ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ถาม ทำไม พอจ สอนให้ผม ภาวนาที่ บ้าน ครับ ถ้าอย่างนี้ผมก็เป็นพระไม่ได้สิครับ  (อ่าน 910 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6330
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
ถาม ทำไม พอจ สอนให้ผม ภาวนาที่ บ้าน ครับ ถ้าอย่างนี้ผมก็เป็นพระไม่ได้สิครับ
ตอบ มันเป็นชีวิตจริงของ ทุกคน บ้านที่พัก ชั่วคราว ที่เราใช้ชีวิตนั้น คือ ต้นตอของปัญหา ทั้งปวง ไม่ว่าจะภาวนาที่ไหน ๆ ก็ตาม จะเป็นวัด ธรรมสถาน จะหรู จะสวย จะหยาบ จะประณึต จะใกล้ จะไกล ล้วนแล้วก็ต้องไปจบที่ เรานอน ก็คือ บ้าน
เวลาท่านไปภาวนา แปลกที่ แปลกถิ่น ก็เพียงแค่เปลี่ยนสภาวะภายนอก เท่านั้น ทุกข์ไม่ได้ อยู่ที่สถานที่ แต่ทุกข์ มันอยู่ที่ใจของท่าน และสถานที่ ที่ท่านต้องดำเนินชีวิต ของท่านกัน มันก็คือ บ้าน ที่พักอาศัยของท่าน นั่นแหละเป็นที่ท่านจะต้องใช้ชีวิตให้เป็นมองให้เห็น เข้าถึงพระธรรมในตัวท่านเองด้วยการภาวนาตามกรรมฐาน ในสถานที่พักของท่าน
ดังนั้นขอให้ทุกท่าน จงโอบกอดความเป็นจริง ทำบ้านของท่านให้เป็นสถานที่ปฏิบัติภาวนาของท่านเอง
จะไปแสวงสุขที่ไหน ๆ ก็น้อยกว่า การแสวงสุขที่บ้าน จะไปเที่ยวที่ไหน ๆ ทั่วโลก ทั่วประเทศ สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน จะไปทำงาน ก็ต้องกลับมาบ้าน จะไปอะไรต่อมิอะไร ก็ต้องกลับมาที่บ้าน ที่พักอาศัยที่เราต้องนอน ต้องใช้ชีวิต อยู่ ดังนั้น ที่ภาวนาที่ ดีที่ สุด ก็คือ เตียงนอน ที่นอน ที่หลับนอน ของท่านนั่นเอง ภาวนากรรมฐานนอนหลับให้สบาย ให้มีสติ มีชีวิตผ่องใส ทำหน้าที่การงาน ดูแลตนเอง ให้อยู่ได้ตามอัตภาพ ทำอย่างนี้ก็เหมือน พระ แต่เป็น พระภายใน ไม่ใช่ ภายนอก
ความเป็นพระ ก็คือจิตใจที่ประเสริฐ จิตใจที่แสวงหาสัจจะธรรม ย่อมดีกว่า คนที่เป็นพระภายนอก มีแต่เครื่องแบบ แต่จิตใจไม่เป็นพระเลย ก็มีมากอยู่
ขอให้ท่านทั้งหลายพิจารณาความ จริง มี ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ให้มากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ท่านต้องเป็น พระ จริง ๆ มันจะไม่หวลกลับ จะได้ไม่เสียใจ เสียดายเวลา ที่ต้องมาเป็น พระจริง ๆ
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6330
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
ทุกอย่าง มีเหตุมีปัจจัย เนื่องซึ่งกันและกัน เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด เมื่อสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ ฉันใด ปัจจุบันขณะที่เป็นอยู่นี่ จะดี หรือเลว เป็นกลาง ก็อยู่ที่เหตุปัจจัย กระทำกันมาอย่างสืบเนื่องนั่นเอง
ถึงแม้ ส่วนหนึ่งจะคิดว่า ฉันยังไม่มี ธรรมทายาท แต่เมื่อมองเห็น อิท้ปปัจจยตาแล้ว ก็ปลงใจได้ว่า ศาสนาจักมีอยู่ครบ 5000 ปี ตามพุทธทำนาย ถึงฉันจะทำอะไร หรือ ไม่ทำอะไรเลย เหตุปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เลยกับ อายุพระพุทธศาสนา
ดังนั้นขอให้ทุกท่าน จงมีสติ ดำรงสติ ในปัจจุบันขณะว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ท่านเข้าถึงตรงจุดไหนแล้วให้มากที่สุด เพราะว่า สังสารวัฏ มีแต่ความทุกข์ รอท่าน อยู่ ในอนาคต
เจริญพร
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
 st12ขออนุโมทนาสาธุ
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

นักเดินทาง

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 695
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า