ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงสาธยายมงคลสูตรกันเถิด  (อ่าน 2063 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธรรมะ ปุจฉา

  • http://www.facebook.com/srikanet?ref=tn_tnmn
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 713
  • ปัญญสโก ภิกขุ (พระที) ..... คณะ ๓/๓ วัดพลับ
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
มงคลสูตร (มงคล ๓๘ ประการ)

หันทะ  มะยัง  มังคะละสุตตะปาฐัง  ภะณามะ  เส
เชิญเถิด  เราทั้งหลาย  จงสาธยายมงคลสูตรกันเถิด

อะเสวะนา  จะ  พาลานัง         ปัณฑิตานัญจะ  เสวะนา
ปูชา  จะ  ปูชะนียานัง           เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๑. การไม่คบคนพาล  ๒. การคบหาสมาคมกับบัณฑิต  ๓. การยกย่อง
บูชาบุคคลที่ควรบูชา  นี้เป็นอุดมมงคลคือเหตุให้ถึงความเจริญ


ปะฏิรูปะเทสะวาโส  จะ          ปุพเพ  จะ  กะตะปุญญะตา
อัตตะสัมมาปะณิธิ  จะ           เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๔. การอยู่ในประเทศถิ่นฐานอันสมควร  ๕. การได้ทำบุญไว้ในปางก่อน
๖. การตั้งตนไว้โดยชอบธรรม  นี้เป็นอุดมมงคลคือเหตุให้ถึงความเจริญ


พาหุสัจจัญจะ  สิปปัญจะ       วินะโย  จะ  สุสิกขิโต.
สุภาสิตา  จะ  ยา  วาจา        เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๗. ความเป็นผู้สดับรับฟังมาก  ๘. การมีศิลปะวิชา  ๙. การมีวินัยที่ได้
สำเหนียกศึกษาดีแล้ว  ๑๐. การกล่าววาจาสุภาษิต นี้เป็นอุดมมงคลคือเหตุให้ถึงความเจริญ


มาตาปิตุอุปัฏฐานัง              ปุตตะทารัสสะ  สังคะโห
อะนากุลา  จะ  กัมมันตา       เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๑๑. การบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดา  ๑๒.-๑๓. การสงเคราะห์บุตรและภรรยา
๑๔. การเป็นผู้ทำงานไม่คั่งค้าง นี้เป็นอุดมมงคล คือเหตุให้ถึงความเจริญ


ทานัญจะ  ธัมมะจะริยา  จะ    ญาตะกานัญจะ  สังคะโห
อะนะวัชชานิ  กัมมานิ           เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๑๕. การให้ทาน  ๑๖. การประพฤติธรรม  ๑๗. การสงเคราะห์หมู่ญาติด้วยความเอื้อเฟื้อ
๑๘. การทำงานที่ไม่มีโทษ นี้เป็นอุดมมงคล คือเหตุให้ถึงความเจริญ


อาระตี  วิระตี  ปาปา           มัชชะปานา  จะ  สัญญะโม
อัปปะมาโท  จะ  ธัมเมุ          เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๑๙. การงดเว้นจากบาป  ๒๐. การไม่ดื่มน้ำเมา  ๒๑. ความไม่ประมาท
ในธรรมทั้งหลาย นี้เป็นอุดมมงคลคือเหตุให้ถึงความเจริญ


คาระโว  จะ  นิวาโต  จะ      สันตุฏฐิ  จะ  กะตัญญุตา
กาเลนะ  ธัมมัสสะวะนัง        เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๒๒. การมีความเคารพ  ๒๓. การไม่เย่อหยิ่งจองหอง  ๒๔. ความสันโดษ
๒๕. ความกตัญญู  ๒๖. การฟังธรรมตามกาล นี้เป็นอุดมมงคลคือเหตุให้ถึงความเจริญ


ขันตี  จะ  โสวะจัสสะตา       สะมะณานัญจะ  ทัสสะนัง
กาเลนะ  ธัมมะสากัจฉา        เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๒๗. การเป็นคนมีความอดทน  ๒๘. การเป็นคนว่าง่าย  ๒๙. การพบเห็นสมณะผู้สงบ
๓๐. การได้สนทนาธรรมตามกาล นี้เป็นอุดมมงคลคือเหตุให้ถึงความเจริญ


ตะโป  จะ  พรัหมะจะริยัญจะ  อะริยะสัจจานะ  ทัสสะนัง
นิพพานะสัจฉิกิริยา  จะ         เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๓๑. ความเพียรเครื่องเผากิเลส  ๓๒. การประพฤติธรรมอันประเสริฐ
๓๓. การเห็นอริยสัจสี่  ๓๔. การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน นี้เ็นอุดมมงคลคือเหตุใหเถึงความเจริญ


ผุฏฐัสสะ  โลกะธัมเมหิ         จิตตัง  ยัสสะ  นะ  กัมปะติ
อะโสกัง  วิระชัง  เขมัง        เอตัมมังคะละมุตตะมัง

๓๕. จิตของผู้ถูกโลกธรรมกระทบแล้วไม่หวั่นไหว  ๓๖. จิตไม่เศร้าโศก
๓๗. จิตปราศจากธุลี (คือราคาทิกิเลส) ๓๘. จิตเกษม นี้เป็นอุดมมงคลคือเหตุให้ถึงความเจริญ


เอตาทิสานิ  กัตวานะ           สัพพัตถะมะปะราชิตา
สัพพัตถะ  โสตถิง  คัจฉันติ   ตันเตสัง  มังคะละมุตตะมันติ

เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย  พากันทำมงคลเช่นนีเแล้ว  ย่อมเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้
ข้าศึกทุกหมู่เหล่า  ย่อมถึงความสุขสวัสดีในที่ทุกสถาน  ข้อนั้นเป็นมงคล
คือเหตุให้ถึงความเจริญอันสูงสุด  ของเทพยดาและมนุษย์เหล่านั้น

ด้วยประการฉะนี้แล ฯ
บันทึกการเข้า
ยาดี มิได้ทำให้คนหายไข้   คนหายไข้ เพราะได้กินยาดี
ธรรมะ มิได้ทำให้คนดี       คนดีได้  เพราะปฏิบัติธรรม