ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: อานิสงส์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ด้วยการเปล่ง “นะโม พุทธัสสะ”  (อ่าน 24 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 22856
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0




อานิสงส์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ด้วยการเปล่ง “นะโม พุทธัสสะ”

พุทธานุสสติ หรือการระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ถือเป็นหนึ่งในพระกรรมฐานที่เรียกกันว่า “อนุสสติ” อานิสงส์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ได้เกิดขึ้นกับเด็กชายชาวราชคฤห์คนหนึ่ง ทำให้เด็กน้อยตนนี้รอดพ้นมาจากภัยอันตรายของภูต ผี ปีศาจ โดยเรื่องมี่อยู่ว่า

ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ นายทารุสากฏิกะเป็นอุบาสกผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงพลอยทำให้ภรรยาและลูกชายซึ่งยังเด็กน้อยเลื่อมใสและนับถือพระพุทธคุณเป็นสรณะไปด้วย เขามีอาชีพเลี้ยงวัว มักจะพาวัวออกไปหาหญ้ากินนอกประตูเมืองกรุงราชคฤห์ ใกล้บริเวณป่าช้าอยู่เสมอ

ภรรยาและลูกชายก็อยู่ในเรือนภายในประตูเมือง ภรรยาได้ปล่อยให้ลูกชายไปเล่นกับเด็กข้างบ้าน ซึ่งครอบครัวของเด็กคนนี้นับถือนิครนถ์ ขณะที่เด็กชายทั้งสองกำลังทอดขลุบ (การละเล่นประเภทหนึ่ง) ลูกชายของนายทารุสากฏิกะเป็นฝ่ายทอด ขณะที่กำลังทอดขลุบ เด็กน้อยได้เปล่ง “นะโม พุทธัสสะ” ปรากฎว่าตานั้นทอดขลุบชนะ พอเป็นฝ่ายเด็กข้างบ้านทอดขลุบ เขาก็เปล่งว่า “นะโม อรหัตานัง” ผลออกมาว่าทอดขลุบแพ้ลูกชายนายทารุสากฏิกะ


@@@@@@

เด็กน้อยสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เพื่อนเปล่งคำว่า “นะโม พุทธัสสะ” ในตานั้นจะทอดขลุบชนะ ตนจึงเปลี่ยนมาเปล่งตามอย่างเพื่อนบ้างปรากฏว่าเล่นชนะเช่นกัน กลายเป็นว่าเด็กคนนั้นพอจะชนะขึ้นมาบ้าง แต่แล้วการเจริญพุทธานุสสติได้หยั่งรากลงในจิตใจของเด็กน้อยผู้เป็นเพื่อนเสียแล้ว

ลูกชายของนายทารุสากฏิกะมักเปล่ง “นะโม พุทธัสสะ” อยู่บ่อยครั้งจนเป็นนิสัย ซึ่งแต่ละครั้งก็มีจิตระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งนายทารุสากฏิกะพาวัวไปกินหญ้านอกประตูเมือง แล้วพาลูกชายไปด้วยโดยให้เด็กน้อยนั่งอยู่บนเกวียน วัวก็กินหญ้าไปเรื่อย แต่ครั้งนี้นานกว่าทุกครั้ง จนจวบจะถึงเวลาที่ประตูเมืองจะปิด นายทารุสากฏิกะรีบต้อนวัวทั้งหมดเข้าไปในเมืองก่อนแล้วคิดว่า ตนจะวิ่งกลับมาลากเกวียนที่ลูกชายหลับอยู่เข้าเมืองทัน แต่ปรากฏว่าพอนายทารุสากฏิกะพาวัวเข้าเมืองมาจนหมดแล้ว นายทวารกลับปิดประตูลงทันที ทำให้เด็กน้อยต้องติดอยู่นอกเมือง

ประตูเมืองกรุงราชคฤห์เป็นที่โจษจันกันมากว่า เป็นประตูเมืองที่เปิดและปิดตรงเวลาอย่างเคร่งครัด ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลเคยหนีพระราชภัยมาหมายจะพึ่งพาพระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นหลาน แต่ด้วยพระองค์ทรงเดินทางมาถึงในเวลากลางคืนซึ่งประตูเมืองราชคฤห์ได้ปิดลงแล้ว ทำให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงต้องประทับอยู่นอกประตูเมืองจนสิ้นพระชนม์

@@@@@@

ลูกชายนายทารุสากฏิกะซึ่งอยู่บนเกวียนได้ถูกความง่วงครอบงำ ทำให้เด็กน้อยนอนหลับไป พระอาทิตย์ตกดิน บรรดาอมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในป่าช้าซึ่งไม่ไกลจากจุดที่จอดเกวียนนัก  เมื่อได้กลิ่นของเด็กน้อยก็คิดจะกินเด็กน้อยผู้นี้เป็นอาหาร แต่อมนุษย์พวกหนึ่งก็ห้ามปรามบอกว่าเป็นสิ่งไม่สมควร ขณะที่อมนุษย์ทั้งสองฝ่ายกำลังถกเถียงและต่อสู้กันเพื่อที่จะได้กินเด็กน้อย เด็กชายได้เปล่ง นะโม พุทธัสสะ ขึ้นมาพอดี (ไม่แน่ใจว่าเด็กน้อยละเมอหรือไม่)

เมื่ออมนุษย์ทั้งสองฝ่ายได้ยินคำนอบน้อมต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ถึงกับหยุดการทะเลาะวิวาทกัน และหันไปดูเด็กน้อยที่กำลังนอนหลับอย่างน่าเอ็นดู อมนุษย์ทั้งสองฝ่ายกลับมาปรองดองกัน และคิดตรงกันว่าเราต้องปกป้องเด็กน้อยผู้นับถือพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นสรณะ อมนุษย์บางตนจำแลงร่างเป็นนายทารุสากฏิกะและภรรยาเข้ามากล่อมเด็กน้อย ไม่ต่างจากเทวดาจำแลงเป็นพระเวสสันดรและพระนางมัทรีมากล่อมดูแลพระกัณหาและพระชาลี

อมนุษย์บางตนก็ชักชวนพวกของตนเข้าไปในพระราชวังของพระเจ้าพิมพิสาร แล้วนำภาชนะทองคำบรรจุอาหารมาให้เด็กน้อยกิน พอรุ่งเช้าราชบุรุษเห็นว่าภาชนะทองคำของพระราชาหายไป จึงตามหาจนมาพบว่าอยู่ที่ลูกชายนายทารุสากฏิกะ ราชบุรุษนำเด็กชายมาเข้าเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารเพื่อไถ่สวนความจริง เด็กชายเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนถวายพระเจ้าพิมพิสารว่า บิดาและมารดาของตนเป็นผู้นำภาชนะเหล่านี้ใส่อาหารมาให้ตนกินเมื่อคืนขณะที่อยู่นอกเมือง เมื่อพระราชาให้นำนายทารุสากฏิกะและภรรยามาเข้าเฝ้า พระองค์ทรงไถ่สวนจึงเริ่มได้คำตอบแล้วว่า การที่ภาชนะของพระองค์ไปอยู่ที่เด็กน้อยนั้นเป็นฝีมือของอมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในป่าช้านอกประตูเมือง


@@@@@@

พระเจ้าพิมพิสารทรงไม่เชื่อเรื่องง่าย ๆ ทั้งอยากทราบจากพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า เพียงการเปล่งคำว่า “นะโม พุทธัสสะ” จะมีอานิสงส์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ พระองค์พร้อมด้วยครอบครัวนายทารุสากฏิกะและข้าราชบริพารได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระบรมศาสดาทรงฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นและตรัสขึ้นว่า

“มหาบพิตร อันพุทธานุสสติเท่านั้น เป็นสิ่งมีคุณต่อชาติ จิตของชนทั้งหลายที่ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ทั้งเช้าและเย็น ย่อมอยู่ดีมีสุข ผู้ที่พิจารณากาย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และภาวนาอยู่เสมอย่อมเป็นสาวกแห่งเราและย่อมอยู่ดีมีสุขเช่นกัน”

เด็กน้อยได้ฟังคำตรัสของพระบรมศาสดาได้มีจิตเข้าถึงโสดาปัตติผลแล้ว ชนทั้งหลายที่ได้ฟังก็ปรารถนาออกบวชและสำเร็จอรหัตตผลในที่สุด



ที่มา : อรรถกถา คาถาธรรมบท เรื่องนายทารุสากฏิกะ
ภาพ : www.pexels.com
ขอบคุณ ; https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/177414.html
By nintara1991 ,7 October 2019
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

saieaw

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 271
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
 st11 st12 st12

อ่านแล้วทำให้จิตระลึกนึกถึง พระพุทธเจ้า มากขึ้น ทันที

 like1 thk56
บันทึกการเข้า