ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ถวาย มีดของมีคม แก่พระสงฆ์ มีคนกล่าวว่า ไม่ดี จริง หรือ ไม่ คะ รู้สึกไม่สบายใจ  (อ่าน 19612 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

sanrak

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 116
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ถวาย มีดของมีคม แก่พระสงฆ์ มีคนกล่าวว่า ไม่ดี จริง หรือ ไม่ คะ รู้สึกไม่สบายใจ

  เมื่อวันก่อน ได้ไปทำบุญถวายสังฆทาน พระสงฆ์ และได้ถวาย มีดปลอกผลไม้ ใบมีดโกนหนวด แก่พระสงฆ์ หลังจากมาคุยกับเพื่อน ๆ แล้ว ก็มีผู้อาวุโสในกลุ่ม ทักว่า

    ถวายของมีคมแก่พระสงฆ์ อานิสงค์ก็จะเลือดตกยางออก คนโบราณถือ
 
    เท่านั้นแหละจ้า จิตตก รู้สึกไม่สบายใจ เลยคะ

  ขอท่านผู้รู้ช่วย อธิบาย อานิสงค์ ของการถวายของมีคม อันนี้ด้วยคะ มีโทษ หรือ มีคุณกัน คะ

    :'( :'( :'(
 
บันทึกการเข้า

pamai

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 139
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
น่าจะได้ บุญนะ แต่ไม่รู้ว่า อานิสงค์ คืออะไร เคยฟังในรายการ ก็มีแต่เรื่อง เข็ม

  :58:
บันทึกการเข้า

timeman

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 91
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ถ้ามองให้ดี ก็คือ จะได้ตัดกิเลส  อย่างนี้เป็นบุญหรือไม่ครับ

  :s_hi:
บันทึกการเข้า
ทะลุมิติ มาหา ความจริง ของตัวเอง

ธรรมะ ปุจฉา

  • http://www.facebook.com/srikanet?ref=tn_tnmn
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 713
  • ปัญญสโก ภิกขุ (พระที) ..... คณะ ๓/๓ วัดพลับ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
ถ้าโยมถวายเข็มที่ไม่แหลม แล้วพระจะเย็บผ้าได้อย่างไร  คงจะต้องออกแรงกันน่าดูแล้วกว่าจะเย็บเสร็จได้ก็คงลำบากน่าดู

มีดโกน ถ้าไม่คม ก็อีกนั้นแหละ แล้วพระจะปลงผมโกนหนวดโกนหัวกันได้ไหม

อาตมาเคยลองมาแล้วไม่ค่อยจะสู้ดีหนักเท่าไหร่ คือ ใช้แบบประหยัดๆ ใบมีดเดียว ส่วนใหญ่แล้วเขาจะใช้กันเพียงครั้งเดียว แต่เราไม่อย่างนั้น เราเก็บเอาไว้ใ้ในคราวต่อไปอีก   อีที่แรกตอนเก็บไว้ก็รู้สึกดีมาก  แต่ตอนเอามาใช้นี้สิ มันแย่มากๆเลย เพราะมันไม่สามารถที่จะใช้ได้โดยดี เพราะคมมันหมดแล้ว มันไม่คมแล้ว แล้วมันก็ดึงผมเจ็บ หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยเก็บไว้ใช้อีก

ส่วนผลไม้นะ พระพุทธองค์ท่านให้ พระเราต้องทำการวิกัป คือ ทำเป็นชิ้นๆ ประมาณพอดีคำ ที่นี้จะทำได้อย่างไรละ  ก็ต้องใช้มีด ต้องมีมีดนะสิ ไม่งั้น ก็ไม่ได้กินไม่ได้ฉัน

ที่นี้คงขัยข้อข้องใจกันได้แล้วนะ

ที่เขาห้ามนะ น่าจะหมายถึงที่เป็นพวกอาวุธเสียมากกว่า เพราะอาวุธจะต้องใช้ในการฟาดฟันห้ำหั่นกัน ทำเลือดตกยางออก  ประมาณนี้นะจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 15, 2013, 12:36:01 PM โดย DANAPOL »
บันทึกการเข้า
ยาดี มิได้ทำให้คนหายไข้   คนหายไข้ เพราะได้กินยาดี
ธรรมะ มิได้ทำให้คนดี       คนดีได้  เพราะปฏิบัติธรรม

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 24816
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0

อานิสงส์การถวายมีด

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ปิลินทวรรคที่ ๔๐ ปิลินทวัจฉเถราปทานที่ ๑ (๓๙๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายไทยธรรมอันสมควร

     เรามีจิตเลื่อมใสได้ ถวายพร้า อันราบเรียบ ไม่หยาบ ไม่ต้องขัดถู เป็นอันมากในพระพุทธเจ้าและในสงฆ์แล้ว ย่อมได้เสวยอานิสงส์ ๕ ประการ อันสมควรแก่กรรมของเรา คือ เราย่อมได้
        - ความเพียรอันเป็นกัลยาณมิตร ๑
        - ขันติ ๑
        - ศาตรา คือ ความไมตรี ๑
        - ศาตรา คือ ปัญญาอันยิ่ง เพราะตัดลูกศรคือตัณหา ๑
        - ญาณอันเสมอด้วยแก้ววิเชียร ๑
     เพราะผลอันหลั่งออกแห่งกรรมเหล่านั้น


    เราได้ ถวายเข็ม ในพระสุคตเจ้า และในคณะสงฆ์ผู้ประเสริฐสุดแล้ว ย่อมได้เสวยอานิสงส์ ๕ ประการอันสมควรแก่กรรมของเรา คือ เมื่อเราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่
        - ย่อมเป็นผู้อันมหาชนนอบน้อม ๑
        - ตัดความสงสัยได้ ๑
        - มีรูปงาม ๑
        - มีโภคสมบัติ ๑
        - มีปัญญากล้า ๑

    ทุกเมื่อ เราพิจารณาเห็นอรรถอันเป็นฐานะละเอียดลึกซึ้งด้วยญาณ ญาณของเราเสมอด้วยแก้ววิเชียรอันเลิศ เป็นเครื่องกำจัดความมืด



     เราได้ ถวายมีดตัดเล็บ ในพระสุคตเจ้าและในคณะสงฆ์ผู้ประเสริฐแล้ว ย่อมได้เสวยอานิสงส์ ๕ ประการ อันสมควรแก่กรรมของเรา คือ เราย่อมได้
        - ทาสชายหญิง
        - วัวและม้า
        - ลูกจ้าง
        - คนฟ้อนรำ
        - ช่างตัดผม
        - พ่อครัวผู้ทำอาหารเป็นอันมาก


    เราได้ ถวายมีดบาง อันลับคมดี และ กรรไกร ในสงฆ์แล้ว
    ย่อมได้ญาณเป็นเครื่องตัดกิเลส อันหาน้ำหนักมิได้ สะอาด

    เราได้ ถวายคีม พระสุคตเจ้า และในคณะสงฆ์ผู้ประเสริฐสุดแล้ว
    ย่อมได้ญาณเป็นเครื่องถอนกิเลสอันหาน้ำหนักมิได้ สะอาด


อ้างอิง
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒  บรรทัดที่ ๗๙๒๕ - ๘๒๘๗.  หน้าที่  ๓๖๕ - ๓๗๘.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=32&A=7925&Z=8287&pagebreak=0
ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=393
ขอบคุณภาพจาก http://prachuabculture.files.wordpress.com/,http://www.bloggang.com/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 11:02:53 PM โดย nathaponson »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 24816
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
ถวาย มีดของมีคม แก่พระสงฆ์ มีคนกล่าวว่า ไม่ดี จริง หรือ ไม่ คะ รู้สึกไม่สบายใจ

  เมื่อวันก่อน ได้ไปทำบุญถวายสังฆทาน พระสงฆ์ และได้ถวาย มีดปลอกผลไม้ ใบมีดโกนหนวด แก่พระสงฆ์ หลังจากมาคุยกับเพื่อน ๆ แล้ว ก็มีผู้อาวุโสในกลุ่ม ทักว่า

    ถวายของมีคมแก่พระสงฆ์ อานิสงค์ก็จะเลือดตกยางออก คนโบราณถือ
 
    เท่านั้นแหละจ้า จิตตก รู้สึกไม่สบายใจ เลยคะ

  ขอท่านผู้รู้ช่วย อธิบาย อานิสงค์ ของการถวายของมีคม อันนี้ด้วยคะ มีโทษ หรือ มีคุณกัน คะ

    :'( :'( :'(
 


                                                                 
                                             
                                              ธรณีนี่นี้                  เป็นพยาน
                                            เราก็ศิษย์อาจารย์        หนึ่งบ้าง
                                            เราผิดท่านประหาร       เราชอบ
                                            เราบ่ผิดท่านมล้าง        ดาบนี้คืนสนอง ฯ


     
     โคลงของศรีปราชญ์บทนี้ ผมนำมาประกอบการนำเสนอ
     เรื่องอานิสงส์การถวายมีด ไม่รู้จะเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร
     เพื่อนๆท่านใดมีร้อยแก้วร้อยกรอง หรือคำคมใดๆ ก็ขอให้แสดงให้ดูบ้าง
     ผมนึกได้เท่านี้จริงๆ


      ans1 ans1 ans1
     
     พระสูตรนี้ผมเคยโพสต์ไว้นานแล้ว โดยใช้ชื่อกระทู้ว่า
     "ถวายของมีคม ได้อะไรคมๆ กลับมารึเปล่า"
     http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=5099.0
     หวังว่าคงสบายใจขึ้นนะครับ ขอให้คุณ sanrak ถวายไปเลยมีอานิสงส์อย่างยิ่ง ตัดกิเลสได้เลย
     คุยเรื่องมีด ทำให้นึกถึงหนังจีนกำลังภายในเรื่อง "กระบี่ไร้เทียมทาน"
     ใครเคยดูบ้างครับ เรื่องโปรดของผมเลย มาดู MV กันดีกว่า



อัปโหลดเมื่อ 15 ก.พ. 2011 โดย pathapong
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 11:37:31 PM โดย nathaponson »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0


ใครจะคิดอย่างไร? ก็สุดแท้แต่ใจ แต่สำหรับผมแล้วตั้งใจว่าจะหาถวายดาบเหล็กน้ำพี้ให้พระอาจารย์ซักเล่ม เพราะในความรู้สึกของผมโดยส่วนตัว ดาบ คือ เกียรติ,อุดมการณ์ และความภาคภูมิ ยิ่งดาบมีขนาดใหญ่มากเท่าไรยิ่งดีเป็น
ความตั้งใจมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสอย่างน้อยก็หวังได้ให้พระอาจารย์ลงอักขรเลขยันต์ฝากไว้ในแผ่นดินสักครั้ง




http://www.phutthakun.com/forum/read.php?tid=922
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 11:48:31 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

catwoman

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 88
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
 thk56 thk56 thk56 st12

  เป็นกระทู้ที่ไขข้อข้องใจ ให้กับหลาย ๆ คนโดยเฉพาะเรา ที่สงสัยเช่นกัน จ้า

  :88:
บันทึกการเข้า

sanrak

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 116
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า

ธรรมะ ปุจฉา

  • http://www.facebook.com/srikanet?ref=tn_tnmn
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 713
  • ปัญญสโก ภิกขุ (พระที) ..... คณะ ๓/๓ วัดพลับ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
                                          ปฐมสูจิวิมาน
                          ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้ถวายเข็ม เรื่องที่ ๑

                        (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนึ่งว่า)

                  {๕๘}[๙๔๔]            วิมานมีเสาทำด้วยแก้วมณีนี้สูงมาก    วัดโดยรอบได้    ๑๒    โยชน์
                                      เป็นปราสาท    ๗๐๐    ยอด    ดูโอฬาร    มีเสาประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์
                                      มีพื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำสวยงาม
                  [๙๔๕]            ท่านสถิต    ดื่ม    กิน    อยู่ในวิมานนั้น
                                      มีทวยเทพพากันบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ
                                      ในวิมานของท่านนี้มีเบญจกามคุณอันเป็นทิพรส
                                      และเหล่าเทพนารีประดับด้วยอาภรณ์ทองคำฟ้อนรำอยู่
                  [๙๔๖]            เพราะบุญอะไรท่านจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้
                                      ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้
                                      และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน
                  [๙๔๗]            เทวดาผู้มีอานุภาพมาก    อาตมาขอถามว่า
                                      เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้
                                      เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง
                                      และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
                  [๙๔๘]            เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม
                                      จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
                  [๙๔๙]            ทานที่ข้าพเจ้าถวายมา(ก่อน)นั้นไม่มีผล
                                      ทานที่จะถวายควรเป็นของดี
                                      เข็มที่ข้าพเจ้าถวายไปแล้วนั้นแหละเป็นของด
                  [๙๕๐]            เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้
                                      ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้าในวิมานนี้
                  [๙๕๑]            ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก    ข้าพเจ้าขอกราบเรียนว่า
                                      เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์
                                      ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง
                                      และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

                                       ปฐมสูจิวิมาน จบ
 


                                        ทุติยสูจิวิมาน
                         ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้ถวายเข็ม เรื่องที่ ๒
            (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนึ่งว่า)
                  {๕๙}[๙๕๒]            วิมานมีเสาทำด้วยแก้วมณีนี้สูงมาก    วัดโดยรอบได้    ๑๒    โยชน์
                                      เป็นปราสาท    ๗๐๐    ยอด    ดูโอฬาร    มีเสาประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์
                                      มีพื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำสวยงาม
                  [๙๕๓]            ท่านสถิต    ดื่ม    กิน    อยู่ในวิมานนั้น
                                      มีทวยเทพพากันบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ
                                      ในวิมานของท่านนี้มีเบญจกามคุณอันเป็นทิพรส
                                      และเหล่าเทพนารีผู้ประดับด้วยอาภรณ์ทองคำฟ้อนรำอยู่
                  [๙๕๔]            เพราะบุญอะไรท่านจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้
                                      ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้
                                      และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน
                  [๙๕๕]            เทวดาผู้มีอานุภาพมาก    อาตมาขอถามว่า
                                      เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้
                                      เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง
                                      และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
                  [๙๕๖]            เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม
                  [๙๕๗]            ชาติก่อนข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก
                  [๙๕๘]            ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี    มีใจผ่องใส    ไม่มัวหมอง
                                      เลื่อมใสแล้ว    ได้ถวายเข็มแด่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน
                  [๙๕๙]            เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้
                                      ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้าในวิมานนี้
                                      และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า
                  [๙๖๐]            ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก    ข้าพเจ้าขอกราบเรียนว่า
                                      เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์
                                      ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง
                                      และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

                                         ทุติยสูจิวิมาน จบ
บันทึกการเข้า
ยาดี มิได้ทำให้คนหายไข้   คนหายไข้ เพราะได้กินยาดี
ธรรมะ มิได้ทำให้คนดี       คนดีได้  เพราะปฏิบัติธรรม

ธรรมะ ปุจฉา

  • http://www.facebook.com/srikanet?ref=tn_tnmn
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 713
  • ปัญญสโก ภิกขุ (พระที) ..... คณะ ๓/๓ วัดพลับ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
                                       ปิลินทวัจฉเถราปทาน
                           ประวัติในอดีตชาติของพระปิลินทวัจฉเถระ
              (พระปิลินทวัจฉเถระ    เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน    จึงกล่าวว่า)

                            {๓๙๓}[๑]            ข้าพเจ้าเป็นคนเฝ้าประตูอยู่ที่กรุงหงสวดี
                                      ได้รวบรวมโภคสมบัติเก็บไว้ในเรือนมากมายนับไม่ถ้วน
                            [๒]            ครั้งนั้น    ข้าพเจ้านั่งอยู่ในสถานที่สงัด
                                      ทำใจให้ร่าเริง    นั่งอยู่ในปราสาทที่ประเสริฐ
                                      ได้คิดอย่างนี้ว่า
                            [๓]            โภคสมบัติของเรามีมาก
                                      ภายในบุรีของเราก็มั่งคั่ง
                                      แม้พระราชาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
                                      พระนามว่าอานนท์    ก็ทรงเชื้อเชิญเรา
                            [๔]            พระพุทธเจ้าพระองค์นี้    เป็นพระมุนี
                                      เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลกนี้
                                      และโภคสมบัติของเราก็มีอยู่
                                      เราจักถวายทานแด่พระศาสดา
                            [๕]            พระโอรสของพระราชาพระนามว่าปทุมะ
                                      ทรงถวายทานอย่างประเสริฐ
                                      คือช้างเชือกประเสริฐ      บัลลังก์และพนักพิง
                                      ประมาณไม่น้อย    ในพระชินเจ้า
                            [๖]            แม้เราก็จักถวายทาน
                                      ทานอย่างประเสริฐที่ยังไม่เคยมีใครถวาย
                                      เราจักเป็น    (ผู้ถวาย)    คนแรก
                            [๗]            ข้าพเจ้าคิดถึงทานหลายอย่าง
                                      ที่มีผลเป็นสุขในเพราะการบูชา
                                      ก็ได้เห็นการถวายบริขาร
                                      เป็นเหตุทำความคิดของข้าพเจ้าให้เต็มได้
                            [๘]            ข้าพเจ้าจักถวายบริขาร
                                      ในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุด
                                      การถวายบริขารที่คนเหล่าอื่นยังไม่เคยถวาย
                                      ข้าพเจ้าจักเป็นคนแรก

                                   (การถึงพร้อมแห่งทานวัตถุ)
                            [๙]            ขณะนั้น    ข้าพเจ้าเข้าไปหาช่างจักสาน    จ้างให้ทำร่ม
                                      รวบรวมร่มได้    ๑๐๐,๐๐๐    คัน
                        [๑๐]            รวบรวมผ้าได้    ๑๐๐,๐๐๐    ผืน
                                      รวบรวมบาตรได้    ๑๐๐,๐๐๐    ใบ
                        [๑๑]            จ้างช่างให้ทำมีดโกน    มีดเล็ก    เข็ม    และมีดตัดเล็บ
                                      ที่สมควร(แก่สมณบริโภค)    แล้วให้วางไว้ภายใต้ร่ม
                        [๑๒]            จ้างช่างให้ทำพัดใบตาล    พัดขนปีกนกยูง    แส้จามร
                                      ผ้ากรองน้ำ    ภาชนะน้ำมัน    ให้สมควร    (แก่สมณบริโภค)
                        [๑๓]            จ้างช่างให้ทำกล่องเข็ม    ผ้าอังสะ
                                      ประคตเอว    และเชิงรองบาตร    ซึ่งทำอย่างสวยงาม
                                      ให้สมควร(แก่สมณบริโภค)
                        [๑๔]            ให้บรรจุเภสัชจนเต็มภาชนะสำหรับใส่ของบริโภค
                        [๑๕]            ให้บรรจุว่านน้ำ    หญ้าคา    ชะเอม    ดีปลี    พริก    ผลสมอ
                                      และขิงสด    จนเต็มภาชนะทุกอย่าง
                        [๑๖]            จ้างช่างให้ทำรองเท้า    เขียงเท้า
                                      ผ้าสำหรับเช็ดน้ำ    และไม้เท้าคนแก่
                                      อย่างสวยงาม    ให้สมควร(แก่สมณบริโภค)
                        [๑๗]            จ้างช่างให้ทำยารักษาไข้    ยาหยอดตา
                                      ไม้ป้ายยาตา    กระบอกกรองน้ำ
                                      ลูกกุญแจ    และกล่องลูกกุญแจ    ซึ่งเย็บด้วยด้าย    ๕    สี
                        [๑๘]            สายโยค    กระบอกเป่าควันไฟ    ตะเกียงตั้ง
                                      คนโทน้ำและผอบ    ให้สมควร(แก่สมณบริโภค)
                        [๑๙]            จ้างช่างให้ทำแหนบ    กรรไกร
                                      วัตถุขัดสนิมและถุงสำหรับใส่เภสัช
                                      ให้สมควร(แก่สมณบริโภค)
                        [๒๐]            จ้างช่างให้ทำเก้าอี้นอน    ตั่งและบัลลังก์    ๔    เท้า
                                      ให้สมควร(แก่สมณบริโภค)แล้วให้ตั้งไว้ภายใต้ร่ม
                        [๒๑]            จ้างช่างให้ทำฟูกยัดด้วยขนสัตว์    ฟูกยัดด้วยนุ่น
                                      ฟูกตั่งและหมอนทำอย่างดี
                                      ให้สมควร(แก่สมณบริโภค)
                        [๒๒]            จ้างช่างให้ทำจุรณสำหรับอาบ
                                      ขี้ผึ้ง    น้ำมันที่หุงด้วยมือ
                                      และเตียงที่ปูด้วยแผ่นกระดานเล็ก  ๆ
                                      อันสะอาดพร้อมด้วยเครื่องลาด
                        [๒๓]            เสนาสนะ    ผ้าเช็ดเท้า    ที่นอน
                                      ที่นั่ง    ไม้เท้า    ไม้ชำระฟัน
                        [๒๔]            ไม้สีไฟ    ตั่งแผ่นกระดาน    ฝาบาตร    ถุงบาตร
                                      กระบวยตักน้ำ    เครื่องอบ    (สีผงย้อมผ้า)    รางย้อมผ้า
                        [๒๕]            ไม้กวาด    ผ้าอาบน้ำ    ผ้าอาบน้ำฝน
                                      ผ้านิสีทนะ    ผ้าปิดฝี    ผ้าอันตรวาสก    (ผ้านุ่ง)
                        [๒๖]            ผ้าอุตราสงค์(ผ้าห่ม)    ผ้าสังฆาฏิ(ผ้าพาดบ่า)
                                      ยานัตถุ์    น้ำบ้วนปาก    น้ำส้ม
                                      น้ำปลา    น้ำผึ้ง    นมส้ม    น้ำปานะ
                        [๒๗]            ขี้ผึ้ง    ผ้าเก่า    ผ้าเช็ดปาก    ด้าย
                                      สิ่งใดชื่อว่าเป็นของควรให้ทานมีอยู่
                                      และสมควรแก่พระศาสดา
                        [๒๘]            ข้าพเจ้ารวบรวมสิ่งนั้นทั้งหมดได้แล้ว
                                      จึงเข้าเฝ้าพระเจ้าอานนท์
                                      ครั้นเข้าเฝ้าพระราชาผู้นำหมู่ชน    ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่
                                      ถวายบังคมด้วยเศียรเกล้าแล้วได้กราบทูลคำนี้ว่า

                                      (การขอโอกาสถวายทาน)
                        [๒๙]            เราทั้ง    ๒    เจริญเติบโตมาด้วยกัน    มียศร่วมกัน
                                      ร่วมสุข    ร่วมทุกข์    และประพฤติคล้อยตามกัน
                        [๓๐]            ขอเดชะพระองค์ผู้ปราบข้าศึก
                                      ทุกข์ใจที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ยังมีอยู่
                                      ขอเดชะพระองค์ผู้ขัตติยราช    ถ้าพระองค์สามารถ
                                      ก็ขอได้ทรงพระกรุณาบรรเทาทุกข์นั้นด้วยเถิด
                        [๓๑]    พระราชาตรัสว่า
                                              ทุกข์ของท่านก็เป็นทุกข์ของข้าพเจ้าด้วย
                                      เราทั้ง    ๒    มีใจตรงกัน
                        [๓๒]            ขอเดชะพระมหาราช
                                      ขอจงทรงทราบทุกข์ของข้าพระพุทธเจ้า    ซึ่งบรรเทาได้ยาก
                                      พระองค์บันลือมากไป
                                      ทรัพย์นี้    พระองค์ยังสละได้ยาก
                        [๓๓]            คือสิ่งที่มีอยู่ในแว่นแคว้นประมาณเท่าใด
                                      ชีวิตของข้าพระพุทธเจ้าประมาณเท่าใด
                                      ถ้าพระองค์ต้องการสิ่งเหล่านี้
                                      ข้าพระพุทธเจ้าก็จักให้อย่างไม่หวั่นไหว
                        [๓๔]            ขอเดชะ    พระองค์ทรงบันลือแล้ว
                                      การบันลือมากนั้นผิด
                                      ข้าพระพุทธเจ้าจักทราบพระองค์
                                      วันนี้    ว่าทรงดำรงอยู่ในธรรมทั้งปวง
                        [๓๕]            ท่านบีบคั้นหนักนัก
                                      เมื่อข้าพเจ้าจะให้
                                      ท่านจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ข้าพเจ้าถูกบีบคั้น
                                      ท่านปรารถนาสิ่งใดจงบอกแก่ข้าพเจ้า
                        [๓๖]            ขอเดชะพระมหาราช
                                      ข้าพระพุทธเจ้าปรารถนาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐยิ่ง
                                      ข้าพระพุทธเจ้าจักนิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เสวย
                                      ชีวิตของข้าพระพุทธเจ้าอย่าเป็นโทษเลย
                        [๓๗]            ข้าพเจ้าจะให้พรอย่างอื่นแก่ท่าน
                                      ท่านอย่าขอพระตถาคตเลย
                                      พระพุทธเจ้าไม่มีใครจะให้แก่ใคร  ๆ    ได้
                                      เปรียบเหมือนแก้วมณีโชติรส
                        [๓๘]            ขอเดชะ    พระองค์ทรงบันลือแล้วมิใช่หรือว่า    กระทั่งชีวิตที่มีอยู่
                                      เมื่อพระองค์ประทานชีวิตได้
                        [๓๙]            พระพุทธชินมหาวีรเจ้าควรงดไว้
                                      ไม่พึงให้แก่ใคร  ๆ    ได้
                                      เรารับปากให้ไม่ได้
                                      ท่านจงเลือกเอาทรัพย์จนนับไม่ถ้วนเถิด
                        [๔๐]            ข้าพระพุทธเจ้าจะต้องถึงการวินิจฉัย
                                      พวกเราจักถามผู้วินิจฉัย
                                      ผู้วินิจฉัยจักตัดสินละเอียดฉันใด
                                      พวกเราจักสอบถามข้อนั้นฉันนั้น
                        [๔๑]            ข้าพเจ้าจับพระหัตถ์พระราชา
                                      พากันไปยังสถานที่วินิจฉัย
                                      ได้กล่าวคำนี้ต่อหน้าผู้พิพากษาทั้งหลายว่า
                        [๔๒]            ขอผู้พิพากษาจงฟังข้าพเจ้า
                                      พระราชาได้พระราชทานพรแก่ข้าพเจ้า
                                      พระองค์ไม่ยกเว้นอะไร  ๆ    ยอมให้ได้แม้กระทั่งชีวิต
                        [๔๓]            เมื่อพระองค์พระราชทานพรแก่ข้าพเจ้าแล้ว
                                      ข้าพเจ้าจึงขอพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
                                      พระพุทธเจ้าเป็นอันพระราชาพระราชทาน
                                      แก่ข้าพเจ้าดีแล้วมิใช่หรือ
                                      ท่านทั้งหลายจงตัดความสงสัยของข้าพเจ้าด้วยเถิด
                        [๔๔]    (ผู้พิพากษาทั้งหลายกล่าวว่า)
                                              ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
                                      จะฟังคำของท่านและพระดำรัสของพระราชา
                                      ผู้ปกครองแผ่นดิน
                                      ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายฟังคำของทั้ง    ๒    ฝ่ายแล้ว
                        [๔๕]            ขอเดชะ    พระองค์พระราชทานทุกสิ่ง
                                      ท่านผู้นี้ถือเอาทุกสิ่งแล้วหรือ    พระเจ้าข้า
                                      พระองค์ไม่ยกเว้นอะไร  ๆ    ยอมให้ได้แม้กระทั่งชีวิตหรือ
                        [๔๖]    (พระราชาตรัสว่า)
                                                เราได้รับความลำบาก
                                      แสนสาหัสนักจนตลอดชีวิต
                                      รู้ว่าผู้นี้ได้รับความทุกข์อย่างหนัก
                                      จึงได้ให้สิ่งของที่ควรถือเอาไว้ทุกอย่าง
                        [๔๗]            ขอเดชะ    พระองค์ทรงเป็นผู้พ่ายแพ้
                                      ควรจะพระราชทานพระตถาคตให้เขาไป
                                      ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายตัดความสงสัยของทั้ง    ๒    ฝ่ายได้แล้ว
                                      ขอท่านทั้ง    ๒    จงตั้งอยู่ในคำมั่นสัญญาเถิด
                        [๔๘]            พระราชาประทับอยู่    ณ    ที่นั้นแล
                                      ได้ตรัสกับผู้พิพากษาดังนี้ว่า
                                      ท่านทั้งหลายพึงให้แก่เราโดยชอบบ้าง
                                      เราจะได้พระพุทธเจ้าอีก
                        [๔๙]    (ผู้พิพากษาได้กล่าวกับข้าพเจ้าว่า)
                                                ท่านทำความดำริของท่านให้บริบูรณ์
                                      นิมนต์พระตถาคตให้เสวยแล้ว
                                      พึงถวายคืนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
                                      ให้แก่พระเจ้าอานนท์ผู้ทรงยศอีก

                                   (กถาว่าด้วยการทูลนิมนต์)
                        [๕๐]            ข้าพเจ้าไหว้ผู้พิพากษาและถวายบังคม
                                      พระเจ้าอานนท์จอมกษัตริย์แล้ว
                                      มีความยินดีปราโมทย์
                        [๕๑]            ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
                                      ผู้ข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว    ไม่มีอาสวะ
                                      ถวายอภิวาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว
                                      ได้กราบทูลดังนี้ว่า
                        [๕๒]            ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ
                                      ขอพระองค์พร้อมด้วยพระอรหันต์    ๑๐๐,๐๐๐    รูป    โปรดรับนิมนต์
                                      พระองค์เมื่อจะทำจิตของข้าพระองค์ให้ร่าเริง
                                      ขอจงเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของข้าพระองค์เถิด
                        [๕๓]            พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
                                      ผู้ทรงรู้แจ้งโลก    ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
                                      ผู้มีพระจักษุ    ทรงรู้ความดำริของข้าพเจ้า
                                      จึงทรงรับนิมนต์(ด้วยดุษณีภาพ)
                        [๕๔]            ข้าพเจ้าทราบว่าพระองค์ทรงรับนิมนต์แล้ว
                                      จึงถวายอภิวาทพระศาสดา
                                      มีจิตร่าเริงเบิกบาน
                                      เข้าไปยังนิเวศน์ของตน

                                       (การตระเตรียมทาน)
                        [๕๕]            ข้าพเจ้าประชุมมิตรและอำมาตย์แล้ว
                                      ได้กล่าวคำนี้ว่า    เราได้สิ่งที่ได้แสนยากแล้ว
                                      เปรียบเหมือนได้แก้วมณีโชติรส
                        [๕๖]            เราจักบูชาพระองค์ด้วยอะไร
                                      พระชินเจ้ามีคุณหาประมาณมิได้
                                      หาใครเปรียบมิได้    ไม่มีใครเทียบเท่า
                                      ไม่มีใครเสมอ    เป็นนักปราชญ์
                        [๕๗]            หาผู้เสมอเหมือนเช่นนั้นมิได้
                                      ไม่เป็นที่    ๒    (รองใคร)    ทรงองอาจกว่านรชน
                                      อธิการ๑ที่สมควรแก่พระพุทธเจ้า    เราทำได้โดยยาก
                        [๕๘]            ขอพวกเราจงช่วยกันรวบรวมดอกไม้ต่าง  ๆ
                                      มาทำมณฑปดอกไม้เถิด
                                      นี้ย่อมสมควรแก่พระพุทธเจ้า
                                      ถือเป็นการบูชาด้วยสิ่งทั้งปวง
                        [๕๙]            ข้าพเจ้าใช้ดอกบัวขาบ    ดอกบัวหลวง    ดอกมะลิ
                                      ดอกลำดวน    ดอกจำปา    ดอกกากะทิง    ทำให้เป็นมณฑป
                        [๖๐]            ปูลาดอาสนะ    ๑๐๐,๐๐๐    ไว้ใต้เงาร่ม
                                      อาสนะของข้าพเจ้าอยู่สุดท้าย    มีค่าเกินร้อย
                        [๖๑]            ปูลาดอาสนะ    ๑๐๐,๐๐๐    ไว้ใต้เงาร่ม
                                      จัดแจงข้าวและน้ำเสร็จแล้วให้คนไปกราบทูลภัตกาล

                                    (เวลาอันสมควรเพื่อฉันภัตตาหาร)
                        [๖๒]            เมื่อคนไปกราบทูลภัตกาลแล้ว
                                      พระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ
                                      พร้อมด้วยพระอรหันต์    ๑๐๐,๐๐๐    องค์
                                      ได้เสด็จเข้ามายังนิเวศน์ของข้าพเจ้า
                        [๖๓]            ร่มกั้นอยู่เบื้องบน    ในมณฑปดอกไม้ที่บานสะพรั่ง
                                      พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด
                                      ประทับนั่งพร้อมด้วยพระอรหันต์    ๑๐๐,๐๐๐    องค์
                        [๖๔]            (ข้าพเจ้ากราบทูลว่า)    ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ
                                      ขอพระองค์โปรดทรงรับร่ม    ๑๐๐,๐๐๐    คัน
                                      และอาสนะ    ๑๐๐,๐๐๐    ที่
                                      อันสมควรและไม่มีโทษเถิด
                        [๖๕]            พระมหามุนีทรงพระนามว่าปทุมุตตระ
                                      ทรงรู้แจ้งโลก    ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
                                      พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า
                                      ให้ข้ามพ้น(สงสารวัฏ)    จึงทรงรับไว้

                                           (ทานกถา)
                        [๖๖]            ข้าพเจ้าได้ถวายบาตรแก่ภิกษุรูปละหนึ่งใบ
                                      ภิกษุทั้งหลายสละบาตรที่ตนใช้สอยแล้ว    ใช้บาตรเหล็ก
                        [๖๗]            พระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่
                                      ในมณฑปดอกไม้ตลอด    ๗    วัน    ๗    คืน
                                      เมื่อจะทรงให้สัตว์จำนวนมากตรัสรู้
                                      จึงทรงประกาศพระธรรมจักร
                        [๖๘]            เมื่อทรงประกาศพระธรรมจักรภายใต้มณฑปดอกไม้
                                      เทวดาและมนุษย์    ๘๔,๐๐๐    ได้บรรลุธรรม
                        [๖๙]            เมื่อถึงวันที่    ๗    พระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ
                                      ประทับนั่งอยู่ภายในใต้เงาร่ม
                                      ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

                                         (พยากรณ์)
                        [๗๐]            เราจักพยากรณ์มาณพผู้ที่ได้ถวายทานอย่างประเสริฐ
                                      ไม่บกพร่องแก่เรา
                                      ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
                        [๗๑]            กองทัพ    ๔    เหล่า    คือ    พลช้าง    พลม้า    พลรถ
                                      และพลเดินเท้าจักห้อมล้อมมาณพนั้นเป็นนิตย์
                        [๗๒]            ยานพาหนะคือช้าง
                                      ยานพาหนะคือม้า    คานหาม    และวอ
                                      จักบำรุงเขาเป็นนิตย์
                                      นี้เป็นผลแห่งทานทั้งปวง
                        [๗๓]            รถ    ๖,๐๐๐    คันประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง
                                      จักแวดล้อมเขาเป็นนิตย์
                                      นี้เป็นผลแห่งทานทั้งปวง
                        [๗๔]            เครื่องดนตรี    ๖,๐๐๐    ชิ้น
                                      กลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม
                                      จักขับกล่อมเขาเป็นนิตย์
                                      นี้เป็นผลแห่งทานทั้งปวง
                        [๗๕]            สาวรุ่น    ๘๖,๐๐๐    นาง
                                      ผู้ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม
                                      สวมใส่ผ้าอาภรณ์อย่างงดงาม    ห้อยตุ้มหูแก้วมณี
                        [๗๖]            มีตากลมโต    มีปกติร่าเริง    รูปงาม    เอวเล็กเอวบาง
                                      จักห้อมล้อมเขาเป็นนิตย์
                                      นี้เป็นผลแห่งทานทั้งปวง
                        [๗๗]            เขาจักรื่นรมย์ในเทวโลก    ๓,๐๐๐    กัป
                                      จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ    ๑,๐๐๐    ชาติ
                        [๗๘]            และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ    ๑,๐๐๐    ชาติ
                                      จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
                        [๗๙]            เมื่อเขาอยู่ในเทวโลก
                                      พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม
                        [๘๐]            เขาจักปรารถนาเมื่อใด
                                      หลังคาผ้าและดอกไม้(ดังจะ)รู้ความคิดของเขา
                                      จักกั้นอยู่เนืองนิตย์เมื่อนั้น
                        [๘๑]            เขาถูกกุศลมูลตักเตือนจุติจากเทวโลก
                                      แล้วประกอบด้วยบุญกรรม
                                      จักเป็นบุตรของพราหมณ์
                        [๘๒]            ในกัปที่    ๑๐๐,๐๐๐    นับจากกัปนี้ไป
                                      พระศาสดาพระนามว่าโคดม    ตามพระโคตร
                                      ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช    จักอุบัติขึ้นในโลก
                        [๘๓]            พระผู้มีพระภาคผู้โคดมศากยะผู้ประเสริฐ
                                      ทร
บันทึกการเข้า
ยาดี มิได้ทำให้คนหายไข้   คนหายไข้ เพราะได้กินยาดี
ธรรมะ มิได้ทำให้คนดี       คนดีได้  เพราะปฏิบัติธรรม

ธรรมะ ปุจฉา

  • http://www.facebook.com/srikanet?ref=tn_tnmn
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 713
  • ปัญญสโก ภิกขุ (พระที) ..... คณะ ๓/๓ วัดพลับ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
ต่อ

                                  (๔. อานิสงส์ของการถวายมีด)
                    [๑๐๓]            ข้าพเจ้าได้ถวายมีดเล็กที่ทำอย่างสวยงาม
                                      เนื่องด้วยเครื่องผูกอย่างวิจิตรจำนวนมาก
                                      แก่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดและแก่สงฆ์แล้ว
                    [๑๐๔]            ได้รับอานิสงส์ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า    ๘    ประการ
                                      คือข้าพเจ้าเป็นผู้กล้า    ๑
                                      เป็นผู้ไม่มีความเดือดร้อน    ๑
                                      ถึงความสำเร็จในเวสารัชชธรรม    ๑
                    [๑๐๕]            เป็นผู้มีปัญญาเครื่องทรงจำ    ๑    มีความเพียร    ๑
                                      ประคองใจไว้ได้ทุกเมื่อ    ๑
                                      ได้ญาณอันสุขุมเป็นเครื่องตัดกิเลส    ๑
                                      ได้ความบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเทียมเท่าในที่ทั้งปวง    ๑
                                      เพราะผลกรรมของข้าพเจ้านั้น

                                (๕. อานิสงส์ของการถวายมีดเล็ก)
                    [๑๐๖]            ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใสได้ถวายมีดเล็กอันราบเรียบ    ไม่หยาบ
                                      ขัดถูดีแล้ว    จำนวนมากในพระพุทธเจ้าและในพระสงฆ์แล้ว
                    [๑๐๗]            ได้รับอานิสงส์ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า    ๕    ประการ
                                      คือข้าพเจ้าย่อมได้กัลยาณมิตร    ๑    ความเพียร    ๑
                    [๑๐๘]            เพราะตัดลูกศรคือตัณหา
                                      จึงได้ศัสตราคือปัญญาอันยอดเยี่ยม
                                      และญาณที่เสมอด้วยเพชร    ๑
                                      เพราะผลแห่งกรรมเหล่านั้น

                                (๖. อานิสงส์ของการถวายเข็ม)
                    [๑๐๙]            ข้าพเจ้าได้ถวายเข็มในพระสุคต
                                      และพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
                                      ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า    ๕    ประการ
                    [๑๑๐]            คือเมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่
                                      เป็นผู้ที่มหาชนนอบน้อม    ๑
                                      ตัดความสงสัยได้    ๑
                                      มีรูปร่างงดงาม    ๑    มีโภคสมบัติ    ๑
                                      มีปัญญาฉลาดหลักแหลม    ๑    ทุกเมื่อ
                    [๑๑๑]            ข้าพเจ้าพิจารณาเห็นอรรถ
                                      ซึ่งเป็นฐานะละเอียดลึกซึ้งด้วยญาณ
                                      ญาณของข้าพเจ้าเสมอด้วยยอดเพชร
                                      เป็นเครื่องกำจัดความมืด

                               (๗. อานิสงส์ของการถวายมีดตัดเล็บ)
                    [๑๑๒]            ข้าพเจ้าได้ถวายมีดตัดเล็บในพระสุคต
                                      และพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
                                      ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า    ๕    ประการ
                    [๑๑๓]            คือข้าพเจ้าย่อมได้ทาสชายหญิง    ๑    โคและม้า    ๑
                                      ลูกจ้างที่เป็นนางฟ้อนรำ    ๑    ช่างตัดผม    ๑

                              (๓๑. อานิสงส์ของการถวายกรรไกร)
                    [๑๖๘]            ข้าพเจ้าได้ถวายกรรไกรที่มีคมบางซึ่งลับไว้ดีในพระสงฆ์
                                      แล้วได้ญาณเป็นเครื่องตัดกิเลส
                                      ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเปรียบปาน

                                  (๓๒. อานิสงส์ของการถวายแหนบ)
                    [๑๖๙]            ข้าพเจ้าได้ถวายแหนบในพระสุคต
                                      และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุด
                                      ย่อมได้ญาณเป็นเครื่องถอนกิเลส
                                      ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเทียบเท่า

                              (๓๑. อานิสงส์ของการถวายกรรไกร)
                    [๑๖๘]            ข้าพเจ้าได้ถวายกรรไกรที่มีคมบางซึ่งลับไว้ดีในพระสงฆ์
                                      แล้วได้ญาณเป็นเครื่องตัดกิเลส
                                      ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเปรียบปาน

                               (๓๒. อานิสงส์ของการถวายแหนบ)
                    [๑๖๙]            ข้าพเจ้าได้ถวายแหนบในพระสุคต
                                      และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุด
                                      ย่อมได้ญาณเป็นเครื่องถอนกิเลส
                                      ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเทียบเท่า

                                        (อานิสงส์ทั่ว ๆ ไป)
                    [๒๐๕]            กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว
                                      ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
                                      ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
                                      ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
                    [๒๐๖]            การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า
                                      เป็นการมาดีแล้วโดยแท้
                                      วิชชา    ๓    ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ
                   [๒๐๗]            คุณวิเศษเหล่านี้    คือ    ปฏิสัมภิทา    ๔    วิโมกข์    ๘
                                      และอภิญญา    ๖    ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
                                      คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า    ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว    ดังนี้แล
            ได้ทราบว่า    ท่านพระปิลินทวัจฉเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้    ด้วยประการฉะนี้

                                    ปิลินทวัจฉเถราปทาน จบ

บันทึกการเข้า
ยาดี มิได้ทำให้คนหายไข้   คนหายไข้ เพราะได้กินยาดี
ธรรมะ มิได้ทำให้คนดี       คนดีได้  เพราะปฏิบัติธรรม