- สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน «
- กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
|
11
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: รับทุบตึก | บริการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2026, 10:59:00 am
|
||
| เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11 | ||
|
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้
|
||
|
12
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / "ประเทศที่คนแต่งงานช้า" โสดนานไม่ใช่บังเอิญ อายุเท่าไหร่ แล้วไทยอยู่ตรงไหน.?
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2026, 08:09:19 am
|
||
| เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan | ||
|
.
เปิดข้อมูล "ประเทศที่คนแต่งงานช้า" โสดนานไม่ใช่บังเอิญ อายุเท่าไหร่ แล้วไทยอยู่ตรงไหน.?! เปิดข้อมูล “ประเทศที่คนแต่งงานช้า” จากสถิติทางการ อายุแต่งงานครั้งแรกเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก เพราะเศรษฐกิจ–ค่านิยมเปลี่ยน ข้อมูลจากหน่วยงานสถิติระดับประเทศและองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ชี้ว่า อายุเฉลี่ยของการแต่งงานครั้งแรกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โครงสร้างครอบครัว และค่านิยมของคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ การจัดอันดับต่อไปนี้อ้างอิงจาก อายุเฉลี่ยการแต่งงานครั้งแรก (Mean age at first marriage) ของประเทศที่มีข้อมูลเผยแพร่ล่าสุด ไม่ได้หมายความว่าเป็น “ที่สุดในโลก” แบบครอบคลุมทุกประเทศ แต่เป็นกลุ่มประเทศที่มีตัวเลขสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่มีข้อมูลเปรียบเทียบ @@@@@@@ ประเทศที่มีอายุแต่งงานครั้งแรกสูง (ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการ) เกาหลีใต้ ข้อมูลจาก Statistics Korea ระบุว่า อายุเฉลี่ยแต่งงานครั้งแรกของผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 33 ปี และผู้หญิงประมาณ 31 ปี นับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอายุแต่งงานครั้งแรกสูงที่สุดในเอเชีย สาเหตุสำคัญคือค่าครองชีพ ราคาที่อยู่อาศัย และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ญี่ปุ่น สถิติจาก Statistics Bureau of Japan ระบุว่า ผู้ชายแต่งงานครั้งแรกเฉลี่ยราว 31–32 ปี และผู้หญิงประมาณ 29–30 ปี แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการทำงานและความมั่นคงทางการเงิน สเปน ข้อมูลจาก Eurostat และ INE ของสเปน ระบุว่า อายุเฉลี่ยการแต่งงานครั้งแรกของผู้ชายมากกว่า 34 ปี และผู้หญิงมากกว่า 32 ปี โดยสเปนจัดอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปที่แต่งงานช้าที่สุด อิตาลี สถิติจาก ISTAT ชี้ว่า อายุเฉลี่ยแต่งงานครั้งแรกของผู้ชายอยู่ในช่วงมากกว่า 34 ปี และผู้หญิงประมาณ 32 ปี สาเหตุสำคัญคือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่และการพึ่งพาครอบครัวเดิมนานขึ้น สวีเดน แม้สวีเดนจะมีรัฐสวัสดิการเข้มแข็ง แต่อายุเฉลี่ยแต่งงานครั้งแรกยังอยู่ในระดับสูงกว่า 32–34 ปี ส่วนหนึ่งเพราะสังคมยอมรับการอยู่ร่วมกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส ตารางเปรียบเทียบ อายุเฉลี่ยการแต่งงานครั้งแรก ในแต่ละประเทศ ![]() @@@@@@@ แล้วประเทศไทยล่ะ.? คนไทยแต่งงานช้าขึ้นจริงไหม ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและงานวิจัยด้านประชากรของไทยชี้ว่า คนไทยแต่งงานช้าขึ้นอย่างชัดเจน โดยอายุเฉลี่ยการแต่งงานครั้งแรกของผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 28–29 ปี และผู้หญิงประมาณ 25–26 ปี ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศพัฒนาแล้ว แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นักประชากรศาสตร์ระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากระยะเวลาการศึกษา การสร้างฐานะทางการเงิน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกชะลอการแต่งงานออกไปก่อน เมื่อเทียบกับประเทศอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือยุโรป ไทยอาจยังไม่ใช่ประเทศที่แต่งงานช้าที่สุด แต่ทิศทางกำลังเคลื่อนเข้าใกล้รูปแบบเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ทำไมคนทั่วโลกแต่งงานช้าลง.? 1. ค่าครองชีพและราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้น 2. ระยะเวลาการศึกษาและการสร้างอาชีพยาวนานขึ้น 3. ความไม่มั่นคงด้านรายได้ของคนรุ่นใหม่ 4. ค่านิยมที่ยอมรับการอยู่ร่วมกันโดยไม่แต่งงาน 5. การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตก่อนสร้างครอบครัว แนวโน้ม “แต่งงานช้า” ไม่ได้สะท้อนการลดลงของคุณค่าความสัมพันธ์ แต่เป็นผลจากโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป การอ้างอิงอายุเฉลี่ยการแต่งงานครั้งแรกจากหน่วยงานสถิติทางการช่วยให้เห็นภาพแนวโน้มอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่สรุปเกินกว่าข้อมูลที่มีอยู่ แหล่งข้อมูลอ้างอิง - OECD - Statistics Bureau of Japan - Statistics Korea - Eurostat - ISTAT Italy ขอบคุณ : https://www.sanook.com/news/9875386/ S! News สนับสนุนเนื้อหา | 25 ก.พ. 69 (14:35 น.) |
||
|
13
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / คุณรู้ไหม…‘การกอด’ คือ ยาวิเศษ สามารถบำบัดได้ทั้งกายและใจ
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2026, 07:57:18 am
|
||
| เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan | ||
|
.
![]() คุณรู้ไหม…‘การกอด’ คือ ยาวิเศษ สามารถบำบัดได้ทั้งกายและใจ “การกอด”…สามารถบำบัดได้ทั้งกายและใจเป็นของขวัญดีๆ ต่อสุขภาพของเราเอง วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)โดยกรมอนามัยกล่าวถึงความลับจาก “การกอด” ว่า ทุกวันอาจไม่ใช่วันที่สดใสสำหรับทุกคน บางครั้งปัญหาเรื่องเรียน งาน ความรัก หรือการเงิน ทำให้เรารู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางความมืด แต่ท่ามกลางความหนักหนานั้น ยังมี “แสงเล็ก ๆ” ที่คอยโอบล้อมเราไว้เสมอ นั่นคือครอบครัว และอ้อมกอดจากคนที่รัก เพราะบางครั้งเราไม่ได้ต้องการคำตอบของปัญหา แค่ต้องการใครสักคนกอดแน่น ๆ เพื่อบอกว่า “ยังมีฉันอยู่ข้าง ๆ” เพราะฉะนั้น อย่ามองข้ามพลังของอ้อมกอดธรรมดา ๆ ที่ดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย @@@@@@@@ ความลับจากการกอด ที่คุณไม่เคยรู้ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย • ช่วยเพิ่มฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกายดีขึ้น • ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจเพราะระดับฮอร์โมนออกซิโทซินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง • ช่วยลดช่องว่างในครอบครัวเติมเต็มความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจกันมากขึ้น • ช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด เพราะฉะนั้น อย่ารอให้ถึงวันที่เหนื่อยล้าที่สุดแล้วค่อยกอดกัน อ้อมกอดเล็ก ๆ ในวันนี้ อาจเป็นพลังใจสำคัญของใครบางคน และยังเป็นของขวัญดี ๆ ต่อสุขภาพของเราเองด้วย บางครั้งการดูแลกัน ไม่ต้องใช้คำพูดมากมาย แค่กอดให้แน่นพอ ก็ส่งต่อทั้งความรักและพลังชีวิตได้อย่างมหาศาล ขอบคุณ : https://www.dailynews.co.th/news/5628024/ ข่าว - การเมือง | 27 ก.พ. 2569 • 6:30 น. |
||
|
14
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / ‘วัดสระเกศฯ’ เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมบูรณะฟื้นฟู ‘ต้นพระศรีมหาโพธิ์’ อายุ 200 ปี
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2026, 07:51:22 am
|
||
| เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan | ||
|
.
![]() ‘วัดสระเกศฯ’ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมบูรณะฟื้นฟู ‘ต้นพระศรีมหาโพธิ์’ สมัยร.2 อายุกว่า 200 ปี วัดสระเกศฯ จัดกิจกรรมฟื้นฟูต้นพระศรีมหาโพธิ์ สมัยรัชกาลที่ 2 เนื่องในวันมาฆบูชา วันที่ 3 มี.ค. 2569 ณ ลานโพธิ์ลังกา วัดสระเกศฯ พระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า วัดสระเกศฯ จะจัดกิจกรรมฟื้นฟูต้นพระศรีมหาโพธิ์ สมัยรัชกาลที่ 2 เนื่องในวันมาฆบูชา วันที่ 3 มี.ค. 2569 ณ ลานโพธิ์ลังกา วัดสระเกศฯ โดยในช่วงเช้าเวลา 07.00 น. จะมีพิธีตักบาตรที่ลานโพธิ์ลังกา พร้อมทั้งเปิดลานโพธิ์ลังกาให้ประชาชนได้มาสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเวียนเทียนรอบต้นโพธิ์ลังกาได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้น จะมีการจัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของต้นโพธิ์ลังกาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะใบของโพธิ์ลังกา ซึ่งจะมีความแตกต่างจากโพขี้นก หรือโพท้องถิ่น จากนั้นเวลา 19.00 น. จะมีพิธีเวียนเทียนขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ บนองค์พระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง และเวลา 20.00 น. จะมีการแสดงธรรมกัณฑ์พิเศษ ประกอบ แสง สี เสียง บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ผ่านการเดินทางอันยาวนานนับพันปี กว่าจะถึงแผ่นดินสยาม ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 2 และเจริญงอกงาม เติบโตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยต่อมาอีกร่วม 200 ปี ![]() พระราชกิจจาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากทางวัดสระเกศฯ พบว่า ต้นโพธิ์ลังกาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ ถูกคุกคามโดยโพขี้นก ทั้งยังถูกเบียดเบียนจากเห็ดรา จึงแคระแกร็นอ่อนล้าลง ดังนั้นจึงจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทย มาร่วมแรงร่วมใจกันในการบูรณะ ฟื้นฟูต้นพระศรีมหาโพธิ์ให้กลับมาเป็น “พระมหาเจดีย์ที่มีชีวิต” แผ่กิ่งก้านสาขาเจริญงอกงาม ทำหน้าที่สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบไป ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้า ประทับนั่งตรัสรู้ จึงเป็น “บริโภคเจดีย์” เป็นเจดีย์มีชีวิตที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เกิดวันเดียวกันกับวันที่พระมหาโพธิสัตว์ประสูติ หยั่งรากลงดิน เจริญงอกงามเติบโต แผ่กิ่งก้านสาขา อยู่ท่ามกลางผืนป่าอันเงียบสงบ รอการมาของพระมหาบุรุษผู้เป็นสหชาติ เมื่อพระมหาบุรุษเสด็จออกผนวชเพื่อแสวงหาโมกขธรรม ขณะมีอายุ 29 ปี และตรัสรู้ที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ในอีก 6 ปีถัดมา ขณะตรัสรู้พระพุทธองค์มีพระชนมายุ 35 ปี ขณะนั้นต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็เติบโตเต็มที่มีอายุได้ 35 ปี และเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยพระชนมายุ 80 ปี ต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็มีอายุ 80 ปี เท่ากับอายุของพระพุทธเจ้า แม้พระพุทธเจ้าจะปรินิพพานไปแล้ว แต่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ยังคงมีชีวิต ทำหน้าที่สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ผ่านกาลเวลาอยู่ต่อมานับพันปี เสมือนหนึ่งพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ต่อมาในพ.ศ. 236 พระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้พระสังฆมิตตาเถรี อัญเชิญกิ่งด้านขวาของพระศรีมหาโพธิ์ จากพุทธคยา เดินทางโดยเรือไปเกาะลังกา พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ กษัตริย์แห่งลังกา เสด็จลงน้ำถึงพระอุระไปรอรับหน่อพระศรีมหาโพธิ์ด้วยพระองค์เอง ขณะนั้นต้นพระศรีมหาโพธิ์มีอายุได้ 316 ปี ![]() ต่อมา พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดให้เลือกพระภิกษุผู้ชอบเที่ยวธุดงค์ ได้พระอาจารย์ดีกับพระอาจารย์เทพจากสำนักวัดสระเกศ เป็นหัวหน้าสมณทูตออกไปสืบพระศาสนาที่ลังกา พร้อมด้วยคณะสงฆ์รวม 8 รูป พระอาจารย์ดีกับพระอาจารย์เทพไปอยู่เป็นเวลา 3 ปี ครั้นกลับมาได้นำหน่อต้นโพธิ์ลังกา พันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ เมืองอนุราธบุรีมาถวายรัชกาลที่ 2 จำนวน 3 ต้น และพ.ศ. 2361 ทรงโปรดฯ ให้ปลูกไว้ที่วัดสระเกศ 1 ต้น อยู่ที่ลานโพธิ์หน้าพระอุโบสถ ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ และตั้งแต่ พ.ศ. 2361 อันเป็นปีที่หน่อโพธิ์ลังกาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ ถูกปลูกลงบนผืนแผ่นดินไทย จนถึงปัจจุบัน นับโดยปีได้ 208 ปี และในบรรดาสหชาติทั้ง 7 ที่เกิดวันเดียวกันกับพระพุทธเจ้านั้น ต้นพระศรีมหาโพธิ์ คือ สิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ที่อยู่ทันพระพุทธเจ้า และมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบัน พุทธศาสนิกชนชาวไทยควรภูมิใจว่า เรามีต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดียวกันกับต้นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ขอบคุณ : https://www.dailynews.co.th/news/5629097/ ข่าว > การศึกษา-ศาสนา | 24 ก.พ. 2569 • 8:30 น. |
||
|
15
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ปั้มไลค์โพสต์ Facebook ครบวงจร ปั้มไลค์ระบบอัตโนมัติ 100% ใช้งานง่าย
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2026, 03:12:21 pm
|
||
| เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1 | ||
|
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้
|
||
|
16
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ปั้มไลค์ยอดขึ้นไว #ปั้มไลค์ราคาถูกที่สุด #ปั๊มไลค์โพสในเฟส ใช้ Autobotkub.com
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2026, 01:49:16 pm
|
||
| เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1 | ||
|
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้
|
||
|
17
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: รับทุบตึก | บริการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2026, 01:08:38 pm
|
||
| เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11 | ||
|
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้
|
||
|
18
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2026, 11:37:14 am
|
||
| เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan | ||
|
.
![]() รอยพระพุทธบาท ๓ รอย ที่กล่าวไว้ในอรรถกถา ๑. อรรถกถามาคันทิยสูตรที่ ๙ มีจำนวน ๑ รอย ๒. อรรถกถาปุณณสูตรที่ ๕ มีจำนวน ๒ รอย มีรายละอียดโดยสังเขป ดังนี้ ![]() อรรถกถามาคันทิยสูตรที่ ๙ (คัดมาบางส่วน) มาคันทิยสูตรมีคำเริ่มต้นว่า ทิสฺวาน ตณฺหํ เพราะเห็นนางตัณหาดังนี้. พระสูตรนี้มีการเกิดขึ้นอย่างไร.? สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กรุงสาวัตถี ในเวลาใกล้รุ่ง ทรงตรวจดูโลกด้วยทิพยจักษุ ทรงเห็นอุปนิสัยพระอรหัตของมาคันทิยพราหมณ์พร้อมกับภรรยาชาวกัมมาสธัมมนิคม แคว้นกุรุ ทันใดนั้นเองได้เสด็จไป ณ ที่นั้น ทรงเปล่งพระรัศมีสีทองประทับนั่ง ณ ไพรสณฑ์แห่งหนึ่ง ไม่ไกลกัมมาสธัมมนิคม. ขณะนั้นแม้มาคันทิยพราหมณ์ก็ได้ไป ณ นิคมนั้นเพื่อล้างหน้า เห็นรัศมีสีทอง คิดว่านี่อะไร มองดูข้างโน้นข้างนี้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ดีใจ. นัยว่า ธิดาของพราหมณ์นั้นก็มีผิวเหมือนทองด้วย. บรรดาขัตติยกุมารเป็นต้นเป็นอันมากพากันขอนางนั้นก็ไม่ได้. พราหมณ์ตั้งความมุ่งหมายไว้ว่าจักยกธิดาให้แก่สมณะผู้มีผิวคล้ายทองเท่านั้น. พราหมณ์เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเกิดความคิดขึ้นว่า สมณะนี้มีผิวเหมือนธิดาของเรา เราจะยกธิดาของเราให้สมณะนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อพราหมณ์เห็นจึงดีใจ รีบไปเรือนบอกกะนางพราหมณีว่า แม่มหาจำเริญ แม่มหาจำเริญ ฉันเห็นชายผิวทองเหมือนลูกสาวแล้ว แม่นางจงแต่งตัวลูกสาวเถิด เราจะยกให้สมณะนั้น. เมื่อนางพราหมณีเอาน้ำหอมอาบลูกสาว แล้วตกแต่งด้วยผ้าดอกไม้และเครื่องประดับเป็นต้นอยู่นั้นเอง จนถึงเวลาภิกขาจารของพระผู้มีพระภาคเจ้า. @@@@@@@ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังกัมมาสธัมมนิคม. พราหมณ์และพราหมณีก็พาธิดาไปถึงโอกาสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่ง ณ ที่นั้น นางพราหมณีไม่เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า เหลียวดูข้างโน้นข้างนี้ ได้เห็นแต่เครื่องลาดหญ้าที่ปูไว้เป็นที่ประทับนั่งของพระผู้มีพระภาคเจ้า. ด้วยกำลังอธิษฐานของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย โอกาสที่ประทับนั่งและรอยพระบาทไม่อากูล. นางพราหมณีจึงกล่าวกะพราหมณ์ว่า พ่อพราหมณ์ นี่เครื่องลาดหญ้าปูไว้สำหรับสมณะนั้นหรือ. พราหมณ์ตอบว่า ถูกแล้ว แม่นาง. นางพราหมณีกล่าวว่า พ่อพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น การมาของเราไม่สำเร็จสมประสงค์เสียแล้ว. พราหมณ์ถามว่า เพราะอะไรเล่า แม่นาง. นางพราหมณีตอบว่า พ่อพราหมณ์จงดูซิ ปูหญ้ายังเรียบร้อย นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคกามจะใช้สอย. พราหมณ์กล่าวว่า แม่นางเมื่อเราแสวงหาสิ่งเป็นมงคล แม่นางอย่าได้พูดถึงสิ่งไม่เป็นมงคลเลย. นางพราหมณีเที่ยวเดินไปข้างโน้นข้างนี้อีก เห็นรอยพระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกล่าวกะพราหมณ์ว่า พ่อพราหมณ์จงดูรอยเท้านั้นซิ ผู้นี้ไม่ใช่ผู้หมกมุ่นในกามเลย. พราหมณ์ถามว่า แม่นางรู้ได้อย่างไรเล่า. นางเมื่อจะแสดงความรู้ของตน จึงกล่าวว่า เป็นความจริง เท้าของคนกำหนัดเป็นเท้ากระโหย่ง เท้าของคนโทสะเป็นเท้าขย่ม เท้าของคนโมหะลงส้น เท้าเช่นนี้เป็นเท้าของผู้มีกิเลสเพียงดังหลังคาเปิดแล้ว. กถานี้ยังไม่ชัดเจนแก่พราหมณ์และนางพราหมณีนั้น. @@@@@@@ ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว ได้เสด็จมายังไพรสณฑ์นั้น. นางพราหมณีเห็นพระรูปของพระผู้มีพระภาคเจ้า งดงามด้วยพระลักษณะอันเลิศ แวดวงด้วยพระรัศมีวาหนึ่ง จึงกล่าวกะพราหมณ์ว่า พ่อพราหมณ์ เห็นสมณะนั้นหรือยัง. พราหมณ์ตอบว่า เห็นแล้วแม่นาง. นางพราหมณีกล่าวว่า สมณะนี้จักไม่บริโภคกามเป็นแน่ เรามาเสียเวลาเสียแล้ว ผู้มีลักษณะอย่างนี้จักบริโภคกามข้อนั้นมิใช่ฐานะที่จะมีได้. ฯลฯ. ที่มา : อรรถกถา ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อัฏฐกวรรค มาคันทิยสูตร https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=416&fontsz=0 ![]() อรรถกถาเล่มที่ ๒๙ ภาษาบาลีอักษรไทย สุตฺต.อ.๒ (ปรมตฺถ.๒) (คัดมาบางส่วน) ๙. มาคนฺทิยสุตฺตวณฺณนา [๘๔๒] ทิสฺวาน ตณฺหนฺติ มาคนฺทิยสุตฺตํ. กา อุปปตฺติ? เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต ปจฺจูสสมเย พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โอโลเกนฺโต กุรูสุ กมฺมาสธมฺมนิคมวาสิโน มาคนฺทิยสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส สปชาปติกสฺส อรหตฺตูปนิสฺสยํ ทิสฺวา ตาวเทว สาวตฺถิโต ตตฺถ คนฺตฺวา กมฺมาสธมฺมสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ นิสีทิ สุวณฺโณภาสํ มุญฺจมาโน. มาคนฺทิโยปิ ตํขณํ ตตฺถ มุขโธวนตฺถํ คโต สุวณฺโณภาสํ ทิสฺวา "กึ อิทนฺ"ติ อิโต จิโต จ เปกฺขนฺโต ภควนฺตํ ทิสฺวา อตฺตมโน อโหสิ. ตสฺส กิร ธีตา สุวณฺณวณฺณา, ตํ พหู ขตฺติยกุมาราทโย วารยนฺตา น ลภนฺติ. พฺราหฺมโณ เอวํลทฺธิโก โหติ "สมณสฺเสว นํ สุวณฺณวณฺณสฺส ทสฺสามี"ติ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา "อยํ เม ธีตาย สมานวณฺโณ, อิมสฺส นํ ทสฺสามี"ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. ตสฺมา ทิสฺวาว อตฺตมโน อโหสิ. โส เวเคน ฆรํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณึ อาห "โภติ โภติ มยา ธีตาย สมานวณฺโณ ปุริโส ทิฏฺโฐ, อลงฺกโรหิ ทาริกํ, ตสฺส นํ ทสฺสามา"ติ. พฺราหฺมณิยา ทาริกํ คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา วตฺถปุปฺผาลงฺการาทีหิ อลงฺกโรนฺติยา เอว ภควโต ภิกฺขาจารเวลา สมฺปตฺตา. @@@@@@@ อถ ภควา กมฺมาสธมฺมํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. เตปิ โข ธีตรํ คเหตฺวา ภควโต นิสินฺโนกาสํ อคมํสุ, ตตฺถ ภควนฺตํ อทิสฺวา พฺราหฺมณี อิโต จิโต จ วิโลเกนฺตี ภควโต นิสชฺชฏฺฐานํ ติณสนฺถารกํ อทฺทส. พุทฺธานญฺจ อธิฏฺฐานพเลน นิสินฺโนกาโส ปทนิกฺเขโป จ อพฺยากุลา โหนฺติ. สา พฺราหฺมณํ อาห. "เอส พฺราหฺมณ ตสฺส ติณสนฺถาโร"ติ, อาม โภตีติ. เตนหิ พฺราหฺมณ อมฺหากํ อาคมนกมฺมํ น สมฺปชฺชิสฺสตีติ. กสฺมา โภตีติ? ปสฺส พฺราหฺมณ อพฺยากุโล ติณสนฺถาโร, เนโส กามโภคิโน ปริภุตฺโตติ. พฺราหฺมโณ "มา โภติ มงฺคเล ปริเยสิยมาเน อวมงฺคลํอภณี"ติ อาห. ปุนปิ พฺราหฺมณี อิโต จิโต จ วิจรนฺตี ภควโต ปทนิกฺเขปํ ทิสฺวา พฺราหฺมณํ อาห "อยํ ตสฺส ปทนิกฺเขโป"ติ อาม โภตีติ. ปสฺส พฺราหฺมณ ปทนิกฺเขปํ, นายํ สตฺโต กาเมสุ คธิโต"ติ "กถํ ตฺวํ โภติ ชานาสี"ติ จ วุตฺตา อตฺตโน ปญฺญาพลํ ทสฺเสนฺตี อาห :- "รตฺตสฺส หิ อุกฺกุฏิกํ ปทํ ภเว ทุฏฺฐสฺส โหติ อนุกฑฺฒิตํ ปทํ มูฬฺหสฺส โหติ สหสานุปีฬิตํ วิวฏจฺฉทสฺส อิทมีทิสํ ปทนฺ" ติ. อยํ หิ เตสํ กถา วิปฺปกตา, @@@@@@@ อถ ภควา กตภตฺตกิจฺโจ ตเมว วนสณฺฑํ อาคโต. พฺราหฺมณี ภควโต วรลกฺขณขจิตํ พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺตํ รูปํ ทิสฺวา พฺราหฺมณํ อาห "เอส ตยา พฺราหฺมณ ทิฏฺโฐ"ติ. อาม โภตีติ. อยํ กาเม น ปริภุญฺชิสฺสติ, อาคตกมฺมํ นสมฺปชฺชิสฺสเตว, เอวรูโป นาม กาเม ปริภุญฺชิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ. ที่มา : https://84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=29&A=8561 ![]() อรรถกถาปุณณสูตรที่ ๕ (คัดมาบางส่วน) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงชำระพระวรกายแต่เช้าตรู่ เสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี ทรงนั่งเข้าผลสมาบัติ. บัณฑุกัมพลสิลาอาสน์ของท้าวสักกะแสดงอาการร้อนแล้ว ท่านรำพึงว่านี้อะไรกัน จึงเห็นพระศาสดาเสด็จไปยังแคว้นสุนาปรันตะ จึงตรัสเรียก "วิสสุกัมเทพบุตร" มาสั่งว่า พ่อเอ้ย วันนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจักเสด็จเที่ยวบิณฑบาต ประมาณ ๓๐๐ โยชน์ ท่านจงสร้างเรือนยอด ๕๐๐ หลัง จงประดิษฐานเตรียมไว้ยอดซุ้มประตูพระวิหารพระเชตวัน. วิสสุกรรมเทพบุตรก็ได้จัดตามเทวโองการ เรือนยอดของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้เป็น ๔ มุข. ของพระอัครสาวก ๒ มุข. นอกนั้นมีมุขเดียว. พระศาสดาเสด็จออกจากพระคันธกุฎี เสด็จเข้าไปเรือนยอดที่ใกล้ ในบรรดาเรือนยอดอันตั้งไว้ตามลำดับ. มีภิกษุ ๔๙๙ รูป นับตั้งแต่พระอัครสาวกเป็นต้นไป จึงได้เข้าไป ได้มีเรือนยอดว่างอยู่หลังหนึ่ง. เรือนยอดทั้ง ๕๐๐ หลังลอยละลิ่วไปในอากาศ. @@@@@@@ พระศาสดาเสด็จถึงสัจจพันธบรรพต ได้พักเรือนยอดไว้บนอากาศ ดาบสผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ชื่อว่าสัจจพันธ์ที่บรรพตนั้น ให้มหาชนถือมิจฉาทิฏฐิ เป็นผู้ถึงความเป็นเลิศด้วยลาภและเลิศด้วยยศอยู่. แต่ธรรมอันเป็นอุปนิสสัยแห่งพระอรหัตตผลในภายในของท่านย่อมรุ่งโรจน์เหมือนประทีปลุกโพลงในภายในฉะนั้น. พระศาสดาครั้นทรงเห็นดังนั้นแล้ว จึงคิดว่าเราจักแสดงธรรมแก่เขา ดังนี้แล้วจึงเสด็จไปแสดงธรรม. ในเวลาจบเทศนา พระดาบสบรรลุพระอรหัต. อภิญญามาถึงท่านพร้อมด้วยพระอรหัตที่บรรลุนั่นเอง. ท่านเป็นเอหิภิกษุ ทรงไว้ซึ่งบาตรและจีวรอันสำเร็จแล้วด้วยฤทธิ์ ก็เข้าไปเรือนยอด (หลังที่ว่าง) พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยภิกษุ ๕๐๐ รูปผู้อยู่ที่เรือนยอด เสด็จไปวานิชคาม กระทำเรือนยอดไม่ให้มีใครเห็นแล้ว เสด็จเข้ายังวานิชคาม. พวกพ่อค้าถวายทานแด่สงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วนำพระศาสดาไปยังกุฏาคาร. พระศาสดาได้เสด็จเข้าไปยังโรงกลม. มหาชนบริโภคอาหารเช้าตราบเท่าที่คิดว่า พระศาสดาทรงสงบระงับความหิวอาหาร แล้วสมาทานองค์อุโบสถ ถือเอาของหอมและดอกไม้เป็นอันมาก กลับมายังอารามเพื่อต้องการฟังธรรม. พระศาสดาทรงแสดงธรรมเกิดเป็นประมุขที่ผูกเป็นหุ่นของมหาชน. โกลาหลเพราะพระพุทธองค์ได้มีเป็นอันมาก. @@@@@@@ พระศาสดาประทับอยู่ในที่นั้นนั่นเองตลอด ๗ วันเพื่อสงเคราะห์มหาชน. พออรุณขึ้นก็ได้ปรากฏอยู่ในมหาคันธกุฎีนั้นเอง. ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา ๗ วัน การตรัสรู้ธรรมได้มีแก่สัตว์ ๘๔,๐๐๐. พระองค์ประทับอยู่ ณ ที่นั้น ๗ วัน เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในวานิชคาม ให้พระปุณณเถระกลับด้วยตรัสสั่งว่า เธอจงอยู่ในที่นี้แล ได้เสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำนัมมทานทีอันมีอยู่โดยลำดับ. พระยานาคนัมมทากระทำการต้อนรับพระศาสดา ให้เสด็จเข้าไปสู่ภพนาค ได้กระทำสักการะต่อพระรัตนตรัย. พระศาสดาแสดงธรรมแก่พระยานาคนั้น แล้วออกจากภพนาค. พระยานาคนั้นอ้อนวอนว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงประทานสิ่งที่ควรสละแก่ข้าพระองค์. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง เจดีย์คือรอยพระบาทไว้ ณ ฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เจดีย์คือรอยพระบาทนั้น เมื่อคลื่นหลากมาๆ ย่อมปิด เมื่อคลื่นไปแล้วย่อมเปิดออก ความถึงพร้อมด้วยมหาสักการะได้มีแล้ว. @@@@@@@ พระศาสดาเสด็จออกจากที่นั้น แล้วเสด็จไปยังสัจจพันธบรรพต ตรัสกะสัจจพันธภิกษุว่า เธอทำให้มหาชนหยั่งลงไปในทางอบาย เธอจงอยู่ในที่นี้แหล่ะ ให้ชนเหล่านั้นสละลัทธิเสีย แล้วให้ดำรงอยู่ในทางแห่งพระนิพพาน. ฝ่ายพระสัจจพันธภิกษุนั้นทูลขอข้อที่ควรประพฤติ. พระศาสดาแสดงพระเจดีย์ คือ รอยพระบาท ที่หลังแผ่นหินแท่งทึบ เหมือนรอยตราที่ก้อนดินเหนียวเปียก. แต่นั้นก็เสด็จ กลับพระวิหารเชตวันตามเดิม. ที่มา : อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ,๕. ปุณณสูตร https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=18&i=112 ![]() อรรถกถาเล่มที่ ๑๓ ภาษาบาลีอักษรไทย สํ.อ. (สารตฺถ.๓) (คัดมาบางส่วน) ๕-๖. ปุณฺณสุตฺตาทิวณฺณนา ภควา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทิ. สกฺกสฺส ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อุณฺหํ อโหสิ. โส "กึ อิทนฺ"ติ อาวชฺเชตฺวา สตฺถุ สุนาปรนฺตคมนํ ทิสฺวา วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตสิ "ตาต อชฺช ภควา ตึสมตฺตานิ โยชนสตานิ ปิณฺฑจารํ คมิสฺสติ, ปญฺจ กูฏาคารสตานิ มาเปตฺวา เชตวนทฺวารโกฏฺฐมตฺถเก คมนสชฺชานิ กตฺวา ฐเปหี"ติ. โส ตถา อกาสิ. ภควโต กูฏาคารํ จตุมุขํ อโหสิ, ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ ทฺวิมุขานิ, เสสานิ เอกมุขานิ, สตฺถา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม ปฏิปาฏิยา ฐปิตกูฏาคาเรสุ ธุรกูฏาคารํ ปาวิสิ. เทฺว อคฺคสาวเก อาทึ กตฺวา เอกูนปญฺจภิกฺขุสตานิปิ กูฏาคารคตานิ อเหสุํ, เอกํ ตุจฺฉํ กูฏาคารํ อโหสิ, ปญฺจปิ กูฏาคารสตานิ อากาเส อุปฺปตึสุ. @@@@@@@ สตฺถา สจฺจพนฺธปพฺพตํ นาม ปตฺวา กูฏาคารํ อากาเส ฐเปสิ. ตสฺมึ ปพฺพเต สจฺจพนฺโธ นาม มิจฺฉาทิฏฺฐิตาปโส มหาชนํ มิจฺฉาทิฏฺฐึ อุคฺคณฺหาเปนฺโต ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต หุตฺวา วสติ, อพฺภนฺตเร จสฺส อนฺโตจาฏิยํ ปทีโป วิย อรหตฺตผลสฺส อุปนิสฺสโย ชลติ. ตํ ทิสฺวา "ธมฺมธชสฺส กเถสฺสามี"ติ คนฺตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. ตาปโส เทสนาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปาปุณิ. มคฺเคเนวสฺส อภิญฺญา อาคตา, โส เอหิภิกฺขุ หุตฺวา อิทฺธิมยปตฺตจีวรธโร กูฏาคารํ ปาวิสิ. ภควา กูฏาคารคเตหิ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ วาณิชคามํ คนฺตฺวา กูฏาคารานิ อทิสฺสมานกานิ กตฺวา วาณิชคามํ ปาวิสิ. วาณิชา พุทฺธปฺปมุขสฺส สํฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา สตฺถารํ กูฏาคารํ นยึสุ. สตฺถา มณฺฑลมาลํ ปาวิสิ. มหาชโน ยาว สตฺถา ภตฺตทรถํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ, ตาว ปาตราสํ กตฺวา อุโปสถงฺคานิ สมาทาย พหุํ คนฺธญฺจ ปุปฺผญฺจ อาทาย ธมฺมสฺสวนตฺถาย อารามํ ปจฺจาคมาสิ. สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. มหาชนสฺส พนฺธนโมกฺโข ชาโต,มหนฺตํ พุทฺธโกลาหลํ อโหสิ. @@@@@@@ สตฺถา มหาชนสฺส สงฺคหตฺถาย สตฺตาหํ ตฺตเถว วสติ, อรุณํ ปน มหาคนฺธกุฏิยํเยว อุปฏฺฐเปสิ. สตฺตาหมฺปิ ธมฺมเทสนาปริโยสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ตตฺถ สตฺตาหํ วสิตฺวา วาณิชคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา "ตฺวํ อิเธว วสาหี"ติ ปุณฺณตฺเถรํ นิวตฺเตตฺวา อนฺตเรน นมฺมทานที นาม อตฺถิ, ตสฺสา ตีรํ อคมาสิ. นมฺมทา นาม นาคราชา สตฺถุ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา นาคภวนํ ปเวเสตฺวา ติณฺณํ รตนานํ สกฺการํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมํ กเถตฺวา นาคภวนา นิกฺขมิ. โส "มยฺหํ ภนฺเต ปริจริตพฺพํ เทถา"ติ ยาจิ. ภควา นมฺมทานทีตีเร ปทเจติยํ ทสฺเสติ. ตํ วีจีสุ อาคตาสุ ปิถิยฺยติ , คตาสุ วิวรียติ. มหาสกฺการสมฺปตฺตํ อโหสิ. @@@@@@@ สตฺถา ตโต นิกฺขมิตฺวา สจฺจพนฺธปพฺพตํ คนฺตฺวา สจฺจพนฺธํ อาห "ตยา มหาชโน อปายมคฺเค โอตาริโต, ตฺวํ อิเธว วสิตฺวา เอเตสํ ลทฺธึ วิสฺสชฺชาเปตฺวา นิพฺพานมคฺเค ปติฏฺฐาเปหี"ติ. โสปิ ปริจริตพฺพํ ยาจิ. สตฺถา ฆนปิฏฺฐิปาสาเณ อลฺลมตฺติกปิณฺฑมฺหิ ลญฺชนํ วิย ปทเจติยํ ทสฺเสสิ. ตโต เชตวนเมว คโต. ที่มา : https://84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=13&A=476 ![]() ยังมีต่อ..โปรดติดตาม... |
||
|
19
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ปั้มไลค์โพสต์ Facebook ครบวงจร ปั้มไลค์ระบบอัตโนมัติ 100% ใช้งานง่าย
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2026, 02:52:14 pm
|
||
| เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1 | ||
|
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้
|
||
|
20
เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: ปั้มไลค์ยอดขึ้นไว #ปั้มไลค์ราคาถูกที่สุด #ปั๊มไลค์โพสในเฟส ใช้ Autobotkub.com
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2026, 02:00:23 pm
|
||
| เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1 | ||
|
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้
|
||









