ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:55:04 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



บั้งไฟพญานาคขึ้น 411 ลูก อ.รัตนวาปีมากสุด พ่อเมืองหนองคายปลื้ม นทท.คึกคักกว่าปีก่อน

สืบเนื่องจากปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดหนองคายเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค)โดยข้อมูลจากสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดหนองคาย วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย รายงานโดยสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดหนองคายว่า มีจำนวนลูกไฟบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นจำนวน 411 ลูก น้อยกว่าปีที่ผ่านมาที่มีถึง 880 ลูก ซึ่งสาเหตุทำให้เกิดบั้งไฟพญานาคน้อย อาจจะเกิดจากปีน้ำระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีระดับต่ำ ไม่ถึง 2 เมตร

ทั้งนี้ อำเภอที่มีลูกไฟเกิดขึ้นมากที่สุดคือ อำเภอรัตนวาปี จำนวน 327 ลูก
อันดับ 2 คือ อำเภอโพนพิสัย จำนวน 84 ลูก
จุดที่ขึ้นมากที่สุดคือบ้านหนองแก้ว อ.รัตนวาปี 86 ลูก
รองลงมาที่บ้านน้ำเป อ.รัตนวาปี จำนวน 77 ลูก

@@@@@@

นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ปีนี้จังหวัดหนองคายได้จัดงานประเพณีออกพรรษา บั้งไฟพญานาคโลกอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 8-21 ตุลาคม 2562 จากการติดตามสำรวจข้อมูลจากหลายฝ่าย พบว่า ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคายคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา

ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากมาตรการชิมช้อปใช้ที่มีประชาชนลงทะเบียนใช้ในจังหวัดหนองคายกว่า 6 หมื่นคน และร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 600 ร้าน คิดเป็นเงิน 60 กว่าล้าน และจากสถิติทุกๆ ที่ผ่านมาในช่วงออกพรรษา จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย 2-3 แสนคน มีเงินสะพัดกว่า 200-300 ล้านบาท

นายรณชัยกล่าวว่า นอกจากจะมีงานประเพณีออกพรรษา บั้งไฟพญานาคโลกแล้ว จังหวัดหนองคายยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งธรรมมะ สถานที่ท่องเที่ยวที่ทางวัฒนธรรม (ชุมชน) และที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวซึ่งมีจุดชมทะเลหมอกหลายจุด ในเขตอำเภอสังคม ทั้งภูห้วยอีสัน ภูหนอง ภูผาดัก และที่จุดชมวิวสกายวอล์กที่วัดผาตากเสื้อ



ขอบคุณ : https://www.matichon.co.th/region/news_1711879
วันที่ 14 ตุลาคม 2562 - 12:31 น.

 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:10:13 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



สามเณรคอส หลาน "ศิริพร" รอดตายเพราะปู่ศรีสุทโธ สั่งอนันตนาคราชให้มาช่วย

เปิดใจสามเณรคอส หลานชาย "ศิริพร อำไพพงษ์" รอดตายเพราะปู่ศรีสุทโธ สั่ง "อนันตนาคราช" ให้มาช่วยจากนรก จากนั้นก็มีสัมผัสพิเศษ ก่อนให้เลขเด็ดไปเสี่ยงดวง

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2562 นาง ศิริพร อำไพพงษ์ นักร้องหมอลำชื่อดัง ที่เคยเปิดใจกับ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" เรื่องความศรัทธาพ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา และพญานาค (เปิดใจ "นาง ศิริพร" เชื่อบั้งไฟพญานาคมีจริง "เลขเด็ด" ก็แล้วแต่โชควาสนา)

นาง ศิริพร เล่าว่า เมื่อปี 2561 วันนั้นจะมีบุญทอดกฐินที่วัดป่าสว่างธรรม ตอนนั้นได้ให้ น้องคอส หรือ นายเจษฎา อำเคน อายุ 18 ปี หลานชายไปเอาเงินที่บ้านมาจ่ายค่าเช่าเต็นท์ ปรากฏว่า น้องคอส ถูกรถเกี่ยวข้าวลากไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งตอนนั้นน้องอาการหนัก ไม่รู้สึกตัว สมองเละ รอวันตาย ญาตินำส่งหมอบอกให้ทำใจเพราะ 50/50



"พี่นางทุกข์ใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร หลังจากส่งน้องคอส เข้าโรงพยาบาล พี่นางก็ไปที่วัดสว่างธรรม ยืนอยู่ต่อหน้ารูปปั้นปู่ศรีสุทโธ บอกว่าลูกทุกข์ใจ ถ้าปู่ไม่ช่วยตายแน่นอน หากปู่ศรีสุทโธมีจริงอยู่ในโลกนี้ ก็ขอให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นกับน้องคอสด้วย ขอไม่ให้ผ่าสมอง ขอให้น้องคอสฟื้น ให้ร่างกายครบ 32 แต่ถ้าน้องคอสไม่ฟื้นหรือตาย ศิริพรจะหยุดแค่นี้ จะไม่ทำบุญอันใดอีกเลย ถ้าลูกมีบุญบารมีอยู่บ้างก็ขอให้น้องคอสหาย"

เมื่อถึงวันที่หมอนัดผ่าตัดสมอง ซึ่งน้องคอสยังไม่ได้สติ หมอบอกว่าถ้าผ่านไป 1 ชั่วโมงหมอออกมา ก็แปลว่า น้องคอสตาย พี่นางก็นั่งอยู่หน้าห้องผ่าตัด ท่องพุทโธ ธัมโม สังโฆ ในใจ 1 ชั่วโมงเต็มๆ พยาบาลก็ออกมาบอกว่า สมองน้องคอสจูนเข้าหากัน ไม่ต้องผ่าแล้ว สิ่งนี้จะว่าปาฏิหาริย์หรือไม่ พี่นางน้ำตาไหลร้องไห้ น้องคอสรู้สึกตัว คำแรกที่พูด คือ ขอบคุณป้านาง เรียกป้าว่า "นางฟ้า" นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลประมาณ 1 เดือน ออกมาร่างกายปกติ แต่จะพูดมากกว่าเดิม



สามเณรคอส เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำ ป้านางและพ่อใช้ให้ไปเอาเงินมาจ่ายค่าเช่าเต็นท์ ระหว่างกำลังขี่รถ ตนสวมหมวกกันน็อก แต่ได้ชนรถเกี่ยวข้าวที่จอดอยู่กลางถนน ซึ่งไม่เปิดไฟ ศีรษะกระแทกพื้น อาการสาหัส ไม่รู้สึกตัว เหมือนตายแล้ว เพราะวิญญาณของตนได้ไปลงนรกแล้ว พญายมบาลบอกให้ตนลงไปกระทะทองแดง แต่ตนบอกว่าไม่กล้าลงมันร้อน พญายมบาลจึงสั่งให้ทหารจับลงกระทะทองแดง

ขณะกำลังจะถูกจับลงกระทะทองแดง ได้มีเหตุลมพัดหมุน ท้องฟ้ามืด ปรากฏร่างพญานาคสีดำขนาดใหญ่ ชื่อ "อนันตนาคราช" พญานาคที่เฝ้าทรัพย์สมบัติปู่ศรีสุทโธ บอกตนว่า ปู่ศรีสุทโธบอกให้ลงไปช่วย และสั่งให้ตนขึ้นขี่หลัง แต่ตนบอกว่าขึ้นไม่ได้ปู่ตัวใหญ่มาก จึงสั่งให้ตนหลับตา พอลืมตาขึ้นมาตนก็เกาะอยู่บนหลังพญาอนันตนาคราชแล้ว และพาวิญญาณตนออกจากนรก มาโผล่ขึ้นที่กลางสระน้ำวัดป่าสว่างธรรม



จากนั้นก็มีเด็กอายุ 5 ขวบเห็น และร้องบอกแม่ว่า "พญานาค พญานาค" แต่ผู้ใหญ่ไม่เห็น และพาตนไปที่โรงพยาบาล พบพ่อกับแม่นั่งร้องไห้อยู่โรงพยาบาล ตนเดินไปตบไหล่พ่อ พญานาคบอกว่า ตนเป็นวิญญาณ ตบจนแขนหลุดพ่อก็ไม่รู้สึก ให้ตนไปนอนทับร่าง หลับตา 5 นาที พอลืมตาขึ้นมา ก็พบคนนำอาหารมาส่ง คนไข้เดินผ่าน ตนจึงลุกขึ้นนั่ง แพทย์พยาบาลจึงมาดูแล และนอนรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล 1 เดือน


ทั้งนี้ หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล มาอยู่ที่บ้าน พญาอนันตนาคราช ก็มาขออยู่ด้วย ทำให้ตนพูดสื่อสารกับพญานาคได้ บางครั้งชาวบ้านมาขอให้ตนรักษาอาการเจ็บปวดตามร่างกายด้วยการเป่า ตนก็ทำโดยมีร่างพญาอนันตนาคราชประทับอยู่ หลังจากเป่าแล้วชาวบ้านกลับมาบอกว่าอาการเจ็บปวดหายไป พอถึงวันพระ ตนจะอยู่บ้านไม่ได้ ต้องมาอยู่ที่วัด จึงตัดสินใจบวชสามเณร เมื่อเดือน มิ.ย.62

อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนก่อนออกพรรษา ได้นิมิตเห็นชายหญิงหลายคนที่หัวมีหงอนสูง ข้างบนเป็นมนุษย์ ตั้งแต่เอวลงไปเป็นงู มาหาที่กุฏิ มาสวดมนต์ และก่อนกลับได้บอกเลข 496 และ 95 พอตื่นเช้ามีพระภิกษุที่อาศัยอยู่กุฏิใกล้กันมาเล่าว่า ได้ยินเสียงเหมือนคนจำนวนมากสวดมนต์ที่กุฏิของสามเณร ซึ่งสามเณรคอสยังบวชไปเรื่อยๆ ไม่กำหนดวันสึก



ขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/news/society/1682141
ไทยรัฐออนไลน์, 14 ต.ค. 2562 ,17:38 น.

 3 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:04:05 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



แต่งตั้ง "สมเด็จธงชัย" มหาเถรสมาคมชุดใหม่ โปรดเกล้าฯแล้ว

เป็น "พระราชอำนาจ" ในพรบ.คณะสงฆ์61 สมเด็จช่วงวัดปากน้ำ "ป.อ.ปยุตฺโต" หลุดโผ

ในหลวง ร.10 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ชุดใหม่ 20 รูป ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ที่ ให้เป็นพระราชอำนาจในการที่จะทรงพิจารณาแต่งตั้ง จากเดิมให้สมเด็จพระสังฆราชทรงพิจารณาแต่งตั้งกรรมการ มส.ไม่เกิน 20 รูป ฮือฮา “สมเด็จธงชัย” ได้รับการแต่งตั้งมาด้วย ขณะที่ “สมเด็จช่วง”-“สมเด็จประยุทธ์” หลุดโผใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.2561 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 ตรี มาตรา 12 และมาตรา 15 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม จำนวน 20 รูป ดังนี้


@@@@@@

1.สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ
2.สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส
3.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม
4.สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกโร) วัดยานนาวา
5.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

6.สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยาราม
7.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) วัดปากน้ำ
8.พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ
9.พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) วัดประยุรวงศาวาส
10.พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) วัดเครือวัลย์

11.พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) วัดปทุมคงคา
12.พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตฺตคุตฺโต) วัดสุทัศนเทพวราราม
13.พระพรหมมุนี (บุญเรือง ปุญฺญโชโต) วัดพระศรีมหาธาตุ
14.พระธรรมไตรโลกาจารย์ (พูนศักดิ์ วรภทฺทโก) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
15.พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนาราม

16.พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
17.พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินฺทปญฺโญ) วัดบพิตรพิมุข
18.พระธรรมปาโมกข์ (สุนทร สุนฺทราโภ) วัดราชผาติการาม
19.พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สฺญญโต) วัดราชาธิวาสวิหาร
20.พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท) วัดอรุณราชวราราม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.2562 ประกาศ ณ วันที่ 14 ต.ค.2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

@@@@@@

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรรมการ มส.ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาใหม่ ได้แก่
สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ “สมเด็จธงชัย” พระดังจากวัดไตรมิตรฯ
พระพรหมเสนาบดี
พระวิสุทธาธิบดี
พระพรหมมุนี
พระธรรมไตรโลกาจารย์
พระธรรมปริยัติโมลี
พระธรรมปาโมกข์
พระธรรมกิตติเมธี
และพระธรรมรัตนดิลก

ส่วนกรรมการ มส.ชุดเดิม ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ ได้แก่
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม.
สมเด็จ พระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) หรือท่าน ป.อ.ปยุตฺโต วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม


@@@@@@

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การแต่งตั้งกรรมการ มส.ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกหลังจากที่ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ประกาศใช้ ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดการแต่งตั้งกรรมการ มส.ขึ้นใหม่ จากเดิมที่สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปจะได้เป็นกรรมการ มส.โดยตำแหน่ง และให้สมเด็จพระสังฆราชทรงพิจารณาแต่งตั้งกรรมการ มส.ไม่เกิน 20 รูป ทำให้ กก.มส.ชุดเดิม มีผสมทั้ง กก.มส.โดยตำแหน่ง ได้แก่

สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต)
สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย)
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ)
และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
กับ กก.มส.โดยแต่งตั้ง ได้แก่
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน)
พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร)
พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล)
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกโร) วัดยานนาวา
พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ)
พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน)
และพระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)

แต่ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้มีการปรับแก้ใหม่ โดยกำหนดให้สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานกรรมการ มส.โดยตำแหน่ง ส่วน กก.มส.เป็นพระราชอำนาจในการที่จะทรงพิจารณาแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์



ขอบคุณที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1682290
ไทยรัฐฉบับพิมพ์ ,15 ต.ค. 2562 ,05:27 น.

 4 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:50:44 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



ความโกรธ มีเสน่ห์ เพราะเป็นความอร่อยของคนโง่ : ท่านพุทธทาสภิกขุ

ทำไมท่านพุทธทาสภิกขุจึงกล่าวว่า ”ความโกรธ มีเสน่ห์ เพราะเป็นความอร่อยของคนโง่” ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ในเรื่อง เสน่ห์ของความโกรธ ว่า

“เอ้า ทีนี้ดูคต่อไปถึงเสน่ห์ของความโกรธ ผมพูดคำอย่างนี้ ด้วยความมุ่งหมาย 2 อย่าง คือให้รู้จักคำที่ท่านใช้ภาษาธรรมะ หรือภาษาบาลี ว่าท่านใช้กันอย่างไร และให้รู้จักจำเอาไปใช้ คือเพิ่มคำที่เรารู้นั้นมากขึ้น ให้รู้ว่าท่านใช้คำที่มันมีความหมายลึก ฉะนั้นจึงเรียกว่าเสน่ห์…อัสสาทะ โดยบาลีเรียกอัสสาทะ ทุกสิ่งมันมีอัสสาทะไม่มากก็น้อย นั่นคือเสน่ห์ที่จะดึงเราไปเป็นทาส เป็นบ่าว หรือว่าเป็นผู้กระทำ

”ทีนี้ความโกรธมีเสน่ห์ ก็เพราะว่ามันเป็นความอร่อยของคนโง่ เป็นของอร่อยชอบอกชอบใจของคนด้อยปัญญา มีบาลีว่า ความโกรธเป็นโคจรของคนด้อยปัญญา

”ทุมฺเมธ แปลว่า มีปัญญาชั่ว มีปัญญทราม มันด้อยปัญญา โคจร แปลว่า ที่อร่อย ที่พอใจ ที่อยากจะไปหาอยากไปกิน อยากไปอยู่ อยากไปอะไร…ก็เรียกว่าโคจรเหมือนกะว่าทุ่งนา แล้วมันได้กินหญ้า แล้วมันอร่อยนี้คำว่าโคจร มันมีความหมายอย่างนั้น ใช้ได้ในกรณีทั้งหลายที่ชอบไปหา ชอบไปกิน ชอบไปเสพคบนี้ ความโกรธมันเป็นโคจรของคนด้อยปัญญา


ภาพจาก www.pexels.com

”นี่ก็พูดได้อีกทีหนึ่งว่า คนโง่เท่านั้นที่จะชอบโกรธ ถ้าคนที่มีปัญญาเขาไม่ชอบโกรธ ที่ชอบโกรธเพราะว่ามันอร่อย เมื่อกำลังอร่อยอยู่นั้นมันรู้สึกรสอร่อย อย่างนี้เรียกว่าอัสสาทะของความโกรธ

”คนเขาโกรธบ่อย ๆ เขาก็รู้สึกอร่อย แล้วเขาก็ติดในรสอร่อยของการได้โกรธ ได้ด่า ได้ตี ฉะนั้น คนจึงชอบด่าคน ชอบตีคน หรือในสมัยที่มีทาสก็ทำแก่คนที่เป็นทาสได้ตามต้องการ การตี การด่า กับพวกทาสน่ะมันอร่อยแก่จิตใจของนาย นี่เรียกว่าอัสสาทะของความโกรธ คือเสน่ห์ของความโกรธ

”ทีนี้โกรธเสร็จแล้วมันจึงแผดเผา เมื่อขณะที่โกรธอยู่นั้นเหมือนกับน้ำตาลหวานอร่อย พอโกรธเสร็จแล้วกลายเป็นยาพิษ ฉะนั้นจึงมีอาการเหมือนกับอร่อยเบื้องต้นแล้วก็ขมขื่นทีหลัง ก็มีบาลีว่า ปัจฺฉาโส วิคเต โกเธ ภายหลังเมื่อความโกรธหมดไปแล้ว อคฺคิทฑฺโตว ตปฺปติ เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้

 
ภาพจาก www.pexels.com

”เมื่อโกรธนั้นสบาย สนุก อร่อย พอความโกรธไปหมดแล้ว นึกขึ้นมาได้ ทีนี้จะเหมือนกับถูกไฟไหม้ ไฟเผาทีเดียว มีความร้อนใจ นี้ที่แสดงว่าความโกรธนั้นมันมีของอร่อย มีรสอร่อยในตอนต้น เป็นอัสสาทะนั่นเอง

”จำคำว่า เสน่ห์ หรือคำว่า อัสสาทะ ไว้ สำหรับศึกษาตลอดเวลา ระวังว่าทุกอย่างมันมีอัสสาทะ แม้แต่ความชั่ว ความเลว หรืออะไรก็ตาม มันมีอัสสาทะ แม้แต่ความชั่ว ความเลว หรืออะไรก็ตาม มันมีอัสสาทะที่จะดึงคนไปหา ดึงคนไปทำ จึงเรียกว่าเหมือนกับเหยื่อ เหยื่อล่ออัสสาทะนี้ทำหน้าที่เหมือนกันกับเหยื่อล่อ แต่ตัวมันแปลว่าความอร่อย ฉะนั้นจึงต้องระวัง เพราะว่าความโกรธมันก็มีเสน่ห์ แล้วเราไปหลงเสน่ห์มันเข้า ก็กลายเป็นความชอบโกรธ พอไปโกรธเข้าบ่อย ๆ มันก็เป็นนิสัยที่โกรธง่าย และโกรธเร็วแล้วก็แก้ยาก”


 

ที่มา : การเก็บความโกรธใส่ยุ้งฉาง โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ
ภาพ : www.pexels.com
ขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/178816.html
By nintara1991 ,14 October 2019

 5 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:51:01 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
ถาม ใน กรรมฐาน พุทธานุสสติ นั้นควรเริ่มต้นอย่างไร

ตอบ ควรเริ่มต้น ที่ห้องที่ 1 ให้เข้าใจ ทุกฐาน เสียก่อน ส่วนใหญ่ จะช้ากันอยู่ที่นี่ ในห้องที่ 1 มี 5 ฐาน

5 ฐาน 5 ธาตุ 5 ปีติ 5 ลักษณะ 5 รัศมี 5 พุทโธ (พุทธคุณ ) 5 โคจร 5 ลำดับธรรม 5 ดวงนิมิต 5 วิปัสสนา

ถ้าเข้าใจห้องนี้ดี ห้องอื่นก็ไม่ใช่เรื่อง ยาก

เจริญธรรม / เจริญพร

 6 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:50:24 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
ถาม พระพุทธานุสสติ มีกี่ห้อง เจ้าคะ

ตอบ พระพุทธานุสสติ ตามแบบมูลกรรมฐาน มี แค่ 3 ห้อง

1. ห้อง พระธรรมปีติ มี 5 ขั้น
2. ห้อง พระยุคลธรรม มี 6 ขั้น
3. ห้อง พระสุขสมาธิ มี 2 ขั้น

รวมทั้งหมดนี้เรียกว่า พุทธคุณฝ่ายสมาธิ มี 13 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า พุทธคุณ 13

เจริญธรรม / เจริญพร

 7 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:49:10 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
ถาม ขอรายละเอียดในการฝึก ห้อง พระธรรมปีติ หน่อยคะ

ตอบ รายละเอียดห้องพระธรรมปีติ จะสอนได้เป็นศิษย์ ที่ขึ้นกรรมฐาน เท่านั้นแต่สำหรับบุคคลทั่วไป ไม่ได้ขึ้นกรรมฐานด้วย ครูอาจารย์อนุโลมให้สอนขั้นที่ 1 เป็นไปตามวาสนา

สำหับขั้นที่ 1 อยู่ในห้อง ที่หนึ่ง มีวิธีการย่อ ๆ ดังนี้

1. ตั้งิจ ให้พุทธคุณ เกิดขึ้นในใจ
( ตามระเบียบ ให้เกิด ได้ 2 ที่ คือ มหาสูญ ( หน้าผาก ) และ หทัยวัตถุ ( หัวใจ ) )

2. ให้กำหนดจิตลงไปที่ ศูนย์นาภี ( สะดือ ) จากนั้น อธิษฐาน เข้าสัมปยุต พุทธานุสสติ ลง ศูนย์นาภี ด้วยการว่า พุทธคุณทั้ง 9 จบ ด้วย สัมมาอรหัง 3 ครั้ง และ อรหัง 3 ครั้ง ให้ทำ 3 ครั้ง ( รอบ )

3. อธิษฐานเลื่อนจิต จากศูนย์นาภี ลงต่ำไป 2 ก้านนิ้วทาน โดยประมาณ แล้วกำหนดว่า จักปฏิบัติภาวนาในฐานจิตที่ 1 คือ พระขุททกาปีติ แล้ว นำพุทโธ บรรจุจาก มหาสูญ หรือ หทัยวัตถุ ลงรวม ที่ฐานที่ 1 จนเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน เรียกว่า รวมศุนย์จิตเป็น พุทโธ ที่ฐานจิตที่ 1

4. เมื่อจิตรวมลงแล้ว ก็ให้อธิษฐาน เข้าธาตุวิปัสสนา ซึ่งในฐานที่ 1 มี 21 โกฏฐาส ( ส่วน ) ตามลำดับวิปัสสนา เพื่อเข้า ธาตุพุทธคุณ ให้ เป็นสมาธิฝ่ายพุทธ ที่เป็น มรรคสมังคี

5. เมื่อจิตอยุ่ในสมาธิ มั่นคงดีแล้ว ก็ให้ออกจากสมาธิ เมื่อออกจากสมาธิ ก็ให้แผ่ส่วนกุศล

ตามลำดับย่อ เบื้องต้น ก็มีแค่นี้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นศิษย์ ก็จะสอนแค่นี้

เจริญธรรม / เจริญพร

 8 
 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2019, 10:37:17 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
สาธุ อยากไปชมกับเขาสักปี เห็นกับตาสักครั้ง

เจริญธรรม / เจริญพร

 9 
 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2019, 10:13:05 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
สภาวะ เศรษฐกิจไทย ไม่ดีขึ้น ของจะแพงขึ้น ดังนั้นขอให้ทุกท่าน อย่าได้ฟุ้งเฟ้อกันเกินไป สำรองเงินกันไว้ยามเศรษฐกิจตกกันบ้าง

วันนี้ พอจ เห็นชัดจากเมื่อวาน ข้าวเหนียว ถุงละ 10 บาทฉันได้ 3 คำเท่านั้น กับข้าว อาหารบ้างก็ขึ้นราคาแล้ว บ้างก็กำลังจะขึ้น คนไปซื้อแจ้งมาว่า ร้านค้าบอกว่าจะขึ้นราคาอาหาร เป็น 50 บาทต่อถุง จาก 40 บาท

ฟังแล้ว ก็ทราบว่า ค่าเงินมันน้อยลง เศรษฐกิจ ขายไม่ค่อยได้ ก็ต้องขึ้นราคา เพื่อความอยู่รอด ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ก็ขึ้นแล้ว ค่าครองชีพมันก็ขึ้นตามไปด้วย

โลก ก็วุ่นวายอย่างนี้ไม่รู้จบ
ไม่อยากวุ่นวาย ก็รีบภาวนาให้พ้นจากโลก ซะ

เจริญธรรม / เจริญพร

 10 
 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2019, 10:12:36 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
ถาม ถ้าเราไม่สำเร็จ พุทธานุสสติ แล้วจะฝึกอานาปานสติ ได้หรือไม่ครับ

ตอบ ในทางปริยัติ นั้นสามารถกระทำได้ ที่ วิตกจริต เท่านั้นตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ แต่สำหรับ จริต ที่มิใช่วิตกจริต พระพุทธเจ้าแนะนำว่า ควรผ่าน พุทธานุสสติ เสียก่อน

เจริญธรรม / เจริญพร

หน้า: [1] 2 3 ... 10