ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • Sense special to nirvana
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
    Messages   Topics Attachments  

  Messages - raponsan
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 328
81  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / มส.ตั้งคณะทำงาน ติดตามสถานการณ์พุทธ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 09:09:45 AM


มส.ตั้งคณะทำงาน ติดตามสถานการณ์พุทธ

"พนม" ย้ำ มส.ไม่ได้มีมติชี้คดี"ธัมมชโย" พร้อมตั้งคณะทำงานฝ่ายมหานิกาย-ธรรมยุตติดตามสถานการณ์พุทธ แก้ปัญหาให้ทันท่วงที ด้านองค์กรพุทธ-สนพ.แจงทำเพื่อคณะสงฆ์ ไม่ได้ปกป้องธรรมกาย ส่วนสงฆ์ส่วนภูมิภาค เตรียมเคลื่อนไหวออกแถลงการณ์ค้านฆราวาสเข้ามาก้าวล่วงงานคณะสงฆ์

วันนี้ (24 ก.พ.) นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า จากการที่ตนในฐานะเลขาธิการ มส.ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการประชุม มส.ในวันที่ 20 ก.พ.ว่า มส.ไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ รวมทั้ง มส.ยังไม่ได้พิจารณาด้วยว่าปาราชิก หรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการรายงานผลการชี้แจงที่นายสมเกียรติ ธงศรี ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ที่นำมติ มส.ปี 2549 เกี่ยวกับกรณีวัดพระธรรมกายที่นำไปชี้แจงยังคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา มารายงานให้มส.ได้รับทราบเท่านั้น

จึงขอเน้นย้ำว่า มส.ไม่ได้มีมติชี้เรื่องดังกล่าวออกมาแต่อย่างใด รวมทั้งในการประชุมมส. วันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา กรรมการ มส. ก็ไม่ได้มีการโหวตว่า พระเทพญาณมหามุนี ปาราชิกหรือไม่ ขอยืนยันว่าการประชุมมส.ในวันดังกล่าวไม่ได้มีการเปิดโหวต อีกทั้งไม่มีแบ่งฝ่ายว่าเป็นฝ่ายมหานิกาย หรือธรรมยุต ซึ่งคณะสงฆ์มีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวกัน


 ans1 ans1 ans1 ans1

    “นอกจากนี้ที่ประชุม มส.ในวันที่ 20 ก.พ.ได้มีมติตั้ง คณะทำงานรวบรวมข้อมูลและศึกษาสถานการณ์ทางพระพุทธศาสนาขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วยกรรมการ มส.ทั้งฝ่ายธรรมยุต และมหานิกาย 4 รูป และ ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน ได้แก่ พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม พระพรหมสิทธิ รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก นายจำนง สวมประคำ อดีตเลขาธิการวุฒิสภา และนายพิสิฐ เจริญสุข อดีตข้าราชการกรมการศาสนา
     เพื่อทำหน้าที่ศึกษาข้อมูลทางพระพุทธศาสนาโดยภาพรวม ในการนำรายงานต่อ มส.ได้รับทราบและมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที
     โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะการที่ทาง มส.ได้ตั้ง พระธรรมบัณฑิต ขึ้นมาเป็น หนึ่งในคณะทำงาน เนื่องจาก ท่านเคยเป็นคณะทำงานถวายงานสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในยุคนั้น ก็จะสามารถประสานข้อมูลต่างๆได้เป็นอย่างดี
     อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆนี้ คณะทำงานชุดดังกล่าวจะมีการประชุมวางกรอบแนวทางการทำงานที่ชัดเจนอีกครั้ง”
ผอ.พศ. กล่าว

 :25: :25: :25: :25:

      พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการ เพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า การเคลื่อนไหวขององค์กรพุทธ และ สนพ.ครั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง รวมทั้งไม่ได้เป็นการปกป้องวัดพระธรรมกาย และตนก็ไม่เคยไปวัดพระธรรมกาย แต่เป็นการปกป้องคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาโดยรวม
     เนื่องจากที่ผ่านมามีการสอบถามตนมามากว่า พอมีการตรวจสอบวัดพระธรรมกายแล้ว องค์กรพุทธ หรือ สนพ.ก็ออกมาเหมือนกับปกป้องวัดพระธรรมกาย ซึ่งตนขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทางคณะตั้งใจทำเพื่อคณะสงฆ์โดยรวม
     ส่วนการติดตามการยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และทางสปช.ให้ยกเลิกคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา นั้น ทางองค์กรพุทธ และสนพ.ให้เวลาดำเนินการพิจารณา 15 วัน จากนั้นทางคณะก็จะติดตามผลอีกครั้ง
     สำหรับกรณีมีการไปจาบจ้วงไม่ให้เกียรติต่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ทางองค์กรพุทธ และสนพ.จะหารือกันอีกครั้งว่า จะมีการดำเนินมาตรการกฏหมายอย่างไรต่อไป


 st12 st12 st12 st12

     ด้านพระครูปิยคามเขตคณาภิรักษ์(ดร.) เจ้าอาวาสวัดปทุมาราม เจ้าคณะอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม กล่าวว่า ขณะนี้คณะสงฆ์ในส่วนภูมิภาคกำลังมีการประสานงาน เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว ซึ่งจะมีการออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ การที่ฆราวาสเข้ามาก้าวล่วงงานของคณะสงฆ์ เนื่องจากการให้ฆราวาสเข้ามาจัดการเรื่องของสงฆ์จะทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะสงฆ์ได้.

ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303358/มส.ตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์พุทธ
82  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อนุรักษ์ "คัมภีร์อรรถกถา" เป็นภาษาล้านนา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 09:02:10 AM



อนุรักษ์คัมภีร์อรรถกถาเป็นภาษาล้านนา

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ร่วมกับ คณะสงฆ์เชียงใหม่ ทุ่ม 18 ล้าน ฟื้นคัมภีร์อรรถกถาพระไตรปิฎกอักษรธรรมล้านนา ถวายพระอารามหลวง-จ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่คณะสงฆ์หนเหนือ

วันนี้ (24 ก.พ.) พระศรีศิลปาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตามที่พระธรรมมังคลาจารย์(หลวงปู่ทองสิริมังคโล)ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค7เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองฯ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ และพุทธบริษัทจัดงานพิธีสมโภชคัมภีร์อรรถกถาพระไตรปิฎกอักษรธรรมล้านนา เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นั้น


 ans1 ans1 ans1 ans1

คัมภีร์อรรถกถาเป็นคัมภีร์คำอธิบายพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นหลักสำคัญคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังไม่เคยมีการจัดทำเป็นภาษาอักษรธรรมล้านนา ในลักษณะเป็นรูปเล่มมาก่อน การที่วัดพระธาตุศรีจอมทองฯ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการในครั้งนี้ เพื่อต้องการอนุรักษ์คัมภีร์อรรถกถาไว้เป็นภาษาล้านนา

อีกทั้งต้องการให้พระสงฆ์ในเขตการปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่ยังใช้ภาษาล้านนาในการเทศน์ การสนทนาธรรม รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือพื้นที่สิบสองปันนา เชียงตุง ได้มีโอกาสศึกษาพระไตรปิฎกด้วยเพราะประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวยังคงใช้ภาษาล้านนาในการสื่อสารอยู่

 :25: :25: :25: :25:

พระศรีศิลปาจารย์ กล่าวอีกว่า คัมภีร์อรรถกถาพระไตรปิฎกอักษรธรรมล้านนา จัดทำหลายร้อยชุดๆ ละ 48 เล่ม และจะนำไปถวายยังพระอารามหลวงทั่วประเทศและถวายจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่คณะสงฆ์หนเหนือทุกจังหวัด เพื่อต้องการให้คณะสงฆ์ได้ร่วมกันอนุรักษณ์คัมภีร์อรรถกถาพระไตรปิฎกอักษรธรรมล้านนาโดยใช้งบประมาณในการดำเนินการประมาณ 18 ล้านบาท.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303379/อนุรักษ์คัมภีร์อรรถกถาเป็นภาษาล้านนา
83  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อยากลองไหม! ‘กล้วยพันหวี’ ปลูกในวัด เครือยาวถึงดิน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 08:57:51 AM


อยากลองไหม! ‘กล้วยพันหวี’ ปลูกในวัด เครือยาวถึงดิน

บุกพิสูจน์ ‘กล้วยพันหวี’ วัดที่แม่สอด พระเอาพันธุ์จากต่างถิ่นปลูกไว้เป็นดง ออกเครือมายาวเรี่ยดิน สุกไล่กันไปตั้งแต่ด้านบนเครือลงข้างล่าง ได้เป็นอาหารของทั้งคนและนกกา เด็กๆ มาวิ่งเล่นได้กินเป็นผลไม้มื้อกลางวัน... 

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.58 หลังจากมีข่าวแพร่สะพัดว่าที่วัดเวฬุวัน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก มีพระนำพันธุ์กล้วยจากต่างถิ่นมาปลูก ผลปรากฏว่ากล้วยดังกล่าวออกเครือยาวกว่า 2 เมตร มีหวีนับไม่ถ้วน จนมีคนตั้งชื่อกล้วยที่นำมาปลูกว่าเป็นพันธุ์ ‘กล้วยพันหวี’ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปดู เพื่อให้เห็นกับตา



ที่วัดเวฬุวัน ได้พบกับพระสุขิตโต ซึ่งเป็นพระลูกวัด พาไปดูความแปลกประหลาดที่ตลอดสองข้างทางภายในวัดมี ‘ต้นกล้วยพันหวี’ ปลูกเรียงรายจำนวนมาก ซึ่งพบว่าหลายต้นมีเครือกล้วยยาวกว่า 2 เมตร จนหัวปลีเรี่ยติดดินก็มี บางเครือต้องใช้ไม้ค้ำไว้ เพราะทานน้ำหนักไม่ไหว


โดยกล้วยแต่ละเครือ ด้านบนของเครือเริ่มสุกแต่ปลายเครือยังไม่สุก เป็นที่น่าพิศวง ซึ่งพระสุขิตโต บอกว่า กล้วยจะสุกไล่ตามกันมา มีชาวบ้านบ้าง เด็กๆ ที่เดินผ่านมาบ้างหักเอาไปกินโดยรสชาติของกล้วยพันธุ์นี้ จะมีรสเปรี้ยวปนหวาน บางครั้งนกก็พากันมาจิกกิน บางวันมีชาวบ้านมาขอขุดหน่อไปปลูก เพราะเห็นว่าสวยงามดี

ทั้งนี้ กล้วยบางต้นปลูกอยู่ใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของวัดเวฬุวันที่มีเด็กนักเรียนวัยเด็กเล็กกว่า 80 คน ช่วงบ่ายๆ บรรดาเด็กๆ จะพากันออกมาเล่นบริเวณดงกล้วย บางคนก็เก็บกล้วยกินเป็นผลไม้หลังอาหารกลางวันไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/483257
84  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พฤติกรรม การอ่านคนไทย เปลี่ยนไป เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 08:53:15 AM


พฤติกรรม การอ่านคนไทย เปลี่ยนไป

ผลวิจัยชี้คนไทยชอบอ่านหนังสือสั้น ๆ ไม่กี่หน้า แถมต้องมีภาพประกอบ เน้นแนวสุขภาพ-การลงทุน-ทำมาหากิน แนวโน้มเดินเข้าร้านหนังสือลดลงสั่งซื้อทางออนไลน์มากขึ้น ยอดขายหนังสือลดลงไม่มากเพราะคนอ่านหนังสือยังคงหลงเสน่ห์หนังสือเล่มมากกว่าอีบุ๊ก

วันนี้ (23 ก.พ.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ แถลงข่าวผลวิจัยพฤติกรรมการอ่านและการซื้อหนังสือของคนไทย โดยนายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวว่า

     จากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านและการเลือกหนังสือของกลุ่มตัวอย่างอายุ 15-69 ปี พบว่า
     ร้อยละ 88 ระบุว่าอ่านหนังสือ ซึ่งกลุ่มที่อ่านหนังสือมากที่สุด คือกลุ่มอายุน้อยกว่า 20 ปี โดยใช้เวลาอ่านเฉลี่ยอยู่ที่ 49 นาทีต่อวัน และค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ในกลุ่มคนที่อายุสูงขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งอายุมากว่า 61 ปี จะกลับมาอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
     และเมื่อเฉลี่ยระยะเวลาการอ่านเฉพาะคนไทยที่อ่านหนังสือในภาพรวมจะอยู่ที่ประมาณ 46 นาทีต่อวัน   
     สำหรับประเภทเนื้อหาที่ชอบอ่าน อันดับ 1 คือการ์ตูน หรือนิยายภาพ อยู่ที่ร้อยละ 34.4

 :96: :96: :96: :96:

    นายจรัญ กล่าวต่อไปว่า
    ถึงแม้อัตราการอ่านหนังสือจะค่อนข้างสูง แต่สัดส่วนร้อยละ 12.0 หรือ ประมาณ 1 ใน 10 ที่ระบุว่าไม่อ่านเลยก็เป็นตัวเลขที่ถือว่าค่อนข้างสูง โดยให้เหตุผลหลักว่าไม่มีเวลาอ่าน
    และการสำรวจครั้งนี้ยังได้สะท้อนให้เห็นว่า คนอ่านหนังสือไม่ยาวชอบอ่านหนังสือสั้น ที่เขียนสั้น ๆ 3-4 หน้า และมีภาพประกอบเหมือนเขียนเฟซบุ๊ก เพราะมีเวลาน้อยลง
    อีกทั้งผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มหนังสือที่ขายได้มากขึ้นคือ กลุ่มสุขภาพ กลุ่มการลงทุน หนังสือที่เกี่ยวกับการทำมาหากิน หนังสือเด็ก หนังสือการ์ตูน ขณะที่หนังสือธรรมมะมีแนวโน้มลดลง

    "การสำรวจนี้ไม่ได้ระบุว่า จำนวนคนอ่านหนังสือลดลง คนที่อ่านอยู่แล้วก็ยังอ่านต่อไป เพียงแต่มีรูปแบบการอ่านที่เปลี่ยนไป อ่านอีบุ๊กมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เห็นหนังสือที่ดี ๆ มากขึ้น เพราะคนทำหนังสือจะต้องระมัดระวังในการทำหนังสือ ยอดขายหนังสือลดลงไม่มาก แต่คนซื้อจะเดินเข้าร้านหนังสือลดลง เพราะจะสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากปัญหาการจราจรหรือเข้าร้านหนังสือแล้วไม่มีหนังสือ เป็นต้น" นายจรัญ กล่าวและว่า
    ยืนยันว่า อีบุ๊กไม่ส่งผลกระทบยอดหนังสือเล่ม แต่ทำให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น คนอ่านอีบุ๊กทุกคนต้องอ่านหนังสือ หนังสือยังมีเสน่ห์อยู่ คือ จับต้องได้ กลิ่นกระดาษ รูปเล่ม และที่สำคัญที่อีบุ๊กทำไม่ได้คือ หนังสือบาดมือ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของหนังสือที่คนอ่านหนังสือจะทราบดี


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303130/พฤติกรรมการอ่านคนไทยเปลี่ยนไป
85  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / โครงการก่อสร้าง "วัดไทยนิโครธาราม" เนปาล สถานที่กำเนิด 'สามเณรราหุล' เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 11:25:43 AM



โครงการก่อสร้าง "วัดไทยนิโครธาราม" เนปาล สถานที่กำเนิด 'สามเณรราหุล'

ความสำเร็จของโครงการบูรณะปฏิสังขรลุมพินีสถาน ทำให้วัดไทยลุมพินีและมูลนิธิพึ่งไทยได้เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ก่อสร้างวัดไทยนิโครธาราม ณ.กรุงกบิลพัสดุ์ ประเทศเนปาล เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนของพระพุทธเจ้า

พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมฑูตสายอินเดีย-เนปาล เปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างวัดไทยนิโครธาราม ว่า เกิดจากโครงการบูรณะสถานที่ประสูติลุมพินีสถาน ของพระพุทธเจ้า ทำให้มูลนิธิพึ่งไทยโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิและพระธรรมทายาทต้องการเผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนพระพุทธเจ้าให้กับผู้แสวงบุญ จึงจะได้ก่อสร้างวัดไทยขึ้น ซึ่งเป็นพระอารามหลวง ห่างจากลุมพินีสถานประมาณ 27 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา คือ พระราหุล (พระราหุลเป็นโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ) โครงการนี้จึงถือเป็นการรื้อฟื้นพระธรรม ซึ่งพื้นที่ปัจจุบันเป็นท้องนาให้คนทั่วไปได้ร่วมแสวงบุญ


 :25: :25: :25: :25: :25:

คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า เนื่องในวันมาฆบูชาทางมูลนิธิจะได้จัดนิทรรศการโครงการก่อสร้าง "วัดไทยนิโครธาราม" ตรงข้ามศาลอาญา มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมระดมทุนก่อสร้างวัดโดยขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญบูชาองค์พระเมตตา ปางสมาธิ สูง 9 นิ้ว องค์พระราหุล และเหรียญเมตตา-พระราหุล พร้อมชมนิทรรศการโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ซึ่งได้เสร็จเรียบร้อยด้วยพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไทย

สำหรับองค์พระราหุล โอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ นอกจากเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นต้นแบบในการปฏิบัติธรรม ซึ่งศ.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ได้เป็นผู้ออกแบบองค์พระและฐานที่ตั้ง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมอนุโมทนาบุญเพื่อนำไปสร้างวัดไทยนิโครธาราม


ชมคลิปข่าวได้ที่
www.thaitv3.com/ข่าวด่วน/116868/โครงการก่อสร้างวัดไทยนิโครธาราม.html



ที่มา: www.krobkruakao.com
ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ้ค Watthailumbini Nepal
www.thaitv3.com/ข่าวด่วน/116868/โครงการก่อสร้างวัดไทยนิโครธาราม.html





ความคืบหน้างานก่อสร้าง : ด้วยแรงศรัทธาจากคนไทยทุกคน

พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ ป.ธ.๙ วัดไทยลุมพินี ได้เดินทางไปตรวจดูงานการก่อสร้าง ณ วัดไทยนิโครธาราม(สาขาวัดไทยลุมพินี) กำลังก่อสร้างศาลาโรงครัว เพื่อรับรองผู้แสวงบุญที่มาเที่ยวชม แหล่งโบราณสถานนิโครธารามนิโครธาราม เคยเป็นพระอารามหลวงที่ชาวศากยะแห่งกบิลพัสดุ์ช่วยกันสร้างขึ้น ตามพระประสงค์ของพระเจ้าสุทโธทนะ

ปัจจุบันเรียกตามภาษาถิ่นว่า กุดาน Kudan มีสถูปขนาดใหญ่ตั้งอยู่กึ่งกลาง ฐานโดยรอบนับว่ายังสมบูรณ์อยู่มาก เมื่อเทียบกับสถูปในบริเวณเดียวกันนี้ ในครั้งพุทธกาลเป็นสถานที่พระประยูรญาติสร้างขึ้น เพื่อถวายรับรองการเสด็จนิวัติสู่กบิลพัสดุ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่ให้การบรรพชาแก่พระราหุล พระนันทะ และแสดงธรรมในพระสูตรสำคัญๆจำนวนมาก ปัจจุบันกองโบราณสถานเนปาลได้รักษาไว้ให้เห็นถึงสภาพของมหาวิหารที่ปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง






ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ้ค Watthailumbini Nepal
ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ้ค วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล Royal Thai Monastery
86  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช ให้โอวาท มาฆบูชา'58 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 10:43:01 AM



ผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช ให้โอวาท มาฆบูชา'58

"สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์"ให้โอวาสมาฆบูชา 2558 น้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติ อยู่กันด้วยสามัคคี ตระหนักในคุณค่าของกันและกัน สังคมจะมีความสุขยั่งยืน ขณะที่วัดสระเกศ ร่วมกับพศ.จัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนามาฆบูชา 2-4 มี.ค.นี้

วันนี้(23 ก.พ.) สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีโอวาทวันมาฆบูชา ปีพุทธศักราช 2558 ความว่า วันมาฆบูชา คือ วันบูชาในวันเพ็ญเดือน 3 นับเป็นวันสำคัญของชาวโลก เพราะเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานหลักคำสอนสำคัญ ที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลก ในท่ามกลางที่ประชุมพระอรหันต์ 1,250 องค์

    คำสอนดังกล่าวเรียกว่า โอวาทปาฏิโมกข์ ประกอบด้วยหลักการ 3 ,อุดมการณ์ 4,และวิธีการ 6
    ในที่นี้ จะกล่าวถึงวิธีการ 6 ประการ ได้แก่
       การไม่กล่าวร้ายผู้อื่น 1
       การไม่ทำร้ายผู้อื่น 1
       การสำรวมตนอยู่ในกฎระเบียบ 1
       การรู้จักประมาณพอเพียง 1
       การอยู่ในความสงบ 1 และ
       การพัฒนาจิตใจให้สูงส่ง 1
    หากมนุษย์น้อมนำหลักธรรมทั้ง 6 มาปฏิบัติกันถ้วนหน้า อยู่กันด้วยความรักสามัคคี ด้วยความตระหนักในคุณค่าของกันและกัน สังคมจะมีความสุขอย่างยั่งยืน


 :25: :25: :25: :25:

อาตมาภาพ ขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย ได้น้อมนำหลักธรรมทั้ง 6 ประการมาปฏิบัติ เริ่มต้นด้วยการรักษาศีล 5 ห่างไกลอบายมุขสิ่งเสพติด และทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว น้อมถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐทั้งสองพระองค์ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต สังคมและประเทศชาติของเราทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ ขอเจริญพร

 ans1 ans1 ans1 ans1

ในวันเดียวกันที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหารและองค์กรเครือข่ายพระพุทธศาสนา แถลงข่าวการจัดงานวันมาฆบูชา ประจำปี 2558 โดยมีพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ นายบุญเลิศ โสภา ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศ. และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เข้าร่วมแถลงข่าว

โดย พระพรหมสิทธิ กล่าวว่า วัดสระเกศฯ เตรียมจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2558 ระหว่างวันที่ 2-4 มี.ค. นอกจากจะมีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ฟังธรรมแล้ว อยากจะเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนเข้ามาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับการบันทึกในจดหมายเหตุแห่งชาติว่าเป็น พระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริง ถือเป็นสิ่งสักการะมงคลสูงสุด


 st12 st12 st12 st12

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 มี.ค. 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเททองหล่อรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เพื่อประดิษฐาน ณ ลานโพธิ์ลังกา หน้าพระอุโบสถวัดสระเกศฯ สำหรับเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความกตัญญูให้ชาวพุทธได้สักการะ ในฐานะที่ได้สร้างคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ

ด้านนายบุญเลิศ กล่าวว่า ทาง พศ.สนับสนุนการจัดงานวันมาฆบูชาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. -4 มี.ค.2558 ทั้งในส่วนกลางคือพุทธมณฑล และส่วนภูมิภาคผ่านทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)ทั่วประเทศ โดยร่วมจัดงานกับวัดต่างๆประมาณ 30,000 วัด


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303128/ผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราชให้โอวาทมาฆบูชา58
87  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / กทม.จัดงานวันมาฆบูชา 26 ก.พ. - 4 มี.ค. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 10:35:02 AM


กทม.จัดงานวันมาฆบูชา26ก.พ.-4มี.ค.ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

เมื่อเวลา10.00น.วันที่20ม.ค.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.)นายอรรถพรสุวัธนเดชา รองปลัดกทม.เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชาประจำปีพุทธศักราช2558โดยมี พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคมพล.อ.จรัลกุลละวณิชย์ สมาคมสภาองค์กรพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และนายสุเทพเกษมพรมณี รองอธิบดีกรมการศาสนาร่วมแถลงข่าว

นายอรรถพร กล่าวว่ากทม.ร่วมกับสภาองค์กรพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกรมการศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐเอกชน กำหนดจัดงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชาประจำปีพุทธศักราช2558 ขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-4 มีนาคม เวลา07.00น.-21.30น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ทั้งนี้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงตนเป็นพุทธมามกะและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา87พรรษาและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา82พรรษา


 :25: :25: :25: :25:

นายอรรถพรกล่าวต่อว่าทั้งนี้พระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุจะทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา18.00น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
    - สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การร่วมนมัสการและเวียนเทียนพระบรมสารีริกธาตุกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
    - การจัดนิทรรศการทางพระพุทธศาสนาการแสดงปาฐกถาธรรมการแสดงธรรมบันเทิง
    - การอภิปรายธรรมโดยในวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา เวลา 07.00 น.จะมีพิธีทําบุญตักบาตรพระสงฆ์จํานวน89รูป และ เวลา17.00น. พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานและร่วมกิจกรรมบำเพ็ญความดี


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/bangkok/302528/กทม.จัดงานวันมาฆบูชายิ่งใหญ่+26+ก.พ.-4มี.ค.58
88  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ร่วมสร้าง "วัดไทยนิโครธาราม" ในเนปาล เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 10:25:11 AM



ร่วมสร้าง "วัดไทยนิโครธาราม" ในเนปาล

พระเทพโพธิวิเทศและมูลนิธิไทยพึ่งไทยเชิญชวนสร้างวัดไทยนิโครธาราม ประเทศเนปาล ในงานสัปดาห์พระพุทธศาสนา เนื่องในงานมาฆบูชา

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมฑูตสายอินเดีย-เนปาล พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย พ.ท.สุชัย สุรพิชญ์พงษ์ แพทย์หญิงสุชีลา จิตสาโรจิตโต ร่วมกันแถลงการสร้างมหากุศล"สร้างวัดไทยนิโครธารามประเทศเนปาล "ในงานสัปดาห์พระพุทธศาสนาเนื่องในงานมาฆบูชา พระเทพโพธิวิเทศ แถลงว่า วั

ดไทยนิโครธารามที่เมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศเนปาลเป็นวัดเก่าแก่แต่ปัจจุบันทรุดโทรมรกร้างและจะมีจัดทำรูปปั้นพระราหุลองค์จำลองซึ่งพระองค์ถือเป็นพุทธโอรสในสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าและเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนาเป็นผู้มีความกตัญญูต่อครูอาจารย์อย่างที่สุดและเป็นผู้ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอรวมทั้งจัดสร้างพระพุทธเมตตาอีกด้วยโดยประชาชนที่มีจิตกุศลสามารถร่วมบริจาคเพื่อเป็นสิริมงคลได้


 :25: :25: :25: :25:

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เนื่องในวันมาฆบูชาทางมูลนิธิฯจะได้จัดนิทรรศการโครงการก่อสร้าง "วัดไทยนิโครธาราม" ตรงข้ามศาลอาญามณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.- 4 มี.ค นี้ ตั้งแต่ เวลา 10.00-20.00 น.พร้อมระดมทุนก่อสร้างวัดโดยขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญบูชาองค์พระเมตตาปางสมาธิ สูง 9 นิ้ว องค์พระราหุล และเหรียญเมตตา-พระราหุลพร้อมชมนิทรรศการโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าซึ่งได้เสร็จเรียบร้อยด้วยพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไทย

ทั้งนี้องค์พระราหุลโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะและเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนารวมทั้งยังเป็นต้นแบบในการปฏิบัติธรรมซึ่งศ.กมลทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติได้เป็นผู้ออกแบบองค์พระและฐานที่ตั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมอนุโมทนาบุญเพื่อนำไปสร้างวัดไทยนิโครธารามต่อไป.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/303190/ร่วมสร้างวัดไทยนิโครธารามในเนปาล 
89  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เกจิดังเมืองขุนแผน 'หลวงปู่ผวน' ละสังขาร เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 10:20:27 AM


เกจิดังเมืองขุนแผน 'หลวงปู่ผวน' ละสังขาร

"หลวงพ่อผวน" เกจิดังอยู่ยงคงกระพันแห่งวัดลาดบัวหอม เมืองสุพรรณฯ มรณภาพอย่างสงบด้วยวัย 94 ปี 68 พรรษา ลูกศิษย์ต่างโศกเศร้าแห่กราบศพแน่นวัด

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ศาลการเปรียญวัดลาดบัวหอม หมู่ 3 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้จัดให้มีสรงน้ำหลวงอาบศพพระครูโกมุทสุคนธศีล ปิยธโร หรือหลวงพ่อผวน ณะกลองดี อายุ 94 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดบัวหอม บวชเรียนครองพรรษามาได้ 68 พรรษา ได้มรณภาพอย่างสงบที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17เมื่อเวลา 07.14 น. ช่วงเช้าที่ผ่าน หลังจากได้เข้ารักษาตัวเมื่อวันที่ 9 ก.พ. เนื่องจากอาพาธด้วยโรคชรา และโรคประจำตัว ภายในห้องพักพิเศษ19 อาคารสงฆ์อาพาธ




จากการสอบถามนายดำรงค์ พราหมณ์สกุล อายุ 78 ปี ไวยาจักรวัดลาดบัวหอม เปิดเผยว่า หลังจากหลวงพ่อผวนมรณภาพด้วยอาการอย่างสงบที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 คณะกรรมการวัดได้นำสังขารหลวงพ่อผวนประกอบพิธีสรงน้ำหลวงอาบศพ เวลา 16.00 น. ที่ศาลาการเปรียญ โดยมีหัวหน้าหน่วยงานราชการ พ่อค้า ชาวบ้าน และประชาชนจำนวนมากมาร่วมงานอย่างมากมายคับคั่ง ซึ่งทางวัดได้จะได้ดำเนินการตั้งศพบำเพ็ญกุศล เพื่อรอการขอพระราชทานเพลิงศพต่อไป




ลำหรับหลวงพ่อผวนเป็นเกจิอาจารย์ที่ขึ้นชื่อลือนาม โด่งดังทางด้านอยู่ยงคงกระพัน และแคล้วคลาดปลอดภัย จัดสร้างวัตถุมงคลในวาระต่าง ๆ หลายรุ่น โดยเหรียญรุ่นแรกสร้างปี พ.ศ.2498 เป็นรูปพระพุทธในงานผูกพัทธสีมา เหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 สร้างปี พ.ศ.2531ในงานฉลองการทำบุญครบรอบอายุ 67 ปี เหรียญรุ่น2 สร้างปี พ.ศ.2535 งานทำบุญวันเกิดเหรียญรุ่น 3 สร้าง พ.ศ.2543 งานทำบุญอายุ 80 เหรียญรุ่นสี่ สร้างปี พ.ศ.2550 งานทำบุญอายุ 87 รุ่นพิเศษเป็นล็อกเกตใหญ่-เล็ก และรูปเหมือนลอยองค์กะไหล่ทอง.

ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/303185/เกจิดังเมืองขุนแผน+_หลวงปู่ผวน_+ละสังขาร
90  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / วัดทั่วประเทศ ร่วมใจจัด "สัปดาห์พระพุทธศาสนา" เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 10:16:13 AM





วัดทั่วประเทศ ร่วมใจจัด "สัปดาห์พระพุทธศาสนา"

“วีระ”เผย วธ.จับมือภาครัฐเอกชน และวัดทั่วประเทศ จัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในเทศกาลมาฆบูชา ปี 2558 ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-4 มี.ค. ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ด้าน ศน.จัดทำชุดสังฆทานคุณภาพให้ประชาชนดูเป็นตัวอย่าง ทั้งของฉันท์ และของใช้พระสงฆ์

วันนี้ (23ก.พ.) ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีการแถลงข่าว มาฆบูชา เพ็ญเดือน 3 งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2558 โดยมีพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี(ว.วชิรเมธี)เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ.เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) เครือข่ายองค์กรศาสนา ผู้แทนเยาวชน ผู้บริหาร ข้าราชการสังกัดวธ. นักเรียนนักศึกษา เข้าร่วม

โดยนายวีระ กล่าวว่า ในโอกาสวันมาฆบูชา 4 มี.ค.นี้ วธ.ขอเชิญชวนประชาชนให้น้อมรำลึกถึงหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ขอให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องแผ่ว โดยวธ.ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรเครือข่ายพระพุทธศาสนา และทุกวัดทั่วประเทศจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ปี 2558 ระหว่างวันที่26 ก.พ.-4 มี.ค.2558 ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค


 :25: :25: :25: :25:

รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนกลางจะจัดงานที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งมีกิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ได้แก่ การสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ การตอบปัญหาธรรมะ การทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา เวียนเทียน เป็นต้น นอกจากนี้วัดในกรุงเทพฯ 50 เขต ยังจัดกิจกรรมต่าง อาทิ นิทรรศการส่งเสริมหลักธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมไหว้พระ 9 วัดทางน้ำ ได้แก่ วัดราชสิงขร วัดยานนาวา วัดกัลยาณมิตร วัดอรุณราชวราราม วัดระฆังโฆสิตาราม วัดอมรินทราราม วัดคหบดี วัดเทวราชกุญชร และวัดราชาธิวาสวิหาร

ส่วนในภูมิภาคนั้นทุกจังหวัดได้จัดกิจกรรมในมิติพระพุทธศาสนา ซึ่งวธ.ได้ประสานไปยังสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรองรับพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนั้นขอเชิญชวนประชาชนได้ร่วมกันปฏิบัติธรรม เข้าวัด รักษาศีล และประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำแต่สิ่งดีๆ รวมถึงแต่งกายชุดขาวโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป

 st12 st12 st12 st12

“ ในช่วงเทศกาลมาฆบูชาปีนี้ ศน.ได้จัดทำชุดสังฆทานคุณภาพไว้สำหรับให้ประชาชนดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งมีทั้งของฉัน และของใช้ ที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพระสงฆ์ เนื่องจากที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องการถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ว่าควรเป็นของที่เป็นประโยชน์และไม่หมดอายุ ซึ่งขณะนี้วธ.ได้ประสานไปยัง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่ร้านค้าสังฆทานต่างๆ เพื่อสุ่มตรวจและขอความร่วมมือในจำหน่ายสิ่งของถวายพระสงฆ์ที่เป็นประโยชน์แก่พระสงฆ์ “นายวีระกล่าว

และว่า ขณะเดียวกับวธ.ยังคำนึงถึงการจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงเรื่องประชาคมอาเซียน โดยรณรงค์ส่งเสริมให้มีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรร่วมกัน เพื่อส่งเสริมเรื่องความสามัคคีของประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303107/วัดทั่วประเทศร่วมใจจัดสัปดาห์พระพุทธศาสนา
91  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / จี้นายกฯ เลิกตั้งกรรมการปฏิรูปศาสนา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 10:11:29 AM


จี้นายกฯ เลิกตั้งกรรมการปฏิรูปศาสนา

องค์กรพุทธ สนพ. เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกฯ–ประธานสปช.ยกเลิกกรรมการปฏิรูปศาสนาสุดโต่งการเมือง ย้ำคณะสงฆ์ไม่เคยกลัวการตรวจสอบ แต่ควรให้เกียรติพระเถระชั้นผู้ใหญ่

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวก่อนการประชุมกรรมการสนพ.ว่า ขณะนี้องค์กรพุทธ และสนพ.ได้ประชุมหารือกันแล้ว โดยในเบื้องต้นวันที่ 24 ก.พ.นี้ องค์กรพุทธ และสนพ.จะส่งผู้แทนไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานคสช. รวมถึง นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ยกเลิกการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา

โดยองค์กรพุทธ และสนพ.ขอโต้แย้งว่า คณะสงฆ์ไม่ได้ปิดกั้นการตรวจสอบหรือช่วยกันปรับปรุงโครงสร้างต่าง ๆ ให้ดีขึ้น แต่บุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ควรเป็นบุคคลที่เป็นกลาง ไม่ใช่พวกสุดโต่ง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่คณะสงฆ์จะยอมรับได้ ขณะเดียวกันก็มีการประกาศตรวจสอบการทำงานของมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากใน มส.นั้น เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่ทางคณะกรรมการฯ ควรจะให้เกียรติบ้าง

ทั้งนี้คณะสงฆ์ไม่เคยปิดกั้นเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปพระพุทธศาสนา เพราะคณะสงฆ์ก็อยากเห็นพระพุทธศาสนามั่นคงงดงามเช่นกัน แต่อยากให้ทางคณะกรรมการฯ มาอย่างเหมาะสม และให้เกียรติพระเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วยสัมมาทิฏฐิ และไม่เคยมีรัฐบาลไหนมีการตั้งฆราวาสมาปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งพระไม่ได้กลัว แต่คนที่เข้ามาไม่ควรเป็นคนที่มีมิจฉาทิฏฐิ



    “สิ่งที่องค์กรพุทธอยากให้ สปช.ทบทวนใน 2 เรื่องใหญ่ คือ
    1.วิธีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ได้มีการคัดเลือกบุคคลที่สุดโต่งทางการเมืองและศาสนาเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกขึ้นมาอีกได้
    2.เหตุผลของการตั้งคณะกรรมการ โดยตั้งสมมุติฐานว่า คณะสงฆ์บริหารงานมีแต่ปัญหา มีแต่ความแตกแยก เกิดจากพ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 และประชาชนไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกิจการพระพุทธศาสนา เป็นสมมุติฐานที่ผิด

    ดังนั้นจึงอยากให้ทบทวนหรือยกเลิกคณะกรรมการชุดดังกล่าว หากตั้งใจจริงที่จะมาปฎิรูปพระพุทธศาสนา ก็ควรมาหารือกับคณะสงฆ์ โดยเฉพาะมส.ว่า คิดเห็นอย่างไร มีปัญหาการทำงานจุดไหน ที่ทางฝ่ายบ้านเมืองจะช่วยแก้ไขได้จะเป็นประโยชน์มากกว่า ซึ่งการแก้ไขปัญหาพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายบ้านเมือง และคณะสงฆ์ต้องช่วยกัน แต่การประกาศตัวว่าจะตรวจสอบเล่นงานพระรูปนั้นรูปนี้ ถือว่าไม่เคารพวัฒนธรรมองค์กรสงฆ์ และพระสงฆ์เลย อย่างนี้จะมาเขียนกฏหมายที่จะปรับปรุงกิจการพระพุทธศาสนาได้อย่างไร
    นอกจากนี้ตนจะประสานผู้บริหารกับสมาคมศิษย์เก่าและองค์กรนิสิตมจร. ว่าจะมีความเคลื่อนไหวออกมาอย่างไรด้วย” พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าว



พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พระพุทธอิสระทำ พระสงฆ์ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วย พร้อมจะปกป้องคณะสงฆ์ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รวมทั้งอยากเรียกร้องฝ่ายรัฐว่าสิ่งที่พระพุทธอิสระทำเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นการละเมิดกฎอัยการศึกหรือไม่ และขอเรียกร้องฝ่ายผู้มีอำนาจ ที่มีการติดอาวุธเข้าไปในวัด ซึ่งเป็นวัดของผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชว่า เหมาะสมหรือไม่ และอย่านำการเมืองมาเล่นกับพระพุทธศาสนา รวมทั้งหากจะมีการตรวจทรัพย์สินของพระมหาเถระ ทางคณะสงฆ์ก็ไม่ได้กลัวที่จะถูกตรวจสอบ



ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา กล่าวว่า การที่พระพุทธอิสระปลุกปั่นผ่านสื่อออนไลน์หรือปลุกระดมคนไปชุมนุมกันที่วัดปากน้ำ จึงอยากฝากถามรัฐบาลว่า เป็นการละเมิดกฎอัยการศึกหรือไม่ ขณะเดียวกันมีการส่งทหารติดอาวุธครบมือไปอารักขาพระพุทธอิสระ ภายในวัดปากน้ำ ประหนึ่งสำคัญกว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

จึงอยากฝากคำถามว่า เป็นการไม่เคารพประมุขสงฆ์เป็นการทำที่ถูกต้องหรือไม่ด้วยและอย่าให้เกิด 2 มาตรฐาน อย่างไรก็ตามการไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี หรือ ประธานสปช. ทางคณะจะไม่ละเมิดต่อกฎอัยการศึก การกล่าวพาดพิง มส.สามารถทำได้ แต่การทำงานของ มส.ก็อิงพระธรรมวินัยและพ.ร.บ.คณะสงฆ์ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ในการดำเนินงาน ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นแนวร่วมเดียวกับพระพุทธอิสระ ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่า มส.อ่อนแอ

จึงอยากให้มีการตั้งองค์กรที่มาปฏิรูปมส.โดยคณะกรรมการปฏิรูปเกือบทั้งชุดล้วนเกี่ยวข้องทางการเมือง อาจจะมองคณะสงฆ์เป็นฝ่ายตรงข้ามเป็นอีกสีเสื้อหนึ่ง และเชื่อมโยงกับธรรมกาย ทำให้เห็นว่า เป็นการนำการเมืองมาครอบนำคณะสงฆ์ โดยตนเชื่อว่าคณะสงฆ์ไม่ได้เลือกฝ่าย ทำให้ทุกฝ่ายไม่สบายใจเรื่องที่เกิดขึ้นที่จะทำให้พระพุทธศาสนาเกิดความแตกแยก



ผศ.ดร.เสถียรวิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา กล่าวว่า จากการตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปฯ พบว่า มี 1 คน เป็นเลขาของพระพุทธอิสระ ซึ่งคณะกรรมการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเมืองอีกฝ่ายทั้งที่ต้องการปฏิรูปคณะสงฆ์แต่กลับไม่มีการตั้งคณะกรรมการที่มาจากฝ่ายสงฆ์เลย จึงขอคัดค้านการแต่งตั้งกรรมการชุดดังกล่าว

ขณะที่ พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ขณะนี้ทางวัดพระธรรมกายจะยังไม่มีการแถลงข่าวหรือชี้แจงแต่อย่างใด และไม่ขอแสดงความคิดเห็น หรือให้สัมภาษณ์กรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ทางตนและทางวัดขออยู่อย่างสงบ.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/302949/จี้นายกฯ+เลิกตั้งกรรมการปฏิรูปศาสนา
92  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / โอละพ่อ 'มติมหาเถรฯ' อุ้ม 'ธัมมชโย' ไม่มีจริง.!! เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:58:39 AM


โอละพ่อ 'มติมหาเถรฯ' อุ้ม 'ธัมมชโย' ไม่มีจริง.!!

โอละพ่อ "มติมหาเถรสมาคม" ที่ปกป้อง "ธัมมชโย" ไม่มีจริง "ไพศาล" วอนอย่าติเตียนกรรมการทั้งหมด แฉฝ่ายธรรมยุต 8 รูปยืนยันตามพระบัญชา "พระสังฆราช" ว่าปาราชิกแล้ว โยน "พระ" ที่ออกมาแถลงเป็น "หมู่บ้านกระสุนตก"

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Paisal Puechmongkol ว่าเพิ่งได้ทราบข่าวว่า สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติแถลงอีกแล้วว่า ในการประชุมล่าสุด มหาเถรสมาคมไม่ได้มีมติอะไร ไม่ได้มีมติว่า 'ธัมมชโย' ไม่เป็นปาราชิกดังที่เป็นข่าว เป็นเพียงรับทราบที่นายสมเกียรติ (ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม) แถลงการไปชี้แจงต่อกรรมการศาสนา สปช. ถ้าอย่างนี้ก็ไม่เกี่ยวกับมหาเถรสมาคม จะไปติเตียนท่านไม่ได้ว่า ขัดพระบัญชาพระสังฆราชที่มีผลตามกฎหมายแล้ว อย่าให้ความขัดแย้งลุกลามเกินที่เป็นปัญหาเลย ท่านทั้งหลายพึงทราบและเข้าใจให้ตรงตามนี้ ใครแถลงแอบอ้างเป็นมติมหาเถรสมาคม ก็รับกรรมไปก็แล้วกัน

ขอร้องท่านทั้งหลายอย่าได้ติเตียนมหาเถรสมาคมโดยส่วนรวม อย่าได้ติเตียนกรรมการมหาเถรสมาคมไปหมดทุกรูป จะกระทบองค์กรคณะสงฆ์มาก กรรมการมหาเถรสมาคมฝ่ายธรรมยุต 8 รูป ยืนยันตามพระบัญชาสมเด็จพระญาณสังวรณ์สมเด็จพระสังฆราช ลงวันที่ 26 เมษายน 2542 และมติมหาเถรสมาคม ที่ 193/42 เรื่องปาราชิกว่าเป็นปาราชิกแน่นอน ฟื้นไม่ได้แล้ว



กรรมการมหาเถรสมาคมอีก 3 รูปจากวัดเทพศิรินทร์ วัดบวรนิเวศและวัดสัมพันธวงศ์ ไม่ได้ไปประชุม ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องเลย ท่านเจ้าคุณพรหม วัดยานนาวา ยืนยันกับท่านผู้ใหญ่ว่า ไม่มีมติอะไรและท่านก็ไม่ได้พูดอะไรด้วยสมเด็จวัดปากน้ำและกรรมการมหาเถรสมาคมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พูดอะไร มีแต่นั่งฟังเลขานุการรายงาน

สรุปคือสมเด็จวัดปากน้ำและกรรมการมหาเถรสมาคมไม่ได้ลงมติอะไรเลย และฟังรายงานจากเลขาฯ รายงานเสร็จเลขาฯอ้างว่าติดราชการขอกลับไปก่อน แล้วเอาเอกสารให้พระพูด พระที่รับฝากพูดจากเลขาฯจึงเป็นหมู่บ้านกระสุนตก ความจริงเป็นอย่างนี้แล้ว หลวงพี่จีวรแดงจะว่ายังไง อย่าเอาเรื่องนี้มาบิดตะกูดปลุกระดมพระปกป้องคนโกงสหกรณ์คลองจั่นดีกว่า ท่านกรรมการมหาเถรสมาคมปรามเสียหน่อยจะช่วยบ้านเมืองได้มาก



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพระที่ออกมาแถลงถึงมติของมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม คือ พระพรหมเมธี(จำนงค์ ธมฺมจารี) กรรมการและโฆษกมส. ที่ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ที่ประชุมมส.ได้มีมติรับทราบกรณีนายสมเกียรติ ธงศรี ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) เป็นผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไปชี้แจงกับคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. กรณีพระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธมฺมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้มีการละเมิดพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในปี 2542 หรือไม่

จากนั้น มส.ได้พิจารณาถึงเจตนาของหลวงพ่อธมฺมชโย ว่าฝ่าฝืนพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมส.ได้ยกมติมส.ในปี 2549 ขึ้นมาพิจารณาแล้วเห็นว่า หลวงพ่อธมฺมชโย ยอมรับและปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังราชในการคืนที่ดินทุกประการ ดังนั้นสถานภาพปัจจุบันของหลวงพ่อธมฺมชโย ยังคงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดและดำรงสมณศักดิ์เช่นเดิม


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303259/โอละพ่อ+_มติมหาเถรฯ_อุ้ม_ธัมมชโย_ไม่มีจริง!!
93  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ศธ.โต้ไม่มี โครงการบวชฤดูร้อนธรรมกายแล้ว เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:51:48 AM


ศธ.โต้ไม่มี โครงการบวชฤดูร้อนธรรมกายแล้ว

ศธ.แจงไม่มีโครงการนำนักเรียนบวชฤดูร้อนกับวัดพระธรรมกาย หลังเคยมีนโยบายเมื่อปี55 แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก

แหล่งข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ระบุว่า ศธ. เคยมีนโยบายให้สถานศึกษานำนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมอบรมธรรมะในวัดสระเกศ วัดพระธรรมกาย หรือสถานปฏิบัติธรรม เพื่อขัดเกลาจิตใจปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และความสำนึกดีแก่นักเรียน ผ่าน "โครงการปฏิบัติธรรมค้ำจุนการศึกษา ต้านคอร์รัปชัน แก้ปัญหายาเสพติด" ช่วงที่ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศธ. ในช่วงเดือน พ.ค. 2555 แต่ก็ถูกกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก


 :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi:

นอกจาก นี้ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันได้มีหนังสือร้องเรียนที่ระบุว่า มาจาก ข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร้องเรียนกับมูลนิธิแห่งหนึ่งว่า ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งให้เข้าร่วมกิจกรรม "การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติธรรม โครงการโรงเรียนในฝัน รุ่นครูทั้งโรงเรียน" ซึ่งเป็นการอบรมจริยธรรมกับเครือข่าย วัดพระธรรมกาย จน นายชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการสพฐ.ออกมาชี้แจง ว่า 

โครงการดังกล่าว สพฐ.จัดร่วมกับพระสังฆาธิการทั่วประเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และมูลนิธิพัฒนาการศึกษาเพื่อศีลธรรม จึงไม่ใช่การจัดร่วมกับวัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการอบรมปฏิบัติธรรมที่วัด สำนัก หรือศูนย์ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 52 แห่ง ส่วนวัตถุประสงค์หลักนั้น เนื่องจากสพฐ.ต้องการเปลี่ยนแนวคิด จากเดิมที่โรงเรียนหนึ่งมีครูแค่ 1 คนรับผิดชอบ เน้นให้ครูทุกคนมีบทบาทในการส่งเสริมศีลธรรม


 :96: :96: :96: :96:

อย่างไรก็ดี หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ไม่ได้รับรายงาน หรือมีหนังสืออย่างเป็นทางการที่พบว่า ศธ. หรือโรงเรียนในสังกัดสพฐ.เข้าไปร่วมกิจกรรมกับทางวัดธรรมกาย

อนึ่ง  เมื่อไม่กี่วันมานี้  สังคมออนไลน์ได้ เผยแพร่ภาพและประวัติกรรมการมหาเถรสมาคม 12 รูปที่เชื่อกันว่า เป็นผู้ลงมติสนับสนุนให้ “พระเทพญาณมหามุนี” หรือ “พระไชยบูลย์ ธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย  ไม่ต้องปาราชิก ตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก โดยพบว่า ทั้ง 12 รูปนั้นทั้งหมดเป็น ประธานและกรรมการที่ปรึกษาโครงการ(ธรรมกาย)อุปสมบทหมู่ ภาคฤดูร้อน


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.posttoday.com/สังคม/การศึกษา/349182/ศธ-โต้ไม่มีโครงการบวชฤดูร้อนธรรมกายแล้ว
94  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เผยร่างมนุษย์ ในพระพุทธรูปอายุ 1 พันปี คือ หลวงจีน"หลิวควน" ในยุคจีนโบราณ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:41:38 AM




เผยร่างมนุษย์ ในพระพุทธรูปอายุ 1 พันปี คือ หลวงจีน"หลิวควน" ในยุคจีนโบราณ

จากกรณีที่เว็บไซต์ต่างประเทศรายงานว่า โครงการสำรวจวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญจากเนเธอร์แลนด์ได้รับมอบพระพุทธรูปโบราณนับพันปีองค์หนึ่งของจีน ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการมัมมี่ของพิพิธภัณฑ์ในเมืองรอตเตอร์ดัม เพื่อทำการเอ็กซเรย์ภายในด้วยเครื่องซีทีสแกน จนพบว่าภายในพระพุทธรูปมีร่างมนุษย์อยู่นั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ต้องเอกซเรย์พระพุทธรูปเก่าแก่องค์นี้ เพราะมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาช้านานว่ามีร่างของพระชาวจีนอยู่ภายใน คณะสำรวจประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมและพุทธศิลป์แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยาจึงต้องการสำรวจครั้งนี้ เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนับป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ได้สำรวจมัมมี่จากจีนในโลกตะวันตก


เมื่อนำพระพุทธรูปเข้าเครื่องซีทีสแกน เหล่านักสำรวจก็ต้องตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นเพราะภายในองค์พระพุทธรูปมีโครงกระดูกโครงหนึ่งที่ตั้งอยู่ในท่าขัดสมาธินั่งสงบอยู่เป็นเวลากว่าพันปีแล้ว และเมื่อสำรวจภายในพวกเขาก็พบว่าอวัยวะภายในของมนุษย์คนนี้หายไป และถูกแทนที่กระดาษที่มีอักษรจีนโบราณจารึกอยู่เต็มไปหมด

 โดยนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีระบุว่า การนำอวัยวะภายในออกนี้ถือได้ว่าเป็นกระบวนการสำคัญของการทำมัมมี่นักสำรวจจะได้ตรวจสอบหาดีเอ็นเอจากซากมัมมี่นี้และนำไปเผยแพร่ต่อไป



จากประวัติพระพุทธรูปองค์นี้เชื่อกันว่า ร่างที่อยู่ภายใน คือ ร่างของพระภิกษุชาวจีนนาม "หลิวควน" ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสของสำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งของจีนในศตวรรษที่ 11-12 หรือเกือบ 1 พันปีก่อน

 ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ซึ่งจะจัดแสดงไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReU5EWTNOVEF6Tmc9PQ==&subcatid=
95  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ธรรมกายอ่วม! สปช. ชง ปปง. อายัดทรัพย์ "พระธัมมชโย"-ตรวจที่ดินวัด-ฟ้องอาญา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:36:23 AM


ธรรมกายอ่วม! สปช. ชง ปปง. อายัดทรัพย์ "พระธัมมชโย"-ตรวจที่ดินวัด-ฟ้องอาญาพระผู้ช่วย

คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอ ให้ ปปง. อายัดทรัพย์พระธัมมชโย พร้อมตรวจสอบที่ดินวัดพระธรรมกาย และดำเนินคดีอาญาปลัดวิจารณ์คนสนิทพระธัมมชโย ขณะเตรียมเสนอ พ.รบ.จัดการทรัพย์สินวัด หวั่น เป็นแหล่งฟอกเงิน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวภายหลังเชิญ นายนพดล อุเทน ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. พร้อมคณะ กรณีธรรมกายว่า ได้หารือในวาระ กรณีพระธัมมชโย เกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ซึ่งคณะกรรมการพบว่า

มีการกระทำผิดในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น แล้วออกเช็คเงินสดให้กับ พระธัมมชโย มีเส้นทางการเงิน ที่ไปยังบัญชี พระธัมชโย 8ฉบับ กว่า 348 ล้านบาท วัดธรรมกาย 6 ฉบับ 436 ล้านบาท และจ่ายให้พระลูกวัดหรือปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท ซึ่งพบว่ามีการโอนต่อไปยังบัญชีอื่น ซึ่งทางปปง.ให้ไปดำเนินการฟ้องทางแพ่ง ทำให้มติที่ประชุมของคณะกรรมการเห็นว่า ควรจะให้อายัดทรัพย์สินของ พระธัมมชโยทั้งหมด เพราะเกิดจากการทุจริตและฉ้อโกง


 :96: :96: :96: :96:

ส่วนกรณีเช็ค ที่สั่งจ่ายไปยังวัดธรรมกาย ได้รับการชี้แจงจาก ปปง. ว่า นำไปเป็นค่าก่อสร้างซึ่งเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ คณะกรรมการจึงต้องการให้ ตรวจสอบที่ดินของวัดพระธรรมกายว่าเป็นธรณีสงฆ์ทั้งหมดหรือไม่ เพราะที่ดินของวัดจริงๆ มีเพียง 196 ไร่ ดังนั้นที่ดินที่เหลือในนามของมูลนิธิจึงไม่ถือเป็นธรณีสงฆ์พร้อมกันนี้ให้ ปปง.แจ้งไปยังดีเอสไอให้ดำเนินคดีอาญากับพระลูกวัด ที่เป็นผู้ช่วยของพระธัมมชโย

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ยังไม่เห็นด้วยกับมติของกรรมการมหาเถรสมาคมที่ไม่ปาราชิกพระธัมมชโยเพราะมองว่ามติดังกล่าวเป็นปัญหาที่ขัดต่อพระธรรมวินัยและกฎหมาย จากเหตุผลที่นำพระลิขิตของพระสังฆราชทั้ง3ฉบับมาตีความ ไปในทางที่ผิด และบิดเบือน จึงขอเรียกร้องไปยังทุกส่วนเพื่อให้ดำเนินการตามพระลิขิตของพระสังฆราช และให้ดำเนินการในคดีนี้ให้ถึงที่สุด

 :41: :41: :41: :41:

ซึ่งคณะกรรมการ จะติดตามตรวจสอบการเงินของธัมมชโย และวัดธรรมกายต่อไป โดยในวันอังคารที่ 3 มี.ค. เวลา 13.30 น. จะเชิญตัวแทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และกรมที่ดิน เข้าให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัดธรรมกาย เพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกตั้งข้อสังเกตุว่า วัดจะกลายเป็นแหล่งฟอกเงินหรือไม่ เพราะการมอบเงินให้กับวัดไม่ได้มีการเสียภาษีและการมอบที่ดินให้กับวัดก็จะไม่มีการตรวจสอบเพราะจะถือเป็นธรณีสงฆ์ จึงอยากเสนอให้มีการออก พรบ.จัดการทรัพย์สินของวัด และออกหลักเกณฑ์ให้มีกลไกตรวจสอบที่โปร่งใส

ทั้งนี้ แม้คณะกรรมการจะไม่มีอำนาจในการตรวจสอบแต่จะส่งรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ พร้อมเชื่อว่า จะมีข้อยุติในเรื่องนี้


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424676479
96  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ศิษยานุศิษย์ ยังคงเดินทางมา ทำบุญวัดธรรมกายแน่น เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:32:43 AM


ศิษยานุศิษย์ ยังคงเดินทางมา ทำบุญวัดธรรมกายแน่น

ญาติธรรม-ศิษยานุศิษย์ยังคงเดินทางมาทำบุญวัดธรรมกายแน่น ท่ามกลางความวุ่นวายว่าสุดท้ายอนาคต"ธรรมกาย"จะจบอย่างไร หลัง"เจ้าอาวาส"โดนโจมตีอย่างหนัก

กรณีโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมายอมรับว่า หลังตรวจสอบเอกสาร มติมหาเถรสมาคมเมื่อปี 2542 ตามพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกพบว่า ขณะนั้นอยู่ในความดูแลของกรมการศาสนา ดังนั้นการจะหยิบยกพระบัญชาขึ้นมาอีกครั้ง ต้องเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก โดยอัตโนมัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชที่ระบุชัดเจนว่า หากพระธัมมชโยไม่คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายจะมีความผิดชัดแจ้ง และต้องอาบัติปาราชิกโดยอัตโนมัติหรือไม่ แต่เนื่องจากพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สิน และที่ดินมูลค่ากว่า 900 ล้านบาทให้วัดพระธรรมกายแล้ว

ดังนั้น มส.จึงมีมติว่า ไม่เป็นการต้องอาบัติปาราชิก และยังสามารถเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ โดยจะมีการเสนอวาระนี้เข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยพระผู้ใหญ่ ฆราวาสที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อร่วมกันตีความพระลิขิตอีกครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น





ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบบรรดาญาติโยมที่มีความศรัทธาต่อวัดพระธรรมกาย ต่างเดินทางมาถวายเพลเป็นจำนวนมาก และร่วมรับประทานอาหารพร้อมกันเหมือนปกติ ท่ามกลางกระแสข่าวที่ออกมาโจมตีวัดอยู่ในขณะนี้ ขณะที่ทางเข้าเข้าออกวัดทุกประตูยังคงเปิดให้รถยนต์ รถจักรยานยนต์เข้าออก และบันทึกภาพรถเข้าออกด้วยกล้องวงจรปิดตามปกติ.




ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/303146/ศิษยานุศิษย์ยังคงเดินทางมาทำบุญวัดธรรมกายแน่น
97  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / “วัดปากน้ำ” ปัดโทรเคลียร์ “พุทธอิสระ” เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:26:56 AM


“วัดปากน้ำ” ปัดโทรเคลียร์ “พุทธอิสระ”

"พระพรหมโมลี" เผย ไม่มีใครโทรหาพุทธอิสระให้ยุติเคลื่อนไหวแลกตำแหน่ง ด้าน องค์กรสงฆ์รุ่นใหม่ ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียล ให้คณะกรรมการปฎิรูปฯยุติการคุกคามพระพุทธศาสนา พร้อมคืนความสุขสู่พระศาสนาอย่างแท้จริง

จากกรณีพระพุทธอิสระ ออกมาแฉว่า ทางวัดปากน้ำ ภาษีเจริญให้คนโทรมาเสนอ “ตำแหน่ง” พร้อมทั้งพระพุทธอิสระจะไปยื่นหนังสือต่อรัฐบาล และสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อให้ตรวจสอบทรัพย์สินของกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.)ทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากทราบว่าใช้งบประมาณในปีหนึ่งๆดูงานต่างประเทศหลายสิบล้านบาท นั้น


 :96: :96: :96: :96:

วันนี้(23 ก.พ.) พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการ มส. กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่มีใครจากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ โทรหาพระพุทธอิสระ โดยเฉพาะการเสนอตำแหน่งให้มีการหยุดเคลื่อนไหว ซึ่งทางวัดปากน้ำ ขอปฏิเสธว่า ไม่มีการทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันมีการกล่าวพาดพิงในการหารือเมื่อวันที่ 21 ก.พ.หลายเรื่อง แต่ทำไมพระพุทธอิสระไม่พูดให้สังคมได้ทราบกันบ้างว่า

ตนและพระพุทธอิสระ ได้พูดคุยถึงเรื่องความคิดเห็นสองฝ่ายอาจจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนา มีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน มีหลักพระธรรมวินัยหลักเดียวกัน ซึ่งความเห็นเบื้องต้นอาจจะตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง แต่ทุกคนมีเจตนายกย่องเชิดชูพระพุทธศาสนา

ซึ่งตนยังบอกไปอีกว่าความเห็นส่วนตัวส่วนบุคคลอยู่แค่เพียงชั่วคราว ความเห็นของพระพุทธอิสระ และความเห็นของตน อยู่ไม่ถึง 100 ปีก็ไปแล้ว แต่พระศาสนายังอยู่ถึงปัจจุบันมีหลักธรรมสั่งสอนให้อบรมแสดงว่า คนโบราณเขารักษาพระศาสนา รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้นำคำสอนของบุคคลหนึ่งมาเอ่ยมาอ้าง ที่เราได้เรียนหลักคำสอนทุกวันนี้ ก็เพราะเราร่วมกันรักษาพระพุทธศาสนา

 :41: :41: :41: :41:

พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) กล่าวว่า มจร.จัดตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2540 เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยรายได้มหาวิทยาลัยมาจาก 3 ส่วน ได้แก่
    1.รัฐจัดสรรให้
    2.ผู้มีจิตศรัทธา และ
    3.รายได้อื่นๆ เช่น ค่าเทอม เป็นต้น

ซึ่งเมื่อรัฐจัดสรรงบประมาณมาให้แล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็จะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ตรวจสอบทั้งส่วนกลางและวิทยาเขตอย่างละเอียดทุกปี ไม่เพียงเท่านั้น สตง.ไม่ตรวจเฉพาะงบฯอุดหนุนของรัฐ แต่ยังได้ตรวจรายได้อื่นๆของมหาวิทยาลัยด้วย ไม่ว่าจะเป็น ใบอนุโมทนาบัตรเงินบริจาค มอบไปที่ไหนบ้าง ใครบริจาคบ้าง ตู้บริจาคของมหาวิทยาลัยก็ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบด้วย


 :91: :91: :91: :91:

รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ มจร. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนเรื่องที่มหาวิทยาลัยใช้งบประมาณหลายสิบล้านบาทไปต่างประเทศนั้น มหาวิทยาลัยมีสถาบันสมทบในต่างประเทศถึง 7 แห่ง อาทิ ศรีลังกา ฮังการี สิงคโปร์ เกาหลี เป็นต้น โดยแต่ละปีผู้ที่จบปริญญาตรีจากสถาบันสมทบ จะต้องมารับปริญญาในประเทศไทย ในส่วนของผู้บริหาร อาจารย์และนักวิชาการของมหาวิทยาลัย ก็ต้องเดินทางไปประชุมร่วมกับสถาบันสมทบในต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยก็มีความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยก็มีสมาคมวิสาขบูชานานาชาติ ซึ่งมีสมาชิกทั่วโลก ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งตนมองว่า การไปแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาทางวิชาการ

 :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi:

“เวลาผู้บริหาร อาจารย์ เดินทางไปแลกเปลี่ยนทางวิชาการ นอกจากจะมีงบประมาณของมหาวิทยาลัยแล้ว เรายังมีเจ้าภาพร่วมสมทบด้วย ซึ่งพุทธอิสระไม่ทราบในเรื่องนี้ การที่พูดไปเพื่อให้สังคมมองมหาวิทยาลัยในภาพลบเท่านั้นเอง”พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์กรสงฆ์รุ่นใหม่ ประกอบด้วย องค์กรเครือข่ายพระนิสิต พระนักศึกษา สงฆ์อาสาพระวิทยากร พระธรรมทูตทั่วประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ให้ยุติการคุกคามพระพุทธศาสนา ฉบับที่ 1 ความตอนหนึ่งว่า ด้วยองค์กรสงฆ์รุ่นใหม่ ได้เฝ้าติดตามการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา

    แต่กรรมการชุดดังกล่าวได้แสดงทัศนคติ อันเป็นการข่มขู่คุกคามต่อพระมหาเถระ นำศาสนามาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ล้มล้างจารีตสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรและศาสนจักร สร้างความไม่สบายใจแก่พระสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล

ดังนั้น จึงเรียกร้องให้สปช.สั่งให้คณะกรรมการปฏิรูปชุดดังกล่าวยุติการคุกคามพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ไทย เพื่อนำความสงบสุขคืนสู่พระพุทธศาสนา ธำรงไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์สืบไป


 :32: :32: :32: :32:

ด้านนายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า เรื่องศาสนาไม่ได้เกิดจากความขัดแย้ง แต่บางครั้งอาจจะเป็นเพราะแต่ละฝ่ายไปยึดติดกับความรู้สึกส่วนตัวมากเกินไป คงต้องย้อนกลับไปมองที่ต้นเหตุ ซึ่งแต่ละคนควรกลับไปย้อนดูตัวเองว่ามีอะไรที่ต้องทำความเข้าใจกันบ้าง ทั้งนี้ เห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องหาหน่วยงานกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหน่วยงานกลางไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาเสมอไป ต่างฝ่ายต่างต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน พร้อมทั้งหาทางเจรจากัน ถ้าตั้งหน้าตั้งตาโจมตีกัน ปัญหาก็จะแก้ไขไม่ได้ และไม่มีทางจบสิ้น

อย่างไรก็ตาม ศน.อยากขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมกัน ยึดหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องโอวาทปาติโมกข์เป็นหลักปฏิบัติ ยุติการขุดคุ้ย เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้โอกาสในช่วงเทศกาลวันมาฆบูชานี้ สงบจิตสงบใจ เพื่อช่วงจรรโลงพระพุทธศาสนา


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303136/“วัดปากน้ำ”+ปัดโทรเคลียร์+“พุทธอิสระ”
98  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / พร้อมสอบปม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ครองรถจดประกอบ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:18:28 AM


พร้อมสอบปม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ครองรถจดประกอบ

ชุดสอบรถหรูดีเอสไอ เผยพร้อมสอบปม “เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ” มีชื่อครองรถจดประกอบ ระบุอยู่ระหว่างสอบที่มารถ “หลวงพี่น้ำฝน” เคลียร์ปมจดประกอบจริงหรือนำเข้าทั้งคัน

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์รอง ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการสอบสวนคดีรถหรูจดประกอบ กรณีที่พบว่ามีชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นหนึ่งในผู้ที่มีชื่อครอบครองรถจดประกอบว่า เนื่องจากดีเอสไอได้เรียกสอบสวนล็อตแรกเฉพาะรถหรูราคาเกิน 4 ล้านบาทก่อนแต่รถของพระทั้งสองมีราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาท จึงยังไม่ถูกเรียกมาตรวจสอบ

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย เคยยื่นขอให้ดีเอสไอตรวจสอบการถือครองรถของหลวงพี่น้ำฝน เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าร ถดังกล่าวมีชื่อหลวงพี่น้ำฝนเป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์ ส่วนตัวถังมีชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้นำเข้า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนว่า รถคันดังกล่าวเป็นการนำเข้ารถทั้งคันที่สำแดงเอกสารเป็นการนำเข้าชิ้นส่วนหรือเป็นการนำเข้าแบบแยกชิ้นส่วนจริง ส่วนกรณีครอบครองรถของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ฯ หากมีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบดีเอสไอก็พร้อมเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/crime/303158/พร้อมสอบปม+_เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ_+ครองรถจดประกอบ
99  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / “สมภารวัดคงคาเลี้ยว” สงขลา เผ่นจีวรปลิวหลังถูกชาวบ้านฮือไล่ฐานมั่วสีกา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:13:25 AM


“สมภารวัดคงคาเลี้ยว” สงขลา เผ่นจีวรปลิวหลังถูกชาวบ้านฮือไล่ฐานมั่วสีกา

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ชาวบ้านหมู่ 5 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา สุดทนรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาส “วัดคงคาเลี้ยว” หลังมีพฤติกรรมมั่วสีกาที่มาปฏิบัติธรรมภายในวัด ด้านแกนนำชาวบ้านเผยทนรอฟังคำชี้แจงมาร่วมเดือนแต่ไม่มีการออกมาอธิบาย แถมยังให้สีกาสาวอยู่วัดตลอดเวลา ก่อนนัดรวมตัวขับไล่ ด้านเจ้าอาวาสเผ่นหนีป่าราบ ตร.ควบคุมเหตุไร้ความรุนแรง
       
       วานนี้ (22 ก.พ.) ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 5 และใกล้เคียงของตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ได้รวมตัวไปบุกวัดคงคาเลี้ยว ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านเพื่อร่วมกันขับไล่ “พระวิศรุตม์ ถิรคุโณ” รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคงคาเลี้ยว หลังจากก่อนหน้านี้ มีผู้หญิงที่ไปปฏิบัติธรรมภายในวัดได้มีการออกมาบอกแก่ชาวบ้านว่า ตนเองเป็นเมียเจ้าอาวาส และทางชาวบ้านพยายามไม่รับฟัง และขอคำชี้แจงจากทางเจ้าอาวาส แต่กลับไม่มีการตอบรับ หรือปฏิเสธแต่อย่างใด



        ขณะเดียวกัน ทางเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวก็ยังคงให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ภายในวัด และหลายครั้งที่คนงานก่อสร้างภายในวัด รวมถึงชาวบ้านได้เห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะ เช่น การนั่งกินข้าวด้วยกันในบาตรเดียวกัน ผู้หญิงเดินเข้าออกกุฏิเจ้าอาวาสในเวลาค่ำคืนเพียงลำพัง ชาวบ้านจึงได้นัดรวมตัวกันในวันนี้ซึ่งมากันหลายร้อยคน โดยขณะที่ชาวบ้านทยอยมารวมตัวกันที่วัด มีรายงานว่า เจ้าอาวาส และพระลูกวัดใกล้ชิดอีกรูปได้วิ่งเผ่นหนีทางป่าข้างวัด และมีรถยนต์มารอรับพาหลบหนีไป


        ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตภูมิ เข้ามาระงับเหตุเพื่อให้ชาวบ้านใจเย็นๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า ทางเจ้าอาวาสบอกว่าจะไม่กลับมาที่วัดอีกแล้ว ส่วนเรื่องการบริหารภายในวัดทางเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ จะทำการสืบสวนข้อเท็จจริง และชี้มูลความผิดทางธรรมวินัยต่อไป
       
       ชาวบ้านยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนไปทางเจ้าคณะตำบลท่าชะมวง-เขาพระ และเจ้าคณะอำเภอรัตภูมิ เพื่อให้ลงมาสอบสวนเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ยังไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านยังยืนยันว่า ชาวบ้านทุกคนเคารพในพระผู้ใหญ่ของทางอำเภอ และอยากให้เขามาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา รวมถึงภาพลักษณ์ของหมู่บ้านชุมชนเป็นอย่างมาก



        สำหรับพระวิศรุตม์ ถิรคุโณ ปัจจุบัน อายุ 44 พรรษา 23 และเป็นผู้พัฒนาวัดคงคาเลี้ยวจากสำนักสงฆ์คงคาเลี้ยว ซึ่งเป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่แก้ว สุภัทโท ก่อนที่จะได้รับการยกฐานะเป็นวัดเมื่อต้นปี 2557 และแต่งตั้งให้ พระวิศรุตม์ เป็นรักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นพระหนุ่มที่เทศนาธรรมเก่ง และชาวบ้านรวมถึงพุทธศาสนิชนจากหลายพื้นที่ให้การยอมรับนับถือเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะมาเกิดเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวขึ้น

ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9580000021820
100  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ชาวบ้านฮือไล่ 3พระเมืองคอนพ้นวัด รับไม่ได้มั่วสุมดื่มเหล้า เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2015, 09:09:32 AM


ชาวบ้านฮือไล่ 3พระเมืองคอนพ้นวัด รับไม่ได้มั่วสุมดื่มเหล้า

ชาวบ้านหมู่ 5 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สุดทนรวมตัวขับไล่ 3 พระลูกวัดนาสน หลังจากประพฤติตัวไม่เหมาะสมดื่มเหล้าเมามีเรื่องชกต่อยภายในวัด หนำซ้ำขโมยพระพุทธรูปไปขาย เบื้องต้นจำนนต่อหลักฐาน ยอมออกจากวัดโดยดี...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ก.พ.58 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ได้มีนางวราภรณ์ เจริญกิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยลูกบ้านจำนวนหนึ่งรวมตัวกันที่วัดนาสน วัดเก่าแก่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองนครศรีธรรมราช ท้องที่หมู่ที่ 5 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขับไล่พระสงฆ์ที่จำวัดอยู่ในวัดดังกล่าวให้ออกไปจากวัดภายในวันนี้

จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าได้มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้วัดนาสน ประมาณ 50 คน กำลังโต้เถียงอยู่กับพระจตุพร จันทโชโต อายุ 37 ปี พระพล ฐาณีโย อายุ 65 ปี และพระวิเชียร ประยุทธ์โต อายุ 67 ปี รวมทั้งสามเณรอีก 2 รูป โดยนางวราภรณ์และชาวบ้านได้เอ่ยปากนิมนต์ให้พระสงฆ์ 3 รูปออกไปจากวัดโดยไม่มีข้อแม้ภายในวันนี้ โดยมี พ.ต.ท.คมสัน พฤศวานิช รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจไปรักษาความสงบเรียบร้อยและร่วมเจรจา


 :96: :96: :96: :96:

โดยชาวบ้านเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้วัดนาสนซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และเคยเป็นวัดร้างมาก่อน ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ นิมนต์พระสงฆ์มาจำพรรษาจำนวนหลายรูป ต่อมาอดีตเจ้าอาวาสได้ลาสิกขาไป ปัจจุบันมีพระสงฆ์เข้ามาจำวัดจำนวน 3 รูป สามเณร 2 รูป แต่ปรากฏว่าพระสงฆ์ทั้ง 3 รูป ประพฤติตนไม่เหมาะสม อาทิ แอบฉันอาหารในเวลากลางคืน ออกบิณฑบาตอาหารแห้งแล้วนำสิ่งของไปขายต่อให้แก่พ่อค้า นำเงินไปซื้อเหล้ากิน จนชาวบ้านทราบข่าวเกิดความเอือมระอา ไม่อยากเข้าไปทำบุญที่วัด ทำให้วัดถูกปล่อยปละละเลยมีสภาพรกสกปรก ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติกิจทางพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ยังพบว่าพระพุทธรูป สิ่งของมีค่าภายในวัดหายไปหลายรายการ ทุกครั้งที่มีการดื่มเหล้า พระทั้ง 3 รูปจะก่อเรื่องชกต่อยกันเป็นประจำ ชาวบ้านเคยนำเรื่องร้องเรียนไปยังพระเถระชั้นผู้ใหญ่ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการดื่มเหล้าและมีเรื่องชกต่อยกันอีก จนมีชาวบ้านนำความเข้าแจ้งตำรวจ และได้มีการเชิญไปสงบสติอารมณ์ ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แต่สุดท้ายตำรวจได้ปล่อยตัวกลับเพราะไม่สามารถตั้งข้อหาเอาผิดได้ จนกระทั่ง ชาวบ้านเห็นว่าพฤติกรรมของพระสงฆ์ทั้ง 3 รูป ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่วัดเป็นอย่างยิ่ง จึงได้รวมตัวกันขับไล่ให้ออกไปจากวัดในทันทีภายในวันนี้ และจะร่วมกันพัฒนาวัดใหม่ พร้อมกับนิมนต์พระที่อื่นมาจำวัดแทนในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการพูดคุยเจรจากัน ปรากฏว่าพระสงฆ์ทั้ง 3 รูปยอมเก็บสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นออกจากวัดนาสน เพราะจำนนต่อหลักฐานที่ชาวบ้านแอบถ่ายคลิปไว้ให้ดู เหตุการณ์จึงสงบลง.

ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/483074
101  เกี่ยวกับบุคคล / แนะนำสมาชิก จาก Facebook / Re: แวะมาทักทาย เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 11:10:55 PM
สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวธรรมทุกคนจารวีหายหน้าหายตาไปนานวันนี้แวะมาทักทายทุกคนคงสบายดีนะค่ะ :49:


 ans1 ans1 ans1 ans1

แนะนำตัวหน่อยก็ดีนะ น้องป้อม

 :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi:
102  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / "ยันตระ" โผล่แจกอั่งเปาวัดที่เวียดนาม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:46:47 PM


"ยันตระ"โผล่แจกอั่งเปาวัดที่เวียดนาม

เพจชื่อดัง "สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย" ได้โพสต์ภาพ "ยันตระ" ซึ่งยังนุ่งจีวรเขียวแจกอั่งเปาที่วัดแห่งหนึ่งที่เวียดนาม โดยระบุข้อความไว้ว่า "พอดีว่าคืนวันพุธที่ 18 ก.พ.58 ที่ผ่านมา ผมได้ไปเที่ยวงานปีใหม่ของชาวเวียดนาม ซึ่งวัดก็เป็นวันพุทธ แต่เป็นวัดที่เวียดนาม

ผมเห็นท่านนี้นั่งสวดมนต์ร่วมกับพระองค์อื่นๆหลังจากพิธีจบท่านนี้ก็ถูกเชิญให้มาแจกอั่งเปา พระเวียดนามพูดทำนองว่าเป็นพระที่โด่งดังมาก ๆ เมื่อ 24 ปีก่อน ในซองอั่งเปาก็มีเงิน 1 ดอลล่าร์ และก็มีนามบัตรแบบว่ามีสำนักปฏิบัติธรรมที่ LA"



ขอบคุณภาพจาก FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย
ที่มา:ข่าวสดออนไลน์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424664095
103  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ชาวบ้านทำใจ ต้องคำสาป ‘พระร่วง’ 100 ปี แล้งซ้ำซาก! เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:42:44 PM


ชาวบ้านทำใจ ต้องคำสาป ‘พระร่วง’ 100 ปี แล้งซ้ำซาก!

ชาวบ้านที่สุโขทัยต้องทำใจเพราะอยู่ในกันดารน้ำ แล้งซ้ำซากลำบากมานานนับ 100 ปี ทำนาได้ครั้งเดียวโดยอาศัยน้ำฝน พอหมดหน้านาก็ต้องระหกระเหินไปหางานทำ บอกตายายเล่าให้ฟัง บ้านนี้ถูกพระร่วงสาป เพราะผ่านมาขอน้ำกินไม่ได้...

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับชาวบ้านที่บ้านหนองตาโชติ หมู่ 5 ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย กำลังประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านทิ้งบ้านทิ้งนาเข้าไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ในหมู่บ้านเหลือเพียงเด็กและผู้สูงอายุ

จากการที่ได้พูดคุยกับ นางสุทิน ชูแจ่ม อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/4 หมู่ 5 บ้านหนองตาโชติ บอกว่า ส่วนใหญ่ชาวบ้านหนองตาโชติจะทำนากันปีละหนึ่งครั้ง โดยต้องรออาศัยน้ำฝน ถ้าหากพ้นช่วงทำนาก็จะออกหางานรับจ้างเก็บพริก เก็บถั่ว และหักใบยาสูบที่อำเภอใกล้เคียง บางครอบครัวต้องทิ้งบ้านไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ซึ่งหมู่บ้านหนองตาโชติ ประสบปัญหาแล้งซ้ำซากมานานกว่า 100 ปี ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ไม่มีที่กักเก็บน้ำ ทั้งยังเป็นพื้นที่สูง ต้องเจาะบ่อบาดาลลึกกว่า 100 วา หรือ 200 เมตรขึ้นไปจึงจะเจอน้ำ เลยไม่คุ้มที่จะลงทุนเจาะเพื่อใช้ทำการเกษตร



นางสุทิน ยังกล่าวอีกว่า ในอดีตหมู่บ้านนี้มีถึง 300-400 หลังคาเรือน แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 130 หลัง เพราะย้ายหนีความแห้งแล้งไปอยู่ที่อื่นกันหมด ขณะที่น้ำประปาก็เป็นปัญหาของคนหมู่บ้านนี้ เพราะมีให้ใช้อย่างจำกัด เปิดปิดเป็นเวลา โดยรอบเช้าจะเปิดเวลา 06.00-09.00 น. รอบเย็น 17.00-20.00 น. เป็นแบบนี้มานาน 20 ปีแล้ว ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องซื้อน้ำเก็บไว้ดื่ม

"คนเฒ่าคนแก่เล่าต่อๆ กันมาว่า ในอดีตเมื่อครั้งพระร่วงเจ้าเสด็จผ่านมายังหมู่บ้านแห่งนี้ ได้ขอน้ำจากชาวบ้านดื่ม แล้วชาวบ้านไม่ให้ จึงถูกสาปให้อดน้ำ ปัจจุบันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งๆ ที่หมู่บ้านข้างๆ ก็มีน้ำกินน้ำใช้ ส่วนหมู่บ้านหนองตาโชติกลับไม่มีน้ำ จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านด้วย" แม่เฒ่า กล่าว.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.thairath.co.th/content/482796
104  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 'หลวงปู่-ปธ.สปช.'เห็นพ้อง ต้อง'ปฏิรูปศาสนา' เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:39:11 PM


'หลวงปู่-ปธ.สปช.'เห็นพ้อง ต้อง'ปฏิรูปศาสนา'

"หลวงปู่พุทธะอิสระ" หารือ "ปธ.สปช." เห็นพ้องต้อง "ปฏิรูปศาสนา" สังคายนา "มหาเถรสมาคม" ยันเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูศาสนา ไม่ได้ทำให้แตกแยก พร้อมจี้ให้สอบทรัพย์สิน "กก.มหาเถรฯ-ธัมมชโย"


เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 ก.พ.ที่รัฐสภา พระสุวิทย์ ธีรธมฺโมหรือ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม เข้ายื่นหนังสือต่อถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รวมทั้งได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. ที่ห้องทำงานโดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที



โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ แถลงภายหลังการเข้ายื่นหนังสือว่า การดำเนินการในครั้งนี้ เพื่อขอให้ตรวจสอบทรัพย์สิน เส้นทางเงินของกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ทุกรูป, ตรวจสอบเส้นทางเงินและทรัพย์สินของวัดพระธรรมกาย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดธรรมกายเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย, ตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าคณะพระสังฆาธิการทุกวัดอย่างละเอียด และทรัพย์สินของวัดพระธรรมกาย, ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณ การใช้งบประมาณของมหาเถรสมาคม มหาวิทยาลัยสงฆ์ ทั้งของธรรมยุติและมหานิกายอย่างละเอียด, ตรวจสอบทรัพย์สินของคนใกล้ชิดเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และเจ้าคณะทุกระดับชั้นอย่างละเอียด และให้รื้อฟื้นคดีของวัดพระธรรมกายขึ้นมาพิจารณาใหม่

รวมถึงขอให้จัดตั้งองค์คณะพิทักษ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย เนื่องจากเห็นว่า มติมหาเถรสมาคมที่ออกมา ทำให้สังคมคลางแคลงใจ จึงขอให้คณะกรรมการปฏิรูปฯดำเนินการพิจารณา และสมควรแล้วที่ศาสนจักรจะต้องปฏิรูป



หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวอีกว่า จากที่ได้หารือกับนายเทียนฉาย มีความเห็นตรงกันว่า จะต้องมีการปฏิรูปศาสนา โดยเฉพาะการทำงานของมหาเถรสมาคม ซึ่งจะต้องมีบุคคลากรเข้าไปช่วยเหลือในการทำงาน ตรวจสอบเพื่อให้รวดเร็ว เนื่องจากอดีตที่ผ่านมา มีหลายคดีที่มาหาเถรสมาคมทำการตรวจสอบล่าช้า เช่น กรณีพระภาวนาพุทโธ พระยันตระ และหลวงปู่เณรคำ อย่างไรก็ตาม การหารือ นายเทียนฉายก็รับฟังและเห็นด้วยในหลายประเด็นและเห็นว่าการปฏิรูปศาสนามีความสำคัญเป็นประเด็นที่มองข้ามไม่ได้

และการเคลื่อนไหวของตนในครั้งนี้ไม่คิดว่า จะทำให้คณะสงฆ์เหมือนการแตกแยก เหมือนการร่างรัฐธรรมนูญในปี 40 ที่มีคณะสงฆ์ออกมาเรียกร้องสถานภาพของสงฆ์ แต่การเรียกร้องครั้งนี้ต้องการให้กลับไปสู่หลักคิดเดิม รากเหง้าเดิมของพระพุทธศาสนา เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก


 :96: :96: :96: :96:

อย่างไรก็ตามจากนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล และพูดคุยกับม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเดินทางไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้รับคดีของวัดพระธรรมกายเป็นคดีพิเศษ

เมื่อถามว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าขัดกฎอัยการศึก หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า ไม่ได้ขัดกฎอัยการศึก เพราะขออนุญาตก่อนแล้วทุกครั้งที่จะทำ ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่กังวลกับกลุ่มที่ออกมาต่อต้าน.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/politics/303063/_พุทธะอิสระ_จี้สอบทรัพย์สิน_ธัมมชโย_
105  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 104 ปีชาตกาล "หลวงพ่ออุตตมะ" จัดยิ่งใหญ่ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:33:52 PM


104 ปีชาตกาล "หลวงพ่ออุตตมะ" จัดยิ่งใหญ่

ชาวบ้านสังขละ ลูกศิษย์หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมจัดงาน 'บำเพ็ญกุศล 104 ปี ชาตกาลหลวงพ่ออุตตมะ' อย่างยิ่งใหญ่ นักท่องเที่ยวแห่กราบไหว้ขอพร บรรยากาศคึกคัก

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เทศบาลวังกะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มีการจัดงานประจำปีเจดีย์พุทธคยา และงานบำเพ็ญกุศล 104 ปี ชาตกาลหลวงพ่ออุตตมะ โดยชาวบ้าน ลูกศิษย์ลูกหา และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างเข้าไปกราบไหว้รูปปั้นหลวงพ่ออุตตมะ และรับลูกประคำไว้ติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล และเดินทางข้ามสะพานมอญพร้อมกับถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก




นายชาธิป รุจนเสรี นอภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในปีนี้ฝ่ายสงฆ์ รวมทั้งข้าราชการทหาร พล.ร.9 พ่อค้าประชาชน ได้ร่วมเตรียมการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.พ.-27 ก.พ.นี้ รวม 5 วัน 5 คืน ภายในงานมีมหรสพต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งการแสดงของเหล่าชาติพันธุ์ ทั้งไทย กระเหรี่ยง มอญ พม่า เพื่อเป็นการระลึกถึงพระคุณและบารมีของหลวงพ่ออุตตมะ ที่ท่านได้ทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดความสมบูรณ์พูลสุขต่อชาวสังขละบุรี จากอดีตถึงปัจจุบันไม่ว่า การรวมชาติพันธุ์เป็นชุมชน การก่อสร้างสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญที่โด่งดัง เจดีย์พุทธคยา และอนุสรณ์สถานอื่น ๆ อีกมากมาย..



ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/regional/302965/104+ปีชาตกาล+_หลวงพ่ออุตตมะ_+จัดยิ่งใหญ่
106  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ถวายสมัญญาพระเทพฯ “บรมราชกุมารีศรีแผ่นดิน” เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:29:36 PM



ถวายสมัญญาพระเทพฯ “บรมราชกุมารีศรีแผ่นดิน”

คุรุสภา เตรียมขอพระราชทานอนุญาตถวายพระราชสมัญญานาม “บรมราชกุมารีครูศรีแผ่นดิน "แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 2 เม.ย.2558 และทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเป็นครูแห่งแผ่นดิน

วันนี้ (23 ก.พ.) ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะขอพระราชทานอนุญาตถวายพระราชสมัญญานาม “ บรมราชกุมารีครูศรีแผ่นดิน " แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเป็นครูแห่งแผ่นดิน อีกทั้งพระองค์ท่านยังทรงมีคุณูปการและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ครอบคลุมงานสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง

โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ทรงอุทิศพระองค์อย่างแน่วแน่ที่จะทรงเป็นครู อุทิศพระองค์รับราชการเป็นพระอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตั้งแต่ พ.ศ.2523 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันกว่า 30 ปี และยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษาแก่ผู้พิการ เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นธุรกันดารด้วย นอกจากนี้จะจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 600 เล่ม รวมถึงจัดทำสารานุกรมการศึกษาร่วมสมัย เฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 60คำ เท่ากับพระชนมายุของพระองค์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้แก่นักเรียน ครู ได้ศึกษาค้นคว้า และใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้


 :96: :96: :96: :96:

ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ทำเรื่องผ่านกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้เสนอเรื่องการถวายพระราชสมัญญาต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว แต่ทางสำนักเลขาธิการ ครม. แจ้งว่า ต้องการให้การปฏิบัติและการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ จึงให้ส่วนราชการเสนอแผนงาน โครงการต่อ คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติในชุดนั้น ๆ พิจารณาก่อนที่จำนำเรื่องเสนอ ครม.ต่อไปดังนั้นทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จึงเตรียมทำเรื่่องเสนอคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเสนอ ครม.เห็นชอบต่อไป.


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.dailynews.co.th/Content/education/303032/ถวายสมัญญาพระเทพฯ+“+บรมราชกุมารีศรีแผ่นดิน”
107  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / คนร่วมงานถึงกับตกใจ! โปรยทานงานศพที่พะเยา เจ้าภาพแจก มอเตอร์ไซด์-ทอง-ทีวี เพียบ! เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:26:34 PM


คนร่วมงานถึงกับตกใจ.! โปรยทานงานศพที่พะเยา
เจ้าภาพแจก มอเตอร์ไซด์-ทอง-ทีวี เพียบ.!

เมื่อวานนี้ เหตุการณ์สำคัญที่จังหวัดพะเยา คือประชาชนนับหมื่นร่วมงานพระราชทานเพลิงอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังเมืองพะเยา โดยมีการโปรยทานที่ไม่ธรรดา เพราะมีทั้งรถจักรยานยนต์ สร้อยทอง ทีวี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่จังหวัดพะเยามีพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่ปิ๋ว พรหมเผ่า อายุ 71 ปี อดีต ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของจังหวัดและมีคนเคารพนับถือมาก เมื่อวานนี้ ก็ได้มีบุคคลสำคัญทั้งอดีตนักการเมืองระดับประเทศ ระดับท้องถิ่นและผู้คนมาร่วมงานจำนวนนับหมื่นคน

 :25: :25: :25: :25:

ขณะที่ศพได้เคลื่อนออกจากบริเวณวัด  นายอัครา พรหมเผ่า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นบุตรชายได้โปรยทานของชำร่วยให้กับผู้คนที่มาร่วมงานศพ  โดยโปรยทานของชำร่วยไปตามท้องถนนที่ขบวนศพเคลื่อนผ่าน ทั้งนี้สิ่งที่สร้างความประหลาดใจสำหรับคนในงานคือ ของรางวัล ซึ่งมีรางวัลเป็น รถจักรยายนต์ 1 คัน สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท  1 เส้น ทีวีจอแบน 3 เครื่อง พร้อมด้วยของของรางวัลอื่นๆ มากมาย 

โดยผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นรถจักรยานยนต์ก็กล่าวว่า ดีใจมาก โดยตนเอง ได้ชูมือขึ้นรับ ขณะที่กำลังมีการโปรยของชำร่วยหล่นเข้ามาในมือ และเมื่อแกะออกมาดูพบว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรถจักรยานยนต์ใหม่เอี่ยมไป เป็นเจ้าของ 1 คัน ทั้งนี้การโปรยทานโดยการใช้รางวัลขนาดใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง 





ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424650151
108  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ย้อนดูพระดำริพระสังฆราช-มติมส.ปี42 ระบุเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประพฤติผิด 2 ส่วน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:21:07 PM



ย้อนดูพระดำริพระสังฆราช-มติมส.ปี42
ระบุชัด "อดีต"เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประพฤติผิด 2 ส่วน

จากรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. ผลักดันให้ มหาเถรสมาคม (มส.) ดำเนินการตามพระลิขิตพระสังฆราชเมื่อปี 2542 ให้พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) เจ้าอาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นสมณะ ทำให้มส.นัดประชุมกรณีดังกล่าว ก่อนมีมติให้พระธัมมชโยไม่ต้องปาราชิก เพราะไม่ได้ละเมิดพระลิขิตสมเด็นพระสังฆราชเมื่อปี 2542 และโอนที่ดินที่รับบริจาคในนามส่วนตัวให้วัดทั้งหมดแล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาในมติมส.ที่ 193/2542 เรื่องพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ระบุว่า ในการประชุมมส.ครั้งที่ 16/2542 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 42 เลขาธิการมส.เสนอว่า พระราชรัตนมงคง ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้มีลิขิตที่ พ 258/2542 ลงวันที่ 29 เมษายน 42 ขอให้กรมศาสนาเผยแพร่พระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งลงพระนามในวันที่ 26 เมษายน 42 วันที่ 1 พฤษภาคม 42 และวันที่ 10 พฤษภาคม 42   

ที่ประชุมรับทราบพระดำริที่สมเด็จพระสังฆราชประทานมาทั้งหมด มส.มีมติสนองพระดำริมาโดยตลอดให้ชอบด้วยกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎหมายมหาเถรสมาคม จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และเห็นสมควรส่งเรื่องให้ฝ่ายสังฆการดำเนินการตามมติมส.ต่อไป 


 :96: :96: :96: :96:

สำหรับเนื้อหาพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ที่ลงพระนามเมื่อวันที่ 26 เมษายน 42 ได้กล่าวถึง ความบิดเบือนพระพุทธคำสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่องเป็นการทำให้สงฆ์หลงเชื่อคำบิดเบือน แตกแยกกลายเป็นสอง มีความเข้าใจเชื่อถือพระพุทธศาสนาตรงกันข้าม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำสงฆ์ให้แตกแยก เป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่หนัก ส่วนที่ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการทำที่ถูกต้อง คือ ต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที 

ไม่คิดให้มีโทษ เพราะคิดในแง่ยกประโยชน์ให้ว่า อาจมิใช่มีเจตนาถือเอาสมบัติวัดเป็นของตนแต่เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ยอมมอบคืน สมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระ ก็แสดงชัดแจ้งว่า ต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระปลอมเป็นพระ ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสีย ให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา 

 :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi:

ส่วนเนื้อหาที่ลงพระนามในวันที่ 1 พฤษภาคม 42 ระบุสั้นๆ ว่า ในกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย เราได้ทำหน้าที่ของสมเด็จพระสังฆราชสมบูรณ์ตามอำนาจแล้ว จึงไม่มีจะพูดอีกในขณะนี้

และเนื้อหาที่ลงพระนามในวันที่ 10 พฤษภาคม 42 ใจความชัดเจนว่า ในตำแหน่งผู้เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อเทิดทูนรักษาพระพุทธศาสนาให้พ้นถูกทำลาย สมบูรณ์ที่สุดแล้วตามอำนาจ ท่านกรรมการมหาเถรสมาคมทั้งหลายจะทำอะไรต่อไปตามความต้องการ จะไม่มานั่งรับรู้รับฟังในที่ประชุมวันที่ 10 พฤษภาคม 42   
 
 
 st12 st12 st12 st12

รายงานข่าวแจ้งว่า จากพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช 3 ฉบับ ระบุชัดเจนว่า ธัมมชโยเป็น "อดีต" เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เนื่องมาจากการประพฤติตนเข้าข่ายทำลายพระพุทธศาสนาทำสงฆ์ให้แตกแยก เป็นอนันตริยกรรมที่โทษหนักทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประกอบกับการไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระ

แม้มติมส.ล่าสุดจะอ้างว่า ธัมมชโยได้มอบที่ดินส่วนตนให้แก่วัดแล้ว แต่นั่นก็ได้เกิดขึ้นหลังจากที่ พระดำริของสมเด็จพระสังฆราชฉบับแรกเมื่อวันที่ 26 เมษายน 42 ที่ระบุว่า ไม่ยอมมอบที่ดินส่วนตนคืนวัดในขณะที่เป็นพระ ก็แสดงชัดแจ้งว่า "ต้องอาบัติปราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ" และกล่าวถึงกรณีดังกล่าวโดยเรียกว่า "อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย" ในพระดำริฉบับลงวันที่ 10 พฤษภาคม 42 

ก่อนที่มส.จะมีมติ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 42 อย่างชัดเจนว่า "มส.มีมติสนองพระดำริมาโดยตลอดให้ชอบด้วยกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎหมายมหาเถรสมาคม เห็นสมควรส่งเรื่องให้ฝ่ายสังฆการดำเนินการตามมติมส.ต่อไป"


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424653268
109  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ศาสนาเสื่อม! เจ้าคณะกทม.สั่งเข้ม"ตุ๊ด-แต๋ว"บวช รับสังเกตยาก-พระวินัยก็ไม่ได้ห้าม เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:15:54 PM


ศาสนาเสื่อม! เจ้าคณะกทม.สั่งเข้ม"ตุ๊ด-แต๋ว"บวช รับสังเกตยาก-พระวินัยก็ไม่ได้ห้ามไว้

พระราชปริยัติเวที (สุทัศน์ วรทสฺสี ป.ธ.9) รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (กทม.) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากกรณีพระภิกษุสามเณรที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และเห็นว่าไม่สมควรให้บุคคลเหล่านี้บวชเป็นพระภิกษุสามเณรนั้น การป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนมาบวชทำได้ค่อนข้างยาก แม้จะสังเกตกิริยาแล้วในเบื้องต้น บางคนก็ดูเป็นปกติ แต่พอเข้ามาบวชได้ระยะหนึ่งก็จะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ดังนั้น ปีนี้ทางเจ้าคณะใหญ่หนกลางจึงร่วมกับเจ้าคณะ กทม.จัดอบรมพระอุปัชฌาย์ โดยเน้นหนักเรื่องการสืบสวนบุคคลที่จะเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา เพราะพระอุปัชฌาย์ถือเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพระอุปัชฌาย์เข้มแข็งและมีการตรวจสอบที่ดีงาม ก็ถือว่าได้ป้องกันส่วนหนึ่งแล้ว

 "สำหรับพระตุ๊ดเณรแต๋วนั้น ถ้าพูดกันตามหลักความจริง บางรูปอาจจะยังไม่ถึงขั้นปาราชิกตามที่พระวินัยกำหนดไว้ เพราะต้องเป็นบุคคลที่เพศกำกวม หรือมีสองเพศถึงจะเรียกว่าเป็นบัณเฑาะก์ ถ้าตัวเป็นชายใจเป็นหญิง ทางพระวินัยไม่ได้กำหนดห้ามบวชไว้ แต่สังคมปัจจุบันไม่ยอมรับเพศที่สาม จึงต้องตรวจสอบกันให้ดีก่อนที่จะให้อุปสมบท ขั้นต้นต้องให้พระอุปัชฌาย์สืบสวนหาข้อเท็จจริงก่อน ถ้าพบว่ามีลักษณะที่เบี่ยงเบน แต่งกายเลียนแบบฆราวาส แนะให้พระอุปัชฌาย์ทำการสึกพระหรือเณรรูปนั้น เพื่อรักษาพระพุทธศาสนาไว้ แม้ในปัจจุบันจะมีผู้มาบวชน้อยก็จริง แต่ถ้าเราไม่คัดสรรหรือไม่ขจัดคนที่เป็นภัย ก็จะทำให้ศาสนาเสื่อมลง" พระราชปริยัติเวทีกล่าว

 :96: :96: :96: :96: :96:

พระครูวรกิจจาทร (ถวัลย์ จกฺกวโร) เจ้าคณะเขตสวนหลวง เจ้าอาวาสวัดปากบ่อ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นพระอุปัชฌาย์ได้คัดกรองผู้ที่เข้าบวชพอสมควร ก่อนจะให้บวชต้องดูคุณสมบัติผู้บวชตามพระธรรมวินัยเสียก่อน ขณะเดียวกันเมื่อตรวจสอบดูแล้วว่าผู้บวชมีลักษณะไม่พึงประสงค์ ทางวัดได้ยืดหยุ่นในการบวชให้ แต่ต้องบวชแบบมีเงื่อนไข โดยระบุว่าบวชกี่วัน และสึกวันไหน ถ้าบุคคลนั้นเป็นบุคคลที่ไม่เข้าข่ายตามพระวินัยทุกข้อ ทางวัดจะตั้งกำแพงไว้สูงมาก บางคนเห็นแล้วถอดใจถึงขั้นยกเลิกงานบวชก็มี

"กำแพงที่ว่าเป็นกติกาของสงฆ์ที่ต้องปฏิบัติอยู่แล้ว ถ้าพระนวกะปีนขึ้นได้ แสดงว่ามีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แต่ถ้ายังปฏิบัติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ ทางเราจะงัดแผนสุดท้าย โดยให้ผู้นั้นเข้าอบรมปฏิบัติกรรมฐานแบบเข้มข้น 3 เดือน ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ได้ ถึงจะให้การยอมรับ พูดกันตามตรงว่าการให้คนที่เป็นกะเทยมาบวชไม่หนักใจเท่าคนที่ติดยา เพราะคนติดยาสังเกตอาการยากกว่า ทั้งนี้ ทางคณะสงฆ์ กทม.ระบุว่าผู้ที่รับเลือกเป็นพระสังฆาธิการต้องไม่เป็นบัณเฑาะก์ หรือตุ๊ด ถ้าตรวจสอบพบจะตัดสิทธิทันที ส่วนแนวทางแก้ไขควรมีบัญญัติที่ชัดเจนในกฎหมายสงฆ์ว่า ผู้มีลักษณะ หรือพฤติกรรมแบบไหนห้ามบวช และควรจะพิจารณาเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ" พระครูวรกิจจาทรกล่าว


ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424652203
110  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เชิญร่วมบุญสร้างวิหาร วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 08:53:19 AM



สถานที่ก่อสร้างวิหารประดิษฐาน หลวงพ่อสบายใจ (พระพุทธสุวรรณกิตติมุนี)
ณ วัดกลางดง ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สนใจร่วมบุญ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารออมสิน
ธนาคารออมสิน สาขากลางดง
ชื่อบัญชี วัดกลางดง
เลขที่บัญชี 020081437558
ติตต่อสอบถามได้ที่ พระมหานิยม สีลสํวโร เจ้าอาวาสวัดกลางดง 089-520-7210
111  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 08:31:42 AM




112  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 08:21:59 AM





113  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:56:21 PM





114  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:49:44 PM






115  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:40:32 PM






116  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:28:44 PM





117  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:23:03 PM





118  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:15:11 PM




119  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / [ชมภาพ] หลวงพ่อสบายใจ วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 11:10:22 PM









หลวงพ่อสบายใจ (พระพุทธสุวรรณกิตติคุณมุนี)
ณ วัดกลางดง ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
120  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เชิญร่วมบุญสร้างวิหาร วัดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 10:54:07 PM



หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 328