ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน Did you miss your activation email?

ผู้เขียน หัวข้อ: อยุธยาจัดแห่เทียนทางน้ำ ย้อนยุคตลาดบ้านแพน (ชมภาพ)  (อ่าน 283 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • "อย่าส่งจิตออกนอก"
  • 2.ทีมงานมัชฌิมา
  • มหาบัณฑิตพุทธบริษัท
  • *****
  • ผลบุญ: +38/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 11156
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0



อยุธยาจัดแห่เทียนทางน้ำ ย้อนยุคตลาดบ้านแพน (ชมภาพ)

วันที่ 21 ก.ค.ที่บริเวณหน้าอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีการจัดงานไหว้พระแห่เทียนพรรษา กินกุ้งกินปลา ที่บ้านแพน  มีนายทวีนริส ศิริกุล รองผวจ.นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกอบจ. นายเรวัต ประสงค์ นายอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันเปิดงานโดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน ร่วมงานกว่า5,000 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่างานเริ่มต้นด้วยการปล่อยขบวนเรือออกจากหน้าวัดโคกเสือ ต.บ้านแพน ล่องมาตามแม่น้ำน้อยมายังที่ว่าการอำเภอเสนาระยะทางกว่า900 เมตร   มีเรือร่วมในขบวนแห่เทียนพรรษา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด 14 อปท. เรือจำนวน389 ลำ นำเทียนพรรษาใส่เรือพื้นบ้านเช่นเรือมาด เรือเข็ม เรือต่อ เรือสำปั้น เรือป๊าบ เรือใหญ่ เป็นต้น  เรือทุกลำจะตกแต่งอย่างสวยงาม นอกจากนี้ระหว่างเรือที่แล่นผ่านหมู่บ้านต่างๆยังมีการร้องเพลงเห่เรือ สร้างบรรยากาศให้กับประชาชนที่รอชมอยู่สองฝั่งแม่น้ำ





นายเรวัต เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการย้อนอดีตที่ผ่านมากว่า40 ปี ที่ไม่เคยจัดงาน ต้องการเน้นให้เห็นวิถีชีวิตของคนในชนบทที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำก่อนที่จะเข้าพรรษาจะมีการนำเทียนใส่เรือไปถวายตามวัดต่างๆที่อยู่ริมแม่น้ำเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม แสดงถึงวิถีชีวิตสร้างความสามัคคีของชาวอำเภอเสนารวมทั้งพัฒนาและฟื้นฟูส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ซึ่งในอดีตตลาดบ้านแพนจะเป็นตลาดการค้าการขายและการคมนาคมทางเรือ โดยเฉพาะในแม่น้ำน้อยยังมีกุ้งมีปลาจำนวนมาก จึงได้เน้นและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวหันมากินกุ้งกินปลาที่บ้านแพน เป็นการฟื้นฟูชีวิตของชาวอำเภอเสนาหรือตลาดบ้านแพนให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง





ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM05EUXdOalV4Tnc9PQ==&subcatid=
บันทึกการเข้า
พระพุทธองค์รัก "พระเทวทัต" เท่ากับ "พระราหุล" ฉันใด เราจะรักทุกคนฉันนั้น "เมตตาเจโตวิมุตติ"