ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุผลใด ที่เราต้องการมาปฏิบัติธรรม กันครับ ???????????  (อ่าน 7760 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

แพนด้า

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +3/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 248
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เริ่มหัวข้อนี้ ในส่วนห้องนี้ ก็อยากช่วยมาสนับสนุน การภาวนาของทุกท่าน ถ้าไม่ตรงทางก็จะได้ตรงทาง นะครับ
เมื่อผมเริ่มก่อน ก็จะแสดงจุุดยืน ในการมาภาวนาของผมก่อน จะถูกจะผิดอย่างไร ก็ให้ได้บุญจากการธรรมวิจารณ์กันด้วยนะครับ

     สำหรับผมการมาปฏิบัติธรรมภาวนา ก็เพื่อ

     1.ได้สร้างบารมีธรรมบ้าง
     2.คิดว่าได้เจอคนดี ( กัลยาณมิตร ) ซึ่งจะมีประโยชน์กับการดำเนินชีวิต
     3.เพิ่มความโชคดี ในชีวิต ให้ได้บุญ และส่งเสริมชาติต่อไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
     4.เพื่อให้สังคมของ พุทธบริษัท ยังคงมีอยู่ต่อไปในสายเลือดไทย

   :s_hi: :c017:
 
บันทึกการเข้า

ครูนภา

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +25/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 608
  • ภาวนา ร่วมกับพวกท่าน แล้วสุขใจ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
"คนข้างนอกชอบมองผู้ปฏิบัติธรรมว่าต้องดีกว่าคนอื่น แท้จริงแล้ว  เราปฏิบัติธรรมเพื่อ เห็นความจริงของชีวิต  และจุดบอดของตนเอง เพื่อยอมรับควมผิดพลาดนั้น เพื่อ ให้อภัยตนเอง และอภัยผู้อื่น (เพราะทุกคนไม่มีใครสมบูรณืแบบ)"

จากคุณ    : กอบัวสวรรค์
บันทึกการเข้า
ศรัทธา ปัญญา ขันติ ความเพียร คุณสมบัติผู้ภาวนา
ขอเป็นกัลยาณมิตร กับทุกท่าน ที่เป็นกัลยาณมิตร

tcarisa

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +9/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 524
  • ก้าวน้อย แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
คิดว่า การภาวนา มีโอกาสมากกว่า ไม่ภาวนา ในเรื่องของ โชคดี มีสุข
คิดว่า ถ้าเราได้ภาวนา ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ภาวนา ก็จะทำให้ชีวิต เต็ม คะ
คิดว่า การเกิดมีความทุข์ รออยู่ และจะรออยู่ สนองเราอย่างนี้ต่อไป หากเรายังไม่บรรลุ อรหัตผล ซึ่งนึกแล้วจะโชคดีอย่างนี้ทุกชาติหรือไม่ ? ( คืิดว่าอาจจะไม่โชคดีอย่างนี้ทุกชาติ คะ )

ตามหาตัวเอง...... อยู่เช่นกัน

 อนุโมทนากับทุกท่าน ที่ยังรักษาการภาวนา คะ

  :25:
บันทึกการเข้า
เราเป็นหน่ออ่อน ที่รอการเติบโต
จึงขอสั่งสมบารมีธรรม เพื่อพระนิพพาน

modtanoy

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-5
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 213
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ถ้า ภาวนา ต้องมีเหตุผล อะไร คะ ยิ่งใส่เหตุผล ก็ยิ่งหาเหตุผลได้ยากคะ เพราะมีแต่เหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง คำตอบง่าย ๆ ก็คือ ภาวนาแล้วทำให้ใจเป็นสุข ก็จะภาวนาคะ บางครั้งและหลายเวลา ใจเราบริสุทธิ์อยู่หมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง เพราะกิเลสไม่ได้จรเข้ามา ในช่วงนั้นก็ไม่ได้ภาวนาอะไรเลย จึงไม่รู้ว่าแก่นสารของการภาวนาอยู่ที่อะไรกันแน่ ถ้าเรามีจิตที่ไม่เศร้าหมอง ดังนั้นเวลาที่เราภาวนา ก็จะเป็นยามที่เรา มีจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส คะ

  :s_hi: :s_hi:
บันทึกการเข้า

malee

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 52
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อยากพ้นจากทุกข์ คะ รู้สึกมีเรื่องทุกข์ มากคะ เหลือเกินคะ

  ทุกข์เพราะเรื่องราวต่าง ๆ ทุกข์เพราะความยากจน ทุกข์เพราะต้องไบว่คว้า ทุกข์เพราะไม่ม่บ้าน ทุกข์เพราะไม่มีรถ ทุกข์เพราะต้องเลี้ยงปากท้อง ทุกข์เพราะลูกไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ทุกข์เพราะสามีนอกใจ รวมความแล้ว ทุกข์นี้มีมากเหลือเกิน ตอนที่ใจมันทุกข์ก็คิดแต่ เรื่องที่เข้าข้างตัวเอง มักจะบอกว่า ตัวเองถูกเสมอ แต่ครั้นได้เริ่มภาวนาจึงได้เห็นว่าตนเอง มีทิฏฐิที่ผิดเพราะคิดไปเเอาเองในเรื่องต่าง จนทุกข์โหมกระหน่ำให้ สติขาดก็หลาย บางครั้งนอนร้องไห้ทั้งคืน ตอนนั้นนึกใครไม่ออก นอกจากพระพุทธเจ้า เหมือนตอบสนองใจที่ขอร้องว่า พระองค์จะประทานให้มีความสุขสมบูรณ์ แบบคนอื่น ๆ ได้หรือไม่ แต่เมื่อภาวนาไปเรื่อย ๆ ใจก็รู้ว่า มันมีความเป็นอย่างนั้นตามกฏแห่งกรรม ดังนั้นเหมือนเห็นภัยในการเกิดขึึ้นมา จึงมีความปรารถนา ว่าไม่อยากจะเกิดอีกคะ

   :03: :03: :03: :03: :03: :c017: :25:
บันทึกการเข้า

Namo

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 206
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อันที่จริง ถ้าถามว่าภาวนา ทำไม ? ก็ทำตามเพื่อน ๆ ที่ชวนกันคะ เพราะส่วนใหญ่รู้ตัวว่า ตนเองนั้นยังภาวนาไม่เก่งและยังไม่มีจุดยืนในการภาวนา คะ

   ที่ภาวนาอยู่ทุกวันนี้ ก้เพียงเพื่อเอาใจเพื่อน และ ให้ตนเองมีความสุขบ้าง เป็นบางครั้งคะ

  ก็ดีใจทที่ทุกท่านมีจุดยืนในการภาวนา กันคะ

   :25:
บันทึกการเข้า

sanrak

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 116
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
คิดว่า น่าจะมีประโยชน์ ช่วยเหลือเราได้ในกาลภายภาคหน้าคะ

จึงได้ภาวนา ก็หลัก ๆ ก้เกิดจากการชักชวน และอายุที่มากขึ้น นะคะจึงเห็นความสำคัญเรื่องการภาวนาว่ามี คุณค่า คะ เคยฟังพระท่านบรรยายธรรม ก้ไม่ค่อยจะเข้าใจกับประโยชน์ของการภาวนา คะเพราะที่บ้านเวลาพระท่านพูดก็มีแต่ขอบริจาคทำบุญ สร้างนั่่น ทำบุญสร้างนี่ จึงไม่ค่อยชอบไปวัดคะ ที่ชอบคือวัดในออนไลน์นี่แหละคะ ไม่ค่อยเจอเรื่องพวกนี้ ถึงเจอเราก็จะหาข้อมูลในการทำบุญภาวนาได้คะ
   
    คิดว่าที่ภาวนาก็เพราะมีช้อมูลเพียงพอ ว่าน่าจะภาวนากันได้คะ

   :88:
บันทึกการเข้า

pamai

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 139
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เพื่อ มรรค ผล นิพพาน สิครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 29, 2012, 01:43:25 PM โดย TC9 »
บันทึกการเข้า

TC9

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 137
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อาจจะเป็น เพราะใจกำหนดทุกข์ได้บ้างแล้ว จึงมาปฏิบัติ ภาวนาคะ

 และอาจจะเป้นเพราะว่า เคยได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องเพื่อการบรรลุธรรม เราอาจจะพลาดพลั้งมาแล้ว ก้ไม่อยากให้พลาดพลั้งต่อไป คะ

  :58:

บันทึกการเข้า

nimit

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 117
  • เรามาเพื่อจรรโลงพระกรรมฐาน
  • Respect: +1
    • ดูรายละเอียด
0
มาภาวนาเพราะเห็นความสำคัญของพระธรรมครับ คือว่าการอุบัติของพระพุทธเจ้า นั้นเป็นเรื่องที่มีได้ยากครับ อีกอย่างการภาวนามีในสายเลือด แล้วครับ คนไทยมีการภาวนาเป็นสายเลือดครับ คือเป็นคนดีนะครับ คนดีเท่านั้นที่จะภาวนาครับ คนชั่วไม่เอากับเรื่องการภาวนานะครับทราบไว้ด้วยนะครับส่วนนี้ดังนั้น

  ถ้าจะถามกันตรง ๆ ว่ามาภาวนาเพื่ออะไร ก็ขอตอบว่าเพราะเห็นความสำคัญในการภาวนาว่า เป็นธรรมหนึ่งเดียวที่เราจะพ้นจากสภาพการเวียนว่ายตายเกิด มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ และเชื่อในชีวิตเลยครับ ว่าในพระพุทธศาสนานี้มีความเป็นไปได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ที่จะภาวนาได้ครับ

   :25: :49:
บันทึกการเข้า
ธรรมจักรสถิตอยู่ ณ ที่ใด ที่นั้นมีแต่ความร่มเย็น

mongkol

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *****
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 95
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ถ้าเป็นผมตอนนี้ ก็เพียงเพื่อได้บำเพ็ญบารมีครับ ได้มีความสุขในชีวิตครับ เพราะคิดว่าไปวัดภาวนาก็มีความสุข ดีกว่าไปผับไปบาร์กับเพื่อนฝูงแบบนั้นไปแล้วสุขภาพจิต และเสียเงินอย่างเหมือนไม่มีความหมายครับ

  ดังนั้นการภาวนา สำหรับผมเป็นเครื่องสร้างความสุขของจิตครับ

   :welcome:
บันทึกการเข้า

indy

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 101
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อนุโมทนากับทุกท่านครับ
บันทึกการเข้า

teepung

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 52
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เพราะคิดว่า ที่พึ่งอื่น นอกจากนี้ไม่มีแล้ว นอกจากพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของเราได้

  เพราะอย่างน้อยการภาวนาที่ตนเองนั้น ต้องใช้ตนเองเป็นที่พึ่ง แต่ถ้าใช้ตนเองเป็นที่พึ่งโดยขาดพระรัตนตรัยแล้ว ย่อมไม่มีกำลังใจที่ฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมาย ที่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้

  :49:
บันทึกการเข้า
ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า

ส้ม

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 184
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
หลาย ๆ สาเหตุคะ แต่รวม ๆ ก็คือ เมื่อมาภาวนา รู้สึกว่าชีวิตมีค่ามากขึ้น คะ โดยเฉพาะถ้าเราได้ฝึก ดูลมหายใจ หายใจออก แล้วจะรู้สึกว่า ชีวิตที่มีอยู่นี้มีความหมายคะ เพราะเคยเป็นคนซังกะตายมาตอนที่ทำงานแล้ว คะ คือ เรียนให้ดี ทำให้ดี แล้วรู้สึก ว่ามีอะไรที่ขาดในความสมบูรณ์ของชีวิตคะ

   ไม่ว่าจะแสวงหา อะไรได้มาก็จะมีความรู้สึก ว่าไม่เต็ม เหมือนมีอะไรขาดหายไป ลักษณะเหมือนใจหายไป กลวงๆ อยู่ภายใน แต่เมื่อได้ภาวนา ดูลมหายใจเข้า ดูลมหายใจออกแล้วรู้สึกได้เลยว่า ชีิวิตที่ขาดหายไป เหมือนมีแสงสว่าง มากมายเพียงใด เหมือนคนตาบอดที่คลำอยู่ทุกวันจนกระทั่งวันหนึ่งได้มองเห็น ว่าสิ่งที่ตนเองคลำอยู่นั้น หาใช่สิ่งที่ควรจะยึดถือไว้ คะ

   ไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไร แต่ก็เต็มใจที่ภาวนาต่อไปคะ

    :25:
บันทึกการเข้า
เส้นทางแสนเปรี้ยว จะมีสุขจริงบ้างหรือไม่ ?

kobyamkala

  • โยคาวจรผล
  • ******
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 2232
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เพราะถ้าไม่ปฏิบัติก็ทำให้ใจสงบได้ยากมากนะคะ
  :s_hi:
บันทึกการเข้า
แล้วลองแอบมาแย้มกะลา
เพื่อดูโลก เห็นแล้วตกใจโลกนี้กว้างใหญ่จริง ๆ

Akira

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 653
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อยากได้ความสุข ที่ไม่หายไปอีกคะ
 จึงเชื่อว่า นิพพาน เป็นสุขสุดท้ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว คะ

  :25:

บันทึกการเข้า
เครดิต ยายกบ มาศึกษาธรรมะจ้า แก๊งค์ อ๊บ อ๊บ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • *
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6197
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
อนุโมทนา เป็นการซักซ้อม ธัมมะวิจยะ เป้าหมายการปฏิบัติธรรม กันลองใคร่ครวญ กันดูแล้วพิมพ์ใส่เข้าไว้ อาตมาเป็นพยานธรรมให้ และจะช่วยชี้แนะเป้าหมายให้ตรง ในคราวต่อไป

 เจริญพร
  ;)
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

เสกสรรค์

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +3/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 419
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
มาปฏิบัติ ภาวนา เพราะมีความสุข และคิดว่า น่าจะมีประโยชน์ครับ แต่ก็ไม่ได้ทำเป็นประจำครับ

  :25: :49:
บันทึกการเข้า

วิชชุดา

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 275
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
คิดว่าการพัฒนาเป็นการเพิ่มโอกาสในชีวิต คะ
เพราะถ้าไม่ภาวนา แล้ว โอกาสในชีวิตที่จะได้ฟังธรรม ชัดเจนในชีวิตคงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่าย คะ

  :25: :88:
บันทึกการเข้า
ขอให้ทุกท่าน จงเป็นผู้มีความสุข กันทุกคนนะจ๊ะ

หมิว

  • ศิษย์ตรง
  • มีเหตุมีผล
  • *****
  • ผลบุญ: +3/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 398
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
^ ^
เพราะมีเกิดจึงมีตาย เพราะไม่มีเกิด จึงไม่มีตาย

พระอรหันต์หลีกพ้นภัยมรณาได้ ตลอดกาล แต่มารซึ่งเรียกว่า  มัจจุ  หรือ  มัจจุมาร  เป็นผู้ทำลายเบญจขันธ์ไปโดยธรรมดาธรรมชาติ  มารทำลายเบญจขันธ์ของพระอรหันต์ได้เพราะเป็นขันธ์ในโลก  แต่จะติดตามกำกับบงการให้โลกุตตรจิตหรือโลกุตตรวิญญาณของพระอรหันต์ที่อยู่เหนือโลกพ้นโลกพ้นกรรมแล้วนั้นให้ไปเกิดในภพหนึ่งภพใดตามกรรมอีกไม่ได้  เพราะไม่มีกรรมเป็นปัจจัยที่จะชักนำให้ไปเกิดอีกแล้ว ดังพุทธพจน์ที่ว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เธอทั้งหลายมองเห็นกลุ่ม
หมอกกลุ่มควันลอยไปทางทิศทั้งหลายอยู่หรือไม่
นั่นแหละคือมาร (มัจจุมาร) หยาบช้าค้นหาวิญญาณ
ของวักกลิกุลบุตร  ด้วยคิดว่าวิญญาณของวักกลิกุลบุตร
ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งไหนหนอ  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  วักกลิ
กุลบุตรมีวิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่  ปรินิพพานแล้ว”

แก้ไขเมื่อ 01 ก.ค. 55 12:29:45

จากคุณ    : กอบัวสวรรค์
บันทึกการเข้า
ใจดี น่ารัก และ ไม่ชอบคนที่กวน...ใจ
แสงพระธรรม นำทาง นำสู่ใจ ได้รับแสงสว่าง
แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1058
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
รบกวนถามคุณแพนด้านะครับ

- หากคุณขับรถไป แล้วมัวแต่คิดเรื่องราวต่างๆในใจแล้วน้อมจิตไปหาอารมณ์นั้นๆอยู่ คุณคิดว่า คุณจะเสี่ยงในการขัรถล้ม หรือ ชนกันไหมครับ
- หากคุณมีจิตน้อมไปหาอารมณ์ที่ปรุงแต่งนึกคิดไปต่างๆนาๆ คิดมากจนฟุ้งซ่านไปทุกเรื่อง ไม่มีความสงบ คุณจะคิดอะไรที่เป็นแนวทางดีๆในการแก้ปัญหา หรือ ดำเนินชีวิตไปอย่างถูกต้องได้ไหมครับ หากคิดมากจนฟุ้งขนาดนั้นเส้นเลือดฝอยสมองของคุณจะเสี่ยงต่อการแตกและอุดตันตายไหมครับ
- เมื่อคุณมีทุกข์อยู่และทุกข์อยู่ในใจอย่างสาหัสจนปานจะขาดใจหรือตายทั้งเป็น อยู่เฉยๆคุณจะสามารถตัดหรือดับทุกข์นั้นไป หรือเห็นทางออกที่จะพ้นจากทุกข์นั้น แล้วกลับมามีชีวิตต่อสู่อีกครั้งได้ไหมครับ

** ก็เพราะสิ่งนี้มีคำตอบแล้วในพระพุทธศาสนา ก็เพราะสิ่งนี้มีแนวทางออกบอกไว้แล้วในพระธรรมที่พระตถาคตเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ผมจึงเรียนรู้ปฏิบัติในพระธรรมที่ตรัสรู้โดยสมเด็จพระสมณะโคดมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ พระพุทธศาสนามีคำตอบและแนงทางชี้ไว้ให้มากมายยิ่งกว่าคำถามทั้ง 3 ข้อที่ผมถามคุณแพนด้าครับ


** แล้วทีนี้คุณเข้ามาในพระพุทธศาสนาเพราะเหตุใดครับ เพราะว่าคุณแพนด้าได้ยินได้รับฟังมา เพราะความเชื่อศรัทธาตามๆกันมา เพราะหลงตามเขามา เพราะถูกแนะนำมา เพราะเพื่อนบอกว่าดี เพราะเพื่อนบอกว่าจะมีโชคลาภสักการะ หรือ อย่างใดครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 31, 2012, 10:04:31 PM โดย Admax »
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

นินนินนิน

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 65
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เหตุผลที่ ผมมาปฏิบัติธรรม เพราะผมเชื่อว่า ( มันฝังลึกมาตั้งแต่เกิด ) เป็นหนทางเดียว ที่จะออกจากสังสารวัฏนี้ได้ ผมได้ติดตามรับใช้ ครูอาจารย์ใหญ่ หลาย ๆ รูป ในสายพระป่า (หลวงปู่มั่น )ซึ่งเป็นธรรมยุต เป็นส่วนมาก คือดีใจที่ได้รับใช้ในสายพ่อแม่ ครูอาจารย์ แต่ ขณะเดียวกันก็มีกิจที่ต้องทำร่วมไปด้วย ช่วงหลังมาจึงเบื่อหน่าย เพราะเหตุการปฏิบัติภาวนา เป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุด จึงห่างการเข้าไปรับใช้ เพื่อสร้างโน่น สร้างนี่ คิดว่าสร้างพอแล้ว อายุเกินครึ่งคนแล้ว อยากภาวนาเพราะเชื่อมั่นว่า ธรรมในการภาวนา ยังมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เราไม่กลับมาเกิด แหวกว่าย วนเวียน อยู่ในโลกแห่งตัณหา ต่อไป

    :33: :c017: :25:
บันทึกการเข้า

แพนด้า

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +3/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 248
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
รบกวนถามคุณแพนด้านะครับ


    ** แล้วทีนี้คุณเข้ามาในพระพุทธศาสนาเพราะเหตุใดครับ เพราะว่าคุณแพนด้าได้ยินได้รับฟังมา เพราะความเชื่อศรัทธาตามๆกันมา เพราะหลงตามเขามา เพราะถูกแนะนำมา เพราะเพื่อนบอกว่าดี เพราะเพื่อนบอกว่าจะมีโชคลาภสักการะ หรือ อย่างใดครั



   ยินดีที่เมื่อเพื่อน สนทนาครับ และผมก็ปรารถนา ให้มีการสนทนาในเรื่องนี้ ตามที่ผมได้ปวารณาไว้กับครูอาจารย์ เรื่องการหาเหตุผล ที่เราต้องมาภาวนา กันครับ เพราะเป็นโจทก์แรกที่ครูอาจารย์ถามผมและผมก็ยังตอบได้ไม่ดี ซึ่งตรงนี้ก็ยังจะตอบได้ไม่ดีเหมือนกัน แต่เพื่อเป็นการชำระเป้าหมายในภาวนาในชีวิต ซึ่งเป็นหลักการแรก ที่จะต้องกำหนดเป้าหมาย เสียก่อน

     ขีวิตผมไม่ได้อัตคัต ทั้งหน้าที่การงาน คนรอบข้าง จึงเรียกได้ว่า แทบจะไม่มีปัญหาเลยนะครับ ในชีวิตจะมีก็โกรธ บ้างเคือองข้าง ขุ่นบ้างแต่ทุกอย่างก็จะสงบลงรวมโดยเร็ว เพราะคนในบ้าน ในตระกูล เป็นคนวัดทั้งหมด มีการทำบุญ ทำทาน ฟังธรรม กันเป็นประจำโดยเฉพาะสายวัดป่า ที่ไปประจำก็วัด หลวงพ่อขาวกลางดง มีอบรมภาวนา ที่บ้านก็ไปกัน แม่บ้าง พ่อบ้าง น้องบ้าง ยายบ้าง ทั้งที่วัดอิทนรวิหาร กทม และที่ วัดสระเกศ วัดบวร แม้กระทั่ง วัดชลประทาน ปากเกร็ด ก็ไปฟังธรรมกันทุก อาทิตย์

     เล่าแบ็คกราวน์ คร่าว ๆ ให้ฟัง ก็คือ ผมเองไม่ได้มีความปรารถนาในการภาวนามาก่อนแต่เป็นเพราะว่า พ่อแม่พี่น้อง ชักนำชักพาให้เป็นนิสัย ดังนั้นความอึดอัดขัดเคือง ในตระกูลไม่มี เพราะทุกคนถูกผู้นำ ๆ อย่างมีเหตุ ผบ คุยกันด้วยเหตุผล และแผ่เมตตากรุณาให้คนรอบข้าง คนที่ทำงานก็พลอยได้อานิสงค์ไปด้วย

    ดังนั้นการภาวนาของผม จัดว่าเป็นสิ่งที่สืบเนื่องด้วยประเพณี ไม่ได้เป็นความต้องการของผมตั้งแต่ต้น ทำกันมาอย่างนี้เป็นวัฒนธรรมในครอบครัวสู่ลูกหลานกันอย่างนี้

     ครั้นต่อมาผมได้ส่งเมล สอบถามพระอาจารย์ ในเรื่องการภาวนากรรมฐาน ผมโดนย้อนกลับมาว่า จะภาวนาไปเพื่ออะไร ผมก็ตอบไปตามความคิดในเบื้องต้นอย่างที่เริ่มไว้ ดังนั้นท่านจึงกกล่าวว่า คุณยังเห็นตัวเอง ภาวนาอย่างนี้ไม่ได้อะไร ให้ไปกำหนดเป้าหมายในการภาวนา

      วิธีการกำหนดเป้าหมายก็คือ การกำหนดทุกข์ ซึ่งผมเห็นทุกข์ชัดๆ เพียงเรื่องเดียว คือทุกข์จากอัตภาพ มีความแก่ ความเจ็บ และความตายเป็นต้น

     ผมก็เลยตั้งคำถามกับตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็ไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อน ว่า แล้วเราจะต้องไปทุกข์ทำไม ในเมื่อเรามีความตายเป็นที่สุด ความตาย ก็มีเป็นธรรมดา ใครเกิดมาก็ต้องตายทั้งนั้น ก็เลยไม่แน่ใจก็เราไม่ได้ทุกข์ กับความตายนี่ นะ แล้วความแก่ ละ มันก็เป็นเพียงธรรมดาอีกเช่นกัน

     วันนี้ผมยังเหมือนวนเวียน ว่าจะภาวนาเพื่ออะไร หาคำตอบว่าต้องการภาวนาเพื่ออะไร ให้กับตัวเองอยู่ วิธีที่ดีที่สุดทีคิดได้ ก็คือ โพสต์ถามความเห็นของทุก ๆ คนแต่ผมอ่านมา ทุกท่านก็มักจะตอบว่า เพื่อพระนิพพาน แล้วเหตุผลก็คือ เบื่อหน่ายต่อสังสารวัฏ ที่นี้ความเบื่อหน่ายของผมยังไม่มี จึงไม่ทราบว่าจะเป้าหมายได้อย่างไร

     เมื่อสอบถามกับไปที่พระอาจารย์ ท่านตอบว่า อุปนิัสัย เป็นฝ่ายเจโตวิมุตติ เพราะมีแต่สุขที่เกิดขึ้นบ่อย จิตมีความรู้เห็นปล่อยวางได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นอาศัยทุกข์ไม่ได้ ต้องอาศัยสุข

    แต่ผมก็ยังไม่ค่อย เก็ท เท่าใด คือยังไม่เข้าใจความหมายครับ


    เอาเป็นว่า รวม ๆ ก็คือ เมื่อมีเหตุปัจจัยเป็นเช่นนี้ มันก็นเป็นเช่นนี้ และเป็นเข่นนัั้นเอง อันเราไม่พึงไปนำมาใส่ใจว่าเป็นเรา เป็นของเรา เป็นตัวเป็นตนของเรา ใจมันรู้อย่างนี้และก็วางอย่างนี้มาตลอด แต่พระอาจารย์ได้บอกว่า เป้าหมายเป็นสิ่งที่ต้องกำหนด ถ้าไม่กำหนด เราก็จะภาวนาไม่ได้

     ก็เลยสับสนขึ้นมาว่า ภาวนาแบบไม่กำหนด คือไม่ได้
                          ภาวนาแบบกำหนด ถึงจะได้

      แล้วผมจะกำหนดอะไร ?


    :25: :smiley_confused1: :13:
   
บันทึกการเข้า

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
เป้าหมาย!



สังคมประเทศชาติต้องการคนดี หากแต่ความดีไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ผู้คนในสังคมทุกวันนี้จึงมองที่ความต้องการของ

ตัวเองว่า ไม่เบียดเบียนใครก็ชื่อว่าเป็นคนดีแล้ว ซึ่งแท้จริงเราท่านก็อาศัยความขุ่นเคืองโกรธ รัก โลภ มือบอดดำรงอยู่

การไม่ศึกษาธรรมก็คือการไม่เคยส่องกระจกดูเงาตัวมองคนอื่นวิจารย์คนอื่นเลยเถิดหามาตรฐานใดชี้วัตรถูกผิดผู้คน

สังคมแบบอิงตัวเองกลายกลับว่าสังคมเต็มเกลื่อนไปด้วยคนเห็นแก่ตัว ใครปฏิเสธธรรมก็ให้วุ่นวายต่อไป แต่เรารู้เราเห็น

ตามเป็นจริงที่สังคมมันเป็น แล้วทำไมเราท่านจึงปลีกภาวนากันตามป่าเขาธารถ้ำ พิจารณาเห็นหรือยังเล่าครับ "คนมี

ภาวนา มีธรรม คือผู้มีปัญญา ปัญญาอันพิจารณาเห็นในสิ่งที่เป็นจริง" ดังนั้นการภาวนาคือการหยั่งกาย หยั่งสติ หยั่ง

ความแยบคาย ในความคิด จึงเป็นกิจแห่งเวไนยผู้ไม่สูญเปล่าในวัฏฏะ(ไม่เสียชาติเกิด)สมควรกล่าวได้ว่าเป็นผู้หยั่งราก

โคตรแห่งโยคาวจรบุคคล หรือโคตรภูบุคคล ผู้ซึ่งจะก้าวย่างสู่กระแสแห่งมรรค...สวัสดี!




http://www.dhammada.net/2012/07/22/16207/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2012, 09:23:17 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ก็เอาสุขนําไปซึ่งสุขกว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระนิพพาน เป็นบรมสุข เป็นสุขอย่างยิ่ง
        เมื่อเวลาที่ท่านเสียสุข หรือถูกแย่งสุขไป ท่านมีความทุกเกิดขึ้นหรือไม่
               การภาวนาเพื่อออกจากสังสารวัฏ เพื่อความไม่เกิด ไม่ดับ
ก็ดีนะ ไม่ต้องมานั่ง วิตกวิจาร หรือรับรู้อะไร
     หากว่าเรา เกิดอีก ไม่ได้ทํามันก็อยู่แค่เก่า ก็ต้องนั่งตรองอยู่แบบนี้
        สุขโมหะจริตหลงตัว ว่าสุขอยู่
           จริตนี้ หากได้เจโตวิมุติ เป็นผู้มีอภิญญามาก
             พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัย มิใช่โลโก้
      ควรพิสูจน์ ค้นหาพลังแห่ง พุทธะ ควรตั้ง ปณิธาร และ ศรัทธาก่อน เมื่ออยากค้นหาสุขนี้

      เกิด แก่ เจ็บ ตาย เรื่องกรรม ทุกข์ สุข ไม่ทุกข์ ไม่สุข หากไม่เกิด ก็ไม่ต้องกลัวเสียสุข
           เมื่อมีสุขนํา ก็ควรค้นหาสุขใหญ่ สุขพระพุทธเจ้า มรรคผลนิพพาน คือสิ่งท้าทายที่ควรเข้าถึง ไม่มีขาย และไม่มีแจก
         ภาวนาแบบไม่กําหนด มันก็เลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย ไมมีนําหนัก ไม่หนักแน่น
        มันต้องมีคําว่าจบบริบูรณ์ ตรงไหน  เป็นที่พอใจของเรา ที่ตั้งปณิธารไว้
            เช่นปฏิบัติจนกว่าจะได้เข้าถึงพระพุทธะ
 เมื่ออยากปฏิบัติเริ่มจุดสตาร์ท ก็ต้องมี........................เส้นชัย จุดสิ้นสุด(คือการกําหนด เป้าหมาย จุดหมาย)
       ในโลกและในธรรม การที่คนเรา จะทําอะไร แค่อย่างเดียว ก็มีความหวัง เป็นเป้าหมาย ก็คือ ผล
        เป้าหมายคือผล การกําหนดก็ต้องเล็งผล หวังผล ในทุกๆสิ่งที่เราจะทํา
          เอาแค่พอหอมปากหอมคอ เป็นออเดิฟไปก่อน
 
           
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1058
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
โพสท์ผิดทับข้อความเดิมหาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 20, 2012, 02:32:11 PM โดย Admax »
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ