ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2019, 11:58:31 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
วันที่ ๔
เดินจงกรม ๑ ชม
นั่งกรรมฐาน มากกว่า ๒ ชม จนถึง ๔ ชม

๑.การเดินจงกรม ใช้ จตุรธาตุ ขั้นที่ ๑

๒.การนั่งกรรมฐาน ใช้ พุทธานุสสติ มัชฌิมา แบบลำดับ ในพระธรรมปีติ ห้องที่ ๑

ฝึกอย่างเบา ๆ แต่ให้เป็น สติ เป็นหลัก จนถึงสมาธิ เพื่อเข้าสู่ธรรมชื่อว่า ปีติ

เจริญธรรม / เจริญพร

 2 
 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2019, 11:58:21 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
วันที่ 3
ทำการตรวจศีล ของตนเอง
เพิ่มการสวดคาถา พญาไก่เถื่อน 108 จบ
( การเป็นศิษย์ในสายสมเด็จหลวงปู่สุก ไม่สวดคาถานี้ไม่ได้ )
ทบทวนศีล รักษาศีล และ นั่งสวดคาถา

เจริญธรรม / เจริญพร

 3 
 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2019, 11:57:52 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส
วันที่ 2 ( หลังเข้าพรรษา )
การสมาทาน ศีล
การตรวจ ศีล
การรักษา ศีล

เป็นคุณสมบัติผู้ภาวนา เริ่มต้น
ถ้าหากศีล พร่อง ทะลุ ขาด ย่อมตั้งจิตให้มั่น ไม่ได้

ดังนั้นก่อนจะเดินจงกรม นั่งสมาธิ
ให้สำรวจ ตรวจศีล ของตนเองเสียก่อน
ถ้าอะไรมันพร่อง ก็สมาทานใหม่ และรักษา ให้แน่ใจ อย่างน้อยต้อง รักษาให้ได้ 3 วัน ขึ้นไป

เจริญธรรม / เจริญพร

 4 
 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2019, 11:57:27 AM 
เริ่มโดย ธัมมะวังโส - กระทู้ล่าสุด โดย ธัมมะวังโส


ถาม พอจ พรรษานี้ เข้ากรรมฐานหรือไม่คะ / ครับ

ตอบ ในพรรษานี้ ก็จะเว้นการโพสต์ ไปตามการอธิษฐานเข้าพรรษา ตามปกติ อย่างทุกพรรษา ดังนั้นเรื่อง โพสต์ ถาม ตอบ ก็จะไม่ค่อยได้มาตอบอย่างทุกครั้ง เพราะต้องเข้ากรรมฐาน เป็นระยะเวลานาน เพิ่มขึ้น ดังนั้น ก็จะเริ่มจากเบาๆ ไปหลายวัน ในเดือนแรก ก็จะทำเบา ๆ ไปก่อน

เจริญธรรม / เจริญพร

เข้าพรรษา คืออะไร ?

เข้าพรรษา เป็นส่วนของวินัยสงฆ์ ส่วนหนึ่ง เมื่อถึง คราฤดูฝน ภิกษุต้องหยุดเดินทาง โดยไม่มีความจำเป็น ณ สถานที่ ๆ ถูกต้องตาม พระวินัย โดย มีพุทธานุญาต ให้พักอาศัย อยู่ที่ใด ที่หนึ่ง ที่ไม่มีโทษแก่การภาวนา

การเข้าพรรษานี้ พระเจ้าพิมพิสารให้กำหนดเป็น ชุณปักษ์
[๒๐๙] ก็โดยสมัยนั้นแล พระเจ้าพิมพิสาร จอมเสนามาคธราช มีพระราชประสงค์ จะทรงเลื่อนกาลฝนออกไป จึงทรงส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ถ้ากระไร ขอพระคุณเจ้า ทั้งหลายพึงจำพรรษาในชุณหปักษ์อันจะมาถึง. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้คล้อยตามพระเจ้าแผ่นดิน.

ดังนั้นกาลแห่ง ฤดูฝน ที่เป็น ชุณปักษ์ จึงเป็นกาลที่พระพุทธเจ้า พุทธบัญญัติ ไปตามที่ พระเจ้าพิมพิสารขอไว้นั่นเอง

การเข้าพรรษา ทำอย่างไร
1. ภิกษุทำการกำหนดเขต สำหรับ สถานที่ ไม่ใช่อาวาสตรง เพื่อรู้เขตแห่งราตรี
2. ทำการอธิษฐานเข้าพรรษา
3. และอยู่จำพรรษา ในที่นั้น ๆ เป็นเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือน

ในระหว่างเข้าพรรษา ภิกษุ ควรทำอย่างไร
1. ควรศึกษาหลักธรรม หรือ สมาทาน กรรมฐาน
2. ควรตั้งสัจจะเพื่อรักษา การอยู่จำพรรษา ให้บริบูรณ์

การไปสถานที่อื่น ๆ ในระหว่าง พรรษา นั้นทำอย่างไร
การไปสถานที่ อื่น ๆ ในระหว่างเข้าพรรษา มีข้อกำหนด ตามวินัย ด้วยความจำเป็น หลายอย่าง อาทิ เช่น ไปเยี่ยมบิดามารดา ที่ป่วย หรือ ได้รับนิมนต์เป็นพิเศษ เป็นต้น ถ้าจะต้องไปจะต้องกลับมาให้ถึงที่อธิษฐาน เข้าพรรษา ภายใน 7 ราตรี
การไปอย่างนี้เรียกว่า สัตตาหะ

ดังนั้นการอยู่จำพรรษา นั้นเป็นเรื่อง ของภิกษุ ตั้งแต่ 1 รูป ขึ้นไป ไม่ใช่เป็นเหตุ ของฆราวาส

คฤหัสถ์ หรือ ฆราวาส ควรทำอย่างไร
ควรบำรุงภิกษุ ผู้อยู่จำพรรษา ในที่นั้นให้อยู่จำพรรษา ได้ครบถ้วนตามกำหนด

เจริญธรรม / เจริญพร

 5 
 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2019, 07:39:12 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



วิธีปิดแจ้งเตือน อันสุดแสนจะน่ารำคาญ ของเว็บไซต์ต่างๆ

การท่องเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ในสมัยนี้นั้น เป็นอะไรที่ค่อนข้างท้าทายความสามาถในการวิเคราะห์ของผู้ใช้เป็นอย่างมาก เราต้องระวังไม่ให้คลิกไปโดนโฆษณาที่ยิ่งนานวันยิ่งทำมาเนียนขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะหน้าต่างแจ้งเตือน (Pop-ups) ที่เด้งขึ้นมาขอให้เรายอมรับโน่น นั่นนี่ หลายเว็บในตอนนี้นิยมขออนุญาตสิทธิ์ในการส่งแจ้งเตือนข้อมูลมาในรูปแบบของ Notifications ซึ่งส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่ารำคาญมากๆ

ไม่รู้ว่าคนอื่นชอบระบบ Notifications ของเว็บไซต์สมัยนี้หรือไม่ แต่ส่วนตัวผมแล้วไม่ชอบมันเลยสักนิดเดียว และหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกรำคาญเหมือนผมแล้วล่ะก็ ลองสละเวลาทำตามทิปส์นี้สัก 2-3 นาที ปัญหากวนใจดังกล่าวก็จะหมดไป ทำอย่างไรมาดูกัน

@@@@@@

หากคุณใช้เบราว์เซอร์ Chrome

ทริคลัด : เปิด Chrome ขึ้นมาแล้วไปที่ chrome://settings/content/notifications แล้วทำตามข้อ 5. ได้เลย

    1. คลิกไปที่ปุ่มสามจุดที่อยู่ขวาบนของตัวเบราว์เซอร์ แล้วเลือกเมนู '"Settings"
    2. เลื่อนหน้าจอลงไป มองหาเมนู "Advanced" ที่อยู่ด้านล่างสุด แล้วคลิกเข้าไป
    3. คลิกที่ "Site Settings ที่อยู่ในแถบเมนู "Privacy and security"
    4. คลิก "Notifications"
    5. เปิดใช้งาน "Ask before sending (recommended)" สังเกตว่าแถบเมนูจะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเทา และข้อความจะขึ้นว่า '"Blocked" เท่านี้ก็เรียบร้อย



อย่างไรก็ตาม หากมีบางเว็บที่เราอยากให้มันยังส่งแจ้งเตือนได้อยู่ เช่น Twitter, Gmail ฯลฯ เราสามารถเพิ่มมันเข้าไปในรายการ Whitelist ที่ "อนุญาต" ได้ โดยด้านล่างตรงหัวข้อ Allow  คลิกไปที่ปุ่ม Add แล้วใส่ URL ของเว็บไซต์ที่เราต้องการอนุญาตลงไป


หากคุณใช้เบราว์เซอร์ Firefox

ทริคลัด : เปิด Firefox ขึ้นมาแล้วไปที่ about:preferences#privacy แล้วทำตามข้อ 4. ได้เลย

    1. คลิกไปที่ปุ่มสามขีดที่อยู่ขวาบนของตัวเบราว์เซอร์ แล้วเลือกเมนู '"Options"
    2. คลิกที่เมนู “Privacy & Security” ที่อยู่ทางด้านซ้าย
    3. เลื่อนลงมาหาหัวข้อ Permissions ตรง Notifications คลิก "Settings"
    4. ติ๊กเลือก  “Block new requests asking to allow notifications” เท่านี้ก็เรียบร้อย
    5. หากมีเว็บที่ได้รับอนุญาตให้ส่งได้แล้วอยู่ในช่องด้านบน ก็สามารถคลิกไปที่เว็บที่ต้องการ แล้วคลิก "Remove Website"



อย่างไรก็ตาม Firefox ไม่มีระบบ Whitelist เหมือนกับ Chrome หากต้องการอนุญาตให้เว็บไซต์ที่ต้องการ ต้องปิด “Block new requests asking to allow notifications” แล้วเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ เพื่อเปิดใช้การแจ้งเตือนบนเว็บนั้นเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยปิดมันอีกที

@@@@@@

หากคุณใช้เบราว์เซอร์ Safari

    1. ไปที่ Safari คลิก Preferences ที่เมนูบาร์
    2. คลิกเลือก Notifications ในเมนูฝั่งซ้าย
    3. จะเห็นรายการเว็บไซต์ที่มีอยู่ ก็เลือกรายการที่จะอนุญาต หรือไม่อนุญาตตามความต้องการ
    4. สามารถให้เว็บไซต์ขออนุญาตเพื่อแจ้งเตือนได้ด้วยการติ๊กช่องที่ “Allow websites to ask for permission to send push notifications”



หากต้องการปิดแจ้งเตือนทั้งหมดของ Safari ที่เด้งเข้า Notification Center สามารถทำได้ด้วยการไปที่

    - ไปยัง System Preferences
    - คลิกที่ไอคอน Notifications
    - ค้นหา Safari จากหน้าต่างฝั่งซ้าย แล้วคลิกเลือก
    - ที่หน้าต่างฝั่งขวา ใต้ “Safari alert style:” เลือก None
    - รายการด้านล่าง ติ๊กออกส่วนที่ไม่ต้องการให้มีแจ้งเตือนได้ตามใจชอบ




ที่มา : www.theverge.com
ขอบคุณ : https://tips.thaiware.com/1180.html?utm_source=linetoday&utm_medium=source
ทิปส์ซอฟต์แวร์ เขียนโดย : Admin moonlightkz ,เมื่อ : 19 กรกฎาคม 2562

 6 
 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2019, 07:26:23 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



ความทุกข์ไม่มี ธรรมะก็ไม่มา

เรื่องราวชีวิตของฉันเริ่มจาก  แม่ของฉันอยู่กับพ่อมา 12 ปี  แต่ไม่มีลูก เผอิญวันหนึ่งแม่ได้ยินเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันและเพิ่งจะคลอดลูกคนที่ 5 พูดว่าจะเอาลูกที่เพิ่งคลอดไปทิ้ง  แม่จึงขอรับมาเลี้ยงเป็นลูกของตัวเอง  ความทุกข์ไม่มี ธรรมะก็ไม่มา

หลังจากนั้น 3 ปี แม่ก็มีฉันเป็นลูกในสายเลือดแท้ ๆ แต่แม่ก็ยังคงรักและยิ่งสงสารลูกที่ขอมาเลี้ยงซึ่งเป็นพี่สาวฉันมากขึ้น หลายครั้งฉันได้ยินญาติ ๆ และเพื่อนบ้านพูดว่า แม่รักลูกขอมาเลี้ยงมากกว่าลูกแท้ ๆ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ฉันโตมาพร้อมกับคำพูดเหล่านี้กรอกหูทุกวัน เหมือนเป็นคำที่สะกดจิตฉันว่า “แม่รักลูกลำเอียง”

ฉันมีปากเสียงกับแม่บ่อยมาก และฉันก็มีความสุขมากที่ได้โต้เถียงกับแม่ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ถ้าแม่ร้องไห้ด้วยฉันจะดีใจมาก เพราะรู้สึกว่าได้แก้แค้นที่แม่รักลูกไม่เท่ากัน

@@@@@@

ฉันรู้สึกขาดความรักอย่างรุนแรง แล้วก็เบื่อที่ต้องทะเลาะกับพี่สาวและแม่อยู่เป็นประจำ ฉันแสวงหาความรักจากผู้ชายตั้งแต่อายุได้เพียง 8 – 9 ปี พอโตเป็นวัยรุ่นฉันก็มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายไม่เลือกหน้า ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จนถึงนายทหารระดับสูง ฉันตั้งท้องและทำแท้งโดยที่ไม่มีคนในครอบครัวรู้เรื่องเลย

ในที่สุดฉันก็ได้แต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตน เราจัดงานแต่งงานใหญ่โต สามีเป็นคนพูดจานิ่มนวลไพเราะ สุภาพอ่อนน้อมกับทุกคน ยกเว้นฉัน เขาเป็นคนดื่มเหล้าจัด ทุก ๆ วันเขาดื่มเหล้าแม่โขง 1 กลม ตบท้ายด้วยเบียร์ 3 ขวด เคล้าด้วยเสียงพูดคุยสนุกสนานเฮฮากับเพื่อนร่วมวง แต่พอเพื่อนกลับหมด เขาจะแปลงร่างเป็นอสุรกาย พร้อมจะทำร้ายฉันทันที ทั้งยังชอบพูดจาด่าทอฉันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายรุนแรง ยิ่งถ้าฉันร้องไห้ เขาก็จะยิ่งเพิ่มความก้าวร้าวเป็นทวีคูณ เหมือนสะใจที่เห็นฉันเสียใจ

@@@@@@

ตอนที่แม่ของฉันเสียก็เช่นกัน ตอนนั้นแม่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง ฉันจึงรับท่านมาอยู่ด้วย หลังจากดูแลท่านได้ 3 ปี แม่ก็เสียชีวิตลงพร้อมทิ้งมรดกไว้ให้ฉันกับพี่เป็นหลักล้าน ฉันเสียใจมากและรู้สึกสำนึกผิดกับการกระทำที่ผ่านมา เพื่อนของฉันเลยแนะนำให้ฉันไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมเพื่อส่งบุญให้ท่าน

ฉันเห็นว่าคงเป็นวิธีเดียวที่จะตอบแทนบุญคุณแม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม 3 วัน แต่ไปได้เพียงคืนเดียว สามีก็โทร.ไปต่อว่าพระ หาว่าท่านจะหลอกเอาเงินจากฉัน และสั่งให้ฉันกลับบ้าน

ช่วงนั้นเขาเอาใจใส่ดูแลฉันเป็นพิเศษ จนฉันคิดว่าเขาคงสงสารที่ฉันไม่มีพ่อแม่แล้ว แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็พูดว่าเขาอยากให้ฉันซื้อรถเบนซ์ให้ นั่นเองที่ทำให้ฉันได้สติ รู้ความจริงว่าทำไมเขาถึงดีต่อฉันเป็นพิเศษ ด้วยความกลัวว่าเงินมรดกจะหมดไปกับเขา ฉันจึงรีบเอาเงินไปซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ด้วยเงินสดและปล่อยให้คนเช่า เมื่อสามีของฉันรู้เข้า เขาเก็บความโกรธไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาหลอกฉันไปหย่า โดยอ้างว่าไม่อยากให้ภรรยาเก่ากับลูกทั้งสองคนของเขามายุ่งกับทรัพย์สินที่มีอยู่ เขาบอกว่าเมื่อเสร็จธุระ เขาจะจดทะเบียนให้เหมือนเดิม แต่สุดท้ายเขาก็เผยความจริงว่าเขาโกรธที่ฉันไม่ยอมซื้อรถให้เขา และเขาก็จะไม่กลับมาอยู่กินกับฉันอีกแล้ว


Photo by Leon Biss on Unsplash

ฉันเสียใจมาก ได้แต่เฝ้าคิดวนเวียนไปมาว่าทำไมเขาถึงทำกับฉันได้ ทั้งที่อยู่กินกันนานถึง 16 ปี ฉันทุกข์มากจนความเครียดลงกระเพาะ ปวดท้องมาก กินอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งน้ำ ในที่สุดฉันก็หันหน้าเข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างหนัก วันแรก ๆ ฉันปฏิบัติไปร้องไห้ไปโดยไม่อายใคร จนกระทั่งวันที่ห้า ขณะนั่งสมาธิ ฉันเห็นภาพที่ฉันโต้เถียงกับแม่ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงจนท่านร้องไห้ ฉันเลยได้คำตอบจากคำถามที่ฉันพร่ำคิดอยู่นานว่าทำไมสามีถึงทำกับฉันแบบนี้ มันเป็นเพราะกรรมที่ฉันทำไว้กับแม่นั่นเอง แต่ก็ต้องขอขอบคุณเขาที่ทำให้ฉันได้มาพบกับธรรมะ และหลังจากนั้นฉันก็ทำบุญอย่างหนักและถือศีล 5 พร้อมทั้งให้ทาน สวดมนต์ นั่งสมาธิ กระทั่งจิตใจสงบมากขึ้นและมีสติมากขึ้น

แล้ววันหนึ่งเพื่อนก็แนะนำให้ฉันลองหาคู่ทางเว็บไซต์ โชคดีที่ฉันไม่ถูกหลอกเหมือนคนอื่นๆ และได้เจอกับฝรั่งชาวอเมริกันหน้าตาดี หน้าที่การงานดีคนหนึ่ง เขานับถือศาสนาพุทธด้วย ในที่สุดเราก็แต่งงานกัน และฉันได้ย้ายมาอยู่ประเทศอเมริกา เราสองคนใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แม้เราจะอยู่ห่างวัด แต่เราก็อ่านหนังสือธรรมะ นั่งสมาธิก่อนนอน และหาโอกาสช่วยเหลือคนและสัตว์เสมอ

@@@@@@

ปัจจุบันนี้ฉันลืมคำว่าทุกข์ไปเลย นี่อาจเป็นผลจากการที่ฉันเป็นคนกตัญญู สำนึกผิด แล้วรีบ U – turn ชีวิตทำแต่ความดีก็เป็นได้

ทุกวันนี้ฉันถือศีล 5 อย่างเคร่งครัด ทำทาน สวดมนต์ ทำสมาธิทุกวัน และสอนคนให้มีศีลมีธรรมเหมือนฉัน ผลแห่งกรรมดีจึงตอบแทนให้มีความสุข เหมือนที่ท่าน ว.วชิรเมธีเคยพูดไว้ว่า

“ความทุกข์ไม่มี  ธรรมะก็ไม่มา  ความทุกข์ไม่มา  ธรรมะก็ไม่มี”  ซึ่งฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง


 

ที่มา : นิตยสาร Secret
เรื่อง : susanthai
Photo by Jurica Koletić on Unsplash
Secret Magazine (Thailand) ,IG @Secretmagazine
https://goodlifeupdate.com/inspiration/164192.html

 7 
 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2019, 07:17:30 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



สมถะ : แผนสำรองสู้ทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

หลายท่านเคยอ่านหนังสือธรรมะ เคยได้ยินได้ฟังมามาก ก็ถูกต้องทั้งหมดไม่ผิดเพี้ยนเลยนะ แต่ไหนล่ะ ตอนภาวนาจิตมีกำลังพอไหม ไม่มี! รู้ทั้งรู้ก็ยังหายวูบไปหมดเลย แล้วจะซื่อบื้อเจริญปัญญาต่อไหมล่ะ  สมถะ

ถ้าความตั้งมั่นไม่พอ สติยังเกิดเองไม่ได้ เมื่อเรารู้ทุกข์แล้วใจก็ย่อมยังไหลไป จมไป โดนดูดไป ใจยิ่งตกต่ำลงเรื่อย ๆ เราต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องใช้ แพลนบี (Plan B) คือใช้แผนสอง ใช้เทคนิคเข้าช่วย ด้วยการเปลี่ยนผัสสะเป็นอะไรก็ได้ หลีกเลี่ยงไปก่อน เพื่อไม่ให้ไหลไปกับสภาพที่เป็นอยู่

สมถะมีประโยชน์ตรงนี้ละ ถึงตอนนี้ให้เราเลือกบริกรรมอะไรสักอย่าง มีอะไรเป็นหลักให้ใจสักอย่าง จะคิดถึงเรื่องที่ดีงาม เรื่องที่ผ่อนคลาย สบาย ไม่ทุกข์ ไม่กดดัน ไม่บีบคั้น หรือจะส่งใจออกนอก เพื่อไปดูอะไรอย่างอื่นก่อนก็ได้ทั้งนั้น ไปรู้ไปดูอะไรที่ไม่ใช่ทุกข์ ส่วนทุกข์ไม่ต้องไปดู ไม่ต้องไปรู้ ไม่ต้องไปทน ไม่ต้องไปท้าชนกับทุกข์เลย

@@@@@@

ความรู้สึกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุข ทุกข์ ฟุ้งซ่าน หงุดหงิด ง่วง หรือแม้แต่เบื่อ ดูมาดูไปเรามีสิทธิ์ถูกดูดไปได้หมด แม้ตอนแรกจะเห็น “สภาพเบื่อ” เกิดขึ้นก่อน แต่อยู่ดี ๆ ก็จะโดนดูดไป กลายเป็น “ผู้เบื่อ” แล้วทีนี้ เพราะฉะนั้นจึงบอกให้ดูทีละขณะ ถ้าไม่ไหวก็เปลี่ยนไปมองไฟ มองเพดาน หรือจะเดินออกไปจากตรงนั้นก็ยังได้

จะสวดมนต์ก็ได้นะ “อิติปิโส” หรือ “พุทธัง สรณัง คัจฉามิ” เพราะขณะที่สวดมนต์อยู่ย่อมไม่ได้ “คิด” สวดมนต์ก็คือสวดมนต์ แต่ถ้าจะคิด ก็ให้คิดเรื่องสวดมนต์ไปเลย

ปัญหาของชาวโลกมีเพียงหนึ่งเดียว คือ ขาดความตั้งมั่นในจิต เมื่อไม่ตั้งมั่นปัญหาก็เกิดทันที

ในทางตรงข้าม ถ้าจิตตั้งมั่น คำว่าตั้งมั่นนี้มีกุศลอยู่ เช่น มีสติ มีสมาธิ จิตจึงไม่ถูกครอบงำด้วยอกุศลที่ทะลุทะลวงมาทางตา ทางหู ฯลฯ การทำอะไรที่หวือ ๆ หวา ๆ หลุด ๆ จะไม่มี เพราะจิตจะนิ่งและพิจารณาดูก่อนว่าสมควรทำอย่างไร


@@@@@@

ที่เราสงสัยว่าทำไมครูบาอาจารย์บางท่านถึงได้แต่นั่งเฉย ๆ ไม่เห็นทำอะไรอย่างอื่นเลย นั่นก็เพราะท่านบวก ลบ คูณ หาร ถอดสแควร์รูทมาเรียบร้อยแล้วด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าคนปกติว่านั่งเฉย ๆ อย่างนี้ละดีที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดผลเสียน้อยที่สุด หากลุกไปทำอะไรนอกจากนี้จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

ไม่ธรรมดานะ เรื่องถอดสแควร์รูทนี่เป็นสุดยอดของสัมปชัญญะเลยนะ

ก่อนจะทำอะไร ลองบวก ลบ คูณ หาร ถอดสแควร์รูทดูซิว่าดีไหม มีประโยชน์ไหม เกื้อกูลไหม จำเป็นไหม เหมาะสมไหม ควรทำหรือไม่ควรทำ

แต่ถ้ายังไม่ถึงขั้นนี้ ไม่เคยมีการถอดสแควร์รูทไว้ก่อน เมื่อจะทำอะไรก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาทำทันที บางครั้งอาจเกิดผลเสียตามมาได้


 

ที่มา : ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ
Image by Free-Photos from Pixabay
Secret Magazine (Thailand) ,IG @Secretmagazine
ขอบคุณ ; https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/164205.html
By ying ,13 July 2019

 8 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2019, 07:25:23 PM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan



เจดีย์ลอยฟ้าวัดพระพุทธบาทสุทธาวาส สิ่งมหัศจรรย์จากฝีมือมนุษย์

บรรยากาศในช่วงวันหยุดยาว วันพระใหญ่ วันอาสาฬหบูชา ปรากฏว่าบรรยากาศยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก พบว่ามีนักท่องเที่ยวและประชาชน ศรัทธาญาติโยมต่างๆจำนวนมาก เดินทางมาที่จังหวัดลำปาง ในช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะวันนี้  ที่วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส หรือ วัดเจดีย์ลอยฟ้าลําปาง ตำบล วิเชตนคร อำเภอแจ้ห่มจังหวัดลำปาง

มีประชาชนเดินเท้าขึ้นบันไดตามหน้าผาสูงชันลัดเลาะไปตามบันไดเหล็กกว่า  300  ขั้น ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพื่อขึ้นไปชมความสวยงาม ชมวิวทิวทัศน์ของอำเภอแจ้ห่ม  จ.ลำปาง และขึ้นไปกราบนมัสการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปกราบพระประธาน บนยอดเขา 




ซึ่งด้านบนภูเขาสูงนั้นมีองค์พระธาตุสีขาวเรียงรายอย่างสวยงาม อยู่บนยอดเขาหลายจุด โดยถือว่าเป็นสิ่งศักดิสิทธิ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดลำปาง และเป็นอันซีนไทยแลนด์หนึ่งเดียวในไทย         

โดยประชาชนทั่วไปเมื่อมาถึงด้านล่างของวัด ก็จะมีรถปิคอัพของทางวัด พานักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางขึ้นไปสู่บริเวณหน้าผากลางเขาและนักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าขึ้นบันไดไปอีก 300  ขั้น เมื่อไปถึงก็จะพบวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งตลอดทั้งปี ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกัน อย่างไม่ขาดสาย

ส่วนช่วงหน้าหนาวของแต่ละปีก็จะมีทะเลหมอกอันสวยงามบนยอดเจดีย์และบนยอดภูเขาแห่งนี้มองดูแล้วคล้ายกับดินแดนลอยฟ้าเลยก็ว่าได้





ขอบคุณ : https://www.sanook.com/travel/1416279/
By Peeranut.P  ,16 ก.ค. 62 (16:08 น.)

 9 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2019, 10:25:02 AM 
เริ่มโดย Niratha pomnawin - กระทู้ล่าสุด โดย smith9999
แน่นอนครับ เกม Starvegas
พร้อมให้บริการแล้วที่นี่
สมัครง่ายๆ ได้ก่อนใคร
เพียงเข้ามาที่เว็บไซต์นี้เลย
https://918kissyou.com/starvegas/

 10 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2019, 06:49:06 AM 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan


อบรมสมาธิภาวนา ตามโครงการ "ธรรมสารปภัสสร" ณ วัดราชผาติการาม

วัดราชผาติการาม ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานกรุงธนนอกจากเป็นวัดที่สวยงามและสำคัญต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยแล้วยังเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปปฏิบัติธรรมอีกด้วย

พระธรรมปาโมกข์ (สุนทร สุนฺทราโภ) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กล่าวว่า สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำริให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชผาติการามให้สมบูรณ์งดงาม เมื่อบูรณะเสร็จสิ้นก็ไม่ต้องการให้ความงดงามนี้ทรุดโทรมไปโดยไม่ก่อประโยชน์ จึงจัดโครงการ ธรรมสารปภัสสร ขึ้นเพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสมาปฏิบัติธรรม

@@@@@@

สาเหตุที่ใช้ชื่อว่า ธรรมสารปภัสสรนั้น เพื่อต้องการระลึกถึงพระคุณของอดีตเจ้าอาวาสคือ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสารเถร) และ พระธรรมปัญญาจารย์ (สุพจน์ ปภสฺสโร) จึงนำฉายาของทั้งสองรูปมาตั้งเป็นชื่อโครงการทั้งนี้จุดประสงค์ของการเปิดให้ปฏิบัติธรรมก็เพื่อ

“เรามุ่งหวังคนที่มาอ่านใจตัวเองออก บอกใจตัวเองได้ใช้ใจตัวเองเป็น เห็นใจตัวเองชัด เพราะหากรู้จักใจตัวเองดีแล้ว ก็จะควบคุมพฤติกรรมของตัวเองไม่ให้ผิดขนบธรรมเนียมประเพณี กฎหมาย และศีลธรรม เมื่อเป็นเช่นนั้นสังคมของเราก็จะสงบสุข”

มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมความไม่สะอาด แต่หากได้เรียนรู้และปฏิบัติธรรมจะช่วยให้มนุษย์มีกายและวาจาสะอาดด้วยศีล ใจสงบด้วยสมาธิ และสว่างไสวด้วยปัญญา



กำหนดการปฏิบัติธรรม : จัดโครงการอบรมสมาธิภาวนาเดือนละ 1 ครั้ง ในวันศุกร์ – วันอาทิตย์แรกของทุกเดือน โดยรับครั้งละ 50 คนและไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

สิ่งที่ต้องเตรียมไป : เสื้อขาว-กระโปรง ผ้าถุง หรือกางเกงขายาว (สีสุภาพ) ของใช้ส่วนตัว รองเท้าแตะ ยาประจำตัว และผ้าห่ม

@@@@@@

ตารางปฏิบัติธรรม

เริ่มลงทะเบียนเวลา 13.00 น. ตารางปฏิบัติธรรมประกอบด้วยการสวดมนต์ ทำวัตรเช้า - เย็น เดินจงกรมนั่งสมาธิ ฟังธรรม และสนทนาธรรมกับพระวิปัสสนาจารย์และฆราวาสผู้เป็นวิทยากร รวมทั้งมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่องสมาธิควบคู่กันไป โดยมีหัวข้อบรรยายดังนี้

1. หลักการพื้นฐานของการทำสมาธิ
2. จุดเริ่มและวิธีการทำสมาธิ
3. ประโยชน์ของการนั่งสมาธิ
4. หลักกรรม
5. สมาธิกับการใช้งานและควบคุมอารมณ์
6. สมาธิในชีวิตประจำวัน



วัดราชผาติการาม : ปฐมเหตุแห่งพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก

ในอดีตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมักเสด็จฯมาทรงสดับพระธรรมเทศนาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสารเถร) อดีตเจ้าอาวาส เป็นประจำทุกวันพระ หากครั้งใดไม่อาจเสด็จฯมาด้วยพระองค์เองก็จะมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่มาบันทึกเสียงกลับไปทุกครั้ง กระทั่งสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสารเถร) เทศนาเรื่องพระมหาชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยู่หัวจึงทรงพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก และมีพระราชกระแสรับสั่งให้ช่างเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระมหาชนกภายในอุโบสถอีกด้วย

ที่อยู่วัดราชผาติกรรม : ซอยราชวิถี 16 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 (เชิงสะพานกรุงธน) พระกิติภูมิ ภูมิกิตฺติโก 09-9521-2398 คุณสมศรี ตรียานุวัฒน์ 08-1420-8235




ขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/72253.html
Issara ,9 November 2017

หน้า: [1] 2 3 ... 10