ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: การขอขมา พระรัตนตรัย เป็นสิ่งที่ควรทำของศิษย์กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ  (อ่าน 950 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +177/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6018
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0


"วันอาสาฬหบูชา ก่อนวันเข้าพรรษา ทุกปีฉันนึกถึงคุณของพระรัตนตรัยแล้ว รู้สึกปีติน้ำตาไหลทุกครั้ง หากโลกนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า ก็ไม่มีพระธรรม และก็ไม่มีพระสงฆ์ เมื่อพระรัตนตรัยไม่มี หนทางไปสู่ ประตู อมตุะ ก็ไม่มีหนทาง เพราะเหตว่าพระรัตนตรัยมีนั่นเอง ประตูอมตะ นั้นจึงมีหนทาง ต้องขอบคุณ พระรัตนตรัย ในการนี้ ด้วย ในบรรดาศิษย์ที่ขึ้นกรรมฐาน ส่วนนี้นับว่า ต้องเข้าใจดี เพราะก่อนการเรียนพระกรรมฐาน นั้น ทุกคนต้องทำพิธีกล่าวคำขอชมา ต่อพระรัตนตรัย และตั้งสัตย์เพื่อการภาวนาว่า จะถึง พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสงฆ์เจ้าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก โทษกรรมอันใด ที่ทำโดยเจตนา หรือไม่เจตนา ทั้งที่รู้ทัน และรู้ไม่ทัน ทั้งที่ระลึกได้ และระลึกไม่ได้ ข้าพเจ้า ขอให้กล่าวคำขอขมา ต่อพระรัตนตรัย อย่างสูงสุด ขอความสำเร็จในธรรมจงปรากฏมีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเถิด นี่มันเป็นอย่างนี้นะดังนั้น ศิษย์ท่านใด ที่ปฏิบัติอย่างนี้ ก็พึงหวังผลในการภาวนาได้ แต่หากผู้ใด ไม่ละพยศ ไม่ทำการขอขมา ประตูธรรม ก็จะปิดไปตามการกระทำที่ล่วงเกินอย่างนั้น ดังนั้นทุกวัน เวลาพระสงฆ์ ผู้ใฝ่การภาวนา เวลาทำวัตรสวดมนต์ บทเจริญขอขมาต่อพระรัตนตรัย นั้นจึงมีหลังจากสรรเสริญ คุณของพระรัตนตรัย ทุกครั้ง นั่นเอง..."

ข้อความบางส่วนจาก หนังสือเพียงหยดหนึ่งแห่งพระธรรม
บันทึกการภาวนา และการเดินทาง ของธัมมะวังโส
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +177/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6018
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0



พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

    ข้าพเจ้า ขอถือ พระพุทธเจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง
    ข้าพเจ้า ขอถือ พระธรรมจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง
    ข้าพเจ้า ขอถือ พระสงฆ์เจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง

แม้ครั้งที่ สอง    ข้าพเจ้า ขอถือ พระพุทธเจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง
แม้ครั้งที่ สอง    ข้าพเจ้า ขอถือ พระธรรมจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง
แม้ครั้งที่ สอง    ข้าพเจ้า ขอถือ พระสงฆ์เจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง

แม้ครั้งที่ สาม    ข้าพเจ้า ขอถือ พระพุทธเจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง
แม้ครั้งที่ สาม    ข้าพเจ้า ขอถือ พระธรรมจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง
แม้ครั้งที่ สาม    ข้าพเจ้า ขอถือ พระสงฆ์เจ้า เป็นที่ระลึก ที่พึ่ง

     การแสดงตนเป็น พุทธสาวก หรือ พุทธมามกะ ก็คือย่างนี้
   ไม่ใช่กล่าวรับศีล ถึงจะเป็น แค่เพียงกล่าว วาจา ถือเอา พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่ง ที่เคารพ เท่านี้ก็ได้เป็นพุทธมามกะ ไม่มีพิธิอะไรมาก

     ที่เหลือ ก็อยู่ที่ ความประพฤติ ที่แสดงตนเป็น พุทธมามากะ
    โดยอาศัย ธรรม และ วินัย เป็นศาสดา ตามพระดำรัส ของ พระพุทธเจ้า นั่นเอง

 
  ขอให้ท่านทั้งหลาย หากมีความทุกข์ คิดอะไรไม่ออก เวลาประสบทุกข์ ชอกช้ำ ลองได้กล่าวถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเถิด สติ และ ปัญญา อันเป็นอริยะทรัพย์ จักปรากฏแก่ท่าน ตามสมควร ด้วยศรัทธา ของท่านเอง

   เจริญพร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 28, 2015, 12:23:24 PM โดย ธัมมะวังโส »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ