ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ไหว้พระนอน เพื่อชีวิตที่สุขสบาย  (อ่าน 57 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23886
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
ไหว้พระนอน เพื่อชีวิตที่สุขสบาย
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2020, 05:37:41 AM »
0


ไหว้พระนอน เพื่อชีวิตที่สุขสบาย

สัปดาห์นี้พูดคุยเรื่องของความเชื่อในการกราบไหว้พระนอน แล้วทำให้มีชีวิตที่สุขสบาย เพราะความเชื่อที่ว่าการนอนคือการพักผ่อน

คติความเชื่อของการได้ไปกราบไหว้พระนอน คือ ชีวิตที่สุขสบายอาจเป็นเพราะความเชื่อที่ว่า การนอนคือการพักผ่อน ไม่ได้หมายถึงการนอนเพราะเจ็บไข้ได้ป่วย

พระนอนที่เราพบเห็นกราบไหว้ส่วนมากไม่ใช่ปางปรินิพพาน แต่เป็นปางที่พระพุทธเจ้าทรงโปรดอสุรินทราหูในสมัยพุทธกาล ครั้งพระพุทธองค์ทรงประทับที่เชตวันมหาวิหาร ในกรุงสาวัตถีอสุรินทราหู ซึ่งเป็นอุปราชของท้าวเวปจิตติอสูรบดินทร์ ผู้ครอบครองเมืองอสูรมีความประสงค์จะเข้าฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้า เมื่อไปเข้าเฝ้าก็สำคัญตัวว่ามีร่างกายใหญ่กว่าพระพุทธองค์ไม่แสดงความนอบน้อม

พระพุทธเจ้าเพื่อทรงต้องการลดทิฐิมานะของอสุรินทราหูได้ทรงเนรมิตพระวรกายใหญ่กว่า ในลักษณะสีหไสยาสน์ พระเศียรหนุนภูเขาต่างพระเขนย พระบาททั้งสองที่ซ้อนกันอยู่สูงใหญ่กว่าอสุรินทราหู กระทั่งอสุรินทราหูต้องแหงนหน้าขึ้นชมพุทธลักษณะวัดที่มีพระนอนที่โดดเด่น ที่จะนำมากล่าวถึงในครั้งนี้ อยู่ที่วัดโพธิ์ หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารกรุงเทพฯ นี่เอง

@@@@@@

     - พระนอนวัดโพธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหูเป็นพระนอนที่ความยาว ลำดับที่สามของพระนอนในไทย ความยาวขององค์พระอยู่ที่สามเส้น สามวา
     - ลำดับที่หนึ่งคือ พระนอนวัดจักรสีห์ สิงห์บุรี
     - ลำดับที่สอง คือ พระนอนวัดขุนอินทร์ประมูล จังหวัดอ่างทอง

พระนอนที่วัดโพธิ์นี้มีความโดดเด่นมากวัดโพธิ์สร้างขึ้นมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า เดิมชื่อ โพธารามรัชกาลที่ 1 บูรณะปฏิสังขรณ์ และ สถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ ส่วนของวิหารและพระนอน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 วัดโพธิ์ยังได้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยในแผ่นหิน โดยเฉพาะจารึกตำรายา

โลกยสุธาราม คือ วัดที่มีพระนอนที่ผู้คนนิยมมากันบ่อยครั้ง ในอยุธยานอกเหนือไปจากวัดใหญ่ชัยมงคลพระนอนที่วัดโลกยสุธาราม นับเป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา ขนาดความยาว 42 เมตร สูง 8 เมตรรอบองค์พระมีเสาอิฐแปดเหลี่ยม รวม 24 ต้น วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัยของสมเด็จพระนครินทราธิราชพระราชบิดาของของเจ้าสามพระยาในปี พ.ศ. 1995

@@@@@@

พระนอน ที่วัดป่าโมก อ่างทอง เป็นอีกวัดที่แนะนำเลยว่าควรเดินทางไปกราบสักการะอย่างยิ่ง ประวัติของพระนอนวัดป่าโมก สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ประวัติความเป็นมาน่ามหัศจรรย์เล่าสืบต่อกันมาว่า องค์พระลอยมาตามน้ำแล้วจมตรงหน้าวัดป่าโมกทั้งยังมีจารึกจาก พระครูป่าโมกมุนี เจ้าอาวาสวัดป่าโมก บันทึกไว้ความว่า พระนอนนี้พูดได้ เหตุเกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงปีพ.ศ. 2448 เกิดโรคอหิวาต์ระบาด พระโตพระในวัดป่าโมกป่วยไม่มีหมอที่ไหนรักษาได้

สีกาเหลี่ยนหลานลุงของพระโตมาอธิษฐานต่อหน้าพระนอนพลันได้ยินเสียงบอกตำรายา ออกมาจากหน้าอกของพระนอน ครั้นนำไปรักษาพระโตก็หายเป็นปกติเหตุอัศจรรย์ทั้งหมดล่วงรู้ไปถึงพระพุทธเจ้าหลวง จนเสด็จมาที่วัดนี้ยังปรากฏหลักฐานการเสด็จมาจนทุกวันนี้ พระนอนที่วัดป่าโมกอยู่ในวิหารไม่ใหญ่ สภาพแวดล้อมโดยรวมเห็นจะมีพระนอนที่โดดเด่นที่สุด

กระนั้นยังรู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ และ เข้มขลังเดี๋ยวนี้อาจไม่ได้ยินเสียงท่านพูดออกมาแล้วแต่ความสบายใจจากการไหว้พระไม่ได้หายไปไหน.



คอลัมน์ : ชำเลืองเมือง โดย “แรมทาง"
ขอบคุณที่มา : https://www.dailynews.co.th/article/759305
อังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.00 น.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2020, 05:49:51 AM โดย raponsan »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ