ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน Did you miss your activation email?
  • มัชฌิมา บอร์ด แหล่งร่วมรวมความรู้ทางกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
    Messages   Topics Attachments  

  Messages - raponsan
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 277
81  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / เวลาทำบุญให้อธิษฐานแบบนี้...จะดีแก่ตัวเรา เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2014, 09:16:27 AM


เวลาทำบุญให้อธิษฐานแบบนี้...จะดีแก่ตัวเรา

หลายๆ คนที่หันหน้าเข้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจกัน คุณรู้ไหมว่า อธิษฐานแบบไหนถึงจะส่งผลดีกับตัวเรา มาดูกันค่ะ

 ans1 ans1 ans1

คำอธิษฐานเวลาทำบุญ

     คำอธิษฐานเวลาทำบุญ ขอบุญจาก.............(ธรรมทาน , สังฆทาน , วิหารทาน )นี้ จงถึงแก่ เจ้ากรรมนายเวร และผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือข้าพเจ้าและครอบครัวที่มีมาถึงตัวทุกภพทุกภูมิ ขอบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบัน
     หากไม่ถึงเพียงใด ขอให้คำว่าไม่มีไม่รู้ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้ปรากฎแก่ข้าพเจ้า ขอให้เกิดในภพภูมิเขตประเทศที่มีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง และได้ศึกษาพระธรรมได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ลึกซึ้งตลอดจนกว่าจะเข้าพระนิพพานด้วยเทอญ ขอท่านพระยมราชจงเป็นสักขีพยานในการบำเพ็ญบุญของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ


องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเอาไว้ว่า "การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง"


ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Thinkstockphotos.com
ที่มา horoscope.sanook.com/1394131/เวลาทำบุญให้อธิษฐานแบบนี้...จะดีแก่ตัวเรา/
82  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ถวายสังฆทาน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ทำแล้วดีอย่างไร.?? เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2014, 09:09:29 AM


ถวายสังฆทาน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ทำแล้วดีอย่างไร.??

การทำบุญ ถวายสังฆทาน ถือเป็นการปฎิบัติของชาวพุทธ ถือเป็นสร้างบุญอย่างหนึ่ง นอกจากจะทำให้จิตใจสงบแล้ว ก็จะทำให้ชีวิตดีขึ้นอีกด้วย นั่นเป็นเพราะจิตใจเราผ่องใส เลยส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเราไปด้วย การถวายสังฆทานเป็นการถวายของใช้ที่จำเป็นแก่พระภิกษุ ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องนอน ของใช้ ตลอดจนอาหารแห้งต่างๆ ซึ่งการถวายสังฆทานไม่ได้จำเพราะเจาะจงว่าจะให้กับพระรูปใดรูปหนึ่ง พระที่รับสังฆทานถือว่าเป็นตัวแทนของพระสงฆ์ทั้งหมด วันนี้เรามีขั้นตอนการถวายสังฆทานมาฝากกันค่ะ

1. เลือกวัดที่ต้องการถวาย จากนั้นให้เข้าไปพบเจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่ภายในวัด แล้วแจ้งความประสงค์ว่าต้องการถวายสังฆทาน จากนั้นทางเจ้าอาวาสจะจัดพระภิกษุมาเป็นตัวแทนรับถวาย ส่วนสถานที่จะเป็นในโบสถ์หรือศาลาการเปรียญก็ได้แล้วแต่ว่าพระท่านจะให้ถวายที่ใด
2. เตรียมของที่จะนำไปถวาย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ร้านสังฆภัณฑ์ หรือจะซื้อหาข้าวของต่างๆ มาจัดเองก็ได้
3. จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมกราบสามครั้ง จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการกล่าวอาราธนาศีล รับศีล



4. เมื่อรับศีลจบให้ท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยคำถวายสังฆทานดังนี้
     “อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ”
     “ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ, ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, แด่พระภิกษุสงฆ์, ขอพระภิกษุสงฆ์, จงรับภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, เพื่อประโยชน์ และความสุข, แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ตลอดกาลนานเทอญฯ”


5. เมื่อกล่าวจบให้ประเคนเครื่องสังฆทาน โดยหากเป็นผู้ชายสามารถประเคนให้กับพระท่านได้โดยตรง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงให้วางของที่จะประเคนลงบนผ้ารับประเคน และไม่ควรถวายให้พระท่านโดยตรง ตรงนี้ต้องระวังกันให้มากๆ
6. เมื่อเสร็จสิ้นแล้วพระท่านจะกล่าวอนุโมทนา จากนั้นให้ผู้ถวายกรวดน้ำ ส่งผ่านผลบุญสู่ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร รวมถึงสัตว์โลกทั้งหลาย เมื่อทำการกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อยให้กราบ 3 ครั้งเป็นอันเสร็จพิธีค่ะ


 st12 st12 st12

อานิสงส์ผลบุญของการถวายสังฆทานนี้ จะช่วยส่งผลให้ผู้นั้นมีแต่ความสุขความเจริญ การถวายสังฆทานนี้ยังสามารถทำได้ตลอดทั้งปีไม่จำกัดช่วงเวลา เพียงแต่ของที่นำมาถวายนั้นควรเป็นของที่พระสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ดังนั้นควรสรรของเลือกดีๆ มาถวาย นอกจากจะได้อานิสงส์ผลบุญแล้วยังเป็นการช่วยทำนุบำรุงศาสนา และประเพณีไทยให้คงอยู่สืบต่อไปอีกด้วย…..


ขอบคุณภาพและบทความจาก
club.sanook.com/39479/ถวายสังฆทานมีขั้นตอนอย/
83  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / 9 วิธี ทําดี ทำง่ายๆ เริ่มจากตัวเรา เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2014, 09:01:36 AM



9 วิธี ทําดี ทำง่ายๆ เริ่มจากตัวเรา

วันนี้เราเจอบทความนึงที่อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าจะดีกับทุกคนมาฝากกันค่ะ เกี่ยวกับวิธีการทำดี ได้บุญ และไม่ต้องใช้เงิน แต่สิ่งที่เรามองต่างออกมาคือ เราแค่อยากให้ทุกคนได้ทำความดีกัน ด้วยวิธีการอะไรก็ได้ที่ง่ายๆ และผู้รับก็สามารถรับได้เลยโดยไม่ต้องรอวันข้างหน้า ที่สำคัญให้คิดเรื่องของผลบุญเป็นเรื่องรองลงมา เพราะเราเชื่อว่าการที่ทุกคนได้ทำความดีให้กันแล้ว มันก็จะก่อให้เกิดความสุขจากการลงมือทำความด้วยตัวของตัวเองค่ะ

คนไทยเรานั้น ได้ชื่อว่าเป็นพวกที่ชอบทําบุญสุนทานอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความ เชื่อที่ว่า ‘ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว’ ซึ่งแม้ปัจจุบัน หลายคนจะรู้สึกกังขาว่า ทําไม คนที่เรารู้สึกว่าชั่ว ยังคงได้ดิบได้ดี เช่น ยังมีเงินทองและใช้ชีวิตที่สุขสบายกว่าเรา แต่นั่นก็ยังอธิบายได้ว่า เขาทํากรรมเก่าดี หรือยังกินบุญเก่าอยู่ ซึ่งที่เราเห็นด้วยตาว่า เขาสุขสบายก็อาจไม่จริง บางทีเขาอาจกําลังทุกข์ใจ เพราะต้องคอยระแวง ปกปิดความผิดของตน กลัวคนไปล่วงรู้อยู่ก็ได้ อย่างไรก็ดี โดยพื้นฐานแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะชอบทําบุญ เพราะเชื่อว่าเป็นการทําความดี
และเป็นการสะสมผลบุญ ที่จะสนองให้เราได้รับสิ่งที่ดีในอนาคต หรือในชาติหน้า ซึ่งโดยแท้จริงการทําบุญนั้น ทันทีที่ทําก็เป็นความสุขแล้ว

เพราะ บุญคือการทําความดีด้วยวิธีการต่างๆ ที่ทําให้อิ่มเอิบเบิกบานใจโดยทั่วไป คนมักทําบุญกุศลด้วยการบริจาคทรัพย์ สิ่งของ หรือให้ทานเป็นโอกาสๆ เช่น บริจาคช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติ ร่วมสร้างศาสนสถาน ทอดกฐินผ้าป่า ช่วยเด็กกําพร้า หรือช่วยซื้อโลงศพ เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่เชื่อไหมว่า ในชีวิตประจําวันของคนเรานั้น เรามีโอกาสทําความดี หรือทําบุญได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องใช้เงินทองหรือสิ่งของถึงแม้เราจะไม่ได้มีอาชีพเป็นแพทย์ พยาบาลที่ต้องช่วยเหลือคนเป็นประจําอยู่แล้วก็ตามจะทําได้อย่างไรนั้น


 ans1 ans1 ans1

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกระทรวงวัฒนธรรม ขอเสนอแนะ 9 วิธีทําดี ได้บุญแบบไม่ต้องใช้เงิน เพื่อเป็นแนวทางให้ ท่านได้สะสมกุศลให้เพิ่มพูนขึ้น ดังต่อไปนี้

1.ตื่นเช้าขึ้นมาก็คิดแต่สิ่งดีๆ
ทันทีที่ตื่นนอน หากเราคิดถึงแต่สิ่งที่ดีที่งาม ก็จะทําให้จิตใจเราสดชื่น กระตือรือร้น พร้อมที่จะรับมือกับชีวิตประจําวันด้วยความรื่นเริง ไม่หงุดหงิดโมโห แค่นี้ นอกจากเราจะมีความสุขแล้ว คนรอบข้างเราก็มีความสุขไปด้วยถือว่าเป็นการทําบุญอย่างหนึ่ง


2.ยิ้มแย้มแจ่มใส
ในแต่ละวัน หากเราจะรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ว่าจะยิ้มกับคนรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม หน้าตาของเราก็จะดูเป็นมิตร ทําให้คนอยากเข้าใกล้ ถ้าเราเป็นพ่อแม่ยิ้มกับลูกก่อนไปทํางาน ลูกก็ดีใจ ลูกยิ้มกับพ่อพ่อแม่ พ่อแม่ก็สบายใจว่าต่างคนต่างไม่มีเรื่อง เดือดร้อนใจแน่ หรือหากมีก็กล้าจะมาปรึกษาหารือ หรือหากเป็นเจ้านาย ยิ้มกับลูกน้องๆ ก็รู้ว่าวันนี้นายอารมณ์ดี ทําให้ทํางานด้วยความมั่นใจไม่ต้องระแวงว่าจะถูก เรียกไปต่อว่าและถ้าเรียกก็ดูน่าจะมีเมตตา กว่าเวลาที่นายทําหน้ายักษ์

3.ทักทาย โอภาปราศรัย
คนบางคน นอกจากจะไม่ยิ้มกับใครแล้ว ยังชอบทําหน้าบึ้งตึงไม่คิดจะพูดจาทักทายใครด้วย ซึ่งถ้าเกิดทํางานด้านบริการ คนมาติดต่อคงรู้สึกเกร็งและกังวลตลอดว่าจะถูกเอ็ดตะโรเมื่อไรก็ไม่รู้ ดังนั้น นอกจากยิ้มแย้มแจ่มใสแล้ว เราก็ควรจะเอื้อนเอ่ยวาจาทักทายผู้มารับบริการก่อน การทักทายปราศรัยกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้มาขอรับบริการเพื่อนฝูงคนรู้จัก ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือแม่แต่คนที่มาทํางานให้เรา เช่น แม่บ้าน ยาม ฯลฯ จะทําให้เขารู้สึกเป็นมิตร และอบอุ่นใจ ทําให้บรรยากาศในที่นั้นๆ ดีขึ้น


 :25: :25: :25:

4.แบ่งปันน้ำใจไมตรี
สามารถทําได้ทุกที่และทุกเวลา เช่น ช่วยพ่อแม่จัดโต๊ะอาหารล้างถ้วยชาม ลุกให้เด็ก ผู้หญิงท้อง หรือคนแก่นั่งช่วยถือของหนักให้คนในรถเมล์ หยุดรถให้คนข้ามถนน หรือรถอื่นไปก่อน ช่วยแบ่งเบาภาระงาน ให้เพื่อนในที่ทํางาน เป็นต้น การให้ความช่วยเหลือเช่นนี้ เป็นการทําบุญด้วยการลดความเห็นแก่ตัวของเราลงและทําให้เราได้รับมิตรไมตรีสนองตอบกลับมาด้วย

5.ปลุกปลอบให้กําลังใจ
ช่วยแก้ไขปัญหา หลายๆครั้งที่เพื่อนฝูงญาติมิตรอาจประสบปัญหาชีวิต และเกิดความทุกข์ใจแสนสาหัส สิ่งที่ดีที่สุดคือความเป็นมิตรและถ้อยคําที่ปลุกปลอบให้กําลังใจ คําพูดดีๆ ที่มาจากใจจะทําให้ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ รู้สึกดีขึ้นและมีพลังที่ต่อสู้ชีวิตต่อไปได้


6.ให้คําชมด้วยความนิยมยินดี
การกล่าวคําชื่นชมต่อผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ย่อมจะทําให้ผู้รับคําชมรู้สึกปลาบปลื้มยินดี และมีความสุขได้ โดยเฉพาะในเรื่องที่เขาทําสําเร็จ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและจริงใจด้วยดูอย่างตัวเราเองแค่วันไหน แต่งตัวสวย แล้วมีคนชม เราก็หน้าบานไปทั้งวันแล้ว เช่นเดียวกันคนทุกคนล้วนอยากได้การยอมรับและคําชมทั้งนั้น เพราะคําชมจะเป็นการเสริมเพิ่มกําลังใจให้ อยากทําดียิ่งๆ ขึ้นไป

7.แนะนําให้คําสอนที่ดี มีคุณค่า
ไม่ว่าจะเราจะอยู่ในสถานภาพใด เช่น เป็นลูก เป็นพ่อแม่ลูกน้อง เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมอาชีพ ฯลฯ หากเราจะมีเมตตา แนะนําในสิ่งที่ดี มีประโยชน์และคุณค่าต่อผู้อื่นหรือสอนในสิ่งที่เราชํานาญให้แก่ผู้อื่น ก็จะเป็นการช่วยเกื้อกูลสังคมให้ดียิ่งขึ้น และผลก็จะย้อนมาสู่ตัวเราผู้ทําด้วย เช่น สอนงานให้ลูกน้องต่อไป เมื่อเขาทํางานเป็น เราก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก และเขาก็จะรู้สึกขอบคุณเรา แนะวิธีออกกําลังกายให้พ่อแม่ ท่านก็แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย เราก็สบายใจ หรือแม้แต่การแนะนําให้ความรู้ที่เรามี หรือทราบมาแก่คนไม่รู้จัก อย่างแนะนําหมอ ยาดีๆ   หรือธรรมะที่ดีแก่คนอื่น ทําให้เขาหายป่วยหรือรู้สึกดีขึ้น เขาก็จะอธิษฐานหรือให้พรเราทําให้เราพบแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต


8.การให้อภัยในความผิดพลาดของผู้อื่น
โดยทั่วไปคนเรามักจะให้อภัยตัวเองง่ายและมีข้อแก้ตัวให้ตนต่างๆ นานา แต่ถ้าผู้อื่นผิดพลาดแล้ว เรามักเห็นเป็นเรื่องใหญ่และตําหนิติเตียนไม่รู้จักแล้วจบ ดังนั้น เราจะต้องหัดมีเมตตารู้จักให้อภัยต่อผู้อื่นให้ง่าย เหมือนให้อภัยแก่ตัวเราเอง เพราะการให้อภัยจะทําให้เราไม่ผูกใจเจ็บ ไม่อาฆาตมาดร้าย ไม่ก่อศัตรู แต่ทําให้จิตใจเราสงบเย็นเป็นการฝึกจิตพื้นฐานอย่างหนึ่ง ที่จะนําไปสู่กุศลขั้นสูงอื่นๆ ต่อไป

9.ฝึกจิตให้สงบและสบาย
ด้วยการทําสมาธิหรือสวดมนต์ การทําสมาธิ ฟังดูเหมือนยากแต่จริงๆ เราทําได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือทําอะไรอยู่ เช่น กินข้าว  อาบน้ํา ทําการบ้าน ทํางานบ้าน อ่านหนังสือ อยู่ที่ทํางานหัวใจหลักคือให้เอาใจไปจดจ่อในสิ่งที่ทําเพียงอย่างเดียว จะทําให้เราทําทุกอย่างได้ดีขึ้นเพราะไม่พะวักพะวนคิดหรือทําหลายอย่างในเวลาเดียวกันอันทําให้ขาดสติและทุกๆ คืนก่อนนอน ก็ควรสวดมนต์ไหว้พระที่เรานับถือ โดยอาจเลือกบทสวดสั้นๆ ที่เราชอบ เสร็จแล้วก็อย่าลืมแผ่เมตตาให้กับตัวเราเอง และผู้อื่นตามสมควรที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเป็นการทําความดีที่ไม่ต้องใช้เงินเลยแต่สามารถปฏิบัติในชีวิตประจําวันของเราได้ โดยไม่ยากเย็นเข็ญใจจนเกินไปอีกทั้งปฏิบัติแล้วก็เป็นบุญกุศลที่จะเกื้อหนุนให้เราและคนรอบตัวมีความสุข เพราะ’บุญ’ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ เครื่องชําระกาย ใจให้บริสุทธิ์เป็นการทําประโยชน์ให้แก่ตัวเราเองและผู้อื่น และยังช่วยลดกิเลส ความเศร้าหมองต่างๆ ได้


เริ่มทําแต่วันนี้เลยนะคะ เพราะมีคนบอกว่า  ’ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทําเอง

Credit :  วัดอินทราม
ที่มา club.sanook.com/12994/9-วิธี-ทําดี-ทำง่ายๆ-เริ่ม/
84  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ใส่บาตร หรือ ตักบาตร.??? เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2014, 08:53:06 AM


ใส่บาตร หรือ ตักบาตร.?

ชาวพุทธอย่างเรา ก็แอบสงสัยว่าเวลาที่จะทำบุญ เราควรที่จะใช้ คำว่า “ใส่บาตร” หรือ “ตักบาตร” เพราะบางครั้งก็กลัวที่จะพูดออกไป แบบผิดๆ   ซึ่งเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ไขข้อสงสัย เรามีคำอธิบายมาฝากกันค่ะ

คำว่า ตักบาตร นั้น สามารถที่จะเรียกว่าใส่บาตรก็ได้ ในบางที่มีคนสงสัยว่าตกลงแล้วเรียกว่าตักบาตรหรือใส่บาตรกันแน่ – ก็ว่ากันว่า คำว่า ตักบาตร นั้น มาจากกิริยาอาการที่ใช้ทัพพีตักข้าวใส่บาตรพระ แต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบมากขึ้น ผู้คนจึงนำข้าวสารหรือของอื่นๆ ใส่ถุงหรือกล่อง เมื่อถึงเวลาตักบาตรจะได้สะดวกที่จะหยิบของใส่ได้ทันที คำว่า ใส่บาตร จึงถือว่าเป็นวิวัฒนาการทางภาษาเพื่อสอดคล้องกับยุคปัจจุบัน – สรุปว่าใช้ได้ทั้ง 2 อย่าง


 :25: :25: :25:

ตามปกติผู้คนจะถือว่า ของที่นำมาถวายพระจะต้องเป็นของที่ดีที่สุดเสมอ ดังนั้นผู้คนจะจัดเตรียมทานที่ดีที่สุดตามกำลังที่หาได้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อพิเศษเล็กน้อยเกี่ยวกับทานที่ให้ (ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล) เช่น ข้าวที่ถวายพระนั้นควรจะเป็นข้าวที่หุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ ยิ่งข้าวร้อนเท่าไหร่บุญกุศลจะยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น, ถวายน้ำตาลแก่พระเพื่อที่จะส่งผลให้ชีวิตคู่มีความหวานสดชื่นดั่งน้ำตาล เป็นต้น

นอกจากอาหารแล้ว ผู้ที่ตักบาตรสามารถนำของใช้ต่างๆ ที่พระสงฆ์จำเป็นแก่การดำรงชีพมาถวายพระได้ด้วย เช่น เครื่องเขียน, สบู่, ยาสีฟัน, แปรงสีฟัน, น้ำยาสระผม ซึ่งน้ำยาสระผมมีผู้คนไม่น้อยที่เข้าใจว่าพระสงฆ์ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ความจริงแล้วน้ำยาสระผมมีความจำเป็นต่อพระสงฆ์ในการทำความสะอาดหนังศีรษะ

ปกติแล้วทานที่ให้มักจะเป็นอาหาร แต่ในบางท้องที่รูปแบบทานที่ให้บางครั้งอาจเป็นทานในรูปแบบอื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทศกาลสำคัญด้วย เช่น ในวันออกพรรษาที่ จ. สระบุรี จะมีการตักบาตรดอกไม้ ผู้คนจะนำดอกไม้มาใส่บาตร หรือในเดือนยี่ที่ ต. หนองโน อ. เมืองสระบุรี จะมีพิธีตักบาตรข้าวหลามจี่ เป็นต้น

Credit : Wikipedia
ภาพประกอบจาก : www.Photos.com
ที่มา club.sanook.com/23771/ใส่บาตร-หรือ-ตักบาตร/ 
85  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ชาวพุทธอินเดีย ใส่บาตร วันอาสาฬหบูชาแน่น เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 08:36:27 PM


ชาวพุทธอินเดียใส่บาตรวันอาสาฬหบูชาแน่น

12 ก.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊กวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า  "เช้าวันนี้ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ คณะสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ๔๕ รูป ออกรับบิณฑบาตโปรดชาวเมืองกุสินารา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา มีชาวอินเดียท้องถิ่นและชาวไทยมาร่วมทำบุญกันจำนวนมาก และยังเป็นที่ตื่นตา ตื่นใจของชาวอินเดียท้องถิ่นจำนวนมากที่ได้พบเห็นพระสงฆ์เยอะๆ ออกมารับบิณฑบาตซึ่งเป็นการรักษาประเพณีที่ดีงาม วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗"



ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20140712/188074.html
86  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พระต่างถิ่น ทำเสื่อมเสีย หน้าวัดเบญจมบพิตรฯ เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 08:24:29 PM


พระต่างถิ่น ทำเสื่อมเสีย หน้าวัดเบญจมบพิตรฯ

พระวัดเบญจมบพิตรฉุนพระต่างถิ่นทำให้ภาพลักษณ์เสื่อมเสีย อาศัยหน้าวัดช่วงวันสำคัญทางศาสนารับบิณฑบาตแถมเรี่ยไรเงิน ถึงขนาดเหมามากันจากต่างจังหวัด ในขณะที่มารศาสนาก็ผสมโรงหากินกับศรัทธาของชาวพุทธ

วันนี้ (12 ก.ค.) พระครูพิทักษ์รัตนวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เจ้าคณะแขวงดุสิต และพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) เปิดเผยว่า ในช่วงวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา พบว่าบริเวณหน้าวัดด้านริมคลองเปรมประชากร ซึ่งจะเป็นจุดที่พระสงฆ์วัดเบญฯ ออกมารับบิณฑบาตจากญาติโยมเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ปรากฎว่าในช่วงวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา มีพระจากวัดใกล้เคียง รวมทั้งพระสงฆ์จากจังหวัดสุพรรณบุรี มากกว่า 50 รูป ได้มีการเหมารถกระบะ มาอาศัยพื้นที่ดังกล่าวบิณฑบาตด้วย

อีกทั้งยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วยการเรี่ยไรเงินจากผู้ที่มาตักบาตร บางครั้งเมื่อเห็นคนขับรถหรูเข้ามาก็จะวิ่งกรูกันเข้าไปรอรับบาตร เรี่ยไรเงิน สร้างความเข้าใจผิดให้แก่พุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ จึงอยากชี้แจงว่าพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่พระสงฆ์จากวัดเบญจมบพิตรฯ อีกทั้งบางคนยังไม่ใช่พระ แต่มาอาศัยผ้าเหลืองหากินในช่วงเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ทั้งยังสร้างความเสียหายให้แก่พระสงฆ์ในวัดเบญจมบพิตรฯด้วย ซึ่งช่วง 2 วันที่ผ่านมาตนเข้าไปตรวจสอบแล้ว และส่งพระที่มาจากวัดใกล้เคียงย่านนางเลิ้งกลับไปให้เจ้าอาวาสตักเตือน ส่วนกลุ่มที่ไม่ใช่พระได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุมตัวไปดำเนินคดีแล้ว


 :96: :96: :96:

พระครูพิทักษ์รัตนวงศ์ กล่าวต่อไปว่า ตนได้นำปัญหาดังกล่าวแจ้งไปยัง พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางเจ้าคณะกรุงเทพฯ ได้แนะนำว่า หากมาบิณฑบาตอย่างเดียว ให้ถือว่าพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวมาอาศัยบารมี แต่หากมีการเรี่ยไรเงินด้วยก็ให้ดำเนินการได้ทันที

     "ในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา บริเวณหน้าวัดเบญจมบพิตรฯ จะมีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมากกว่า 500 คน จึงเป็นช่องทางให้พวกที่มาอาศัยผ้าเหลืองหากิน ซึ่งที่ผ่านมาอาตมาในฐานะพระวินยาธิการที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ดังกล่าวก็มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปดำเนินคดีตลอด แต่ก็ทำได้แค่ปรับเงินแล้วปล่อยตัวไป
     เนื่องจากไม่มีเจ้าทุกข์ไปแจ้งความ จึงไม่สามารถดำเนินคดีฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ได้ เป็นเหตุให้คนกลุ่มนี้กลับมาใช้พื้นที่หน้าวัดเบญจมบพิตรฯหากินอยู่เสมอ" พระครูพิทักษ์รัตนวงศ์ กล่าวและว่า  สำหรับข้อสังเกตพระสงฆ์ของวัดเบญจมบพิตรฯ จะห่มจีวรสีเหลืองทอง และจะออกบิณฑบาตไม่เกินเวลา 07.30น. หากเป็นพระสงฆ์ที่ใช้จีวรสีอื่น หรือห่มจีวรไม่เรียบร้อย ทั้งยังมีการเรี่ยไรเงิน และมายืนบิณฑบาตเกินเวลา 07.30น. ยืนยันได้เลยว่าไม่ใช่พระสงฆ์ของวัดเบญจมบพิตรฯ แน่นอน

ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/251845/พระต่างถิ่นทำเสื่อมเสียหน้าวัดเบญจมบพิตรฯ
87  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / นักท่องเที่ยวร่วมชม ขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาคึกคัก เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 08:17:13 PM


นักท่องเที่ยวร่วมชมขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาคึกคัก

นักท่องเที่ยวทั้งไทย และเทศ ร่วมชมความสวยงาม ขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา ในหลายจังหวัดอย่างคึกคัก

ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/gallery/8474

บรรยากาศงานแห่เทียนเข้าพรรษา ที่ จ.สุพรรณบุรี

นางรำร่วมขบวนแห่ แต่งกายสวยงาม เต็มยศ


งานแห่เทียนโคราช อลังการชนะเลิศ


อิงกระแสฟุตบอลโลก กับเทียนแกะสลัก 'เนย์มาร์'


ไม่ต้องกลัวหิว ขบวนนี้พร้อมเสิร์ฟจ้า!!


วิจิตร ตระการตา กับขบวนแห่เทียน จ.อุบลราชธานี


นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป

ฟ้อนหน้าขบวน อย่างเป๊ะ!
88  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ‘หนองหาน’ เลื่องชื่อ! CNN เลือก อันดับ 2 ทะเลสาบแปลกสุดในโลก เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 08:00:27 PM


‘หนองหาน’ เลื่องชื่อ! CNN เลือก อันดับ 2 ทะเลสาบแปลกสุดในโลก

‘หนองหาน’ ของไทย...ดังกระหึ่ม.. ‘ซีเอ็นเอ็น’ เลือกเป็นอันดับ 2 ทะเลสาบที่แปลกสุดในโลก ด้วยความสวยงามของดอกบัวแดงนับหมื่นๆ ดอกที่จะบานสะพรั่งพร้อมกันเต็มบึง ขณะที่ อันดับ 1 คือ ทะเลสาบแมงกะพรุน ในประเทศปาเลา...

ความงามของดอกบัวแดง ที่ ‘หนองหาน’ ของไทยเลื่องชื่อ...เมื่อเว็บไซต์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ วันที่ 12 ก.ค. เลือก ‘หนองหาน’ ในประเทศไทย ติดอันดับ 2 ของทะเลสาบแปลกที่สุดในโลก ซึ่งไม่เหมือนกับทะเลสาบอื่นทั่วไป รองจากทะเลสาบแมงกะพรุน ในสาธารณรัฐปาเลา ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของฟิลิปปปินส์ โดยบรรยายถึงความงดงามของดอกบัวแดง ในทะเลสาบหนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี จนเลือกให้เป็นทะเลสาบแปลกสุดในโลกอันดับ 2 ว่าเป็นเพราะความงามของดอกบัวแดงหลายพันดอกหลายหมื่นดอก ที่จะเบ่งบานอยู่บนผิวน้ำที่ทะเลสาบหนองหาน เนื้อที่นับ 20,000 ไร่ โดยดอกบัวจะเริ่มผลิบานตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นประจำทุกปี หลังสิ้นสุดฤดูฝนเพียงไม่นาน และจะบานสะพรั่งในเดือนธันวาคม




สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ บอกว่า ชาวบ้านใกล้เคียงจะพายเรือไปชื่นชมความงามของดอกบัวแดงที่เป็นภาพสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ และเรียกกันว่า ‘ทะเลบัวแดง’ โดยภาพดอกบัวบานจะสวยที่สุดในช่วงเช้าก่อนเที่ยง เมื่อดอกบัวเริ่มผลิบานรับแสงแดดยามเช้า เผยให้เห็นกลีบสีชมพู (ไม่ใช่สีแดง ตามชื่อเรียก) พร้อมกับบอกด้วยว่า ทะเลสาบแห่งนี้ อยู่ในจังหวัดอุดรธานี ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือราว 350 กม. และดอกบัวจะบานถึงเดือน มี.ค.ของทุกปี


ทะเลสาบแมงกะพรุน ในสาธารณรัฐปาเลา ครองอันดับ 1

สำหรับทะเลสาบที่แปลกอันดับ 3 ของโลก จากการคัดเลือกโดยซีเอ็นเอ็น ได้แก่ ทะเลสาบลา เบรีย พิตช์ ในประเทศตรินิแดด, อันดับ 4 บึงเดือด หรือ Boiling Lake ในประเทศดอมินีกา ประเทศเกาะในทะเลแคริบเบียน, อันดับ 5 ทะเลสาบมานิควอกัน ประเทศแคนาดา, อันดับ 6 ทะเลสาบโคโลราโด ในโบลิเวีย, อันดับ 7 ทะเลสาบบนปากปล่องภูเขาไฟ เอรีบัสในทวีปแอนตาร์กติกา, อันดับ 8 ทะเลสาบฮิลเลียร์ ในออสเตรเลีย ส่วนทะเลสาบ เดด ซี ในจอร์แดน ซึ่งชาวโลกรู้จักกันดีอยู่ในอันดับ 15

‘บึงเดือด ’ ทะเลสาบในประเทศดอมินีกา ครองอันดับ 4

ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/435850
89  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เปลี่ยนเครื่องทรง พระแก้วมรกต เป็นฤดูฝน เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 07:18:02 PM


เปลี่ยนเครื่องทรง พระแก้วมรกต เป็นฤดูฝน

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จฯแทนพระองค์ทรง ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตฤดูร้อนเป็นฤดูฝน

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2557เวลา 15.30น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯ แทนพระองค์พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง





ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.posttoday.com/สังคม/พระราชสำนัก/306272/เปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตเป็นฤดูฝน
90  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / แท็กซี่ไทยติด อันดับ 8 รถแท็กซี่ดีที่สุดในโลก เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 01:19:19 PM


แท็กซี่ไทยติด อันดับ 8 รถแท็กซี่ดีที่สุดในโลก

การเดินทางในเมืองใหญ่ มีทางเลือกที่หลากหลายอย่างรถเมล์ รถไฟฟ้า ซึ่งบางเมืองอาจจะมี บางเมืองอาจจะไม่มี แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกๆเมืองมีนั่นก็คือ Taxi ซึ่งเป็นอีกทางเลือกของคนที่ต้องการความรวดเร็ว แลกกับค่าบริการที่แพงขึ้น

เว็บไซต์ Hotels.com เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานแสดงความคิดเห็นโหวตเมืองที่รถแท็กซี่ดีที่สุดในโลก และก็ได้ผลการจัดอันดับจากผู้คน 2,500 คนใน 30 ประเทศออกมา

 :49: :49: :49:

อันดับ 1 London
แท็กซี่แห่งเมืองหลวงอังกฤษ มีความปลอดภัย ขึ้นชื่อในเรื่องความสะอาด การบริการ ความเป็นมิตรของคนขับ และสามารถส่งถึงที่หมายได้สะดวกรวดเร็ว จึงคว้าใจผู้ใช้งานไปได้นั่นเอง


อันดับ 2 New York City
แท็กซี่ที่ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของมหานครนิวยอร์ก ถ้าใครมีโอกาสและเวลาว่าง (และเงินเหลือ) ลองโบกแท็กซี่บอกให้ขับวนรอบเมือง ก็ได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

อันดับ 3 Tokyo
ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงมากที่สุดของโลก แต่แท็กซี่ในกรุงโตเกียวก็ดูคุ้มค่า ด้วยการบริการที่ดีแบบคนญี่ปุ่น ขับรถนิ่ม มีความปลอดภัยอย่างสูง และที่สำคัญคนขับจะบริการด้วยใจ ไม่รับทิปนะจ๊ะ


อันดับ 4 Berlin
เหล่าผู้ใช้งานโหวตให้แท็กซี่ในเมืองนี้ได้คะแนนสูง โดยประทับใจความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามสไตล์คนเยอรมัน ของแท็กซี่สนามบิน Berlin’s Tegel และ Otto Lilienthal Airport เลยเป็นภาพที่น่ารักมาก


อันดับ 5 Mexico City และMadrid, Amsterdam
รถแท็กซี่เต่าในเมืองหลวงของเม็กซิโก มีหน้าตาน่ารักน่านั่ง ขณะที่ในเมืองหลวงของสเปน มีเอกลักษณ์ด้วยแถบสีแดงสดใสให้ผู้โดยสารจำง่าย ส่วนของทางเนเธอร์แลนด์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากการปั่นจักรยานและล่องเรือตามลำคลอง ซึ่งช่วยให้คนที่เร่งรีบไปถึงได้ทันเวลา


 :49: :49: :49:

ส่วนแท็กซี่ของพี่ไทยเรา เมือง Bangkok ก็ติดการจัดอันดับเหมือนกันในอันดับ 8 ซึ่งผู้คนที่ใช้งานต่างถูกใจในความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป และการบริการของแท็กซี่ไทยที่ดูเป็นมิตร




ขอบคุณข่าวจาก
ch3.sanook.com/25207/จอโลกเศรษฐกิจ-เที่ยง-กส
91  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อย่าลืมขอบใจคนในลิฟท์! แพทย์อังกฤษเผย “ดมกลิ่นตด” ลดความเสี่ยง “มะเร็ง” เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 01:08:23 PM


อย่าลืมขอบใจคนในลิฟท์! แพทย์อังกฤษเผย “ดมกลิ่นตด” ลดความเสี่ยง “มะเร็ง”

เอเจนซีส์ – หลังจากที่แพทย์ผิวหนังแนะนำว่าผมทรงหัวเห็ดแบบ “จัสติน บีเบอร์” ช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กจะป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอ็กซ์เตอร์ ประเทศอังกฤษ ก็เผยงานวิจัยที่พบว่า การ “ดมกลิ่นตด” อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งและอีกหลายๆ โรค! เอากะเค้าสิ...
       
       ดร. มาร์ก วูด เอ่ยถึงผลการศึกษาของเขาในเอกสารของมหาวิทยาลัยว่า “แม้ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเกิดจากกระบวนการย่อยอาหารของแบคทีเรียจะมีกลิ่นเหม็นรุนแรงเหมือนไข่เน่าหรือแก๊สในกระเพาะอาหาร แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายของเรา และอาจจะเป็นกุญแจไขปัญหาสุขภาพที่นำไปสู่การบำบัดรักษาโรคได้หลายชนิด”


        :96: :96: :96:

       แม้การสูดดมแก๊สที่เหม็นระเบิดระเบ้อนี้ในปริมาณมากเกินไปอาจเป็นพิษ แต่นักวิจัยดูเหมือนจะเชื่อว่า กลิ่นตดที่ลอยจางๆ เข้าจมูกอาจช่วยลดความเสี่ยงทั้งโรคมะเร็ง, โรคหลอดเลือดในสมองตีบ, โรคหัวใจ, โรคไขข้อ หรือแม้กระทั่งโรคสมองเสื่อม โดยมีผลในการปกป้องไมโตคอนเดรีย (mitochondria) พวกเขาถึงขนาดสร้างสารประกอบขึ้นมาเพื่อเลียนแบบผลในการรักษาโรคของเจ้าก๊าซชนิดนี้
       
       “เราได้ศึกษากระบวนการทางธรรมชาติ และสามารถผลิตสารประกอบที่เรียกว่า AP39 ซึ่งจะส่งก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์อย่างอ่อนๆ ไปยังไมโตคอนเดรียโดยเฉพาะ” ศาสตราจารย์ แม็ตต์ ไวท์แมน ซึ่งมีส่วนในงานวิจัยชิ้นนี้ ระบุ


        :s_hi: :s_hi: :s_hi:

       ผลการศึกษาชิ้นนี้จะถูกเผยแพร่ในวารสาร Medicinal Chemistry Communications
       
       หากเป็นอย่างว่า เราคงต้องขอบคุณใครบางคนที่แอบปล่อยตดในลิฟท์ แม้จะทำให้บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ มาคุสิ้นดี แต่กลิ่นของเขาอาจกำลังช่วยชีวิตคุณอยู่ก็ได้ (มั้งนะ)





ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000078663
92  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ปชช. นักท่องเที่ยวชาวไทย-เทศ แห่ชมขบวนเทียนพรรษาโคราช (ชมภาพ) เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 01:01:24 PM


ปชช. นักท่องเที่ยวชาวไทย-เทศ แห่ชมขบวนเทียนพรรษาโคราช

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศแห่ชมความงามต้นเทียนโคราชแน่นลานย่าโม ก่อนเริ่มแห่ขบวน ขณะต้นเทียนซูเปอร์ฮีโร่ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส นักฟุตบอล และถ้วยบอลโลกยักษ์ ได้รับความสนใจมากสุด เช่นเดียวกับเทียนล้อเลียนคนดัง
       
       ผู้สื่อข่าวรายง่านว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ (11 ก.ค.) เป็นต้นมา ที่บริเวณถนนรอบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา ประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสนใจเดินทางมาชมความงดงามวิจิตรตระการตาของขบวนต้นเทียนที่ช่างเทียนคุ้มวัดต่างๆ ทั้ง 32 อำเภอของ จ.นครราชสีมา ประดิษฐ์ตกแต่งขึ้นเพื่อส่งเข้าร่วมการประกวดในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประจำปี 2557 ภายใต้ชื่อ “เสริมบุญ สร้างบารมี แห่เทียนโคราช” ที่เทศบาลนครนครราชสีมา จัดขึ้น ซึ่งวันนี้ (12 ก.ค.) จะเริ่มแห่ขบวนต้นเทียนอย่างยิ่งใหญ่ไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อให้นักท่องเที่ยว และประชาชนได้ชมความสวยงาม และเพื่อสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา ที่สืบทอดกันมายาวนาน


        :25: :25: :25:

       โดยขบวนต้นเทียนที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยวถ่ายภาพมากที่สุด คือ ขบวนเทียนของวัดเดิม อ.พิมาย ซึ่งมีต้นเทียนหุ้นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ซูเปอร์ฮีโร่ ผู้พิทักษ์โลก ตั้งอยู่ด้านหน้าขบวนต้นเทียนขนาดใหญ่ที่ประดิษฐ์ตกแต่งได้อย่างงดงามตระการตา
       
       เช่นเดียวกับขบวนต้นเทียนจากวัดหนองบัวรอง อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งมีต้นเทียนนักฟุตบอลชื่อดัง และมาสคอตการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รวมถึงถ้วยรางวัลการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือ ถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพขนาดใหญ่ ร่วมอยู่ด้วย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นต่างแย่งกันเข้ามาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

       

       ขณะที่ต้นเทียนล้อเลียนคนดัง จัดทำโดยเทศบาลนครนครราชสีมาก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งถูกจัดแสดงไว้ภายในงาน มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะไปถ่ายภาพร่วมกับเทียนล้อคนดัง เช่น แก๊ง สามช่า และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง
       
       สำหรับงานแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดนครราชสีมา กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ก.ค.นี้ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยภายในงานมีการประกวดขบวนเทียนพรรษา กิจกรรมร่วมทำบุญต่างๆ และการแสดงบนเวที การออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และการจัดแสดงแสงเสียง ต้นเทียนที่ชนะการประกวด และในเวลา 08.30 น.วันนี้ (12 ก.ค.) จะมีแห่ขบวนเทียนพรรษาไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาอย่างยิ่งใหญ่










ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000078593
93  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พุทธศาสนิกชนเวียนเทียน ณ ลานองค์พระประธานพุทธมณฑล เนื่องในวันอาสาฬหบูชา (ชมภาพ) เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 12:48:41 PM
พุทธศาสนิกชนเวียนเทียน ณ ลานองค์พระประธานพุทธมณฑล เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

พุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมเวียนเทียน ณ บริเวณลานองค์พระประธานพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2557

ขอบคุณภาพจาก http://www.thairath.co.th/gallery/8472


พุทธศาสนิกชนทุกเพศทุกวัย มายังลานองค์พระประธานพุทธมณฑลแห่งนี้
เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันในการทำบุญ

อีกมุมหนึ่งบริเวณลานองค์พระประธานพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
หลายครอบครัวจูงลูกหลานมาร่วมเวียนเทียน


เริ่มพลบค่ำ เห็นพระจันทร์เต็มดวง ณ ลานองค์พระประธานพุทธมณฑล ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน


พุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศร่วมเวียนเทียน บริเวณพุทธมณฑล  เนื่องในวันอาสาฬหบูชา


ดูเหมือนเมฆจะตั้งเค้าเกิดฝนตก แต่ไม่เป็นอุปสรรค พุทธศาสนิกชนต่างพาลูกหลานมาเวียนเทียน

อธิษฐานขอให้มีสิ่งดีๆในชีวิตกับครอบครัวและตนเอง ในโอกาสร่วมทำบุญ เวียนเทียน
94  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / นักท่องเที่ยว แห่ชมเทียนพรรษาเมืองอุบลฯ สุดตระการตา เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2014, 12:38:41 PM



นักท่องเที่ยว แห่ชมเทียนพรรษาเมืองอุบลฯ สุดตระการตา

นักท่องเที่ยวแห่ชมเทียนพรรษา จากคุ้มวัดต่างๆทั้งประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก นำมาตั้งแสดงโชว์บริเวณถนนรอบทุ่งศรีเมือง ในอ.เมือง จ.อุบลราชธานี ก่อนจะมีขบวนแห่ในเช้าวันที่ 12 ก.ค.นี้...

สุดอลังการเทียนพรรษา อันเลี่ยงลือของ จ.อุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ถือเป็นวันแรกในการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี ประจำปี 2557 ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง อำเภอเมือง เพื่อสืบทอดเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนา และเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยจะจัดถึงวันที่ 14 ก.ค.นี้ ซึ่งในช่วงค่ำคืนวันนี้ ( 11 ก.ค.) ได้มีบรรดานักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวชมความสวยงานของขบวนเทียนพรรษา จากคุ้มวัดต่างๆทั้งประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก ซึ่งนำมาตั้งแสดงโชว์บริเวณถนนรอบทุ่งศรีเมือง ก่อนจะมีขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาในเช้าวันพรุ่งนี้( 12 ก.ค)


ตระหง่านอย่างสง่างามและสวยงามกลางทุ่งศรีเมือง สำหรับเทียนพรรษาสีสดใส

ปราณีตทั้งงานแกะสลัก งานพิมพ์ ของขบวนแห่พรรษาสุดอลังการของ จ.อุบลราชธานี

นักท่องเที่ยวต่างทึ่งในความสวยงาม ต่างถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

หนึ่งในขบวนแห่เทียนพรรษา สืบสานประเพณีทางพุทธศาสนา

ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ฝีมือล้วนๆจากคุ้มวัดต่างๆที่เข้าร่วม


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/435735
95  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อยุธยา แห่เทียนพรรษาทางน้ำ สืบประเพณีวัฒนธรรมคึกคัก (ชมภาพ) เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 10:11:16 PM


อยุธยา แห่เทียนพรรษาทางน้ำ สืบประเพณีวัฒนธรรมคึกคัก

พระนครศรีอยุธยา - จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม “แห่เทียนพรรษาทางน้ำ” คลองลาดชะโด อำเภอผักไห่ เพื่อสืบประเพณีวัฒนธรรมคึกคัก นักท่องเที่ยวเข้าชมนับพันคน
       
วันนี้ (11 ก.ค.) นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธี “แห่เทียนพรรษาทางน้ำ” นายนัทธี บ่อสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ พร้อมหัวหน้าหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนทั่วไปนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 1,000 คน เข้าร่วมที่คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

       


นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครสรีอยุธยา กล่าวว่า การจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยวันเข้าพรรษา และส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
       
โดยในปีนี้มีเรือของประชาชนและพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 142 ลำ เข้าร่วมพิธีแห่เทียนจำนำพรรษา พร้อมตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อเข้าร่วมประกวด โดยเรือทุกลำจะล่องไปตามคลองลาดชะโด มุ่งหน้าไปสู่ตลาดลาดชะโด ระยะทาง 10 กิโลเมตร และจะได้ชมความสวยงามของหมู่บ้าน และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวกรุงเก่าตลอดสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเทียนดังกล่าวจะได้นำไปถวายวัดลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และวัดใกล้เคียง เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาได้ใช้ประโยชน์ตลอดระยะเวลา 3 เดือน





ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000078540
96  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ขนลุก.!! วิญญาณโผล่ต้นตะเคียนทอง (ชมคลิป) เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:55:34 PM


ขนลุก.!! วิญญาณโผล่ต้นตะเคียนทอง (ชมคลิป)

สว.ตม.เชียงแสน ใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพติดเงาหรือร่างสาว ลอยออกมาจากต้นตะเคียนทองของวัดอุตรดิตถ์ เจ้าตัวถึงกับขนลุกซู่ ยันไม่ได้แต่งภาพแน่ เชื่อเป็นอภินิหารเจ้าแม่ตะเคียนทอง

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จ.เชียงราย ถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือแล้วติดภาพวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียนทองได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบกระทั่งพบ พ.ต.ต.จีรศักดิ์ ไล้ทองคำ สว.ตม.เชียงแสน ผู้ที่ถ่ายภาพเฮี้ยนไว้ได้ พร้อมกับโชว์ให้ดูภาพที่ล้างแล้วเรียบร้อยรวม 2 ใบ ก่อนจะเผยที่มาที่ไปว่า เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว ตนไปทำบุญที่วัดไร่อ้อย ต.ไร่อ้อย อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เพื่อร่วมสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม




ซึ่งภายในศาลาของวัดมีต้นตะเคียนทอง 3 - 4 ต้น ที่ชาวบ้านไปพบมาก่อนหน้านี้และนำมาถวายวัดไว้ตั้งอยู่ เพื่อให้ญาติดยมมากราบไหว้บูชา โดยตนก็จุดธูปเทียนกราบไหว้ด้วยเช่นกันก่อนจะถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก 2 ครั้ง จากนั้นก็เดินทางกลับและไม่ได้เอะใจดูภาพจากโทรศัพท์ แต่ปรากฎว่าวันนี้ตนมีความจำเป็นต้องล้างภาพในโทรศัพท์ภาพอื่นเพื่อมาใช้ในการทำงาน จึงเอาโทรศัพท์ไปที่ร้านและให้ล้างออกมาทั้งหมดเลย

ซึ่งทันทีที่เห็นก็ต้องตกใจเมื่อภาพที่ถ่ายต้นตะเคียนทองใบแรกเป็นปกติ แต่ใบที่สองกลับมีเงาหรือร่างคล้ายวิญญาณสาวลอยขึ้นมาจากต้นตะเคียนทอง ทำให้ตนถึงกับขนลุกซู่ เพราะไม่เคยเจอมาก่อน ตอนถ่ายก็ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น ไม่มีการตกแต่งรูปภาพด้วยแน่ เนื่องจากตนถ่ายมาเองกับมือจึงรู้ดี เชื่อว่าเป็นอภินิหารของเจ้าแม่ตะเคียนทองที่แสดงออกมาให้ผู้ที่ศรัทธาได้พบเห็น.






ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/251658/ขนลุกวิญญาณโผล่ต้นตะเคียนทอง(ชมคลิป)
97  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / เคล็ด(ไม่)ลับ ในการเลือกซื้อแท็บเล็ต แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานของเรา เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:48:13 PM


เคล็ด(ไม่)ลับ ในการเลือกซื้อแท็บเล็ต แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานของเรา

ปัญหาการเลือกซื้อ แท็บเล็ต (Tablet) ก็เหมือนกับการเลือกซื้อ โทรศัพท์มือถือ ครับ เพราะจะเกิดคำถามเดียวกันว่า ควรจะซื้อรุ่นไหนมาใช้งานดี ถึงจะคุ้มค่ามากที่สุด

ซึ่งปัจจุบัน มีแท็บเล็ตออกมาให้เลือกซื้อกันอย่างมากมาย ด้วยสเปค และราคาที่ต่างกันไป อีกทั้ง ยังมีให้เลือกถึง 3 ระบบปฏิบัติการด้วยกัน ได้แก่ iOS อย่าง iPad, Android และ Windows Phone มาดูกันครับว่า หลักในการเลือกซื้อ แท็บเล็ต มีปัจจัยอะไรบ้าง



ซื้อแท็บเล็ตไปเพื่ออะไร?

แม้ว่าปัจจุบัน กระแสของแท็บเล็ต จะเริ่มเข้ามาแทนที่ โน้ตบุ๊ค หรือ แล็ปท็อป กันบ้างแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับครับว่า ในบางครั้ง แท็บเล็ต ยังไม่สามารถแทนที่ โน้ตบุ๊ค ได้ 100% แม้ว่า แท็บเล็ต จะสามารถพกพาได้อย่างคล่องตัวกว่า แต่ถ้าพูดในแง่ของการใช้งานจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องของงานเอกสาร การทำผ่าน โน้ตบุ๊ค น่าจะสะดวกกว่ามาก เพราะมีฟังก์ชันให้ใช้งานมากกว่า แต่ถ้าหากพูดในแง่ของ Media Consumption หรือการใช้งานเพื่อความบันเทิง เช่น อ่านเว็บไซต์, เล่นเกม, ดูหนัง, ฟังเพลง ถือว่า ในจุดนี้ แท็บเล็ต ตอบโจทย์ได้มากทีเดียว บวกกับคุณสมบัติในการพกพาได้ง่ายแล้ว น่าจะทำให้เป็นจุดที่ตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากขึ้น

อย่างไรก็ดี หลายๆ ท่านซื้อ แท็บเล็ต เพราะตามกระแส ไม่สนใจว่า สเปคเป็นอย่างไร ขอแค่มี และราคาถูก สุดท้าย ก็กลายเป็นที่ทับกระดาษดีๆ เนื่องจากใช้งานไม่คุ้มเท่าที่ควร ฉะนั้น ควรจะต้องตอบคำถามตัวเองก่อนว่า อยากได้ แท็บเล็ต ไปใช้งานด้านไหนกันแน่


 :sign0144: :sign0144: :sign0144:

เลือกระบบปฏิบัติการที่ถูกใจ

คงจะเคยได้ยินกันมาบ้างใช่หรือไม่ครับว่า iOS เสถียรกว่า Android หรือ Android ดีกว่า iOS จริงๆ แล้ว ระบบปฏิบัติการใด จะดีที่สุด อยู่ที่ตัวผู้ใช้งานเป็นหลักมากกว่า หลายๆ ท่านที่เลือก iOS ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ มีแอปพลิเคชันให้เลือกใช้มากมาย ส่วนท่านที่เลือก Android เพราะชอบการปรับแต่ง มี Widget ให้เลือกใช้ หรือจะเป็น Windows 8 ที่เน้นใช้งานเอกสารพวก Office จะสะดวกกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่มีระบบปฏิบัติการไหนดีที่สุด อยู่ที่ตัวผู้ซื้อเองว่า ชอบอะไรครับ


ขนาดหน้าจอ และความจุในตัวเครื่อง

ปัจจุบัน แท็บเล็ต มีขนาดหน้าจอให้เลือกตั้งแต่ 7-11 นิ้ว ยิ่งเลือกหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น แม้จะได้พื้นที่ในการใช้งานมากขึ้นก็จริง แต่ก็แลกมาด้วยน้ำหนักที่มากขึ้นกว่ารุ่นหน้าจอเล็ก และทำให้การพกพาลำบากขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งวิธีการเลือกซื้อว่า ขนาดหน้าจอเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของเรา ง่ายๆ ครับ แค่ไปทดลองเล่นด้วยตัวเอง ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายต่างๆ เพื่อให้เบื้องต้น สามารถรับรู้ได้ว่า เมื่อหยิบจับมาแล้ว รู้สึกอย่างไร

ส่วนอีกเรื่องที่ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญต่อการเลือกซื้อ แท็บเล็ต ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ ความจุในตัวเครื่อง ปัจจุบัน แท็บเล็ต มีให้เลือกตั้งแต่ 8 GB ไปจนถึง 128 GB ซึ่งบางรุ่น สามารถใส่หน่วยความจำภายนอกแบบ microSD card ได้ด้วย ฉะนั้น ผู้ใช้งานจะต้องรู้ใจตัวเองก่อนว่า เป็นคนที่ใช้งานในระดับไหน ชอบลงแอปพลิเคชันเยอะ ลงเกมเยอะๆ มีรูปเยอะ ดูหนัง ฟังเพลง ก็จัดไปเลย 32 GB หรือ 64 GB แต่ถ้าหากเล่นแบบ แอปฯ นิดๆ เกมหน่อยๆ แค่ 16 GB ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่สำหรับ Android tablet บางรุ่น ที่เพิ่ม microSD card ได้ ให้ซื้อรุ่นความจุ 16 GB เนื่องจากราคาถูกกว่า แต่ซื้อ microSD card มาใส่เพิ่มทีหลัง จะช่วยประหยัดเงินไปได้มาก แต่สำหรับ iPad จะต้องเลือกให้เหมาะสมตั้งแต่แรก เพราะไม่สามารถเพิ่ม microSD card ได้ครับ



ซื้อแค่รุ่นรองรับ Wi-Fi หรือรองรับ 3G ดี?

แท็บเล็ตที่รองรับได้ทั้ง Wi-Fi และ 3G ในตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องพกพา แท็บเล็ต ไปใช้งานนอกบ้านอยู่เป็นประจำ แต่ถ้าหากเล่น แท็บเล็ต เฉพาะในบ้าน การเลือกซื้อ แท็บเล็ต ที่รองรับ Wi-Fi เพียงอย่างเดียว น่าจะตอบโจทย์มากกว่า อีกทั้งราคายังถูกกว่ารุ่นที่รองรับทั้ง Wi-Fi + 3G อีกด้วย

และข้างต้นนี้ คือปัจจัยหลักๆ สำหรับการเลือกซื้อ แท็บเล็ต มาใช้งานสักรุ่น ซึ่งประเด็นสำคัญในการเลือกซื้อ อยู่ที่ผู้ใช้เป็นหลักครับว่า ต้องการแท็บเล็ตมาใช้งานประเภทใด รวมไปถึงงบประมาณในกระเป๋าด้วย รุ่นที่สเปคแรง ย่อมมีราคาที่แพงเป็นธรรมดา แต่ในบางครั้ง เราอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้แท็บเล็ตสเปคแรงเสมอไปก็ได้ครับ


สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
hitech.sanook.com/1390233/เคล็ด-ไม่-ลับ-ในการเลือกซื้อแท็บเล็ต-แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานข/
98  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / มนุษย์เงินเดือน ต้องเลือกสมาร์ทโฟน ให้คุ้มค่า เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:40:18 PM



มนุษย์เงินเดือน ต้องเลือกสมาร์ทโฟน ให้คุ้มค่า

ใครกล้ายกมือแล้วบอกผมได้บ้างว่าเงินมันไม่สำคัญ จริงอยู่ครับที่เงินมันซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แต่เกือบทุกอย่างที่ผมต้องการซื้อมันต้องใช้เงิน เป็นที่รู้กันดีว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ต้องบริหารการเงินกันแบบเดือนชนเดือน เพราะค่าใช้จ่ายในปัจจุปันไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทางก็แพงขึ้นทุกๆ วันไม่สอดคล้องกับเงินเดือนของเราที่ยังอยู่กับที่

แถมถ้าคนไหนมีภาระอื่นๆ เพิ่มเติ่มอย่างค่าบ้าน ค่ารถ ฯลฯ ยิ่งต้องหมุนเงินกันให้วุ่นวาย การที่จะซื้อ Gadget หรือมือถือสักชิ้นหนึ่งเราๆ ท่านๆ ก็ต้องคำนวนค่าใช้จ่ายกันมากมายเลยทีเดียว แล้วเราจะทำอย่างไรให้ได้สมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเงินของเรามากที่สุดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากสามารถทำได้ดังนี้


 :s_hi: :s_hi: :s_hi:

ไม่ตามเทรนมากเกินไป

ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนก็เหมือนสินค้าแฟชั่นชิ้นหนึ่งที่ทุกคนอยากได้รุ่นยอดฮิตเพื่อเอาไปอวดกับเพื่อนๆ ถ้าใครมีเงินพอก็สามารถซื้อได้แบบไม่ลำบาแต่อย่างไร ส่วนคนที่มีเงินเดือนจำกัด เช่น เงินเดือนหมื่นห้าแล้วไปซื้อเครื่องละสองหมื่นกว่าจะทำให้เราใช้เงินเกินความจำเป็นแล้วก็จะเสียระบบการใช้เงินแต่ละเดือน

กลายเป็นซื้อกันระบบเงินผ่อนแบบที่เห็นกันโดยทั่วไป ไม่ว่าจะแม่บ้าน เด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ก็ซื้อมือถือราคาเกินตัวกันทั้งนั้นทั้งๆที่บางครั้งถ้าซื้อมือถือไม่กี่พันบาทก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกัน บางทีอาจบางฟังก์ชั่นจะสามารถใช้งานบางฟังก์ชั่นได้เหนือกว่ามือถือสองหมื่นเสียด้วยซ้ำ


 :49: :49: :49:

เลือกสเปกให้เหมาะกับความต้องการ

ความสามารถของสมาร์ทโฟนนั้นส่วนใหญ่ยังเพิ่มไปตามราคาของเครื่องแต่สมาร์ทโฟนบางอย่างก็มีจุดขายชัดเจน เช่น บางรุ่นที่จับกลุ่มตลาดวัยรุ่นที่รักสวยรักงาม ก็ควรใช้ตัวที่เน้นใช้งานกล้องหน้าซึ่งเดี๋ยวนี้ถ้ากล้องหน้าดีดีนี่ไม่จำเป็นต้องพึ่งแอพใดๆเลยด้วยซ้ำ หรือตัวที่เน้นฟังเพลงสำหรับวัยร็อคหรือชอบผู้ที่ชื่นชอบดนตรี

ก็จะมีมือถือที่ทำขึ้นมาเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ แม้กระทั่งกลุ่มคนที่มีการใช้งานหลายๆเบอร์ ก็มีมือถือแบบ2 ซิมมารับรองให้แล้วเป็นต้น ซึ่งสมาร์ทโฟนที่เน้นเป็นเรื่องๆ นั้นความสามารถในเรื่องที่เน้นจะโดดเด่นไม่แพ้สมาร์ทโฟนตัวท็อปแม้แต่น้อยๆ แต่ราคาเครื่องนั้นจะถูกกว่าสมาร์ทโฟนตัวท็อปเป็นไหนๆ เรียกว่าจะให้เราสามารถซื้อเครื่องราคาประหยัดแต่ความสามารถยังสุดยอดอยู่ได้


 :96: :96: :96:

เลือกสมาร์ทโฟนที่สามารถต่อยอดได้

เพราะสมาร์ทโฟนไม่ได้ใช้แค่โทรออกรับสาย หรือให้ความบันเทิงเท่านั้นแต่หากประยุกต์ไห้ดีสมาร์ทโฟนจะเป็นเครื่องมือทำงานชึ้นหนึงของเราด้วยไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมจัดการเอกสารในเครื่อง กล้องถ่ายภาพที่สามารถถ่ายงานทั่วๆไปหรือรุ่นไหนที่มีกล้องเทพก็สามารถนำไปใช้กับงานเฉพาะด้านอย่างที่สามารถใช้ Super Zoom ของ OPPO Find 7 ถ่าพภาพแล้วเก็บรายละเอียดเครื่องประดับ, งานโมเดล หรือจะโหลดแอพ เช่น เล่นหุ้น เขียนเว็บ เพื่อหารายได้เสริมอีกช่องทางก็ย่อมได้

แต่บางครั้งสมาร์ทโฟนที่ราคาถูกขนเกินไปก็ไม่สามารถตอบสนองการใช้งานเหล่านี้ได้ครบ เช่น กล้องอาจจะไม่ชัด, เครื่องเน็ตช้า, หน่วยความจำไม่พอเก็บไฟล์งาน เพราะฉะนั้นสมาร์ทโฟนที่เราเลือกควรมีสเปกที่ยอดเยี่ยมในระดับหนึ่งมิเช่นนั้นสมาร์ทโฟนที่ซื้อมาจะไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ จนต้องไปซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นมาใช้ให้เปลืองเงินๆ หลายๆ รอบ

สมาร์ทโฟนถือเป็นปัจจัยสำคัญข้อหนึ่งของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ต้องเลือกสมาร์ทโฟนให้เหมาะสมกับความต้องการของเรา ไม่ใช้มัวตามแฟนชั่นซื้อเครื่องราคาแพงมาแล้วต้องคอยมาหมุนเงินใช้หนี้ให้เครียด หรือตระหนี่ซื้อเครื่องถูกๆ แต่มาถึงก็ใช้ไม่ได้ต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่อีก เพราะฉะนั้นเราต้องดูความต้องกันใช้งานและกำลังทรัพย์ของเรา เพื่อซื้อสมาร์ทโฟนที่เราจะได้ใช้มัน อย่างมีความสุข

ขอบคุณภาพข่าวจาก
hitech.sanook.com/1390229/มนุษย์เงินเดือนต้องเลือกสมาร์ทโฟนให้คุ้มค่า/
99  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / ระทึก.! Samsung Galaxy S Duos 2 ตัวโชว์หน้าร้าน ระเบิดในไทย เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:35:18 PM


ระทึก ! Samsung Galaxy S Duos 2 ตัวโชว์หน้าร้าน ระเบิดในไทย

เมื่อคืนวานนี้ (6 กรกฎาคม 2557) ยูสเซอร์ “โจโจ้กิ๊กก๊อก” ได้โพสต์ภาพในเว็บไซต์ Pantip เป็นเศษซากสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S Duos 2 รุ่น Demo หรือตัวโชว์หน้าร้านหลังเกิดระเบิดขึ้น ณ สถานที่แห่งหนึ่งในไทย

ในข้อมูลเบื้องต้น ยูสเซอร์ “โจโจ้กิ๊กก๊อก” ระบุว่า เครื่อง s dous 2 demo โชว์หน้าร้าน แบตระเบิดกลางโต๊ะโชว์ โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร ซึ่ง ตามภาพที่ปรากฎยังมีเศษซากที่มีไฟลุกไหม้อยู่ โดยขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ และยังไม่มีการออกมาชี้แจงใดๆจาก Samsung



ทั้งนี้ Samsung Galaxy S Duos 2 รุ่น Demo เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งการระเบิดจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นับเป็นสิ่งที่เราต้องติดตามว่าเกิดขึ้น เนื่องจากสาเหตุใดกันแน่


ที่มา Pantip
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
hitech.sanook.com/1390109/ระทึก-samsung-galaxy-s-duos-2-ตัวโชว์หน้าร้าน-ระเบิดในไทย/
100  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ตำนานลึกลับ ผีจ้างหนัง เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:29:55 PM



ตำนานลึกลับ ผีจ้างหนัง

คำชะโนด คือป่าที่เต็มไปด้วยเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องลี้ลับ เรื่องอาถรรพ์ และมันคือป่าที่มีตำนาน ที่ชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชาวลาวให้ความนับถือ เพราะเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองนาคินทร์ และวังพญานาค ต้นตำนานแม่น้ำโขง เป็นป่าที่มีความน่าสนใจในแง่พฤกษศาสตร์ ที่โลกต้องทึ่ง!!! กับต้นคำชะโนดที่มีอายุนับหลายร้อยปี และมีอยู่ที่เดียว ณ ป่าคำชะโนด แห่งนี้แห่งเดียวเท่านั้น

ป่าคำชะโนด แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 20 ไร่ ณ ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ป่าคำชะโนด ที่ตั้งตามลักษณะภูมิประเทศ เนื่องจากบริเวณนั้นมีต้นชะโนด (อยู่ในตระกูลเดียวกับปาล์ม คล้ายๆ ต้นตาล ต้นหมาก หรือไม่ก็ต้นมะพร้าว แต่สูงกว่า) ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทิวชะโนดสูงเด่นเป็นสง่า ปี 2520 เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านได้ทำการสำรวจจำนวนต้นชะโนดในป่าแห่งนี้ มีอยู่ราว 2,000 กว่าต้น จนมาถึงปี 2544 ชาวบ้านสำรวจอีกครั้งพบว่าต้นชะโนดลดลงเหลือเพียง 1,865 ต้น ถึงกระนั้นที่นี่ยังคงความเย็นชื้นและให้บรรยากาศวังเวงเหมือนเดิม แต่ที่น่าแปลกใจคือ หากพ้นจากดงชะโนดแห่งนี้ไป ห่างกันแค่ไม่ถึง 300 เมตร ก็ไม่มีต้นชะโนดปรากฏให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว นี่เองจึงทำให้ผืนดินราว 20 ไร่ ถูกตั้งฉายาให้เป็นป่าแห่งชะโนดขนานแท้ และมีเรื่องเล่าต่างๆ นามาแต่โบราณ


 :29: :29: :29:

“เคยมีคนคิดเอาต้นชะโนดไปปลูกที่อื่นนะ แต่ไม่นานก็ต้องเอากลับมาคืนที่เดิม เพราะชีวิตการงานไม่ก้าวหน้า ชีวิตครอบครัวมีแต่ความเดือดร้อน ขนาดว่าแค่เอาเมล็ด หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นใบแห้งๆ ออกจากป่า สุดท้ายต้องเอามาคืนกันหมด” ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด กล่าว นี่ก็เป็นเรื่องเล่าของป่าอาถรรพ์แห่งนี้

ป่าอาถรรพ์แห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่เลื่องชื่อเรื่องของความน่ากลัวชั่วข้ามคืน เพราะเรื่องเล่า “ผีจ้างหนังที่คำชะโนด” (คนอีสานเรียก ผีบังบด หรือเมืองลับแล ไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป นอกเสียจากว่าจะมีอะไรดลใจให้เห็น) มีเรื่องเล่าว่าโดยเมื่อปี พ.ศ.2532 ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทหนังเร่ดังกล่าว ได้เล่าว่า ตนเองถูกว่าจ้างจากใครคนหนึ่งให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่งานวัด ที่หมู่บ้านวังทอง แถวป่าคำชะโนด ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท แต่มีข้อแม้คือ ต้องฉายจบแค่ตี 4 ของวันใหม่ และให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง โดยห้ามหันหลังกลับมามอง…

 :49: :49: :49:

หลังจากที่วางเงินมัดจำเสร็จ เจ้าของหนังก็จัดแจงเตรียมของอุปกรณ์สัมภาระ ฟิล์มหนังที่จะนำไปฉาย ไปกับลูกน้องอีก 4 รวมเป็น 5 คน โดยขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อมีหลังคา ออกจากตัวจังหวัดบ่ายแก่ ๆ ขับรถเข้าไปแถวป่าคำชะโนดก็เริ่มมืด ยิ่งขับไปทางเส้นทางตามที่ผู้ว่าจ้างบอกก็ไม่เห็นว่าจะเจอหมู่บ้านหรือคนที่จะมารับ จึงนึกว่าหลงกัน ระหว่างจอดรถว่าจะย้อนกลับไปดีหรือไม่ ก็มีผู้หญิง 2 คนใส่ชุดดำมาร้องเรียกว่าจะนำไปที่วัด คนขับที่เป็นเจ้าของหนังก็รับขึ้นรถ แต่แกก็สงสัยว่า 2 คนนี้โผล่มาจากไหนในที่มืดๆ อย่างนี้ พาหนะอะไรก็ไม่มี

เมื่อขับเข้าไปในหมู่บ้านก็ยิ่งให้ชวนสงสัยใหญ่ว่า ทำไมไม่มีเสียงลำโพงออกมาจากงานวัด ไม่มีเสียง หมอลำ หรือการละเล่นอะไรเลย พอไปถึงหมู่บ้านก็มีคนมารับ แต่แปลกว่าทุกคนจะใส่เสื้อสีขาวกับดำ ถ้าเป็นผู้ชายใส่ชุดขาว ผู้หญิงใส่ชุดดำแยกให้เห็นชัดเจนแม้แต่เด็ก แต่ที่แปลกทุกคนจะทาหน้าขาวหมดเหมือนใช้ครีมพอกหน้าเป็นที่หน้าสงสัยว่าพวกเขานั้นทำไมแต่งชุดอย่างนั้นเพราะไม่มีใครใส่เสื้ออย่างอื่นเลยนอกจากชุดขาวและดำ


 :32: :32: :32:

เมื่อถึงที่แล้วทุกคนก็เริ่มตั้งจอภาพยนตร์ เดินสายไฟ และเปิดเครื่องปั่นไฟ ระหว่างที่กำลังกุลีกุจอติดตั้งก็เริ่มเห็นผู้คนทยอยมานั่งดูหนัง แต่จะแยกชายหญิงชัดเจน ไม่นั่งรวมกัน และปกติของงานวัดจะต้องมีแม่ค้าแม่ขายมาขายน้ำ ขายถั่ว ขายปลาหมึกย่าง แต่ที่นี่กลับไม่มีแม่ค้าสักคน พอติดตั้งเสร็จก็เริ่มฉายหนัง หนังที่เอาไปฉายมี 4 เรื่อง เรื่องแรกเป็นหนังสงคราม เรื่องที่ 2 เป็นหนังตลกแอ็คชั่น เรื่องที่ 3 กับ 4 เป็นหนังผี ระหว่างฉายคนพากย์ก็พยายามพากย์ยิงมุกตลกๆ แต่ไม่มีใครหัวเราะหรือแสดงอารมณ์อย่างใดเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไปฉายที่ไหน คนก็จะหัวเราะตลอด

จนเริ่มฉายเรื่องที่ 3 ที่เป็นหนังผี สังเกตท่าทางคนที่มาดูเริ่มตั้งใจดู ทั้งที่บรรยากาศตอนนั้นก็เที่ยงคืนดูน่ากลัวมากๆ ระหว่างนั้นทางเจ้าภาพก็จัดข้าวต้มถ้วยเล็กมาให้ทีมงานฉายหนังกินกัน ทางทีมงานเห็นแล้วก็ละเหี่ยใจ มีแต่ข้าวต้มซีดๆ กะเนื้อชิ้นเล็กๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ ทางทีมงานก็เลยกินกัน ปรากฎว่าเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดที่เคยกินกันมา หลังจากฉายหนังจบถึงตี 2 ผู้คนก็แยกย้ายกันกลับ แป๊บเดียวก็สลายไปหมด ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ทางทีมงานก็เก็บอุปกรณ์ขึ้นรถ โดยมีผู้หญิงสองคนนั่งรถออกมาส่ง ก่อนจะร่ำลาก็จ่ายค่าจ้างที่เหลือซึ่งเป็นเงินเหรียญทั้งหมด พอออกมาส่งถึงปากซอยผู้หญิงสองคนนั้นลงจากรถ พอรถออกตัวคนขับที่เป็นเจ้าของหนังกลางแปลงหันกลับมาดูก็ไม่เห็นผู้หญิง 2 คนนั้นแล้ว


 :41: :41: :41:

หลังจากกลับมาถึงบริษัท ธงชัย ก็เกิดความสงสัย จึงเช็คประวัติกับผู้ว่าจ้างที่ถ่ายเอกสารให้ตอนวางมัดจำ ก็พบตัวว่ามีชื่อนี้จริง แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยไปว่าจ้างใครไปฉายหนังตามวันและเวลาที่บอก เมื่อสงสัยจัดก็เลยสอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัดที่เอาหนังไปฉาย ทางเจ้าอาวาสก็บอกว่าในวันนั้นที่วัดไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด แต่เจ้าอาวาสเล่าว่า ในคืนวันที่เจ้าของหนังมาบอกว่ามีการฉายหนัง ที่ป่าคำชะโนดจะมีเสียงซู่ๆ เหมือนกับมีพายุพัดเข้ามา ทั้งๆ ที่คืนนั้นไม่มีลมใหญ่พัดมาจากไหนเลย ทำให้เจ้าของหนังนั้นแปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยากมาก และยังหาคำตอบว่าใครที่จ้างหนังไปฉายที่ป่าคำชะโนดไม่ได้

นอกจากจะมีเรื่องเล่าผีจ้างหนังที่ป่าคำชะโนดแล้ว ผืนป่าแห่งนี้ยังมีเรื่องน่าประหลาดอีกเรื่องคือ เวลาน้ำแล้งก็จะเห็นว่าดินเชื่อมต่อกันไม่มีอะไร แต่เวลาน้ำท่วม ที่ดินรอบๆ จะท่วมหมด แต่ปรากฏว่าป่านี้น้ำไม่ท่วม น้ำขึ้นสูงอย่างไรก็ไม่ท่วม ชาวบ้านจึงเชื่อว่า เกาะนี้ลอยน้ำได้ และเชื่อว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเจ้าที่เป็นคนทำไม่ให้ผืนป่าแห่งนี้จมน้ำ


 :91: :91: :91:

ขณะที่ ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด ได้ย้อนถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในป่าคำชะโนดอีกหนึ่งเรื่องเล่าของป่าแห่งนี้ ซึ่งคนภายนอกฟังดูอาจคิดว่าเป็นเรื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อหลอกให้คนกลัวกันเล่นๆ สำหรับชาวบ้านที่อยู่มานานนมกลับเชื่อสนิทใจ ไม่ใช่นิทานปรัมปรา หรือนิยายประโลมโลก แต่นั่นคือแรงศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อป่าอันลี้ลับและเต็มไปด้วยเรื่องเล่ามากมาย

เดิมทีคนท้องถิ่นจะเรียกที่นี่ว่า “วังนาคินทร์คำชะโนด” ที่มาก็คือมีบ่อน้ำอยู่กลางดงชะโนด เป็นบ่อน้ำขนาดเล็กๆ แต่กลับมีน้ำซึมออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำประทานมาให้โดยพญานาคที่อาศัยอยู่ในบริเวณผืนป่า สำหรับบ่อน้ำในป่าคำชะโนด ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่ความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ชาวบ้านเชื่อกันอย่างนั้น มีหลายคนเคยลองอธิษฐานตรงหน้าบ่อน้ำก็ได้ตามประสงค์ บางคนเจ็บป่วยไปดื่มหรืออาบโรคร้ายก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ทุกคน อยู่ที่ความเชื่อมีมากน้อยแค่ไหน หลายคนไม่เชื่อแถมยังลบหลู่ ตักน้ำจากบ่อแล้วนำมาล้างเท้าแทนที่จะหายป่วยไข้กลับทุกข์ทรมานซ้ำหนักกว่าเดิม

 :s_hi: :s_hi: :s_hi:

เช่นเดียวกับใครที่อยากจะเข้าไปสัมผัสป่าลี้ลับคำชะโนดก็ต้องสำรวมและปฏิบัติตามข้อห้ามอื่นๆ เป็นต้นว่า ห้ามใส่รองเท้าทั่วทั้งบริเวณป่า หมวก แว่นตา ร่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ห้ามเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้คือการดูถูกดูหมิ่นต่อผู้ปกปักรักษาผืนดิน

“แต่ก่อนห้ามใส่เสื้อสีแดงด้วย ไม่ได้เลยนะ ใครใส่เข้ามานี่เป็นเรื่อง อยู่ไม่ได้นานหรอก ต้องรีบออกไป ไม่รู้เพราะอะไร เหมือนท่านไม่ชอบ แต่พอหลวงปู่ (หลวงตาคำ สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศรีสุทโธ วัดละแวกป่าคำชะโนด) ได้ทำพิธีขอยกเว้นตอนหลังก็ใส่ได้” ทองหล่อ ตลิ่งชัน กำนันตำบลวังทอง กล่าว


ที่มา http://www.caddy4natalie.com/
ขอบคุณภาพและบทความจาก club.sanook.com/42435/ตำนานลึกลับ-ผีจ้างหนัง/
101  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สุดทึ่ง.! สมภารวัดดาวคะนองอายุ 85 ปี -ใกล้จบปริญญาโท เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:25:10 PM


สุดทึ่ง.! สมภารวัดดาวคะนองอายุ 85 ปี -ใกล้จบปริญญาโท

สมภารวัดดาวคะนอง ‘พระครูติลกานุรักษ์’ อายุถึง 85 ปี แต่ตัดสินใจเรียนปริญญาโทของ มจร.จนใกล้จบ บอกก่อนบวชจบแค่ ป.4 จนได้เป็นเจ้าอาวาส จึงหาหนทางเรียนปริญญาตรีและต่อปริญญาโทด้านวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อนำความรู้ไปสอนชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม เปิดเผยว่า ตามที่หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิปัสสนาภาวนา รุ่นที่ 9 ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท ได้จัดส่งพระนิสิต 77 รูป ไปเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของหลักสูตร ที่มุ่งเน้นให้พระนิสิตที่ศึกษาครบหน่วยกิตการเรียนจำนวน 28 หน่วยกิตแล้ว จะต้องเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือน จึงจะมีสิทธิ์ที่เสนอสอบวิทยานิพนธ์ได้


 :49: :49: :49:

ทั้งนี้ ในการปฐมนิเทศพระนิสิต เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดพิชยญาติการามพบว่ามีพระนิสิตรูปหนึ่งมีอายุมากถึง 85 ปี เข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในหลักสูตรปริญญาโทนี้ด้วย โดยพระสงฆ์รูปดังกล่าว คือ พระครูติลกานุรักษ์ หรือหลวงตาปราโมทย์ เจ้าอาวาสวัดดาวคะนอง กรุงเทพฯ มีอายุมากถึง 85 ปี พรรษาที่ 63 แต่ยังมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเรียนหนังสือ พัฒนาตนเองถึงแม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม ซึ่งพระครูติลกานุรักษ์ ถือว่าเป็นพระนิสิตที่มีอายุมากที่สุด ตั้งแต่มีการเปิดสอนหลักสูตรนี้มา

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการอบรมตามหลักสูตรวิปัสสนาภาวนาจะแบ่งเป็น ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 ก.ค.- 6 พ.ย.2557 เป็นเวลา 4 เดือน ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม “ธรรมโมลี” อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 7 พ.ย.- 7 ธ.ค. 2557 เป็นเวลา 30 วัน ที่วัดนาหลวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และระยะที่ 3 ระหว่างวันที่ 12 ธ.ค. 2557-12 ก.พ. 2558 เป็นเวลา 2 เดือน ที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา มหาสีสาสนเยก่า กรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมาร์

 st11 st11 st11

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามพระครูติลกานุรักษ์ ซึ่งอยู่ในระหว่างเดินทางไปอบรมหลักสูตรวิปัสสนาภาวนาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม “ธรรมโมลี” โดยพระครูติลกานุรักษ์ กล่าวว่า ก่อนที่จะบวชนั้น ตนเรียนจบแค่ระดับ ป.4 และเมื่อมาบวชเป็นพระ จนกระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาสวัดดาวคะนอง จึงสมัครเข้าเรียนต่อในหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของ มจร. ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับพระสังฆาธิการเพื่อเทียบวุฒิเป็นระดับ ม.6 เมื่อเรียนจบตามหลักสูตรนี้แล้วจะทำให้สามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของมจร.ได้

"จากนั้นได้เข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีในคณะพุทธศาสตร์ มจร. จนได้เข้ารับปริญญาตรี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และสนใจเรื่องการวิปัสสนา เพราะต้องการนำไปสอนชาวบ้าน จึงเข้าเรียนต่อปริญญาโท หลักสูตรวิปัสสนาภาวนา เพื่อที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้ด้านวิปัสสนากรรมฐาน ทั้งนี้ การที่ตัดสินใจเรียนจนจบปริญญาตรี และเรียนต่อปริญญาโทนั้น เพราะต้องการมีความรู้ในการไปสอนชาวบ้าน ถึงแม้จะมีอายุมากแต่ก็ใจสู้ และอยากให้พระรุ่นใหม่ได้ตั้งใจที่เรียนและฝึกวิปัสสนากรรมฐาน เพราะมีประโยชน์ในการสอนธรรมให้กับชาวบ้าน" พระครูติลกานุรักษ์กล่าว.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/435704
102  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ฮือฮา.! บวชไม้พะยูงอายุกว่าร้อย 100 ปี คนขอซื้อ 3 ล้าน เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:21:13 PM

ฮือฮา.!บวชไม้พะยูงอายุกว่าร้อย 100 ปี คนขอซื้อ 3 ล้าน

ฮือฮา!วัดสร้างแข้ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี บวชไม้พะยูงอายุกว่าร้อย 100 ปี มีนายหน้าขอซื้อ 3 ล้าน แต่เจ้าอาวาสไม่ขาย อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานดู...

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 11 ก.ค.57 มีรายงานว่า พ.ต.อ.สรรธาน อินทรจักร์ ผกก.สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สรายุทธ ฉ่ำผิว รอง ผกก.(สส.) ไปดำเนินการตามแผนยุทธการพิทักษ์ทรัพยากรแผ่นดิน (ปลูกป่า-บวชต้นไม้) ที่วัดสร้างแข้ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ร่วมกับประชาชนที่ไปทำบุญที่วัดสร้างแข้ ในวันอาสาฬหบูชา


 :96: :96: :96:

จากการร่วมงานดังกล่าว พบ พระครูอรรถกิจสุนทร เจ้าอาวาสวัดสร้างแข้ โดย เปิดเผยว่า อาณาเขตวัดสร้างแข้ มีเนื้อที่อยู่ทั้งหมด 180 ไร่ เป็นป่าทั้งหมด 170 ไร่ โดยเป็นวัดเก่าแก่มาช้านานตั้งแต่สมัยขอม เมื่อปี พ.ศ. 2469 มีการค้นพบเป็นวัดร้าง เมื่อปี 2540 ได้รับการขึ้นทะเบียน เมื่อปี 2542 มีการปลูกป่ามาก่อนหน้านั้นไปบ้างแล้ว โดยได้ทำการปลูกต้นไม้คือ ไม้ประดู่ ไม้พะยูง และในวันนี้จะมีการปลูกมะขาม จำนวน 200 ต้น ไม้สะแบง อีกจำนวน 100 ต้น

สำหรับวันนี้ จะมีการบวชต้นไม้ ทั้งหมดจำนวน 4 ต้น คือไม้พะยูงขนาดเส้นรอบวง 2.40 เมตร จำนวน 1 ต้น และขนาด 1.75 เมตร รวมเป็น 2 ต้น ไม้สะแบง 2 ต้น ไม้ประดู่ 1 ต้น โดยไม้พะยูงนั้น มีผู้มาพบเห็นแล้วขอซื้อในราคากว่า 3 ล้านบาท เนื่องจากมีอายุกว่า 100 ปีแล้ว จึงคิดว่าควรจะอนุรักษ์เอาไว้ให้ลูกหลานได้ดู โดยการบวชให้ไม้พะยูง ไม้ประดู่ ไม้สะแบง ซึ่งมีข้าราชการตำรวจ และประชาชน ได้ไปร่วมดำเนินการปลูกป่า-บวชต้นไม้จำนวนมาก


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/435685
103  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อิ่มบุญด้วย การถวายสังฆทาน ในวันเข้าพรรษา เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 12:55:18 PM


อิ่มบุญด้วย การถวายสังฆทาน ในวันเข้าพรรษา

นวันเข้าพรรษาชาวพุทธส่วนใหญ่จะเข้าวัดทำบุญและอีกสิ่งหนึ่งที่นิยมทำกับนั่นก็คือ "การถวายสังฆทาน" ซึ่งชาวพุทธส่วนใหญ่มักจะเน้นความสะดวกด้วยการซื้อเครื่องสังฆทานที่ทางร้านจัดไว้เป็นชุดสำเร็จรูปแล้ว โดยบางครั้งพระสงฆ์ก็อาจจะใช้ประโยชน์ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

และด้วยในวันเข้าพรรษานี้ พระสงฆ์ต้องจำวัดถึง 3 เดือน การจะออกไปไหนก็ไม่สะดวก การที่ญาติโยมไปทำบุญ ถวายสังฆทานที่วัดถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะได้ทำบุญแล้ว ยังเป็นการนำของที่พระสงฆ์ต้องการใช้ในการจำพรรษามาถวายไปด้วยในตัว


 :25: :25: :25:

แต่ก่อนอื่นที่เราจะไปรู้กันว่าควรถวายสังฆทานด้วยสิ่งของประเภทใดกับพระสงฆ์บ้าง ไปรู้ความหมายที่แท้จริงของการถวายสังฆทานกันก่อน

"การถวายสังฆทานนั้นเข้าใจกันโดยทั่วไปว่า คือ การนำถังใส่จตุปัจจัยสีเหลืองไปถวายแก่พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งหรือหลายรูปเท่านั้น แต่ความจริงแล้วสังฆทานอาจหมายถึงการถวายปัจจัยวัตถุใดๆ ก็ได้ที่เป็นประโยชน์แก่คณะสงฆ์โดยส่วนรวม

เช่นการถวายกุฏิวิหาร หนังสือ ปากกา จาน หรือ แม้กระทั่งไม้กวาด แม้จะกล่าวคำถวายหรือไม่กล่าว หรือกล่าวคำถวายเป็นอย่างอื่น แต่อาการแห่งการถวายเป็นการอุทิศให้แก่สงฆ์ เพื่อประโยชน์แก่สงฆ์ ก็จัดเป็นสังฆทานได้"



 ans1 ans1 ask1 ask1

Sanook! Horoscope ได้รวบรวมของที่พระสงฆ์สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ มี 10 อย่าง ดังต่อไปนี้

1. เครื่องเขียน สมุด ปากกา ดินสอ สำหรับไว้เขียนโดยเฉพาะพระสงฆ์บางรูปที่เรียนพระปริยัติธรรม หรือเอาไว้จดบันทึกต่างๆ
2. ใบมีดโกน เนื่องจากพระต้องโกนผมทุกวันโกน (ควรซื้อยี่ห้อ "ขนนก" เพราะมีความคมมากเป็นพิเศษเป็นที่นิยมทั่วไปสำหรับพระที่บวชมานาน)
3. ผ้าไตรจีวร หรือ ถวายผ้าอายน้ำฝน ผู้ใดถวายผ้าไตรจีวรหรือถวายผ้าอาบน้ำฝนนี้ จะได้อานิสงส์มากนัก ยิ่งช่วงเข้าพรรษาแบบนี้หลายคนจึงนิยมถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่พระสงฆ์
4. หนังสือธรรมะ สารคดี นิตยสาร หรือที่ให้ความรู้ด้านอื่นๆ เนื่องจากพระสงฆ์ มีหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ที่แตกฉาน ทั้งทางธรรม และรู้ทันข่าวสารบ้านเมือง
5. รองเท้า (ยกเว้นพระนิกายธรรมยุตต์จะไม่สมรองเท้า) พระท่านต้องเดินบิณฑบาตร, ธุดงค์, ไปเรียนหนังสือ, ไปกิจนิมนต์ตามที่ต่างๆ, บางรูปต้องทำงานที่ใช้แรงงานในวัด เช่น ก่อสร้าง ทำสวน สิ่งที่ต้องรับภาระหนักก็คือ "รองเท้า" ที่มักจะขาด เสียหาย อยู่บ่อยๆ นั่นเอง รองเท้าจึงถือเป็นอีก อย่างหนึ่งที่มีความสำคัญ
6. ยาสามัญประจำบ้าน เช่น พาราเซตามอล ยาแก้ปวดท้อง ท้องเสีย ยาลดกรด ในกระเพาะอาหาร แอลกอฮอล์ล้างแผล เบตาดีนสำหรับใส่แผลสด ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และยาทาเมื่อถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ฯลฯ
7. ผ้าขนหนูสีสุภาพ ไม่ต้องสีเหลืองก็ได้ เพราะผ้าขนหนูที่ติดมากับถังเหลืองมักหยาบ เล็ก และคุณภาพต่ำ จนเอามาใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง
8. ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย ซึ่งวัดตามชนบทและวัดป่าสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นมาก
9. ร่ม สำหรับให้พระท่านได้ใช้ในช่วงฤดูฝน ควรหาซื้อสีที่เหมาะสม เช่น สีดำหรือสีน้ำตาล
10. ยาสระผม ไม่ได้ใช้เฉพาะตอนปลงผม แต่ใช้สระผมหรือหนังศีรษะเหมือนฆราวาส เพราะสบู่จะเหมาะกับหนังศีรษะ อาจมีอาการคันได้





คำถวายสังฆทาน
(ตั้งนะโมสามจบ) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ (3 จบ)
อิมานิ มยํ ภนฺเต ภตฺตานิ สปริวารานิ ภิกขุสงฺฆสฺส โอโณชยาม
สาธุ โน ภนฺเต ภิกฺขุ สังโฆ อิมานิ ภตฺตานิ สปริวารานิ ปฏิคฺคณฺหาตุ
อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายฯ


กล่าวคำแปล
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ซึ่งภัตตาหาร กับของที่เป็นบริวารทั้งหลายเหล่านี้แด่พระสงฆ์
ขอพระสงฆ์ จงรับ ซึ่งภัตตาหาร กับของที่เป็นบริวารทั้งหลายเหล่านี้
เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ


ขอบคุณข้อมูลจาก http://guideubon.com, dmc.tv
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.dmc.tv/
horoscope.sanook.com/1400137/อิ่มบุญด้วยการถวายสังฆทานในวันเข้าพรรษา/
104  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / พระพุทธเจ้า สะท้อนความเป็นมนุษย์ ที่รู้จักคำว่า 'พอ' เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 12:20:33 PM
 


พระพุทธเจ้า สะท้อนความเป็นมนุษย์ ที่รู้จักคำว่า 'พอ'

ขออนุโมทนาบุญกับพุทธศาสนิกชนทุกคนได้ปฏิบัติตนตามโอวาทปาติโมกข์ที่พระพุทธเจ้าได้ประกาศในวันมาฆบูชาที่ประกอบด้วยหลักการ 3 อุดมการณ์ 4  วิธีการ 6

หลักการ 3 อันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาโดยย่อ ได้แก่ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ทั้งสามข้อนี้อาจอนุมานเข้ากับ ศีล สมาธิ และปัญญา ส่วนใหญ่เราก็จำกันเพียงเท่านั้น

แต่โอวาทปาติโมกข์ยังประกอบด้วยอุดมการณ์ 4 ของพระพุทธศาสนา อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ได้แก่ ความอดทนอดกลั้น เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ การมุ่งให้ถึงพระนิพพานเป็นเป้าหมายหลักของผู้ออกบวช มิใช่สิ่งอื่นนอกจากพระนิพพาน พระภิกษุและบรรพชิตไม่พึงทำผู้อื่นให้ลำบากด้วยการทำความทุกข์กายหรือทุกข์ทางใจไม่ ว่าจะในกรณีใดๆ พระภิกษุตลอดจนบรรพชิตต้องขอแก่ทายกด้วยอาการที่ไม่เบียดเบียน ( คือการไม่เอ่ยปากเซ้าซี้ขอ และไม่ใช้ปัจจัยสี่อย่างฟุ่มเฟือย)

รวมถึงวิธีการ 6 ที่ธรรมทูตผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาถือเป็นกลยุทธ เพื่อเป็นไปในแนวทางเดียวกันและถูกต้องเป็นธรรม ได้แก่ การไม่กล่าวร้าย การไม่ทำร้ายความสำรวมในปาติโมกข์ (รักษาความประพฤติให้น่าเลื่อมใส) ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร (เสพปัจจัยสี่อย่างรู้ประมาณพอเพียง) ที่นั่งนอนอันสงัด (สันโดษไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ) ความเพียรในอธิจิต (พัฒนาจิตใจเสมอมิใช่ว่าเอาแต่สอน แต่ตนเองไม่กระทำตามที่สอน)



สาเหตุที่พระพุทธเจ้ากล้าที่ประกาศเช่นนี้ได้ก็เพราะพระองค์ตรัสรู้อนัตตลักขณสูตรในวันวิสาขบูชาโลกเพ็ญเดือน 6 หลังจากนั้นพระองค์ได้ตัดสินพระทัยสอนธรรม เริ่มจากแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ เมื่อแสดงจบพระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จึงขอบวชพระพุทธเจ้าก็ได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"  จึงถือว่ามีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี  ในวันอาสาฬหบูชา พ.ศ.2557นี้ ตรงกับวันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ด้วยเหตุผลนี้ชาวพุทธจึงถือวันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา

ปฐมเทศนาที่พระองค์เทศน์ครั้งแรกในวันอาสาฬหบูชานีคือ "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม อันมีเนื้อหาแสดงถึงการปฏิเสธส่วนที่สุดสองอย่างคือ กามสุขัลลิกานุโยค และอัตตกิลมถานุโยค และเสนอแนวทางดำเนินชีวิตโดยสายกลาง "มัชฌิมาปฏิปทา" อันเป็นแนวทางใหม่ให้มนุษย์ มีเนื้อหาแสดงถึงขั้นตอนและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงอริยสัจทั้ง 4 คืออริยมรรคมีองค์ 8



ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นหลักธรรมที่แนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงอริยสัจทั้ง 4 เท่านั้นแต่พระสูตรที่องค์เทศน์สอนพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 หลังจากวันอาสาฬหบูชาคืออนัตตลักขณสูตรที่มีใจความเกี่ยวกับ ความไม่ใช่ตัวตนของ รูป คือ ร่างกาย เวทนา คือ ความรู้สึกสุขทุกข์หรือเฉย ๆ สัญญา คือ ความจำได้หมายรู้ สังขาร คือ ความคิดหรือเจตนา วิญญาณ คือ ความรู้อารมณ์ทางตา หู เป็นต้น หรือเรียกอีกประการหนึ่งว่า อายตนะทั้ง 6 อันได้แก่สัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

พระองค์ตรัสต่อไปว่า เมื่ออริยสาวก คือ ผู้ฟังผู้ประเสริฐซึ่งได้สดับแล้วอย่างนี้ ย่อมเกิดนิพพิทา คือ ความหน่ายในขันธ์ 5 แล้วก็ย่อมสิ้นราคะ คือ สิ้นความติด ความยินดี ความกำหนัด เมื้อสิ้นราคะ ก็ย่อมวิมุตติ คือ หลุดพ้น เมื่อวิมุตติ ก็ย่อมมีญาณ คือความรู้ว่าวิมุตติ หลุดพ้นแล้ว และย่อมรู้ว่า ชาติ คือ ความเกิดสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำสำเร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นที่จะพึงทำเพื่อความเป็นเช่นนี้อีกต่อไป

อนัตตลักขณสูตรจึงถือเป็นหลักธรรมที่ครบอริยสัจ 4 นั้นก็คือนิโรธอันเป็นเป้าหมายในพระพุทธศาสนา หลักธรรมที่พระองค์และอริยสาวกรู้ธรรมสูงสุดก็คือสูตรนี้



นอกจากหลักธรรมที่พระองค์แสดงในวันอาสาฬหบูชาแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าพระองค์และสาวกของพระองค์เป็นมนุษย์ที่รู้จักคำว่า "พอ" เริ่มตั้งแต่ "พอ" จากเพศฆราวาสวิสัยออกบวชแสวงหาความจริงของชีวิต ทั้งนี้เพราะเห็นว่าเพศฆราวาสนั้นมีทุกข์มีความขัดแย้งในตัว จึงต้องการที่จะออกจากความขัดแย้งทางความคิดนี้

ในที่สุดพระองค์ได้ค้นพบความจริงของชีวิต พบสันติสุขที่แท้จริงเกิดสันติภาพภายใจ พบคำว่า "พอ" หรือ "พอเพียง" ที่สมบูรณ์ เกิดทฤษฎีใหม่คือ"ความไม่เห็นแก่ตัว" แล้วทำให้ชีวิตของพระองค์ตลอด 45 พรรษา มีลมหายใจเพื่อบุคคลอื่น พยายามชักชวนบุคคลอื่นเห็นโทษของความขัดแย้งโดยเฉพาะความขัดแย้งภายใน มีสันติสุขภายในเช่นเดียวกับพระองค์


ขอบคุณภาพและบทความจาก
พระพุทธเจ้าสะท้อนความเป็นมนุษย์ที่รู้จักคำว่า'พอ' : สำราญ สมพงษ์รายงาน
http://www.komchadluek.net/detail/20140711/188013.html
105  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / “หลวงพ่อโสธรโมเดล”.!! ตร.พร้อมจัดจราจร แหล่งพระพุทธศาสนาสำคัญ เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 11:21:34 AM


“หลวงพ่อโสธรโมเดล”.!! ตร.พร้อมจัดจราจร แหล่งพระพุทธศาสนาสำคัญ

เมื่อ วันที่ 10 กรกฎาคม ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) ดูแลงานจราจร เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา  และถือเป็นวันพระใหญ่ ตนจะลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อไปตรวจสอบบริเวณวัดหลวงพ่อโสธร ที่ปกติมีคนเดินทางไปต่อวันๆละ 3,000 คน แต่เทศกาลวัยหยุดหรือวันพระใหญ่ จะมีคนเดินทางไปกว่าหมื่นคน 

เนื่องจากมีปัญหารถติด ที่จอดรถไม่มี หรือจอดรถก็เสียเงิน โดยจะลงไปแก้ปัญหาในส่วนนี้ หากทำได้ถือว่าเป็นโมเดลของวัดหลวงพ่อโสธร จากนั้นก็จะขยายไปจุดอื่นๆ เช่น องค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม  และจังหวัดอื่นๆ ทั้ง จ.พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย พิษณุโลก ที่มีพุทธศาสนิกชนเดินทางไปจำนวนมาก

 ans1 ans1 ans1

พล.ต.อ.วุฒิกล่าวต่อว่า ต่อไปนี้ตั้งเป้าว่า
1. การจราจรดีขึ้น 
2. ต้องไม่มีการเรียกค่าคุ้มครอง เก็บเงินต้องไม่มี
3. ต้องมีตำรวจอำนวยความสะดวก

ที่ผ่านมาไปวัดไม่มีที่จอดรถ  ไม่มีที่จอด จอดก็กลัวในส่วนนี้ โดยพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อยากให้ประชาชนไปแล้วสบายใจ ถือว่าเปิดอีกมิติหนึ่งจากเดิม การจราจรกรุงเทพฯ ปริมณฑล แหล่งท่องเที่ยว ส่วนในเรื่องนี้ก็เป็นมิติการจราจรในแหล่งศาสนา วัดวาอารามให้คนสบายใจ ไม่ใช่ไปจอดรถแล้วถูกลักรถ ถูกขโมยของในรถ ในส่วนนี้ให้นโยบายไปแล้วเพราะเป็นวิถีชีวิตของคนไทย


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1404988981
106  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ร้องศูนย์ฮอตไลน์สอบพฤติกรรม′พระ-เณร′15วัน175เรื่อง′บิณฑบาตขาดสำรวม′มากสุด เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 11:15:43 AM


ร้องศูนย์ฮอตไลน์สอบพฤติกรรม ′พระ-เณร′
15 วัน 175 เรื่อง ′บิณฑบาตขาดสำรวม′ มากสุด

วันที่ 10 กรกฎาคม นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) เปิดเผยว่า หลังจากพศ.เปิดตัวศูนย์ฮอตไลน์แจ้งภัยทางพระพุทธศาสนาสายด่วน 0-2441-6400 กด 2 ตลอด 24 ชั่วโมง รับเรื่องราวเกี่ยวกับภัยทางพระพุทธศาสนา เพราะที่ผ่านมามีพระสงฆ์ สามเณร แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงมอบให้พศ.ดูแลเรื่องความประพฤติของพระสงฆ์ที่ไม่เหมาะสมและการกระทำเป็นภัยต่อศาสนา

พศ.จึงได้เปิดศูนย์ฮอตไลน์ขึ้น ล่าสุดได้รับรายงานสรุปปัญหาร้องเรียนที่เปิดรับเรื่องตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนจนถึง 30 มิถุนายน โดยประเด็นร้องเรียนพฤติกรรมพระสงฆ์ สามเณร มีทั้งหมด 175 เรื่อง เป็น ส่วนกลาง 58 เรื่อง

 :96: :96: :96: :96:

โดยปัญหาร้องเรียนมากที่สุด คือบิณฑบาตขาดความสำรวม 46 เรื่อง แก้ปัญหาแล้ว 17 เรื่อง ออกเรี่ยไรเงิน 9 เรื่อง แก้ปัญหาแล้ว 3 เรื่อง ปัญหาบริหารจัดการภายในวัดของเจ้าอาวาส 7 เรื่อง ดื่มสุรา 3 เรื่อง เร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง/ปักกลด 3 เรื่อง พักในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดและพักแรมตามบ้านเรือน 2 เรื่อง เสพสิ่งเสพติด 1 เรื่อง คลุกคลีมาตุคาม 1 เรื่อง และความผิดอื่นๆ 6 เรื่อง เป็นต้น

ส่วนข้อร้องเรียนจากภูมิภาคมี 117 เรื่อง ปัญหาร้องเรียนมากที่สุด คือ การบริหารจัดการภายในวัดของเจ้าอาวาส 26 เรื่อง บิณฑบาตขาดความสำรวม 24 เรื่อง คลุกคลีมาตุคาม 18 เรื่อง เรี่ยไร 17 เรื่อง เสพสิ่งเสพติด 8 เรื่อง เล่นการพนัน 6 เรื่อง ทำเสน่ห์ยาแฝด 4 เรื่อง พักในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด 3 เรื่อง อวดอุตริมนุษยธรรม 3 เรื่อง บอกใบ้ให้หวย 1 เรื่อง พฤติกรรมเบี่ยงแบนดื่มสุรา 2 เรื่อง เร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง 1 เรื่อง เป็นต้น

 :91: :91: :91: :91:

อย่างไรก็ตามเมื่อ พศ.ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วเจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้เจ้าคณะปกครองและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนว่าเป็นจริงตามที่ร้องเรียนหรือไม่ หากพบว่าเป็นจริงตามที่ร้อง ให้ต้องตั้งคณะกรรมการสอบตรวจและลงโทษตามความผิดของเรื่องนั้นๆ

“จากการสรุปเรื่องร้องเรียน  ปัญหาใหญ่ๆ ที่ร้องเรียนมากที่สุด คือการบิณฑบาตขาดความสำรวมและปัญหาพระสงฆ์และสามเณร มีอาจาระไม่เหมาะสม โลกติเตียน ประสานให้เจ้าคณะปกครองเข้มงวดกำชับพระสงฆ์ในปกครองเลือกพฤติกรรมกังกล่าว รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบตามเบาะแสที่ได้รับ ถ้าพบก็ดำเนินการตักเตือนหรือว่าลงโทษทันที"


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1404977913
107  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / การรับรู้วันสำคัญทางศาสนา เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:37:59 AM


การรับรู้วันสำคัญทางศาสนา

ช่วงวันหยุดยาวที่เป็นวันสำคัญของศาสนาพุทธที่มีการหยุดงานติดต่อกัน 2 วันก็คือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งวันหยุดของวันสำคัญทางศาสนาพุทธปีนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน ผู้ที่ทำงานก็ใช้วันหยุดยาวนี้ไปทำบุญตามประเพณีของศาสนาตามที่เคยปฏิบัติมาเป็นประจำ พร้อมทั้งถือโอกาสไปพักผ่อนท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ตามความประสงค์ของตนเองว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี แต่เป็นเรื่องที่น่าตกใจเช่นกันที่คนไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่รู้ว่าเป็นวันสำคัญของศาสนาพุทธ แต่ไม่รู้ว่าวันสำคัญนั้นที่มีความหมายต่อพุทธศาสนาอย่างไรบ้าง

จากผลสำรวจของ “นิด้าโพล” ที่ได้สำรวจความคิดเห็นถึงความรับรู้วันสำคัญของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาจากคนไทยพุทธทั่วประเทศ โดยผู้ที่ให้ความคิดเห็นจากการสำรวจดังกล่าวมีทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงสูงกว่าปริญญาตรี และกลุ่มอาชีพต่าง ๆ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา เป็นการสำรวจทั้งชายและหญิง รวมทั้งเพศทางเลือกด้วย โดยมีอายุต่ำกว่า 25 ปีไปจนถึงผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผลปรากฏว่ามีผู้ที่ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจถึงความสำคัญของวันอาสาฬหบูชาถึง 76.18% มีทราบเพียง 23.82% ส่วนวันเข้าพรรษา มีผู้ทราบความสำคัญ 56.67% และไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ 43.33%

 :49: :49: :49:

คงมิใช่วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาเท่านั้น ที่ประชาชนคนไทยชาวพุทธไม่ทราบถึงความสำคัญ คาดว่าวันสำคัญทางศาสนาพุทธวันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวันมาฆบูชา และวันวิสาขบูชา ชาวพุทธในประเทศไทยจำนวนมากก็อาจจะไม่ทราบความหมายของวันสำคัญดังกล่าวมากกว่าผู้ที่ได้ทราบความหมาย ซึ่งวันอาสาฬหบูชาที่ได้กำหนดเป็นวันหยุดมาเป็นเวลายาวนาน ก็ควรจะต้องมีการเผยแพร่ให้รับรู้อย่างต่อเนื่องว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประกาศพระพุทธศาสนา มีพระสงฆ์องค์แรกเกิดขึ้น และได้ทรงแสดงธรรมปฐมเทศนา ทำให้วันสำคัญวันนี้มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เกิดขึ้นในโลกครบสมบูรณ์

ส่วนวันเข้าพรรษาที่มีผู้ทราบความหมายกับไม่ทราบไล่เลี่ยกันนั้น ก็อาจจะเป็นเพราะมีการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” มาอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี ก็ส่งผลให้ประชาชนได้จดจำได้ว่าเป็นวันที่พระสงฆ์จะอธิษฐานว่าจะพักแรมประจำอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือนซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝนพอดี หรือวันมาฆบูชา ก็ควรมีการสื่อให้ประชาชนได้รู้ว่าเป็นวันสำคัญที่พระสงฆ์ 1,250 รูปได้มาประชุมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย และวันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ตรงกันในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องหาวิธีการที่สื่อให้ประชาชนจดจำวันสำคัญทางศาสนาให้มากยิ่ง ๆขึ้น ไม่ใช่ให้ประชาชนนึกแต่ว่าเป็นเพียงวันหยุดเท่านั้น.

ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/Article/251534/การรับรู้วันสำคัญทางศาสนา
108  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เปิดสถานที่ทำบุญทั่วไทย 'เข้าพรรษา 57' เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2014, 09:30:10 AM

เปิดสถานที่ทำบุญทั่วไทย 'เข้าพรรษา 57'

วันอาสาฬหบูชา ปี 2557 ที่ตรงกับวันที่ 11 ก.ค.57 และเข้าพรรษาที่ตรงกับวันที่ 12 ก.ค.57 "ไทยรัฐออนไลน์" ขอรวบรวมกิจกรรมการทำบุญตักบาตร และร่วมเทศกาลการแห่เทียนพรรษา รวมถึงกิจกรรมที่เหล่าพุทธศาสนิกชนสามารถทำได้ตลอดช่วง 3 เดือนต่อจากนี้...

ตักบาตรวันพระใหญ่


ทำบุญทั่วไทย อิ่มใจทุกคน

วันอาสาฬหบูชา
สำหรับวันนี้ คือวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 จนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่า วันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี

ทั้งนี้ กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนมักถือปฏิบัติ คือ การทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา และสวดมนต์ ซึ่งพุทธศาสนิกชนควรได้รับประโยชน์ที่เป็นสาระสำคัญจากอาสาฬหบูชา กล่าวคือ ควรทบทวนระลึกเตือนใจสำรวจตนว่า ชีวิตเราได้เจริญงอกงามขึ้นด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโลกและชีวิตนี้บ้างแล้วเพียงใด เรายังดำเนินชีวิตอยู่อย่างลุ่มหลงมัวเมา หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่งผ่องใสบ้างแล้วเพียงใด


 ask1 ask1 ask1 ans1 ans1 ans1


วันเข้าพรรษา


ตักบาตรดอกไม้-ถวายเทียนพระราชทาน
"งานประเพณีตักบาตรดอกไม้เข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทานประจำปี 2557" ระหว่างวันที่ 11-13 ก.ค.57 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ต.ขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งงานนี้ ถือเป็นประเพณีหนึ่งเดียวของไทย ในการนำดอกเข้าพรรษาบูชารอยพระพุทธบาท และร่วมทำบุญถวายเทียนพรรษา พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ชมขบวนแห่รถบุปผาชาติอันตระการตา พิธีตักบาตรดอกไม้ พิธีกวนข้าวทิพย์ การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน,การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และร่วมเดินทางท่องเที่ยวทางบุญกับ ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด สุขใจใกล้กรุง


แห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด
วันที่ 11 ก.ค.57 ที่คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม "แห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด" โดยภายในงานชมวิถีชีวิตริมสองฝั่งคลอง สัมผัสความเป็นไทย วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงรักษาไว้ ตลอดเส้นทางสายน้ำแห่งชีวิต นอกจากนี้ ยังจะได้ชมขบวนเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ตกแต่งสร้างสรรค์อย่างสวยงาม การประกวดบ้านสวนริมคลอง การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านลาดชะโด การจัดการแสดงภาพถ่ายวิถีชีวิตชาวลาดชะโด



สักการะ

แห่เทียนโคราช
ด้าน จ.นครราชสีมา ก็จัด "งานแห่เทียนโคราช ประจำปี 2557" ภายใต้แนวคิด "เสริมบุญ สร้างบารมี" ระหว่าง 1-13 ก.ค.57 ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา


แห่เทียนสุพรรณ
มาที่ จ.สุพรรณบุรี ที่จัด "งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2557" ตั้งแต่ 11-13 ก.ค.57 ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โดยมีกำหนดพิธีเปิดในวันที่ 12 ก.ค.57 ณ บริเวณหน้าแขวงการทางสุพรรณบุรีที่ 1 และการจัดงานไหว้พระ 9 วัด ในวันอาสาฬหบูชา จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2557 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา และการปลูกฝังจิตสำนึกทางวัฒนธรรมในวันสำคัญทางศาสนาให้กับข้าราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอทุกอำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยขบวนแห่เทียนพรรษาจะเคลื่อนขบวนแห่ไปตามถนนเณรแก้ว แล้ววกกลับบริเวณแยกนางพิม ผ่านห้างสรรพสินค้านาซ่ามอลล์ สิ้นสุดบริเวณหน้าโรงแรมวาสิฏฐี ซิตี้ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี


113 ปี แห่เทียนพรรษา
เช่นเดียวกับ จ.อุบลราชธานี ที่จัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ภายใต้ชื่อ "113 ปีงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี 2557" ณ ทุ่งศรีเมือง เพื่อสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น



แห่เทียนพรรษา

มหกรรมแห่เทียนพรรษา-ตักบาตรบนหลังช้าง
ส่วน จ.สุรินทร์ จัดงาน "มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง ประจำปี 2557" ตั้งแต่ 10-11 ก.ค.57 ที่ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 87 พรรษา และร่วมกันสืบทอดประเพณีอันดีงาม รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีช้างเลี้ยงมากที่สุดในโลก วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมก็ผูกพันกับช้าง


ศิลปะเทียนนานาชาติ
หากใครชื่นชอบงานศิลปะ ขอแนะนำ "เทศกาลศิลปะเทียนนานาชาติเมืองอุบลฯ ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี" ที่จัดขึ้นตั้งแต่ 11-14 ก.ค.57 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ซึ่งจะมีกิจกรรมเวียนเทียน ชมการแสดงงานประติมากรรมเทียนศิลปะร่วมสมัยของ 13 ศิลปิน 13 ชิ้นงาน จาก 8 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เม็กซิโก บัลแกเรีย สเปน ยูเครน อิตาลี อินเดีย และประเทศไทย ชมกิจกรรมเล่าขาน ตำนานเทียน หรือ "Art in Heaven" การแสดงแสง เสียง ประกอบงานศิลปะที่หลากหลายในชุด "Wonderful Light Wonderful Night" บนพื้นที่กลางแจ้ง

ส่องดาวที่สกลนคร
ส่วนใครที่ชอบการดูดาว เชิญได้ที่งาน "วันอาสาฬหสักการะสังเวชนีย์ ที่ส่องดาว" วันที่ 11 ก.ค.57 ณ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม (วัดถ้ำพวง) จ.สกลนคร พร้อมกับพิธีบวชชีพราหมณ์ การปฏิบัติธรรม ถือศีล กินผัก ฟังพระธรรมเทศนา ชมขบวนแห่ขันหมากเบ็ง ชมขบวนแห่โคมบูชา เวียนเทียนรอบสังเวชนียสถาน 4 ตำบ
]


สักการะ

ตั้งมั่นตั้งใจทำสิ่งดีๆ เข้าพรรษา 3 เดือน

ระยะเวลา 3 เดือนของการเข้าพรรษานั้น นอกจากกิจของพระสงฆ์ที่ต้องประจำอยู่ที่ใดที่หนึ่งแล้ว พุทธศาสนิกชน ก็สามารถตั้งมั่นตั้งใจทำบางสิ่งเพื่อชำระล้างจิตใจ และร่างกาย นอกเหนือจากการทำบุญในวันพระ 2 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" จึงขอเสนอกิจกรรมที่สามารถทำได้ทุก

เลิกเหล้า/งดเหล้า เข้าพรรษา
เป็นแคมเปญที่รณรงค์มานานหลายปีเมื่อถึงช่วง "เข้าพรรษา" และเทศกาลอื่นๆ สำหรับการเลิก/งดดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิดศีล ข้อที่ 5 แล้ว การไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น มีสติมากขึ้น


เลิกบุหรี่
แม้การเลิกบุหรี่หลายคนบอกว่า เป็นเรื่องยาก และหากใช้โอกาสนี้ในการลองลดปริมาณการสูบลง ก็จะทำให้ผู้สูบนั้น มีสุขภาพดีขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกัน ยังได้ทำความดีให้ผู้อื่นทางอ้อมด้วย เพราะเขา/เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งสูดดมกลิ่นบุหรี่ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจนำไปสู่การป่วยได้อีกด้วย


 :96: :96: :96: :96:

ตั้งมั่นตั้งใจทำสิ่งดีๆ เข้าพรรษา 3 เดือน

ระยะเวลา 3 เดือนของการเข้าพรรษานั้น นอกจากกิจของพระสงฆ์ที่ต้องประจำอยู่ที่ใดที่หนึ่งแล้ว พุทธศาสนิกชน ก็สามารถตั้งมั่นตั้งใจทำบางสิ่งเพื่อชำระล้างจิตใจ และร่างกาย นอกเหนือจากการทำบุญในวันพระ 2 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" จึงขอเสนอกิจกรรมที่สามารถทำได้ทุก

เลิกเหล้า/งดเหล้า เข้าพรรษา
เป็นแคมเปญที่รณรงค์มานานหลายปีเมื่อถึงช่วง "เข้าพรรษา" และเทศกาลอื่นๆ สำหรับการเลิก/งดดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิดศีล ข้อที่ 5 แล้ว การไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น มีสติมากขึ้น



เวียนเทียน

บวชใจ
การ "บวชใจ" เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากที่เดียว เพราะว่าการบวชใจเป็นการกตัญญูต่อพระพุทธเจ้า ข้อแนะนำนี้ได้มาจากกิจกรรมช่วงเข้าพรรษาของ ชมรมวิปัสสนากรรมฐาน ของบริษัท การบินไทย จำกัด ซึ่งหลักการง่ายๆ ของการบวชใจนั้นคือ การต้องกลับมาสำรวจใจตัวเองว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง อันไหนมากว่ากัน เพื่อเลือกข้อบวชได้ตรงกับตัวเองมากที่สุด จากนั้นจึงหาวิธีการบวชใจง่ายๆ ในแบบของตัวเองในช่วงเข้าพรรษา เช่น

ความโลภ หากเราชอบช็อปปิ้งมาก และซื้อของไม่จำเป็นบ่อยครั้ง เข้าพรรษานี้ลองซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น
ความโกรธ หากเราชอบพูดจาค่อนข้างแรงและหนักใส่คนอื่น ในช่วงเข้าพรรษานี้ ก่อนพูดจะฝึกคิดเสมอว่า ขอให้คุณมีความสุข และลองฝึกยิ้มน้อยๆ ไประหว่างพูด ทำให้คำพูดเราน่าประทับใจ
ความหลง หากชอบขนมหวานๆ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เป็นโรคเบาหวาน เราก็ลองตั้งใจจะไม่ทานขนมหวาน เพื่อสุขภาพและฝึกการไม่หลงติดในรส


ถือศีล 5 /ฝึกนั่งสมาธิ
การลองถือศีล 5 และฝึกนั่งสมาธิในช่วงเข้าพรรษา ถือว่าเป็นเวลาเหมาะสมแล้ว ซึ่งการฝึกทั้ง 2 อย่าง ไม่จำเป็นต้องทำให้ได้ดีในวันเดียว หรือวันสั้นๆ แต่ควรทำไปเรื่อยๆ วันละนิด เมือครบ 3 เดือนแล้ว เราอาจะพบว่าเราตัวเราได้เปลี่ยนไปแล้วก็เป็นได้


ทำงานอาสา

"การให้" ถือเป็นอีกหนึ่งที่ทุกคนควรเรียนรู้ที่ทำให้มากที่สุด ซึ่งการทำงานเป็นอาสาสมัคร เป็นหนทางหนึ่งที่เราจะได้ฝึกการให้บางสิ่งบางอย่างกับคนที่ขาดบางสิ่งไป สำหรับงานอาสาสมัครนั้น มีให้เลือกมากมาย ทั้งการบริจาคสิ่งของ การสอนหนังสือ การช่วยเหลือคนตาบอด การเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง การไปทำค่าย เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมที่ช่วยให้เราลองตั้งใจตั่งมั่นในช่วง "เข้าพรรษา" สามเดือนนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" เชื่อว่า หากลองได้ทำ ลองเอาชนะใจตัวเองแล้ว จะมีสิ่งดีๆ ที่จะพบเมื่อออกพรรษาอย่างแน่นอน.



ตื่นเช้ามาทำบุญ


ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://www.thairath.co.th/content/435513
109  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / พุทธบริษัท ๔ - รู้โลก ไม่สู้รู้ตน เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 06:41:42 PM


พุทธบริษัท ๔ - รู้โลก ไม่สู้รู้ตน

หากแต่ขึ้นอยู่กับฆราวาส อย่างพวกเรา ๆ อันถือได้ว่าเป็นบริบทแวดล้อมของท่านบรรพชิตด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่คนเราจะไปตำหนิ แม่ชีท่านนี้แต่เพียงฝ่ายเดียวก็คงจะแปลก ๆ อยู่ เพราะหากว่าไม่มีผู้ที่ศรัทธาแม่ชี

เป็นข่าวเป็นคราวขึ้นมาอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องที่มีการปรากฏภาพแม่ชีชื่อดังท่านหนึ่งใช้สินค้าแบรนด์เนมหรูหรา และ นั่งในรถสปอร์ตหรู จนกระทั่งแม่ชีรวมถึงเจ้าอาวาสจำเป็นต้องออกมาแถลงข่าวเคลียร์ตัวเป็นข่าวเป็นคราวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันของสังคมจำนวนไม่น้อยที่คลางแคลงใจกับพฤติกรรมการใช้สินค้าหรูหราของแม่ชี


 :49: :49: :49:

ประเด็นอยู่ที่ว่า พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมว่า การดำรงคงอยู่ของพุทธศาสนานั้น ขึ้นอยู่กับพุทธบริษททั้ง ๔ กล่าวคือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา กล่าวคือมิได้ขึ้นอยู่แต่เพียงกับผู้ที่อยู่ในเพศบรรพชิต กล่าวคือ ภิกษุ ภิกษุณี (หรือหมายรวมถึงผู้รักษาศีลมากกว่าเพศฆราวาสปกติเช่น แม่ชี หรือนักบวชอื่นภายใต้พระพุทธศาสนาด้วย)

หากแต่ขึ้นอยู่กับฆราวาส อย่างพวกเรา ๆ อันถือได้ว่าเป็นบริบทแวดล้อมของท่านบรรพชิตด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่คนเราจะไปตำหนิ แม่ชีท่านนี้แต่เพียงฝ่ายเดียวก็คงจะแปลก ๆ อยู่ เพราะหากว่าไม่มีผู้ที่ศรัทธาแม่ชี และไม่ได้มีการถวายสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะมองแล้วเกินกว่าความจำเป็นที่บรรพชิตจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน



ในการปฏิบัติธรรมเพื่อความห่างไกลจากกิเลสแล้วละก็ แม่ชีท่านนี้ก็คงจะไม่สามารถที่จะมีสิ่งต่าง ๆ หรือใช้สิ่งต่าง ๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวได้อย่างแน่นอน (เว้นเสียแต่ว่า แม่ชีจะเป็นผู้มีฐานะและเลือกที่จะซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่เกินกว่าความจำเป็นแต่ละวันมาด้วยตัวของแม่ชีเอง แต่คงไม่ใช่ประเด็นเพราะข่าวที่ปรากฏขึ้นคือการที่แม่ชีนั้นใช้สิ่งต่าง ๆ ตามที่โยมนั้นได้นำมาถวาย)

หากประเด็นนั้นมิได้จำกัดอยู่แต่เพียงแค่แม่ชี แต่มองประเด็นเชิงกว้างว่า เกิดจากการที่ญาติโยมของแม่ชีเอง กล่าวคือ อุบาสกอุบาสิกา ผู้เป็นกลุ่มผู้ถวายสิ่งต่าง ๆ ให้กับแม่ชีนั้นเองก็ น่าจะเป็นกลุ่มที่นำมาขบคิดเหมือนกันว่า ญาติโยมกลุ่มนี้ (ที่น่าจะเข้าใจคำสอนทางพระพุทธศาสนาอยู่ไม่น้อย เพราะไม่เช่นนั้นคงจะไม่เข้าไปหาความสงบในวัด สนทนาธรรมกับแม่ชี) ได้เลือกที่จะถวายสิ่งต่าง ๆ ให้กับแม่ชี


 :96: :96: :96:

ทั้งที่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่มีค่าเกินกว่าเป็นเพียงแค่ปัจจัยพื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต หากแต่เป็นสิ่งที่สังคมให้ค่าว่าเป็น สิ่งหรูหรา สินค้าแบรนด์เนม ที่แสดงออกซึ่งสถานภาพที่โดดเด่นของผู้ครอบครอง และโดยตรรกะของพุทธศาสนาแล้ว สิ่งใดก็ตามที่เกินไปกว่าความจำเป็นขั้นพื้นฐาน

สิ่งใดก็ตามที่อาจจะโน้มนำไปสู่การตอกย้ำอัตตา ความต้องการและการไขว่คว้าสิ่งต่างๆทั้งในทางวัตถุ ลาภยศสรรเสริญ นั้นเป็นสิ่งที่ ไม่เป็นไปตามครรลองของ พระพุทธศาสนา ที่ สอนให้เดินทางตรงข้าม สวนทางกับกิเลศ หรือความต้องการอะไรที่เกินไปกว่าการดำรงชีวิตพื้นฐานให้มากที่สุด สิ่งใดเกินไปกว่า ปัจัยพื้นฐาน สิ่งใดโน้มนำให้ ชีวิตใฝ่หาสิ่งใดที่เกินไปกว่า ความเป็นปกติธรรมดา ธรรมชาติ จนเกินไป สิ่งนั้นไม่ได้เอื้อต่อการเข้าสู่ธรรมหรือเดินบนทางของธรรม


 :25: :25: :25:

มองแง่หนึ่ง ญาติโยมคงหวังดีอยากที่จะให้ผู้ที่ตนเองเคารพศรัทธาได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่กำลังของญาติโยมจะสามารถจะกระทำได้ อันเป็นการเสริมบุญให้แก่ผู้ให้ แต่มองอีกแง่หนึ่ง การถวายปัจจัยต่าง ๆ ที่ เกินไปกว่าความจำเป็นพื้นฐานของผู้ครองเพศบรรพชิต จนอาจจะนำไปสู่ความแคลงใจของผู้พบเห็นหรือสังคม  อาจจะนำไปสู่การสะเทือนของศรัทธาที่คนในยุคดิจิตอลนี้มีต่อพระพุทธศาสนา


ในฐานะที่เป็นศาสนาที่สอนให้เราดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย สันโดษเป็นธรรมชาติ ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง ว่าเป็นศาสนาที่ยังคงมีประเด็นเรื่องการใช้พุทธศาสนาในการเสริมสร้างความมั่งคั่ง ความเหนือกว่าผู้อื่น เหมือนกับที่เคยสั่นคลอนศาสนาอื่นมาแล้ว (เช่นกรณีการขายใบไถ่บาปของคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก จนกำเนิดเป็นนิกายโปรเตสแตนต์มาในอดีต)

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดี ข่าวในลักษณะนี้ (ที่มิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และแน่ใจได้ว่าจะไม่ใช่เป็นครั้งสุดท้าย) น่าจะเป็นข่าวที่ สะกิดใจให้พุทธศาสนิกชนได้ทบทวนว่า การถวายสิ่งต่าง ๆ ให้กับบรรพชิตผู้ที่เราศรัทธานั้น ควรจะเป็นอย่างไร จะนำไปสู่ ความศรัทธาที่สังคมมีต่อพระพุทธศาสนานั้นอย่างไร และสำคัญมากคือ สอดคล้องหรือตรงข้ามกับหลักการ หรือ “แก่นพุทธศาสนา” นั้นอย่างไร


 st11 st11 st11

หลาย ๆ คน เชื่อว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้” หากเราถวายสิ่งที่ “ดีที่สุด” (ในเชิงวัตถุ) ให้กับบรรพชิต เราย่อมจะได้สิ่งที่ดีที่สุดกลับมา เพราะเราได้สร้างบุญที่ใหญ่โตขึ้นมา แต่อีกด้านหนึ่ง หลักการของพระพุทธศาสนาแล้ว การถวายวัตถุ ยังไงเสียก็เป็น “อามิสบูชา” ที่มิได้มีค่าเทียบเท่ากับ “ปฏิบัติบูชา” ที่น่าจะหมายรวมถึงการประพฤติปฏิบัติตนสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธองค์ กล่าวคือการถอยห่างจากกิเลส ละเว้นจากวัตถุ โดยเฉพาะตัวเองที่จะตอกย้ำ “อัตตา” จะตอกย้ำการว่ายตามน้ำแห่งกิเลสต่อไป

แน่นอนว่าการทำบุญกับบรรพชิต โดยเฉพาะอริยสงฆ์ หรือ ภิกษุ ภิกษุณี หรือบรรพชิตหมู่เหล่าอื่นที่มีสภาวะธรรมสูง เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ถวายได้ผลบุญที่ยิ่งใหญ่

แต่กระนั้น สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันคือการเดินตามแก่นคำสอนของพระพุทธองค์ ไม่ว่าจะดำรงชีวิตในมิติใดก็ตาม ในฐานะลูกของพ่อแม่ ศิษย์ของครูบาอาจารย์ ญาติของเหล่าเครือญาติ มิตรของเหล่าสหาย หรือแม้แต่พลเมืองของแผ่นดิน ประเทศชาติด้วย ทุกวินาทีของชาวพุทธล้วนแต่สร้างบุญกุศลได้ด้วยกันทั้งสิ้นครับ.

ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน


ขอบคุณภาพและบทความจาก
www.dailynews.co.th/Content/Article/250880/พุทธบริษัท+๔+-+รู้โลก+ไม่สู้รู้ตน
110  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เงินสะพัดเข้าพรรษา 5 พันล้าน อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นคนเริ่มหันหน้าเข้าวัด เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 06:33:59 PM


เงินสะพัดเข้าพรรษา 5 พันล้าน อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นคนเริ่มหันหน้าเข้าวัด

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทยเผยเม็ดเงินสะพัดช่วงเทศกาล “อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา” 5,261 ล้านบาท อานิสงส์เศรษฐกิจเริ่มฟื้น ผู้คนแห่ทำบุญ-ท่องเที่ยวมากขึ้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย’57 ผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชน ในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ปี 57 ว่าคาดจะมีมูลค่าการใช้จ่าย 5,261 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวในทุกภูมิภาคสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการใช้จ่าย ทั้งการทำบุญ การซื้อสินค้าและการท่องเที่ยว โดยแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเงินเดือน รองลงมาเป็นเงินออมและรายได้พิเศษ


 :49: :49: :49:

สำหรับกิจกรรมที่ประชาชนนิยมในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาเช่น การทำบุญ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 703.10 บาท, การตักบาตร 396.46 บาท, ไปเวียนเทียน 319.82 บาท, ทำทาน 397.77 บาท, ท่องเที่ยวในประเทศ 2,964.47 บาท, เที่ยวสถานที่ที่จัดงานวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 1,373.83 บาท, เสี่ยงโชค ซื้อหวย 389 บาท, กลับบ้านที่ต่างจังหวัด 1,726.09 บาท, เที่ยวห้าง 1,062.22 บาท, เที่ยวต่างประเทศ 12,500 บาท เป็นต้น “สินค้าที่ขายดีในช่วงเทศกาลนี้คือเครื่องสังฆทาน, ทัวร์ท่องเที่ยว และโรงแรม โดยจังหวัดที่ได้รับความสนใจในการท่องเที่ยวในมากสุดคือ เพชรบุรี ชลบุรี ระยอง ส่วนจังหวัดที่ได้รับความนิยมทำบุญ ได้แก่ อยุธยา ชลบุรี เชียงใหม่ นครนายก และสระบุรี

ส่วนความเห็นต่อกิจกรรมที่จัดขึ้นในจังหวัดต่างๆ ในปีนี้พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 47.7% มองว่ามีความคึกคักเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น มี นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากขึ้น ขณะที่จำนวนชิ้นในการซื้อของ เพิ่มขึ้น 63.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนมูลค่าในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 60.7%”


 :25: :25: :25:

สำหรับบุคคลที่ประชาชนต้องการไปทำบุญด้วย พบว่าดาราชายอันดับหนึ่งได้แก่ เจมส์ จิรายุ รองลงมา ณเดชน์ คูกิมิยะ และนิว วงศกร ส่วนดาราหญิง อันดับหนึ่งได้แก่พลอย เฌอมาลย์ รองลงมาเป็นอั้ม พัชราภา และ แอน ทองประสม ส่วนนักร้องชายอันดับหนึ่งได้แก่ บี้ สุกฤษฏิ์ รองลงมา เบิร์ด ธงไชย และ กันนภัทร นักร้องหญิง อันดับหนึ่งได้แก่ปาน ธนพร รองลงมาหญิงลี ศรีจุมพล และใบเตย อาร์สยาม

ส่วนพร 3 ประการ ที่ขอในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา คือขอให้ในหลวงและพระราชินีทรงพระ เจริญ และมีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์, ขอให้คนไทยรักและสามัคคีกัน และขอให้เศรษฐกิจดี นักการเมืองไม่คอร์รัปชัน ส่วนการสอบถามความเห็นเกี่ยวกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการปราบปรามการเล่นพนันฟุตบอล การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว การจัดระเบียบรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ และรถตู้สาธารณะนั้น ผู้ตอบส่วนใหญ่เห็นด้วยเพราะช่วยลดปัญหาอาชญากรรม ลดการรีดไถ คอร์รัปชัน และมีมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น


 st12 st12 st12

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 57 คาดว่าจะขยายตัวได้ 4% จากอานิสงส์การเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่ค้างอยู่เข้ามาสู่ระบบประมาณ 100,000 ล้านบาท และ ไตรมาส 4 ขยายตัว 5-6% จากอานิสงส์การใช้จ่าย งบประมาณในปีงบฯ 58 อีก 100,000 ล้านบาท “เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงเดือน ส.ค.และ ก.ย.นี้จากอานิสงส์การจ่ายเงินจำนำข้าวแก่ชาวนา เม็ดเงินสะพัดในเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก และการเร่งใช้จ่ายงบที่ค้างอยู่ ซึ่งในภาพรวมจะส่งผลให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 2% และจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ปี 58 โตได้ในระดับ 5%”.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/435351
111  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / โพลชี้ชาวพุทธ ไม่รู้ความสำคัญวันอาสาฬหบูชา เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 06:22:58 PM


โพลชี้ชาวพุทธ ไม่รู้ความสำคัญวันอาสาฬหบูชา

"นิด้าโพล" พบชาวพุทธส่วนใหญ่ ไม่รู้ถึงความสำคัญทางศาสนาของ "วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา"

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พุทธศาสนิกชนกับการรับรู้ถึงความสำคัญของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8 -9 ก.ค.ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,251 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการรับรู้ถึงความสำคัญของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาของพุทธศาสนิกชน

พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 76.18 ไม่ทราบว่าไม่ทราบว่า วันอาสาฬหบูชามีความสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างไร ขณะที่ ร้อยละ 23.82 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ

เมื่อถามถึงการรับรู้ของประชาชนถึงความสำคัญในทางพุทธศาสนาของ “วันเข้าพรรษา” พบว่า พุทธศาสนิกชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.67 ระบุว่า ไม่ทราบว่า วันเข้าพรรษามีความสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างไร ขณะที่ ร้อยละ 43.33 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/politics/251317/โพลชี้ชาวพุทธไม่รู้ความสำคัญวันอาสาฬหบูชา
112  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / สคบ.ลงพื้นที่ลุยตรวจสังฆทาน เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 06:20:10 PM


สคบ.ลงพื้นที่ลุยตรวจสังฆทาน

สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสังฆทาน ช่วงเทศกาลบุญ ห่วงร้านขายเครื่องทำบุญในต่างจังหวัดทำผิดเอาเปรียบผู้บริโภค ประสานเจ้าหน้าที่ต่างจังหวัดเข้าเร่งแก้ไข

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.57 นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสคบ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ที่ห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์ ถนนบางแวก ซึ่งเป็นแหล่งจัดจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์และสิ่งของประกอบพิธีทางศาสนาครบวงจร ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย รวมทั้งตรวจสอบการวางจำหน่ายชุดสังฆทานฯ บริเวณห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค ว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบของสคบ.หรือไม่





นายอำพน กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานที่จำหน่ายชุดสังฆทานฯ ส่วนใหญ่ปฏิบัติตามข้อกฎหมายของสคบ.อย่างถูกต้อง คือ แสดงฉลากได้ครบถ้วน ทั้ง แสดงข้อมูลเกี่ยวกับรายการสินค้าที่บรรจุ จำนวนและราคา ชื่อผู้จัดจำหน่าย วันเดือนปีที่หมดอายุของสินค้า วันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน วันที่บรรจุ และคุณภาพของสินค้า ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการควบคุมให้ทั่วถึง สคบ.ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดทั่วประเทศ ช่วยตรวจสอบการจำหน่ายชุดสังฆทานฯ ของผู้ประกอบการที่เป้นรายย่อย เพราะกลุ่มดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะขายสินค้าราคาสูงเกินจริง และสินค้าที่นำมาบรรจุอาจไม่มีคุณภาพ ไม่สามารถใช้งานได้

ทั้งนี้หากตรวจพบว่า ผู้ประกอบการทำผิด เช่น แสดงฉลากไม่ครบ ราคาขายสูงเกินจริง หรือสินค้าไม่มีคุณภาพ เบื้องต้นสคบ.จะแจ้งเตือนให้ปรับปรุงก่อน แต่หากไม่แก้ไข จะต้องถูกลงโทษ โดยในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการขายสินค้าทำฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีที่เป็นผู้ผลิต ผู้สั่งหรือผู้นำเข้าสินค้า ทำฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเรื่องของการขายเกินราคาจะประสานกรมการค้าภายใน เข้ามาดำเนินการลงโทษทันที





ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/economic/251306/สคบ.ลงพื้นที่ลุยตรวจสังฆทาน
113  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / อานิสงส์ของการเวียนเทียน เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 06:15:04 PM


อานิสงส์ของการเวียนเทียน

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวพุทธอย่างเรา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11 กรกฎาคม 2557 และสิ่งหนึ่งที่ชาวพุทธพึงปฏิบัติในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ "การเวียนเทียน"

ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพุทธอย่างเรานิยมจะไปทำบุญไหว้พระในตอนเช้าและเวียนเทียนในตอนเย็น ซึ่งในการเวียนเทียนนั้นนอกจากจะเป็นการไปเคารพบูชากราบไหว้ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว "อานิสงส์ของการเวียนเทียน" ถือเป็นอีกเรื่องราวที่ชาวสนุก!ดูดวงหลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน และในวันอาสาฬหบูชานี้ใครที่กำลังจะเตรียมตัวไปเวียนเทียนลองมาดูอานิสงส์ของก่อนเวียนเทียนกันก่อนดีกว่าค่ะ





การเวียนเทียน 3 รอบ การเวียนเราจะเวียนขวา ก็คือการเอาสิ่งที่เราเคารพไว้ด้านขวา เรียกว่าความเคารพต่อพระธาตุเจ้า การประทักษิณเราจะต้องตั้งปณิธาน การที่ให้เวียน 3 รอบนั้น เพื่อให้รู้สังสารวัฏเรานี้ มันมีเวียนว่ายตายเกิด เหมือนวงล้อมันหมุนไปแล้วมันกลับมาที่เดิม หาเบื้องต้นและเบื้องปลายไม่ได้ สังสารวัฏของเรานี้ไม่มีเบื้องต้นและเบื้องปลาย ถ้าตัวเราไม่ได้ปฏิบัติธรรมแล้ว วิญญาณของคนเรานี้ จะไม่มีที่สิ้นสุด โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ข้อใหญ่ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ คือ

1.การเวียนเทียน กระทำขึ้นเพื่อการเคารพบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
2.เมื่อวนสามรอบจะได้นึกถึงสังสารวัฏนี้เพื่อจะได้มีใจปฏิบัติ เพื่อจะได้หลุดพ้นจากสังสารวัฏนี้


 :25: :25: :25:

สังสารวัฏ นี้ประกอบด้วย กรรมวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์ กิเลสวัฏฏ์ คือ อะไรทำให้วนเวียน, กรรมวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์ คือ ผลของกรรมที่ทำให้วนเวียน, กิเลสวัฏฏ์ คือ กิเลสทำให้เรามาวนเวียน

ที่นี้เราจะออกจากสังสารวัฏนี้ เราจะออกทางไหน คือ ออกทางกิเลสให้กำหนดทางกิเลส เห็นหนอ ได้ยินหนอ ได้กลิ่น ได้รสหนอ ถูกหนอ อันนี้คือตัดเลย เมื่อมีความโกธรเกิดขึ้นมีสติกำหนด เมื่อมีความโลภเกิดขึ้นมีสติกำหนด เมื่อมีความหลงเกิดขึ้นให้มีสติกำหนด ให้ตัดอย่างนี้เพื่อที่จะเข้าถึงความพ้นทุกข์




นอกจากนี้การเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนายังได้อานิสงส์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้
1.ทำให้เกิดตบะเดชะ พลังอันเลิศในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น
2.ทำให้ดวงจิตสูงระหง เป็นองค์ทอง จะเกิดรังสีสีทองผ่องใสอย่างอัศจรรย์
3.ทำให้กาย วาจา ใจ เกิดความสงบ สะอาด สว่าง อย่างยิ่ง
4.ผู้ยังไม่ซึ้งในธรรมจะเกิดปิติยินดีซาบซึ้ง ทำให้เจริญธรรมสูงยิ่งๆ ขึ้น ผู้ที่เจริญธรรมแล้ว จะได้เพิ่มพูนพลังทอง พลังธรรม นำจิตให้เหนือโลก พ้นโลก
5. ผู้ที่มีกรรมเวรหนัก ๆ โดยไม่สนใจในธรรม ไม่เชื่อในคำสอนของพระชินวรสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อได้บำเพ็ญบารมีขอขมาใหญ่ทั้งกาย วาจา ใจ ในชีวิตแล้ว กรรมหนักจะทุเลาเบาบางจางหายกลับกลายป็นคนใจดีใจงามในธรรม ได้ด้วยอานุภาพแห่งบารมีอันเป็นมหากุศลนี้อย่างแท้จริง
6. ทำให้กายใจ สลัดออกจากภูมิเปรต เดรัจฉาน ทั้งบันดาลให้จิตหลุดจากโคตรปุถุชน พ้นอบายภูมิได้
7. ทำให้ไม่ลืมตัว หลงตัว ลดทิฐิมานะ ได้เป็นที่รักของมนุษย์ พรหม และเทวดาทั้งหลาย
8. ทำให้ตัดกรรม ตัดเวร ทางจิตได้โดยพลัน
9. การบำเพ็ญความดีเลิศครั้งนี้ เพื่อเป็นการสะสมอารมณ์พระนิพพานอย่างแท้จริง



ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.watchaoam.com, http://palapanyo.com/
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.dmc.tv
ที่มา horoscope.sanook.com/1396534/อานิสงส์ของการเวียนเทียน/
114  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา สองวันสำคัญทางศาสนาพุทธ เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 06:02:52 PM
 

วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา สองวันสำคัญทางศาสนาพุทธ
 
วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธ และวันหยุดราชการในประเทศไทย คำว่า "อาสาฬหบูชา" ย่อมาจาก "อาสาฬหปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ" ตรงกับวันเพ็ญ เดือน ๘ ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗)
   
วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก (ปฐมเทศนา) คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์
   
การแสดงธรรมครั้งนั้น ทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ ๑ ใน ๕ ปัญจวัคคีย์ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้าจนได้ "ดวงตาเห็นธรรม" หรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน จึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธี "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" (หมายถึงพระพุทธเจ้า บวชให้โดยตรง)


 :25: :25: :25:
   
พระอัญญาโกณฑัญญะ จึงนับเป็นพระสงฆ์รูปแรกในศาสนาพุทธ และด้วยเหตุที่ท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคล (อนุพุทธะ) เป็นคนแรก จึงทำให้ในวันนั้นมี "พระรัตนตรัย" ครบองค์ ๓ บริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

สิ่งที่ชาวพุทธควรปฏิบัติใน "วันอาสาฬหบูชา" คือ ทำบุญตักบาตร เข้าวัดทำบุญกุศล สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ฟังพระธรรมเทศนา เวียนเทียนรอบโบสถ์ (หรือเจดีย์) อันเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าโดยตรง





วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์จะอธิษฐานว่าจะพำนักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝน เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น ที่เรียกว่า "จำพรรษา"
 
พิธีเข้าพรรษา ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์โดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม โดยเริ่มนับตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี (หรือเดือน ๘ หลัง ถ้ามีเดือน ๘ สองหน) และสิ้นสุดลงในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือ "วันออกพรรษา"
 
สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดให้พระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอด ๓ เดือนนั้น ก็เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเผยแผ่ศาสนาไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งการเดินทางจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝน และเพื่อป้องกันความเสียหายจากการเดินเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน รวมทั้งการไปเหยียบย่ำสัตว์เล็กสัตว์น้อยโดยไม่ตั้งใจก็ได้

   



นอกจากนี้การจำพรรษาตลอด ๓ เดือน จะเป็นโอกาสสำคัญที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่จำพรรษารวมกันภายในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ด้วยกัน
   
สิ่งที่ชาวพุทธควรปฏิบัติใน "วันเข้าพรรษา" คือ ทำบุญถวายเทียนพรรษา (หรือหลอดไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ) ผ้าอาบน้ำฝน ตลอดจนเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับพระสงฆ์

ส่วนกิจกรรมในระหว่างเข้าพรรษา คือ เข้าวัดฟังพระธรรมเทศนา ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิภาวนา งดเว้นสิ่งอบายมุขทั้งปวง อาทิ เหล้า บุหรี่ การพนัน ฯลฯ...สำหรับปีนี้ "วันเข้าพรรษา" ตรงกับ วันเสาร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗


ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20140710/187938.html
115  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / 5 เทคนิคการใช้ Facebook ให้ปลอดภัย เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 11:30:40 AM


5 เทคนิคการใช้ Facebook ให้ปลอดภัย

จากบทความเกี่ยวกับสถิติต่างๆเกี่ยวกับคนไทย ใช้ Social Network มากน้อยแค่ไหน ปรากฏว่าคนไทย ใช้ Facebook มากเป็นอันดับ 1 แทบทุกกิจกรรมในแต่ละวัน ดังนั้นวันนี้จึงนำเสนอเกี่ยวกับ 5 เทคนิคที่จะทำให้บัญชี Facebook ของคุณปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งคุณสามารถลองทำดูได้ เพื่อความปลอดภัยของบัญชี facebook ท่านเอง

1. ตรวจสอบว่า สิ่งที่เราโพสต์บน TimeLine เกี่ยวกับเราและเพื่อน จะรู้กันแค่เฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้นที่ได้เห็นขณะโพสต์สถานะของเรา

เราสามารถกำหนดได้ว่าให้ข้อความนี้เห็นแบบ เห็นทุกคน(Public ) / เห็นเฉพาะเพื่อนเรา (Friends) / กำหนดเอง (Custom) และ เฉพาะเราคนเดียว (Only Me) นอกจากนี้เราสามารถจำกัดเพื่อนๆในการอ่าน สถานะที่เราโพสต์ บน Timeline ย้อนหลังได้ด้วย เพียงเลือกที่ Setting

จากนั้นคลิกที่ Privacy ด้านซ้ายมือ และคลิกที่ Limit old posts ดังรูป เพื่อจำกัดการอ่าน timeline ย้อนหลังของคนที่ไม่ได้ add เราเป็นเพื่อน คนที่จะเห็นสถานะเก่า บน timeline เรานี้ เฉพาะกลุ่มเพื่อนเราที่รับ add แล้วเท่านั้น


2. ควบคุมกรองคน ว่าใคร สามารถติดต่อเราทาง Facebook message ถึงเราได้บ้าง ?
โดยคลิกที่ไอคอนแม่กุญแจ ด้านขวาบนของเว็บ facebook แล้วเลือกที่ ‘Who can contact me” เบื้องต้นค่า default หลักเป็น ‘Basic Filtering’ ซึ่งเท่ากับว่าทุกคนสามารถติดต่อหาเราผ่านทาง facebookที่ Message ได้ทั้งหมด แต่ถ้าต้องการคนที่ติดต่อเราได้เฉพาะเพื่อนเราเท่านั้นจริงๆ ไม่รับคนแปลกหน้า เราสามารถกำหนดได้จาก คลิก ‘Who can contact me” แล้วคลิกที่ Strict Filtering ในคำถามว่า ‘Whose messages do I want filtered into my Inbox?’


3. เราสามารถควบคุม การหาโปรไฟล์ของเรา ผ่าน search ตามอีเมล์ และหมายเลขโทรศัพท์ของเรา
เราสามารถกำหนดให้แสดงเฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น ไม่แสดงชื่อ facebook ของเราต่อสาธารณะ โดยจัดการคลิกไปที่ ไอคอน3เหลี่ยมดังรูปแล้วเลือกที่ settings

จากนั้นเลือก Privacy แล้วดูในส่วน ‘Who can look me up? ซึ่งเราสามารถเปิดให้ โปรไฟล์เราปรากฎในผลลัพธ์การค้นหา (Search) บน facebook ด้วย อีเมล เบอร์โทร search engine ว่าคนที่พบโปรไฟล์เรา เฉพาะเพื่อนเท่านั้นได้ หรือกำหนดซ่อนชื่อโปรไฟล์เราในผลลัพธ์ search ใน facebook ไปเลยก็ได้


4. เปิดการแจ้งเตือนเข้าสู่ระบบ เมื่อมีการ login เข้าสู่ facebook ด้วยบัญชีคุณ จะแจ้งเตือนไปยังอีเมล หรือ ข้อความ sms+ popup แจ้งเตือนบน notification ของ facebook
จากนั้นเลือก Security’ เลือกคลิก Edit ในส่วน Login notifications แล้ว ติ๊กถูกช่องทางการแจ้งเตือนที่ท่านต้องการ ระหว่าง ส่งอีเมล หรือ ส่งข้อความ / การแจ้งเตือนแบบพุช และสามารถปิดการแจ้งเตือนผ่านช่องทางน้ได้ เพียงติ๊กเครื่องหมายถูกออกไป

5. เปิดการ login แบบขั้นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น
จากนั้นเลือก Security ดูในส่วนที่ Login Approvals แล้วติ๊กถูกที่ “Require a security code to access my account from unknown browsers”. ให้ทาง facebook ส่งรหัสไปยังทางโทรศัพท์ของคุณ ในกรณี login เข้า facebook ทางบราวเซอร์ที่ไม่รู้จัก ซึ่งก็ช่วยป้องกันการแฮค facebook ได้ เพราะคนที่ login ได้ ต้องเป็นเจ้าของ facebook ตัวจริงเท่านั้น ที่มีการลงทะเบียนโทรศัพท์ผ่านทาง facebook แล้ว


ที่มา ch3.sanook.com/24903/5-เทคนิคการใช้-facebook-ให้ปลอดภ
116  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ ที่เสี่ยงคุกจาก พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 10:48:27 AM


พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ ที่เสี่ยงคุกจาก พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

ไทยแวร์ อินโฟกราฟิก เผยข้อควรระวังสำหรับพฤติกรรมเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ที่อาจทำให้คุณเข้าคุก โดยไม่รู้ตัว! เนื่องจากอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการส่งต่อ แชร์แบ่งปัน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือ แสดงความคิดเห็นแบบขาดสติ...

หัวข้ออินโฟกราฟิก [Thaiware Infographic 11] ฉบับนี้ ต้องบอกว่าทางทีมงานเว็บไซต์ไทยแวร์นั้น ได้เล็งเห็นถึงการใช้งานของหลายๆ คนในปัจจุบัน เพราะหลายคนนั้นใช้งานสื่อออนไลน์ หรือโลกบนอินเทอร์เน็ตตามใจต้องการ โดยที่บางคนนั้นไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า การใช้งานของคุณ ในบางครั้งนั้นก็ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือ เรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.บ.คอมฯ ด้วยเหมือนกัน



สถานที่สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบขาดสติ


อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นั้นก็แยกย่อยออกไปมากมายหลากหลายมาตรา หลายคนที่ไม่รู้ก็มีอยู่เยอะด้วยเช่นกัน บางท่านอาจจะคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร เพราะตัวเองไม่ได้ไปยุ่งกับใคร ก็แค่แสดงความคิดเห็นของตนเองบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น มันก็เป็นสิทธิ์ของเราไม่ใช่หรอ หรือจะเป็นการเข้าใช้ไอดี หรือ รหัสของแฟน กิ๊ก เพื่อน คนรอบตัว ทั้งๆ ที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทราบมันก็ไม่ผิดอะไรนี้ เพราะคุณรู้จักคนเหล่านั้น เป็นต้น ดังนั้น มาเริ่มดูกันเลยดีกว่า ว่าพฤติกรรมใดบ้างที่อาจทำให้คุณติดคุกโดยไม่รู้ตัว


Thaiware Infographic 11


อย่างที่ได้เห็นไปกันในรูป Infographic อย่าคิดว่าการกระทำเพียงเล็กน้อยของเรานั้นไม่ผิด เพราะถ้าผู้ที่ถูกเรากระทำนั้นเอาผิดเราจริงๆ เราต้องเสียหายทั้งเงิน ทั้งเวลา เพื่อขึ้นไปเคลียร์คดีความกันบนสถานีตำรวจกันเลยทีเดียว สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่สามารถให้ทุกคนทำอะไรก็ได้อิสระตามที่ต้องการก็จริง แต่คุณเองก็ควรรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมฯ พื้นฐานกันบ้างนะ เพื่อที่ไม่ต้องมานั่งเสียเวลา และเสียเงินไปกับเรื่องที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเพียงแค่คิดสนุกๆ เล่นๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่สิ่งนั้นก็แอบแฝงภัยที่น่ากลัว ที่คุณก็อาจเดือดร้อนได้เช่นกัน.


ที่มา : ไทยแวร์ดอทคอม
ขอบคุณภาพและบทความจาก http://www.thairath.co.th/content/435013
117  เรื่องทั่วไป / IT สาระประโยชน์ชาวธรรม / เคล็ด(ไม่)ลับ 9 ข้อ ช่วยยืดพลังแบตมือถือ ให้อึดสุดใจ.! เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 10:45:07 AM


เคล็ด(ไม่)ลับ 9 ข้อ ช่วยยืดพลังแบตมือถือ ให้อึดสุดใจ.!

แนะนำวิธีธรรมดาๆ ที่จะทำให้แบตเตอรี่ของบรรดาสมาร์ทดีไวซ์คู่ใจคุณมีพลังมากขึ้น ช่วยให้มั่นใจได้ว่า อุปกรณ์สื่อสารจะยังเป็นประโยชน์ต่อคุณ ในช่วงเวลาจำเป็น…

เมื่ออินเทอร์เน็ตแบบเร็วปรู๊ดดดด เป็นสิ่งที่ทุกคนโปรดปรานและเรียกร้อง แต่… คุณรู้หรือไม่ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่บนอุปกรณ์คู่ใจของคุณ ทั้งสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต มีอายุการใช้งานระหว่างวันสั้นลง!!! แต่ไม่ใช่เพียงอินเทอร์เน็ตหรอกนะที่ทำให้แบตเตอรี่ของบรรดาสมาร์ทดีไวซ์ลดลงอย่างรวดเร็ว



ยุติชีวิตติดปลั๊ก ด้วยวิธีการประหยัดแบตเตอรี่

"ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" จึงรวบรวมวิธีประหยัดพลังงานให้อุปกรณ์คู่ใจของคุณ ด้วยเลขดี 9 ข้อ มาเสริมมงคลการใช้งานสารพัดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของคุณ ไม่ให้แบตเตอรี่ลดเร็ว หมดไว กลายเป็นปัญหาการใช้งาน แถมรับรองว่าทำง่ายไม่ยุ่งยาก ทดลองได้ทันที...

1. ปิดแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานอยู่
เรื่องนี้ถือว่าเป็นเบสิก แบบเริ่มแรกเลยทีเดียว เพราะตามหลักการก็คือ การเปิดโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้งานทิ้งไว้ ก็มีแต่จะทำให้เปลืองแบตเตอรี่เปล่าๆ


2. ปรับความสว่างหน้าจอให้พอดี
การเปิดหน้าจอให้สว่างจ้า ไม่ได้ส่งผลดีต่อการใช้งานของคุณเลย ยิ่งทำให้ต้องใช้สายตาและเป็นอันตรายต่อสุขภาพดวงตาในที่สุด แถมยังเปลืองพลังงานเครื่องอีกด้วยนะ รู้แบบนี้แล้วก็ปรับลดแสงลงมาหน่อย เลือกระดับที่ไม่เข้มหรืออ่อนจนเกินไป นอกจากจะสบายตาเวลาใช้แถมยังไม่เปลืองแบตด้วย


3. ไม่ใช้วอลเปเปอร์ หรือภาพพักหน้าจอแบบเคลื่อนไหว
การเลือกภาพพื้นหลังหรือภาพพักหน้าจอให้เป็นแบบปกติ ไม่มีลูกเล่นดุ๊กดิ๊กหรือเคลื่อนไหวได้ ก็เป็นการประหยัดแบตเตอรี่ได้ส่วนหนึ่ง



หันไปทางไหนก็มีแต่คนก้มหน้าก้มตาเล่นสมาร์ทดีไวซ์

4. ปิดบลูทูธถ้ายังไม่ใช้
ว่ากันว่าการเปิด Bluetooth เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เครื่องต้องใช้พลังงานเปลืองยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นรอเปิดตอนจะใช้งาน น่าจะดีกว่าการเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา


5. ตั้งเปิดการแจ้งเตือนเท่าที่จำเป็น
ปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นต่างๆ มีฟังก์ชั่นแจ้งเตือนการใช้งานมากมาย นอกจากแอพพลิเคชั่นการใช้งานทั่วไป แอพเกม แอพกล้อง รวมถึงแอพตกแต่งภาพ ก็มีคุณสมบัติแจ้งเตือนผู้ใช้อยู่ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจถ้าแบตเตอรี่จะลดฮวบๆ เพราะคุณเปิดให้แอพแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลา


6. เลือกใช้โหมดประหยัดพลังงาน
บางเครื่องก็มีโหมดประหยัดพลังงาน (Saving Mode) มาให้เสร็จสรรพ แต่ถ้าไม่มีมาให้ ก็สามารถหาดาวน์โหลดจากคลังแอพพลิเคชั่นได้ตามระบบปฏิบัติการที่ใช้ แต่ข้อแนะนำก็คือ ลองศึกษา หรืออ่านรีวิวการใช้งานจากหลายๆ แหล่งก่อนเลือกดาวน์โหลด เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดี

7. ปิด 3จี, ไวไฟ,โลเคชั่น
อย่าเพิ่งตกใจที่เราบอกให้คุณปิดการใช้งานทั้ง 3จี และไวไฟ ไม่ใช่ว่าจะปิดกั้นการใช้อินเทอร์เน็ต แต่หมายความว่าหากคุณอยากประหยัดพลังงานจริงๆ และยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานโหมดเหล่านั้น ก็ปิดเอาไว้ก่อน



เมื่อชีวิตติดเทคโนโลยี พลังงานจึงสุดแสนจะจำเป็น

8. พกแบตเตอรี่สำรอง ชัวร์สุด!
วิธีนี้ดูจะเป็นทางออกมากกว่า วิธีการใช้งานเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีที่คุณวางใจได้แน่นอนว่าแบตเตอรี่จะไม่มีหมดลงในช่วงสำคัญ นอกจากว่าคุณจะลืมชาร์ตไฟให้แบตสำรองทั้งหลาย


9. ใช้งานแต่พอดี
ทั้งการโทรและการใช้อินเทอร์เน็ต ถ้าจำเป็นต้องใช้งานตลอดเวลาก็เตรียมทำใจได้เลย นอกจากจะเปลืองพลังงานแล้วยังสะเทือนเงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณแน่ๆ เพราะฉะนั้น ใช้แค่พอดี จะได้ไม่เปลืองพลังงานไม่เปลืองสตางค์ และที่สำคัญยังได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นปกติด้วย


ทำได้ครบทั้ง 9 ข้อนี้ รับรอง… มีแบตเตอรี่พอใช้เหลือเฟือตลอดวัน.


ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://www.thairath.co.th/content/434980
118  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พุทธสันติวิธี.! แก้ปมขัดแย้ง 'พุทธ-อิสลาม' ได้จริงหรือ.? เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 10:38:49 AM


พุทธสันติวิธี.! แก้ปมขัดแย้ง 'พุทธ-อิสลาม' ได้จริงหรือ.?

ปมขัดแย้ง'พุทธ-อิสลาม'ที่พม่า-ศรีลังกา สันติภาพเชิงพุทธ!แก้ได้จริงหรือ? : สำราญ สมพงษ์ นิสิตพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน

จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมเมืองมัณฑะเลย์ประเทศเมียนมาร์เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 คนจากทั้ง 2 ฝ่าย   และช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุรุนแรงระหว่างชาวพุทธและมุสลิมหลายแห่ง โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 คน         

กระแสต่อต้านมุสลิมลุกลามไปยังภาคกลางของประเทศ ทำให้เกิดเหตุรุนแรงในเมืองเมกถิลา และเมืองกันบาลู ในปี 2556 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่การจลาจลเกิดขึ้นในมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมาร์ ซึ่งมีชาวมุสลิมกว่า 2 แสนคน

ขณะเดียวกันที่ประเทศศรีลังกาก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นเดียวกัน

ส่งผลให้เมื่อวันที่ 6  ก.ค.2557ที่ผ่านมา องค์ทะไล ลามะ ผู้นำด้านจิตวิญญาณของชาวทิเบต   ได้กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 79 พรรษาที่เขตชานเมืองเลห์ ลาดักห์ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก รวมถึง "ริชาร์ด เกียร์" ดาราดังแห่งวงการฮอลลีวู้ดด้วย โดยได้ระบุถึงเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาร์และศรีลังกาซึ่งเกิดการปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมว่า  รับไม่ได้กับเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว ขอร้องให้ชาวพุทธในประเทศเหล่านี้ให้ระลึกถึงพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าก่อนที่จะกระทำอะไรรุนแรงเป็นเหตุอาชญากรรม เพราะศาสนาพุทธสอนให้รู้จักรักและเห็นใจ


 :96: :96: :96:

จากคำกล่าวขององค์ทะไล ลามะดังกล่าวคงจะทำให้ชาวพุทธบางคนเห็นขัดแย้งว่า ไม่เช่นนั้นแล้วชาวพุทธจะไม่ตกอยู่ในภาวะผู้ถูกทำร้าย ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยอย่างกรณีมหาวิทยาลัยนาลันทาถูกเผาพระถูกฆ่าหรือ แล้วชาวพุทธจะตั้งรับอย่างไรโดยไม่ต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน

สำหรับแนววทางนั้นพระไพศาล วิสาโล ได้เสนอบทความเรื่อง"พุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ" ในการสัมมนาชาวพุทธนานาชาติหัวข้อ "Searching for a Bridge of Peace"  ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2548 (http://www.visalo.org/article/budBudperSanti.htm)  โดยได้เสนอหลักการสันติภาพเชิงพุทธไว้อย่างน่าสนใจ

ทั้งนี้ได้ระบุว่า แม้นโลกจะมีความขัดแย้งทั้งทางด้านชาติพันธุ์ ศาสนา ภาษา และสีผิว นำไปสู่รุนแรงขั้นทำสงครามกัน แต่พุทธศาสนาจะเป็นสะพานแห่งสันติภาพได้ก็ด้วยการต่อสู้ทัดทานกับวัฒนธรรมแห่งความเกลียดชัง พุทธศาสนาไม่ว่านิกายใด(อันที่จริงต้องกล่าวว่าเป็นลักษณะร่วมของทุกศาสนาด้วย) ล้วนเน้นถึงความเมตตากรุณาอย่างไม่มีประมาณ ชนิดที่ไปพ้นเส้นแบ่งทางเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา และสีผิว ในทัศนะของพุทธศาสนามนุษย์ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนร่วมโลก เป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บและตาย ใช่แต่เท่านั้นในวัฏสงสารอันไม่มีสิ้นสุดเราทั้งหลายยังอาจเคยเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องกันไม่ชาติใดชาติหนึ่งมาแล้ว (จะว่าไปแล้วสายสัมพันธ์แห่งความเป็นเพื่อนและพี่น้องนี้ครอบคลุมไปถึงสรรพสัตว์ด้วย)  ดังนั้นวัฒนธรรมแห่งสันติที่ชาวพุทธทั่วโลกควรร่วมมือกันสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น


 :25: :25: :25:

ความจริงแล้วการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างศาสนานั้นได้มีองค์กรที่เรียกว่าองค์การสภาศาสนาโลกทำหน้าที่ในการระงับความขัดแย้ง โดยเริ่มประชุมครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1893 ที่สถาบันศิลปะ ในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา  การประชุมครั้งนี้ทำให้ชาวตะวันตกได้รู้จักพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ เมื่อท่านอนาคาริกธรรมปาละ นักปฏิบัติธรรมและนักเผยแพร่พระพุทธศาสนา ชาวศรีลังกาได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์อลัหันมาสนใจพระพุทธศาสนามากขึ้น นับแต่นั้นมาพระพุทธศานาฝ่ายมหายานก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ และฝ่ายเถรวาทก็เจริญขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา

นับจากนั้นมาอีก 100 ปี คือในปี ค.ศ. 1993 ทางองค์การสภาศาสนาโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ นครชิคาโก ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการประชุมสภาศาสนาโลกครั้งแรกเมื่อปี 1893  โดยมีผู้นำศาสนาต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น ศาสนาพุทธ ทั้ง 2 นิกาย ศาสนาคริสต์ มีเข้าร่วมมากว่า 10 นิกาย, ศาสนาฮินดู, ศาสนาอิสลาม,ศาสนาสิกข์, ศาสนาเชน, ศาสนายิว, ศาสนาบาร์ไฮ

นอกจากนี้ยังมีลัทธิ นิกายต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษย์ชน และองค์กรอิสระที่ทำงานเพื่อสังคม เป็นต้น ก็ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก


 :41: :41: :41:

ในการประชุมครั้งนี้ได้ผล และข้อสรุปหลายประการ กล่าวคือ ผู้นำทุกศาสนามีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือทำอย่างไรที่จะทำให้โลกนี้ประสบความสุข ความสงบ ปราศจากสงคราม การล้างผลาญชีวิตซึ่งกันและกัน การเอารัดเอาเปรียบกันในสังคมซึ่งก่อให้เกิดปัญหา ด้านเศรษฐกิจ, ด้านการทหาร, ด้านการเมือง, และความขัดแย้งในเรื่องของศาสนาเอง

หลังจากนั้นคณะกรรมการสภาศานาโลกได้มีมติให้มีการประชุมกลุ่มผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางด้านจิตใจ ( Assembly of Religious and Spiritual Leaders) โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดประชุมมีชื่อ "องค์กรสมัชชาศาสนาโลก"  แต่เวลาจัดประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่จะเรียกสั้นๆว่า การประชุม Parliament หรือ การประชุม World’s Religions ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นการประชุมสมัชชาศาสนาโลก   และครั้งที่ 3 จัดที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ค.ศ.1999

และครั้งที่ 4 ที่เมืองบาร์เซโลนา(Barcelona) ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2004    โดยมีผู้นำทางศาสนาต่าง ๆ และสมาชิกของชุมชนรวมถึงสาวกของลัทธินิกายนั้น ๆ เข้าร่วมประชุมมากกว่า 8,000 คน  โดยมีจุดประสงค์อันเดียวกันคือ ความรัก ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ปรารถนาความสุขและความสันติภาพต่อชาวโลกด้วยกันโดบอาศัยแนวร่วมทางความเชื่อที่เป็นกลางจาก “จริยธรรมสากล” (The Global Ethics)  พร้อมกันนี้ได้มีการประชุมสัมมนาโต๊ะกลมแบ่งตามกลุ่มที่สนใจซึ่งมีเรื่องการลดความขัดแย้งระหว่างศาสนารวมอยู่ด้วย

 :91: :91: :91:

อย่างไรก็ตามแม้ว่าองค์การสภาศานาโลกจะก่อตั้งมากว่า 100 ปีแล้ว เพื่อเป็นองค์กรนำในการเสริมสร้างสันติภาพของโลก แต่สังคมโลกก็หาได้มีสันติภาพไม่ โดยนัยตรงกันข้ามกลับมีสงครามนอกแบบ คือ เปิดฉากรบกันโดยไม่ประกาศสงครามอยู่ทั่วไป ทั้งสงครามที่ใช้อาวุธระหว่างต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา และสงครามเศรษฐกิจที่ใช้อำนาจเงินเป็นตัวการบีบบังคับประเทศคู่สงคราม การดำเนินงานเพื่อสันติภาพของโลก จากหน่วยงานต่างๆ จึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมีข้อตกลงกันบนแผ่นกระดาษที่เปรียบเสมือนการเขียนรูปเสือให้วัวกลัว แต่วัวตัวโตๆ คือประเทศที่มีทั้งอำนาจเงินและอาวุธพร้อมทั้งกำลังคนก็หาได้เกรงกลัวต่อรูปนั้นไม่

สันติภาพของโลกจึงเป็นเพียงลมปาก แล้วองค์กรร่วมทางศาสนาเช่น สมัชชาศาสนาโลกจึงแสดงบทบาทให้ประจักษ์โดยให้ศาสนาต่างๆร่วมกันผนึกกำลังต่อรองและขอร้องเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจทุกรูปแบบให้ความร่วมมือในการสร้างสันติภาพของโลกด้วยกันทุกฝ่ายจะเกิดขึ้นได้อย่างไร และองค์การสภาศานาโลกนี้จะมีการประชุมอีกในปีนี้แต่เจ้าภาพไม่พร้อมเลยต้องงดและกำลังเลือกประเทศเจ้าภาพอยู่


 :s_hi: :s_hi: :s_hi:

อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้เห็นภัยของความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ ในฐานะที่สถานจัดการศึกษาต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพระหว่างศาสนาและสันติภาพโลกจึงได้เปิดหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสันติศึกษา(เชิงพุทธ)ขึ้น โดยมีพระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผอ.สถาบันภาษา มจร เป็นหัวหน้าหลักสูตรปัจจุบันนี้เปิดเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว

พระมหาหรรษา กล่าวว่า "สันติภาพ" เป็นจุดแข็งของพระพุทธศาสนาดังที่พระพุทธองค์ทรงย้ำเตือนว่า "ไม่มีสุขอื่นยิ่งไปกว่าสันติสุข" ส่วนตัวได้สูดดมลมหายใจแห่งสันติภาพมา 10 กว่าปี จึงมุ่งมั่นและเพียรพยายามส่งต่อลมหายใจแห่งสันติภาพสู่กลุ่มยุวชน และนิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา จนกลายเป็นครอบครัวสันติภาพ ด้วยความมุ่งมั่นว่า "สักวันครอบครัวของเราจะร่วมส่งต่อลมหายใจแห่งสันติภาพแก่เพื่อนมนุษย์ร่วมชุมชน สังคม และโลก มาบัดนี้ ความฝัน และความหวังเริ่มเปล่งแสงทอประกายโดยครอบครัวนี้ได้ร่วมกันขยายพื้นที่ลมหายใจแห่งสันติภาพให้กว้างออกไป จากครอบครัวเล็กๆ ไปเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นเรื่ิอยๆ ทั้งหมดของความพยายามไม่ใช่เพื่อตัวเขา แต่เพื่อเราที่ทุกคนที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้"

ทั้งหมดนี้คงจะเป็นทำตอบว่าทำไมโลกต้องมีคำว่า "สันติภาพ" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สันติภาพภายใน"


ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20140709/187858.html
119  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงจับมือ ร่วมสรรสร้างสันติภาพโลก เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 10:31:45 AM

พระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงจับมือ ร่วมสรรสร้างสันติภาพโลก
พระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงจับมือร่วมสรรสร้างสันติภาพโลก มุ่งพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่
สำราญ สมพงษ์  :  รายงาน

ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักภาพที่พระสงฆ์อาเซียนโดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำโขงจะได้การประชุมเพื่อสร้างศักยภาพในการเป็นผู้นำทางด้านจิตใจให้กับประชาชนในภูมิภาคนี้และเป็นตัวอย่างให้กับชาวโลก

เมื่อไม่นานมานี้ระหว่างวันที่ 16-20 พ.ค.นี้ ได้เห็นภาพสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคมจากประเทศไทย สมเด็จเทพวงศ์มหาสังฆราชาธิบดีประเทศกัมพูชา พระมหาผ่อง เสมาเลิก ประธานองค์การพุทธศาสนสัมพันธ์สปป.ลาว และพระNguyen Thanh Thien รองประธานคณะสงฆ์ประเทศเวียดนาม ได้ร่วมประชุมพระธรรมทูต 4 ประเทศที่จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ภายใต้โครงการ "โพธิคยา พุทธพลิกสุวรรณภูมิ ธรรมวิชัยพลอกปัญหาสู่มรรคา"  ดำเนินการโดยสถาบันโพธิคยา 980  ภายใต้การอุปถัมภ์ของมูลนิธิวีระภุชงค์ และบริษัทในเครือไทยนครพัฒนา โดยมีพระเทพโพธิวิเทศหัวหน้าพระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล ได้นำคณะพระธรรมทูตเดินทางไปร่วมประชุมด้วย


ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฏาคม พ.ศ.2557ที่ผ่านมา ก็ได้เห็นภาพในลักษณะเดียวกันนี้อีกครั้งที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร) วิทยาเขตอีสาน ที่ได้เป็นเจ้าภาพได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่เขตลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 2  (ไทย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และจีน) ณ ศูนย์วิทยบริการสิรินธร จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นโดยพระครูปลัดธรรมจาริยาวัตร รองอธิการบดี มมร วิทยาเขตขอนแก่น

การประชุมครั้งนี้มีพระนักเผยแผ่จากภูมิภาคต่างๆ  นอกจากนี้ยังมีคณาจารย์ นักศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก เข้าร่วมทั้งหมด 300 รูป/คน โดยพระธรรมดิลก เจ้าคณะภาค 9 ธรรมยุต วัดป่าแสงอรุณ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวให้โอวาท จากนั้นพระศากยวงศ์วิสุทธิพร้อมทั้งกงสุลใหญ่ได้ขึ้นเสวนา เรื่อง บทบาทกงสุลใหญ่ในเขตลุ่มแม่น้ำโขงกับการสงเสริมศาสนาและวัฒนธรรม จากนั้นพระนักเผยแผ่ได้ออกทัศนศึกษา ณ สิมอีสาน วัดป่าแสงอรุณ



วัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเผยแพร่ระหว่างพระนักเผยแพร่เขตลุ่มแม่น้ำโขงนอกจากเป็นการแลกเปลี่ยนบทเรียนและเสริมสร้างสายสัมพันธ์มิตรภาพทางด้านพระพุทธศาสนาให้ไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดถึงการสืบสานฮีตครองประเพณีวัฒนธรรมให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อก้าวไปสู่การเข้าใจร่วมกัน

การอยู่ร่วมกันในอนาคตที่บรรดาประเทศที่เข้ารวมประชุมจะเปิดตูสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่จะมาถึงนี้ เป้าหมายหลักของการประชุมเพื่อร่วมพัฒนาความรู้เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา เพื่อพัฒนาความสามารถพระนักเผยแผ่  เพื่อสร้างเครือข่ายทางสังคมและแลกเปลี่ยนความรู้และเพื่อรักษาวัฒนาธรรมและความสงบสุขในเขตลุ่มแม่น้ำโขง

 ans1 ans1 ans1

ผลสำเร็จของการประชุมครั้งนี้เห็นได้จากความคืบหน้าขยายตัวทางด้านความสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเพิ่มสามาชิกของพระนักเผยแพร่เข้ามาจากเมื่อก่อน 5 ประเทศเป็น 6 ประเทศ นอกจากนี้ยังมีรองประธานกงสุลลาวและประธานกงสุลประจำขอนแก่นเข้าร่วมด้วย เพื่อรับรู้ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ เพื่อจะได้นำข่าวสารสายสัมพันธ์ด้านศาสนาและวัฒนธรรมของพระสงฆ์ลุ่มแม่น้ำโขงแล้วนำเสนอต่อรัฐบาลของตน

ตอนท้ายของการประชุมได้มีประกาศปฏิญญาร่วมกันเพื่อจะได้มีการร่วมกันในโครงการวิจัยต่างๆ เผยแผ่และสืบทอดขยายประเพณีวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพและความผาสุขให้เกิดขึ้นเขตลุ่มแม่น้ำโขง ในประชาคมอาเซียนและโลก


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20140709/187877.html
120  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อิ่มบุญสุขใจกับไฮไลท์งาน"วันอาสาฬฯ-เข้าพรรษา"ทั่วไทย เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 10:17:14 AM

"ประเพณีแห่เทียนพรรษา" จ.อุบลฯ


อิ่มบุญสุขใจกับไฮไลท์งาน"วันอาสาฬฯ-เข้าพรรษา"ทั่วไทย

      ใกล้เข้ามาแล้วกับวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชา โดยในวันเข้าพรรษา จังหวัดต่างๆ ก็จะมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการทำบุญในวันเข้าพรรษา และอาสาฬหบูชาขึ้นมากมาย ทั้งการตักบาตร ทำบุญ เวียนเทียน แห่เทียน ฯลฯ ซึ่งในแต่ละภูมิภาค แต่ละจังหวัดนั้น ก็มีเอกลักษณ์ และความโดดเด่นที่แตกต่างกัน โดยปีนี้เราก็ได้รวบรวมสถานที่จัดงานเด่นๆ ในแต่ละภาคมาแนะนำกัน


“งานประเพณีใส่บาตรเทียน” จ.น่าน


       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

       สุรินทร์ : “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์” ประจำปี 2557 วันที่ 10 - 11 ก.ค.57 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ในวันที่ 10 ก.ค.57 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. พบกับขบวนแห่เทียนพรรษาที่ตกแต่งอย่างสวยงาม วิจิตรอลังการ จาก 12 คุ้มวัดชื่อดังในจังหวัด อาทิ วัดบูรพาราม, พระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ, วัดศาลาลอยพระอารามหลวง, วัดกลางสุรินทร์ ฯลฯ
       
ชมขบวนฟ้อนรำศิลปวัฒนธรรมของชาวจังหวัดสุรินทร์จากนักแสดงนับร้อยชีวิต พร้อมขบวนแห่ช้างที่ยิ่งใหญ่นับ 87 เชือก ไม่ว่าจะเป็นขบวนช้างประดับสวยงาม ขบวนช้างเทิดพระเกียรติ ขบวนช้างพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ฯลฯ ส่วนวันที่ 11 ก.ค.57 เวลา 07.00 น. ร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง โดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่นั่งบนหลังช้างออกรับบิณฑบาตแก่นักท่องเที่ยวให้ได้ร่วมใส่บาตร โทร.0-4451-4447-8

       
       นครราชสีมา : “งานประเพณีแห่เทียนโคราช” วันที่ 10 - 13 ก.ค.57 ณ บริเวณสวนเมืองทอง, สวนสุรนารี, สวนอนุสรสถานฯ และลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีอ.เมือง จ.นครราชสีมา พบกับกิจกรรมมอบเทียนสู่ชุมชนและเวียนเทียนรอบพระบรมธาตุ ณ ลานโอเปร่า, ชมการแสดงวัฒนธรรมร่วมสมัย, Animation Lighting รถเทียน, การแสดงดนตรี, ชมการขบวนแห่เทียนพรรษา, ชมสวนเทียนกลางน้ำ, นิทรรศการภาพถ่าย, ชมการแสดงนาฏศิลป์ไทย, การแสดงวัฒนธรรมร่วมสมัย, ชมการแสดงดนตรีลูกทุ่ง, Animation Lighting รถเทียน เป็นต้น โทร.0-4421-3030
       
       อุบลราชธานี : “เทศกาลศิลปะเทียนนานาชาติเมืองอุบลฯ ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี” 11 - 14 ก.ค.57 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี และ อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุบลราชธานี พบกับกิจกรรมเวียนเทียน, ขบวนแห่เทียนพรรษา : ตรงกับวันเข้าพรรษา โดยจะมีขบวนเฉลิมฉลอง “เทียนพรรษา สามัคคีเมืองอุบล”, ชมการแสดงงานประติมากรรมเทียนศิลปะร่วมสมัยของ 13 ศิลปิน 13 ชิ้นงาน จาก 8 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เม็กซิโก บัลแกเรีย สเปน ยูเครน อิตาลีอินเดีย และประเทศไทย

        ซึ่งถือเป็นที่เดียวในโลกศิลปินได้นำเทียนมาเป็นองค์ประกอบของการสร้างงานโดยประยุกต์จากศิลปะการแกะสลักเทียนประเพณีมาเป็นศิลปะร่วมสมัย, ชมกิจกรรมเล่าขาน ตำนานเทียน หรือ “Art in Heaven” การแสดงแสง เสียง ประกอบงานศิลปะที่หลากหลายในชุด “Wonderful Light Wonderful Night” บนพื้นที่กลางแจ้ง โดยคณะ “ทีศิลป์” และ “รากแก้ว” จากเวที Thailand’s Got Talent การแสดงที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจและความสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสในช่วงเวลากลางคืน และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย โทร.0-4524-3770
       

       สกลนคร : “วันอาสาฬหสักการะสังเวชนีย์ ที่ส่องดาว” วันที่ 11 ก.ค.57 ณ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม(วัดถ้ำพวง) พบกับพิธีบวชชีพราหมณ์, การปฏิบัติธรรม ถือศีล กินผัก ฟังพระธรรมเทศนา, ชมบวนแห่ขันหมากเบ็ง, ชมบวนแห่โคมบูชา, เวียนเทียนรอบสังเวชนียสถาน 4 ตำบล โทร.0-4271-6247 -



ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำลาดชะโด อยุธยา


       ภาคเหนือ

       น่าน : “งานประเพณีใส่บาตรเทียน” วันที่ 13 ก.ค.57 (หลังวันเข้าพรรษา 1 วัน หรือวันแรม 2 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ในตอนบ่าย) ณ วัดบุญยืนพระอารามหลวง อ.เวียงสา จ.น่าน ในช่วงเช้ามีพิธีการทางศาสนา เวลา 11.30 น. ถวายภัตตาหารเพล, ช่วงบ่าย พระสงฆ์พร้อมกัน ณ ประรำพิธีและทำพิธีใส่บาตรเทียน โทร.0-5452-1127


“มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์” จ.สุรินทร์


       ภาคกลาง

       กาญจนบุรี : “ประเพณีแห่เทียนพรรษาตำบลหนองบัว” วันที่ 10 ก.ค.57 ณ วัดศรีอุปลาราม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบกับการประกวดต้นเทียนของหมู่บ้าน, การจัดขบวนบุปผชาติ รถต้นเทียน ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม โทร.0-3451-1200 “ประเพณีแห่เทียนพรรษาตำบลห้วยกระเจา” วันที่ 10 ก.ค.57 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พบกับการประกวดขบวนแห่เทียนพรรษาของชาวไทยทรงดำ, การประกวดธิดาเทียน โทร.โทร.0-3451-1200

       “งานวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา วัดท่าขนุน” วันที่ 11 - 12 ก.ค.57 ณ วัดท่าขนุน ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พบกับการบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม, การทำบุญตักบาตร และการแสดงพระธรรมเทศนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา, การทำบุญตักบาตร และการแสดงพระธรรมเทศนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา, กิจกรรมตามผางประทีป 10,000 ดวงม กิจกรรมเวียนเทียน และปล่อยโคมถวายเป็นพุทธบูชา (เฉพาะในคืนวัอาสาฬหบูชา) โทร.โทร.0-3451-1200

       
       พระนครศรีอยุธยา : “ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำลาดชะโด” 11 ก.ค.57 ณ คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบกับขบวนเรือแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ตกแต่งสร้างสรรค์สวยงาม, ประกวดบ้านสวนริมคลอง, การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านลาดชะโด, การจัดแสดงภาพถ่ายวิถีชีวิตชาวลาดชะโด, การจำลองบรรยากาศตลาดน้ำย้อนยุค และชมการแสดงต่างๆ โทร.0-3524-6076-7 -
       
       สุพรรณบุรี : “ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดสุพรรณบุรี” วันที่ 11 - 13 ก.ค.57 ณ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พบกับขบวนแห่เทียนพรรษา, การประกวดเทียนพรรษา, ชมการโชว์ต้นเทียนพรรษา, การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมของวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรรบุรี โทร.0-3552-5867
       
       ราชบุรี : “กิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา” วันที่ 11 - 12 ก.ค.57 ณ วัดเขาวัง อ.เมือง จ.ราชบุรี พบกับการทำบุญตักบาตร, วียนเทียน, แห่เทียนเข้าพรรษา, หล่อเทียน โทร.0-3232-3515
       
       สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โทร.1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือhttp://www.thaifest.org / www.tourismthailand.org


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000077461
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 277