ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: 5 วิธีฝึกยิ้ม "เพิ่มเสน่ห์ ลดเครียด แก้หน้าเหี่ยว" จิตแพทย์ชี้ ยาธรรมชาติชะลอวัย  (อ่าน 28 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 22745
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0



5 วิธีฝึกยิ้มเพิ่มเสน่ห์ ลดเครียด แก้หน้าเหี่ยว จิตแพทย์ชี้ยาธรรมชาติชะลอวัย

นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผอ.รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ กล่าวว่า ต้นเหตุปัญหาสุขภาพจิตหรือการเจ็บป่วยทางจิต ล้วนมีต้นตอมาจากความเครียด ซึ่งการยิ้มเป็นความรู้สึกอย่างเดียวที่จะทำให้ระบบภายในผ่อนคลาย โดยการยิ้มใช้กล้ามเนื้อใบหน้าเพียง 2 มัด คือ กล้ามเนื้อไซโกเมติก เมเจอร์ ช่วยดึงมุมปากทั้ง 2 ข้างให้ยกขึ้นไปหาโหนกแก้ม และกล้ามเนื้อออร์บิคิวลาริส ออคิวไล ช่วยดึงเนื้อแก้มและเบ้าตาให้ยกขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวจนเกิดเป็นรอยยิ้ม มีผลให้เลือดแดงไปเลี้ยงที่สมอง อุณหภูมิในสมองจะลดลง เกิดความรู้สึกสบาย

นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน

นพ.กิตต์กวี กล่าวว่า ผลงานวิจัยทั่วโลกยืนยันตรงกันว่าการยิ้มมีผลให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน หรือสารแห่งความสุขออกมาเป็นวงจรอัตโนมัติ ทำให้อารมณ์แจ่มใส ระบบต่างๆในร่างกายจะผ่อนคลาย ขณะเดียวกันจะมีผลให้ร่างกายลดการหลั่งสารอะดรีนาลินหรือสารแห่งความเครียด ทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง ผ่อนคลายความเครียด ทำให้ไม่ป่วยง่ายและหายป่วยเร็ว จึงสามารถนำการยิ้มมาใช้สร้างสุขภาพจิตตัวเองแบบง่ายๆใกล้ตัว เมื่อจิตใจดีสุขภาพกายจะดีตามไปด้วย

“คนเราจะยิ้มเมื่อมีความสุข การยิ้มจัดเป็นยารักษาความงามตามธรรมชาติ ช่วยชะลอความเหี่ยวย่นบนใบหน้าได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใบหน้าได้ออกกำลัง ไม่ได้ทำให้รอยตีนกาเพิ่ม และยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้การยิ้มในสถานการณ์ที่คับขันได้ จะช่วยเพิ่มความกล้าในจิตใจ มีพลังเอาชนะอุปสรรคมากขึ้น การยิ้มที่ดีนั้นจะต้องยิ้มทั้งปากและตา โดยให้มองตากันค้างไว้อย่างน้อย 3 วินาที เรียกว่ายิ้มแบบจริงใจ นักมานุษยวิทยาสังเกตพบว่าคนจะเห็นรอยยิ้มได้ชัดแม้อยู่ห่างกัน 45 เมตร ทั้งนี้ การยิ้มที่ดีจะต้องถูกที่ ถูกเวลาและถูกกาลเทศะด้วย” นพ.กิตต์กวี กล่าว


นพ.กิตต์กวี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สภาพสังคมในยุคดิจิทัลมีประเด็นที่น่าห่วง เนื่องจากประชาชนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก ต่างคนต่างก้มหน้าดูหน้าจอมือถือตัวเอง การยิ้มที่เกิดขึ้นก็จะอยู่ในลักษณะยิ้มกับมือถือของตัวเองคนเดียว คือ สายตาทั้งคู่จ้องดูที่หน้าจอมือถือ ไม่ได้ยิ้มสบตากับคนอื่นๆ เหมือนในอดีต ขณะเดียวกันอาจจะได้รับการยิ้มตอบจากผู้อื่นลดลงไปด้วย เพราะไม่ได้ยิ้มสบตาหรือทักทายกับใครก่อน

จึงเชื่อว่าหากทุกคนส่งรอยยิ้มแย้มแจ่มใสให้กัน จะทำให้สังคมไทยในยุคดิจิทัลอบอุ่นขึ้น ทั้งนี้ ร.พ.จิตเวชนครราชสีมาฯ จึงนำการยิ้มมาเสริมคุณภาพบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ามาใช้บริการแล้วจะมีความสบายใจ มีความสุข โดยส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนยิ้มทักทายกันเพื่อสร้างความสุข เสมือนชาร์จแบตเติมพลังบวก สร้างบรรยากาศเป็นมิตร และนำมาใช้เป็นเครื่องมือดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย



ผอ.รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ กล่าวด้วยว่า ทุกเช้าเจ้าหน้าที่จะจัดกิจกรรมสอนผู้ป่วยและญาติ เช่น การคลายเครียดด้วยการแพทย์แผนไทย ฝึกการยิ้มเพื่อบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า และให้ความรู้ด้วยภาษาถิ่นที่ผ่อนคลายและสนุก ใช้เวลา 5-10 นาที ส่วนที่แผนกผู้ป่วยในจะกระตุ้นให้ผู้ป่วยยิ้มบ่อยๆ เพื่อฟื้นฟูด้านจิตใจและสังคม โดยเฉพาะในรายที่ซึมเศร้า ซึ่งผลวิจัยพบว่าช่วยให้ฟื้นตัวหายป่วยได้ดีขึ้น

สำหรับวิธีการกระตุ้นให้มีรอยยิ้มทำได้ 5 วิธี คือ

     1. ให้นึกถึงเรื่องตลกในอดีตที่ทำให้เราขำ หัวเราะ
     2. พูดคุยเรื่องสนุกสนานในหมู่เพื่อนที่สนิทคุ้นเคยหรือคนในครอบครัว
     3. อ่านหนังสือประเภทชวนหัวเราะ ขำขันหรือดูหนัง ละครประเภทตลก เฮฮา
     4. ฝึกโดยใช้วิธีการเตือนตัวเอง เช่น ยิ้มหลังตื่นนอนทุกวัน ยิ้มทุกครั้งเมื่อพบหน้าคนใกล้ชิด ยิ้มก่อนออกจากบ้าน หรือทุกครั้งเมื่อเข้าที่ทำงาน ฯลฯ และ
     5. ให้เพื่อนส่งเรื่องสั้น หรือรูปภาพ หรือคลิปภาพที่ตลก ขำขัน ให้ทางไลน์ ก็จะช่วยสร้างรอยยิ้มได้เช่นกัน



ขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/beauty/news_2879684
วันที่ 11 กันยายน 2562 - 17:34 น.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2019, 07:53:42 AM โดย raponsan »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ