ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
 11 
 เมื่อ: มกราคม 13, 2026, 08:06:52 am 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
.



มหาเถรสมาคม ขานรับ 'พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" คุม-ลดสร้างเครื่องรางของขลัง

มหาเถรสมาคม(มส.) มีมติน้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ คุมพุทธพาณิชย์ ห้ามสร้างเครื่องรางและพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในวัด

พระสังฆราโชบาย 12 ข้อในสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงประทานเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 นั้นสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อทรงให้ควบคุมและลดการสร้างเครื่องรางของขลัง และให้หลีกเลี่ยงการสร้างรูปเคารพของศาสนาอื่นในเขตวัด

ในการนี้ทรงให้ลดองค์การบริหารสงฆ์ที่เคยมี 6 องค์กรให้เหลือ 4 องค์กรเพื่อกระทัดรัดและไม่ซ้ำซ้อนกัน พร้อมทั้งประทานนโยบายการเลือกผู้บริหารสงฆ์ใหม่ให้เน้นผู้เคร่งในการรักษาธรรมวินัยแทนเน้นผลงานก่อสร้างถาวรวัตถุ

ในการนี้ทรงให้อำนาจ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) เข้ามามีบทบาทสนับสนุนการ ตรวจสอบคุณสมบัติพระสังฆาธิการก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งและเพื่อให้สังฆราโชบาย 12 ข้อเป็นรูปธรรมมีผลในทางปฏิบัติ ทรงให้ คพช.และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อรองรับภารกิจตามนโยบายทั้ง 12 ข้อ

แต่ถึงกระนั้น พระมหาเถระที่ทรงธรรมวินัยเป็นหลัก ได้ให้ความเห็นว่า
    "พระสังฆราโชบายนั้นเลอเลิศ แต่จะให้ได้ผลเป็นรูปธรรมจริงจัง กรรมการมหาเถรสมาคม (มส) ต้องปฏิรูปตนเอง ทำเป็นแบบอย่างให้ผู้อยู่ในปกครองรู้เห็นและเต็มใจปฏิบัติตาม โดยเฉพาะท่านที่มากด้วยความโลภ ควรลดเลิก เพราะความโลภทำให้หมดสง่าราศี"


@@@@@@@

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ประจำวันที่ 9 ม.ค. 2569 มีมติน้อมรับ "พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" และปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ ดังนี้

ส่วนที่ 1 : พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ (แบ่งหมวดหมู่เพื่อความเข้าใจง่าย)

ด้านหลักการและความบริสุทธิ์ของศาสนา

  1. ยึดแก่นธรรม : เน้นปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เป็นงานหลัก ห้ามบิดเบือนพระธรรมวินัย
  2. คุมเข้มพุทธพาณิชย์/ไสยศาสตร์ : ห้ามสร้างวัตถุมงคล เครื่องราง รูปเคารพ หรือพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในเขตวัดอย่างเด็ดขาด
  3. บังคับใช้พระธรรมวินัยเคร่งครัด : ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ห้ามช่วยเหลือหรือแทรกแซง

ด้านการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้ง

  4. รื้อเกณฑ์แต่งตั้งเจ้าอาวาส/ปกครอง : เลิกดูผลงานการ "ก่อสร้าง" (ถาวรวัตถุ) ให้ดูที่ "ความเคร่งครัดพระวินัย" และ "ผลงานการสอน/เผยแผ่" แทน
  5. กลั่นกรองเข้มข้น : ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ช่วยตรวจสอบประวัติก่อนเสนอแต่งตั้ง
  6. สกรีนงานก่อนเข้า มส. : ตั้งกลไกตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียด ก่อนเสนอให้ มส. หรือสมเด็จพระสังฆราชพิจารณา

ด้านโครงสร้างและสวัสดิการ

  7. ปรับโครงสร้างสงฆ์ : ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน แบ่งเขตปกครองใหม่ให้สอดคล้องกับจำนวนพระและพื้นที่
  8. ปรับนิตยภัต (เงินเดือนพระ) : ทบทวนอัตราให้เหมาะสมกับภาระงานและสภาพเศรษฐกิจ
  9. ปฏิรูปสำนักพุทธฯ (พศ.) : ปรับโครงสร้างองค์กร พศ. ให้ทำงานสนองนโยบาย มส. ได้ดียิ่งขึ้น
10. วางแผนระยะยาว : จัดทำแผนยุทธศาสตร์คณะสงฆ์ให้ชัดเจน เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลง

ด้านเทคโนโลยีและการศึกษา

11. ใช้ระบบดิจิทัล (Big Data) : ทำฐานข้อมูลกลาง พระ-วัด ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและบริหารงานแบบ E-government
12. ยกเครื่องการศึกษา : ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย ทันโลก แต่ยังคงเข้มข้นในพระธรรมวินัย





ส่วนที่ 2 : มติการขับเคลื่อนงานทันที

ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบการปรับกลุ่มภารกิจจากเดิม 6 ด้าน ยุบรวมเหลือ 4 กลุ่มภารกิจหลัก เพื่อความคล่องตัวในการทำงานตามนโยบายข้อที่ 6 ดังนี้ :-

1. กลุ่มด้านการปกครองและฐานข้อมูล
2. กลุ่มด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์
3. กลุ่มด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต
4. กลุ่มด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ

• (ส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ ให้ถือเป็นภารกิจร่วมที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำ)

การดำเนินการ : มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานงานกับคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาฯ ตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดทันที




Thank to : https://www.thansettakij.com/blogs/lifestyle/horoscope/648782
13 ม.ค. 2569 | 03:35 น.

 12 
 เมื่อ: มกราคม 13, 2026, 07:44:07 am 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
.



ไวรัลสนั่นโลก.! ’19 พระสงฆ์กับสุนัข 1 ตัว’ เดินธุดงค์ข้ามสหรัฐอเมริกา เผยแผ่สันติภาพ

พระปราโมทย์ วาทโกวิโท ผอ.หลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัย มจร โพสต์ภาพการเดินธุดงค์ของพระสงฆ์ 19 รูป และสุนัข 1 ตัว ที่ทำภารกิจเดินธุดงค์เพื่อเผยแผ่สันติภาพโลก ที่กำลังเป็นกระแสในประเทศสหรัฐอเมริกา และทั่วโลกกำลังจับตามอง

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ต่างแห่กันแชร์ภาพพระสงฆ์จำนวนหนึ่งกำลังเดินธุดงค์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสิ่งที่ทำให้การเดินธุดงค์ครั้งนี้กลายเป็นกระแสไวรัลถูกพูดถึงในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก เพราะว่าในแต่ละพื้นที่ที่พระสงฆ์กลุ่มนี้เดินธุดงค์ไป มีประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา ต่างออกมารอต้อนรับจำนวนมาก นับเป็นภาพที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นที่ในประเทศที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลักอย่างสหรัฐอเมริกา

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พระปราโมทย์ วาทโกวิโท ผอ.หลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้โพสต์อธิบายถึงการเดินธุดงค์ดังกล่าว พร้อมโพสต์ภาพการเดินธุดงค์ของพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวด้วย ว่า กลุ่มคณะพระสงฆ์ 19 รูป และสุนัข 1 ตัว ที่ทำภารกิจเดินธุดงค์เพื่อเผยแผ่สันติภาพโลก กำลังเป็นกระแสในประเทศสหรัฐอเมริกา และทั่วโลกกำลังจับตามอง





กลุ่มพระสงฆ์พุทธ จากวัด Huong Dao Vipassana Bhavana ใน Fort Worth รัฐเท็กซัส กำลังเดินเท้าเป็นการเดินธุดงค์ยาว ประมาณ 2,300 ไมล์ (ราว 3,700 กม.) ข้ามสหรัฐ จากเท็กซัสไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในภารกิจเดินธุดงค์เพื่อเผยแผ่สันติภาพ ความรัก ความเมตตา และความสามัคคี ในสังคม โดยมีการวางแผนว่าจะเดินผ่าน 10 รัฐ และใช้เวลาราว 110–120 วัน ในการเดินเท้าทั้งหมด

ในการเดินทางครั้งนี้นอกจากจะมีพระสงฆ์จากหลายสัญชาติแล้ว ยังมี “อโลกา” สุนัขกู้ภัยสายพันธุ์อินเดียน พาเรีย (Indian Pariah) เป็นผู้นำทางและเพื่อนร่วมเดินทางที่ซื่อสัตย์ของคณะพระธุดงค์ อโลกาเคยเป็นสุนัขจรจัดที่ถูกทอดทิ้งในอินเดีย และได้พบกับกลุ่มพระธุดงค์ระหว่างที่ท่านกำลังเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพในอินเดียเป็นเวลา 112 วัน อโลกาเริ่มเดินตามคณะสงฆ์ไปทุกที่จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคณะ





อโลกายังมีผู้ติดตามในโซเชียลจำนวนมาก โดยในบางวัน อโลกา จะเดินเองตลอดทางรวมกับคณะสงฆ์ แต่ก็มีบางครั้ง อโลกานั่งรถกับทีมสนับสนุนเพื่อพัก และเมื่อพร้อมก็จะออกเดินอีกครั้ง ปัจจุบัน อโลกาและคณะสงฆ์จากวัด Huong Dao Vipassana Bhavana ได้ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2568 จากรัฐเท็กซัส มุ่งหน้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเมื่อต้นเดือนม.ค.2569 คณะพระสงฆ์กำลังเดินทางผ่านรัฐจอร์เจียและมุ่งหน้าสู่รัฐเซาท์แคโรไลนา โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวอเมริกันตลอดเส้นทาง และคาดว่าจะถึงจุดหมายในเดือนก.พ.2569 ตลอดเส้นทาง อโลกาและคณะสงฆ์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวอเมริกัน เช่น ร้าน Dairy Queen ในเท็กซัสที่ถวายไอศกรีมและเผื่อแผ่มาถึงอโลกาด้วย หรือคุณหมอในรัฐแอลาบามาที่ช่วยตรวจสุขภาพให้ฟรีๆ

Walk for Peace ไม่ได้ไวรัลเพราะ “ภาพสวย” แต่เพราะมันแตะใจผู้คนในระดับโครงสร้างทางสังคมและจิตวิญญาณ ทำไม Walk for Peace จึงเป็นกระแสไวรัลในสหรัฐอเมริกา สะท้อนว่า โลกกำลัง “หิวสันติภาพเชิงความหมาย” บริบทสังคมอเมริกันช่วงหลัง ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง ความแตกแยกด้านอุดมการณ์ ผู้คนเหนื่อยกับ “คำพูดเรื่องสันติภาพ” แต่ไม่เห็นการกระทำ Walk for Peace ตอบโจทย์นี้ตรงจุดเพราะไม่ปราศรัย ไม่ชี้นิ้ว ไม่โต้เถียง แต่ “เดิน” การเดินเป็นภาษาโลกที่ไม่ต้องแปล





ภาพที่ไวรัลไม่ใช่การชุมนุมเสียงดัง แต่คือคนเดินเงียบผู้คนออกมายืนต้อนรับ บางคนร้องไห้ บางคนพนมมือ บางคนโบกมือเฉยๆ สิ่งนี้สะท้อนว่า ผู้คนไม่ได้ต้องการ “ผู้นำที่พูดเก่ง” แต่ต้องการ “มนุษย์ที่ยืนอยู่กับความทุกข์ของโลกอย่างสงบ” นี่คือการ “ก้าวข้ามศาสนา” แต่ไม่ใช่การปฏิเสธศาสนา ความต่างที่สำคัญคือ ไม่ใช่ Interfaith Dialogue แบบนั่งโต๊ะคุย ไม่ใช่การประกาศศาสนาใดเหนือกว่าใคร แต่นั่นคือ Trans-religious Action คือการดึง “แก่นแท้” ของทุกศาสนาออกมา เช่น เมตตา กรุณา อหิงสา ความรับผิดชอบต่อมนุษยชาติ แล้ว ถอดเปลือกพิธีกรรมออก ผู้คนจึงรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องศาสนา แต่นี่คือเรื่องของความเป็นมนุษย์




สรุปว่า แก่นแท้สันติภาพไม่ได้เกิดจากการเดินแต่เกิดจากสิ่งที่การเดิน ไม่ทำ ไม่กล่าวโทษ ไม่แบ่งฝ่าย ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่บังคับใครให้เชื่อ และในโลกที่เสียงดัง เต็มไปด้วยการเอาชนะกัน ความนิ่งกลายเป็นพลังทางศีลธรรมที่ทรงพลังที่สุด การเดินครั้งนี้ถือว่าเป็นการบำเพ็ญขันติบารมีอย่างยิ่ง ขออนุโมทนาบุญในครั้งนี้

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก Walk for Peace ที่จะรายงานความคืบหน้าของการเดินธุดงค์ข้ามสหรัฐอเมริกาของพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าว ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยล่าสุดมีผู้เข้ามาติดตามกว่า 1 ล้านคนแล้ว

ขอขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก Walk for Peace




ขอบคุณ : https://www.dailynews.co.th/news/5494259/
การศึกษา-ศาสนา | 12 ม.ค. 2569 • 16:09 น

 13 
 เมื่อ: มกราคม 13, 2026, 07:18:53 am 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
.



ทำไมวัย 50 ปีขึ้นไป ควรรับประทานไข่ | ส่องประโยชน์ "ซูเปอร์ฟู้ด" ราคาประหยัดที่หมอแนะนำ

อายุ 50+ ต้องกินอะไร.? แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อแนะนำ "ไข่ไก่" เป็นอาหารที่คนวัยนี้ควรทานทุกวัน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงสมองด้วยโคลีน และป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม พร้อมเทคนิคการเลือกอาหารอื่นๆ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 50 ปี ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ทั้งระบบเผาผลาญ ความแข็งแรงของกระดูก และความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง การเลือกทานอาหารจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความอิ่ม แต่คือการเลือก "ยา" จากธรรมชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อได้ออกมาเปิดเผยว่า มีอาหารหนึ่งชนิดที่มักถูกเข้าใจผิด แต่ความจริงแล้วคือ "ขุมทรัพย์" ของคนวัย 50+ นั่นคือ "ไข่ไก่"



ภาพจาก iStock


ทำไม "ไข่" ถึงเป็นอาหารที่หมอแนะนำสำหรับคนวัย 50+

ดร.เดวิด อัน (Dr. David Ahn) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ จากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระบุว่า "ไข่ไก่" คืออาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของร่างกายวัย 50 ปีขึ้นไปได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะในเรื่องของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากไข่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่มีโปรตีนสูงและประกอบด้วยไขมันที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ ไม่สวิงขึ้นลงจนส่งผลเสียต่อระบบฮอร์โมน

บำรุงสมอง ป้องกันภาวะสมองเสื่อม

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่คนวัยนี้ควรทานไข่คือ สารอาหารที่ชื่อว่า "โคลีน" (Choline) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สมองใช้สร้างเซลล์ที่แข็งแรงและผลิตอะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญต่อความจำ งานวิจัยพบว่าผู้ที่ได้รับโคลีนเพียงพอจะมีผลการทดสอบด้านสติปัญญาที่ดีกว่าเมื่ออายุมากขึ้น แม้ว่าไม่มีอาหารชนิดใดป้องกันอัลไซเมอร์ได้ 100% แต่ไข่คือตัวช่วยชั้นดีในการส่งเสริมสุขภาพสมองในระยะยาว

เกราะป้องกันดวงตาจากวัยที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงเรื่องโรคจอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration) จะสูงขึ้นตามไปด้วย ในไข่มีสาร "ลูทีน" (Lutein) และ "ซีแซนทีน" (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียการมองเห็นในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

คอเลสเตอรอลในไข่ น่ากลัวจริงหรือ?

สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีส่วนใหญ่ รวมถึงผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป การรับประทานไข่ในปริมาณที่เหมาะสม คือประมาณ 1 ฟองต่อวัน ไม่มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมองอย่างที่มีความกังวลในอดีต อย่างไรก็ตาม หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจ



ภาพจาก iStock


5 เมนูไข่สุขภาพสำหรับวัย 50+

1. ไข่ตุ๋นผักสามสี (แครอท, ข้าวโพด, ถั่วลันเตา)

    • วิธีทำ : ตอกไข่ผสมน้ำซุปโซเดียมต่ำในอัตราส่วน 1:2 ใส่ผักสามสี นึ่งด้วยไฟอ่อนประมาณ 10-15 นาที จนเนื้อเนียนนุ่ม
    • ข้อดี : ย่อยง่ายมาก และได้เบต้าแคโรทีนจากผัก

2. ไข่คนสมุนไพรใส่ขมิ้นและพริกไทยดำ

    • วิธีทำ : ตีไข่กับนมพร่องมันเนยเล็กน้อย ใส่ผงขมิ้นและพริกไทยดำ ปรุงในกระทะเทฟลอนด้วยไฟอ่อนจนเริ่มสุกแต่ยังชุ่มฉ่ำ
    • ข้อดี : ขมิ้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบในข้อต่อ

3. ไข่ต้มยางมะตูมทานคู่กับอะโวคาโด

    • วิธีทำ : ต้มไข่ในน้ำเดือด 7 นาทีแล้วน็อคน้ำเย็น ปอกเปลือกผ่าครึ่ง วางบนอะโวคาโดฝาน โรยพริกไทยเล็กน้อย
    • ข้อดี : ได้ไขมันดี (HDL) จากอะโวคาโด ช่วยบำรุงหัวใจและสมอง

4. สลัดไข่ต้มน้ำสลัดใส

    • วิธีทำ : หั่นไข่ต้มเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนผักสลัดหลากหลายชนิด ราดด้วยน้ำสลัดน้ำส้มสายชูบัลซามิกหรือน้ำมันมะกอกผสมมะนาว
    • ข้อดี : เลี่ยงไขมันอิ่มตัวจากมายองเนส และได้กากใยช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

5. ไข่เจียวไร้น้ำมันใส่ใบโหระพา

    • วิธีทำ : ใช้กระทะเทฟลอนคุณภาพดี ตีไข่ใส่ใบโหระพาสดสับหยาบ เทลงกระทะโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน (หรือใช้สเปรย์น้ำมันเพียงเล็กน้อย)
    • ข้อดี : ใบโหระพาช่วยขับลมและมีกลิ่นหอมช่วยให้เจริญอาหารโดยไม่ต้องปรุงเค็มมาก



ภาพจาก iStock


อาหารเสริมทัพสำหรับวัย 50+ ที่ไม่ควรพลาด

นอกจากไข่ไก่แล้ว ดร. อัน ยังแนะนำอาหารที่เป็น "Multitasking Foods" หรืออาหารที่มีสารอาหารหลากหลายในหนึ่งเดียว ได้แก่ :-

    • ถั่ว (Beans) : แหล่งโปรตีนและไฟเบอร์ชั้นยอด ช่วยคุมน้ำตาลและบำรุงหัวใจ
    • ปลาแซลมอน : ให้โปรตีน โอเมก้า-3 และแคลเซียม ซึ่งดีต่อทั้งหัวใจและกระดูก
    • ผักใบเขียว : เช่น คะน้า หรือปวยเล้ง ที่มีแคลเซียมสูง ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก

การดูแลสุขภาพในวัย 50+ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง "ไข่ไก่" เพียงฟองเดียวในมื้อเช้า อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนสุขภาพคุณได้ในระยะยาว

ที่มา : Parade




ขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/2907087
11 ม.ค. 2569 ,14:44 น. | ไลฟ์สไตล์ > อาหาร | ไทยรัฐออนไลน์

 14 
 เมื่อ: มกราคม 12, 2026, 01:13:32 pm 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 15 
 เมื่อ: มกราคม 12, 2026, 10:38:23 am 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 16 
 เมื่อ: มกราคม 12, 2026, 10:37:51 am 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 17 
 เมื่อ: มกราคม 11, 2026, 01:59:23 pm 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
/

 18 
 เมื่อ: มกราคม 11, 2026, 10:38:44 am 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
/

 19 
 เมื่อ: มกราคม 11, 2026, 10:26:21 am 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 20 
 เมื่อ: มกราคม 10, 2026, 02:10:28 pm 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
/

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10