ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงพ่อสยบมาร ศักดิ์สิทธิ์…ยิ่งนัก  (อ่าน 36 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23927
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
หลวงพ่อสยบมาร ศักดิ์สิทธิ์…ยิ่งนัก
« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2020, 05:43:24 AM »
0


หลวงพ่อสยบมาร ศักดิ์สิทธิ์…ยิ่งนัก

“หลวงพ่อสยบมาร”...กระแสผู้ศรัทธาตั้งหวังเข้ามากราบสักการะ นมัสการ ขอพรเพื่อให้แคล้วคลาด ปราศจากภยันตรายใดๆ มากล้ำกรายทั้งปวง

ตั้งนะโม 3 จบ ปัญจะมาเร ชิโน นาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จะตุสัจจัง ปะกาเสติ ธัมมะจักกัง ปะวัตตะยิ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง

ข้างต้นนี้คือ คาถาสวดป้องกันอันตรายทั้งปวง ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อยู่ที่ “วัดหุบตาโคตร” ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ใครที่ไปแล้วก็ต้องไม่ลืมที่จะแวะไปไหว้ “เทพทันใจ” หรือ “นัตโบโบจี”

“นัต” หรือ “เทพเทวารักษ์ผู้คุ้มครอง” ที่คนพม่าเคารพนับถืออันสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตั้งแต่ครั้งเก่าก่อนพุทธศาสนาจะเข้ามา โดยเทพที่จะถูกจัดว่าเป็นนัตนั้น มักจะเป็นคนที่เคยสร้างความดี หรือมีวีรกรรมน่าประทับใจและมาตายแบบที่เรียกว่า...“ตายโหง”

ทำให้วิญญาณยังมีความห่วงใยในภาระหน้าที่บ้านเมืองและผู้คนเบื้องหลัง ทำให้ไม่อาจ ไปเกิดได้ จึงเป็นนัตที่จะคอยคุ้มครองรักษาบ้าน เมืองหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ


นัตในเมืองพม่า สำหรับคนไทยจะรู้จักกันดีคือ “นัตโบโบจี” หรือ “เทพทันใจ” แห่งวัดโบดาทาวน์ ด้วยเหตุที่ท่านสามารถดลบันดาลพรให้แก่ผู้ทุกข์ร้อน ที่เข้าไปอธิษฐานขอพรจากท่านได้ผลรวดเร็วทันใจ

ผู้คนจึงขนานนามท่านว่า “เทพทันใจ”

ส่วนคำว่า “โบโบจี” นั้น ไม่ใช่ชื่อเฉพาะของนัตองค์ใด แต่เป็นคำกลางเรียกนัตผู้ชายที่เป็นที่เคารพนับถือคล้ายกับคำว่า “เจ้าพ่อ” หรือ “เจ้าปู่” ที่คนไทยใช้เรียกอารักษ์แบบไทยๆนั่นเอง

สำหรับวิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ...“นัตโบโบจี” เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาก็ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ

มีความเชื่อ ศรัทธากันว่า...เทพทันใจจะชอบมาก

จากนั้น...ก็ให้เอาเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินบาท เงินจ๊าด หรือดอลลาร์ก็ได้ แต่แนะนำว่าให้ใช้เงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย แล้วก็เอาไปใส่มือของเทพทันใจสัก 2 ใบ

เมื่อไหว้ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ดึงกลับมา 1 ใบ...เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ แค่นี้...ท่านก็จะให้สมตามความ ปรารถนาที่ได้ขอพรไว้



คำบูชา “องค์เทพทันใจ” ตั้งนะโม 3 จบ โอม สิทธิการิยะ ข้าแต่ท่านท้าวเทพทันใจ โสโสมะมา จิตตะภะวัง มหาลาภัง อิติพุทธะสสะ สุวรรณนังวา ราชาตังวา มณีวา ธะนังวา ภีชังวา อัตถังวา ปัตตังวา

เออิเอหิ อาคัจฉายะ อิติปรารถนาอันใดพึงสำเร็จมา นะมามีมา มหาลาโภ เทวะราชะกะนัง เชยยะ เชย-ยะ ภะวันตุเม

@ @ @ @

“กิเลสนี้ไม่ชอบให้ดู ไม่ชอบให้รู้ ไม่ชอบให้เห็น ชอบแต่ที่จะแฝงตัวอยู่” สมเด็จพระญาณสังวร

ว่าด้วยเรื่อง “มาร” ในพระพุทธศาสนานั้น อาจจะกล่าวได้ว่า มารก็คือสิ่งที่ฆ่า...ขัดขวางบุคคลให้ตายไปจากคุณงามความดี...ขัดขวางไม่ให้บรรลุคุณงามความดีในเวลาที่ตายจากโลกมนุษย์ไปแล้ว

ยกตัวอย่าง...กิเลสมาร “มาร” คือ “กิเลส”...กิเลสชื่อว่าเป็นมารเพราะกำจัดขัดขวางมิให้บุคคลกระทำความดี ทำให้บุคคลทั้งหลายต้องได้รับความทุกข์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

อีกตัวอย่างหนึ่ง...มัจจุมาร “มาร” คือ “ความตาย” ความตายจัดเป็นมารเพราะเป็นตัวการตัดโอกาส ในการทำคุณงามความดี บางคนไม่เคยสนใจศึกษาและปฏิบัติธรรมเลย พอหันมาสนใจก็มีเหตุให้ต้อง ตายไปเสียก่อนที่จะได้ศึกษาและปฏิบัติตามที่ตั้งใจ


ความตาย...จึงเป็นมารอย่างนี้

@ @ @ @

ตัดตอนมาจากเรื่อง “กิเลสมาร” พระสุทธิธรรมรังสี คัมภีร์เมธาจารย์ วัดอโศการาม ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) จังหวัดสมุทรปราการ “ผู้มีปัญญาจะต้องเดินอยู่ในกึ่งกลาง...ฝ่ายหนึ่งเพ่งถึงส่วนความไม่ดี ฝ่ายที่สองเพ่งถึงความดี...ความดีและความไม่ดีนี้เป็นความจริงที่ จะต่อสู้อยู่ด้วยกัน ตัวเราเองก็จะต้องเป็นผู้ยืนอยู่ในระหว่างกลาง เป็นหลักกลาง เป็นผู้วินิจฉัยเรื่องราวเหล่านั้น ให้เกิดความไม่รังเกียจ...”

ความดีเป็นเหตุให้เกิดความสนิท เป็นเหตุให้เกิดความคุ้นเคย ความสนิทและความคุ้นเคย พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นญาติ สมกับที่บาทคาถากล่าวไว้ว่า “วิสฺสาสา ปรมา ญาติ”...ความคุ้นเคยสนิทสนมกันเป็นญาติอย่างยิ่ง อย่างนี้เป็นต้น

“ศัตรู” ก็ตามเมื่อสนิทสนมกันนานเข้าก็กลายเป็นเพื่อน กลายเป็นมิตร กลายเป็นคนใช้ก็ได้ กลายเป็นทาสก็ได้ เมื่อเราพิจารณาเห็นอย่างนี้ มัน ก็เกิดประโยชน์ เกิดประโยชน์ได้สองนัย

นัยหนึ่ง...เป็นประโยชน์แก่ตัวเราเอง

นัยที่สอง...เป็นประโยชน์แก่มาร

อย่างครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ปลอบและกระทำความคุ้นเคยกับพญามาราธิราช พญามารก็เชื่อฟังตั้งอยู่ในวาทะ ยินดีในกุศลของพระพุทธเจ้าที่ได้สร้างบำเพ็ญมา ต่อจากนั้นพญามารก็หมดอำนาจถวายการสักการบูชาแล้วก็ได้เคลื่อนคลาดเลื่อนลอยไปอยู่ในชั้นสวรรค์ คือ ท้าววัสวดีมาร อยู่บนสวรรค์

ใช่แต่เสมอเพียงเท่านั้น ผลที่จะต้องได้รับ พญามารในกาลข้างหน้านั้นจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่ง เป็นพระโพธิสัตว์ นี่ได้ประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่พญามาร ได้ประโยชน์ให้เกิดขึ้นในพระองค์ด้วย

นี้เป็น “วินัย” ของผู้มี “ปัญญา”...ทำ “ของ เสีย” ให้กลายเป็นของ “ดี” ขึ้นมา



ถึงตรงนี้...ใครที่รู้ตัวว่ามีมารอยู่ในใจต้องรีบกำจัดมารออกไปเสียให้สิ้น คิดอะไรไม่ออกก็ไปกราบนมัสการ “หลวงพ่อสยบมาร”...เล่าลือกันว่าท่านนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ป้องกันอันตรายทั้งปวง

“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อ โปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

        รัก–ยม


ขอบคุณที่มา :-
https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1877611?cx_testId=38&cx_testVariant=cx_1&cx_artPos=5#cxrecs_s
28 มิ.ย. 2563 , 05:09 น.
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ