ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: บ่มเพาะความสงบสุขในจิตใจที่ วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)  (อ่าน 319 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23545
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0



บ่มเพาะความสงบสุขในจิตใจที่ วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)

สระบุรีซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีสถานที่สัปปายะเหมาะสำหรับผู้ต้องการพัฒนาสติ บ่มเพาะความสงบสุขในจิตใจอย่าง วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)

วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) เป็นศาสนสถานสำคัญมาช้านาน ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯ จากวังนารายณ์ เมืองละโว้ (ลพบุรี) ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ กรุงศรีอยุธยา ได้ประทับพักแรม ณ ถ้ำแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีจารึกปรากฏบริเวณผนังถ้ำว่า เมื่อประมาณ 1,200 ปีก่อน ถ้ำแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในการเผยแผ่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนากับประเทศศรีลังกา ผ่านทั้งความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมมาตามลำดับ




พระครูภาวนาพิลาศ เจ้าอาวาสวัดเขาวงเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2538 วัดเขาวงอยู่ในสภาพเกือบร้าง มีพระสงฆ์จำพรรษาเพียงรูปเดียวรอบข้างมีแต่เหมืองหิน มีทั้งเสียงระเบิดหินดังสนั่นและฝุ่นควันเต็มไปทั่ว จนได้ฉายาว่า เมืองในหมอก กระทั่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) แห่งวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ริเริ่มให้พัฒนา

     “ตอนนั้นเกิดแรงบันดาลใจว่า ทุกสิ่งสกปรกได้ ก็ย่อมสะอาดได้เช่นกัน จึงตั้งใจไว้ว่า หากจะพัฒนาวัด การปฏิบัติธรรมต้องเป็นชีวิตจิตใจของที่นี่ ให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่สืบอายุของศาสนา ไม่ว่าใครเข้ามาเหลียวซ้าย แลขวา ต้องรู้สึกสงบร่มเย็น จึงเริ่มปลูกต้นไม้เพื่อบังฝุ่นควัน ปัจจุบันสัมปทานเหมืองหินหมดไปแล้ว ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่สัปปายะ เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาปฏิบัติธรรม"

    “แต่การปฏิบัติธรรมไม่จำเป็นต้องทำที่วัดเท่านั้น เพราะวัดเป็นเพียงที่ฟูมฟักบุญในใจส่งเสริมให้ใจสงบ และเรียนรู้วิธีการเจริญสติจากครูบาอาจารย์ เมื่อถึงที่สุดแล้วเราต้องรู้จักนำไปปรับใช้เองที่บ้าน แต่ถ้าหากเมื่อสติเราเริ่มหลุด ใจเราฟุ้งซ่าน ฟื้นฟูตัวเองไม่ได้ก็กลับมาซ่อมแซมจิตใจที่วัดแล้วค่อยกลับไปปฏิบัติเองที่บ้านต่อไป”
    "ความสงบสุขหาไม่ได้จากที่ไหน แต่เกิดได้จากใจตน"



แนวทางปฏิบัติ : มหาสติปัฏฐานสูตรในแนวปฏิปทาของหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง

@@@@@@

ระเบียบปฏิบัติ

1. ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 16.00 น. ของทุกวัน โดยใช้บัตรประชาชนหรือบัตรที่ราชการออกให้เท่านั้น
2. ปฏิบัติธรรมได้ครั้งละไม่เกิน 7 วันและต้องเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางวัดกำหนดทุกกิจกรรม
3. หากต้องการออกนอกบริเวณวัดต้องแจ้งเจ้าหน้าที่และลงสมุดบันทึกการเข้า - ออกทุกครั้ง
4. สำรวมกาย วาจา ใจ ไม่รบกวนผู้อื่น ไม่บอกบุญหรือเรี่ยไร หรือตั้งตนสั่งสอนธรรมผู้อื่น
5. ผู้ปฏิบัติต้องใส่เสื้อ “ข้าวก้นบาตร” ของสำนักขณะเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง เพื่อความสะดวกในการจำแนกผู้ปฏิบัติธรรมจากนักท่องเที่ยว โดยเสื้อมีจำหน่ายที่ร้าน “วันยังค่ำ”




กิจวัตรปฏิบัติ

4.00 น. สมาทานพระกรรมฐาน เจริญภาวนา 
5.00 น. ทำวัตรเช้า จากนั้นจึงใส่บาตรและกวาดลานวัด 
7.00 น. รับประทานอาหารแบบเจริญสติ เดินจงกรม และทำความสะอาดบริเวณที่เดินจงกรม 
10.00 น. ฟังคำเทศน์จากเสียงตามสาย 
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันโดยซื้อได้ที่ร้านค้าบริเวณวัด ช่วงบ่ายอบรมวิปัสสนาญาณ ฟังเทศน์จากเสียงตามสายและฝึกเดินจงกรม กระทั่ง 
18.00 น. ทำวัตรเย็น สมาทานพระกรรมฐาน จากนั้น 
20.00 น. พระอาจารย์ตอบปัญหาและสนทนาธรรม

@@@@@@

ที่อยู่ : วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) 62/1 หมู่ 5 ตำบลเขาวง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โทร. 036-677-055 หรือ 094-250-6540


 

ที่มา : นิตยสาร Secret
เรื่อง : Pitchaya ,ภาพ : สรยุทธ พุ่มภักดี
Secret Magazine (Thailand) ,IG @Secretmagazine
ขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/73137.html
By Issara ,19 June 2019
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ