ผู้เขียน หัวข้อ: โลภภายนอก เราควบคุมไม่ได้ เพราะโลกภายนอก  (อ่าน 395 ครั้ง)

dhammawangso

  • Administrator
  • ผู้อุปถัมภ์
  • *****
  • กระทู้: 205
    • ดูรายละเอียด
โลภภายนอก เราควบคุมไม่ได้ เพราะโลกภายนอก มันมีกติกา สังคม กฏหมาย ข้อแม้ ข้อจำกัด โดยอ้างอิง กับ โลกธรรม
โลกธรรม ก็มีอยู่สองด้าน
คือ ด้านชอบ มีลาภสักการะ มียศ มีสุข มีสรรเสริญ
ด้านไม่ชอบ ก็เสื่อมลาภ เสื่อมยศ มีทุกข์ และถูกนินทา
ดังนั้นโลกภายนอก มันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างนี้ทุกวันเวลาเดือนปี ก็มีกฏเกณฑ์ข้อบังคับอะไรต่าง ๆ ไปตามกฏกติกาของมันตามความชอบ ความชัง ดังนั้นโลกภายนอก ถ้าอยากสุขสงบ ก็ต้องอาศัย สันโดษ ( ความพอเพียง ) ถ้าขาดความสันโดษแล้ว มันก็จะวุ่นวายไปรูปแบบต่าง ๆ
นี่เรื่องของโลกภายนอก มันมีกฏคือความพอใจ และ ความไม่พอใจ เป็นแรงขับดัน ดังนั้นคนที่ยุ่งกับโลกภายนอกตลอดเวลา จิตมันก็จะขึ้นจะลงไปตามสภาวะการณ์ของโลกธรรมนั่นเอง
คนทำดี ถูกด่าก็ได้ ถูกทิ้งก็ได้ ถูกรังแกก็ได้ ไม่ได้แปลกอะไร ในโลกภายนอก
คนทำชั่ว ถูกสรรเสริญก็ได้ ถูกสนับสนุนก็ได้ ถูกช่วยเหลือก็ได้ เพราะไม่ได้แปลกอะไรเลยสำหรับโลกภายนอก
ดังนั้น โลกภายนอก มีโลกธรรม และกฏกติกาสังคมต้องส่วนนั้นเป็นผู้กำหนด จะมีสุข มีทุกข์ ก็เป็นไปตามสภาวะการณ์ของโลกธรรมนั้น จัดการได้ยาก แต่ก็ไม่ยากนักในปัจจุบัน หากมีฐานะเงินทองหน้าที่การงานที่ดีใหญ่โต มันก็ค่อนข้างจะมีผู้สนับสนุน แต่ถ้าไม่มีฐานะเงินทอง มันก็หมาหัวเน่า ไม่มีใครแคร์อยากคบ นี่คือสภาวะของโลกภายนอก
ดังคำไทยท่านว่า ปลาใหญ่ กินปลาเล็ก ปลาเล็ก กินปลาน้อย ปลากะจ่อยร่อยต้องดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดในภาวะการณ์ต่างๆ
น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา
คนใหญ่โตสนับสนุน คนถูกสนับสนุนก็ไปเก็บเอากับคนเล็กคนน้อย
พอหมดคนใหญ่โตสนับสนุน คนที่ไม่ใครสนับสนุนก็จะถูกถล่ม
เอ้อ นี่มันแบบโลกๆ แต่กี่สมัย กี่ยุค กี่บ้านเมือง กี่กาลเวลา มันก็เป็นอย่างนี้ มันเปลี่ยนแปลงอะไรนัก ในโลกภายนอก ที่มีสังคมขับดัน
ที่นี้ถ้าจะเอาความสงบ ก็ต้องพยายามตัดโลกภายนอก พระพุทธเจ้าพระองค์สอนให้ผู้ภาวนา ตัดเรื่องโลกภายนอกต้องวางลง เลิกคิดการใหญ่ เลิกเป็นใหญ่ พิจารณาปัจจัย พอเพียงในชีวิต การุณย์สรรพสัตว์ กรุณาผู้ตกทุกข์ได้ยาก เมตตาคนมีทุกข์ และวางเฉยเมื่อคนนั้นต้องพบกับกรรม
ดังนั้นโลกภายนอกเป็นเรื่องที่ผู้ภาวนา ต้องละ ถ้าไม่ละ มันก็ภาวนาไม่ได้ อยากจะเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ กำหนดกติการนั้น กติกานี้ มันก็จะเป็นความวุ่นวาย ดังนั้นผู้ภาวนาจำเป็นจะต้องหยุดเรื่องโลกภายนอกลงบ้าง
หันมาใช้ชีวิตที่พอเพียง และพยายามระลึกอยู่เสมอว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ใช่จะไปคอยแต่พึ่งคนอื่น คนภาวนาต้องพยายามพึ่งตนเอง พึ่งพากำลังตนเอง จะภาวนา จะทำกรรมฐาน จะไปมองคนอื่น ๆ ไม่ได้ ต้องมองตนเองพิจารณาตนเอง ต้องเดินทางตามมรรคด้วยตนเอง นี่จะเรียกว่านักภาวนา
ดังนั้นสังคมจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะมีกติกาอย่างไร จะไม่สนใจเรา ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปหนักอกหนักใจ ถ้าพิจารณาตามความเป็นจริงแล้วชีวิต คนเรา มีความตายเป็นที่สุดรอบ มีกิจกรรมทางบุญทางบาปเป็นตรารับรองเส้นทางชีวิต จะมีสุขภายในจิตก็ต้องภาวนา อยากมีทุกข์ก็ไปยุ่งกับโลกภายนอก ดังนั้นก็อยู่ที่ทุกคนจะเลือกอะไร อยากเลือกอะไรก็เลือกไป จะหาความดี อบรมบ่มจิตให้มีความสงบ กับภาวนา หรือจะหาเรื่องใส่ตัวไปยุ่งอยู่กับโลกธรรม ก็เลือกเอา
อยู่ที่ไหน ๆ ก็สงบไม่ได้ ถ้าใจมันอยากยุ่งอยู่กับโลก
แต่อยู่ที่ไหน ก็สงบลงได้ ถ้าพอเพียงตั้งมั่นในธรรม ยอมรับตามความเป็นจริงเดินทางตามมรรคผลนิพพาน
ก็พิมพ์ยาวนิดหนึ่ง แต่อยากให้เป็นข้อความเตือนจิตสะกิดใจกับผู้ที่ มัวแต่ยุ่งเรื่องทางโลกมากเกินไป ยุ่งกับสังคมมากเกินไป ยุ่งกับชีวิตมากเกินไป ยุ่งกับอุดมการณ์มากเกินไป ให้มีจิตตรงสงบลงเสียบ้าง
อย่างไรก็ขอให้ทุกท่านจงมีความสงบร่มเย็น ทุกข์ที่มีก็ขอให้มีสติตั้งมั่น เจริญด้วยธรรม ทั้งปีนี้ และปีหน้า ถ้วนหน้ากันเทอญ
เจริญธรรม / เจริญพร