ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: อย.แจงอันตรายไขมันทรานส์ ห้ามใช้ ม.ค.ปี 62 ผลิตอาหาร  (อ่าน 336 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23778
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0


อย.แจงอันตรายไขมันทรานส์ ห้ามใช้ ม.ค.ปี 62 ผลิตอาหาร

เลขาฯ อย. แจงยกเลิกใช้ไขมันทรานส์ในปี 62 ทั้งการผลิตในประเทศและนำเข้า ลดความเสี่ยงคนไทยเป็นโรคหัวใจ จากอาหารของทอด โดนัท พัฟฟ์ พาย เป็นอันตรายต่อร่างกาย...

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา  (อย.) กล่าวถึงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนหรือไขมันทรานส์ และอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ว่า

ไขมันทรานส์เป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว มักใช้กับอาหารกลุ่มของทอด เช่น โดนัท พัฟฟ์ พาย เป็นต้น โดยมีการเอามาใช้ในทางอุตสาหกรรม เพราะทำให้กลิ่นหืนหายไปและเก็บอาหารได้นานขึ้น แต่ภายหลังมีข้อมูลว่า เมื่อรับประทานไปนานๆ จะเกิดการสะสมและเพิ่มความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งในสหรัฐอเมริกามีการยกเลิกไม่ใช้ไขมันทรานส์ไปแล้ว

@@@@@@

ส่วนในประเทศไทยที่ผ่านมา อย.ได้หารือร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากไขมันทรานส์ เพื่อวางแผนยกเลิกการใช้ไขมันทรานส์ในกระบวนการผลิตอาหารมา 2-3 ปีแล้ว

หลังจากที่มีการหารือกับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมการผลิตอาหารจนลงตัว โดยทางผู้ผลิตขอเวลาประมาณ 6 เดือนในการปรับตัวเพื่อยกเลิกการผลิตที่มีการใช้ไขมันทรานส์นั้น

@@@@@@

จึงได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ.2561 เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วันที่ประกาศ หรือ 6 เดือน โดยจะเริ่มได้ในช่วงปีหน้า เดือนมกราคม2562 ประเทศไทยจะไม่มีการการใช้ไขมันทรานส์ในการผลิตอาหารอีก เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพประชาชน และน่าจะลดเรื่องโรคหัวใจในคนไทยลงไปได้จำนวนมาก

ทั้งนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการบางส่วนมีการเตรียมตัวมานานแล้ว บางรายอาจใช้เวลา 3-4 เดือนสามารถเปลี่ยนการผลิตโดยไม่ใช้ไขมันทรานส์ได้ ส่วนระหว่างนี้ขอให้ประชาชนเลี่ยงอาหาร เช่นพวกโดนัท พัฟฟ์ พาย ต่างๆ หรืออาหารหวานมาก มันมาก เค็มมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการรับไขมันทรานส์ ส่วนตั้งแต่มกราคม 2562 เป็นต้นไป ไม่จำเป็นต้องมาดูฉลากว่ามีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบหรือไม่ เพราะเราห้ามทั้งหมดทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้า ต้องไม่มีการใช้ไขมันทราส์เป็นส่วนประกอบอีกต่อไป.



ขอบคุณภาพและข่าวจาก
https://www.thairath.co.th/content/1335735#cxrecs_s
โดย ไทยรัฐออนไลน์ ,16 ก.ค. 2561 21:45
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2018, 05:48:15 AM โดย raponsan »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23778
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0



7 ข้อดีข้อเสีย 'ไขมันทรานส์' ทำไมห้ามผลิต จำหน่าย นำเข้า


ไขมันทรานส์ คือ ไขมันที่เกิดจากการแปรรูป สามารถทานได้แต่มีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรคสามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เป็นไขทนความร้อนสูงได้ รสชาติก็ใกล้เคียงกับไขมันจากสัตว์ และที่สำคัญไขมันทรานส์จะมาในรูปแบบอาหารที่อร่อย ที่เราชอบทาน และยอดฮิต เช่น โดนัท ไก่ทอด เป็นต้น

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาทุกคนไปรู้จักไขมันทรานส์ รู้ข้อดีข้อเสียของไขมันชนิดนี้ที่ทำไม ถึงมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ห้ามผลิต ห้ามนำเข้า หรือจำหน่ายเด็ดขาด เราไปดูกันเลย...

@@@@@@

ประโยชน์ข้อดีของน้ำมันทรานส์ คือ
1. มีราคาถูก ผู้ประกอบการทั้งหลายเลยเลือกที่จะนำไขมันทรานส์มาใช้ในการประกอบอาหารนั่นเอง
2. ถูกแล้วยังสามารถเก็บได้นาน ไม่เหม็นหืน ไม่มีกลิ่น
3. รสชาติใกล้เคียงกับไขมันจากสัตว์

ข้อเสียของน้ำมันทรานส์ คือ
1. ไขมันทรานส์ย่อยสลายยากกว่าไขมันชนิดอื่น จะทำให้ตับต้องสลายไขมันทรานส์ ด้วยวิธีที่แตกต่าง จึงอาจจะก่อให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติได้
2. น้ำหนัก และไขมันส่วนเกินเพิ่ม หรือเป็นโรคอ้วน
3. ภาวะตับทำงานผิดปกติ อาจจะเสี่ยงต่อโรคต่างๆ
4. หากทานในปริมาณที่ร่างกายเกิดขั้นสะสมแล้ว ก็อาจเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันอุดตันเส้นเลือดได้

@@@@@@

นอกจากนี้ มีการออกกฎให้ระบุปริมาณของกรดไขมันทรานส์ไว้บนฉลากโภชนาการเช่นกัน รวมถึงการให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการจำกัดการบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบด้วย และการที่คุณไม่ทานไขมันทรานส์ หรือเลือกที่จะเลี่ยงนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสุขภาพดี เพียงแต่คุณต้องเลือกทาน ต้องให้ความสำคัญในสิ่งที่จะนำมาประกอบอาหาร.



ขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก
https://www.thairath.co.th/content/1335423
โดย ไทยรัฐออนไลน์ , 16 ก.ค. 2561 15:09
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

paitong

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 103
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
กฏหมาย ออกมาแล้ว ที่นี้ คนจนน่าจะลำบากเพิ่มขึ้น
ตอนนี้ออกกฏหมาย มีโทษเหมือนยาเสพติด ใครซื้อขาย น้ำมันทราน ผิดกฏหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ

 :34: :bedtime2:
บันทึกการเข้า