ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: พระมหาสีลวะชาดก-ชาดกว่าด้วยการปรารภความเพียร  (อ่าน 955 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

นิรตา ป้อมนาวิน

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +20/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 1193
  • อย่างน้อยชาตินี้ขอปิดอบายภูมิ
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์

พระมหาสีลวะชาดก-ชาดกว่าด้วยการปรารภความเพียร

กาลครั้งนั้นเมื่อสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จมาประทับยังพระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี พระองค์ได้หยั่งรู้ถึงความทุกข์กายทุกข์ใจของภิกษุผู้บำเพ็ญเพียรรูปหนึ่งที่ไม่อาจแสวงหาโลกธรรมได้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงโปรดให้ทุกข์นั้นบรรเทาลงด้วยตัวอย่างการมานะต่อสู้ในอดีตชาติของพระองค์เอง
 “ดูก่อนภิกษุ แม้แต่เราในอดีตชาติ ก็เจออุปสรรคขัดขวาง ขณะนั้นแม้จะสูญสิ้นราชสมบัติแล้ว แต่เรายังตั้งมั่นในมานะไม่ท้อถอย กระทั่งภายหลังสามารถกลับไปครองราชได้เพราะมานะนั้น” พาราณสีนครใหญ่ แข็งแกร่งและร่มเย็นดุจกันกับมหานทีที่โอบพระนครไว้ด้วยความรัก
ชาวเมืองทุกคนล้วนรักและศรัทธาในตัวมหาราชของเขายิ่งชีพ ทุกคนชาวเมืองสีลวราชด้วยความเคารพจากใจเสมอ “มหาราชของเราช่างสง่างามจริงๆ จิตก็เปี่ยมไปด้วยเมตตา” “ใช่ๆ พระองค์ทรงปฏิบัติธรรมและทรงบำเพ็ญทานบารมีมิได้ขาดเลยนะ” “ท่านแม่ถ้าข้าโตขึ้นนะ ข้าจะเป็นคนดีเหมือนองค์มหาราชของเรา”
“โอ้! ลูกข้าอายุแค่ 3 ขวบ แต่ฉลาดกว่าพ่อของเจ้าอีก” “เจ้าอย่ามาประชดข้าได้มั๊ย? เพราะตอนนี้เขาให้เถิดทูนมหาราชา ไม่ได้ให้ประชดผัว ไม่รู้เรื่องเลย” ด้วยจิตใจที่เปี่ยมเมตตาของพระราชาเป็นเหตุให้อำมาตย์คนหนึ่งในพระราชวังเหิมเกริม มิได้กลัวเกรงต่อกฏมนเทียรบาลต่างๆ
 ในพระราชวงศ์ถึงขั้นบุกรุกเข้าไปในพระราชวังชั้นในเสมอแม้จะถูกจับได้หลายครั้งก็ไม่กลัวเกรง “เฮ้ย...สาวๆ สวยๆ ทั้งนั้นเลย คนนั้นก็เอวบางร่างน้อย อุ๊ย…คนนั้นก็สวยคนนี้ก็ขาวใส น้ำลายจะไหลเลย อย่างกับนางฟ้านางสวรรค์” “ว้าย! ตาอำมาตย์ลามกนั้นน่ะ แอบเข้ามาอีกแล้ว
 ตายแล้ว องค์หญิงเพคะเสด็จเข้าไปข้างในก่อนเถอะเพคะตาแก่หัวงูนั้นน่ะ แอบเข้ามาอีกแล้ว” “พาองค์หญิงเข้าไปก่อน ทางนี้ข้าจะจัดการให้เอง หัวงูนักใช่มั๊ย? ต้องโดนฤทธิ์ของข้าบ้างแล้ว” “พระอาญามิพ้นเกล้า อำมาตย์ผู้นี้ทำผิดข้อหมิ่นพระบรมเดชานุภาพบ่อยครั้งความผิดถึงขั้นประหารชีวิตพะย่ะค่ะ”
“อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย แค่ยึดทรัพย์แล้วให้ออกไปอยู่ที่อื่นให้พ้นเมืองของเราก็พอแล้ว” อำมาตย์นั้นแทนที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ละเว้นโทษประหาร กลับเคียดแค้นโกรธเคือง “ตะวันรุ่งพรุ่งนี้เจ้าต้องออกไปจากพระนคร ความผิดนี้ไม่ให้ยื่นอุทรด้วย”
  “โกรธ...ทำกับเราเช่นนี้ได้อย่างไร คอยดูเถอะข้าจะกลับมาแก้แค้นให้ได้ ต่อไปข้าจะไม่ได้ดูนางฟ้านางสวรรค์เหล่านั้นแล้วหรือ? เสียดายจัง ยิ่งคิดยิ่งโกรธ เดี๋ยวเอาหอกเสียบดีมั๊ยเนี่ย” “น่าหมั่นไส้จริงๆ เลยยัง ไม่สำนึกอีก” “ข้าจะไปอยู่แคว้นโกศลก็ได้ คอยดูข้าจะต้องเป็นใหญ่ให้ได้ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
  “ท่านพี่อย่าอารมณ์เสียสิค่ะ เดี๋ยวน่ามืดเป็นลมไปอีกนะ น้องน่ะไม่อยากหามท่านพี่นะ น้องหนักนะค่ะ” อำมาตย์ผู้นี้พกความแค้นพาเมียสาวเดินทางข้ามน้ำข้ามภูเขาหลายวัน แล้วก็มาถึงนครโกศลซึ่งมีพรมแดนติดกัน ได้รับความช่วยเหลือจากสหายเก่า
ซึ่งเป็นเสนาบดีทหารจนสามารถได้เข้ารับราชการในแคว้นโกศลได้สำเร็จ อำมาตย์ชั่วเมื่อได้เข้าเฝ้าพระเจ้าโกศลหลายครั้งก็ทำการยุแย่จนพระองค์หลงเชื่อ อยากก่อสงครามยึดพาราณสีมาเป็นของตนทุกครั้งไป “เชื่อข้าพระองค์เถอะเจ้าพาราณสีน่ะอ่อนปวกเปียกจะตาย แค่มดตัวเดียวยังไม่กล้าฆ่า
  ถ้ารบทางฝ่ายเราต้องชนะแน่ๆ พระองค์พิจารณาดูเถิด เสียแรงเพียงน้อยนิด แต่ได้ราชสมบัติเต็มท้องพระคลัง ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ฮ้าๆๆ”  “มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ โม้รึเปล่าท่านอำมาตย์ โลกนี้ยังมีคนดีอย่างนี้ด้วยหรอ เราน่ะไม่อยากจะเชื่อเลยมดตัวเดียวก็ไม่อยากจะฆ่าเนี่ยนะ เค้าเป็นมหาพระราชาหรือนักบวชกันแน่”
   “จริงๆ พะย่ะค่ะ ถ้าพระองค์ไม่เชื่อ ก็ลองทดสอบดูให้มันรู้แจ้งได้เลยพะย่ะค่ะ” “ฮืม..พวกเจ้าจงทำตามแผนข้าให้พวกเจ้าแกล้งปลอมเป็นโจร แล้วก็ไปปล้นพวกสดมพวกชาวพาราณสี พวกเจ้าจงยอมแพ้ให้กับทหารที่จับตัวพวกเจ้าไป แล้วก็ยอมรับผิดว่าเป็นเพราะความจนถึงต้องมาเป็นโจร
 ข้าน่ะอยากรู้ว่ามหาสีลวะจะทำอย่างไรกับพวกเจ้า” “ช่างเป็นแผนที่แยบยลสุดยอดพะย่ะค่ะ พระองค์อัจฉริยะจริงๆ” แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนพระเจ้าโกศล โจรปลอมทั้งหมดถูกทหารพาราณสีจับคุมตัวไปพบมหาสีลวะได้ในวันหนึ่ง “ข้าน้อยผิดไปแล้ว เพราะความจนข้นแค้น อดมื้อกินมื้อ
ลูกๆ อีก10 ชีวิตไม่มีใครกินอิ่มได้สักวัน เศร้า! จน! เครียด! ถึงเป็นโจร” “ถ้าอย่างนั้นเราจะปล่อยตัวพวกเจ้าไปแต่พวกเจ้าต้องสัญญาก่อนว่าจะเลิกประพฤติชั่วปล้นเขากินโดยเด็ดขาด เราจะให้พระคลังมอบทุนการทำมาหากินให้ทุกคน” “โอ้น้ำใจดีงามแท้ๆ ข้าพเจ้าขอสัญญาว่า จะเลิกเป็นโจร จะเป็นพลเมืองดี ใช้ชีวิตพอเพียงต่อไป
 ขอให้เจริญรุ่งเรืองโดยสุจริตเถิด” พวกโจรกลับมาทูลให้พระเจ้าโกศลทรงทราบถึงน้ำพระทัยอันดีงามของมหาสีลวะ “มหาสีลวะอ่อนปวกเปียกจริงๆ พระเจ้าคะ ไม่กล้าหาญเข้มแข็งเหมือนพระองค์เลยสักนิด เทียบกันก็เหมือนฟ้ากับเหว” “ถ้าเช่นนั้นก็เหมาะเลย ฮ้าๆๆ  พาราณสีต้องตกอยู่ในกำมือเราแน่ๆ”
“เอ้า..ท่านแม่ทัพเตรียมออกรบได้” กองทัพแคว้นโกศลเข้าประชิดเมืองพาราณสีอย่างรวดเร็ว ด้วยหมายมั่นเอาราชสมบัติทุกอย่างของมหาสีลวะมาครอบครอง ทางด้านของมหาสีลวราชเมื่อทรงทราบถึงสงครามที่มาถึงเมือง ก็มิได้ทรงกลัวเกรงแต่อย่างใด ด้วยน้ำพระทัยอันดีงาม
 พระองค์ไม่ทรงอนุญาตให้ทหารออกไปรบร้างผลาญชีวิตกัน กลับเปิดประตูเมืองมอบบรรลังค์ให้โดยดุษฎี “อ่อนจริงๆ ยังไม่ทันได้ออกแรงเลยทำไมได้สมบัติมาง่ายขนาดนี้ ทหารจับทุกคนมัดแล้วไปฝังไว้ในป่าผีดิบ เป็นอาหารสุนัขจิ้งจอกซะ” “ช่างเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ พะย่ะคะ พระองค์ช่างกล้าหาญ แข็งแกร่งดุจหินผาจริงๆ”
กลางดึกคืนนั้นมีเสียงร้องด้วยความโลภของพระเจ้าโกศล และความซะใจของอำมาตย์ลามกที่สามารถแก้แค้นได้ แต่ในป่าช้าเหล่าทหารและมหาสีลวะถูกจับมาฝังไว้นั้นช่างหน้ากลัวยิ่งนัก เมื่อเห็นสุนัขรายล้อมเข้ามาเพื่อหวังกัดกินคนเหล่านี้เป็นอาหาร
“ทุกคนต้องตั้งสติไว้ให้มั่น พวกเราต้องช่วยกันตะโกนไล่หมาป่าพวกนี้ไป ไปๆ” “เฮ้ยๆ หมาป่ามันวิ่งหนีไปหมดแล้ว มันกลัวเราจริงๆ ด้วยพระเจ้าคะ” แต่เมื่อหมาป่ามันเจอแผนขับไล่นี้หลายครั้งเข้า ไอ้ตัวจ่าฝูงดูศีรษะไหนเป็นผู้นำ จึงตั้งใจเล่นงานคนนั้นก่อนตามวิธีของสัตว์ป่า
 “มาสิเจ้ามากัดที่คอเราเลย เรายืดคอไว้รอเจ้าแล้ว เข้ามาเลย ข้าไม่ยิงเจ้าหรอก” เจ้าสุนัขหัวหน้าฝูงสอดปากใต้พระหนุพริบตานั้นมหาสีลวราชก็ทรงกดพระหนุหนีบหัวสุนัขไว้ด้วยพลังทั้งหมด “นี่แหนะอยู่ล่ะไอ้หมาจ่าฝูง” เสียงร้องของหัวหน้าฝูงทำให้ฝูงสุนัขหนีเข้าป่าไปหมดในพริบตา
ตามด้วยไอ้ตัวหัวหน้า ทิ้งไว้แต่รอยตะกุยดินที่ฝังร่างมหาราชไว้ซึ่งกลายเป็นหลุมกว้างทรงขยับพระวรกายได้สำเร็จ “สงสารหมาตัวนั้นอยู่เหมือนกันนะเนี่ยโดนเราหนีบซะเต็มแรง ไม่รู้ยังเจ็บอยู่รึเปล่า” “โอ๊ย..พระองค์อย่าห่วงหมาตัวนั้นอยู่เลย ห่วงหม่อมฉันดีกว่าหม่อมฉันจะตายแล้ว”
   อีกด้านหนึ่งของป่าช้า มียักษ์ที่อาศัยอยู่ ยักษ์ได้แบ่งพื้นที่เขตอาหารกันไว้ชัดเจน แต่ในวันนี้มีผู้นำศพมาไว้ในเส้นแบ่งเขตจนเกิดปัญหาไม่สามารถตกลงกันได้ “เฮ้ยศพเนี่ยมันต้องเป็นของข้าเว้ย มันอยากให้ข้ากินมันมากกว่าเจ้า” “มันอยู่ในเขตข้าแสดงว่ามันเคารพข้ามากกว่า”
  “มันอยากให้ข้ากินมากกว่า” “อย่ามั่วดิว่ะ ปัญหานี่ยากเกินไปเราต้องไปถามบัณฑิตคนดีแล้วแหละ” “ใช่ๆ ยากสุดๆ ไปเลยว่ะ ตอนนี้มหาสีลวราชอยู่ในป่าช้าด้วย ท่านทรงคุณธรรมยิ่งนัก เราให้พระองค์ตัดสินใจให้ดีกว่า” “เอาเถอะปัญหาของพวกท่านเราจะตัดสินให้เอง แต่ว่าเจ้าตนหนึ่งต้องไปนำพระขรรค์ของเราจากที่บรรทมมาก่อน”
 ยักษ์ตนหนึ่งสัมแดงฤทธิ์ไปยังพระราชวัง อึดใจเดียวก็เหาะกลับมาพร้อมพระขรรค์คู่บรรลังค์ พระมหาสีลวราชผ่าศพเป็น 2_ส่วน ให้ยักษ์สองตัวอย่างเท่าเทียมกัน “ในที่สุดเราก็ได้กินแล้ว ข้าทั้งสองจะตอบแทนบุญคุณพระองค์ด้วยการพากลับกรุงพาราณสีเอง เจ้าทหารทั้งหลายขึ้นหลังข้าได้เลย”
  แล้วยักษ์ทั้งสองตนก็พาองค์มหาราชและขุนทหารทั้งหมดกลับกรุงพาราณสี ส่งองค์มหาราชกลับสู่ห้องบรรทมในราตรีนั้นเอง พระมหาสีลวราชทรงนำพระขรรค์วางบนวรกายของพระเจ้าโกศลเพื่อปลุกให้ตื่น ซึ่งเมื่อพระเจ้าโกศลทรงตื่นบรรทมก็ตกพระทัย
 “ห๊า! มหาสีลวะท่านเข้ามาได้อย่างไรกัน? ท่านรอดชีวิตมาได้อย่างไรกัน เฮ้ย..ข้า..งงไปหมดแล้ว” พระมหาสีลวราชตรัสเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าเมืองพระเจ้าโกศลฟัง เมื่อทรงทราบเรื่องราวแล้วพระเจ้าโกศลก็ทรงเสียพระทัย ว่าตัวเองเป็นมนุษย์แต่กลับไม่รู้คุณความดีของพระองค์
  สู้ยักษ์ซึ่งกินซากศพเป็นอาหารก็มิได้ ช่างน่าละอายยิ่งนัก “ข้านะขอสรรเสริญพระเกียรติคุณพระมหาสีลวะและขอถวายราชสมบัติทั้งหมดคืน พร้อมให้สัตย์สาบานว่า จะไม่ประทุษร้ายและขออารักษ์ขาพระองค์แล้วก็พลเมืองของพาราณสีมิให้มีอันตรายใดๆ มาแผ้วพาล” เท่ห์จริงๆ เจ้าเหนือหัวของเรา ช่างมีน้ำใจนักกีฬาจริงๆ”
  พระมหาสีลวราชเมื่อทรงรับพระราชสมบัติปกครองพาราณสีกลับคืนมาก็ทรงรำพึงอนุภาพของความมานะต่อสู้ครั้งนี้ว่า “บุรุษผู้เป็นบัณฑิตย่อมมีความหวังไม่พึงเบื่อหน่ายผลแห่งความเพียรย่อมสำเร็จเป็นอัศจรรย์” เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเทศนาจบแล้ว ภิกษุผู้ท้อถอยความเพียรก็มีกำลังใจบังเกิดปิติเข้าถึงพระธรรม

 
 
ในพุทธกาล อำมาตย์ชั่วร้าย ต่อมาเป็นพระเทวทัต
ขุนทหารพาราณสี ต่อมาเป็นพุทธบริษัท
พระเจ้ามหาสีลวราช เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1059
    • ดูรายละเอียด
Re: พระมหาสีลวะชาดก-ชาดกว่าด้วยการปรารภความเพียร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2015, 04:15:46 PM »
 gd1 st12 st12
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ