ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: คำแนะนำในการเลือกสายปฏิบัติธรรม สำหรับนักปฏิบัติใหม่  (อ่าน 4281 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
                   


          การเลือกสายปฏิบัติธรรม หรือการเลือกครูอาจารย์เพื่อปฏิบัติธรรม เป็นเรื่องที่บุคคลทั่วไปพูดถึงกันมาก  แม้ตัวผมเองเมื่อก่อนก็สนใจมากเช่นกัน ไปพบไปศึกษากับครูอาจารย์หลายท่าน หรือบางท่านที่มรณภาพไปแล้วก็ศึกษาคำสอนจากหนังสือที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาท่านร่วมกันจัดทำ และช่วยกันรักษาคำสอนของครูอาจารย์ที่ตนเองเคารพนับถือ เป็นเรื่องน่าชื่นใจสำหรับครูอาจารย์ที่มีศิษย์แบบนี้

          คำแนะนำในการเลือกสายปฏิบัติธรรม ผมตั้งใจจะเล่าประสบการณ์ของผมให้ฟัง ซึ่งอาจจะไม่ใช่แนวทางที่ดีอะไรมากสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมมานานแล้ว แต่คงเป็นประโยชน์บ้างสำหรับนักปฏิบัติธรรมที่พึ่งเข้ามาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า

          ผมเองเริ่มปฏิบัติธรรมด้วยตัวเองจากหนังสือพระ จำไม่ได้ว่า หนังสือโลกทิพย์หรืออะไรประมาณนั้น ที่มีการบอกเล่าถึงคำสอนของพระสายต่าง ๆ โดยเฉพาะสายปลุกเสก เคยลองทำดูพอมีผลบ้าง แต่ไม่มากนัก แต่ก็พอจะทำให้ผมเชื่อเรื่องพลังจิต และพลังสมาธิ ช่วงนั้นประมาณตอนเรียนอยู่ ม.ปลาย

          หลังจากนั้นก็เริ่ม ศึกษาสายหลวงปู่มั่นท่านสอนภาวนา พุทโธ กำหนดพร้อมกับลมหายใจ ก็ลองทำดู ก็พอได้ความสงบบ้าง แต่มีอยู่ครั้งแม่มาเห็น ท่านห้ามไม่ให้ทำ ท่านบอกว่าเดี๋ยวก็เป็นบ้าหรอก เป็นเด็กเป็นเล็กหัดทำสมาธิไม่ได้ จิตยังไม่แข็ง ก็เป็นความห่วงใยของคนเป็นแม่ แต่ผมก็แอบทำไม่ให้แม่เห็น ก็ทำบ้างไม่ทำบ้างประมาณสักปี ก็ถึงช่วงต้องเอนทรานซ์ ต้องอ่านหนังสือมากจึงหยุดไปพักใหญ่
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
                                       

          พอเอนทรานซ์ติด เข้ามหาลัย ก็ลืมเรื่องสมาธิ เรื่องธรรมะไป เพราะกำลังสนุกกับชีวิตที่อิสระ ไม่ต้องมีคนมากำกับ แต่พูดถึงก็กำกับเหมือนกัน แต่กำกับอยู่ห่าง ๆ เนื่องจากย้ายออกจากบ้านไปอยู่หอพัก

          มีวันนึงเดินผ่านห้องชมรมนึง เห็นเค้าฝึกนั่งสมาธิ ไปดูนรก สวรรค์ ความสนใจในครั้งก่อนก็กลับมา เมื่อก่อนปฏิบัติทำได้แค่สงบ แต่ครั้งนี้ถ้าทำได้ จะได้เห็นนรก สวรรค์ เป็นเรื่องน่าสนใจมากขณะนั้น ก็ขอฝากตัวเองศิษย์รุ่นพี่ที่ชมรม ท่านก็กรุณาสอน ตอนแรกก็ทำไม่ได้ มืดไปหมด ไม่เห็นมีอะไรเลย นรก สวรรค์ แต่ก็ไม่ย้อท้อทนฝึกต่อไป วันนึงก็ทำได้ เริ่มจากแค่ความรู้สึกก่อน จากนั้นภาพและเสียงค่อยปรากฎ จากที่เรือนราง เป็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ พูดคุยโต้ตอบกับ โอปปาติกกะได้

         มีครั้งนึงสนุกมาก พี่ที่เป็นครูผมส่งจิตมาคุย ผมนั่งเล่นอยู่ในหอพักเห็นท่านด้วยจิต ผมไม่ได้เข้าสมาธิ เห็นแบบธรรมดานี่แหละ แต่ใช้ใจ ไม่ได้ใช้ตา แต่พูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะสมาธิยังไม่สูงพอ เห็นท่านทำท่าทางภาษาใบ้ ผมเองก็โต้ตอบด้วยภาษาใบ้ คือเห็นแค่รูปทิพย์ แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมเลยควบมอเตอร์ไซค์ไปที่หอพักท่าน เจอกันก็คุยกันสนุก แต่ละคนไม่คิดว่าจะทำได้ พี่เค้าแค่ลองทำดู ไม่คิดว่าจะส่งจิตคุยกันได้

          ใครอ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าศึกษามาบ้างคงทราบว่าเป็นวิชามโนมยิทธิ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2015, 01:05:04 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
                             

          หลังจากนั้นผมและเพื่อน ๆ ได้ไปฝึกเต็มกำลังที่วัดอยู่หลายครั้ง ผ่านประสบการณ์อีกหลายอย่าง แต่ที่ประทับใจมีอยู่เรื่องหนึ่ง มีอยู่ปีนึง ผมไปที่วัดแล้วพบพี่คนนึงไม่ได้รู้จักกัน แต่อยู่ ๆ ท่านมาทักผมก่อน คุยกันไปคุยกันมา ท่านแจ้งว่าผมเคยเป็นลูกท่าน หรือเป็นลูกศิษย์ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หลังจากคุยกันท่านบอกว่าจะพานั่งสมาธิ จริง ๆ แล้วสมัยก่อนนั้นที่วัดมีกฎว่าห้ามนั่งสมาธิกันเอง แต่ตอนนั้นก็แหกกฎวัด เพราะอยากลองว่าดูว่า พี่ท่านนั้นท่านจะสอนอะไร

          ท่านบอกว่า “คุณลองนึกดวงแก้วใส ๆ สักดวงนึงนึกออกมั้ย"

          ผมลองดู ก็นึกไม่ออก เห็นลาง ๆ เพราะไม่เคยฝึกมาก่อน


          ท่านบอกว่า “คุณลองใหม่นะ”

          คราวนี้ผมลองทำดู เห็นชัดเจนขึ้น เลยบอกว่านึกถึงดวงแก้วได้แล้วครับ

          ท่านบอกว่า “คุณลองอธิฐานให้ดวงแก้ว วนรอบตัวคุณ ๓ รอบนะ”

          ผมลองทำตามที่ท่านแนะนำ พอครบ ๓ รอบ ดวงแก้วเปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปแก้วใส สวยมาก ๆ เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น เป็นพระพุทธรูปบางสมาธิ เนื้อท่านไม่ได้เป็นแก้วธรรมดา แต่เป็นแก้วที่เจียรนัยคล้ายเพชร แต่เป็นการที่เจียรนัยละเอียดมาก แล้วท่านมีแสงออกจากตัวท่าน ปกติเพชรต้องมีแสงตกกระทบจึงเกิดประกายระยิบระยับ แต่พระแก้วใสที่ผมเห็นในสมาธิที่มีแสงออกจากตัวท่านเอง พอตกกระทบกับผิวท่านที่มีความละเอียดจึงมีความสวยงามมาก จนสุดพรรณา หลังจากนั้นพี่ท่านนั้นก็ให้ผมขอพรพระแก้วใส พาไปเที่ยวหลาย ๆ ที่จนออกจากสมาธิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2015, 11:12:44 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
                       

          หลังจากนั้นมีเพื่อนชวนไปฝึกวิชาธรรมกายสายหลวงพ่อสด ตอนแรกก็ทำไม่ได้ พยายามอยู่นานก็พอทำได้ จนเห็นกายตัวเอง เป็นแก้วใส หน้าตาเป็นเรา แต่ตัวเป็นรูปร่างคล้าย ๆ พระ

          มีครั้งนึงไปฝึกวิชาธรรมะเปิดโลกของหลวงพ่อคง ก็ปรากฎว่าเราเป็นพระ มีความรู้สึกว่าเป็นพระ แล้วก็เทศน์สอน คนที่กำลังสอนผมนั่นแหละ คนที่ไปด้วยกัน รำเป็นนางฟ้าก็มี เป็นสัตว์ต่าง ๆ ก็มี

          หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาอ่านหนังสือธรรมะมากขึ้น เพราะเริ่มทำงาน มีเวลาน้อยลง ขี้เกียจมากขึ้น การอ่านทำได้ง่ายกว่าการเจริญสมาธิ ก็มาอ่านหนังสือคำสอนของ หลวงตาบัว หลวงพ่อพุทธทาส หลวงพ่อปัญญา และอีกหลาย ๆ ครูอาจารย์ และพยายามปฏิบัติตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2015, 11:16:54 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
                                   

          เวลาอ่านหนังสือท่านอยู่ก็มีความรู้สึกว่าจะบรรลุอะไรบางอย่าง รู้สึกกิเลสมันหายไปหมด รู้สึกจิตมันสงบระงับ รู้สึกหึกเหิม แต่พอปิดหนังสือ ก็ดูหนัง ฟังเพลง เหมือนเดิม อยู่กับกามคุณ เหมือนเดิม โดนเจ้านายด่า ก็โกรธเถียงกลับ ใกล้ปลายปีปรับเงินเดือน คิดโบนัส ก็ยอมเค้าหน่อย

          เพื่อนฝูง ลูกน้องชวนไปกินเหล้าก็ไป เพราะกลัวจะไม่มีเพื่อน ไม่มีพวกพ้อง นานวันเข้าก็ไปนั่งกินเอง ไม่ต้องมีใครไปก็ได้ แล้วก็มีความเลวอีกหลาย ๆ อย่างที่ตอนนั้นยังทำอยู่ เยอะมากจนเกินบรรยาย เรียกว่า ศีล ๕ นี่แทบนึกไม่ออกเลยว่าเหลือข้อไหนที่ยังไม่ผิดศีล

         เพื่อนบางคน ลูกค้าบางคน ชวนผมไปปฏิบัติธรรม วัดนั้นวัดนี้ คุยฟุ้งว่าปฏิบัติแล้วดีมาก จิตดีมาก สมาธิดีมาก สอนดีมาก แต่ก็เห็นคุณ ๆ ท่าน ๆ ด่าคนโน้น นินทาคนนี้ตลอด คิดพูดคุยแต่เรื่องที่จะเอาเปรียบคนอื่น การไปปฏิบัติธรรมกลายเป็นเหมือนเครื่องประดับ วัดกลายเป็นเครื่องประดับ หลวงปู่ หลวงพ่อกลายเป็นเครื่องประดับบารมี ถ้าเราไปวัดนี้ โอโหคุณต้องเป็นคนดีมาก เพราะหลวงพ่อวัดนี้สอนดี มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ สำหรับบางคนการไปวัดกลายเป็นแฟนชั่นไปซะงั้น เป็นเครื่องหมายว่าเราเป็นคนดี ไปวัดทำบุญที่วัดดัง ๆ เอาไว้อวดกัน เอาไว้คุยกันตอนทานข้าว ที่พูดมานี่สำหรับบางคนนะครับ ที่ผมเจอ แต่บางคนไปวัดดี ครูอาจาย์ดี ปฏิบัติได้ผลดีก็มี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2015, 11:20:39 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0

          ก็เลยมานั่งนึกกับตัวเอง ปฏิบัติธรรมมาหลายปี มันได้อะไรบ้างนี่ ปฏิบัติไปเพื่ออะไร

          สุดก็ได้คำตอบให้ตนเองว่า ปฏิบัติ เพื่อพ้นทุกข์ เพื่อพระนิพพาน

ที่เล่ามาทั้งหมด ไม่ได้ต้องการโอ้อวด ว่าตนเองปฏิบัติสมาธิได้ดีแค่ไหน แต่ต้องการบอกว่า

ปฏิบัติแล้วยังคบกับความเลวอยู่ ยังคบกิเลสอยู่ ยังด่าคนอื่นอยู่ ยังนิทานคนอื่นอยู่ ยังแพ่งโทษคนอื่นอยู่

มันก็ยังเกิดอยู่ ยังลงนรกอยู่ นั่นแหละ แล้วยังต้องเกิดมารับวิบากที่เราทำไว้อีก
ไม่ได้เข้าใกล้พระนิพพานเลย มีแต่ถอยห่างลงนรกไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2015, 10:43:49 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
รวมความว่าผมขอแนะนำผู้ปฏิบัติใหม่ดังนี้

๑.   คุณต้องถามตัวเองว่าคุณปรารถนาอะไร พุทธภูมิ หรือสาวกภูมิ พุทธภูมิคุณก็บำเพ็ญบารมีไป มีทานบารมีเป็นต้น แต่คุณควรทราบว่า คุณไม่มีสิทธิได้ มรรค ผล นิพพาน ส่วนสาวกภูมิ คุณก็เดินไปใน มรรค ๘ หรือ ปัญญา ศีล สมาธิ นอกจากนี้เรายังควรต้องทราบว่าเราปรารถนาเจโตวิมุตติ หรือปัญญาวิมุตติ

๒.   คุณต้องการพระนิพพานหรือยัง ถ้ายังไม่ต้องการ คุณก็เจริญ ในทาน ศีล ภาวนา ไปเกิดเป็น เทวดา นางฟ้า พรหม หรือเกิดเป็นมนุษย์ก็แล้วแต่ ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏต่อไปจนกว่าคุณจะพอใจ

๓.   ถ้าคุณปรารถนาพระนิพพานคุณก็เลือกครูอาจารย์ให้ดี บางท่านสอนได้แค่ทาน บางท่านสอนได้แค่สมาธิ บางท่านสอนได้ถึง มรรค ผล นิพพาน เลือกเอาตามบุญวาสนา บารมีของเรา

๔.   คุณต้องเลือกว่าจะปฏิบัติธรรมกับครูอาจารย์ท่านไหน คุณต้องเลือกว่าจะปฏิบัติตามคำสอนของครูอาจารย์ท่านไหน เลือกเอาสักท่านหนึ่ง อย่าปฏิบัติหลายแนว มันได้ผลช้า หรืออาจไม่ได้ผลเลย

๕.   พยายามปฏิบัติให้สุดกำลัง ให้เต็มที่ ตามที่ครูอาจารย์แนะนำ สั่งสอน ให้ครบถ้วนตามแบบแผนของครูอาจารย์แต่ละท่าน เอาแบบไม่ได้ก็ยอมตายนั่นแหละ

๖.   ถ้าทำเต็มที่แล้วยังไม่ได้อะไรเลย ค่อยหาครูอาจาย์ท่านอื่น แสดงว่าเราไม่ได้บำเพ็ญบารมีมาร่วมกับท่าน ท่านสอนเราไม่ได้

๗.   อย่าย่อท้อต่อการปฏิบัติธรรม เพราะการปฏิบัติเพื่อ มรรค ผล นิพพาน ไม่เคยง่ายเลย นอกจากคุณจะมีบารมีธรรมสูงมาก

๘.   เหนื่อยนักก็พักบ้าง ทำหนักไปจนจิตฟุ้งซ่าน แล้วฝืนทำอีก ก็เป็นการทรมานตนเอง ไม่เกิดผล แต่ก็อย่าพักนาน พอหายเหนื่อยก็กลับมาสู้กับกิเลสต่อ นึกถึงเป้าหมายคือพระนิพพานเข้าไว้

๙.   ถ้าเราทำตามนี้จะเกิดเป็นอุปนิสัยติดตัวไปภพหน้า ชาติหน้า ถ้าเผอิญเราทำไม่สำเร็จในชาตินี้ อย่าน้อยเนื้อต่ำใจ กว่าพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ได้ใช้เวลาเท่าไร ใช่ว่าท่านปรารถนาแล้วท่านเป็นพระพุทธเจ้าเลยในชาตินั้นก็ไม่ใช่ แม้อัครสาวกและบรรดาพระอรหันต์ในพุทธกาลก็เช่นกัน ต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมีของพระสาวกเช่นกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2015, 11:32:35 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
          ผมเปิดกระทู้นี้เพราะปรารถนาให้นักปฏิบัติใหม่ได้ทราบแนวทางการปฏิบัติธรรม จากความผิดพลาดของผม ไม่คิดอยากจะเป็นศิษย์สืบทอดพระกรรมฐานต่อจากพระอาจารย์ และขอประกาศว่าผมไม่ขอรับตำแหน่งศิษย์สืบทอดพระกรรมฐานไม่ว่าสายไหนก็ตาม เพราะผมไม่ชอบสอน ไม่ใช่นิสัยของผม และที่สำคัญผมยังปฏิบัติได้ไม่ถึงสะเก็ดความดีของท่านพระอาจารย์ ก็เลยคิดว่าไม่มีอะไรจะสอนด้วย ผมเชื่อว่าในบรรดาศิษย์ของพระอาจารย์มีคนปฏิบัติได้ดีกว่าผมอีกเยอะ ไม่จำเป็นที่ผมต้องทำหน้าที่นี้

          สมมติว่าพระอาจารย์ท่านเลิกสอนกรรมฐาน เลิกถ่ายทอดธรรมะ ผมก็ขอแค่มีส่วนช่วยรักษาธรรมะที่พระอาจารย์มีเมตตาเขียนลงในเว็บนี้เท่านั้น คงช่วยสนับสนุนคุณ ธวัชชัย กับ คุณ raponsan และทีมงานในการดูแลรักษาธรรมะที่พระอาจารย์ถ่ายทอดไว้ให้นานที่สุด จริง ๆ ผมก็ไม่อยากเขียนกระทู้ลงเว็บเท่าไร เพราะต้องใช้เวลาทำกิจอื่น แต่เพราะอาจารย์ท่านบอกให้มาช่วยงาน คุณ ธวัชชัย กับ คุณ raponsan เนื่องจากมีคนลงกระทู้น้อย ทีมงานไม่พอในช่วงนี้

          และท่านใดมีวิชาอาคม ไม่ต้องส่งมาลองผมนะครับ เสียเวลาเปล่า คุณส่งมาเมื่อไรผมก็ตายเมื่อนั้น เพราะผมไม่ได้มีคุณธรรมใด ๆ เลยที่จะป้องกันสิ่งที่คุณส่งมา

          ผมเองเคยมีประสบการณ์กับเครื่องรางของขลังมาบ้าง แต่พระอาจารย์สนธยา ท่านเป็นคนสอนเองว่าวิชาเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อพระนิพพาน อย่าไปหมกหมุ่นกับมันมาก ให้ตั้งใจภาวนาต่อไป แต่พระอาจารย์ท่านก็บอกว่าถึงวิชาเหล่านี้ไม่เป็นไปเพื่อพระนิพพานแต่ก็มีประโยชน์ อยู่ที่เราใช้เพื่ออะไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2015, 11:25:51 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

Akira

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 653
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
 st11 st12 st12 like1 thk56
 คุณดนัย มีข้อความที่เป็นประโยชน์ มาก อ่านแล้ว ได้ข้อคิดเยอะ ในแนวทางกรรมฐาน เลย


  :49:
บันทึกการเข้า
เครดิต ยายกบ มาศึกษาธรรมะจ้า แก๊งค์ อ๊บ อ๊บ

kobyamkala

  • โยคาวจรผล
  • ******
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 2232
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
กว่าจะอ่านจบ ใช้เวลา พอสมควร แต่คนโพสต์ น่าจะใช้เวลามากกว่า เรา เนอะ

 ขอบคุณมากคะ ที่มาแชร์ เรื่องทีดี มีประโยชน์ในการภาวนากรรมฐาน ก่อนเข้าพรรษา
ส่วนตัว ก็ยังนั่งคิดอยู่ว่า แล้วเราจะภาวนาแบบไหนดีน้า ในช่วงพรรษา

  จะใช้กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ ไปเลยแต่ทำอย่างไม่รู้จะไปรอดไหม ?
 
   :s_good:
บันทึกการเข้า
แล้วลองแอบมาแย้มกะลา
เพื่อดูโลก เห็นแล้วตกใจโลกนี้กว้างใหญ่จริง ๆ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6570
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
 st11 st12 st12 st12

   คำแนะนำ 9 ข้อ นับว่า มีประโยชน์ มาก
  อย่างเดียว คือ ผู้ภาวนา หรือ ผู้ปฏิบัติ ไม่ควรจะลืมว่า
  ที่เราภาวนา หรือ ปฏิบัติ เพื่อใคร ?

    ถ้าไม่ลืมตัวนี้ กิจอื่น ๆ นั้นก็จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย

  สิ่งสำคัญที่สุด คือ การตามตัวตน ของ ตนเอง ให้เจอ
  ที่ปราศจากเรา ปราศจากตัวตน นั้น มันเป็นไปไม่ได้ ถ้ายังไม่รู้จักตนเอง
  เหมือนคนที่ไม่มี แล้วบอกว่า ละสิ่งไม่มีได้ ฉันนั้น

   ปัจจุบัน ผู้ภาวนาที่ไม่ถึงความเป็นพระโสดาบัน เพราะมักจะพูดตาม มากกว่า ละได้จริง

   เจาิญพร อนุโมทนา สาธุ

   :25:
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ISSARAPAP

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +11/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 129
  • โดดเดี่ยว แต่ไม่เดียวดาย สัจจะธรรมแท้ ไม่มีสูตร
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า
ความสันโดษ เป็นบรมสุข

nirvanar55

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 305
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า

wiriya

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 53
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า
รักครอบครัว ห่วงลูกหลาน ต้องช่วยต้าน ภัยยาเสพติด
รักตนเอง หนีสงสาร ต้องภาวนาให้ มาก ๆๆๆๆๆ

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1059
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ