ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: การประพรม "น้ำพุทธมนต์" ครั้งแรก  (อ่าน 199 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23570
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
การประพรม "น้ำพุทธมนต์" ครั้งแรก
« เมื่อ: มกราคม 26, 2020, 07:22:43 AM »
0



สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา (จบ) : การประพรม "น้ำพุทธมนต์" ครั้งแรก

บอกไว้ก่อนว่า ถึงแม้ว่าข้อมูลจะมีปรากฏในพระสูตรในพระไตรปิฎก แต่ก็น่าเชื่อว่า เขียนขึ้นและเพิ่มเติมภายหลัง เหตุผลง่ายๆ ก็คือ พระพุทธเจ้ามิได้ทรงต้องการให้พระสูตรของพระองค์เป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ การทำน้ำพระพุทธมนต์และประพรมเพื่อขจัดภูตผีร้ายไม่น่าจะเป็นพุทธประสงค์ ก็ขอเล่าตามตำนานก็แล้วกัน

ที่เมืองไพศาลี เมืองหลวงของแคว้นวัชชีของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีเกิดโรคระบาด (อหิวาตกโรค หรือโรคห่า) ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก เดือดร้อนไปทั่วเมือง กษัตริย์ลิจฉวีนิมนต์พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดชาวเมืองไพศาลี

พระพุทธองค์พร้อมภิกษุสงฆ์จำนวนมากเสด็จไปตามคำนิมนต์ ทรงมีพุทธบัญชาให้พระอานนท์ พุทธอนุชา สวดรัตนสูตร อันว่าด้วยพระคุณของพระรัตนตรัย เพื่อขจัดโรคร้ายและอำนวยสวัสดีมงคลแก่ชาวเมืองไพศาลี พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์รอบกำแพงเมือง ภูตผีปีศาจร้ายได้ปลาสนาการไปหมดสิ้น ชาวเมืองมีกำลังใจเริ่มหายป่วยกันมากขึ้น ดูเหมือนก่อนหน้าพระอานนท์เดินสวดรัตนสูตรและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ฝนตกลงมาห่าใหญ่ชะล้างพื้นให้สะอาด

พระพุทธเจ้าประทับท่ามกลางพุทธบริษัท อันประกอบด้วยกษัตริย์ลิจฉวี ชาวเมือง และภิกษุสงฆ์จำนวนมาก ทรงสวดรัตนสูตรอีกครั้งหนึ่ง

@@@@@@

พระพุทธโฆสาจารย์ (พระอรรถกถาจารย์) ได้อธิบายไว้ในอรรถกถาทีฆนิกายว่า พระพุทธองค์ทรงสวดเฉพาะ 5 คาถาแรกเท่านั้น ส่วนคาถาที่เหลือ พระอานนท์สวดมาก่อนแล้ว

เนื้อหาเป็นการสรรเสริญพระคุณของพระรัตนตรัย เช่น

     - ทรัพย์เครื่องปลื้มใจชนิดใดชนิดหนึ่งไม่ว่าในโลกไหน หรือรัตนะอันประณีตสวยงาม ไม่ว่าในสวรรค์ชั้นไหน จะเปรียบปานพุทธรัตนะนั้นหามีไม่
     - พระธรรมอันปราศจากราคะ อมตะ ประณีต ที่พระพุทธองค์ทรงมีจิตเป็นสมาธิบรรลุแล้วพระธรรมนั้น หาสิ่งใดเสมอเหมือนมิได้
     - สมาธิใดที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นอนันตริกสมาธิ หาสมาธิอื่นใดเสมอเหมือนมิได้

     - พระอริยบุคคล 8 จัดเป็น 4 คู่ ท่านเหล่านั้นพระสุคตทรงสรรเสริญ ควรทำบุญทำทานที่ถวายแก่ท่านเหล่านั้นมีผลมาก
     - พระอริยบุคคล ในศาสนาของพระโคตมพุทธะ ขยันขวนขวายด้วยดี มีจิตมั่นด้วยสมาธิไม่มีความใคร่ ได้เสวยความดับกิเลสเปล่าๆ (โดยไม่ต้องซื้อหา)
     - สัตบุรุษ (คือพระโสดาบัน) ผู้หยั่งรู้อริยสัจ พระตถาคตตรัสเรียกว่าผู้มีศรัทธาไม่คลอนแคลน ดุจเสาหลักเมืองที่ฝังลงดินลึก ลมพัดมาจากทิศทางใดก็ไม่สามารถให้ขยับเขยื้อนได้

     - พระอริยบุคคล ผู้เห็นแจ้งอริยสัจสี่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ แม้ว่ายังจะเป็นผู้ประมาทโดยมาก ย่อมมาเกิดอีกอย่างมากเจ็ดชาติ
     - พร้อมกับการบรรลุโสดาปัตติมรรค พระโสดาบันและสังโยชน์ได้ 3 เป็นผู้พ้นจากอบายมุขทั้งสี่ และไม่ทำอนันตริยกรรม 6 (คือ ฆ่าพ่อ, ฆ่าแม่, ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต, ทำสงฆ์ให้แตกกัน และไปนับถือศาสนาอื่น)
     - พระโสดาบัน แม้จะทำชั่วด้วยกาย วาจา ใจ อยู่บ้าง ก็ไม่ปิดบังกรรมชั่วที่ทำไว้ เพราะผู้เห็นพระนิพพานแล้ว ไม่อาจปิดบังความชั่วที่ตนทำ

    - พุ่มไม้ใหญ่ในป่า ผลิดอกออกใบ แตกกิ่งก้านสาขา พระตถาคตเจ้าทรงแสดงพระธรรมอันประเสริฐ ให้แตกกิ่งก้านสาขา ชี้ทางนำไปสู่พระนิพพาน ฯลฯ
    - ท้ายแต่ละพระคาถา มีถ้อยคำว่า ขอความสวัสดีมงคลจงมีแก่ผู้ที่มาประชุมกัน สวดสรรเสริญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์



เรื่องราวจะเกิดขึ้นสมัยพุทธกาลจริง หรือท่านแต่งในภายหลังโยงให้ถึงสมัยพุทธกาลยากจะทราบได้ เพราะเนื้อหารัตนสูตรไม่มีพูดไว้ ส่วน “ฝอยประกอบ” เล่าเรื่องพระอานนท์เดินสวดพระสูตรและประพรมน้ำพระพุทธมนต์นั้น พระอรรถกถาจารย์ท่านแต่งเติม

เมื่อครั้งลังกาทวีปเกิดกาฬโรคครั้งใหญ่ ในรัชสมัยพระเจ้าอปติสสะที่สอง พระเจ้าแผ่นดินทรงนิมนต์พระสงฆ์เดินสวดรัตนสูตรนี้รอบเมือง ว่ากันว่าโรคภัยได้หายในที่สุด จึงเกิดธรรมเนียมสวดพระปริตรนี้ กำจัดภัยพิบัติในประเทศนั้นสืบมา



ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 17 - 23 มกราคม 2563
คอลัมน์ : เสฐียรพงษ์ วรรณปก
ผู้เขียน : เสฐียรพงษ์ วรรณปก
เผยแพร่ : วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ.2563
ขอบคุณ : https://www.matichonweekly.com/column/article_268490
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2020, 08:00:40 AM โดย raponsan »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ