ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: เผ่าพันธุ์ของเหล่าอริยะ ต้องมีลักษณะอย่างไร.?  (อ่าน 1594 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23524
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0


อริยวงศ์ ๔ ประการ

[๒๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยวงศ์ ๔ ประการนี้ นักปราชญ์สรรเสริญว่าเป็นเลิศ มีมานาน เป็นเชื้อสายแห่งพระอริยะ เป็นของเก่า ไม่กระจัดกระจายไม่เคยกระจัดกระจาย อันบัณฑิตย่อมไม่รังเกียจ จักไม่รังเกียจ วิญญูชนทั้งสมณะและพราหมณ์ไม่เกลียด อริยวงศ์ ๔ ประการเป็นไฉน คือ

     ans1 ans1 ans1 ans1

    ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเป็นผู้สันโดษด้วยจีวรตามมีตามได้ มีปรกติกล่าวสรรเสริญคุณแห่งสันโดษด้วยจีวรตามมีตามได้ ย่อมไม่ถึงการแสวงหาอันไม่สมควรเพราะจีวรเป็นเหตุ เมื่อไม่ได้ก็ไม่ตกใจ ครั้นได้แล้วก็ไม่ยึดถือ ไม่หมกมุ่น ไม่ห่วงใย มีปรกติเห็นโทษ มีปัญญาเครื่องรื้อออกใช้สอยอยู่ ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่น เพราะสันโดษด้วยจีวรตามมีตามได้นั้น
    จริงอยู่ ภิกษุใดเป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในการสันโดษด้วยจีวรตามมีตามได้นั้น มีสัมปชัญญะ มีสติเฉพาะหน้า
    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่าเป็นผู้ตั้งอยู่ในอริยวงศ์อันเป็นของเก่า ซึ่งนักปราชญ์สรรเสริญว่าเป็นเลิศ


    อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมเป็นผู้สันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้ มีปรกติกล่าวสรรเสริญคุณแห่งสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้ ย่อมไม่ถึงการแสวงหาอันไม่สมควรเพราะบิณฑบาตเป็นเหตุ เมื่อไม่ได้ก็ไม่ตกใจ ครั้นได้แล้วก็ไม่ยึดถือ ไม่หมกมุ่น ไม่ห่วงใย มีปรกติเห็นโทษ มีปัญญาเครื่องรื้อออกบริโภคอยู่ และย่อมไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่น เพราะความสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้นั้น
    จริงอยู่ ภิกษุใดเป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในการสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้นั้น มีสัมปชัญญะ มีสติเฉพาะหน้า
    ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุนี้เรากล่าวว่า เป็นผู้ตั้งอยู่ในอริยวงศ์อันเป็นของเก่า ซึ่งนักปราชญ์สรรเสริญว่าเป็นเลิศ


    อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมเป็นผู้สันโดษด้วยเสนาสนะตามมีตามได้ มีปรกติกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการสันโดษด้วยเสนาสนะตามมีตามได้ ย่อมไม่ถึงการแสวงหาอันไม่สมควรเพราะเสนาสนะเป็นเหตุ เมื่อไม่ได้ก็ไม่ตกใจ ครั้นได้แล้วย่อมไม่ยึดถือ ไม่หมกมุ่น ไม่ห่วงใย มีปรกติเห็นโทษ มีปัญญาเครื่องรื้อออกบริโภคอยู่และย่อมไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่น เพราะความสันโดษด้วยเสนาสนะตามมีตามได้นั้น
    จริงอยู่ ภิกษุใดเป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในการสันโดษด้วยเสนาสนะตามมีตามได้นั้น มีสัมปชัญญะ มีสติเฉพาะหน้า
    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า เป็นผู้ตั้งอยู่ในอริยวงศ์อันเป็นของเก่า ซึ่งนักปราชญ์สรรเสริญว่าเป็นเลิศ


    อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมเป็นผู้มีภาวนาเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในภาวนา มีปหานะเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในปหานะ ย่อมไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเพราะมีภาวนาเป็นที่มายินดี เพราะยินดีในภาวนา เพราะมีปหานะเป็นที่มายินดีเพราะยินดีในปหานะนั้น
    จริงอยู่ ภิกษุใดเป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในภาวนาและปหานะนั้น มีสัมปชัญญะ มีสติเฉพาะหน้า
    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า เป็นผู้ตั้งอยู่ในอริยวงศ์อันเป็นของเก่า ซึ่งนักปราชญ์สรรเสริญว่าเป็นเลิศ



    ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยวงศ์ ๔ ประการนี้แล นักปราชญ์รู้ว่าเลิศมีมานาน เป็นเชื้อสายแห่งพระอริยะเป็นของเก่า ไม่กระจัดกระจาย และไม่เคยกระจัดกระจาย อันบัณฑิตย่อมไม่รังเกียจ จักไม่รังเกียจ วิญญูชนทั้งสมณะและพราหมณ์ไม่เกลียด

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยอริยวงศ์ ๔ ประการนี้ ถึงแม้อยู่ในทิศตะวันออก เธอย่อมครอบงำความไม่ยินดีเสียได้ ความไม่ยินดีย่อมไม่ครอบงำเธอได้ ถึงแม้เธออยู่ในทิศตะวันตก... ในทิศเหนือ... ในทิศใต้ เธอก็ย่อมครอบงำความไม่ยินดีเสียได้ ความไม่ยินดีย่อมไม่ครอบงำเธอได้
    ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเธอเป็นธีรชนครอบงำความไม่ยินดีและความยินดีได้


    ความยินดีย่อมครอบงำธีรชนไม่ได้ ความไม่ยินดีไม่อาจครอบงำธีรชน ธีรชนย่อมครอบงำความไม่ยินดีได้ เพราะธีรชนเป็นผู้ครอบงำความไม่ยินดี กิเลสอะไรจะมากั้นกางบุคคลผู้บรรเทากิเลสเสียได้ มีปรกติละกรรมทั้งปวงได้เด็ดขาด ใครควรเพื่อจะติเตียนบุคคลนั้นผู้เป็นประดุจแท่งทองชมพูนุท แม้เทวดาก็เชยชม แม้พรหมก็สรรเสริญ

         จบสูตรที่ ๘


อริยวังสสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
เนื้อความพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ บรรทัดที่ ๗๑๔-๗๖๖.  หน้าที่ ๓๑-๓๓.
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=21&A=714&Z=766&pagebreak=0
ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=21&i=28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 10:23:39 AM โดย raponsan »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23524
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
Re: เผ่าพันธุ์ของเหล่าอริยะ ต้องมีลักษณะอย่างไร.?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 10:22:03 AM »
0
 

คนเหล่าใดเป็นวงศ์ของอริยะ
             
     อริยวังสสูตรที่ ๘ ตั้งขึ้นมีอัธยาศัยของพระองค์ เป็นอัตถุปปัตติเหตุ เกิดเรื่อง.
     ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งเหนือบวรพุทธาสน์ที่เขาจัดถวาย ณ ธรรมสภา พระเชตวันมหาวิหาร ตรัสเรียกภิกษุสี่หมื่นรูปผู้นั่งแวดล้อมว่า ภิกฺขเว ดังนี้แล้ว จึงทรงเริ่มมหาอริยวังสสูตรนี้ว่า จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อริยวํสา เป็นต้น ด้วยอำนาจอัธยาศัยของพระองค์บ้าง ของบุคคลอื่นบ้าง.

     ในบทเหล่านั้น บทว่า อริยวํสา คือ วงศ์ของพระอริยะทั้งหลาย.อริยวงศ์ที่แปดแม้นี้ เป็นสายของพระอริยะ ชื่อว่าเป็นประเพณีเชื้อสายของพระอริยะ เหมือนขัตติยวงศ์ พราหมณวงศ์ เวสสวงศ์ สุททวงศ์ สมณวงศ์ กุลวงศ์ ราชวงศ์ฉะนั้น.

      ก็วงศ์นี้นั้นท่านกล่าวว่า เป็นยอดของวงศ์เหล่านี้ เหมือนกลิ่นกระลำพักเป็นต้น เป็นยอดของไม้มีกลิ่นเกิดที่ราก เป็นต้น.


       ask1 ans1 ask1 ans1

      ถามว่า ก็คนเหล่าไหน คือ อริยะ วงศ์ของอริยะ.
      ตอบว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย และสาวกของพระตถาคตทั้งหลาย ท่านเรียกว่าพระอริยะ วงศ์ของพระอริยะเหล่านั้นจึงรวมเรียกว่าอริยวงศ์. ก่อนแต่กาลนี้ไป ในที่สุดสี่อสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป เกิดพระพุทธเจ้าขึ้น ๔ พระองค์ คือ
     พระตัณหังกระ ๑
      พระเมธังกระ ๑
       พระสรณังกระ ๑
        พระทีปังกระ ๑
     ดังนี้ วงศ์ของพระอริยะเหล่านั้นรวมชื่อว่าอริยวงศ์.
     ภายหลังแต่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น ล่วงไปหนึ่งอสงไขยเกิดพระพุทธเจ้าพระนามว่า โกณฑัญญะ ฯลฯ

     ในกัปนี้เกิดพระพุทธเจ้าขึ้น ๔ พระองค์ คือ
     พระกกุสันธะ ๑
      พระโกนาคมนะ ๑
       พระกัสสปะ ๑
        พระผู้มีพระภาคเจ้าโคตมะของพวกเรา ๑
    ดังนี้ วงศ์ของพระอริยะเหล่านั้น รวมชื่อว่า อริยวงศ์.

    อีกอย่างหนึ่ง วงศ์ของพระอริยะทั้งหลาย คือ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ปัจเจกพุทธเจ้าและพุทธสาวก ทั้งอดีต อนาคตและปัจจุบัน รวมชื่อว่าอริยวงศ์.



อรรถกถาอริยวังสสูตรที่ ๘
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=21&i=28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 10:23:59 AM โดย raponsan »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6326
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: เผ่าพันธุ์ของเหล่าอริยะ ต้องมีลักษณะอย่างไร.?
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2016, 11:09:14 AM »
0
 st11 st12 st12 st12
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1059
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: เผ่าพันธุ์ของเหล่าอริยะ ต้องมีลักษณะอย่างไร.?
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2016, 12:52:37 PM »
0
 st12 st12 st12 st12 st11 st11

ยิ่งเห็นรูปยิ่งอยากเจอพระอาจารย์สนทยา แต่บุญผมคงทำมากับพระอาจารย์ยังมีน้อยจึงยังไม่มีโอกาสได้พบเจอและฝากตัวเป็นศิษย์ท่าน ผมมีความศรัทธาพระอาจารย์มาแต่เดิมแล้วยิ่งมาเห็นรูปยิ่งยินดีอิ่มใจยิ่งนัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 28, 2016, 01:00:23 PM โดย Admax »
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

นิรตา ป้อมนาวิน

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +20/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 1192
  • อย่างน้อยชาตินี้ขอปิดอบายภูมิ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: เผ่าพันธุ์ของเหล่าอริยะ ต้องมีลักษณะอย่างไร.?
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2016, 01:40:26 PM »
0
 :25: st11 st12
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ