ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก  (อ่าน 5403 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 24224
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 06:39:26 PM »
0

อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก

     คงจำได้ว่าหลายปีก่อน กรณี Y2K ทำให้คนทั้งโลกกังวล แต่ท้ายที่สุด ไม่มี อะไรเกิดขึ้นเลย เหตุเพราะเป็นเพียงการวิเคราะห์จาก แบบแผนจำลอง สถานการณ์ ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้เท่านั้น
     วันนี้การกล่าวถึง 2012  วันสิ้นโลก จากการสร้างของภาพยนต์ด้วยเทคนิคพิเศษ(Special effects)  นับว่าเป็นสิ่งที่ดี สร้างความสนุกสนาน ทำให้ผู้คนทั่วไปเกิดความสนใจ  ด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศ


     มีความเหมือนกันระหว่าง กรณี Y2K และ 2012  วันสิ้นโลก ต้องมีการวิเคราะห์การคำนวณศึกษาจุดจบของโลก  อย่างละเอียดละออ บางอย่างทางวิชาการ อาจขัดกับความเชื่อ  ตามสามัญสำนึกของผู้คนทั่วไป
     การมีหลักและกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์  ให้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทำให้กระจ่างต่อปัญหาความลึกลับ กรณี 2012  วันสิ้นโลกได้

 
     คำอธิบายต่อข้อสงสัย 2012 วันสิ้นโลก ในแง่มุมต่างๆใช้ฐานข้อมูลจาก
    The National Aeronautics and Space  Administration (NASA)
    GFDL's (Geophysical Fluid Dynamics Laboratory)
    NOAA  (The National Oceanicand Atmospheric Administration)

    และได้เรียบ เรียงใหม่เพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจ สำหรับผู้สนใจชาวไทย ในทุกระดับความรู้
    อย่างไรก็ตาม  คำอธิบายนี้จัดทำเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา มีเจตนาให้ผู้สงสัย ได้รับความกระจ่างขึ้น โดยมิได้คัดค้านแนวคิด หรือความเชื่อใดๆ  ที่ทุกคนมีสิทธิพึงแสดงความเห็นได้ ตามหลักการที่ถูกต้อง

 
 
วันสิ้นโลกมีจริงหรือ แล้วจะเกิดขึ้นเมื่อใด ?

วันสิ้นโลก มีจริงหรือไม่  ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ต้องเกิดแน่นอน จากกรณีผลกระทบ การขยายตัวของดวง อาทิตย์ (Red Giant effect) อีกในราว 4.5 - 5 พันล้านปีข้างหน้า 100%  และวันนั้นคือวันสิ้นโลกที่แท้จริง โดยไม่มีทางแก้ไขได้
 
      แม้ว่ามี เวลาอีกนานแสนนาน ผลกระทบต่อโลกนั้นยังมีเรื่องที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้ อย่างมากมายสามารถสร้างความหายนะ เป็นจุดจบมนุษย์อันเกิดผลกระทบจากธรรมชาติ  เช่น กรณีผลกระทบจากปฎิกิริยาเรือนกระจก (Greenhouse effect),

    กรณีผล กระทบจากพายุสุริยะ (Solar wind effect), กรณีผลกระทบจากการที่ระเบิด ของภูเขาไฟ (Volcanic Activity), กรณีผลกระทบการชนปะทะของวัตถุใกล้โลก  (Near Earth impact) เป็นต้น ซึ่งแต่ละเดือนได้มีรายงานถึงภัยพิบัติอันตราย ของธรรมชาติกระทำต่อโลก โดยการสำรวจจากอวกาศ ให้ทราบล่วงหน้าอยู่บ่อยครั้ง
 
    โดยขอบเขตการเกิดขึ้นแต่ละกรณีนั้น มีเงื่อนไขทางธรรมชาติ  มีความรุนแรงที่แตกต่างกันไป อาจสร้างความหายนะเฉพาะบางส่วนของโลก  หรืออยู่ในขั้นใด ก็สามารถอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้เสมอ

    แต่ วันนี้ เรื่่องวันสิ้นโลก ได้รับการบอกเล่าไปในทิศทางต่างๆ อย่างขาดเหตุผลและ ความเข้าใจที่ครบถ้วน และบางครั้งอ้างหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่มีความกำกวม  ผิดหลักเกณฑ์ และเลื่อนลอย ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันไป

    โดยเฉพาะการ เล่นตลกบนอินเตอร์เน็ต กระทบต่อความเข้าใจของผู้คนทั่วไป มีความกังวลเกิด เป็นคำถามตามมามากมาย ว่า ค.ศ.2012 เป็นวันสิ้นโลกจริงหรือ ? 




ฝนตกกระหน่ำบนโลกยุคแรกกำเนิดอย่างต่อเนื่อง 1,000,000 ปี


ข้อสงสัย
     ทำไม ต้องเกิดเรื่องน่ากลัวกับโลก โดยระบุ ค.ศ.2012 เป็นวันสิ้นโลก ?
 
คำอธิบาย
      ไม่ควรจะมีอะไรเลวร้าย เกิดขึ้นกับโลก ในปี ค.ศ.2012 หากพิจารณาด้วยเหตุผลว่าโลกผ่านวิกฤตมา อย่างมากมาย แต่ครั้นบรมยุคกำเนิดโลก (กัลป์สมัยมหายุคขุมนรกแตก) ตลอดระยะเวลา 4.6 พันล้านปี จนปัจจุบัน และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมิได้ สนับสนุนความเชื่อกรณี ค.ศ.2012 เป็นวันสิ้นโลก


Guto-Sumerian Ziggurat (วิหารของชาวสุเมเรียน)


รูปปั้นชาวสุเมเรียน พบใน Royal Tombs of Ur (หลุมศพกษัตริย์ ในเมือง Ur)
ระหว่าง 2,000-2,600 ปี ก่อนคริสตกาล


ข้อสงสัย
     อะไรเป็นต้นเหตุถึงคำนาย  เรื่องวันสิ้นโลก และทำไมต้องเป็นวันที่ 21 ธันวาคมค.ศ.2012 ?
 
คำอธิบาย
     เรื่องราวเกิดขึ้นจาก  การอ้างถึงการสำรวจพบดาว Nibiru โดยกลุ่มชนชาวสุเมเรียน
(Sumerians)  ที่กลับมายังโลก และมีการทำนายความหายนะ จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ค.ศ.2003
แต่เมื่อถึงเวลานั้นกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นตลอด เดือน จึงเลื่อนวันเกิดเหตุการณ์ไปในเดือน ธันวาคมค.ศ.2012  และเปรียบว่า เป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าพิพากษามนุษย์ทั่วโลก (Doomsday date)
     เป็นการเชื่อมโยงนิทานชาดกโบราณ กับเรื่องปฎิทินชาวมายาโบราณ  (Ancient Mayan calendar) ให้ตรงกับ Winter solstice ประมาณวันที่ 21  ธันวาคมของทุกๆปี อันเป็นวันแรกของเหมันตฤดูหรือฤดูหนาวและดวงอาทิตยมีตำแหน่งห่างจากเส้นศูนย์สูตรโลกที่สุด


      การนำวัน ที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 มากำหนดให้มีความน่าสนใจ จุดประสงค์ให้คนทั่ว ไปได้ขบคิด เพื่อเพิ่มน้ำหนักเหตุผลของวันสิ้นโลก




ปฎิทินชาวมายาโบราณ

ข้อสงสัย
      เหตุใดปฎิทินชาวมายาโบราณ  จึงสิ้นสุดเพียง เดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 ?
 
คำอธิบาย
     ปฎิทินทั่วไปที่ใช้กันอยู่  ไม่ว่าบนโต๊ะทำงาน ในครัวที่แขวนผนัง แผ่นสุดท้ายคือเดือนธันวาคม และวันสุดท้ายของเดือนคือ วันที่ 31 แต่ละปีไม่มากกว่านั้น 
     สำหรับ ปฎิทินชาวมายาโบราณ วันสุดท้ายในยุคนั้นคือ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 (เป็น การคำนวณระยะยาว จากยุคนั้นมาสิ้นสุดเพียงนี้) เช่นเราก็สามารถคำนวณปฎิทินเริ่มจาก วันที่ 1 มกราคม และจะไปสิ้นสุดในปีใดก็ได้
     การแสดงถึง วันสิ้นสุดของปฎิทินชาวมายา เป็นการบอกถึงวันสิ้นโลก กระนั้นหรือ ?






แนวเส้นทางโคจร ดาวเคราะห์ ของระบบสุริยะ 
วันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 มิได้เป็นแนวตรงกัน

ข้อสงสัย
     จะมีปรากฎการณ์อะไรขึ้น หากดาวเคราะห์มีตำแหน่ง มาอยู่เป็นแนวเส้นตรง และมีทางจะชนโลกหรือไม่ ?
 
คำอธิบาย
     ยังไม่มีระบบดาวเคราะห์  (Planetary) ใดๆในระบบสุริยะ ที่จะมีตำแหน่งในแนวตรงพร้อมๆกันทั้งหมด  หรือหลายๆดวง ระหว่างช่วงเวลา 2-3 ทศวรรษนี้ และโลกก็ไม่ผ่านแม้แต่  แนวระนาบของทางช้างเผือก (Plane of milky way galaxy) ในปี ค.ศ. 2012
 
     หากสมมุติว่า มีกรณีเกิดแนวโคจรตำแหน่งเป็นแนวเส้นตรงเกิดขึ้น มีผลกระทบเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในเดือนธันวาคมทุกปี โลกและดวงอาทิตย์มีตำแหน่งเป็น แนวเส้นตรงโดยคร่าวๆ จากจุดศูนย์กลาง Milky Way Galaxy เป็นเหตุการณ์เกิด ขึ้นเป็นประจำที่ผ่านมาไม่มี ผลร้ายใดๆ
 
    และจะไม่เกิดการพุ่งชนกัน ระหว่าง ดาวเคราะห์อย่างแน่นอน เหตุผลเพราะว่าในระบบสุริยะ  รวมถึงระบบกาแล็กซี่ มีสนามแรงโน้มถ่วงยึดเหนี่ยวกันอย่างมั่นคงซึ่งกัน และกัน โดยมีความเสถียร แม้บางครั้งมีความผิดปกติบ้าง จากพายุสุริยะ(Solar  wind) หรือใน Interplanetary Medium (ช่องว่างระหว่างดาวเคราะห์) ก็ไม่ส่งผลให้ดาวเคราะห์ เปลี่ยนเส้นทางโคจรจนปะทะกัน




Nibiru หรือ Planet X  เป็นชื่อดาวที่ไม่มีในสาระบบ

ข้อสงสัย
      ดาวเคราะห์ (Planet) หรือ ดาวแคระสีน้ำตาล (Brown  dwarf) ที่เรียกในหลายชื่อว่า Nibiru หรือ Planet X หรือ Eris  จะผ่านเข้าใกล้โลกและทำความหายนะกับโลกแบบ ถล่มทะลายได้หรือไม่ ?
 
คำอธิบาย
      สำหรับชื่อ Nibiru  เป็นชื่อดาวเคราะห์ ที่คิดขึ้นเพื่อ เล่นตลกบนอินเตอร์เนต ไม่มีข้อเท็จ จริงอ้างอิงทางวิชาการ  ส่วน Planet X เป็นชื่อตั้งไว้ล่วงหน้า  เป็นความพยายามค้นหาดาวเคราะห์ลึกลับนี้ แต่ปัจจุบันยืนยันว่าไม่พบ

      ถ้า Nibiru หรือ Planet X บ่ายหน้ามุ่งมายังโลก ในปี ค.ศ.2012 นักดาราศาสตร์ มีเครื่องมือที่จะตรวจสอบระยะเส้นทางผ่านเข้ามาได้ล่วงหน้านับทศวรรษ และแน่นอนหากเป็นจริง ระยะที่ใกล้โลกขณะนี้ คนทั้งโลกสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ที่ไม่เห็นเพราะยังไม่ได้เกิดขึ้น
 
     สำหรับ Eris นั้นมีตัวตนจริง  เป็นประเภทดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet) มีขนาดเล็กคล้ายดาวพูลโต  (Pluto) จัดว่าเป็นดาวที่รอนแรมอยู่บริเวณ ชายแดนขอบนอกระบบสุริยะ  (Outer solar system) หรือ บริเวณพิภพน้ำแข็ง มีระยะทางห่างจากโลกราว 4  พันล้านไมล์ คงเป็นไปไม่ได้ ที่จะเข้าใกล้โลกและชนโลก




เป็นไปไม่ได้ที่โลกจะพลิกกลับขั้วสนามแม่เหล็ก เช่นภาพนี้

ข้อสงสัย
     อะไร คือ ทฤษฎีแกนโลกพลิกกลับขั้ว (Polar shift theory) และเป็นความจริงหรือ เปลือกโลก (Earth’s crust) สามารถหมุนกลับแบบ 180 องศา รอบๆแกนใน(Core)  ของโลกในเพียงวันเดียว หรือไม่กี่ชั่วโมง ?
 
คำอธิบาย
     เป็นไปไม่ได้  ที่โลกจะหมุนกลับในทิศตรงกันข้าม แต่แผ่นทวีปจะค่อยๆเลื่อนตัวเอง (ตัวอย่างอดีตทวีป Antarctica เคยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเมื่อ 100 ล้านปีที่แล้ว) การอ้างถึงการหมุนกลับของขั้วจึงไม่น่าเชื่อถือ
 
     อย่างไรก็ตาม  มีข้อเขียนเป็นจำนวนมากกล่าว ผลักดันเหตุผลถึงความหายนะ ให้กับผู้ที่ไม่เข้าใจ โดยอ้างว่าเป็นความสัมพันธ์การหมุนของโลกกับกระแสไฟฟ้าของ สนามแม่เหล็กโลก (Magnetic polarity of Earth) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ
 
    แท้จริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นราวทุกๆ  400,000-600,000 ปี และเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง  แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ นับระยะเวลา เป็นหมื่นหรืออาจแสนปี  ซึ่งจะไม่ทำอันตรายให้ชีวิตใดๆบนโลกให้บาดเจ็บและยังไม่เกิดขึ้น ระยะ 1,000 ปีนี้ในทุกๆแห่งบนโลก




วัตถุขนาดใหญ่ มีโอกาสการชนปะทะโลกน้อย  แต่ไม่ใช่ไม่มีโอกาส

ข้อสงสัย 
     โลกจะอยู่ในอันตราย จากการพุ่งชนปะทะของ อุกกาบาต  (Meteorite) ในปี ค.ศ.2012 หรือไม่ ?
 
คำอธิบาย
     โดยปกติโลกจะถูกวัตถุต่างพุ่งเข้าชน เช่น  ดาวหาง (Comets) ดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) เป็นกิจวัตร  แต่วัตถุที่มีขนาดใหญ่จริงๆนั้น มีโอกาสน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี โอกาสเลย
 
     ครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว  ซึ่งทำให้ไดโนเสาสูญพันธ์ไปสิ้นจากโลกและเมื่อ 100 ปีที่แล้ว  เกิดทางตอนเหนือของไซบีเรีย เรียกว่า The Tunguska event (กรณีทังกัสก้า) และเมื่อปี ค.ศ.2009 เกิดเหนือน่านฟ้าอินโดนีเซีย เรียกว่า Indonesian  asteroid ซึ่งทั้งสองกรณีไม่มีผู้เสียชีวิต ล่าสุดเมื่อ 6 พฤศจิกายน ค.ศ.2009 ตรวจพบ ดาวเคราะห์น้อย 2009 VA ขนาดเล็กได้ก่อนเข้าใกล้โลก
 
     วันนี้ ด้วยความก้าวหน้าต่อการลาดตะเวนอวกาศ เรียกว่า Spaceguard Survey(หน่วย ป้องกัน-ลาดตะเวณอวกาศ) เพื่อค้นหาวัตถุใกล้โลก (Near-earth objects)  โดยเฉพาะวัตถุขนาดใหญ่ เช่น ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก โดยมีความเป็นไปได้ กรณีดาวเคราะห์น้อย 99942 Apophis (2004 MN4) เฉียดใกล้โลก ในวันที่  13 เมษายน ค.ศ. 2029 (พ.ศ.2572) มีการแขวนป้ายเตือน ในระดับที่ 2(Yellow  Zone) จาก 10 ระดับ หรือ (ในรายงานปี ค.ศ. 2006)
 
     อย่างไรก็ตาม  วัตถุประเภทนี้ เส้นทางโคจรมักมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ จึงต้องตรวจสอบ ติดตามเป็นระยะ ในรายงานผลสรุป เช่น 99942 Apophis (2004 MN4) จาก  Earth Impact Risk Summary (ดูหัวข้อ Torino Scale ว่าเป็นหมายเลขใด) ซึ่ง อาจมีการเปลี่ยนแปลงระดับการเตือนภัย
 
     ทั้งนี้สามารถทราบ  เส้นทางโคจรล่วงหน้านานพอ ที่จะเตรียมตัวรับภัยพิบ้ติได้ การเฝ้าระวัง วัตถุขนาดใกล้โลก เป็นภาระกิจตรวจสอบทุกวัน 24 ชั่วโมง ตลอดปี ของ NASA  NEO Program Office (Potentially Hazardous Asteroids) ทุกคนสามารถเข้า ไปตรวจสอบได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ขณะนี้ทำนายได้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ วัตถุจากนอกโลก ขนาดใหญ่ชนปะทะโลกในปี ค.ศ.2012




ไม่เกิดพายุอวกาศยักษ์ เป็นภัยพิบัติกรณีพิเศษ ในปี ค.ศ. 2012

ข้อสงสัย
     จะเกิดสิ่งอันตรายจาก พายุอวกาศยักษ์ (Giant solar storms) ตามคำทำนายใน ค.ศ.2012 หรือไม่ ?
คำอธิบาย
      กิจกรรมบนดวงอาทิตย์ หรือ เรียกว่า Solar activity  มีกฎเกณฑ์เกิดขึ้นเป็นวัฐจักร ประมาณ ทุกๆ 11 ปี  จะเป็นช่วงเวลาการเกิดขึ้นในระดับสูงสุด (Activity peaks)  พวยก๊าซบนดวงอาทิตย์ (Solar flares) สามารถทำอันตรายต่อระบบสื่อสารของดาว เทียมได้ จากอีเล็คตรอนอวกาศ (Killer electrons in space)
 
      จนกระทั่งวิศวกรด้านอวกาศ ได้เรียนรู้เพื่อสร้างสิ่งป้องกันการทำลาย จากพายุอวกาศ ยักษ์ แต่จะไม่เกิดพายุอวกาศยักษ์ เป็นภัยพิบัติกรณีพิเศษ ในปี ค.ศ.2012  โดยจะมีโอกาสเกิด ในช่วงกรอบเวลา ค.ศ. 2012-2014 สามารถทำนายได้ล่วงหน้าว่า เป็นระดับค่าเฉลี่ยทั่วไป ไม่ต่างจากที่ผ่านมาในอดีต




การแตกของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก

ข้อสงสัย
     จะเกิดอุทกภัยน้ำ ท่วมโลก ครั้งใหญ่ หายนะและร้ายแรงขนาดล้างโลกใน ค.ศ. 2012 หรือไม่ ?
 
คำอธิบาย
    สถานการณ์โลกร้อน  จากข้อมูล แบบจำลองสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก  ทำให้เกิดสิ่งที่น่ากังวลคือ ผลกระทบต่อเนื่องไปยังแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งโดยปกติโลกมีปริมาณน้ำบนโลกมีถึง 70% มากกว่าผืนแผ่นดินอยู่แล้ว
 
     การยกตัวของระดับน้ำํทะเล จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของน้ำทะเลร้อนขึ้น และการละลายของแผ่นน้ำแข็ง เมื่อรวมทั้งสองกรณี เข้าด้วยกัน จะมีศักยภาพใหญ่โตมาก อย่างไม่น่าเชื่อ จากการคำนวณว่าปริมาณแผ่นน้ำแข็ง Greenland  และ Antarctica สามารถทำให้ การยกตัวระดับน้ำทะเลอยู่ระหว่าง 7-73 เมตร
 
     ดังนั้นมีความเป็นไปได้ ภายใน 50-100 ปีข้างหน้า แต่ไม่ใช่ภายใน ค.ศ. 2012
     อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำของโลกจะค่อยๆสูงขึ้นในทุกๆปี บริเวณที่จะเกิดปัญหาก่อนใคร คือ เกาะขนาดเล็ก เมืองท่าบริเวณปากอ่าวแม่น้ำ และที่ลุ่มริมฝั่งรวม ถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในประเทศไทย

 
     การเพิ่มขึ้นของน้ำ จะไม่เกิดในลักษณะน้ำท่วมจนไม่เหลือผืนแผ่นดิน แต่จะทำให้ผืนดินน้อยลง  เกิดความไม่สมดุลยต่อประชากรที่เพิ่มขึ้น ต่อพื้นที่เพาะปลูก จะเกิดโรค ระบาดใหม่ ขาดแคลนทรัพยากร จะเห็นปัญหาต่างๆชัดขึ้นราว ค.ศ. 2050  จนทำให้แก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆ

 

ที่มา  http://atcloud.com/stories/87296
ขอบคุณภาพจาก http://a.imageshack.us/,http://www.talkystory.com/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2012, 04:34:46 PM โดย nathaponson »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

because

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 71
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2011, 01:05:36 PM »
0
อันที่จริง ที่สื่อเผยแพร่ ก็วันที่ 21 พ.ค.2554 ก็คือวันนี้ ส่วนหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์โลกแตกเลยคะ

 :73:
บันทึกการเข้า

sakol

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 242
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 13, 2012, 07:49:31 PM »
0
เป็นเรื่องที่สนใจมาก ๆ แต่ก็ไม่น่าพะวงกับเรื่องที่น้ำจะท่วมหนักกันในปีนี้ อีก

 ใน กทม. จะหนักหรือไม่ ?

  ตอนนี้ ร้อน แล้ง โธ่

  ต้องลุ่นกันครับ 2012 เดือน ธันวาคม
บันทึกการเข้า

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 24224
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 14, 2012, 11:44:19 AM »
0

    กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

     ดาวเคราะห์น้อยมฤตยูดวงใหม่โผล่ ทำท่าว่าจะพุ่งเข้าชนโลกมากที่สุด
     http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=6800.0

     นาซ่าเตือน อุกกาบาตจ่อชนโลก ในปี 2040
     http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=6795.0

     'เขื่อนแตก ผู้นำตาย สงครามโลก!!' คำเตือนเพื่อนนอกโลก
     http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=6667.0

     ไขปริศนาอภิมหาข่าวลือ สิ้นปี "55โลกแตก(อีกแล้ว!?)
     http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=6128.0

     :welcome::49: :25: :s_good:
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

painting

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 72
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 14, 2012, 03:52:27 PM »
0
สร้างกุศลไว้ให้มากครับ จะรอดครับ คนไหนไม่สร้างกุศลกันไว้เลย สังเกตว่าตอนที่น้ำท่วมที่ผ่านมาจะลำบากกว่าคนอื่น ๆ ครับ งานนี้อย่าประมาท นะครับ พี่ไทยเราก็อยู่ในสภาวะเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมครับ สังเกตจากอากาศที่ร้อน นาน ๆ หลาย ๆ วันนะครับ และ จะมี หนาว ขึ้นมา สัก 3 - 4 วัน อันนี้เป็นสัญญาณเตือนเลยนะครับ ว่า ท่วมแน่ๆ

   ตอนนี้ระบบการลอกคูคลอง การขุด ไม่ใช่เป็นไปได้ง่าย ๆ อย่างที่ข่าวออกนะครับ มีติดปัญหาก็มากมาย เพราะบางจุดต้องรอรถลงไม่ได้ เรือขุดไปไม่ได้ ได้แต่ใช้คนไปถากถางป่า ข้างคลองแทน ซึ่งความเป็นจริงต้องขุดดินจากคลอดขึ้นมาเป็นคันมากกว่า ครับ ใครมีฐานะหน่อย ก็ยกบ้านให้สูง ( ดีดบ้าน ) ใครที่บ้านเป็นปูนก็ ทำการยาทำคันกั้น และใช้ปูนกันซึม อีกหลาย ๆ ประการ ครัุบ

    กรุงเทพ ปีนี้ถ้าท่วมอีก ก็จะวิกฤติมากขึ้น สังเกต คำทำนายนั้นระบุไว้ เดือน 12 ( DECEMBER 2012 ) ไว้นะครับ ก็เป็นการไม่ประมาทครับ

   :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi:
บันทึกการเข้า

นิรตา ป้อมนาวิน

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +20/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 1203
  • อย่างน้อยชาตินี้ขอปิดอบายภูมิ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 14, 2012, 04:02:36 PM »
0
โลกจะยังไม่ดับสลาย แต่จะเกิดการเปลี่ยนยุค และจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ขอให้ทุกคนจงเร่งสร้างบุญ บารมี แล้วจะรอดพ้นจากภัยพิบัติไปได้  :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

sunee

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 301
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 14, 2012, 04:08:07 PM »
0
มาตอกย้ำ คำทำนาย เพื่อไม่ให้ลืมกันใช่หรือไม่ คะ
 ก็ดีนะคะ จะได้ไม่ประมาททั้งทางกาย และ สติ คะั

 แต่ตอนนี้อากาศร้อนนะคะ

   :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า

paitong

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 103
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 15, 2012, 06:49:04 AM »
0
พายุโซนร้อน เข้า วันเดียว เสาไฟฟ้า ล้ม ระนาว ที่ เชียงราย

 ส่วน ห้าแยกปากเเกร็ด น้ำท่วมสูงอุโมงค์ 50 ซม.

  แต่ หน่วยงานรัฐ วิเคราะห์ ว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพ นั้น มีโอกาสเพียง แค่ 1 เปอร์เซ็นเท่านั้น



 :c017: :49: :49:
บันทึกการเข้า

meditation

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 127
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อีกหนึ่งคำตอบ 2012 วัน(ไม่)สิ้นโลก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 15, 2012, 06:50:38 AM »
0
จ้า แต่ ทางภาคอืิสาณ ที่ศรีษะเกษ แห้งแล้ง นะคะ
ต้องขอฝนหลวง กันวันนี้

  :25: :s_hi:
บันทึกการเข้า
ข้าพเจ้าปรียบเหมือนนกที่กำลังหัดเดิน มีสิ่งใดที่ล่วงเกินใคร ก็ขอกราบอภัยไว้ล่วงหน้านะคะ
ภาวนากรรมฐาน เพื่อใคร เพื่ออะไร ทำไม ? หาคำตอบจากใจเราก่อนนะคะ