ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: สัมมนาเกี่ยวกับ สอบราชการ แนวข้อสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. อบจ. ต่างๆ  (อ่าน 2264 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฝากประกาศ

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 258
    • ดูรายละเอียด
เชิญติดตามเนื้อหาที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ที่เกี่ยวกับสอบราชการทำความเข้าใจอย่างชัดเจนจากเนื้อหานี้ครับสวัสดีผู้ที่เข้ามาอ่านครับผู้ที่ชอบการอ่านทุกๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมติดตามดูผลงานและติดตามอ่านและท่องจำบทความที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านดีจากเว็บไซต์ของเราและผู้อ่านทุกท่านครับ Today ผู้โพสต์ก็มีบทความที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์ดีๆเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการ หลายๆคนมีความฝันที่จะเป็นข้าราชการ (Official) ที่ทำงานที่หลายคนใฝ่ฝันด้วยความตั้งหัวใจเพื่อราษฎร และดิฉันเชื่อว่าผู้อ่านทุกคนก็คง Want ที่จะสอบราชการด้วยเช่นกันครับ เพราะอย่างน้อยท่านก็ค้นหาคำตอบข้อมูลที่มีการอัพเดทล่าสุดจนพบเจอบทความ (Content) ที่ Concerned จากเว็บเพจของเราและเพื่อนรับวิชาชีพครับ เชิญทุกๆ คนอ่านอย่างจริงจังเกี่ยวกับเนื้อหาที่มีสาระสาระที่มี Usefull ได้ ดังนี้

1. ความสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้

 - ในการสอบ (Exam) เข้ารับราชการทุกสังกัดทั้ง ก.พ. ครูผู้สั่งสอนให้ลูกศิษย์เป็นคนดีสังกัด ก.ค., สพฐ. เจ้าพนักงานสังกัด กทม. อบต. เทศบาลมีการแข่งทักษะขันสอบราชการกันในอัตราที่สูงมากเพราะเหตุนี้ด้วยเหตุผลที่ว่ามีผู้ ความต้องการอย่างสูงเป็น Official เป็นปริมาณมาก แต่จำนวนอัตราที่บรรจุมีน้อย Complementary กับมีผู้สำเร็จการศึกษา (Education) ใหม่ในแต่ละปี มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การแข่งขันจึงนับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สรุปได้ดังนี้ผู้ที่ ปรารถนาที่จะได้จะสอบแข่งขันที่น่าตื่นเต้นเข้ารับราชการในสังกัดต่าง ๆ จะต้องเตรียมตัวใน Exam ให้พร้อม ส่วนประกอบที่ Significant อันหนึ่งก็คือ การมีหนังสือ (Book) ที่ช่วยในการสอบ (Exam) แข่งขันตัดสินผู้ชนะกับคนอื่น ๆ ได้ ปัญหาที่ Significant อันหนึ่งที่ผู้เขียนบทความทราบก็คือ การขาดหนังสือ (Book) ที่ตรงกับหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการบรรจุไว้และเนื้อหาวิชาการที่บรรยายรายวิชาการกระทำอย่างละเอียดเหมาะสม (Appropriate) กับผู้ที่สนใจอ่านบทความ ซึ่งโดยส่วนมากมีพื้นฐานทาง Mathematics น้อย ภาคความย่อมในการเรียนพิจารณาและสรุปใจความสำคัญเหตุผลที่เชื่อถือได้

2. วิธีการการสอบแข่งขันประลองฝีมือเข้ารับราชการ

 - Step ใน Exam แข่งขันชิงความเป็นหนึ่งเข้ารับราชการในสังกัด ก.พ. ครูผู้สอนวิชาความรู้สังกัด ก.ค. ข้าราชการสังกัด กทม. และเทศบาล จะมีการเข้าสอบ 3 ภาค คือ

   ภาค ก. ความรู้ความย่อมทั่วไป เป็นข้อสอบราชการ ปรนัย 100 ข้อ 200 สกอร์ที่รวบรวมแล้ว แบ่งออกเป็น

   1) รายวิชาความสามารถในการวิจัยศึกษาหาความรู้ วิเคราะห์และคาดคะเน และรวบยอดใจความเหตุผลที่ฟังขึ้น เป็นข้อสอบ ปรนัย 50 ข้อ รวม 100 คะแนนจากคณะกรรมการ

   2) หลักสูตรการเรียนภาษา (Language) ไทย เป็นข้อสอบปรนัย 50 ข้อ รวม 100 แต้มที่รวบรวมแล้ว

ในส่วนของภาค ก. Knowledge ความย่อมทั่วไป โดยส่วนมากจะตัดผ่านที่ 60 % ของแต้มที่รวบรวมแล้ว รวม (และไม่นำมาคิดสกอร์ทั้งหมดรวมกับภาค ข. ) คือบทสรุปคะแนนที่รวบรวมแล้วผ่าน 60% ของ Score รวมก็จะตรวจข้อสอบ ภาค ข. ต่อไป ถ้า้่ไม่ผ่าน 60 % ของแต้มทั้งหมดรวม ก็ถือว่าสอบตก

  ภาค ข. ความรู้ที่เป็นประโยชน์ความย่อมเฉพาะหน้าที่รับผิดชอบ (รายวิชาชีพ) รวม 200 คะแนน (Score)

- ข้อสอบในส่วนนี้ อาจจะเป็นปรนัยทั้งหมดที่คำนวณได้ หรือ ปรนัยผสมอัตนัย ก็ได้ แต่โดยส่วนมากเกิน 80 %ของทุกหน่วยงานที่ใช้ความรู้จะเป็นปรนัย ( มีตัวเลือก ก ข ค ง)

ใน Exam ภาค ข. จะมีแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันออกมาเมื่อเปิดรับยื่นคำร้องสอบราชการว่าจะสอบในกระทู้ใดบ้างโดยส่วนใหญ่ จะเป็น พรบ.(กฏหมาย) ที่ต้องรู้และข้อปฎิบัติในหน่วยงานที่ตัวเองถนัดที่จัดสอบ และความรู้ที่มีคุณค่าเฉพาะตำแหน่งหน้าที่การงาน เช่น นักพัฒนาให้มีความสามารถที่ดีขึ้นชุมชน (Community) ก็ต้องมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับทำให้ดีมากกว่าเดิมชุมชน เป็นต้น ( ในส่วนนี้ทาง Sheetram จะแจ้งให้ทราบครับเมื่อมีประกาศซื้อขายจัดสอบขึ้น )

 - ภาค ค. ภาคความเหมาะสม (Appropriate) กับตำแหน่ง (Position) รวม 100 คะแนนทั้งหมด

  ในส่วนนี้จะคัดมาจากผู้ที่สอบราชการได้คะแนนทั้งหมดในภาค ก. และ ข. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการเข้าสอบจะดู บุคลิกภาพ และสัมภาษณ์ พร้อมกับดูผลการเรียนเพื่อให้เกิดสติปัญญา จากประวัติการเรียน (Study) ในบาง Position อาจจะมีการเข้าสอบอย่างอื่นด้วย เช่น ในตำแหน่งสายงานปลัดอำเภอและผู้ช่วยแบ่งเบาภาระนายทะเบียน จะมี Exam ให้ผู้ยื่นพูดในกระทู้สั้น ๆ ที่ได้เตรียมเอาไว้ให้ และมีการเข้าสอบวิ่งในระยะทางที่กำหนดในเวลาที่กำหนดให้ ซึ่งผู้สมัครจะต้องศึกษาทำความเข้าใจอย่างครบถ้วนจากหลักสูตรการเรียนการสอนในการเข้าสอบในแต่ละครั้ง ไป ซึ่งในที่นี้พูดเฉพาะ Subjects ความรู้ที่ดีความย่อมทั่วไปเท่านั้น

โดย Summary Exam ได้ลำดับที่ 1 2 3 ... ไล่ลงมาเรื่อย อยู่ที่แต้มจากคณะกรรมการ ภาค ข.+ ภาค ค. บุคคลไหนจะได้แต้มทั้งหมดมากกว่ากันครับ

3. การสอบราชการวิชา (Subjects) ความเข้าใจความย่อมทั่วไป ตามหลักสูตรการเรียนการสอนของ ก.พ. Subjects ความย่อมทั่วไปของ ก.พ. ถือว่าเป็นวิชา (Subjects) ที่ยากที่สุด

 - หลักสูตรความรู้และความเข้าใจความสามารถทั่วไปของ ก.พ. ถือว่าเป็นหลักสูตรการเรียนที่ยากทีสุด ยากกว่าสอบราชการของ ก.ค., กทม., และเทศบาล ดูจาปริมาณผู้ที่สอบผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนนี้มีเพียง 10 - 20% ของผู้ที่สอบทั้งหมดทั้งมวล ข้อสอบของ ก.พ. มีทั้งส่วนที่ง่าย (Easy) ปานกลาง และยาก ที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆก็คือผู้เข้าสอบจะไม่ย่อมทำข้อสอบได้ทั้งหมดทั้งสิ้นในวันเวลานาทีที่มีค่าที่กำหนดให้ ผู้สอบจึงจำเป็นต้องศึกษาอย่างกระจ่างแจ้งว่าข้อสอบประเภทใดง่ายและสะดวกหรือปานกลาง หรือยาก และมีสถิติข้อสอบเท่าใดและตนเองถนัดในเรื่องใดที่จะต้องเลือกทำก่อนเรื่องอื่น อย่าใช้วีทำจากข้อ 1 ไล่ไปเรื่อย ๆ เหมือนกับที่เคยทำข้อสอบสมัยเรียนในระดับมัธยมหรืออุดมศึกษา ซึ่งจะใช้ไม่ได้กับการปฏิบัติการข้อสอบของ ก.พ. แต่จะต้องเลือกทำจากข้อสอบที่ง่ายๆแบบไม่ยากและถนัดก่อน ตามด้วยข้อสอบ
ยากปานกลาง ส่วนข้อสอบยากไว้ทำภายหลัง

 - องค์ประกอบทั้งหมดของสอบราชการวิชาความรู้จริงรู้ชัดความย่อมทั่วไปของ ก.พ. จะแบ่งเนื้อหาที่เป็นมิตรกับผู้อ่านออกเป็น 2 วิชา คือ หลักสูตรการเรียนการสอนความสามารถในการตั้งใจขยันหาความรู้ วิเคราะห์ความน่าจะเป็นและสรุปรายละเอียดทั้งหมดผล กับรายวิชา Language ไทย

ดังมี Detail ดังที่ปรากฏ

 - วิชาความรู้ที่มีคุณค่าความย่อมในการเรียนรู้ ออกความคิดเห็น และสรุป (Summary) ผล ซึ่งตามหลักสูตรการเรียนรู้ของ ก.พ. ได้กำหนดบทความที่อ่านแล้วมีประโยชน์ของรายวิชาไว้เช่นนี้

  ทดสอบความเข้าใจความสามารถในการมีจิตแน่วแน่ในการเรียน การวิเคราะห์ความน่าจะเป็นและสรุป (Summary) ผล โดยให้วิเคราะห์จากข้อมูลทางสถิติจับเรื่องราวจากข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เหตุการณ์ทั้งหลายหรือเหตุผลที่อธิบายได้อย่างชัดเจนทางการเมือง ระบบการค้าขายมหภาค และกลุ่มสังคม การหาแนวโน้มหรือการทำให้แตกต่างจากเดิมที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูล หรือสมมุติฐาน การคิดวิเคราะห์ความน่าจะเป็นแล้วสรุปใจความสำคัญความเป็นอุปมา อุปไมย โดยอาศัยความรู้ที่มีคุณค่าทั่วไป และคิดหาเหตุผลที่เชื่อถือได้ด้วยเลขอารบิก" เนื้อหาที่อ่านแล้วมีประโยชน์ของข้อสอบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ความสามารถทางด้านตัวเลขทางคณิตศาสตร์ ด้านความมีเหตุผล (Reason) และด้านภาษา (Language) แต่ละกลุ่มมีปริมาณข้อสอบโดยโดยประมาณและความยากง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน เช่นนี้

   1. ความสามารถด้านตัวเลขเท่านั้น แบ่งเป็น

    1.1 วิชาคณิตศาสตร์ทั่วไป จำนวนข้อสอบโดยที่ประมาณการณ์ไว้ 5 ข้อ - ยาก

    1.2 อนุกรม สถิติข้อสอบโดยประมาณการณ์ 5 ข้อ - ยาก

    1.3 การ Analyze ข้อมูล (Information) จากตาราง (Table) ยอดรวมข้อสอบโดยที่คาดหมายไว้ 5 ข้อ - ปานกลาง

   2. ความย่อมด้านความีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ แบ่งเป็น

    2.1 อุปมาอุปไมย สถิติข้อสอบโดยประมาณ 5-10 ข้อ - ปานกลาง

    2.2 การข้อสรุปความจากเงื่อนไขทางภาษา (Language) จำนวนข้อสอบโดยคาดคะเน 10 ข้อ - ยากมาก

    2.3 การสรุปรวบยอดความจากสัญลักษณ์ทาง Mathematics จำนวนข้อสอบโดย About 10 ข้อ - ยากมาก

    2.4 ความมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันจากภาพ (มิติ Relationships ) (ระดับ 3 มักไม่ค่อยออก) ยอดรวมข้อสอบโดยราวๆ 0-5 ข้อ - ปานกลาง

   3. ความย่อมทางด้านภาษา (Language) (ความเข้าใจอย่างดีเยี่ยมภาษา) สถิติข้อสอบโดยราวๆ 5 ข้อ - ปานกลาง

   - จะเห็นได้ว่าข้อสอบประเภทนี้ ใช้ความรู้ที่ถูกต้องทางคณิตศาสตร์และตัวเลขจำนวนเต็มที่ 20 - 25 ข้อ จึงนับว่าเป็น Barrier มีคุณค่าเพื่อผู้ที่อ่อน Mathematics หรือทิ้งคณิตศาสตร์มานาน ผู้ที่รักการเรียนจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดหลักทฤษฎีหรือมีความรู้ที่ดี Preliminary และหมั่นทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่า ๆ ให้เกิดความชำนาญให้มาก

   - ส่วนที่จะต้องให้สิ่งสำคัญอันดับต้นๆค่อนข้างมากคือ Mathematics ทั่วไป แม้ว่าคณิตศาสตร์ทั่วไปจะมีข้อสอบที่ถามตรงไปตรงมาเพียง 5 ข้อ แต่ความรู้จริงรู้ชัดวิชาคณิตศาสตร์ทั่วไปจะช่วยในการดำเนินการข้อสอบหัวข้อใหญ่อื่นๆ ในเรื่องของอนุกรม การวิเคราะห์ทางเทคนิคข้อมูลจากผู้ที่มีความรู้จากตาราง (Table) การสรุปความจากเงื่อนไขทางภาษา (Language) (บางอัน) และการสรุปใจความสำคัญความจากสัญลักษณ์ Mathematics ซึ่งมีข้อสอบประมาณการณ์ 20-25 ข้อ ผู้ที่อ่อนคณิตศาสตร์ (Mathematics) ก็ควรจะทำคะแนนที่บริสุทธิ์ยุตธรรมเหล่านี้ไว้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไปเลย ซึ่งจะเป็นการยากที่จะแต้มทั้งหมดส่วนอื่น ๆ ให้ได้ถึง 50 ข้อ

   - หนังสือที่ใช้ในการประกอบการเรียนการสอนที่ควรจะอ่านและทำความเข้าใจเพิมเติมจากเดิมในด้านความสามารถด้านตัวเลขที่ไม่ใช่ตัวอักษร

    1. หนังสือความรู้ (Knowledge) ความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตร ก.พ.

    2. คณิตศาสตร์ชั้น ม.1-3 ดูในเรื่องการคำนวณขั้นหลักเบื้องต้น ซึ่งจำเป็นมาก

    3. วิชาที่สอนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ชั้น ม.4-6 ดูในเรื่องทิศทางของสถิติขั้นต้น, ตรรก, สัญลักษณ์ทางวิชาคณิตศาสตร์, ระบบสถิติและเซท

    4. วิชาที่สอนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ระดับ Degree ตรี ดูในเรื่องดังข้อ 3 ข้างต้น

   - ข้อสอบ ก.พ. นั้นออกข้อสอบใน Knowledge ในระดับ ม.1-6 สรุป ถ้าจะดูคณิตศาสตร์ระดับ Degree ตรีให้เข้าใจอย่างดีเยี่ยมว่า เนื้อหา (Content) จะสูงกว่าที่ออกข้อสอบ แต่ถ้าหากอ่านอย่างมีสมาธิเกี่ยวกับในระดับปริญญา (Degree) ตรีอันจะทำให้ได้เปรียบกว่า แต่ถ้าหากไม่มีระยะทางของวันเวลาก็ไม่มีความสำคัญ

 - วิชาภาษาไทย 50 ข้อ 100 คะแนนที่รวบรวมแล้ว แบ่งออกเป็นข้อสอบ ประเภท (Category) ต่าง ๆ โดยประมาณว่า ดังนี้

  1. ศัพท์

   1.1 การเขียนบทความเชิงให้ความรู้ตัวสะกด สถิติข้อสอบ 0-5 ข้อ - ยาก

   1.2 ความหมายของคำและกลุ่มคำ จำนวนข้อสอบ 10 ข้อ - ปานกลาง

  2. ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดภาษา (Language) ยอดรวมข้อสอบ 25 ข้อ - ยาก

   2.1 ข้อความที่สื่อความหมาย (ทั้งร้อยกรองและร้อยแก้ว)

   2.2 เนื้อหาคุณภาพ (Unique Content)

  3. การเขียนเนื้อหาที่มีคุณค่า

   3.1 การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ ปริมาณข้อสอบ 5 ข้อ - ปานกลาง

   3.2 การเขียนบทความที่มีประโยชน์ Sentence ได้ถูกต้องแม่นยำตามหลักภาษา (Language) สถิติข้อสอบ 5 ข้อ - ปานกลาง

   3.3 การเรียงความ ยอดรวมข้อสอบ 5 ข้อ - ปานกลาง

   - จะเห็นได้ว่า Language ไทยตามหลักสูตรของ ก.พ. โดยส่วนมากจะเน้นความเข้าใจอย่างดีเยี่ยม Language และการเขียนบทความเชิงคุณภาพเป็นหลัก ส่วนการเขียนเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านตัวสะกดจะมี หรือไม่มีก็ได้ (แต่ควรจะดูไว้บ้างเผื่อว่าจะออกมา) ผู้สอบเกี่ยวกับสอบราชการจะต้องอ่านและทบทวนความรู้และความเข้าใจเบื้องต้น (Preliminary) ของภาษา (Language) ไทย และหมั่นทำแบบฝึกหัดมาก ๆ เช่นเดียวกัน

   - หนังสือแบบเรียนที่ควร Read เพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายเกี่ยวกับภาษา (Language) ไทย คือ

    1. หนังสือสำหรับเรียนรู้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ความสามารถทั่วไป ตามหลัดสูตร ก.พ.

    2 . หลักภาษาไทย (TH101) ของ ม.รามคำแหง ดูเฉพาะเรื่องการใช้ Language มากกว่า จะดูเรื่องไวยากรณ์

    3 . การเตรียมตัวเพื่อการพูดและเขียนให้อ่านเข้าใจง่ายเกี่ยวกับ (TH 103) ของ ม.รามคำแหง

    4 . การใช้ภาษา (Language) ไทย บทความงของมหาวิทยาลัย เช่น ของ มสธ.

    5 . การใช้ภาษา (Language) ไทย ระดับ ม.1-6

    สำหรับผู้ที่อ่อนคณิตศาสตร์ (Mathematics) ปริมาณไม่น้อยย่อมสอบ Subjects ก.พ. ผ่านได้ โดยให้มามุ่งทำข้อสอบ Language ไทยให้ได้คะแนนจากคณะกรรมการดีๆ เพราะดังที่ได้เรียนให้ทราบแล้วว่า โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ย่อมทำข้อสอบสอบราชการได้หมดทุกข้อ มักจะทำไม (Why) ่ทันวันเวลานาทีที่มีค่า จะต้องข้าม หรือใช้กระบวนการเดาในการดำเนินการข้อสอบ เพราะเหตุนั้นผู้ที่อ่อน Mathematics ไม่ควรท้อถอยหรือหมดแรงใจ

4. การสอบวิชาความรู้ที่เป็นประโยชน์ความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตรที่บรรจุของ ก.ค. , สพฐ.

  4.1 Subjects ความรู้ (Knowledge) ความสามารถในการมีจิตแน่วแน่ในการเรียน วิเคราะห์จากข้อมูลทางสถิติ และสรุปเนื้อหาสำคัญผล ในข้อสอบของ ก.ค. สพฐ. ที่ผ่านมา ไม่มีสอบราชการแบบการสรุปรวบยอดความจากสัญลักษณ์ จะเน้นหนังที่คณิตศาสตร์ (Mathematics) ในแนวการวัดความถนัด (APTITUDE TEST) ซึ่งจะวัดความตระหนักดีและความสามารถในเชิง Analyze มากกว่าความย่อมในการจำ (ซึ่งหมาความว่าไม่เน้นในการจำสูตรต่างๆ) ส่วนเนื้อหาที่มีประโยชน์ในส่วนอื่น ๆ ก็มีข้อสอบพอสมควร เช่น อนุกรม การวิเคราะห์ (Analyze) Data จาก Table อุปมาอุปไมย ความย่อมด้านภาษา การบทสรุปความจากเงื่อนไขทางภาษา (Language)

  4.2 วิชาภาษาไทย ข้อสอบของ ก.ค. จะมีบทความที่เป็นมิตรกับผู้อ่านที่เกี่ยวกับเขียนอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวสะกด ความหมายของคำและกลุ่มคำ ความรู้ที่ดีทางด้านหลัก Language หรือไวยากรณ์ การอ่านอย่างมีสมาธิเกี่ยวกับ การใช้ราชาศัพท์ การเลือกใช้คำและกลุ่มคำ การเขียนบทความเชิงคุณภาพข้อความที่ Correct ความเข้าใจ (Understand) ภาษา (Language) มาจากการอ่านหลายๆรอบให้เข้าใจเกี่ยวกับข้อความที่กินใจและ Unique Content สรุปเนื้อหาว่าหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาไทยของ ก.ค. จะต่างไปในขณะที่ข้อสอบ ก.พ. มักจะไม่เรื่องข้างต้น

5. Exam หลักสูตรการเรียนการสอนความรู้ที่มีคุณค่าความย่อมทั่วไปของ กทม.

  5.1 รายวิชา Knowledge ความารถในการมีจิตแน่วแน่ในการเรียน วิเคราะห์ด้วยข้อมูลทางสถิติ และสรุปรายละเอียดทั้งหมดเหตุผลที่อธิบายได้อย่างชัดเจน ในข้อสอบของสอบราชการ กทม. จะไม่มีข้อสอบการสรุปรายละเอียดทั้งหมดความจากสัญลักษณ์ ลักษณะข้อสอบจะเป็นเรื่องต่างๆ นอกจากนั้น ผู้ยื่นสอบควรจะดูเนื้อหา (Content) เรื่องวิชาคณิตศาสตร์ชั้นต้นให้มากหน่อย เพราะจะเป็นชั้นต้นของการปฏิบัติงานข้อสอบเรื่องการออกความคิดเห็นข้อมูลและงานจาก Table และแผนภูมิด้วย สำหรับเงื่อนไขภาษาของ กทม. จะมีเนื้อหาสาระที่ไม่ยากเลยแม้แต่น้อยและซับซ้อนมากนัก สรุปได้ดังนี้ผู้ที่สนใจอ่านเนื้อหาอาจจะอ่าน (Read) ในส่วนแรก (First) ๆ เท่านั้น ส่วนที่ยากและซับซ้อนอาจจะ Read เมื่อมีช่วงของวันเวลาเหลือก็ได้

  5.2 วิชา (Subjects) Language ไทย ข้อสอบ Language ไทยของ กทม. มีลักษณะคล้ายกับข้อสอบภาษา (Language) ไทยของ ก.พ. จะเน้นเรื่องความเข้าใจจากเรื่องราวต่างๆภาษา คือ การอ่านและทำความเข้าใจข้อความ (Message) และบทความคุณภาพที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน นอกจากนั้นยังมีสัมพันธภาพระหว่างคำกับสัญลักษณ์ในภาษาของคำและกลุ่มคำ การใช้คำและกลุ่มคำ การเขียนข้อย่อยตามหลักภาษา (Language) การเรียง Sentence สิ่งที่ไม่เน้น คือการเขียนเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน Sentence (อาจจะมีหรือไม่ก็ได้)

6. Exam หลักสูตรการเรียน Knowledge ความย่อมทั่วไปของ อบต. เทศบาล อบจ.

 - ข้อสอบความย่อมทั่วไปของเทศบาล อบต. จะมีลักษณะไม่ต่างกันแนวข้อสอบของ ก.พ. (โปรดดูใน Topic ) และผู้สอบควรจะศึกษาทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความรู้และความเข้าใจทั่วไป และเหตุการณ์ทุกวันนี้เอาไว้ด้วย ซึ่งเคยมีข้อแนะนำคำถามในเรื่องดังกล่าวด้วย

7. คำ Recommend ในการเตรียมตัวก่อนสอบ
 
  1. ศึกษาทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้หลักสูตรพื้นฐานของการสอบราชการและแนวการสอบให้ละเอียดยิบ โดยศึกษาจากคู่มือ (Manual) การับลงทะเบียน (Register) และหนังสือสำหรับศึกษาเรียนรู้ Recommend ในการเตรียมสอบวิชา (Subjects) ความรู้ที่ถูกต้องความสามารถทั่วไป ซึ่งจะบอกถึงหลักสูตรพื้นฐานและ Content ในการเข้าสอบโดยละเอียดลออ พร้อมทั้งยกตัวอย่างให้ผู้อ่านเข้าใจข้อสอบ (อย่างง่าย (Easy) ๆ) เอาไว้ หนังสือเล่มดังกล่าวถือว่าเป็นแนวกว้าง ๆ ของบทความที่อ่านแล้วได้รับความรู้ข้อสอบเท่านั้น

  2. หากหนังสือเรียนหรือหลักสูตรที่ดีและตรงกับแนว Exam ไว้อ่านอย่างเข้าใจเกี่ยวกับและทำแบบฝึกหัด คัมภีร์ในท้องตลาดมีมากมายจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะต้องแนวกับการสอบ (Exam) ตลอดไป หรือบางเล่มก็เฉลยผิดๆ ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจเป็นอย่างดีผิด และสอบตก ควรมานะพยายามตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบบุคคลที่เคยสอบมาแล้ว และถามว่าหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียนเล่มใดที่ตรงและถูกต้อง (Correct) บ้าง อาจจะได้หนังสือที่ถูกต้อง (Correct) ไม่ทำให้เราและผู้อ่านทุกท่านหลงทางและสอบตกในที่สุด

  3. ควรหาแนวทางที่มีความเป็นไปได้เข้าสอบวิชา (Subjects) Knowledge ความสามารถเมื่อมีโอกาสและเส้นทางสู่ความสำเร็จจะทำได้ เพื่อหาประสบการณ์ที่มีอยู่และดูแนนข้อสอบมากขึ้น

  4. ควรทำบทสรุปย่อเนื้อหาหลักของหลักสูตรที่เรียน ทำโน้ตย่อเฉพาะเนื้อหาที่อ่านแล้วมีประโยชน์ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกสั้น ๆ ใช้ภาษาของตนเองเพื่อสะดวก (Convenience) ในการทบทวน

  5. หมั้นทำแบบฝึกหัด การทำแบบฝึกหัดจะช่วยให้เราและผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดและจำเนื้อหาที่อ่านแล้วได้รับความรู้ได้ดียิ่งขึ้น

  6. ควรจับกลุ่มดูหนังสือความรู้กับเพื่อนรัก เพื่อจะได้มีการให้ความหวังในการดูหนังสือที่มีความรู้ ไม่ว้าเหว่ และเมื่อสงสัยอยากทราบคำตอบก็สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ กลุ่มสำหรับดู Book ไม่ควรมากเกินไป
หรือน้อยเกินไป คือที่คาดหมายไว้ 4-5 คน

  7. ให้นึกถึงทำให้ประสบความสำเร็จทาง Life หรือสิ่งที่้ต้องการของชีวิต (Life) ให้เราและทีมงานทุกคนมีมานะมากขึ้น โดยทำให้บรรลุเป้าที่วาวไว้อ่านอย่างจริงจังเกี่ยวกับชีวประวัติบุคคลต้องคำนึงเป็นอันดับแรกหรือบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตที่มีค่า จะช่วยให้เราและผู้อ่านทุกคนมีมานะมากขึ้น

  8. ให้ Importance ของการรักษาทะนุถนอมสุขภาพและสุขภาพจิต ซึ่งจะเป็นส่วนจำเป็นที่จะช่วยให้การศึกษาหาความรู้และการดูหนังสือเรียนได้เป็นคุณประโยชน์

  9. ควรมีแผนการ (Plan) ดูหนังสือ (Book) เขียนอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเป็นตารางไว้ แล้วปฏิบัติโดยเคร่งครัด

  10. ควรมีสถานที่ดูหนังสือที่ใช้ในการประกอบการเรียนการสอนที่เป็นสัดส่วนของตนเอง และเงียบสงบ ซึ่งจะช่วยให้มีสมาธิในการดูหนังสือแบบเรียนได้มาก

  11. ควรหาคนช่วยสอนในเรื่องที่เราและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ถนัด เช่น คณิตศาสตร์ (Mathematics) เรื่องบางเรื่องถ้าอ่านและทำความเข้าใจเองจะเสียงระยะเวลามาก แต่ถ้ามีคนมา Explain ให้จะเข้าใจและสามารถเผยแพร่ความรู้ให้ผู้ที่สนใจง่ายในระยะทางของวันเวลา
อันรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด

 กาหาสำนักติว ควรจะตรวจสอบอย่างเคร่งครัดดูให้รู้แน่ว่าเชื่อมั่นได้แค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Teacher ผู้สอนว่ามีความรู้ (Knowledge) จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่มือใหม่ ลงทะเบียน (Register) เล่น

  12. ควรอ่านอย่างจริงจังเกี่ยวกับสมุดหนังสือหรือเรียนด้วยความ Enjoy มากกว่าจำหัวใจอ่านอย่างขยันขันแข็งเกี่ยวกับหรือเรียนแบบแข็ง ๆ เป็นสิ่งจะทำไม่ได้ผล

  13. ทำตัวให้สบายไม่เคร่งเครียด หรือมุ่งหวังมากเกินไป อันจะทำให้เครียด นอนไม่หลับ สุขภาพจะเสื่อมโทรม ขาดสมาธิ แลมีผลจะทำอ่านและจดจำหนังสือสำหรับศึกษาเรียนรู้ไม่จำหรือไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ให้คิดว่าถ้าเราและทีมงานสอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทำ Career อื่น ๆ ที่น่า Interested กว่าก็ยังมี เป็นสิ่งที่จะทำให้หัวใจสบาย ไม่เครียด ไม่ฟุ้งซ่าน มีสมาธิและการให้ความหวังดี อ่านอย่างขยันขันแข็งเกี่ยวกับหนังสือที่ใช้ในการประกอบการเรียนการสอนธรรมะบ้าง ยึดหลักทางสายกลาง หรือมีการฝึกสมาธิจะช่วยให้การเรียนเพื่อให้เกิดปัญญาดีขึ้น

8. คำแนะนำแนวทางสำหรับในวันสอบ

  1. ก่อนวันสอบไม่ต้อง Concern นอนให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง การนอนให้เพียงพอ ซึ่งจะทำให้ Brain ปลอดโปร่ง ทำให้สอบได้ดี เพราะข้อสอบของ ก.พ. ต้องการอย่างแท้จริงความย่อมในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็น ไม่ใช่ข้อสอบความจำอย่างเดียว ถ้าสมอง (Brain) ไม่ปลอดโปร่ง จะทำข้อสอบไม่ได้ดี

  2. ควรเตรียมอุปกรณ์ (Equipment) การเข้าสอบให้พร้อม ตั้งแต่ก่อนวันสอบ ทั้งดินสอ ยางลบ ปากกาน้ำเงินและแดง ไม่บรรทัด

  3. ไปถึงสนามสอบก่อนระยะเวลาสั้นหรือยาวทำการสอบไม่น้อยกว่า 45 นาที เพื่อจะได้ไม่รีบเร่ง และเข้าห้องสอบสายเพราะอาจมีเหตุผลที่เชื่อถือได้ฉุกเฉิน หรือการจราจรติดขัดทำให้ไปถึง Field สอบไม่ทัน ทำให้เสีบเปรียบคนอื่น ๆ และอาจไม่ตอบตกลงให้เข้าห้องสอบ ควรไปดู Field สอบก่อนวันสอบ เพราะสถานที่บางแห่งเราและผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไม่รู้จักจะเสีย Time หามาก

  4. ควรทำข้อสอบในส่วนที่ตนถนัดก่อน ก่อนจะทำข้อสอบให้อ่านอย่างขยันขันแข็งเกี่ยวกับดูข้อสอบเกี่ยวกับสอบราชการอย่างคร่าวๆ ทั้งฉบับก่อน จากนั้นระยะทางของวันเวลาทำ ส่วนไหนไม่ถนัดและเห็นว่ายากให้ข้ามไปก่อนค่อยกลับมาทำในภายหลัง เพราะข้อสอบทั้ง 2 หลักสูตรการเรียนการสอน แจกพร้อมกันเก็บพร้อมกัน ใช้ระยะทางของวันเวลาทำข้อสอบ 2 Hour 30 นาที หรือ 3 Hour เช่นผู้ถนัดในการวิเคราะห์ (Analyze) แบบตัวเลขทางคณิตศาสตร์ และวิชาที่สอนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ควรจะทำในส่วนที่เป็นตัวเลขเพียวๆ และ Mathematics ก่อน ส่วนที่ไม่ถนัดตัวเลขเท่านั้นและ Mathematics ให้ทำในส่วน Language ไทยก่อนเป็นต้น เนื่องด้วยว่าข้อสอบภาคความรู้และความเข้าใจความย่อมทั่วไปมักจะยาก ผู้สอบที่ทำข้อสอบไม่ค่อยได้ ไม่ควรเสียงกำลังใจที่มาจากการพูด เพราะคนอื่น ๆ ก็คงเพราะเหตุใด่ค่อยได้ไม่ต่างจากกัน แต่จะแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะว่าบุคคลใดที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้จะทำได้มากกว่ากัน และอีกประการหนึ่งผู้สอบเกือบทั้งหมดทั้งมวลมักทำข้อสอบไม่ทัน เพราะข้อสอบจะมากเกินวันเวลาที่กำหนดไว้ ผู้สอบจึงควรทำส่วนที่ทำได้ก่อน แม้ว่าจะเสียวันเวลานาทีที่มีค่าไปเกินข้อสอล 1.5 นาที (ข้อสอบ 100 ข้อ วันเวลา 150 นาที เฉลี่ยข้อสอบ 1.5 นาที) ไปบ้าง เพราะถือหลักว่าข้อที่เราและผู้อ่านทุกท่านทำได้และแน่ใจว่าทำถูกย่อมดีกว่าอย่างแน่นอนจริงแท้แน่นอนกว่าจะไปทำข้ออื่น ๆ ที่เราและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่แน่ใจ แต่ข้อที่เราและเจ้าหน้าที่ทุกคนทำได้กินเลามาก ๆ เช่น 5 นาทีอาจจะต้องกลับมาทำภายหลัง ถ้ามีวันเวลา

  5. การกระทำข้อสอบปรนัยนั้น บางครั้งอาจจะต้องใช้ขั้นตอนเดา ในตัวอย่างเช่นนี้ใด้ตัดข้อที่ผิดอย่างเห็นได้ชัดออกไปจนเหลือข้อที่ไม่แน่หัวใจสัก 2 ตัวเลือก แล้วจึงเดาระหว่าง 2 ตัวเลือกโดยข้อที่เราแน่ใจมากที่สุดที่เราตั้งใจไว้เป็นคำตอบ (แต่โปรดดูว่าการกาจะติดลบหรือไม่ ถ้าติดลบไม่ควรเดา)

  6. เครื่องใช้ที่จะต้องนำเอาไปด้วย คือ นาฬิกา เพื่อจะได้ดูระยะทางของวันเวลา พยายามเพื่อทำให้เกิดผลสำเร็จอย่าเสียวันเวลานาทีที่มีค่ากับสอบราชการที่ยากมาก และใช้วันเวลาสิ่งที่มีค่ามากเกินไปเพราะจะกินเวลา (Time) ข้อสอบข้ออื่นๆ เมื่อทำข้อสอบไม่ทันจริง ๆ ใน 5 นาที สุดท้ายก็ให้เดาคำตอบที่ถูกต้องของโจทย์คำถามของข้อสอบที่เหลือไปได้เลย ยกเว้นในคำสั้งบอกว่า ถ้าทำผิดจะติดลบ ต้องอ่านอย่างเข้าใจเกี่ยวกับคำสั้งให้พิถีพิถันก่อนทำข้อสอบ
ทุกครั้งไปผมอยากแนะนำเกี่ยวกับบล็อกสอบราชการอ่านสักนิดชีวิตจะมีความสุขสอบราชการบล็อกนี้เป็นแนวทางที่ดีบทความที่มีเนื้อหาหลากหลาย

อ้างอิงจาก: สอบราชการ
คำที่มีความหมายเดียวกัน: สอบราชการ
อ้างจาก: สอบราชการ
สัมมนาเกี่ยวกับ สอบราชการ แนวข้อสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. อบจ. ต่างๆ
Category Tag: การศึกษา
ยูสเซอร์: downloadsheet
หน้าหลักของเว็บไซต์: http://www.downloadsheet.com
หน้าสินค้าและบริการ: http://www.downloadsheet.com/index.php?m=area
หน้าติดต่อสอบถาม: http://www.downloadsheet.com/index.php?m=o
บล็อกที่เกี่ยวข้อง: http://siam2travel.com
หมวดหมู่บทความอ้างอิง:: http://siam2travel.com/category/การศึกษา
แท็กบทความอ้างอิง:: http://siam2travel.com/tag/สอบราชการ
บันทึกการเข้า