ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อรวมจิต ประจักษ์แจ้ง พุทโธ ที่หทัยแล้ว นามกายเกิด อัตตาก็หายไป  (อ่าน 2689 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6197
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0


เมื่อผู้ภาวนา มีความสามารถ ด้วยความความเพียร รวมศูนย์จิตที่หทัยได้ สุขเบื้องต้นคือการละสังโยชน์ 3 ประการก็จักบังเกิด แก่ผู้นั้น ด้วยความรู้สึกประจักษ์แจ้งว่า กายจิตนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา เป็นเพียงแต่สักว่า กาย หาใช่ สัตว์ บุรุษ บุคคล ตัวตน เราเขา เป็นเพียงธาตุ ที่มาประชุม เป็นเพียงนามที่ปรากฏ และดับไป เสื่อมไป ว่างเปล่า จากความหมายแห่งความเป็นตัว เป็นตน หมดความสงสัยในพระพุทธเจ้า ในพระธรรมเจ้า ในพระอริยะสงฆ์เจ้า ทั้งหลายทั้งปวง มีใจน้อมไปเพื่อการไม่กลับมาเกิด มีจิตเบื่อหน่าย และ ต้องการหนีจาก วัฏฏะสงสาร อันมีทุกข์ ท่วมทับทวี จิตนี้มุ่งตรงไปสู่ การคลายตัณหา ทะยานยาก สงบสุข อยู่ด้วยสันโดษ อันพระอริยะเจ้าทั้งหลาย สรรเสริญไว้ว่า เป็น ปฐมสุข เป็นปฐมมรรค เป็นผลเบื้องต้น ในศาสนา นี้แล

  ท่านทั้งหลายโปรด อย่าได้เบื่อหน่าย ต่อการภาวนา พุทโธ ลง ฐานจิต ตามที่ครูอาจารย์สอน เพราะท่านควรจะเบื่อหน่าย ต่อตัณหาของท่านทั้งหลายมากกว่า ควรเบื่อความโกรธ ความโลภ ความหลง ความเป็นทุกข์ที่ท่วมทับทวี ความไม่รู้ต่อ ความหมายแห่งชีิวิต และ อัตภาพ

  หากท่านทั้งหลายรู้ัแจ้งประจักษ์ เช่นนี้ พุทธานุภาพประจักษ์แจ้งใจ ท่านแล้ว ท่านก็จะไม่เป็นผู้อาภัพ ไม่เสียชาติเกิด ไม่เสียที ที่ได้พบพระพุทธศาสนา พระธรรมเจ้า และ พระอริยะสงฆ์เจ้าทั้งหลายทั้งปวง และไม่เสียชาติที่เกิดมาเป็นมนุษย์ นี้เลย

  ธรรมเหล่าใด ที่ท่านประจักษ์แจ้ง ด้วย พุทโธ ธรรมเหล่านั้น คือ พุทธานุภาพ ที่ยังคงมีอยู่ มีสิ้นไป อันเป็นที่พึ่งแก่สัตว์ทั้งหลาย ที่ยังเวียนว่ายใน วัฏฏะสงสาร อย่างฉลาด

  ดังนั้นขอให้ ท่าน จงได้กล่าวคำว่า พุทธัง สะระณํง คัจฉามิ ข้าพเจ้า ขอถือ พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกเถิด

  ชีวิตของท่านจักได้ ไม่ตกไปสู่ อบาย อีกต่อไป

  เจริญธรรม / เจริญพร


   
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6197
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
"ศรัทธา เป็นเหตุ ให้เกิดปีติ ปีติเป็นเหตุให้เกิดปราโมทย์ ปราโมทย์เป็นเหตุให้เกิด ในสุข สุขเป็นเหตุให้เกิดในสมาธิ สมาธิเป็นเหตุให้เกิด ยถาภูตญาณทัศศนะ ยถาภูตญาณทัศศนะเป็นเหตุให้เกิด นิพพิทา นิพพิทาเป็นเหตุให้เกิดวิราคะ วิราคะเป็นเหตุให้เกิดใน วิมุตติ และ วิมุตติเป็นเหตุให้เกิด นิพพพาน ท่านทั้งหลายที่ภาวนา ถ้านึกลำดับธรรม กรรมฐาน ภาวนา จิตก็จักก้าวย่างสู่ ตามลำดับภูมิจิต และ ภูมิธรรม อริยะมรรค แล อริยะัผล ก็ย่อมเกิดขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกัน ดังนั้นท่านทั้งหลาย โปรดอย่าลืม ลำดับพระกรรมฐาน เพราะพระกรรมฐาน เป็นลำดับอย่างนี้ เราจึงเรียกการภาวนาเช่นนี้ ตามครู ตามพระอาจารย์ ของ พระอาจารย์ว่า พระกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ เหตเพราะภาวนา ทางสายกลาง อย่างเป็นขั้น เป็นตอน ไม่โดดไป โดดมา ไปตามลำดับ เหมือนกับการบรรลุธรรม ที่เป็นไปตามลำดับ นั่นเอง"

ข้อความบางส่วนจาก หนังสือเพียงหยดแห่งพระธรรม
ธัมมะวังโส ภิกขุ
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6197
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0


"เมื่อได้เห็น อุบาสก อุบาสิกา บำเพ็ญเจริญภาวนา ทุกครั้งก็จักเกิดปีติ และสุขอย่างยิ่ง แต่เมื่อใดได้เห็นพระคุณเจ้า มาเจริญภาวนา ยิ่งปีติมากขึ้น เพราะความเป็นจริงในยุคนี้ พระที่ปฏบัติภาวนาจริง มีน้อยยิ่งจากการที่ได้เดินทางไปเกือบทั่วประเทศ ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ที่จะได้เห็นพระคุณเจ้ามาประพฤติปฏบัติ เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน เห็นได้น้อยจริง ๆ"

ข้อความบางส่วน จากหนังสือ เพียงหยดหนึ่งแห่งพระธรรม
โดย ธัมมะวังโส ภิกขุ
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ขออนุโมทนาสาธุ
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

KIDSADA

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 439
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า
เราชอบ ป่วนแก็งค์ อ๊บ อ๊บ

saichol

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 241
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า

sakol

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 242
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
สิ่งที่หลาย ๆ ท่านลืมกัน ก็คือ เว็บนี้เป้นเว็บที่ มีเพื่อการศึกษา พระกรรมฐาน หลากเรื่อง หลากรส หลายเรื่อง หลายราว แต่ที่เราเข้ามาอ่าน ก็คือ เรื่องกรรมฐาน ซึ่งเป็นข้อความ จากครูอาจารย์ เป็นสำคัญ

  อนุโมทนา ครับ ที่ครูอาจารย์ ยังแจกธรรม อยู่ เช่นเดิม ถึงแม้ ว่าจะนานครั้ง แต่อย่างน้อย ก็ยังมีแหล่งที่มาและศึกษา


   st11 st12
บันทึกการเข้า

hiso

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 63
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
สิ่งที่หลาย ๆ ท่านลืมกัน ก็คือ เว็บนี้เป้นเว็บที่ มีเพื่อการศึกษา พระกรรมฐาน หลากเรื่อง หลากรส หลายเรื่อง หลายราว แต่ที่เราเข้ามาอ่าน ก็คือ เรื่องกรรมฐาน ซึ่งเป็นข้อความ จากครูอาจารย์ เป็นสำคัญ

  อนุโมทนา ครับ ที่ครูอาจารย์ ยังแจกธรรม อยู่ เช่นเดิม ถึงแม้ ว่าจะนานครั้ง แต่อย่างน้อย ก็ยังมีแหล่งที่มาและศึกษา


   st11 st12

 เห็นด้วย คะ

 :25: :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า

kindman

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 272
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1058
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ