให้มีการเรี่ยไรเงินในลักษณะเช่นนี้อยู่แล้ว หากพบว่ามีการกระทำข้างต้นจะเข้าจับกุมทันที ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าผิด พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร โดยมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

 :91: :91: :91: :91:

ด้าน ดร.สมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า จากพฤติกรรมที่เห็นในภาพ สันนิษฐานว่า อาจไม่ใช่พระสงฆ์จริง น่าจะเป็นพระปลอมมากกว่า เพราะการตั้งด่านบอกบุญเช่นนี้เป็นการกระทำที่ผิดคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัด ทั้งยังเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในวินัยสงฆ์ พระสามารถเรี่ยไรเงินได้เฉพาะในพื้นที่วัดเท่านั้น หากผู้ใดพบเห็นการกระทำผิดดังกล่าว สามารถแจ้งพระวินยาธิการ เข้าตรวจสอบความผิดได้ ซึ่งหากพบว่ากระทำการดังกล่าวจริง กรณีเป็นพระเจ้าคณะจะถูกลงโทษร้ายแรง หากเป็นพระลูกวัดจะให้พระเจ้าคณะลงโทษ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานหลอกลวงและจับสึกได้.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/313689/อึ้งแต่งคล้ายพระตั้งด่านเรี่ยไร
92  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ปล่อยตัว 'เณรแอ' พ้นคุก ลั่นทำ 'คุณไสย' ต่อ เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 08:45:49 PM


ปล่อยตัว 'เณรแอ' พ้นคุก ลั่นทำ 'คุณไสย' ต่อ

ปล่อยตัว "เณรแอ" พ้นคุกบางขวาง หลังได้รับการอภัยโทษ ลั่นทำพิธีทางไสยศาสตร์ต่อ โว ช่วงอยู่ในคุกฝึกวิชามนต์ดำต่อเนื่อง...

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. มีรายงานว่า เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี ได้ปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ประมาณ 70 คน หลังจากมีการอภัยโทษ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เม.ย. 2558 สมเด็จพระเทพฯ โดยมีญาติและครอบครัวของผู้ต้องขังมารับ

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ มีนายหาญ รักษาจิตร์ หรือ เณรเเอ เจ้าของฉายาจอมขมังเวท ทำกุมารทอง ถูกปล่อยตัวด้วย หลังจากถูกคุมขังในเรือนจำมานานกว่า 10 ปี

 :96: :96: :96: :96:

โดยนายหาญนั้น อดีตเคยบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ จ.สระบุรี เมื่อปี 2548 ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และมีพฤติกรรมข่มขืนหญิงสาวอายุ 19 ปี ขณะที่เข้าไปทำเสน่ห์ยาเเฝด โดยศาลตัดสินจำคุก 100 ปี ก่อนได้รับการลดโทษ กระทั่งถูกปล่อยตัวในวันนี้

นายหาญ กล่าวภายหลังได้รับการปล่อยตัว ว่า ดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว โดยจะเดินทางกลับ จ.สระบุรี ทันที และยืนยันว่าจะทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ต่อไป โดยในช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้ฝึกวิชามนต์ดำมาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าวิชาอาคมของตัวเองแกร่งกล้าขึ้น และจะทำให้กลับมามีชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้ง.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/492339
93  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สำนักพุทธฯตั้งศูนย์ "รับบริจาคช่วยวัดพุทธรังษี" เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 08:39:55 PM

สำนักพุทธฯตั้งศูนย์ "รับบริจาคช่วยวัดพุทธรังษี"

สำนักพุทธฯเร่งช่วยเหลือวัดพุทธรังษี ญี่ปุ่นหลังโดนไฟไหม้วอดทั้งหมด ถวายงบกองทุนวัดช่วยวัด รวม 2 ล้านบาทเพื่อการบูรณะเบื้องต้น พร้อมให้พศจ.ตั้งศูนย์รับบริจาค 76 จังหวัด ร่วมฟื้นฟูวัดกลับคืนมาใหม่

วันนี้(10 เม.ย.) นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า จากการที่วัดพุทธรังษี ในสังฆราชูปถัมภ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมืองฮัจจิโอจิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เกิดเพลิงไหม้ส่งผลให้ศาสนสถานภายในวัดเสียหายทั้งหมด และพระพิชัย ถาละคร เจ้าอาวาสวัดพุทธรังษี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากอัคคีภัยนั้น ขณะนี้ พศ.ได้รับทราบถึงความเสียหาย และความเดือดร้อนของพระสงฆ์ที่ประสบอัคคีภัย ทางพศ.จึงจะถวายงบประมาณในการปรับปรุงวัด จำนวน 1 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน มหาเถรสมาคม(มส.) โดยกองทุนวัดช่วยวัด ถวายสมทบทุนอีก  1 ล้านบาท รวมเป็น 2 ล้านบาท ในการฟื้นฟูวัดพุทธรังษีในเบื้องต้น

 :96: :96: :96: :96:

นายพนม กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ กองพุทธศาสนสถาน ได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) ทั่วประเทศ เพื่อประสานขอรับบริจาคจากคณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน เพื่อให้ความช่วยเหลือวัด และพระภิกษุวัดพุทธรังษี โดยตั้งศูนย์รับบริจาคที่พศจ.ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยขอให้นำเงินที่ได้จากการบริจาคหรือทำบุญ เพื่อฟื้นฟูศาสนสถาน ร่วมสมทบทุนเข้าบัญชี “สมทบทุนวัดพุทธรังษี โตเกียว บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางลำพู เลขที่ 008-2-50019-9 หรือที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช คณะเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2558 และให้รายงานผลการดำเนินงานให้พศ.ได้รับทราบต่อไป

“ขณะนี้ได้รับรายงานว่า ความเสียหายของวัดพุทธรังษี เสียหายหมดทั้งวัด และมีพระสงฆ์ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งพศ.เห็นความสำคัญของวัดไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หากประสบเหตุหรือภัยใด ก็อยากให้คนไทยได้ส่งกำลังใจและร่วมบริจาคช่วยเหลือ เพื่อให้ คณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศ สามารถปฏิบัติศาสนกิจ และเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นต่อไป” ผอ.พศ. กล่าว


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/313675/สำนักพุทธฯตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยวัดพุทธรังษี
94  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สถานทูตไทยกรุงโตเกียว ชวนร่วมสงกรานต์-บริจาคซ่อมวัดป่าพุทธรังษีเหตุไฟไหม้ เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 07:36:39 PM


สถานทูตไทยกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ชวนร่วมสงกรานต์-บริจาคซ่อมวัดป่าพุทธรังษีเหตุไฟไหม้

วันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ล่าสุด กรณีเหตุเพลิงไหม้วัดป่าพุทธรังษี ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮัจจิโอจิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเสียหายไม่ตำกว่า10ล้านบาทนั้น ว่า   สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ร่วมกับชุมชนไทยในประเทศญี่ปุ่น ได้นิมนต์พระสงฆ์ทั้ง 4 รูป ไปพักในที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอประชาสัมพันธ์ เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ที่มีจิตศรัทธา ดังนี้

    1. วัดป่าพุทธรังษี โตเกียว จะจัดงานสงกรานต์ในวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2558 จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงานดังกล่าว
    2. สามารถบริจาคปัจจัยให้วัดฯ ใช้ในการบูรณะซ่อมแซมวัดฯ ได้ที่
        2.1 ที่ประเทศไทย
        บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ "สมทบทุน วัดป่าพุทธรังษี โตเกียว" ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางลำภู เลขที่บัญชี 008-2-50019-9 หรือที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช คณะเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
        2.2 ที่ประเทศญี่ปุ่น
        กรณี โอนจากธนาคารไปรษณีย์ (ゆうちょ銀行)
        ゆうちょ銀行 口座番号10180 84282781 (yuchoginko kozabango 10180 84282781)
受取り人 テャラコン ヒィチャイ(uketorinin THALAKORN PHRA PHICAI)
        กรณีโอนจากธนาคารอื่น
        ゆうちょ銀行 テャラコン ヒィチャイ
        (yuchoginko THALAKORN PHRA PHICAI)
        店名 018 (tenmei 018)
        普通預金 (futsuyokin)
        口座番号 8428278(kozabango 8428278)

ทั้งนี้ เนื่องจากวัดมีข้อจำกัดด้านสถานที่ จึงไม่สะดวกรับบริจาคสิ่งของในชั้นนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวัดพุทธรังษีได้เปิดอย่างเป็นทางการในปี 2552 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชได้ประทานชื่อ “วัดพุทธรังษี” ซึ่งเป็นนามพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นชื่อวัดแห่งนี้ เช่นเดียวกันวัดพุทธรังษี เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และในปี 2556 สมเด็จพระสังฆราชทรงรับวัดแห่งนี้ไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุครบ100 พรรษา ก่อนที่พระองค์ท่านจะสิ้นพระชนม์ ซึ่งวัดพุทธรังษี โตเกียวมีเนื้อที่ 6 งาน โดยดัดแปลงโรงนาเก่าเป็นกุฎิสงฆ์จำพรรษา และมีศาลาขนาดเล็ก เป็นอุโบสถชั่วคราว

ซึ่งในปลายปี 2557พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุตรตักบาตร และทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนซื้อที่ดินก่อสร้างอุโบสถวัดพุทธรังษี เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวาระสิ้นพระชนม์ครบ 1 ปี พร้อมทั้งมีแผนก่อสร้างทั้งอุโบสถ เรือนพักญาติ โยม และกุฎิสงฆ์ โดยวางเป้าหมายให้แล้วเสร็จในปี 2560 ด้วย



ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1428659392
95  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (จบ) เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 01:20:51 PM


ans1 ans1 ans1 ans1

แนะนำกระทู้ที่เกี่ยวข้อง

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๑)
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17053.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๒)
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17068.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๓)
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17086.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๔) ขาลง
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17151.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๕) ขาลง
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17159.0


 :welcome: :49: :sign0144: :s_hi:
96  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๑) เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 01:19:22 PM


ans1 ans1 ans1 ans1

แนะนำกระทู้ที่เกี่ยวข้อง

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๒)
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17068.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๓)
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17086.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๔) ขาลง
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17151.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (๕) ขาลง
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17159.0

ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (จบ)
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=17187.0


 :welcome: :49: :sign0144::s_hi:
97  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / เที่ยวสงกรานต์ต้อง "โหลด 10 แอพเด่น" เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 01:05:34 PM


เที่ยวสงกรานต์ต้อง "โหลด 10 แอพเด่น"

สามารถดาวน์โหลด โดยค้นหาคำว่า GAC ในเพลย์สโตร์สำหรับผู้ใช้ระบบแอนดรอยด์ และแอพสโตร์ของระบบไอโอเอส หรือจะดาวน์โหลดได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุ

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA เปิดเผยว่า จากการรวบรวมแอพพลิเคชั่นภาครัฐให้อยู่ใน Government Application Center หรือ GAC พบว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้มีโปรแกรมจากภาครัฐที่ใช้สำหรับอุปกรณ์พกพาเช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ที่สามารถช่วยเหลือประชาชน และให้บริการในด้านต่าง ๆ ที่หลากหลาย ให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี

สามารถดาวน์โหลด โดยค้นหาคำว่า GAC ในเพลย์สโตร์สำหรับผู้ใช้ระบบแอนดรอยด์ และแอพสโตร์ของระบบไอโอเอส หรือจะดาวน์โหลดได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุ

 :96: :96: :96: :96:

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ได้คัดเลือกแอพพลิเคชั่น เด่น ที่ควรมีติดไว้ในสมาร์ทโฟน ระหว่างเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ รวม 10 แอพ ดังนี้

“PTT Life Station” จากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ช่วยค้นหาสถานีบริการน้ำมันและสถานีบริการ NGV ปตท. ทั่วประเทศได้ ค้นหาสถานีบริการน้ำมันในบริเวณใกล้เคียง ตรวจสอบรายละเอียดสถานีบริการน้ำมันว่ามีน้ำมันชนิดใดให้บริการ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง สามารถนำทางจากจุดปัจจุบันไปยังสถานีบริการน้ำมันที่เลือก พร้อมคำนวณระยะทางจากตำแหน่งปัจจุบันโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังสามารถตรวจสอบราคาน้ำมัน และโปรโมชั่นต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ และบริการของ ปตท. การค้นหานั้นจะสามารถแยกประเภทน้ำมัน กับ NGV ได้ด้วย ทำให้ผู้ที่ใช้รถ NGV ที่ต้องเดินทางไกลคลายความกังวลและวางแผนการเดินทางได้อย่างถูกต้อง รองรับทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์ จุดเด่นของแอพนี้ คือ ใช้งานสะดวก ไม่จำเป็นต้องเลือกตำแหน่งโดยโปรแกรมจะค้นหาปั๊มที่ใกล้ที่สุดให้ได้ทันที

“ROADiE live by TOT” จากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ให้บริการข้อมูลสภาพจราจร เหตุด่วน จุดก่อสร้าง หรือข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ บนท้องถนน มีแผนที่สภาพจราจร แผนที่นำทางระบบจีพีเอส แชร์ข้อมูลสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กได้ ซึ่งจุดเด่นของแอพคือ สามารถใช้งานได้จากเครื่องทั้งสามระบบคือ ไอโอเอส แอนดรอยด์ และวินโดว์สโฟน

“Highway Police Thai” จากกองบังคับการตำรวจทางหลวง ดูรายชื่อ ข้อมูลสถานที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ของสถานีตำรวจทางหลวง และหน่วยบริการประชาชนได้ทุกที่ในประเทศไทย ข้อมูลโรงพยาบาล ประกันภัย รถยก และมูลนิธิ ในจังหวัดต่าง ๆ ที่ท่านเกิดอุบัติเหตุได้ เป็นแอพที่ต้องติดตัวไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หากต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัด แต่โปรยังรองรับเฉพาะผู้ใช้อุปกรณ์ของไอโอเอส หรือไอโฟน ไอแพดเท่านั้น

“Traffy bSafe Mobile” ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ช่วยในการแจ้งร้องเรียนเรื่องความปลอดภัยของการเดินทางโดยรถสาธารณะ ทั้งรถตู้ รถทัวร์ รถไฟ และอื่น ๆ โดยคุณสมบัติหลักของโปรแกรมนี้คือ แจ้งเรื่องร้องเรียน อัพโหลดรูปภาพ ให้ความเห็น วัดความเร็วของรถแบบ real-time ขณะที่นั่งอยู่ในรถ โปรแกรมนี้รองรับเฉพาะระบบแอนดรอยด์เท่านั้น



“FM91BKK” จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค รับข้อมูลข่าวสารจราจรต่าง ๆ โดย สวพ.FM91 โดยผู้ใช้สามารถแจ้งข่าวสาร พร้อมถ่ายรูปเหตุการณ์ตรงสู่ สวพ. แจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้ช่วงอันตรายต่าง ๆ แสดงจุดเกิดอุบัติเหตุ จราจร หรือข่าวสารต่าง ๆ ลงบนแผนที่ แสดงข่าวสารในบริเวณที่สนใจได้ สามารถใช้เมนู ฟังวิทยุ และช่วยแจ้งเหตุ รองรับทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์

“Traffic Voice Information” จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สามารถรายงานสภาพจราจรด้วยเสียงอัตโนมัติออนไลน์ ค้นหาข้อมูลได้ด้วยเสียง โดยการพูดชื่อถนนที่ต้องการ การดูภาพจากกล้องซีซีทีวีในพื้นที่ หาเส้นทางลัด และสภาพจราจร การออกแบบทำได้เข้าใจง่าย ใช้สะดวก รองรับทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์

“BMTA Traffic” จากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือขสมก. สอบถามข้อมูลเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางกับ ขสมก. สามารถบอกสายรถเมล์วิ่งผ่านเส้นทางที่คุณเลือก พร้อมบอกป้ายต่อรถและสายรถต่อในกรณีที่ไม่สามารถนั่งต่อเดียวถึงได้ พร้อมข้อมูลเส้นทางการเดินรถกว่า 300 สาย ข้อมูลป้ายรถทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกมากกว่า 3,000 ป้าย ซึ่งน่าจะเหมาะกับคนที่อยู่เที่ยวสงกรานต์ในกรุงเทพฯ และกำลังไปเล่นสงกรานต์ในจุดที่ไม่มีที่จอดรถ รองรับทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์

“ThaiFlightInfo” จากกรมการบินพลเรือน ตรวจสอบข้อมูลตารางการบินสำหรับท่าอากาศยานในสังกัดของกรมการบินพลเรือนได้ ตั้งแต่ค้นหาข้อมูลที่ตั้งท่าอากาศยาน ข้อมูลตารางการบิน ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาของท่าอากาศยานแต่ละแห่ง และสามารถเสนอแนะข้อมูลของท่าอากาศยานนั้นได้ จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือค้นหาสนามบินได้ง่าย แต่ไม่มีสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิให้บริการ เพราะไม่ได้สังกัดกรมการบินพลเรือน

“EMS1669” จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ต้องมีไว้สำหรับแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินไปยัง “สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)” หรือ 1669 โดยจะส่งข้อมูลเพื่อเรียกรถพยาบาลในสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากการติดต่อสื่อสาร การบอกทางในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยอาจทำได้ยาก จะระบุตำแหน่งในแผนที่ให้กับเจ้าหน้าที่ในทันที ทำให้การช่วยเหลือง่ายดายขึ้น รองรับแต่แอนดรอยด์เท่านั้น

สุดท้าย คือ แอพ “Highway Traffic” ของกรมทางหลวง แสดงข้อมูลสภาพจราจรของทางหลวงในประเทศไทยเป็นภาพปัจจุบันจากกล้องจราจร แสดงข้อมูลความเร็วรถ แสดงระดับการจราจรติดขัดโดยแบ่งตามสี และสามารถค้นหาข้อมูลตามจุดติดตั้ง ชื่อถนน หรือภาคได้ เหมาะอย่างยิ่งกับการเดินทางช่วงจราจรติดขัดระหว่างเมืองขณะเดินทางท่องเที่ยวสงกรานต์ โปรแกรมนี้รองรับทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์


ก่อนออกจากบ้านหยุดยาวไปเที่ยวสงกรานต์ อย่าลืมดาวน์โหลดแอพใส่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไปเที่ยวด้วยกัน.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/IT/313455/เที่ยวสงกรานต์ต้องโหลด10แอพเด่น
98  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (จบ) เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 12:49:57 PM

สองภาพนี้ถ่ายเมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๕

สองภาพนี้ถ่ายเมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๕

ภาพนี้ถ่ายเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

ภาพนี้เป็นภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘

ภาพนี้เป็นภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘

ภาพนี้เป็นภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘

ภาพนี้เป็นภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘

ภาพนี้เป็นภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘

การสร้างพระพุทธรูปองค์นี้กำหนดแล้วเสร็จภายใน ๕ ปี เริ่มสร้างเมื่อประมาณปี ๒๕๕๓


 ans1 ans1 ans1 ans1

ทริปเขาวงพระจันทร์ ภาพ 3. มีภาพให้ชมเท่านี้ จบแล้วครับ ขอบพระคุณที่ติดตาม....

 :welcome: :49: thk56 :25:
99  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (จบ) เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 12:34:16 PM



พระพุทธรูปที่เห็นกำลังก่อสร้างอยู่นี้ คือ "พระเชียงแสน"


ขอนำภาพจากกระทู้
"ปิดทองรอยพระพุทธบาท" กราบมนัสการ 'สรีระสังขารหลวงปู่ฟัก' วัดเขาวังพระจันทร์
http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=13475.0
มาให้เป็นข้อมูลดังนี้






โครงการจัดสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ "พระเชียงแสน" การสร้างพระเชียงแสนก่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หน้าตัก ๔๕ เมตร สูง ๗๐ เมตร เป็นของวัดเขาวงพระจันทร์ ตั้งอยู่ ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งตั้งอยู่บนเขาวงพระจันทร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเขาที่สูงที่สุดของ จ.ลพบุรี รวมทั้งเป็นภูเขาที่สร้างชื่อเสียง ให้ผู้คนรู้จักเมืองลพบุรีมาช้านานแล้ว โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ ๕ ปี (กระทู้ต่อไปจะนำภาพความคืบหน้าของโครงการมาให้ดู)
100  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (จบ) เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 12:11:19 PM
ซุ้มประตูวัดด้านใน ถ่ายย้อนแสงครับ

พยายามหามุมกล้องสวยๆอยู่นาน ช็อตนี้บอกได้เลย ถูกใจคนถ่าย

ภาพนี้ถ่ายตอนยามสนธยา กำลังจะขึ้นรถกลับ มีแสงสีทองกระทบตา เห็นว่าสวยดี แปลกตา



 ask1 ask1 ask1 ask1

     ขยายความคำว่า "You'll Never Walk Alone."

    พระพุทธองค์ได้บันลือสีหนาทไว้ในปรินิพพานสูตร เป็นข้อธรรมที่ผมชอบมาก ดังนี้
    ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ได้บอกสุภัททปริพาชกว่า ไปเถิดสุภัททะพระผู้มีพระภาคทรงทำโอกาสแก่ท่าน สุภัททปริพาชกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลว่า
    ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ สมณพราหมณ์เหล่านี้ใด เป็นเจ้าหมู่ เจ้าคณะ เป็นคณาจารย์มีชื่อเสียง มียศ เป็นเจ้าลัทธิ ชนเป็นอันมาก สมมติว่าเป็นคนดี คือ บูรณกัสสปมักขลิโคสาล อชิตเกสกัมพล ปกุธกัจจายนะ สัญชัยเวลัฏฐบุตร นิครณฐนาฏบุตร สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ได้ตรัสรู้ตามปฏิญญาของตนๆ หรือว่าทั้งหมดไม่ได้ตรัสรู้ หรือว่าบางพวกไม่ได้ตรัสรู้ ฯ

    พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อย่าเลย สุภัททะ ที่ข้อถามนั้นงดเสียเถิด
    ดูกรสุภัททะ เราจักแสดงธรรมแก่ท่าน ท่านจงตั้งใจฟังธรรมนั้น จงใส่ใจให้ดีเราจักกล่าว สุภัททปริพาชกทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า
    ดูกรสุภัททะ ในธรรมวินัยใด ไม่มีอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ในธรรมวินัยนั้น ไม่มีสมณะที่ ๑ สมณะที่ ๒ สมณะที่ ๓ หรือสมณะที่ ๔ ในธรรมวินัยใด มีอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ในธรรมวินัยนั้น มีสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ หรือที่ ๔
     ดูกรสุภัททะ ในธรรมวินัยนี้ มีอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ในธรรมวินัยนี้เท่านั้น มีสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ หรือที่ ๔ ลัทธิอื่นๆ ว่างจากสมณะผู้รู้ทั่วถึง ก็ภิกษุเหล่านี้พึงอยู่โดยชอบ โลกจะไม่พึงว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย

____________________________________________________________
ที่มา http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=10&A=1888&Z=3915





 ans1 ans1 ans1 ans1

พุทธพจน์ที่กล่าวกับสุภัททะ จะเห็นว่า พระองค์ไม่กล่าวข่มศาสดาของลัทธิอื่น แต่เลือกที่จะกล่าวกว้างๆ โดยไม่เจาะจง แม้สุภัททะจะถามตรงๆว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมดตรัสรู้หรือไม่.? อยากให้เพื่อนๆจำพุทธพจน์ให้ดี เพราะสำคัญมาก โดยเฉพาะบุคคลที่เกรงว่า ศาสนาจะเสื่อมหรือมีอายุไม่ถึงห้าพันปี

    "ดูกรสุภัททะ ในธรรมวินัยนี้ มีอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
    ในธรรมวินัยนี้เท่านั้น มีสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ หรือที่ ๔ ลัทธิอื่นๆว่างจากสมณะผู้รู้ทั่วถึง
    ก็ภิกษุเหล่านี้พึงอยู่โดยชอบ โลกจะไม่พึงว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย"


    พุทธบริษัทท่านใดเกรงว่า พุทธศาสนาจะอยู่ไม่ถึงห้าพันปี
    ก็ขอให้ทุกท่านเดินตาม "อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘"
    หากท่านอยู่ในหนทางแห่งมรรคมีองค์ ๘ นี้แล้วไซร้
    หวังได้เลยว่า "ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ" จะไม่อันตรธานไปก่อนกาลอันควร

    "หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกแสนนาน" (อาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช)

    ส่วนตัวเข้าใจว่า เพื่อนๆสหธรรมิกมีจำนวนไม่น้อยที่เดินตามมรรคานี้อยู่ การปฏิบัติธรรมตามมรรคมีองค์ ๘ ทำให้ผมมีข้อสงสัยหลายประการ ต้องค้นคว้า สอบถาม และทำความเพียร ทำมาถึงเวลาหนึ่งก็คิดได้เองว่า เราเองก็มีส่วนในการรักษา "ปริยัติ ปฏิบัติ" ของพุทธศาสนาเอาไว้เหมือนกัน


     เดินตามมรรคานี้เถอะครับเพื่อนๆ ท่านไม่ได้เดินอยู่คนเดียวหร็อก
     ผมคนหนึ่งล่ะ..ที่เดินอยู่กับท่าน
     "You'll Never Walk Alone."


      :25: :25: :25: :25:
101  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (จบ) เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 11:01:14 AM






เก็บภาพบรรยากาศช่วงใกล้ๆบ่ายสี่โมง ตอนขาลงมาให้ชม
102  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ขึ้นเขาวงพระจันทร์ ภาค 3. "You'll Never Walk Alone." (จบ) เมื่อ: เมษายน 10, 2015, 10:50:34 AM





ลงจากยอดเขาถึงบริเวณซุ้มประตูพระอินทร์ เดินเล่น..เก็บภาพเพิ่มเติม
103  กรรมฐาน มัชฌิมา / เกี่ยวกับ วัด พระสงฆ์ พระธาตุ พระเครื่อง / ‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ ขวัญและกำลังใจ ของ "ชาวค่ายบางระจัน" เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 10:42:19 PM


‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ วัดเขานางบวช ขวัญและกำลังใจของ ชาวค่ายบางระจัน
โดย ไพศาล ถิระศุภะ

ในช่วงต้นปีระกา พ.ศ.๒๓๐๘ พระเจ้ามังระ กษัตริย์พม่า ประสงค์จะตีกรุงศรีอยุธยา จึงให้เนเมียวสีหบดี ยกกองทัพเข้ามาทางเมืองเชียงใหม่ ลงมาตีกรุงศรีอยุธยาทางด้านเหนือ อีกทางให้มังมหานรธา ยกกองทัพลงมาทางเมืองทวาย เข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาทางด้านตะวันตก บรรจบกับ กองทัพเนเมียวสีหบดี อีกทางหนึ่ง ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียเอกราชเป็นครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๓๑๐) นั้นได้เกิด “วีรกรรม” ขึ้นที่บ้านบางระจัน ชาวบ้านเมืองสิงห์ เมืองวิเศษชัยชาญ เมืองสรรค์ ได้รวมตัวกันที่ค่ายบางระจัน ต่อสู้กับพม่าอย่างเต็มกำลัง

ความสามารถไม่ให้กรุงศรีอยุธยาแตกได้ถึง ๕ เดือน ในประวัติศาสตร์ชาติไทยตอนนี้ ได้กล่าวถึง “พระอาจารย์ธรรมโชติ” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นว่าได้มาเป็นที่พึ่งทางใจ คอยบำรุงขวัญและกำลังใจของชาวบ้านที่ค่ายบ้านบางระจัน


 :96: :96: :96: :96:

พระอาจารย์ธรรมโชติ เดิมชื่อ “โชติ” พื้นเพเป็นชาวเขานางบวช จ.สุพรรณบุรี เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๒๔๓ ในแผ่นดิน สมเด็จพระเพทราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา บิดาของท่าน ชื่อ “สมเด็จเจ้าภิรมย์” เชื้อสายเจ้าผู้ครองนครจำปาสัก ประเทศลาว มารดาชื่อ “บาง” เป็นธิดาของคุณอิ่ม กับขุนวาสีห์สุรเดช กรมการเมืองนครพนม   

พระอาจารย์ธรรมโชติ บวชเรียนครั้งแรกที่ “วัดยาง” บ้านแสวงหา จ.อ่างทอง ได้ฉายาว่า “ธรรมโชติรังษี” เมื่อบวชได้ ๖ พรรษา ได้ย้ายมาตั้งสำนักสงฆ์บริเวณถ้ำบนยอดเขานางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ต่อมาคือ “วัดเขานางบวช” ในปัจจุบัน

 :25: :25: :25: :25:

พระอาจารย์ธรรมโชติ มีความรู้ด้านวิชากสิณ มีวิชาอาคมที่แก่กล้า ด้วยทั้งพรรษาและวิชาต่างๆ ที่ได้ศึกษา ฝึกพร่ำร่ำเรียนมา ใครเห็นล้วนแต่เกิดศรัทธาในตัวท่าน ท่านสามารถแสดงอภินิหารได้เป็นที่ประจักษ์หลายอย่าง เช่น หายตัว ย่นระยะทาง เดินบนผิวน้ำ เป็นต้น

เมื่อท่านอายุได้ ๖๖ พรรษา กองทัพพม่าได้เคลื่อนพล เพื่อมาตีกรุงศรีอยุธยา โดยได้ตีหัวเมืองต่างๆ เรื่อยลงมา จนถึงบ้านบางระจัน เมืองสิงห์บุรี


 st11 st11 st11 st11

ชาวบ้านบางระจัน นำโดยขุนสรรค์พันเรืองกำนัน นายทองเหม็น นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายทองแสงใหญ่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง นายดอก และนายทองแก้ว ได้รวมตัวกันลุกขึ้นต่อสู้กับกองทัพพม่าโดยไม่หลบหนีและไม่กลัวตาย

ชาวบ้านบางระจันได้อาราธนาพระอาจารย์ธรรมโชติ จากวัดเขานางบวช ให้ไปพำนักอยู่ ณ วัดโพธิ์เก้าต้น เมืองสิงห์บุรี ซึ่งตั้งอยู่ในค่ายบางระจัน เพื่อเป็นศูนย์รวมขวัญ และกำลังใจ ด้วยเหตุที่พระอาจารย์ธรรมโชติ มีความเชี่ยวชาญทางด้านไสยเวทเป็นอย่างสูง จึงได้ลงอาคมบนผ้าประเจียดท่าน เสกตะกรุดพิสมร แจกจ่ายให้นักรบค่ายบางระจัน เพื่อให้คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำบังตัว

 :sign0144: :sign0144: :sign0144: :sign0144:

พม่าพยายามปราบปรามพวกชาวบ้านบางระจัน โดยให้กองทัพยกไปถึง ๗ ครั้งก็แพ้ไทยมาทุกที เนเมียวสีหบดี ก็ร้อนใจ ด้วยสังเกตเห็นพวกชาวบ้านบางระจันมีกำลังมากขึ้นทุกที เกรงจะยกเป็นทัพใหญ่ลงมาตีกระหนาบ จะหาใครอาสาคุมพลไปปราบปรามพวกชาวบ้านบางระจันอีก พวกนายทัพนายกองพม่าก็พากันครั่นคร้ามเสียโดยมาก

ขณะนั้นมีมอญคนหนึ่งเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาช้านานแล้ว ไปฝากตัวอยู่กับพม่า ได้ช่วยพม่ารบพุ่งแข็งแรง จนเนเมียวสีหบดี ตั้งให้เป็นตำแหน่ง “สุกี้” หรือพระนายกอง เข้าไปรับอาสาจะตีค่ายบางระจันให้แตกจนได้


 :32: :32: :32: :32:

เนเมียวสีหบดี จึงเกณฑ์กองทัพรวมทั้งมอญ ให้สุกี้คุมไปรบกับชาวบ้านบางระจันเป็นครั้งที่ ๘ และได้ทำลายค่ายบางระจันแตกลงเมื่อวันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ พ.ศ.๒๓๐๙ เนื่องจากชาวบ้านบางระจันขาดแคลนปืนใหญ่ และมีกำลังพลน้อยนิด ไม่อาจต้านทานกองทัพของฝ่ายพม่าที่มีจำนวนมากได้ แต่ก็ได้ฝากวีรกรรมอันลือลั่นไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมระยะเวลาที่ชาวบ้านบางระจันสู้รบกับพม่าทั้งสิ้นจำนวน ๕ เดือน

   

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ในหนังสือ “ไทยรบพม่า” ว่าพระอาจารย์ธรรมโชตินั้นได้หายสาบสูญไป หรือจะมรณภาพในเวลาเสียค่ายพม่า หรือหนีรอดไปได้ หาปรากฏไม่ แต่ตามความเชื่อและตำนานท้องถิ่นที่เชื่อถือได้ของชาวสุพรรณบุรี เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อค่ายบางระจันมีทีท่าว่าจะแตก ท่านและลูกศิษย์ใกล้ชิดได้ใช้วิชาล่องหน กำบังกายหลบหนีออกจากค่าย และไปพักจำพรรษาอยู่ที่วัดในนครจำปาสัก ประเทศลาว ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของโยมบิดาท่านเป็นเวลา ๓ ปี จนสงครามสงบจึงกลับมาจำพรรษาที่วัดเขานางบวชอีกครั้ง โดยลูกศิษย์ทำช่องลับไว้ให้ท่านซ่อนตัวอยู่บริเวณวิหารของท่าน (ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่) เพื่อไว้ให้ท่านนั่งเจริญสมาธิกรรมฐาน บำเพ็ญกุศลบำเพ็ญเพียร โปรดแก่เหล่าสรรพสัตว์ วิญญาณวีรชนของชาวบ้านบางระจันสืบต่อมา

ท่านมีอายุยืนยาวต่อมาอีกหลายปี โดยได้รับสมณศักดิ์พัดยศเป็น “พระครูธรรมโชติรังสี” จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี และท่านได้มรณภาพลงที่วัดเขานางบวชนี้เอง ด้วยโรคชรา เมื่อพ.ศ.๒๓๒๕ สิริอายุได้ ๘๒ ปี

 ans1 ans1 ans1 ans1

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสวัดเขานางบวช เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๑ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ดังนี้

“เขานางบวชนี้ เป็นที่ราษฎรนับถือมาก มีกำหนดขึ้นไหว้พระในกลางเดือน ๔ มาแต่หัวเมืองอื่นๆ ก็มาก ใช้เดินทางบกทั้งนั้น ความนี้ย่อมทำให้เรารู้ว่า หลังสงครามไทย-พม่าสงบแล้ว พระอาจารย์ธรรมโชติ น่าจะกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขานางบวชจริง จนกระทั่งมรณภาพ เพราะเกียรติคุณของท่านประชาชนจึงศรัทธาเรื่อยมา หาไม่เช่นนั้นประชาชนจะศรัทธาด้วยอะไร ถ้าไม่มีใครคนหนึ่งคนใดเป็นหลักให้ประชาชนนับถือ เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าพระอาจารย์ธรรมโชติ กลับมาวัดเขานางบวชจริง”

 :25: :25: :25: :25:

อนึ่ง ที่วัดโพธิ์เก้าต้น หรือวัดไม้แดง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณค่ายบางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เป็นสถานที่วีรชนชาวบ้านบางระจัน ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่มั่นในการต่อต้านข้าศึก ภายในวัดโพธิ์เก้าต้นนั้น บริเวณวัดมีวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นวิหารทรงจตุรมุข โดยมีรูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติสถิตอยู่ภายในวิหารเพื่อให้ผู้ที่เคารพศรัทธาได้มาสักการะกัน
   
สมัยที่พระอาจารย์ธรรมโชติ ยังมีชีวิตอยู่ท่านได้สร้างพระพิมพ์ไว้หลายประเภท ที่สำคัญคือ สร้างพระพิมพ์ว่านจำปาสักไว้จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ขณะที่ท่านไปจำพรรษาอยู่ที่วัดในนครจำปาสัก ประเทศลาว หลังค่ายบางระจันแตก และสร้างพระพิมพ์ถ้ำเสือไว้จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ที่วัดเขานางบวช ช่วงระยะเวลาที่ท่านกลับมาอยู่วัดนี้อีกครั้ง หลังจากกลับมาจากนครจำปาสัก ซึ่งพระพิมพ์ถ้ำเสือ ส่วนหนึ่งท่านได้นำไปบรรจุไว้ตามถ้ำต่างๆ ในเขต จ.สุพรรณบุรี เพื่อเป็นพุทธบูชา


 st12 st12 st12 st12

ในด้านวัตถุมงคลของพระอาจารย์ธรรมโชติ ภายหลังจากท่านมรณภาพแล้ว มีการจัดสร้างขึ้นทั้งที่วัดเขานางบวช จ.สุพรรณบุรีและที่วัดโพธิ์เก้าต้น จ.สิงห์บุรี มีหลายประเภท อาทิ พระผง พระดินเผา รูปหล่อ เหรียญ ฯลฯ

รุ่นที่ได้รับความนิยม คือ เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ของวัดโพธิ์เก้าต้น พ.ศ.๒๕๑๓ ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายท่านในยุคนั้น อาทิ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ฯลฯ

 st11 st11 st11 st11

อีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยม คือ เหรียญพระอาจารย์ธรรมโชติ ของวัดเขานางบวช พ.ศ.๒๕๒๐ ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายท่านในยุคนั้นเช่นกัน อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี ฯลฯ

เหรียญทั้ง ๒ รุ่นนี้มีประสบการณ์สูงทางด้านมหาอุด แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นที่โจษจันกันมาก


ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20150409/204429.html
104  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เสือข้าใครอย่าแตะ! เมื่ออำนาจเหยียบย่ำ "เมตตาธรรม" เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 10:30:32 PM


เสือข้าใครอย่าแตะ! เมื่ออำนาจเหยียบย่ำ "เมตตาธรรม"

 กลายเป็นประเด็นใหญ่ หลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จ่ออายัดเสือกว่า 100 ตัวที่ฝากทางวัดป่าหลวงตามหาบัว (วัดเสือ) จ.กาญจนบุรี เลี้ยงไว้นานกว่า 14 ปี จุดกระแสความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะทางฟากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่มีการตั้งข้อสงสัยกันว่า แท้จริงแล้วเป็นการแสดงละครตบตาเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจที่ประสงค์แสวงหาผลกำไรจากสัตว์ป่าเหล่านี้หรือไม่
       
         :96: :96: :96: :96:

        กำเนิด "เสือ" ณ วัดเสือ
       
        เมื่อพูดถึง "เสือโคร่ง" ในวัดแห่งนี้ เริ่มแรกเมื่อปี 2542 ทางวัดเสือชี้แจงว่า ไม่ได้ขวนขวายในการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยง หากแต่เป็นชาวบ้านที่มีความสงสารลูกเสือกำพร้า จึงนำมาขอความเมตตาจากทางวัด จากนั้นจึงมีชาวบ้านนำสัตว์บาดเจ็บมาให้ทางวัดช่วยอุปการะอีก
       
        ต่อมาในปี 2544 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2544 กรมป่าไม้ โดยสำนักงานป่าไม้ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้ทำการตรวจยึดสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นของกลาง และฝากของกลางทั้งหมดไว้ที่วัดเสือ โดยให้สัตวแพทย์ สมชัย วิเศษมงคลชัย เป็นสัตวแพทย์ที่ดูแลเสือ (ปัจจุบันลาออกจากหน้าที่นี้ไปแล้ว)
       
        ที่ต้องฝากของกลางไว้ที่วัดนั้น เนื่องจากกรมป่าไม้ทราบดีว่า การเลี้ยงสัตว์ป่าเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง ทางราชการไม่สามารถจัดหางบประมาณสูงขนาดนั้นให้ได้ จึงขอคืนสัตว์ป่าที่ยึดไป คืนให้กับทางวัดเสือ และวางใจฝากสัตว์ป่าให้เป็นอยู่ในความเมตตาของวัดให้ช่วยเลี้ยงดูมาเป็นเวลายาวนานกว่า 14 ปี
       
        จากนั้นวันที่ 12 กรกฎาคม 2550 กรมอุทยานแห่งชาติฯ แจ้งว่าสัตว์ป่าของกลางนี้ได้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว และให้วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน จัดทำโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่า และดำเนินการตรวจสอบฝังไมโครชิปเสือโคร่งในวัดทุกตัว จำนวน 100 ตัว ซึ่งถึงขณะนี้มีเสือเสียชีวิตไป 3 ตัว เหลือเสือโคร่งของกลางอยู่ในความดูแลของมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว จำนวน 93 ตัว แต่ปัจจุบันมีการผสมพันธุ์จนเพิ่มเป็น 144 ตัว (ล่าสุดนับได้ 146 ตัว)

             
       
        ตั้งแต่นั้นมา ทำให้โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนมาก ไม่แปลกที่สื่อต่างๆ จะให้ความสนใจ โดยเฉพาะสื่อต่างชาติอย่าง สำนักข่าว ABC ของออสเตรเลียที่ส่งผู้ข่าวมาพักอยู่ที่วัดเสือถึง 3 วัน เพื่อทำภาพยนตร์สารคดี โดยให้ความกระจ่างในประเด็นวางยาให้เสือเชื่องว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
       
        ส่วนสาเหตุที่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมในราคาสูงนั้น เป็นเพราะงบประมาณในการเลี้ยงดูที่ค่อนข้างสูง อย่างค่าอาหารที่ต้องซื้อเป็นไก่แล้วนำมาต้มให้สุก รวมไปถึงสิ่งของจำเป็นอื่นๆ รวมค่าใช้จ่ายตกประมาณอาทิตย์ละ 500,000 บาท หากคิดเป็นเดือนเท่ากับเดือนละ 2,000,000 บาทเลยทีเดียว
       
         :29: :29: :29: :29:

        เมื่อ "คนนอก" นำ "ทุกข์" มาให้
       
        มีรักย่อมมีทุกข์เป็นของแถมฉันใด มีสัตว์ป่า (ภายในวัด) ก็ย่อมมีทุกข์เป็นของแถมฉันนั้น เช่นเดียวกับกรณีวัดแห่งนี้ที่แม้จะมี "เมตตาธรรมต่อสัตว์ป่า" แต่ก็ไม่วายที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นลักลอบเลี้ยงสัตว์ป่า รวมไปถึงการซื้อขายสัตว์ป่า และผลประโยชน์ระหว่างคนกับสัตว์ป่า ทั้งที่ความจริงกรมป่าไม้ได้ฝากให้ทางวัดช่วยอุปการะเลี้ยงดู พร้อมกับให้จัดโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าขึ้นมา
       
        ข่าวเสียๆ หายๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้คณะศิษยานุศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ออกมาเรียกร้อง พร้อมต่อสู้ขอความเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ และอื่นๆ บุกเข้าตรวจค้น และยึดเอานกเงือก นกหายาก และหมีที่มาอาศัยอยู่ในเขตวัดมายาวนาน ตลอดจนได้มีการเตรียมอายัดเสือกว่า 100 ตัว ที่วัดเลี้ยงดูมาตั้งแต่ครั้งองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ยังดำรงขันธ์อยู่
       
        อย่างไรก็ดี ท่าทีของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ชวนให้เกิดการตั้งคำถามปนสงสัยว่า ความขึงขังราวกับจะปกป้องสัตว์ป่า แท้จริงแล้ว เป็นการผ่องถ่ายเสือออกไปส่งให้กับสวนสัตว์ต่างๆ เพื่อใช้ในการแสวงหากำไรในทางธุรกิจหรือไม่ หรือถ้าจะอ้างว่าทางวัด เกิดความบกพร่องในการดูแลสัตว์ป่า รวมไปถึงเสือ เช่น ขาดสุขภาวะที่ดี ทำไมกรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงไม่ให้การช่วยเหลือด้วยการส่งเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำ

       
       
       
        นอกจากนั้นยังมีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยึดสัตว์ป่าของทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ กลับไม่ได้กระทำด้วยความเมตตาและไม่ได้ทำตามหลักวิชาการทางสัตวศาสตร์ เช่น นกเงือกจะอยู่กันเป็นคู่ จะตายหากพรากจากคู่ของมัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพระอาจารย์จันทร์ ขันติธโร เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโนจึงพยายามให้นกเงือกบินหนีออกจากกรงในการเข้ามายึดสัตว์ป่าของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ รวมไปถึงกรณี "หมีควาย" ที่ไม่ได้มีการประสานงาน เข้ามายึดตามอำเภอใจ จับหมียัดใส่กรงเหล็กท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ กระทั่งมาถึงคิวของ "เสือ" ภายในวัดกว่า 100 ตัว
       
        "เรายังมีโครงการที่จะมอบเสือให้กับสวนสัตว์ที่ต้องการ และมีใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ เพื่อเป็นการลดภาระ เนื่องจากเสือ 1 ตัวจะต้องใช้งบประมาณในการเลี้ยงดูเดือนละไม่ต่ำกว่า 7,000 บาท ทำให้ต้องจัดหางบประมาณมาดูแล ส่วนการเคลื่อนย้ายเสือมานั้น จะต้องมีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และไม่เกิดปัญหากับทางวัด จึงอยากขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บข่าวชื่อดัง ตอกย้ำให้เห็นถึงแผนการยักย้ายถ่ายเทเสือไปให้สวนสัตว์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะดูแลเสือได้ดีหรือไม่
       
        ล่าสุด มีการรายงานว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ตรวจสอบสถานที่รองรับ และดูแลเสือโคร่งของกลางกว่า 100 ตัว โดยได้เตรียมไว้ 2 แห่ง เพื่อรองรับเสือโคร่งของกลางที่จะขนย้ายจากวัด คือ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี
       
        พร้อมกันนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคมห้ามวัดเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองเด็ดขาด แม้อ้างอิงเหตุผลว่าญาติโยมนำมาทิ้ง หรือบริจาคไว้ จำเป็นต้องแจ้งให้กรมอุทยานฯ รับทราบและขอให้งดการเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองภายในบริเวณวัด เพราะเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสม

       
         ask1 ask1 ask1 ask1

        ฝากความหวังไว้ที่ "บิ๊กตู่"
       
        ดังนั้น ด้วยความไม่ไว้วางใจในพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ชุดนี้ เนื่องจากกลัวว่าจะหวังผลประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดในชีวิตและอวัยวะของสัตว์เหล่านี้ คณะศิษยานุศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโนจึงได้ออกแถลงการณ์ขอความเป็นธรรมให้แก่สัตว์ในวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ จ.กาญจนบุรี โดยจะนำแถลงการณ์ฉบับนี้แจ้งต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย. 2558
                     
        ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ชุดนี้ และขอให้พิจารณาดำเนินการให้เกิดความเหมาะสมโดยเร็วที่สุด หากชีวิตของสัตว์แม้เพียงตัวเดียวต้องถึงแก่ความตายไป คณะศิษย์ฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ขอให้ ฯพณฯ มีคำสั่งปลดอธิบดีกรมที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่งโดยทันที
       
        สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้จะมีบทสรุปอย่างไร โปรดติดตามด้วยใจระทึกกันต่อไป รวมไปถึงประเด็นซ่อนปมที่รอความจริงปรากฏ อย่างกรณี "เสือโคร่งของกลาง" 3 ตัว หายไปจากวัดป่าหลวงตามหาบัว (วัดเสือ) จ.กาญจนบุรี โดยพบรถยนต์ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด 3 คันเข้ามานำขนออกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาด้วย

       
ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ Live
http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000040892
105  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / หญิงชาวจีนอาศัยอยู่ในถ้ำ 3 ปี เหตุครอบครัวไม่ดูแล เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 10:19:44 PM


หญิงชาวจีนอาศัยอยู่ในถ้ำ 3 ปี เหตุครอบครัวไม่ดูแล

เว็บไซต์เดลี่ เมล์ รายงานว่า หญิงชาวจีนวัย 52 ปี ต้องอาศัยอยู่ในถ้ำมาเป็นเวลา 3 ปี เหตุเพราะความยากจน ยังชีพด้วยน้ำฝน ข้าว และผักกาด

นาง Du Meiying อาศัยอยู่นอกเมืองอี๋ชาง มณฑลหูเป่ย ยังชีพด้วยการรองน้ำฝนไว้ดื่ม และจุดคบไฟใช้ในถ้ำ โดยเธอได้บอกกับ เดอะ พีเพิ่ล เดลี่ สื่อจีนว่า เหตุที่เธอต้องมาอาศัยอยู่ในถ้ำเป็นเพราะครอบครัวของเธอกำลังลำบาก และไม่สามารถดูแลเธอได้อีกต่อไป เธอจึงได้รับสวัสดิการจากรัฐจัดให้อยู่ในห้องเล็กๆ ของการเคหะ กระทั่งเธอมีปากเสียงทะเลาะกับเพื่อนบ้าน เธอจึงย้ายออกมาอยู่ในถ้ำ

นอกจากนี้ ยังเล่าว่า เธอต้องปลูกผักกาดจากเมล็ดที่ชาวสวนในพื้นที่ใกล้เคียงให้เธอ และรองน้ำฝนไว้ใช้ดื่ม ทำอาหาร และทำความสะอาด เธอยังได้รับเงินสวัสดิการคนว่างงานจากรัฐเดือนละ 100 หยวน หรือ 524 บาท



นอกจากนั้น เธอยังเล่าว่า สุขภาพของเธอย่ำแย่จากการอาศัยอยู่ในถ้ำ ในฤดูหนาวเธอมีเพียงกาเกงขายาวมือสองที่ไว้ใส่ซ้อนกัน และเสื้อโค้ทที่ได้รับบริจาคมา ส่วนรองเท้าเพียงคู่เดียวของเธอก็พังแล้ว ส่วนที่นอนและโต๊ะของเธอเป็นแคร่ไม้ไผ่และลังไม้ที่เธอเก็บมา เธอยังคงฝันถึงการอาศัยอยู่ในห้องส่วนตัวของตัวเอง

"ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตข้างหน้าของตัวเองคืออะไรฉันไม่มีที่ไปฉันเลยจะอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ เพราะอย่างน้อยก็มีหลังคาคลุมหัว" นาง Du Meiying กล่าว


ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1428561855
106  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ‘มจร’ ร่วมกับรัฐบาลจีนเปิด "ศูนย์มหายานศึกษา" เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 09:16:09 PM


‘มจร’ ร่วมกับรัฐบาลจีนเปิด "ศูนย์มหายานศึกษา"

‘มจร’ร่วมกับรัฐบาลจีนเปิดศูนย์มหายานศึกษา ลาวจัดฉลองพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพโลก : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร รายงาน

วันที่  8 เม.ย.นี้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาที่สำคัญ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ที่ประเทศไทยนั้นพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพระธรรมาจารย์เปิ่นชิง เจ้าอาวาสวัดไคหยวน สาธารณรัฐประชาชนจีน  นายหยัง ซื่อ อิ่ง ผู้อำนวนการสำนักงานศาสนามณฑลฝูวเจี่ยน ผู้แทนจากสำนักงานกิจการศาสนา (SARA) ผู้แทนจากพุทธสมาคมจีน (BAC) ให้การต้อนรับนายหวังโจ๋ อาน ( H.E.Wang Zuoan ) รัฐมนตรีว่ากระทรวงศาสนาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากนั้นพระธรรมาจารย์เปิ่นชิงนำชมนิทรรศการความร่วมมือ โดยมีพระพรหมบัณฑิตและนายหวังโจ๋ อาน เป็นประธานเปิดป้ายศูนย์มหายานศึกษาที่วิทยาลัยพุทธศาสนานานาชาติ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ณ ห้องประชุม 205  อาคาร มจร วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ  โดยพระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ กล่าวรายงานและแนะนำแขกฝ่ายไทย



พระพรหมบัณฑิต  ได้กล่าวว่า ศูนย์วิจัยพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ได้เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของ มจร  และวัดไคหยวน โดนมีนายหวังโจ๋ อาน เป็นสักขีพยาน นับว่าเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางศาสนาระหว่างไทย - จีน

นายหวังโจ๋ อาน  กล่าวว่า การศึกษาวิจัยทางด้านศาสนาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้พุทธศาสนิกชนหลายๆประเทศมารวมกัน และสำหรับพิธีเปิดป้ายศูนย์มหายานศึกษาวันนี้ ถือเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ระหว่างความร่วมมือความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานและเถรวาท ความร่วมมือความสัมพันธ์ระหว่างไทย - จีน ซึ่งจะทำให้เราพัฒนาต่อๆไป



ขณะที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้จัดพิธีฉลองวันสำคัญสากลของโลกที่หอประชุมแห่งชาติ ทั้งนี้เฟซบุ๊กพระพุทธศาสนา(ลาว) ได้รายงานว่า โดยการร่วมมือระหว่างศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาวกับแนวลาวสร้างชาติกับศาสนา เพื่อส่งเสริมสันติภาพโลก ทั้งนี้เพื่อปฏิบัติตามมติจากการประชุมสูงสุดของผู้นำชาวพุทธโลกที่ได้จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคปีที่ผ่านมาโดยได้รับการรับรองเอาวันที่ 8 เม.ย.ของทุกปีให้มีการจัดฉลองทุกๆปีในแต่ละประเทศ  ซึ่งมี 41 ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมในตอนนั้นให้ฉลองพร้อมเพียงกันในทั่วโลก

ถือได้ว่าการเฉลิมฉลองวันดังกล่าวเป็นประวัติอันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวพุทธทั่วโลกเช่นเดียวกันวันวิสาขบูชาที่ได้รับการรับรองโดยองค์การสหประชาชาติ โดยการเฉลิมฉลองครั้งนี้มีการฟังการบรรยายธรรมและสนทนาธรรม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 700 คนจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติและวิทยาลัยเอกชนพร้อมด้วยพระสงฆ์สามเณรจากวิทยาลัยสงฆ์และตัวเมืองต่างๆจากนครหลวงเข้ารับฟัง โดยมีเนื้อหากล่าวถึงพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสันทนาคือนางดวงเดือน บุนยาวง พระอธิปไตย ไมตรีจิต พระสีสุก เฉลิมคุณ และมีพระดร.พวงประเสริฐ พูมมาวง เป็นผู้ดำเนินการสนทนา


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20150408/204408.html
107  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ไฟไหม้ “วัดพุทธรังษี ญี่ปุ่น" วอดหมด เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 09:10:00 PM



ขอบคุณภาพจากมติชนออนไลน์

ชมคลิปได้ที่ เฟซบุ้ค วัดป่าพุทธรังษีในประเทศญี่ปุ่น Wat Pa Buddharangsee Tokyo
https://www.facebook.com/WatPaBuddharangsee.Tokyo
108  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ไฟไหม้ “วัดพุทธรังษี ญี่ปุ่น" วอดหมด เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 08:52:40 PM


ไฟไหม้ “วัดพุทธรังษี ญี่ปุ่น" วอดหมด

พระครูสังฆสิทธิกร เผย ไฟฟ้าลัดวงจร วัดพุทธรังษี ญี่ปุ่น ในสังฆราชูปถัมภ์ วอดทั้งวัด คาดเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต

วันนี้( 9 เม.ย.) พระครูสังฆสิทธิกร พระฐานานุกรมในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร เปิดเผยจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า เมื่อเวลา 11 .30 น.ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดเพลิงไหม้วัดพุทธรังษี ในสังฆราชูปถัมภ์ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮัจจิโอจิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้ศาสนสถานภายในวัดเสียหายทั้งหมด ประกอบด้วย ศาลา 100 ปี สุวัฑนานุสรณ์ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ประทานตราสัญลักษณ์ 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช ประดิษฐานที่หน้าบัน  กุฎิสงฆ์ 3 หลัง อาคาร 2 ชั้น 1 หลัง โดยความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

“เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือว่า โชคดีที่ พระสงฆ์ และญาติโยม หนีออกมาได้ทัน ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงพระสงฆ์ 1 รูปได้รับบาดเจ็บจากไฟลวกเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทางการญี่ปุ่นได้เร่งส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและมาช่วยดับไฟอย่างรวดเร็ว แต่ก็น่าเสียดายที่ไฟได้โหมอย่างรวดเร็ว เพราะอากาศแห้ง ประกอบกับอาคารส่วนใหญ่ เป็นอาคารไม้ ซึ่งเป็นเชื้อไฟได้อย่างดีจึงทำให้ไฟได้ไหม้อาคารทั้งหมด อย่างไรก็ตาม อาตมาเตรียมรายงานให้ สมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้รับทราบต่อไป” พระครูสังฆสิทธิกร กล่าว



สำหรับวัดพุทธรังษีได้เปิดอย่างเป็นทางการในปี 2552 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชได้ประทานชื่อ“วัดพุทธรังษี” ซึ่งเป็นนามพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นชื่อวัดแห่งนี้ เช่นเดียวกันวัดพุทธรังษี เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และในปี2556สมเด็จพระสังฆราชทรงรับวัดแห่งนี้ไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุครบ100พรรษา ก่อนที่พระองค์ท่านจะสิ้นพระชนม์

ซึ่งวัดพุทธรังษี โตเกียวมีเนื้อที่ 6 งาน โดยดัดแปลงโรงนาเก่าเป็นกุฎิสงฆ์จำพรรษา และมีศาลาขนาดเล็ก เป็นอุโบสถชั่วคราว ซึ่งในปลายปี 2557พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุตรตักบาตร และทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนซื้อที่ดินก่อสร้างอุโบสถวัดพุทธรังษี เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวาระสิ้นพระชนม์ครบ 1ปี พร้อมทั้งมีแผนก่อสร้างทั้งอุโบสถ เรือนพักญาติ โยม และกุฎิสงฆ์ โดยวางเป้าหมายให้แล้วเสร็จในปี 2560 ด้วย


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/313394/ไฟไหม้+“วัดพุทธรังษี+ญี่ปุ่น_วอดหมด
109  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พศ.หนุนฆราวาสเรียนบาลี เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 08:47:38 PM


พศ.หนุนฆราวาสเรียนบาลี

ผอ.พศ.เผย กองบาลีสนามหลวง ประกาศวันสอบบาลีรอบ 2 ช่วงสงกรานต์ พร้อมหนุนฆราวาสเรียนบาลี หลังพบว่า มีผู้สนใจสอบบาลีศึกษาเป็นจำนวนมาก

วันนี้(9 เม.ย.)นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)  กล่าวว่า จากการที่พระพรหมโมลี(สุชาติ ธมฺมรตโน) แม่กองธรรมสนามหลวง ได้ประกาศจัดสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี2558 ครั้งที่ 1 และประกาศผลสอบเป็นที่เรียบร้อยในช่วงเดือนมี.ค. ที่ผ่านมานั้น พบว่า มีผู้เข้าสอบชั้นประโยค 1-2 และเปรียญธรรม(ป.ธ.)3– 9 ประโยค จำนวน 23,023 รูป และสอบได้ 3,342 รูป

ในการนี้ สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง ยังได้กำหนดจัดสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี 2558 ครั้งที่ 2  หรือสอบซ่อมขึ้น สำหรับชั้นประโยค 1-2 และ ป.ธ. 3-5 ที่สอบผ่านรายวิชาในครั้งที่ 1 ซึ่ง ขณะนี้มีผู้เรียนที่ต้องสอบบาลีครั้งที่2 จำนวน 5,276 รูป โดยได้กำหนดสถานที่สอบส่วนกลางรวม 8 สนาม และในระดับภาครวม 19 สนาม และได้กำหนดวันเวลาสอบชั้นประโยค 1-2 และ ป.ธ. 4 – 5  ในวันที่ 13 – 14 เม.ย. 2558 ส่วน ป.ธ. 3 สอบวันที่ 13-15 เม.ย. 2558 โดยผู้เข้าสอบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ พศ.โทร.0-2441-4554 หรือดูได้ที่ www.onab.go.th

 :96: :96: :96: :96:

"สำหรับการผลสอบบาลีศึกษา(บ.ศ.)สำหรับฆราวาส ประจำปี 2558 พบว่า มีผู้ให้ความสนใจสอบมากถึง 211 คน แบ่งเป็น
     บ.ศ.1-2 จำนวน 102 คน สอบได้ 10 คน คิดเป็นร้อยละ 9.80
     บ.ศ.3 จำนวน 48 คน สอบได้ 5 คน คิดเป็นร้อยละ 10.42
     บ.ศ. 4 จำนวน 22 คน สอบได้ 2 คน คิดเป็นร้อยละ 9.09
     บ.ศ.5 จำนวน 14 คน สอบได้ 2 คน คิดเป็นร้อยละ 14.29
     บ.ศ. 6 จำนวน 11 คน สอบได้ 4 คน คิดเป็นร้อยละ 36.36
     บ.ศ. 7 จำนวน 4 คน สอบได้ 2 คน คิดเป็นร้อยละ 50
     บ.ศ.8 จำนวน 7 คน สอบไม่ผ่านทุกคน และ
     บ.ศ. 9 จำนวน 3 คน สอบไม่ผ่านทุกคน

ส่วนการสอบบาลีศึกษารอบที่ 2 นั้นได้กำหนดไว้วันที่ 13-15 เม.ย.นี้ โดยมีผู้แจ้งชื่อเข้าสอบไว้จำนวน 46 คน

ดังนั้น จากนี้ไป พศ.จะสนับสนุนให้ฆราวาส โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาและสอบบาลีศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของการเรียนบาลี และได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระไตรปิฎกในการนำไปปรับใช้ในดำเนินชีวิตด้วย”ผอ.พศ.กล่าว


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/313381/พศ.หนุนฆราวาสเรียนบาลี
110  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / จี้ทำแผนพัฒนา "พุทธมณฑลจังหวัด" เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 08:41:20 PM

จี้ทำแผนพัฒนา "พุทธมณฑลจังหวัด"

“สุวพันธุ์” จี้ พจศ.พัฒนาพุทธมณฑลจังหวัด ทำแผนดำเนินงานทุก 3 ปี หวังเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา ผุดแนวคิดย้ายสำนักงานพุทธจังหวัดมาไว้ที่พุทธมณฑลจังหวัด กระตุ้นความมีชีวิตชีวา

วันนี้(9เม.ย.)นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า จากการที่ตนได้ไปเยี่ยมชมพุทธมณฑลอีสาน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อปี 2547 ที่เห็นชอบให้จัดตั้งสถานที่ทางพระพุทธศาสนาที่มีลักษณะเดียวกับพุทธมณฑลจังหวัดนครปฐมให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งมติมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 21/2548 เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2548 ก็เห็นชอบให้จัดสร้างพุทธมณฑลในส่วนภูมิภาคจำนวน 9 แห่ง ในจังหวัดพิษณุโลก นครสวรรค์ สมุทรสาคร ลำปาง พะเยา นครพนม เพชรบุรี นราธิวาส และ ขอนแก่น


 :25: :25: :25: :25:

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ตนเห็นว่า ควรพัฒนาพุทธมณฑลส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกับพุทธมณฑลส่วนกลาง คือ มีการพัฒนาด้านกายภาพ ภูมิทัศน์ให้มีความร่มรื่น ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนจังหวัด(พศจ.)ทั้ง 9 จังหวัด ควรประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาพุทธมณฑลแต่ละแห่ง และต้องทำแผนในการดำเนินงานทุก 3 ปีด้วย เพื่อกำหนดกรอบแนวทางในการพัฒนาที่ชัดเจน นอกจากนี้จะต้องพัฒนาพุทธมณฑลส่วนภูมิภาคให้เป็นศูนย์รวมจิตใจทางพระพุทธศาสนา โดยต้องมีการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นประจำ ที่สำคัญต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้พุทธศาสนิกชนรับทราบด้วย

“ผมเห็นว่าส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้พุทธมณฑลจังหวัดมีชีวิตชีวามากขึ้น คือ การให้ พศจ.มาตั้งอยู่ที่พุทธมณฑลจังหวัด ซึ่งจะช่วยให้พุทธมณฑลจังหวัดแต่ละแห่งมีกิจกรรมต่อเนื่องมากขึ้น อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าวคงต้องอยู่ที่ความเหมาะสมของแต่ละจังหวัดด้วย” นายสุวพันธุ์กล่าว 


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/313385/จี้ทำแผนพัฒนาพุทธมณฑลจังหวัด
111  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / ก.ไอซีที เสริมแกร่งคนไทยใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 11:26:32 AM

ก.ไอซีที เสริมแกร่งคนไทยใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์

กระทรวงไอซีที เดินสายจัดสัมมนา 4 ภาค สร้างความรู้ความเข้าใจการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ รู้เท่าทันโลกไซเบอร์ พร้อมเปิดเฟซบุ๊กเพจ “Thailand Creative Society” สร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้เผยแพร่ความรู้ด้าน ICT เตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิตอล

วันนี้ (8 เม.ย.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวในพิธีเปิดงานสัมมนาเรื่อง “เศรษฐกิจดิจิตอลและการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์” และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “เตรียมความพร้อมประเทศไทยรับเศรษฐกิจดิจิตอล”ว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและกำหนดนโยบายให้มีการส่งเสริมและวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างจริงจังซึ่งจะทำให้ทุกภาคเศรษฐกิจก้าวหน้าไปได้ทันโลกและสามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้

 :49: :49: :49: :49:

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลจะต้องดำเนินการไปพร้อมกับการพัฒนาทุนทางสังคมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้และการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งกระทรวงไอซีทีจึงได้จัดงานสัมมนาดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้เข้าใจ และปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอล ตลอดจนตระหนักถึงประโยชน์และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสื่อกลางให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ วิกิพีเดีย ยูทูป ไลน์ และอินสตาแกรม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2557 โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA พบว่า ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
      ค่าเฉลี่ยการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสัปดาห์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 50.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
      หรือใช้เวลาโดยประมาณ 7.2 ชั่วโมงต่อวัน
      หรืออาจกล่าวได้ว่า คนไทยใช้เวลา 1 ใน 3 ของวันในการใช้อินเทอร์เน็ต โดยใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่าคอมพิวเตอร์


 :sign0144: :sign0144: :sign0144: :sign0144:

นอกจากนี้ การตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์และวิธีป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเนื่องจากจำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับผลกระทบในทางลบเช่น ข่าวการถูกหลอกลวง ล่อลวง และการใช้ที่ไม่เหมาะสม รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขณะที่ผลในเชิงบวกก็มีให้เห็นเช่นกันเห็นได้จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า

ปี 2556 มียอดขายผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์รวมทั้งสิ้นประมาณ 768,014 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโซเชียลมีเดียยังถูกนำไปใช้ในการให้ความรู้ เพราะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ดังนั้น กระทรวงไอซีทีมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนการทำงานภายใต้นโยบายดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


 :29: :29: :29: :29:

อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แล้ว กระทรวงไอซีทียังได้จัดทำเฟซบุ๊กเพจ ชื่อว่า “Thailand CreativeSociety” เพื่อสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้ที่จะร่วมกันเผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ITC) การใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ การสร้างความตระหนักรู้ภัยคุกคามทางไซเบอร์การสร้างความตระหนักรับผิดชอบและวิธีปฏิบัติด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดจนการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิตอลอีกช่องทางหนึ่ง โดยนำเสนอในรูปแบบของเนื้อหาประกอบกราฟิก หรือ Infographic เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจตระหนักถึงความเสี่ยงและสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้


 :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi:

ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีได้กำหนดแผนการจัดสัมมนาเรื่อง “เศรษฐกิจดิจิทัลและการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์”จำนวน 4 ครั้ง ใน 4ภาค ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นที่ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครราชสีมา และครั้งที่ 4 ภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลาซึ่งเป็นการกระจายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารไปทั่วประเทศ


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/IT/313175/ก.ไอซีที+เสริมแกร่งคนไทยใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์
112  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / Facebook เริ่มเชื่อม Whatsapp เข้ากับ Facebook For android แล้ว! เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 11:19:56 AM


Facebook เริ่มเชื่อม Whatsapp เข้ากับ Facebook For android แล้ว!

เป็นเวลาเกือบปีที่ Facebook ซื้อกิจกรรมข้ามแลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมในเรื่องการส่งข้อความอย่าง Whatsapp ตอนนี้คงได้ฤกษ์เริ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ของ Facebook ที่เชื่อมต่อ Whatsapp เข้าด้วยกันแล้ว

สำหรับผู้ใช้บางส่วนในรุ่นล่าสุดของ Facebook for android อาจจะสังเกตุเห็นเครื่องหมาย Send พร้อมกับไอคอนที่เหมือนกับไอคอนของ Whatsapp ที่คุ้นเคยกันดีด้านล่างปุ่ม status โดยฟีเจอร์นี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่า Facebook เริ่มที่จะเชื่อเข้ากับ Whatsapp แล้ว

นอกจากนี้ Facebook น่าจะกำลังเตรียมการเพื่อเชื่อมระหว่าง Whatsapp กับ Facebook Messenger ที่สามารถส่งข้อความถึงก็ได้อีก อย่างที่เห็นช่วงนี้ Facebook เริ่มปล่อยฟีเจอร์ใหม่ๆออกมาเรื่อยๆไม่แน่ว่าในอนาคตทุกๆอย่างอาจจะรวมอยู่ ที่ Facebook ก็เป็นได้


ที่มา: techworm
http://hitech.sanook.com/1395613/
113  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / เผยโฉมแบตเตอรี 'อะลูมิเนียม' ชาร์จเต็มใน 1 นาที เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 11:16:35 AM


เผยโฉมแบตเตอรี 'อะลูมิเนียม' ชาร์จเต็มใน 1 นาที

นักวิจัยสหรัฐเผยการคิดค้น แบตเตอรีอะลูมิเนียม-อิออน ที่มีน้ำหนักเบา ราคาถูก ยืดหยุ่น ปลอดภัย และสามารถชาร์จเต็มได้ใน 1 นาที

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีอย่างนายหงเจี๋ย ไต้ เผยแพร่ผลงานในวารสารวิทยาศาสตร์ "เนเจอร์" ในการคิดค้นประดิษฐ์แบตเตอรีจากอะลูมิเนียม เรียกว่าแบตเตอรีอะลูมิเนียม-อิออน ซึ่งมีคุณสมบัติดีกว่าแบตเตอรีลิเธียม-อิออน ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันหลายประการ ทั้งราคาย่อมเยา ทนทาน มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา สามารถชาร์จไฟได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และยังปลอดภัยกว่า ต่างจากแบตเตอรีลิเธียม-อิออนที่สามารถเกิดการลุกไหม้ได้

 :49: :49: :49: :49:

นักวิจัยเผยว่า มีการค้นคว้ากันมาเป็นระยะเวลานาน ในการพัฒนาสร้างแบตเตอรีจากอะลูมิเนียมซึ่งเป็นโลหะน้ำหนักเบา มีราคาถูก แต่มีประสิทธิภาพในการชาร์จสูง แต่ความพยายามที่ผ่านมายังคงไม่ประสบผลสำเร็จ กระทั่งทีมของนายไต้ค้นพบโดยบังเอิญ ว่าเคล็ดลับที่ทำให้มันสามารถทำงานได้ คือการเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นกราไฟต์เข้าไป โดยในแบตเตอรีต้นแบบ ส่วนของขั้วลบเป็นอะลูมิเนียม ขณะที่ฝั่งขั้วบวกเป็นกราไฟต์ ซึ่งจากการทดลองพบว่าสามารถชาร์จแบตเตอรีจนเต็มได้ภายในเวลาเพียง 1 นาที

นอกจากนี้ แบตเตอรีอะลูมิเนียม-อิออนยังมีอายุการใช้งานถึงกว่า 7,500 รอบ ขณะที่ลิเธียม-อิออนสามารถใช้งานได้เพียง 1,000 รอบเท่านั้น โดยคุณสมบัติของวัสดุยังทำให้มันสามาถงอและพับได้ ในอนาคตนอกจากคาดว่าจะมีการนำไปใช้กับโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์พกพาแล้ว ยังอาจมีประโยชน์ในการกักเก็บพลังงานทดแทนในระบบกริดไฟฟ้าหรือระบบจ่ายพลังงานได้ด้วย.


ชมคลิปได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=QZk9QDHtdA8
ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/foreign/313014/เผยโฉมแบตเตอรี+_อะลูมิเนียม_+ชาร์จเต็มใน+1+นาที&videoId=36601
114  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เป็นไปได้.! โลงศพแฟนซี มีทั้งโลงห่อขนม-กระสุน-ซองเรย์แบน-ขวดซอส เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 10:55:48 AM

เป็นไปได้.! โลงศพแฟนซี มีทั้งโลงห่อขนม-กระสุน-ซองเรย์แบน-ขวดซอส

ถ้าเอ่ยถึงโลงศพ หลายคนคงนึกภาพแค่กล่องทรงสี่เหลี่ยมยาวๆ ประดับลวดลายพอประมาณ หรือไม่ก็ทรงพองๆหน่อย เป็นไม้ขัดเงาสีเข้มแบบของฝรั่ง

แต่รู้หรือไม่ว่าเดี๋ยวนี้มีดีไซน์ใหม่แปลกตา อย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงแล้ว ชนิดที่ว่าลืมภาพแบบเก่าๆไปได้เลย เพราะบริษัทเคน ไคว คาร์เพทนรี เวิร์คช็อป จากประเทศกาน่า เขารับออกแบบโลงศพได้ตามที่ใจลูกค้าปราถนาทุกอย่าง




เว็บไซต์ MyFoxHouston ของสหรัฐเอาภาพมาเผยแพร่ให้ดู ไม่ว่าจะออกแนวแฟนตาซี มหัศจรรย์พันลึก หรือพิสดารสักแค่ไหน ก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโลงศพทรงห่อขนมหวาน กระสุนปืน ขวดน้ำ เครื่องบิน เปียโน ซองแว่นเรย์แบน ฯลฯ ก็ได้ทั้งนั้น

ทั้งหมดเริ่มจากการที่เซตเคน ไคว ช่างไม้หนุ่มสูญเสียย่าผู้เป็นที่รักไป และย่าคนนี้ก็มีความใฝ่ฝันอยากขึ้นเครื่องบินมาตลอด เพียงแต่ไม่มีโอกาส ฉะนั้นแล้ว เซตก็เลยสร้างโลงศพดีไซน์สวยงามรูปเครื่องบินให้คุณย่า และหลังจากนั้นเมื่อมีคนทราบเรื่องถึงผลงานอันน่าอัศจรรย์นี้เซตก็เลยทำรายได้ได้อย่างมหาศาล เนื่องจากมีออร์เดอร์ลูกค้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย







ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1428391535
115  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สุดซึ้ง ภรรยาไม่ยอมให้หมอทำ"การุณยฆาต"สามีที่ใกล้ตาย แต่ดูแลปรนนิบัติจนพ้นโคม่า เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 10:47:07 AM


สุดซึ้ง!! ภรรยาไม่ยอมให้หมอทำการุณยฆาตสามีที่ใกล้ตาย แต่ดูแลปรนนิบัติจนพ้นโคม่า

เว็บไซต์ช่องโทรทัศน์ Fox31 Denver ของสหรัฐ นำเสนอเรื่องราวสุดซาบซึ้งใจของสามีภรรยาคู่หนึ่ง "แม็ท-แดเนียล เดวิส" ซึ่งเพิ่งแต่งงงานกันได้เพียง 7 เดือน แต่แล้วจู่ๆ แม็ทก็ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์พลิกคว่ำ ทำให้ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ในสภาพที่เรียกว่าโคม่าจริงๆ

โอกาสที่แม็ทจะรอดชีวิตมีเพียง 10% เท่านั้น แพทย์จึงแนะนำว่า แดเนียลควรยินยอมให้ทางโรงพยาบาลทำการุณยฆาตแก่เขาเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อที่เขาจะได้จากไปอย่างสงบ โดยไม่ต้องทุกข์ทรมาน

"หมอบอกว่า ถ้าเป็นพวกเขา แล้วมีญาติมีครอบครัว มีคนรักที่กำลังเจ็บป่วยทรมานอยู่แบบนี้ เขาก็จะเลือกทำการุณยฆาตเหมือนกัน หรือแม้กระทั่งตัวพวกเขาเอง ถ้าเจ็บหนักมากๆ จนหมดหนทางจะเยียวยารักษา เขาก็จะให้ครอบครัวบอกหมอ ว่าไม่ต้องยื้อชีวิตเขาไว้อีกแล้ว" แดเนียลกล่าว



แน่นอนว่าแดเนียลปฏิเสธ ไม่ยอมให้หมอทำการุณยฆาตแก่แม็ท โดยเผยว่า เธอเชื่อว่าจะต้องผ่านเรื่องร้ายๆนี้ไปด้วยกันได้

"ฉันรู้ว่าพระเจ้าจะต้องทรงช่วยเราทั้งคู่ให้ผ่านมันไปด้วยกัน เชื่อว่ามันไม่ยากจนเกินไป" แดเนียลกล่าว

ต่อมาทางโรงพยาบาลก็ส่งแม็ทกลับไปอยู่บ้านแม่ของแดเนียล ซึ่งทั้งแดเนียลและแม่ของเธอก็คอยดูแลปรนนิบัติแม็ทด้วยความรักอย่างใกล้ชิดไม่เคยห่าง ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป แม็ทจึงมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุดกลับมาหัดเดินตามเดิมได้แล้ว เพียงแต่ยังมีปัญหาเรื่องภาวะความจำเสื่อมเท่านั้น เนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือน ทำให้เขาไม่สามารถจำแดเนียล ภรรยาผู้เป็นที่รักจากในช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุได้

"แต่ที่แน่ๆ ผมดีใจมากที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้" นี่คือสิ่งที่แม็ทกล่าวต่อผู้สื่อข่าว



ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1428510405
116  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ปีใหม่ไทย..ไหว้ขอพรพระมงคล เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 10:28:10 AM


ปีใหม่ไทยไหว้ขอพรพระมงคล

พระพุทธรูปทรงเครื่อง พระมหาจักรพรรดิ ศิลปะอยุธยาตอนปลาย ช่วยปกป้อง เสริมสร้างบารมีและทำให้ผู้สักการบูชาแคล้วคลาดจากภยันตรายต่าง ๆ, พระล้อ (พระห้าร้อย) ศิลปะรัตน โกสินทร์ นิยมบูชาเพื่อโชคลาภ

ร่วมฉลองเทศกาลมหาสงกรานต์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยอย่างยั่งยืน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “สงกรานต์...สืบสานประเพณีไทย สุขใจไทยทั่วหน้า 2558” ระหว่างวันที่ 10-15 เม.ย.ที่ฮอลล์ ออฟ เฟม และลานพาร์ค พารากอน โดยกิจกรรมไฮไลต์คือการอัญเชิญพระพุทธรูปมงคลโบราณอันทรงคุณค่าจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และคลังกลางจังหวัดปทุมธานี สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร จำนวน 9 องค์ มาประดิษฐานครั้งแรก เพื่อให้ประชาชนกราบสักการบูชาพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง


 :25: :25: :25: :25:

ประกอบด้วย พระพุทธรูปประทานพร ศิลปะอินเดีย แบบปาละ มีความหมายถึงการให้พรตามคำอธิษฐานขอจากผู้สักการะ, พระไภษัชยคุรุ ศิลปะลพบุรี เชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้าผู้ช่วยสัตว์โลกทั้งปวงให้พ้นทุกข์เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ, พระหายโศก พระพุทธรูปหลวงล้านนา ใช้ในราชพิธีต่าง ๆ, พระพุทธรูปทับรอย พระพุทธบาท ศิลปะล้านนา หมายถึงการบูชาพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ ได้แก่ พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้า, พระชัยเมืองนครราชสีมา ศิลปะอยุธยา

พระพุทธรูปทรงเครื่อง พระมหาจักรพรรดิ ศิลปะอยุธยาตอนปลาย ช่วยปกป้อง เสริมสร้างบารมีและทำให้ผู้สักการบูชาแคล้วคลาดจากภยันตรายต่าง ๆ, พระล้อ (พระห้าร้อย) ศิลปะรัตน โกสินทร์ นิยมบูชาเพื่อโชคลาภ ทรัพย์สิน ความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ และ พระพุทธรูปขอฝน (พระคันธารราษฎร์) ศิลปะรัตนโกสินทร์ ตามความเชื่อจะอำนวยความอุดมสมบูรณ์เพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

 :sign0144: :sign0144: :sign0144: :sign0144:

นอกจากนี้มีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนการแสดงวัฒนธรรมร่วมอาเซียน รวมทั้งมีการจำหน่ายหนังสือ 9 พระพุทธรูปมงคลโบราณ และการ์ด 9 พระพุทธรูปมงคลโบราณ นำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบทุนเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์วัตถุโบราณ เก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติแก่ชนรุ่นหลังสืบต่อไป




ด้าน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จัดงาน “สงกรานต์หรรษา มหกรรมผ้าไทย” ระหว่างวันที่ 9-15 เม.ย.นี้ นำสินค้าจากหลายวัฒนธรรม อาทิ งานศิลป์ดินไทย ศิลปะการปั้นดินไทยประยุกต์ จ.พิษณุโลก, ลายไทยเครื่องเงิน จ.เชียงใหม่, หนังตะลุง จ.นครศรีธรรมราช, เครื่องทองรัตนโกสินทร์ จ.กาญจนบุรี, ไหมไทย จ.สุรินทร์, ฝ้ายแกมไหม จากบ้านนางาม จ.อุดรธานี และผ้าทอไทยลื้อ ผ้าฝ้ายทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ จ.น่าน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากทั่วภูมิภาค อาทิ หนังใหญ่ จากวัดขนอน, หุ่นละครเล็ก จากโจหลุยส์, โขนและกลองยาว จากคณะเอกทันต์, นาฏมวยไทย จากบ้านกรุณา รวมไปถึงลิเกที่มาแสดงให้ชมฟรีตลอดทั้งงาน และการสรงน้ำพระชื่อดัง 9 องค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล


 st12 st12 st12 st12

สำหรับศูนย์การค้าชานเมือง พาราไดซ์ พาร์ค จัดงาน “พาราไดซ์ พาร์ค มหกรรมเถลิงศก มหาสงกรานต์ สืบศิลป์แผ่นดินไทย” อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุหรือพระเขี้ยวแก้ว จากประเทศอินเดีย มาให้สักการบูชา พร้อมอัญเชิญมหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาให้ร่วมสักการะขอพร อาทิ เทวรูปท้าวเวสสุวรรณ, เทวรูปทศกัณฐ์ และครั้งแรกที่มีการอัญเชิญหินลอยน้ำศักดิ์สิทธิ์จากมหาสมุทรอินเดียและน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากศรีลังกามาให้คนไทยสักการบูชา

 นอกจากนี้ยังมีการแสดงนาฏกรรมไทยหลายรูปแบบที่หาชมยาก อาทิ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ, เพลงฉ่อยพื้นบ้าน, การแสดงหุ่นกระบอกไทย เรื่องพระมหาชนก เป็นต้น และยังรวบรวมเมนูอาหารไทยรสเด็ดจากร้านดังทั่วภูมิภาคทั้งคาว-หวาน อาหารว่าง ขนมไทย และเครื่องดื่ม อาทิ แหนมเนือง, น้ำพริกหนุ่ม, น้ำพริกสมุนไพร, หมูย่างเมืองตรัง, ปั้นขลิบ, บ้าบิ่น, ซ่าหริ่ม, น้ำตาลสด ฯลฯ ส่วนนักช้อปพลาดไม่ได้กับสินค้าดีมีคุณภาพจากภูมิปัญญาคนไทย ที่คัดสรรจากทั่วประเทศให้เลือกช้อประหว่างวันที่ 9-15 เม.ย.นี้.




ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/women/313077/ปีใหม่ไทยไหว้ขอพรพระมงคล
117  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แนะคิดบวก 5 ข้อดี "ทำงานช่วงวันสงกรานต์" เมื่อ: เมษายน 09, 2015, 10:17:16 AM


แนะคิดบวก 5 ข้อดี "ทำงานช่วงวันสงกรานต์"

จ๊อบส์ ดีบี แนะวิธีคิดบวก 5 ข้อ กับการทำงานช่วงวันสงกรานต์ ไม่มีปัญหาการจราจร-ได้เงินพิเศษในการทำงาน -ได้เลือกวันหยุดพักร้อนได้เอง-เป็นฮีโร่ของบริษัท-ได้แสดงฝีมือเต็มที่

วันนี้ (7เม.ย.) บริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด แนะวิธีคิดบวก 5ข้อกับการทำงานช่วงวันสงกรานต์สำหรับคนทำงานอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้หยุดงานในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้โดยเฉพาะคนที่ทำงานบริการลูกค้างานโรงแรม และงานท่องเที่ยวซึ่งการทำงานในวันหยุดไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไปคุณสามารถมีความสุขกับการทำงานได้เพียงเปลี่ยนวิธีคิดและมองหาสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ jobsDB.com ขอเสนอ 5 ข้อดี ของการทำงานวันสงกรานต์ที่จะทำให้คุณกลับมามีพลัง และยิ้มต้อนรับลูกค้าของคุณได้ทั้งวันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 ทั้งนี้ 5 ข้อที่ว่าประกอบด้วย
     1.ไม่มีปัญหาการจราจร
     2.ได้เงินพิเศษในการทำงาน
     3.ได้เลือกวันหยุดพักร้อนได้เอง
     4.เป็นฮีโร่ของบริษัท และ
     5.ได้แสดงฝีมือเต็มที่เพราะในช่วงวันหยุดจะมีไม่กี่คนที่อยากมาทำงานแน่นอนว่าจำนวนคนที่มาทำงานอาจไม่เพียงพอที่จะทำงานได้เหมือนช่วงเวลาทำงานปกติดังนั้นเมื่อต้องทำงานแบบไม่ครบทีมจึงเป็นโอกาสให้คุณได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ในการตัดสินใจต่างๆ หากทำได้ดีก็จะได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าและเป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างผลงานอีกด้วย


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/IT/312802/แนะคิดบวก5+ข้อดีทำงานช่วงวันสงกรานต์
118  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ขุดเจอตะเคียนยักษ์กว่าพันปี เชื่อ อภินิหารรับงาน ปี๋ใหม่เมืองลำปาง เมื่อ: เมษายน 08, 2015, 11:15:43 PM


ขุดเจอตะเคียนยักษ์กว่าพันปี เชื่อ อภินิหารรับงาน ปี๋ใหม่เมืองลำปาง

เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ขุดพบต้นตะเคียนยักษ์ คาดอายุกว่า 1,000 ปี หลังชาวบ้านเมืองลำปาง เจอขณะลงไปติดตั้งอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ ที่ลำน้ำวัง หลังวัดปงแสนทอง เชื่อเป็นปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านขอพร งานประเพณีปี๋ใหม่เมือง...

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลำน้ำวัง วัดบ้านปงแสนทอง ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง นายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้นำรถยกขนาดใหญ่ลงไปดึงต้นตะเคียนยักษ์ความยาว 30 เมตร ขึ้นมาบนฝั่ง หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ขณะลงไปติดตั้งอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ ที่ลำน้ำวัง หลังวัดบ้านปงแสนทอง พบต้นตะเคียนขนาดใหญ่โผล่ออกมาครึ่งลำ ซึ่งมีน้ำไหลเพียงเล็กน้อย

 :96: :96: :96: :96:

ต่อมา รถแบ็กโฮได้ดึงต้นตะเคียนยักษ์ขึ้นมาได้สำเร็จ โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ทางคณะกรรมการวัด ได้วัดความยาวต้นตะเคียนยักษ์ต้นนี้ยาวถึง 30 เมตร นับว่าเป็นต้นตะเคียนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา เบื้องต้นผู้สูงอายุประจำหมู่บ้าน กล่าวว่า อายุต้นตะเคียนยักษ์ต้นนี้ อาจจะมีอายุยาวคู่กับเมืองลำปางกว่า 1,000 ปี ซึ่งขณะนี้ จังหวัดลำปางมีอายุ 1,300 กว่าปีแล้ว

ด้านนายไพฑูรย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร กล่าวว่า วันนี้ได้จัดให้เจ้าหน้าที่มาร่วมกับชาวบ้าน เพื่อเตรียมจัดงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง ซึ่งเทศบาลเมืองเขลางค์นครจัดขึ้น ที่บริเวณลำน้ำวัง หลังวัดปงแสนทอง แต่พบต้นตะเคียนโผล่ขึ้นมา นับว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย และเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้มาขอพรปีใหม่เมือง ตามความเชื่อ ถือว่าต้นตะเคียนเป็นต้นไม้แห่งพระพุทธศาสนา ควรแก่การบูชา.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/491892
119  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เจ้าคณะภาค 1 เตือน! พระสงฆ์ รู้เท่าทันสื่อ-อย่าใช้ผิดวิธี เมื่อ: เมษายน 08, 2015, 10:36:25 PM

พระราชวิสุทธิเวที

เจ้าคณะภาค 1 เตือน! พระสงฆ์ รู้เท่าทันสื่อ-อย่าใช้ผิดวิธี

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยาวรวิหาร กรุงเทพฯ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์(สมศักดิ์ อุปเสโม) กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กล่าวสัมโมทนียกถา เปิดการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในเขตปกครองคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2558 โดยมีพระสังฆาธิการเข้าร่วมประชุมทั้งหมด  810 รูป ว่า

การจัดการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นไปตามกฎมส.ว่าด้วยการประชุมและการตรวจตราคณะสงฆ์ เพื่อให้พระสังฆาธิการ ทราบถึงนโยบายของคณะสงฆ์และนโยบายของคณะผู้ปกครอง  และนำไปปรับปรุงแก้ไขกิจการของคณะสงฆ์ที่อยู่ในเขตปกครองให้เท่าทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นพระสังฆาธิการต้องเป็นผู้ตื่นและเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะจะได้นำความรู้ไปปฏิบัติตาม เพื่อพัฒนาและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดของตน


 :96: :96: :96: :96:

พระพรหมดิลก(เอื้อน หาสธมฺโม) กรรมการมส. เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กล่าวว่า การประชุมพระสังฆาธิการในครั้งนี้ จัดเพื่อปรึกษาหารือ ถึงวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานของคณะสงฆ์ พร้อมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคในการทำงาน และร่วมหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้งานของคณะสงฆ์ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและก่อให้เกิดประโยชน์แก่คณะสงฆ์ ตลอดถึงพุทธศาสนิกชนผู้นับถือพระพุทธศาสนาด้วย

 :25: :25: :25: :25:

พระราชวิสุทธิเวที(สายชล ฐานวุฒฺโฒ ป.ธ.9) เจ้าคณะภาค 1 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม กล่าวว่า ในเขตปกครองคระสงฆ์ภาค1 มีเรื่องร้องเรียนอยู่เป็นประจำ อาทิ เรื่องการเดินทับเส้นบิณฑบาต เรื่องพระยืนหยุดนิ่งบิณฑบาตผูกขาดร้านค้า และเรื่องพระติดยาเสพติด เป็นต้น เดี๋ยวนี้นักร้อง(เรียน) มีเยอะ พระสงฆ์ต้องระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการใช้สื่อต่างๆ

ปัจจุบันมีการเสนอข่าวพระสงฆ์ในด้านลบไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระดื่มสุรา พระมั่วสีกา ฯลฯ ทำให้ประชาชนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันในเบื้องต้น เจ้าอาวาสต้องตั้งกฎกติกาคัดสรรผู้บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด และคอยสอดส่องดูแลพระลูกวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนด้านการศึกษาด้วย จะช่วยประคับประคองพระพุทธศาสนาได้ในระดับหนึ่ง


 ans1 ans1 ans1 ans1

"การพูดคุยโทรศัพท์ โพสภาพบนเฟ๊ซบุค และไทม์ไลน์ของพระสงฆ์ ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมจะเกิดความเสียหายต่อคณะสงฆ์โดยส่วนรวม ดังนั้นจึงขอเตือนให้พระสงฆ์ระมัดระวัง รู้เท่าทันสื่อและกระแสโลกที่เปลี่ยนไป ปฏิบัติตนให้อยู่ตามระเบียบพระธรรมวินัยอยู่เสมอ"เจ้าคณะภาค 1 กล่าว


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1428497127
120  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เตือนพระโพสต์เฟซบุ๊กต้องระวัง เมื่อ: เมษายน 08, 2015, 10:32:11 PM


เตือนพระโพสต์เฟซบุ๊กต้องระวัง

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เตือนเจ้าอาวาสต้องยึดแก่น อย่าติดลาภสักการะ ยศถาบรรดาศักดิ์ สร้างความรุ่งเรืองให้พระพุทธศาสนา ขณะที่เจ้าคณะภาค 1 แจ้งเจ้าอาวาสกวดขันคนบวช ตรวจดูพระเณร ย้ำโพสต์เฟซบุ๊กให้ระมัดระวัง ข่าวด้านลบมีเยอะ

วันนี้(8เม.ย.) ที่วัดสามพระยาวรวิหาร  สมเด็จพระพุทธชินวงศ์(สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวสัมโมทนียกถาในการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในเขตปกครองคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2558  ว่า

การจัดประชุมครั้งนี้เพื่อให้พระสังฆาธิการทราบถึงนโยบายของคณะสงฆ์ และนโยบายของคณะผู้ปกครอง เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขกิจการของคณะสงฆ์ที่อยู่ในเขตปกครองของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะขณะนี้มีปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการสงฆ์มากมายที่ทำลายความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน ซึ่งลาภสักการะ ยศฐาบรรดาศักดิ์นั้น เปรียบเหมือนแค่เปลือกไม้ ศีล สมาธิปัญญา ต่างหากที่เป็นแก่นแท้ของต้นไม้จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพระสังฆาธิการที่เข้าร่วมประชุม จะนำความรู้ไปปฏิบัติตามเพื่อพัฒนาและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่พระพุทธศาสนา


 :25: :25: :25: :25:

พระราชวิสุทธิเวที(สายชล ฐานวุฑฺโฒ ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะภาค 1 กล่าวว่า ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค1 มีเรื่องร้องเรียนอยู่เป็นประจำ 2 เรื่องใหญ่ คือ

    1.เรื่องการเดินทับเส้นบิณฑบาต พระยืนหยุดนิ่งบิณฑบาตผูกขาดร้านค้า และ
    2.เรื่องพระติดยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ผู้ร้องเรียนมีมากขึ้น จึงอยากเตือนพระสงฆ์ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องการใช้สื่อต่าง ๆ เช่น โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก หรือ ไลน์ ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ดีจะเกิดความเสียหายต่อคณะสงฆ์โดยส่วนรวม จึงขอเตือนให้พระสงฆ์ระมัดระวัง รู้เท่าทันเหตุการณ์และกระแสโลกที่เปลี่ยนไป โดยต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจให้มากขึ้นด้วย

    “ปัจจุบันมีการเสนอข่าวสารพระสงฆ์ในด้านลบไม่เว้นวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระดื่มสุรา พระมั่วสีกา ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันในเบื้องต้น เจ้าอาวาสต้องตั้งกฎกติกา คัดสรรผู้บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด และคอยสอดส่องดูแลพระลูกวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนด้านการศึกษาด้วย ซึ่งจะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยประคับประคองพระพุทธศาสนาให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป”เจ้าคณะภาค 1 กล่าว


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/313194/เตือนพระโพสต์เฟซบุ๊กต้องระวัง
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 341