ผู้เขียน หัวข้อ: ถาม โสดาบัน เป็นสงฆ์ หมายถึง สังฆรัตนะ ด้วยใช่ไหม ครับ ดังนั้นถ้าเป็นโสดาบัน ก็ม  (อ่าน 238 ครั้ง)

dhammawangso

  • Administrator
  • ศิษย์คณะ 5
  • *****
  • กระทู้: 186
    • ดูรายละเอียด
ถาม โสดาบัน เป็นสงฆ์ หมายถึง สังฆรัตนะ ด้วยใช่ไหม ครับ ดังนั้นถ้าเป็นโสดาบัน ก็มีสถานะ เท่ากับพระสงฆ์ ใช่ไหมครับ
ตอบ เป็นคำถามที่ดี เพราะปัจจุบัน มีกลุ่มสอนและวิเคราะห์ที่ให้ความเห็นผิด
การตอบคำถามเรื่องนี้ มันมี 2 นัยยะ
คำว่า สังฆรัตนะ หมายถึง สังฆะ + รัตนะ
สังฆะ หมายถึง ผู้ออกบวช ระบุจำนวนตามพระวินัย ตั้งแต่ 4 คนขึ้นไปจึงเรียกว่า สงฆ์ หรือ สังฆะ ดังนั้นคนเดียวก็เรียกว่า สงฆ์ หรือ สังฆะ ไม่ได้
คำว่า รัตนะ หมายถึงแก้ว ในที่นี้พระพุทธเจ้าสิ่งที่มีคุณค่าในศาสนของพระองค์ มี 3 อย่าง คือ พระพุทธเจ้า ( พระองค์เอง ) พระธรรม ( คำสอน ) พระสงฆ์ ( คือหมู่คณะของผู้ออกบวช )
คำว่า สังฆรัตนะ ขยายความมีอยู่ 5 พวก
1. สมมุติสงฆ์ ผู้ออกบวชตั้งแต่ 4 รูปขึ้น บวชตามพระวินัยบัญญัติ
2. อริยะสงฆ์ หมายถึงผู้ออกบวชตามพระวินัยและได้คุณธรรมเป็นอริยะ
ในมูลกรรมฐาน พุทธบริษัท 4 จัดเป็น นักบวช
เหตุที่เรียกว่า นักบวช ก็เพราะว่า นักบวช ตั้งมั่นด้วยศีลเป็นหลัก
อุบาสก อุบาสิกา จัดว่าเป็นนักบวชเริ่มต้น แต่ไม่ถึงคำว่าสงฆ์เหตุเพราะ ไม่ได้มีการบวชในการยกฐานะเป็นภิกษุ ภิกษุณีตามพระวินัยบัญญัติ จึงไม่สามารถทำสังฆกรรมตามพระวินัยบัญญัติหลายอย่าง
อุบาสก อุบาสิกา ที่เป็นอริยะบุคคล เว้นอรหันต์เกิน 7 นั้นไม่มี เพราะว่าถ้าได้คุณธรรมอรหันต์แล้ว ท่านกล่าวว่าเพศที่รองรับอรหันต์ได้มีเพศเดียวคือ ภิกษุ ภิกษุณี เท่านั้น
อุบาสก อุบาสิกา ที่เป็นอริยะบุคคลเรียกโดยนามสั้น ๆ ตามฐานะบรรลุ เช่น โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี (ไม่มีอรหันต์)
แต่ผู้ออกบวชยกฐานะเป็นภิกษุที่บรรลุเป็นอริยะบุคคล ตั้งแต่ โสดาบัน ท่านเรียกว่า พระโสดาบัน  สกทาคามี เรียกว่า พระสกทาคามี อนาคามี เรียกว่า พระอนาคามี อรหันต์ เรียกว่า พระอรหันต์ แต่โดยศัพท์บาลีแล้วไม่มีการเรียกอย่างนี้ อันนี้เรียกกันในฐานะ ภาษาไทย
ในศัพท์ภาษาบาลี ท่านเรียกแต่ชื่อ และ ใช้คำว่า ภันเต ผู้บวชก่อน อาวุโส ผู้บวชหลัง ดังนั้นคำเรียก พระอริยะบุคคลในภาษาบาลี จริง ๆ นั้นไม่มี
เช่นใช้คำว่า สารีบุตร เรียก พระสารีบุตร โมคคัลลา เรียก พระโมคคัลลา อย่างนี้เป็นต้นเพราะภาษาบาลีไม่มีเรียก อริยะบุคคล แตกต่างอย่างภาษาไทย
โสดาบัน เป็น สังฆะรัตนะ ตอบว่าไม่ใช่
เหตุที่ไม่ใช่ พิจารณาได้จาก พระสูตรที่ 1
เมื่อ พรามหณ์ อัญญาโกณฑัญญะ บรรลุเป็นโสดาบัน ท่านชื่อว่า รัตตัญญู การเกิดของสงฆ์ยังไม่นับ แต่เพราะว่า พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้กับ พรามณ์ ทั้ง 5 ท่านจึงกล่าวว่า สังฆะรัตนะได้เกิดขึ้นแล้ว
คำว่า สังฆะรัตนะ หมายถึง พรามหม์ทั้ง 5 ได้บวช มีจำนวนมากกว่า 4 ไม่ใช่หมายถึง พรามหณ์อัญญาโกณฑัญญะ บรรลุธรรมเป็นโสดาบัน นี่หลายคนไปเข้าใจตัว สังฆะรัตนะ ผิด ตีความผิด
โสดาบัน กับ สังฆะรัตนะ เกิดในวันเดียวกัน นั่นจึงทำให้เข้าใจผิด
ปัจจุบัน มีฆราวาสที่คิดว่าตนเอง เป็นอริยะ และก็ตีเสมอกับ สงฆ์ และพยายามทำสงฆ์ให้ตกไป ไม่มีค่าและคุณ ดังนั้นพอคิดว่าตนเองเป็นโสดาบัน  เป็นสกทาคามี เป็นอนาคามี เป็นอรหันต์(อันนี้ไม่มี)  ก็เลยไม่ยกฐานะเคารพในสงฆ์ หรือ ภิกษุ
พระพุทธเจ้าบัญญํติว่า อุบาสก อุบาสิกาที่เป็นโสดาบัน เป็นสกาทาคามี เป็นอนาคามี ควรให้ความเคารพต่อ ภิกษุ เพราะภิกษุนั้นชื่อว่า เป็นพี่โดยฐานะ
เจริญธรรม / เจริญพร