ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ศูนย์พิทักษ์พุทธศาสนาฯ สลดใจกับโศกนาฏกรรมที่.."วัดพุทธถูกเผาที่บังกลาเทศ"  (อ่าน 1607 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 22858
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0


ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สลดใจกับโศกนาฏกรรม
การทำลายล้าง วัดพุทธศาสนาที่  cox’ s bazar บังคลาเทศ
โดย...สมาน สุดโต

ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สลดใจกับโศกนาฏกรรมการทำลายล้างวัดพุทธศาสนาที่ cox’ s bazar ในเมืองจิตตะกอง บังกลาเทศ เพียง 1 คืน วัดถูกเผาถึง 28 วัด ทั้งๆ ที่แต่ละวัดตั้งอยู่ห่างกันเป็นสิบๆ กิโลเมตร บางวัดกว่าจะนั่งรถเข้าไปถึงก็แสนยาก เพราะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร กลางทุ่งนา และป่าเขา แสดงถึงใจเหี้ยมโหดมุ่งล้างชุมชนชาวพุทธ ทั้งพระและฆราวาสโดยแท้

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ท่านสัตยปรียะ มหาเถร สมเด็จพระสังฆราช บังกลาเทศ วัย 82 ปี (เกิด 10 มิถุนายน ค.ศ. 1930) เจ้าอาวาสวัด Ramu Sima Vihar ที่ตกเป็นเหยื่อแห่งแรก ที่วิหาร พระพุทธรูป และพระไตรปิฎกโบราณถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ถึงกับอาพาธ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กรุงธากา เมืองหลวงบังกลาเทศ ตั้งแต่วันนั้นถึงทุกวันนี้

บังกลาเทศ หรือเบงกอลตะวันออกในอดีต เป็นอิสระจากปากีสถาน เมื่อ พ.ศ. 2514 ปัจจุบันมีเมืองหลวงชื่อ ธากา ประชากรรวมทั้งสิ้น 170 ล้านคน 98% นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือเป็นชาวพุทธ ฮินดู และคริสเตียน แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่วัดของชาวพุทธที่ส่วนมากอยู่ที่จิตตะกอง ถูกเผาโดยมุสลิมประมาณ 2.5 หมื่นคน เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2555 สร้างความหวาดกลัวให้ชาวพุทธ ทั้งพระฆราวาสที่มีไม่ถึงหมื่นคนมาก

ในระหว่างวันที่ 14-18 ธ.ค. 2555 ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย นำโดยพระเทพวิสุทธิกวี จึงได้พาพระสงฆ์ 10 รูป และฆราวาส 4 คน ไปเยี่ยมและมอบปัจจัยและสิ่งของช่วยเหลือวัดที่ตกเป็นเหยื่อการทำร้ายและเผาผลาญ ซึ่งยังหวาดผวา

แม้ว่าคณะศูนย์พิทักษ์ฯ ซึ่งเป็นชาวพุทธไทยคณะแรกที่เดินทางไปเยี่ยมในฐานะชาวพุทธด้วยกัน จะไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้ทุกวัด เพราะแต่ละวัดตั้งอยู่ห่างกันนับสิบๆ กิโลเมตร และต่างตำบล ต่างเมืองก็ตาม แต่ทุกแห่งที่ได้เยี่ยม ทำให้ชาวพุทธบังกลาเทศมีกำลังใจที่ไม่ได้ถูกโดดเดี่ยว





3 วัน เดินทาง 2,300 กม.
เพื่อให้เห็นภาพว่าการเดินทางของศูนย์พิทักษ์ฯ ที่ออกไปให้กำลังใจชาวพุทธในต่างประเทศครั้งแรกว่าต้องอดทนแค่ไหน จึงขอลำดับเส้นทางรถยนต์จากเมืองหลวงธากาไปจิตตะกอง และเมืองต่างๆ ที่วัดถูกเผาให้เห็นดังนี้

จากธากาถึงจิตตะกอง เมืองท่าที่อยู่ใกล้กับพม่า ระยะทาง 700 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง เพราะก่อนจะออกจากเมืองหลวงได้รถก็ติดอยู่หลายชั่วโมง จากจิตตะกองไปยังรามู สถานที่วัดถูกเผาแห่งแรก ระยะทางอีก 300 กิโลเมตร จากรามูไปคอกซ์ บาซาร์ ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่ง
     แต่มีชื่อเสียงว่ามีหาดทรายยาวที่สุดในโลก ระยะทาง 25 กิโลเมตร   
     จากคอกซ์ บาซาร์ ไปอูขิยาที่วัดถูกเผาอีกแห่ง ระยะทาง 100 กิโลเมตร
     และจากอูขิยา-รามู กลับจิตตะกอง ระยะทาง 400 กิโลเมตร
     จากจิตตะกองไปสาลบัน คูมิลลา ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร
     และจากคูมิลลากลับธากา ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร


ทั้งนี้ โดยมิได้นับระยะทางจากวัดแห่งหนึ่งไปยังวัดอีกแห่งหนึ่งว่าห่างกันแค่ไหน สรุปว่า 3 วัน เดินทางในเมืองต่างๆ เพื่อเยี่ยมวัดและโบราณสถานทางพุทธศาสนา เป็นระยะทางประมาณ 2,300 กิโลเมตร


วัดสังฆราชอาพาธ
อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางออกจากจิตตะกอง คณะศูนย์พิทักษ์ฯ ได้เยี่ยมท่านสัตยปรียะ มหาเถร สมเด็จพระสังฆราช บังกลาเทศ วัย 82 ปี ที่อาพาธ รักษาตัวที่โรงพยาบาล

เมื่อพวกเราไปกราบ ท่านดีใจ และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ที่เอาชีวิตรอดมาได้ เพราะลูกศิษย์พาไปซ่อนตัวในป่าหมากที่อยู่ในวัด และบอกว่าตั้งแต่บังกลาเทศได้อิสรภาพเมื่อ พ.ศ. 2514 เป็นต้นมา ไม่เคยมีเหตุรุนแรงระหว่างศาสนา ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

ส่วนการรักษาตัวของท่านก็ได้รับการอุปถัมภ์จากรัฐบาล ถึงกระนั้นก็ต้องการไปรักษาที่เมืองไทย เพราะมีความอุ่นใจมากกว่า


พระรุ่นใหม่ร้อนใจ
พระสงฆ์ระดับผู้นำรุ่นใหม่ เช่น พระคุณเจ้าปรียะ รัตนะเถระ แห่งวัด Chittagong Buddhist เมืองจิตตะกอง ตำแหน่งเลขาธิการ ภิกขุสังสถะ แห่ง cox’ s bazar และบรรณาธิการนิตยสารสุคตะ ซึ่งเป็นนิตยสารพุทธศาสนาและวัฒนธรรม และสมาชิกตลอดชีพแห่งบังกลาเทศสังฆราชภิกขุ มหาสภา ให้ความเห็นว่าสถานการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวพุทธทั้งพระและฆราวาส

เพราะมุสลิมกลุ่มนี้จัดตั้งอย่างเป็นขบวนการ ยกมาอย่างกองทัพ เพื่อทำลายชุมชนชาวพุทธ ถ้านายกรัฐมนตรีแห่งบังกลาเทศ นางชีค ฮาสินา ไม่สั่งการ ความเลวร้ายและสูญเสียจะมากกว่านี้ เพราะกลุ่มมุสลิมนับหมื่นคนจะไม่หยุด ตามข่าวว่าได้รับเงินอุดหนุนจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 400 ล้านตากา เพื่อทำลายชุมชนชาวพุทธอย่างไร้มนุษยธรรม

แต่กว่าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะออกมาขัดขวางก็สายไปแล้ว ซึ่งท่านปรียะ รัตนะเถระ อยู่วัดที่จิตตะกอง ทราบเรื่องในเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555 โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ตั้งแต่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง รวมทั้งนายบารัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เป็นชาวพุทธ ก็ไม่ได้รับการสนองตอบ จนกระทั่งความสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐจึงเข้ามา





สภาพวัดต่างๆ
เริ่มจากวัดแรกที่คณะศูนย์พิทักษ์ฯ เข้าไปเยี่ยม คือ วัด Ramu Sima Vihar ตั้งอยู่ที่รามู อายุประมาณ 400 ปี เป็นวัดที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชของบังกลาเทศ ท่านสัตยปรียะ มหาเถร แต่ท่านอาพาธหลังเกิดเผาวัด จึงรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองหลวง ภายใต้การอุปถัมภ์ของรัฐบาล

สภาพที่เราเห็นตั้งแต่ปากทางเข้าวัด คือ บ้านชาวพุทธหลายหลังถูกล้อมด้วยรั้วสังกะสี พระสงฆ์ชาวบังกลาเทศที่ไปด้วย บอกว่าบ้านเหล่านี้อยู่ระหว่างสร้างใหม่โดยรัฐบาล หลังจากถูกเผาเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2555 เมื่อเข้าไปในวัด สิ่งแรกที่เห็นคือคนงานกำลังเร่งสร้างอาคารใหม่แทนอาคารที่ถูกเผา มีป้ายกำหนดตารางเวลาการก่อสร้างว่าต้องแล้วเสร็จในเดือน เม.ย.ปีหน้า พร้อมกับระบุว่ารัฐบาลบังกลาเทศและกองทัพบกสร้างให้

อาคารที่เหลือจากถูกเผาจัดเป็นที่ต้อนรับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายพร้อมอาวุธรักษาการณ์ และมีนายทหารอีก 4-5 นาย เดินทางเข้ามาสังเกตการณ์สอบถามกับพระเจ้าหน้าที่แล้วก็เดินทางกลับ ในขณะที่ชาวพุทธบังกลาเทศชายหญิงประมาณ 200 คน นั่งในเต็นท์เพื่อต้อนรับคณะจากไทย

ภาพที่น่าสลดใจ คือ ซากพระไตรปิฎกและหนังสือพระพุทธศาสนาที่ถูกเผาเหลือเป็นเถ้าสีดำ ที่ทางวัดรวบรวมมาวางไว้ รวมทั้งพระพุทธรูปขนาดเล็กและใหญ่ที่เหลือรอดจากการเผา แต่เสียหายเป็นส่วนมาก กองรวมกันอยู่ใกล้กับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ผู้ใจบุญชาวไทยสร้างถวาย กำหนดฉลองหลังจากออกพรรษาแล้ว แต่ไม่ทันเวลา ถูกเผาไปบางส่วน ที่ละลายเป็นก้อนโลหะก็มีไม่น้อย เพราะที่วัดนี้มีพระพุทธรูปมากที่สุด คือ ประมาณ 400 องค์ ขณะนี้เกือบไม่เหลือ นอกจากบางองค์ที่ไฟไหม้ไม่หมดเท่านั้น

เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณต่างๆ ที่ถูกเผา ถูกทำความสะอาด และเสา พื้นกระดาน บันไดที่เสียหายไม่หมด ถูกขนมากองไว้ข้างที่พักที่ยังเหลืออยู่





คณะศูนย์พิทักษ์ฯ ใช้เวลาอีก 2 วัน เดินทางเยี่ยมวัดต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล ตั้งอยู่กลางป่า กลางทุ่งนา จะไปถึงได้ต้องนั่งรถผ่านป่าไปตามเส้นทางแคบๆ แต่ละวัดถูกเผาเหลือเพียงเสา หรือที่พักบางแห่งเท่านั้น บางวัดตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน วัดหนึ่งอยู่ริมถนนชายป่า มีหลวงตาอายุ 70 กว่าปีเฝ้าวัด แต่ที่เราไปเห็นเหลือเพียงซาก ซึ่งไม่ต่างจากวัดที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ห่างไกลชุมชน ที่พวกเราต้องเดินเท้าเข้าไปเยี่ยม แต่ผู้ก่อการร้ายก็เข้าไปเผาและทุบพระพุทธรูปและเทพต่างๆ เสียหายสิ้นเชิง

พระเทพวิสุทธิกวี (เกษม) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย บอกว่า เหตุเกิดที่บังกลาเทศ ทำให้เห็นเจตนาชัดเจนของผู้ทำลาย ศาสนสถานบางแห่งไม่มั่นคง แต่ถูกทำลายไปอย่างน่าสังเวชใจ ท่านเคยไปสังเวชนียสถาน 4 ตำบลในประเทศอินเดียและเนปาล เห็นซากพุทธสถานที่อินโดนีเซีย แล้วมาเห็นที่บังกลาเทศในครั้งนี้รู้สึกสังเวชและสลดใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บังกลาเทศ เตือนใจเราชาวพุทธว่าอย่าอยู่กับความประมาท

เมื่อได้มาเยี่ยมสาลบันวิหารที่คูมิลลา เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ขนาดใหญ่ระดับเดียวกับนาลันทา สร้างในศตวรรษที่ 6 ล่มสลายไปในศตวรรษที่ 13 นั้น ทำให้เห็นอนาคต ถ้าเราประมาท ศาสนสถานทางพุทธศาสนาในไทยอาจไม่ต่างจากพุทธสถานในบังกลาเทศ อินโดนีเซียก็ได้ ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนอย่างดี อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะโศกนาฏกรรมที่บังกลาเทศเห็นก็สลดใจมาก ไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดที่ไหนอีกในโลก รวมทั้งในไทย


ขอบคุณภาพข่าวจาก
www.posttoday.com/ธรรมะ-จิตใจ/195037/ศูนย์พิทักษ์ฯ-สลดใจกับโศกนาฏกรรมที่วัดพุทธถูกเผาที่บังกลาเทศ
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

tcarisa

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +9/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 524
  • ก้าวน้อย แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เป็นที่น่าสลดใจ เป็นอย่างยิ่งกับ ชาวอารยชนที่มีศาสนาประหัตประหาร กันอย่างนี้

  :smiley_confused1: :'(
บันทึกการเข้า
เราเป็นหน่ออ่อน ที่รอการเติบโต
จึงขอสั่งสมบารมีธรรม เพื่อพระนิพพาน

winyuchon

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 125
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
คิดว่าในไม่ช้า ก็จะเกิด ที่ประเทศไทย ส่วนกลาง เพราะตอนนี้ เกิดที่เขตใต้อยู่
  อนาคต ดู้เหมือนจะสงครามศาสนา แน่นอน

  :'( :'( :'( :)
บันทึกการเข้า