ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: นำธรรม..."เข้าโรงงาน-ชุมชน" ของซีพีเอฟ  (อ่าน 1171 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 24662
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
นำธรรม..."เข้าโรงงาน-ชุมชน" ของซีพีเอฟ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2012, 10:08:42 AM »
0


นำธรรม...เข้าโรงงาน-ชุมชน ของซีพีเอฟ
นำธรรมเข้าโรงงานและชุมชนโครงการส่งเสริมจริยธรรมองค์การของ'ซีพีเอฟ'
เยือนถิ่นเรือนธรรมโดยพาบุญมา

    โครงการ “ส่งเสริมจริยธรรมองค์การ” เป็นโครงการของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา 3 ประโยชน์ที่ว่า กิจการของบริษัทต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน และต่อบริษัท โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังพนักงานและชาวชุมชนรอบข้างโรงงานให้เป็นคนดีมีจริยธรรม ด้วยการนิมนต์พระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมาบรรยายธรรมะ

     ทั้งนี้ จะให้โรงงานแต่ละแห่งกำหนดวันที่จะฟังธรรม พร้อมกำหนดว่าอยากจะได้พระนักเทศน์ชื่อดังรูปใดไปเทศน์ โดยประสานงานมายังสำนักงานกลาง โดยให้การฟังธรรมเป็นเวลาทำงาน และบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าจ่ายทั้งหมด
 
     อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาซีพีเอฟได้เดินสายธรรมะบรรยายไปยังโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ลำพูน โรงงานผลิตอาหารสัตว์พิษณุโลก โรงงานผลิตอาหารสัตว์บางนา กม.๒๑ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บีพี โรงงานสัตว์น้ำหนองแค จ.สระบุรี โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำบ้านบึง จ.ชลบุรี โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำบ้านพรุ โรงงานอาหารสัตว์น้ำและโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์น้ำมหาชัย โรงงานอาหารแปรรูปมีนบุรี โรงงานแปรรูปเนื้อไก่สระบุรี และโรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมา เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่จะจัดกิจกรรมให้ครบทุกโรงานปีละ ๓-๔ ครั้ง
 
     กิจกรรมนี้เป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้รับฟังธรรมะที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องใกล้ตัว ในรูปแบบของการบรรยายธรรมะ การสนทนาธรรม และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งในแต่ละครั้งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากไม่เพียงแต่ผู้บริหารและพนักงานของซีพีเอฟเท่านั้น บริษัทยังได้เชิญชวนชาวชุมชนบริเวณรอบโรงงานมาร่วมกิจกรรมด้วยทุกครั้ง ทั้งส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล คณะครูอาจารย์ นักเรียน โดยหน่วยงานต่างๆ สนใจนำคณะเข้าฟังธรรมะ


 



      “คุ้มเกินคุ้ม คุ้มทั้งเงินคุ้มทั้งเวลา” นี่เป็นคำยืนยันของนายชินทัต เวียร์สุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักส่งเสริมจริยธรรมองค์การ พร้อมกับให้เหตุผลด้วยว่า หากเปรียบเทียบระหว่างเชิญวิทยากรมาบรรยาย กับเชิญพระมาเทศน์ ถ้าเป็นวิทยากรเราจะได้ความรู้ด้านเดียว  ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งเวลาตั้งเป็นไปตามที่กำหนดเท่านั้น
      แต่การนิมนต์พระ นอกจากได้ธรรมะแล้ว ท่านยังสอดแทรกการบริหางานเข้าไปด้วย ส่วนเวลาและค่าใช้จ่ายนั้นท่านไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์อะไร ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามศรัทธา เพราะท่านคิดเสมอว่าเป็นหน้าที่”

 
     ทั้งนี้ นายชินทัต ได้ฝากธรรมะไว้อย่างน่าคิดว่า
     เราคงเคยได้เห็นได้รู้การทุจริตมาหลายรูปแบบ ที่มองเห็นชัดๆเลย เช่น     
     โกงด้วยวิธีต่างๆนาๆ การโกงการหลอกลวง การประพฤติสำส่อนนอกใจสามีหรือภรรยา การฆ่าทำลายชีวิตทั้งหลาย เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะเห็นผลสาธารณชนก็จะรับรู้ได้ง่าย การลักขโมยปล้นทรัพย์แม้ทางอินเทอร์เน็ตก็เกิดขึ้นแล้ว คนก็จะรับรู้และระมัดระวังกายทุจริตแบบนี้

     ทุจริตทางวาจาอันนี้ยิ่งเห็นผลทันที เช่น ด่าว่าเขา พูดกระแนะกระแหน พูดหยาบคาย พวกเราก็คงมีกันบ้างและได้รับผลจากวจีทุจริตนั้น
 
     แต่ก็ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นและน่ากลัวกว่า นั่นก็คือ ทุจริตทางใจหรือมโนทุจริต ไม่มีใครมองเห็นหรือรู้ได้เพราะเกิดอยู่ในใจคน
     อันนี้น่ากลัวเพราะวันนี้ยังไม่ทำชั่วเนื่องจากโอกาสไม่อำนวยแต่ในใจคิดชั่วอยากได้ของเขา
     อยากได้อำนาจของเขา อยากเอาชนะเขา พยาบาทปองร้าย เขายังไม่สบโอกาสก็ดูเรียบๆ เฉยๆ เห็นว่าการทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมเป็นเรื่องธรรมดา
    อันนี้น่ากลัวมากเพราะไม่รู้ว่าคนใกล้ตัวหรือคนที่เรารู้จักมีมโนทุจริตหรือไม่เห็นว่าการเนรคุณเป็นเรื่องธรรมดา แม้มีมิตรแท้และศัตรูถาวร (เพราะไม่เคยจริงใจกับใคร)
    เมื่อรู้จักสิ่งที่น่ากลัวทั้ง ๓ นี้แล้วก็พึงระมัดระวังควบคุมตัวเองไม่ให้ทำทุจริตทั้ง ๓ ประการนี้


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.komchadluek.net/detail/20121109/144283/นำธรรมเข้าโรงงานชุมชนของซีพีเอฟ.html#.UJ3Cnmfvolh
http://www.utcc.ac.th/
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ