ผู้เขียน หัวข้อ: ขอยกคุณแห่งครูอาจารย์ ว่าท่านเป็นผู้แสดงปฏิเวธ บ่อยครั้งมาก  (อ่าน 779 ครั้ง)

dhammawangso

  • Administrator
  • ถูกการทดสอบ
  • *****
  • กระทู้: 116
    • ดูรายละเอียด

นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ
ข้าพเจ้าขอกราบขอขมา ต่อ สมเด็จพระสังฆราชพระญาณสังวร หลวงปู่สุก ไกเถื่อน และ ตลอดถึง หลวงพ่อพระครูสิทธิสังวร อาจารย์ใหญ่ฝายกรรมฐาน คณะ 5 วัดราชสิทธาราม องค์ปัจจุบันผู้เรียบเรียงประวัติสมเด็จสุก โปรดอย่าได้เป็นโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยข้อความวันนี้เป็นข้อความตรงที่ ศิษย์ พยายามนำประวัติครูอาจารย์ มาแสดงแก่สาธุชน หากกล่าวพาดพิง เกิดเป็นการปรามาส โดยความประมาท ขอท่านทั้งสองโปรดยกโทษนั้นให้แก่ข้าพเจ้า ด้วยเถิด
อุปัชฌาอาจริยัง คุณัง วันทามิ
วันนี้จะได้มายกย่อง คุณแห่งครูอาจารย์ในสายกรรมฐาน มีหลวงปู่สุกเป็นปฐมาจารย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยจะยกประวัติคุณธรรมที่ยังความศรัทธาและความเลื่อมใสให้เกิดขึ้นแก่สาธุชน ด้วยคำว่า สัมมา อรหัง สัมมา อรหัง สัมมา อรหัง อรหัง อรหัง อรหัง
ในสมัย พรรษาที่ 15 เป็นยุคกรุงธนบุรี หลวงปู่สุกยังอยู่ที่วัดท่าหอย มีใจความปรากฏในหนังสือ ประวัติหลวงปู่ โดยพระครูสิทธิสังวรเป็นผู้เรียบเรียง หน้า 167 มีการเล่าถึง การได้เรียน กรรมฐานพิเศษ เพื่อการตัดขันธ์ โดยพระอริยะที่เถราจารย์ที่มาสอนหลวงปู่ในนิมิตขณะนั้น หลวงพ่อพระครูได้ให้ชื่อ สมมุติบัญญัติว่า คำมา หรือถ้าเราจะเรียกก็ต้องเรียกว่าหลวงปู่คำมา ( ไม่ต้องหลวงทวด แค่หลวงปู่ก็เป็นการให้เกรียติสุด ๆ แล้ว ) ดังนั้ันข้าพเจ้าก็จะขอเรียกว่า หลวงปู่คำมา ซึ่งให้ความเคารพไม่ย่ิงหย่อนกว่า หลวงปู่สุกเช่นกัน สำหรับวิชาที่หลวงปู่คำมา นำมาสอนนั้น ท่านทั้งหลายสามารถอ่านรายละเอียดวิชาได้ทีหนังสือประวัติหลวงปู่ (ใครไม่มีก็ติดต่อขอซื้อได้ที่ คณะ 5 หรือ สนพ.สัปชัญญะ ราคา 250 บาท ) แต่ชือวิชาโดยตรง ก็คือ วิชาโลกุดรสยบมาร มีเนื้อหาใจความเป็นไปตามลำดับ ตั้งแต่เรื่องการตัดขันธ์ ตัวหลักวิชาการเดินจิต ผ่อนคลายจิต สยบเวทนา และ ฌานโลกุตร ซึ่งก็เป็นวิธีเดียวกันทั้งหมด แต่จุดประสงค์การเดินจิตตามหลักวิชานั้น ก็แตกต่างตามระดับที่ยกมาแสดง
ในที่นี้จะไม่พูดถึงหลักวิชา แต่จะพูดไปยาวเลยว่า วิชาโลกุดรสยบมาร หลวงปู่สุกท่านใช้บ่อยมาก ท่านใช้เพื่อการเข้าผลสมาบัติ และหลวงปู่เป็นพระภิกษุที่เข้าผลสมาบัติบ่อย ๆ การเข้าผลสมาบัติเป็นข้อยืนยัน ปฏิเวธ ดังนั้นคนที่เคารพศรัทธาหลวงปู่ ก็เพราะว่าเห็นการปฏิบัติ และ ปฏิเวธของท่าน ท่านเข้าผลสมาบัติบ่อยมากขนาดไหนก็ต้องกล่าวว่า เมื่อท่านมาสถิตย์ที่วัดพลับ หลังฉันภัตร์เสร็จ ก็เข้าผลสมาบัติในวันเลย นี่เป็นคุณอันยิ่งใหญ่อีกคุณหนึ่งแห่งคุณครูอาจารย์ที่แสดงปฏิเวธให้ปรากฏเป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ ดังนั้นใครที่เรียนกรรมฐานเข้าประจักษ์แล้ว ไม่เข้าผลสมาบัติเลยภายในสองปี จึงเป็นเรื่องไม่สมควรเพราะปฏิเวธ เป็นสิ่งที่ต้องแสดงเหมือน ปริยัติ และ ปฏิบัตินั่นเอง ดังนั้นจะกล่าวว่า การเข้าผลสมาบัติเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำบ่อยไม่ถูกต้องเพราะครูอาจารย์ในสายกรรมฐานที่สืบทอดกันมานั้น ท่านเข้ากันแทบทุกอาทิตย์ทุกเดือนไม่ใช่ ปีหนึ่งทำครั้ง ดังนั้นป่วยการที่จะไปกล่าวไม่เข้า ไม่ทำเลย เป็นไปไม่ได้ เพราะ ปฏิเวธ เป็นสิ่งที่ต้องกระทำให้ประจักษ์เป็นการแสดงธรรม เช่น ปริยัติ และ ปฏิบัติ เช่นกัน
แถมท้าย เรื่องของคาถาพระยาไก่เถื่อน ( พญาไก่แก้ว ) อยู่ในหนังสือ ประวัติหลวงปู่ หน้าที่ 215 ผู้สอนคาถา คือ ครูบารุ่งเรือง สอนท่าน ในะระหว่างที่หลวงปู่ออกจากลำพูน กำลังจะถึงเชียงใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดอานุภาพ ในหนังสือหลวงพ่อพระครูสิทธิสังวรท่านได้เล่าไว้แล้ว
วันนี้จึงถือว่าเป็นโอกาสได้ยกครูอาจารย์มาเป็นแบบอย่างในการภาวนาให้ศิษย์ และท่านผู้มีศรัทธาในกรรมฐาน ได้มั่นคงในพระกรรมฐาน ภาวนากันอย่าได้ว่อกแว่ก มัวแต่ไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นกันมาก ให้หาเวลามาดูแลตนเองปรับปรุงจิตใจของเราให้ได้คุณธรรมให้เร็ว อย่าได้เป็นคนกลวง เป็นโมฆะบุรุษ ชื่อว่าได้เรียนธรรมของพระพุทธเจ้า มีครูอันเลิศ แต่หาคุณธรรมไม่ได้ เป็นคนกลวงอย่างนี้ไม่ดีเลย ดังนั้นขอให้ท่านทั้งหลายจงใคร่ครวญแม้แต่ครูยังฉันยังยอมเสียเวลากักตนเองฝึกฝนภาวนา ไม่ยุ่งภาระกิจโลก เอาแต่ภาระกิจแห่งพรหมจรรย์ เวลาเราไม่รู้ว่าเหลือมาก หรือเหลือน้อย แต่เราจะใช้เวลานี้ ขณะนี้ ให้เป็นประโยชน์ในการดับกิเลส
เพราะการดับกิเลสไม่ได้ทำเพื่อให้คนอื่น มาสรรเสริญยกย่องบูชากราบไหว้ หรือมอบสักการะให้ แต่การดับกิเลสจะทำให้เราหนีจากความวุ่นวายของโลก ไม่ต้องมาเผชิญกับดีหรือชั่วต่อไป ในอนาคต แม้ที่สุดปัจจบันก็จะไม่ยุ่งกับโลกเป็นผู้อยู่เหนือโลก
สมดังพรรณนามานี้ เห็นว่าสมควรแก่คุณแห่งครูอาจารย์แล้ว จึงขอจบการอ้างอิงคุณแห่งครูอาจารย์ลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ โทษอันใดที่ข้าพเจ้าประมาทพลาดพลั้งเล่าผิด ไป ขอครูอาจารย์อย่าตำหนิเป็นโทษแก่ข้าพเจ้า ด้วยคุณแห่งข้าพเจ้าต้องการยกย่อง คุณแห่งครูอาจารย์เป็นที่ปรากฏให้มากขึ้น นั้นด้วย เทอญ
สัพพะ โสตถิ ภะวันตุเม ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพจ้า
เอวัง ก็มี ด้วยประการฉะนี้

popeye4964

  • ถูกการทดสอบ
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
กราบนมัสการครูบาอาจารย์ทุกองค์ครับ...สาธุ สาธุ สาธุ