เรื่องทั่วไป > สอบถามปัญหาชีวิต เปิดใจคุยกัน

ทำอย่างไร จะมีบุตรได้ครับ

(1/3) > >>

sathukrab:
 ;D ;D ;D ออกตัวก่อนครับ ว่าไม่ได้เป็นปัญหาของผม
พอดีลูกน้องผมจะถามปัญหา แต่ไม่สมัครสมาชิก คงจะอาย ก็เลยให้ผมพิมพ์ถาม

คือลูกน้องผมคนนี้ ตำแหน่ง เป็นจ่าสิบเอก
แต่งงานมาแล้ว 25 ปี แต่ไม่มีบุตร เขาก็ถามผมว่า ทำอย่างไรจะได้บุตร เพราะว่าไปหาหมอแล้วก็บอกว่าเขาทั้งสองคนก็ปกติ แต่ทำไมมีบุตร มีคนแนะนำเขาไปหาพวกร่างทรง แต่เขาก็บอกผมว่าไม่อยากไปแบบนั้นเขานับถือพุทธศาสนาแบบปัญญา้ด้วย

คำถาม
1.มีวิธีการอธิษฐาน ขอมีบุตรในพุทธศาสนา หรือป่าวครับ
2.หรือถ้าเป็นกรรมที่เขาสร้างไว้ในอดีต หรือปัจจุบัน จะแก้กรรมนี้อย่างไร


ช่วยตอบหน่อยนะัครับ ผมเองก็จนปัญญาตอบ จะบอกให้ไปหาพระอาจารย์ ก็กลัวว่าจะไม่เกี่ยวกับพระ
พอดีได้ห้องนี้มา ถ้าใครที่มีปัญหาแบบนี้แล้วแก้ไขได้แล้ว ก็ช่วยแบ่งน้ำใจตอบด้วยนะครับ

THAWATCHAI173:
สหายธรรมท่านนี้แต่งงานมา25ปีไม่มีบุตรต้องถือว่าเป็นกรรมส่วนหนึ่ง ขอเล่าเท่าที่จะจำได้มาให้ฟังกันสักนิดในสมัยพุทธกาลพระราชโอรถของพระเจ้าอุเทนแห่งแคว้นวังสะทรงอภิเษกสมรสมาเนิ่นนานแต่ไร้โอรส,ธิดาสืบสายพระโลหิตจึงทรงระลึกถึงองค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าจะทรงช่วยพระองค์ได้จึงอาราธนานิมนต์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเพื่อเลี้ยงภัตตาหารพร้อมหมู่สงฆ์แล้วได้ปูลาดผ้าขาวไว้ระหว่างทางเสด็จเข้าประตูวัง(สถานที่จัดเลี้ยงภัตตาหาร)แล้วอธิฐานว่าหากพระองค์จะได้โอรส,ธิดาสืบสายพระโลหิตขอให้พระศาสดาทรงเหยียบผ้าขาวที่ปูลาดไว้เถิด....เมื่อพระศาสดาทรงเสด็จพร้อมหมู่สงฆ์เข้าเขตพระราชถานก็มิทรงเหยียบผ้าขาวแต่อย่างใดไม่....มีผลให้พระราชโอรสแห่งพระเจ้า
อุเทนทรงเสียพระทัยกราบทูลถามพระศาสดาว่าความปรารถนาของพระองค์ไร้ผลเพราะเหตุใด....พระศาสดาทรงไขปริศนาแห่งกรรมว่าเธอและมเหสีนั้นได้ร่วมกันก่อกรรมนำสัตว์ปีก(นก)มาเป็นอาหารยังชีพคราเมื่อเธอและมเหสีประสบเหตุระหว่างล่องเรือแล้วล่มกลางทะเลต้องติดเกาะไม่มีอาหารต้องอาศัยชีวิตของเหล่านกเป็นอาหารเธอและมเหสีร่วมกันนำชีวิตนกเหล่านั้นเลี้ยงชีพอยู่ตลอดชั่วอายุขัย....วิบากกรรมนั้นบัดนี้ได้ให้ผลเป็นทุกข์เพราะไร้โอรส,ธิดาในกาลบัดนี้เพราะเหตุทำให้เหล่านกนั้นสิ้นลูกหลานด้วยการจับกินอยู่เนืองๆดังนี้....ขอเล่าให้ฟังเท่านี้แลเพียงเพื่อให้เชื่อผลแห่งกรรมตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา....ด้วยเหตุแห่งการกระทำของพระราชโอรสของพระเจ้าอุเทนนั้น....พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติห้ามหมู่สงฆ์เหยียบผ้าขาวในเคหะสถานเมื่อต้องรับภัตตกิจไปสู่เรือนแห่งคฤหัสถ์แต่บัดนั้นมา

raponsan:
กรรมที่ไม่มีลูก

กรรมจากการทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น

ลดกรรมด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือ มูลนิธิเด็กอ่อน

ที่มา เว็บพลังจิต
...........................................................................................

คำอธิษฐาน สำหรับคนที่มีบุตรยาก

ลองใช้วิธีนี้ดูครับ

1.ให้ภรรยาคุณไปขัดห้องน้ำ 7 วัด  โดยซื้ออุปกรณ์ขัดห้องน้ำดั่งนี้
•   แปรงขัดห้องน้ำ 7 อัน
•   ขันน้ำ 7 ใบ
•   น้ำยาขัดห้องน้ำ 7 ขวด
•   ธูป 16 ดอก
•   เทียน 2 เล่ม

      นำมาวางที่หน้าพระปฏิมา  จุดธูป เทียน  อธิษฐาน  นะโม….3 จบ “ข้าพเจ้าชื่อ…………….สกุล…………………ขอบารมีพระรัตนตรัยเป็นสักขีพยาน ในการที่ข้าพระพุทธเจ้า ได้ทำงานสาธารณะประโยชน์ แก่ของสงฆ์ อานิสงส์ใดที่พึงมีพึงได้ ข้าพเจ้าขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ที่เคยเป็นเหตุให้เขาต้องแท้ง จงมารับส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด  ขอโรคภัยต่างๆ ที่เป็นเห็นให้มีบุตรยาก หรือโรคภายในของผู้หญิงต่างๆ จงสลายตัวไปด้วยเถิด

2. ให้คุณและภรรยา ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน
3. จากนั้นให้ทรงอารมณ์ ในศีล 5 ให้มีความสม่ำเสมอ
4.ให้อธิษฐาน ขอบุตรแก่ท่านผู้มีพระคุณ มีท่านพระอินทร์เป็นต้น ขอให้ได้บุตรดีทั้งทางโลกทางธรรม
 
หรือ หากอยากรู้ถึงกรรมของตนที่ทำให้มีบุตรยากด้วยตนเองก็ฝึกกรรมฐาน บางครั้งเป็นคนที่มีบุญบารมีมาก ไม่มีวิญญาณ ที่เหมาะสมพอที่จะจุติในครรภ์ได้ หากเป็นด้วยเหตุนี้ ต้องทำพิธีขอบารมีจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ให้บุตรของตนเกิดมาเพื่อสืบทอดพุทธศาสนาเถิด คงจักสมหวังในที่สุด
 
ที่มา  http://www.konmeungbua.com/webboard/aspboard_Question.asp?GID=91
.................................................................................

การขอบุตร.......พระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล


แนะนำว่า ถ้าไม่เป็นกรรมหนักจริงๆและพอที่จะแก้ไขได้ เป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่ถ้าหากเป็นกรรมหนักจริงๆแล้วก็ยากเหมือนกัน

คู่สามีภรรยาที่อยากมีบุตร ให้เตรียมร่างกายให้พร้อม ดูแลสุขภาพให้ดีก่อน เมื่อพร้อมแล้วก็ให้อธิษฐานในใจว่า.....

"ขออำนาจพระ พุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์ จงบันดาลความคิดของข้าฯมีชื่อว่า......บัดนี้ ข้าฯต้องการมีลูก เทพเทวาใดจะมาเกิดกับข้าฯ หรือเทพเทวาใดจะช่วยหาเทวดามาเกิดกับข้าฯ ข้าฯจะทำบุญอุทิศให้ เตรียมรับบุญจากข้าฯได้"

จากนั้น ทำบุญแล้วอุทิศให้แก่เทวดาที่ต้องการมาเกิดกับเรา และผู้ที่ติดต่อช่วยหาเทวดาให้มาเกิดกับเรา

ที่มา http://www.buddha-dhamma.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&Category=buddha-dhammacom&thispage=&No=392116

raponsan:
ปัญหาความเชื่อเรื่องการขอลูกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 เนื้อความ :

    ดิฉัน แต่งงานเข้ามาอยู่ในครอบครัวคนจีน ที่เชื่อในเรื่องทรงเจ้า หมอดู พระทักมาก แต่ส่วนตัวดิฉันไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ดิฉันเชื่อในการกระทำที่สมเหตุสมผลมากกว่า
    ดิฉันแต่งงานมาหลายปีแล้ว ไม่มีบุตรผู้ใหญ่เค้าก็ไปหาน้ำมนต์มาให้ (ตัวดิฉันไม่ได้ไป) แล้วบอกว่าให้อาบน้ำมนต์กลางแจ้ง 3 วัน แล้วไปจุดธูปขอลูกกับเจ้าแม่กวนอิมที่หิ้งพระ แล้วจะได้ลูก ผ่านไปหลายวันดิฉันก็ยังไม่ได้ทำ เค้าก็คะยั้นคะยอจะให้อาบ ดิฉันก็ผลัดเรื่อยมายังไม่ได้ทำ เพราะในใจรู้สึกต่อต้านความเชื่อแบบนี้
    ดิฉัน ก็ทราบว่าที่ผู้ใหญ่ไปหาสิ่งต่าง ๆ มาก็เพราะหวังดี แต่มันเป็นวิธีที่ดิฉันไม่เห็นด้วยนะค่ะ ยังมีวิธีที่เป็นธรรมชาติ เป็นไปได้มากกว่านี้
    คุณคิดว่าจะมีทางออกที่นุ่มนวลและเป็นผลดีกับทุกฝ่ายอย่างไรคะ

 จากคุณ : น้ำ [ 22 เม.ย. 2545 / 11:21:35 น. ]
     [ IP Address : 203.151.11.144 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (แป๊ะอ้วน)

    ก็ ทำตามๆเขาไปเถอะครับ ทำโดยกริยาอาการแม้ใจไม่เชื่อก็ทำได้ ผมก็เป็นลูกคนจีนครับ ที่บ้านก็เชื่ออะไรทำนองนี้ ตอนแรกไปค้านเขามากๆก็มีแต่ผิดใจหมางใจ ทำให้ญาติๆเสียใจ สุดท้ายผมก็สักแต่ทำไปให้เขาดีใจก็เท่านั้น

 จากคุณ : แป๊ะอ้วน [ 22 เม.ย. 2545 / 11:27:35 น. ]
     [ IP Address : 203.107.149.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (aratana)

    ท่าน แป๊ะอ้วน พูดได้ ไพเราะมาก ครับ.

 จากคุณ : aratana [ 22 เม.ย. 2545 / 11:45:04 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.198 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (No maN)

    เขมา เขมสรณปีกคาถา

    กล่าวถึงความผิดพลาดที่คนเมื่อเป็นทุกข์ก็หา ที่พึ่ง
    บ้างก็ อาศัย ป่าไม้ สิ่งศักดิสิทธิ์ ฯลฯ แม้แต่ "รูปเปรียบ" พระพุทธเจ้า

    จริงๆ หากใคร ถือ  พระพุทธ พระธรม พระสงฆ์(ที่แท้จริง) มาเป็นสรณะต่างหากจึง "ระงับ"ทุกข์ได้ โดย ถือ เอา มรรคมีองค์๘ เป็นแนวทาง

 จากคุณ : No maN [ 22 เม.ย. 2545 / 12:50:46 น. ]
     [ IP Address : 202.44.2.23 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ศิษย์พระป่า)

    อ่าน จากทางตำหรับตำราเรื่องนี้ก็เป็นไปได้ ท่านไม่ปฏิเสธ เห็นว่ามีวิธีการอยู่ แต่ไม่ใช่ชี้ทางให้งมงาย  แต่มีข้อแม้ว่าก่อนจะอธิษฐานจิตให้พยายามทำบุญไว้มากๆ เพื่อว่าจะได้ดวงจิตดีๆมาเข้าท้อง ไม่ใช่มาจากภูมิต่ำๆ  แต่เรื่องเจ้าแม่กวนอิมนี้ไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับชาวพุทธในนิกายเถรวาท  เพราะไม่เชื่อว่ามีจริง   เกิดจากจินตนาการของฝ่ายมหายานต่างหาก ถ้าจะขอน่าจะขอจากเทพอื่นๆที่พอจะเชื่อได้ ว่ามีจริง อย่างไรสร้างความหวังไว้ในใจดีกว่าความแห้งแล้ง ไม่ว่าจะเป็นไปได้ หรือไม่ก็ตาม  อย่างน้อยๆ ก็ชักนำให้เป็นเทวตานุสสติอยู่กลายๆ ไม่เลวหรอก

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 22 เม.ย. 2545 / 12:55:44 น. ]
     [ IP Address : 216.218.88.39 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ผู้เดินทาง)

    ตาม ที่คุณศิษย์พระป่า กล่าวว่า  แต่เรื่องเจ้าแม่กวนอิมนี้ไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับชาวพุทธนิกายเถรวาท เพราะไม่เชื่อว่ามีจริง เกิดจากจินตนาการของฝ่ายมหายานต่างหาก  ตรงนี้คุณศิษย์พระป่า หมายความประโยคส่วนนี้ว่าอย่างไรครับ   ขอคำอธิบายชัดๆด้วยครับ

 จากคุณ : ผู้เดินทาง [ 22 เม.ย. 2545 / 16:20:59 น. ]
     [ IP Address : 24.160.48.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (ศิษย์พระป่า)

    อืมม...ต้องว่ากันยาวยืดเลย....เอาไงดี...ท่านดังตฤณ หรือท่านโชติกะ หรือ ท่านใดช่วยหน่อยครับ...ขอขอบคุณล่วงหน้าหลายๆ

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 22 เม.ย. 2545 / 17:13:44 น. ]
     [ IP Address : 216.218.84.154 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (nothing)

    เรื่องของความเชื่อนี่มันพูดยากจริง ๆ เนาะ

 จากคุณ : nothing [ 22 เม.ย. 2545 / 17:53:51 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (ศิษย์พระป่า)

    เอ้า ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว  ขอแค่อารัมภบทไว้เคร่าๆนะ สรุปๆจุดสำคัญ....หลักลัทธิอันนี้ ต้นเดิมเกิดในอินเดียในนิกายมหายาน ครูบาอาจารย์ของฝ่ายมหายานมาคิดค้นลัทธินี้ขึ้นภายหลัง แล้วเขียนใส่เพิ่มเติมไปในพระไตรปิฎกของมหายาน ซึ่งปกติมหยานมักจะทำแบบนี้ แล้วก็มักจะสมอ้างว่านี้เป็นพุทธพจน์มาจากพระพุทธโอษฐ์โดยตรงเพื่อให้คน เชื่อมั่นเชื่อถือไม่คลางแคลง ดังนั้นพระไตรปิฎกของฝ่ายมหายานจึงมีมากมายกว่าของเถรวาทเราเยอะ เยอะมากทีเดียว และมีเรื่องพิลึกกึกกือสารพัด ....เหตุผลที่ครูบาอาจารย์มหายานทำอย่างนั้นเพราะในยุคนั้นในอินเดีย(ซึ่ง ประมาณพันกว่าปีมานี้เอง)

ลัทธิพราหมณ์มีการปรับปรุงแนวคิดและความเชื่อต่างๆขึ้นมาเพื่อดึงดูดคนแบบ ชาวบ้านธรรมดา ซึ่งไม่สนใจหลักธรรมลึกซึ้งอะไร ไม่สนใจจะปฏิบัติ ชอบแต่ง่ายๆ เช่นเครื่องลางของขลัง การช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายนอก เห็นหรือเปล่าเรื่องอย่างนี้เป็นอยู่มาจนถึงปัจจุบัน มีคนแบบนี้กว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ในสังคมเรา และก็เป็นแบบนี้มานมนานแล้ว  จากจุดนี้เองพวกลัทธิฮินดูจึงเอาจุดอ่อนนี้มาหาทางให้คนระดับนี้เข้ามาสนใจ เพื่อแข่งกับความเชื่ออื่นๆด้วย จึงสร้างเทพเจ้าต่างๆขึ้นมามากมาย ให้เป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยว  เรื่องแบบนี้ถูกใจคนอยู่แล้ว(เห็นไม๊เมืองไทยเราที่คนมักจะแห่กันไปขอโชค ขออะไรกับเทพเจ้าอะไรต่างๆ  สิ่งแปลกๆต่างๆ เช่นวัวห้าขา งูสองหัว..ฯลฯ) 

ศาสนาพุทธกลัวจะแพ้พราหมณ์ เพราะคนนับถือลดลงทุกที  ก็เอามั่งซิ   ฮินดูทำได้พุทธก็ทำได้ จึงเป็นเรื่องของมหายานซึ่งถนัดแนวนี้อยู่แล้ว  ลัทธิและเทพเจ้าต่างๆจึงถูกสร้างขึ้นมาในยุคนั้น   มีลัทธิความเชื่ออันหนึ่งชื่อว่าลัทธิสุขาวดี  กล่าวถึงว่ามีแดนพุทธเกษตรสุขาวดีอยู่ในทิศทั้งสี่ ไว้รองรับชาวพุทธเมื่อตายไปแล้ว จะได้ไปอยู่แดนนี้ซึ่งเป็นเหมือนแดนสวรรค์มีพระพุทธเจ้าปกครองในแต่ละแดน เป็นอย่างนั้นชั่วนิรันตร์ ในสี่แดนนั้นแดนที่สำคัญที่สุดอยู่ทางทิศตะวันตก ปกครองโดยพระพุทธเจ้าพระนามว่า อมิตาภะ ซึ่งมีพระโพธิสัตว์เป็นศิษย์ใกล้ชิดรับใช้อยู่ ๔ ท่าน ท่านหนึ่งชื่อว่า พระอวโลกิเตศวร ซึ่งมีนิสัยชอบไปช่วยเหลือชาวโลกที่ตกทุกข์ได้ยากต่างๆนานา พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เป็นผู้ชาย  แต่เมื่อลัทธินี้เผยแพร่ไปเมืองจีน  เนื่องจากนิสัยคนจีนชอบไปทางเพศแม่อยู่แล้ว(อย่างน้อยในยุคนั้น)  จึงหาทางอธิบายให้พระอวโลกิเตศวรเป็นผู้หญิงไปเสีย จึงเรียกว่าเจ้าแม่กวนอิมไง 

ภายหลังพยายามมีการแต่งเติมเข้ามาอีกว่า เจ้าแม่กวนอิมนี้เคยมีตัวตนจริงๆเป็นผู้หญิงที่มีคุณธรรมประพฤติดี เช่นบางรายว่าเป็นหญิงที่กตัญญูต่อพ่อแม่คนหนึ่ง ตายแล้วก็ไปเกิดเป็นกวนอิม  หรือบางรายว่ากวนอิมคือเจ้าฟ้าหญิงราชธิดาของพระเจ้าแผ่นดินจีนองค์ใดองค์ หนึ่ง ประพฤติธรรม ตายแล้วก็ไปเกิดเป็นกวนอิม  และไม่แค่นี้ยังมีคำอธิบายแต่งเติมประวัติของกวนอิมให้กลายเป็นคนจริงๆขึ้ร มาก่อนที่จะไปเกิดเป็นกวนอิม   อีกมากมายหลายเรื่อง ที่ยกมาเพียงสองเรื่องนั่นเพียงแค่ตัวอย่าง และในหลักเถรวาทเราแ ถือว่าพระนิยตโพธิสัตว์ต้องไม่เกิดเป็นหญิง  ก็อาจจะเป็นได้เมื่อยังเป็นอนิยตโพธิสัตว์  แต่ของเรามุ่งที่พระโพธิสัตว์หลังได้รับพุทธพยากรณ์แล้วเป็นหลัก ...พอก่อนนะ นี่แค่อารัมภบทคร่าวๆ  รอให้ท่านที่เชี่ยวชาญตำรามาช่วยอธิบายเพิ่มเติมก็แล้วกัน  ผมไม่มีตำราอยู่ใกล้ตัวด้วยซิ เอาแค่ที่จำได้เลาๆ

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 22 เม.ย. 2545 / 18:34:38 น. ]
     [ IP Address : 216.218.84.80 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (ผู้เดินทาง)

              ขอบคุณครับในคำอธิบายแบบคร่าวๆ   สรุปแล้วคุณศิษย์พระป่าฟันธงว่า เจ้าแม่กวนอิม กับ องค์พระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวร  ไม่มีจริง เป็นแค่นิยายแต่งกันขึ้นมาทางพุทธนิกายมหายาน  ใช่ใหมครับ     ถ้าคุณศิษย์พระป่าคิดว่าเป็นเช่นนั้น    ผมว่าคุณศิษย์พระป่าน่าจะกลับไปทบทวนความคิดเห็นใหม่นะครับ   การสรุป ในเรื่องที่ตรงข้ามกับความเชื่อของเรา  โดยที่ไม่เคยพิสูจน์  แล้วอ้างแต่ตำราที่ตรงกับความเชื่อของเราเท่านั้น   ผมว่ามันแคบไปนะครับ         

 จากคุณ : ผู้เดินทาง [ 23 เม.ย. 2545 / 06:44:51 น. ]
     [ IP Address : 24.160.48.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (อ่านเล่นหนุกๆ)

    อ่านเจอว่าเจ้าแม่กวนอิมลาพุทธภูมิและนิพพานแล้ว

 จากคุณ : อ่านเล่นหนุกๆ [ 23 เม.ย. 2545 / 07:04:01 น. ]
     [ IP Address : 203.113.45.197 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (น้ำ)

    ขอบคุณทุกท่านค่ะ
    ตอนนี้ดิฉันคิดว่าคงจะต้องทำตามผู้ใหญ่อย่างที่คุณแป๊ะอ้วนว่ามาค่ะ

    แต่ คุณศิษย์พระป่าว่าก็น่าสนใจขอความกรุณาให้คุณศิษย์พระป่าช่วยขยายความที่ว่า "มีข้อแม้ว่าก่อนจะอธิษฐานจิตให้พยายามทำบุญไว้มากๆ เพื่อว่าจะได้ดวงจิตดีๆมาเข้าท้อง ไม่ใช่มาจากภูมิต่ำๆ " คล้ายกับว่าเราสามารถเลือกลูกที่จะมาเกิดได้ส่วนหนึ่งใช่ไหมคะ?
    แล้วเราจะอธิษฐานจิตและทำบุญอย่างไรให้ได้ดวงจิตดี ๆมาเกิดคะ?
    แล้วจะมีวิธีที่ทำให้ลูกดีหรืออภิชาตบุตรมาเกิดได้ไหมคะ?

 จากคุณ : น้ำ [ 23 เม.ย. 2545 / 08:38:18 น. ]
     [ IP Address : 203.151.11.144 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (nothing)

    การเกิดเป็นทุกข์

 จากคุณ : nothing [ 23 เม.ย. 2545 / 09:12:34 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (จันทรังสี)

    คุณผู้เดินทางจะให้คุณศิษย์พระป่าคิดว่าท่านมีจริงเหมือนกับที่คุณคิดหรือครับ ทั้งๆที่คุณก็ไม่เคยเห็นท่านเหมือนกัน
    "การส รุป ในเรื่องที่ตรงข้ามกับความเชื่อของเรา  โดยที่ไม่เคยพิสูจน์  แล้วอ้างแต่ตำราที่ตรงกับความเชื่อของเราเท่านั้น   ผมว่ามันแคบไปนะครับ  "
    คุณ เอาตำราที่ตรงกับความเชื่อของคุณมาจากที่ไหน ที่สำคัญคุณพิสูจน์แล้วหรือครับ  ถึงจะพิสูจน์แล้วก็ตาม คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าผลการพิสูจน์เป็นจริง

    โดยส่วนตัวถ้าผมเจอรูป เคารพของเจ้าแม่กวนอิม ผมก็ยกมือไหว้ท่าน ไม่ได้เป็นสิ่งเสียหายแต่ประการใด การที่จะมาคัดง้างคนอื่นให้มีความเห็นตรงกับตน ไม่น่าจะใช่วิสัยของคนที่นับถือพระโพธิสัตว์ที่มีเมตตาธรรมอย่างเจ้าแม่กวน อิมหรอกครับ

 จากคุณ : จันทรังสี [ 23 เม.ย. 2545 / 09:48:03 น. ]
     [ IP Address : 203.147.50.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (ผู้เดินทาง)

             คุณจันทรังสี ผมไม่ได้คัดง้างคุณศิษย์พระป่าให้มีความเห็นตรงกับผม  ผมว่าคุณเข้าใจผิดแล้ว  ผมยังไม่ฟันธงว่า ท่านมีจริง หรือ เป็นเรื่องแต่งกันมา  แต่ที่ผมง้างนั้นเพราะการแสดงความคิดเห็นแบบนี้ในที่สาธารณะนั้น เป็นเรื่องล่อแหลมต่อผู้คนที่ศรัทธา นับถือต่อองค์พระโพธิสัตว์  คุณคิดว่าคนที่เขานับถืออยู่ เขาจะไม่โกรธหรือ  ไปให้ความเห็นอย่างนั้น โดยส่วนตัวใครจะนับถืออะไร ใครจะคิดเห็นอย่างไร  ผมไม่ใส่ใจอยู่แล้ว ไม่ต้องนับถึงให้มีความเห็นตรงกับผมหรอก  ผมว่าคุณจัทร้งสีลังเลใจตัวเองมากๆเลยนะครับ  จะนับถือ ก็นับถือให้เต็มๆไปเลยซิครับ  อย่าครึ่งๆกลางๆกลัวคนเขาจะตำหนิหรือครับว่าไหว้พระโพธิสัตว์

 จากคุณ : ผู้เดินทาง [ 23 เม.ย. 2545 / 10:37:23 น. ]
     [ IP Address : 24.160.48.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (ศิษย์พระป่า)

    คุณ ผู้เดิน ที่ผมสรุปคร่าวๆเรื่องเจ้าแม่กวนอิมนั้น ว่ากันตามเนื้อหาในประวัติศาสตร์ ตามตำราเท่าที่จดจำได้ ไม่ใช่คิดเอาเองหรือแต่งเอง คุณมีสิทธิ์จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่  จะผิดหรือถูกก็อยู่ที่ประวัติศาสตร์ที่บันทึกกันมา ไม่ใช่อยู่ที่ผม  ผมเห็นคุณถามมาจึงเล่าให้ฟังเท่านั้นเอง  แล้วทำไมกลับมาว่าผมเสียนี่ แปลกดี ถ้าอย่างนั้นคุณไปค้นหาจากหลักฐานต่างๆแล้วเอามาถกกันจะไม่ดีกว่าหรือ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าส่วนตัวผมเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน  ,  ...ตอบคุณน้ำ ผมก็ว่าไปตามที่เคยอ่านเจอมาบ้างตามตำราและจากคำแนะนำของครูบาอาจารย์เวลา ที่ท่านเจอคำถามแบบเดียวกันนี้  ลองดูซิ ไม่เสียหายอะไรนี่ มีแต่ดีกับดีไม่ใช่หรือ? หรือคุณว่าไง

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 23 เม.ย. 2545 / 10:47:09 น. ]
     [ IP Address : 216.218.83.110 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (pump)

       เมื่อก่อนตอนที่พ่อกับแม่ผมแต่งงานกันเมื่ออยู่กินด้วยกันซักระยะหนึ่ง
    คือประมาณ4-5ปีแล้วก็ยังไม่มีลูกก็เลยไปบนบานสานกล่าว
    กับพระพรหมเอราวัน หลังจากนั้นได้ไม่นานแม่ก็ตั้งท้องเป็นเด็กผู้ชาย
    ตามที่ได้ไปขอไว้ เด็กคนนั้นก็คือผมเองครับ อันนี้พ่อกับแม่ผมเล่าให้ฟังเอง
    ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนนะครับ
       

    แล้วตอนอฐิษฐานต้องบอกคุณสมบัติของลูกที่อยากได้ให้ครบ
    ไม่ใช่ว่าขอให้เป็นคนอย่างเดียว เช่นขอว่าให้เกิดมาสมบูรณ์อวัยวะครบ32
    เป็นคนดี มีปัญญา มีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา  เป็นต้น
       สรุปว่า เชื่อไม่เชื่อแล้วแต่บุคคล แต่ถ้าทำเพื่อความสบายใจก็ดี
    หรือจะลองพยายามมีตามวิธีธรรมชาติก็แล้วแต่นะครับ

 จากคุณ : pump [ 23 เม.ย. 2545 / 14:48:20 น. ]
     [ IP Address : 202.133.137.23 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (แม่นโม)

    แต่ ก่อนเคยเป็นทุกข์เพราะอยากได้ลูก เที่ยวไปขอจากเจ้าแม่ ที่ได้รับการแนะนำมา ก็ฟลุคได้ลูก แต่แท้งไป 2 ครั้ง ใช้เวลาไป 6 ปี ทุกข์ร้อนกระวนกระวาย จึงหันมาเอาพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง ไปปฏิบัติธรรมเพื่อระงับความทุกข์ในใจตนเอง กลับมาสบายใจขึ้น ตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อพ้นทุกข์บ้างไม่หวังมีลูกแล้ว แต่พบว่าหลังจากกลับมาก็ท้องเลยค่ะ ลูกอารมณ์ดีมาก ยิ้มแย้มตลอดเวลา แต่ซนจัง active มากๆ เลี้ยงง่าย แล้วก็ฝันว่าลูกคนนี้ต้องชื่อ นโม ทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่า ให้อธิฐานจิตและทำบุญให้มากๆ จะได้ดวงจิตดีๆมาเกิด  คงเป็นงั้นแน่ค่ะ  ยังไงขอให้มีกำลังใจนะคะ ทำกุศล ปฏิบัติธรรมให้มาก สิ่งดี ๆจะบังเกิดกับเราเองเป็นอัศจรรย์เลยค่ะ

 จากคุณ : แม่นโม [ 24 เม.ย. 2545 / 13:26:46 น. ]
     [ IP Address : 202.22.39.19 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (นักเดินทาง)

    สิ่งสุดสามารถใช้          ญานตรอง
    อย่าด่วนว่าล้วนผอง     ผิดแล้
    บางอย่างใช่วิสัยของ    เราหยั่ง ถึงนา
    อย่านึกว่าเท็จแท้          ทุกข้อ ที่ฉงน

    ทุกอย่าง มันต้องอาศัยปัจจัย แต่ปัจจัยที่ว่าจะมองเห็นด้วยตาได้หรือเปล่านะสิ อย่างลมที่พัดต้นไม้ไหวได้ เรามองไม่เห็นลม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี ยังมีสิ่งที่เราไม่เคยได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส มากกว่าที่เราเคยมากมายนัก เป็นเรื่องยากที่เราจะระบุให้แน่ชัดได้

    ผมเองคิดแบบเดียวกับคุณ ศิษย์พระป่านะ ที่ให้หมั่นทำบุญ ตั้งจิตอธิษฐานบ่อยๆ ส่วนจะได้หรือไม่นั้นก็ต้องดูกันต่อไป ได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ที่สำคัญเวลานี้น่าจะรักษาจิตให้ดี ถ้ามันคิดมากจนเป็นทุกข์คงไม่ดีแน่ขอรับกระผม...(^-^)

 จากคุณ : นักเดินทาง [ 24 เม.ย. 2545 / 20:26:44 น. ]
     [ IP Address : 203.107.149.216 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (จันทรังสี)

    คุณน้ำ
    ผม ว่าการไม่มีลูกก็เป็นสิ่งที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งนะครับ อีกอย่างผมรู้สึกว่าในอนาคตสิ่งยั่วยุต่างๆน่าจะมีมากกว่านี้ การที่จะมีลูกและดูแลลูกให้อยู่รอดปลอดภัยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

 จากคุณ : จันทรังสี [ 26 เม.ย. 2545 / 00:24:59 น. ]
     [ IP Address : 202.133.172.166 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (เณรน้อย)

    บุญ ทำกรรมแต่งครับ ท่านที่ไม่เคยมีก็อยากมีท่านที่เคยมีแล้วอยากได้อีก หรือไม่อยากมีอีกเลย และท่านที่มีแล้ว ก็ไม่อยากให้จากเราไป หรือบางท่าน อยากให้ไปซะเร็วๆก็มี เหมือนท่านที่ซื้อ หวย บางท่าน ไปขอกับต้นไม้บ้างเจ้าพ่อ เจ้าแม่บ้างแล้วก็ถูก แต่บางท่านไปขอที่เดียวกันแห่งเดียวกัน ทำเหมือนกันแต่กลับไม่ถูก นี่เพราะอะไร ก็เพราะว่าบุญ ของแต่ละท่านไม่เท่ากัน การทำบุญของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน  กำลังใจเวลาทำนั้นก็ไม่เท่ากัน จึงทำให้ผลที่ได้นั้นต่างกัน ฉนั้นสรุปว่า หากเราไม่มีวาสนาที่จะได้บุตร  หรือยังไม่ถึงเวลาที่จะมีเทพองค์ใดมาจุติ ให้ท่านทำอย่างไรก็ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่หากมีวาสนา  ไม่ต้องรบกวนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านก็จะสมปราถนา แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น  ก็ขอให้ท่านทำตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ เพื่อเป็นการเจริญศรัทธาท่าน  ท่านก็จะได้รับความปลาบปลื้มยินดีจากผู้ใหญ่ท่านนั้น ว่าท่านเป็นว่าง่ายสอนง่าย ไม่ดื้อรั้น และท่านก็จะได้รับความเมตตาเพิ่มขึ้นอีกครับ

 จากคุณ : เณรน้อย [ 26 เม.ย. 2545 / 08:56:59 น. ]
     [ IP Address : 203.144.251.90 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (aratana)

    เจ้าแม่ ... เจ้าพ่อ..เจ้าป่า...เจ้าเขา..
    ทุกเจ้ากราบ พระพุทธเจ้าหมด  แล้วท่านจะต้องผ่าน พ่อค้าคนกลางอยู่ทำไม?

 จากคุณ : aratana [ 26 เม.ย. 2545 / 15:05:34 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.199 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (สัจจะญาโณ)

    ทำ ตามไปเถอะ  ผมยิ่งกว่าคุณอีก  ผมต่อต้านวัดธรรมกายตลอด แต่ผมต้องไปทุกครั้งที่มีงานสำคัญ และไปทุกเดือน เพราะ พ่อแม่ของแฟนผมเขาศรัทธามาก  แต่ผมก็ไปได้ ทำทุกอย่างที่เขาให้ทำไม่ใช่ทำชั่วนะ  ไม่หนักใจ เพราะผมไม่ฟุ้งซ่าน  เราจะทุกข์เพราะความคิดของตัวเองแล้วคิดทำไม  ทำเถอะครับ ไม่เสียหาย มันอยู่ที่ใจเราต่างหาก

 จากคุณ : สัจจะญาโณ [ 27 เม.ย. 2545 / 15:18:47 น. ]
     [ IP Address : 203.113.44.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (เจตน์ webmaster@84000.org)

    เรื่อง การทรงเจ้านั้น เห็นว่าไม่ควรเดินไปครับ ถ้าไม่แข็งพอ(ศรัทธาต่อพระรัตนตรัย) ถ้าแข็งแล้วไปไหนก็ได้ ป่าช้า หมอผี ร่างทรงเก่งแค่ไหนก็เดินเข้าไปเถอะ(แต่เฉพาะจำเป็นไม่ได้ไปลอง)
    แล้วภาวนา พุทธคุณ อิติปิโส แล้วบอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งกำจัดภัยได้จริง
    แล้วมองดูอย่างสงสารร่างทรงผู้มีวิบากกรรม ยืมบารมีผู้อื่น

    ส่วนเรื่องเจ้าแม่กวนอิมนั้น ผู้ที่ไม่ปฎิบัติ อ่านอย่างเดียว
    ขอแนะนำว่าอย่าติ อย่าว่านะครับ ปฎิบัติแล้วจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเอง

    เมื่อท่านโมคคัลลานะเห็นเปรต ท่านเล่าให้เพื่อนภิกษุ ฟัง
    เพื่อนภิกษุที่ปัญญาตื้น ทิพย์จักขุไม่มี ต่างว่ากล่าวต่างๆนานา
    พระพุทธเจ้าจึงมายืนยันว่าเปรตมีจริง
    แต่ที่มิได้พยากรณ์เพราะ ถ้าผู้นั้นฟังแล้วไม่เชื่อ จะเกิดบาปในจิตที่ทำให้ผู้นั้น
    ทุกข์อีกไม่ประมาณชาติได้เลย พระมหาอัจฉริยะจึงเลือกธรรมสอนบุคคล
    สาธุ 84000.org

 จากคุณ : เจตน์ webmaster@84000.org [ 28 เม.ย. 2545 / 13:51:47 น. ]
     [ IP Address : 203.155.239.54 ]



ที่มา  http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/005001.htm

raponsan:
คุณสาธุครับ ผมหาบทความต่างๆมาให้พิจารณา เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ

คนที่มาจากสายทหาร ขอแนะนำ ให้ใช้วิธีที่มาจาก เว็บคนเมืองบัว

(http://www.konmeungbua.com/) เนื่่องจากเว็บนี้เป็นสายของ

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นที่ทราบทั่วกันว่า เป็นทหารเสียส่วนใหญ่

ในอดีตชาติของหลวงพ่อ มีความเกี่ยวเนื่่องกับทหาร

ข้อมูลของเว็บนี้เป็นไปได้ที่จะมาจากหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ขอให้โชดดีครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป