ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: คนส่วนใหญ่ "สร้างบ้านตอนมีพายุ"  (อ่าน 636 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 24662
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
คนส่วนใหญ่ "สร้างบ้านตอนมีพายุ"
« เมื่อ: สิงหาคม 08, 2015, 11:28:40 AM »
0


คนส่วนใหญ่ "สร้างบ้านตอนมีพายุ"
บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสสโร

ขณะนั่งรับประทานอาหารเช้าที่บ้านญาติธรรมที่อามเมอร์ฟอร์ท ประเทศออสเตรีย ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเงียบนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ เด็กน้อยลูกครึ่งไทย-ออสเตรียนวัย ๘ ขวบ ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกตกลงพื้น เมื่อหันไป เศษแก้วแตกกระจาย คุณแม่รีบบอกลูกว่า ไม่เป็นไรนะลูก อย่าเพิ่งลุกจากเก้าอี้ แล้วเธอก็นำที่โกยขยะ มาเก็บกวาดเศษแก้ว

ในช่วงเวลานั้น เธอสังเกตเห็นลูกชายนั่งก้มหน้าร้องไห้ พยายามไม่ให้มีเสียง เธอวางที่โกยขยะที่มีเศษแก้วอยู่ในนั้น แล้วโอบกอดลูกชาย พร้อมกล่าวว่า ไม่เป็นไร ลูกไม่ได้ตั้งใจ ต่อไปเราจะระมัดระวังมากขึ้น


 :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi:

ไม่มีอะไรบนโลกใบนี้เป็นของเรา แต่เมื่อเราได้รับการสมมุติว่าเป็นของเราในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เรายึดว่ามันเป็นของเราอย่างเต็มที่โดยไม่รู้ตัว ทำให้จิตใจที่เคยโปร่ง เบา สบาย ค่อยๆ หนักขึ้นๆ อิสรภาพที่เคยมีก็ค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับความยึดมั่นถือมั่นนั้น ส่งผลให้ขาดปัญญาที่เห็นความเป็นจริงที่ปรากฏอย่างชัดเจน รวมทั้งความอ่อนโยน ความเห็นอกเห็นใจ ความเมตตา กรุณา ความยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่นก็หายไป พลอยให้ใจไม่เป็นกลางเมื่อถูกกระทบ ทั้งความรู้สึกดี และร้ายก็เข้าไปสู่จิตใจทันที ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตนเองและผู้อื่น รวมทั้งผู้คนรอบข้างได้เสมอกัน

พลังแห่งสัมมาสติ เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรากลับมาส้มผัสความถูกต้องและความเป็นจริงอย่างรู้เท่าทัน ทำให้เราไม่ด่วนตัดสินตัวเรา หรือผู้อื่น เพื่อที่จะหาคนผิดมาลงโทษ

 :96: :96: :96: :96: :96: :96:

เมื่อเราเห็นความจริงจากการมีสัมมาสติ ก็จะเป็นการง่ายที่ปล่อยวาง เมื่อเจอสิ่งใดๆ มากระทบ เพราะปัญญาจะรับรู้ว่ามันเป็นเพียงสังขาร หรือความคิดปรุงแต่งเท่านั้น  เนื้อแท้ของมันนั้นไม่มีถูก ไม่มีผิด แล้วเราจะเห็นจิตใจเราเป็นกลาง มีแต่ความสงบ เบิกบาน ตื่นรู้ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ และพร้อมทำหน้าที่ไปอย่างไม่คาดหวัง

การที่เราได้กลับมาตระหนักรู้ลมหายใจของเราอย่างเป็นปกติสม่ำเสมอ เป็นการสร้างพลังแห่งสติได้อย่างยอดเยี่ยม เราจะได้สัมผัสความสุขเล็กๆ ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต ในทุกๆ กิจกรรมที่ทำ โดยเฉพาะหน้าที่การงานที่คิดว่าน่าเบื่อ ไม่น่าพอใจ ความรู้สึกเหล่านี้จะหายไป เราจะสามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่เคยคิดว่าน่าเบื่อได้ โดยไม่เบื่อ เพราะเราเห็นคุณค่าทางด้านจิตใจของสิ่งที่ทำอยู่


 st12 st12 st12 st12 st12

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน การทำงานที่ซ้ำๆ ทุกวันๆ จะไม่เป็นปัญหากับจิตใจเราเลย เพราะเมื่อจิตใจเราจดจ่อสิ่งนั้นอย่างมีสติแท้จริง ความคิดอยากทำ ไม่อยากทำก็ไม่ปรากฎ ทุกส่วนในร่างกายจะผ่อนคลาย และส่งผลต่อทำให้จิตใจผ่อนคลายด้วยเช่นกัน

หลายคนที่คิดว่าเมื่อปฏิบัติธรรมแล้ว จะไม่สามารถอยู่กับครอบครัว อยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง หรือโลกปัจจุบันได้ ความจริงหาใช่อย่างที่คิดไม่ ยิ่งปฏิบัติธรรมมากด้วยสัมมาทิฐิ เราจะเข้าใจโลกอย่างที่เป็นมากยิ่งขึ้น ยอมรับในต่างได้อย่างสงบสุขมากขึ้น

 st11 st11 st11 st11

ที่สำคัญ เราจะไม่ยึดและปรุงแต่งสิ่งใดๆ เมื่อเกิดการกระทบ หรือเมื่อกระทบแล้วเราจะรู้เท่าทันและวางได้อย่างรวดเร็ว และเราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของความคิดและสถานการณ์อีกต่อไป

หากเราเป็นคุณแม่ เราจะกลับไปเป็นแม่ ภรรยาที่สงบเย็น ไม่จู้จี้จุกจิก เรื่องมาก เจ้ากี้เจ้าการ หรือต้องให้ได้ดังใจในทุกเรื่อง เราจะให้อภัยต่อการกระทำที่ผิดพลาดของคนที่รักและสมาชิกในครอบครัว ทั้งยังเป็นกำลังใจเมื่อคนใดคนหนึ่งไดัรับความทุกข์หรืออยู่ในภาวะคับขันลำบาก ไม่ซ้ำเติม ตอกย้ำ เหน็บแนบ พูดจาส่อเสียด

เมื่อเขาไม่สามารถกระทำอย่างเราคาดหวังได้ เพราะเราเข้าใจอย่างแท้จริงว่า เราและเขาต่างเกิดมา ต่างเรียนรู้และ เข้าใจในสิ่งที่รับรู้กันมาต่างกรรม ต่างวาระ กรรมเรา กรรมเขา ก็ไม่เหมือนกัน และไม่มีสิ่งใดที่จะสำคัญเท่ากับการรักษาความสงบของจิตใจ เพราะไม่เช่นนั้น เราจะทำร้ายตัวเอง และคนในครอบครัว โดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่เป็นกันอยู่ทั่วโลก

 ans1 ans1 ans1 ans1 ans1

จากความคิดที่ว่า เราทำด้วยความรัก อยากให้เขาได้ดี ไม่อยากให้เขาทำผิดพลาด แต่วิธีการ เรากลับใช้การลงโทษ ด่าทอ สั่งสอน ด้วยจิตใจเต็มไปด้วยความโกรธ ความไม่พอใจ เรารู้หรือไม่ว่า นั่นไม่ได้เป็นความรักที่แท้จริง แต่เป็นความต้องการของเราเพียงส่วนเดียว ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อคนที่รักเลย เพราะเราทำไปด้วยความไม่รู้

การสอนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องทำในขณะที่จิตใจเป็นปกติ การอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวจึงจะเป็นการช่วยเหลือ เกื้อกูล ส่งเสริมให้เจริญเติบโตทั้งทางกายภาพและจิตใจ เพราะความเข้าใจนำไปสู่การหล่อเลี้ยงความดีงามภายในแต่ละคน เราจะพร้อมเรียนรู้การลดในส่วนเกิน เพิ่มในส่วนที่ขาด ชีวิตครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่สร้างคุณค่าของกันและกันให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

     ผู้เปี่ยมด้วยปัญญา จะไม่สร้างบ้านขณะมีพายุ


ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20150807/211174.html
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ