|
หัวข้อ: แฟชั่นขอโทษของจีน เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ พฤศจิกายน 15, 2013, 09:52:44 am (http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2013/11/act03131156p1.jpg) สามีชาวญี่ปุ่นประจานตัวเอง แฟชั่นขอโทษของจีน โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ความจริงจุดเริ่มต้นเรื่องแฟชั่นการขอโทษของจีนนี้ได้เริ่มมาจากญี่ปุ่นเนื่องจากใน พ.ศ.2550 รัฐสภาญี่ปุ่นได้ผ่านกฎหมายที่ให้สิทธิภรรยาชาวญี่ปุ่นที่ฟ้องหย่าสามีมีสิทธิที่จะได้รับเงินบำนาญของสามีครึ่งหนึ่งซึ่งทำให้สถิติการหย่าร้างของชาวญี่ปุ่นได้ถีบตัวสูงขึ้นถึง 3-5 เท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งสร้างความสยดสยองให้แก่บรรดาชายชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างสูง เนื่องจากสตรีญี่ปุ่นที่แต่งงานแล้วถึง 80% ไม่ว่าจะออกไปทำงานนอกบ้านด้วยหรืออยู่กับบ้านทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียวนั้นต้องทำงานบ้านทั้งหมดโดยสามีไม่ช่วยทำงานบ้านเลย ดังนั้น เมื่อชายชาวญี่ปุ่นเกษียณจากการงานแล้ว รายได้ย่อมลดลงและการออกไปกินอาหารนอกบ้านก็ไม่มีบริษัทที่ทำงานจ่ายเงินให้เพื่อเลี้ยงลูกค้าแล้ว การอยู่กับบ้านทำอาหารกินเองเพราะถูกภรรยาทิ้ง คงลำบากพิลึกเพราะไม่เคยทำมาก่อนเลย (เนื่องจากสตรีญี่ปุ่นมักใช้ช่วงการเกษียณอายุของสามีให้บทเรียนอันแสนแพงแก่สามีญี่ปุ่นที่ปฏิบัติต่อเธอเหมือนตู้ โต๊ะ เก้าอี้อย่างสาสม) :91: :91: :91: บรรดาสามีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากพากันสยดสยองกับการถูกภรรยาหย่าร้างภายหลังเกษียณจึงรวมตัวกันออกมาขอโทษภรรยาตัวเองในที่สาธารณะและนำ วิดีโอกลับไปให้ภรรยาดูที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าได้กลับตัวกลับใจที่จะช่วยทำงานบ้านและสุภาพอ่อนโยนต่อภรรยาและจะเอาใจภรรยาสารพัดตั้งแต่ พ.ศ.2550 เป็นต้นมา อีทีนี้สถานีโทรทัศน์จีนเกิดได้แนวคิดจากปรากฏการณ์เรื่องสามีขอโทษภรรยาในที่สาธารณะจากญี่ปุ่นเลยมาจัดรายการเรียลิตี้โชว์ในทีวี. แต่ดัดแปลงเป็นเรื่องการนอกใจภรรยาซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมชาวจีนมาก (โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่เป็นภรรยาและกิ๊ก) แต่ในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ2556 นี่เองได้มีชายชาวนาวัย 50 เศษคนหนึ่งชื่อจาง จินหยิง ได้มาออกทีวี.ขอโทษคุณครูที่สอนเขาเมื่อตอนชั้นมัธยม 2 เนื่องจากเขานำพรรคพวกนักเรียนเรดการ์ดกล่าวหาว่าคุณครูเป็นพวกนายทุนทรยศต่ออุดมการณ์ของประธานเหมา เจ๋อตง จนทำให้คุณครูผู้นั้นถูกขึ้นศาลเตี้ยโดนทำร้ายร่างกายและถูกแห่ประจานไปในเมืองแถมถูกไล่ออกจากงานด้วย (http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2013/11/act03131156p2.jpg) ครูถูกทรมานโดยพวกเรดการ์ด และ การเผาพระพุทธรูปของพวกเรดการ์ด นายจาง จินหยิง กล่าวว่า ที่เขาออกมาขอโทษคุณครูต่อสาธารณชนก็เพื่อที่จะให้เยาวชนจีนปัจจุบันทราบความจริงของความผิดและความเลวร้ายของการปลุกระดมเด็กและเยาวชนให้โจมตีวัฒนธรรมดั้งเดิมโดยต่อต้านผู้ใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของประธานเหมา เจ๋อตง จึงเกิดเป็นการปฏิวัติทางวัฒนธรรมขึ้นในช่วง พ.ศ.2509-2519 ซึ่งการปฏิวัติทางวัฒนธรรมนี้เป็นการทดลองทางวิศวกรรมสังคมครั้งสุดท้ายของเหมา เจ๋อตง ที่เรียกร้องยุยงให้เยาวชนจีนลุกขึ้นกบฏต่อผู้ใหญ่ทุกหมู่เหล่ายกเว้นเพียงตัวของประธานเหมาเท่านั้น โดยเหมา เจ๋อตง ให้การสนับสนุนให้เยาวชนจีนนับล้านคนรวมตัวเป็นกองทัพเรียกตัวเองว่าเรดการ์ดออกเดินทางทำลายวัฒณธรรมดั้งเดิม เช่น วัด พระพุทธรูป และจับตัวผู้ที่พวกเรดการ์ดเห็นว่าเป็นพวกที่ทรยศต่อเหมา เจ๋อตง หรืออุดมการณ์ของเหมา เจ๋อตง ประจาน ทรมานจนถึงฆาตกรรม :49: :49: :49: หลังจากที่นายจาง จินหยิง ได้ออกมาขอโทษคุณครูของเขาแล้ว ก็มีเรื่องฮือฮาอันปวดหัวใจของสมัยปฏิวัติทางวัฒนธรรมติดตามมาอีกทางโทรทัศน์ คือมีทนายความชื่อนายจาง หงปิง ได้ออกมาขอโทษมารดาที่ล่วงลับไปแล้วของเขาที่ถูกประหารชีวิต เนื่องจากใน พ.ศ.2509 ขณะที่เขาอายุ 13 ปี ในฐานะเรดการ์ดได้รายงานต่อกองทัพเรดการ์ดว่าตอนที่มารดาของเขาทะเลาะกับพ่อของเขานั้น เธอได้ด่าประธานเหมา เจ๋อตง ไปด้วยเขาจึงเรียกร้องให้ยิงเป้านางฟาง จงโหมว มารดาของเขาเองในความผิดครั้งนี้ หลังจากนั้น 2 สัปดาห์นางฟาง จงโหมว ก็ถูกยิงเป้า ทนายจาง หงปิง ได้เรียกร้องวิงวอนให้มีการสร้างหลุมฝังศพของมารดาเขาเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจเยาวชนชาวจีนอย่าได้หลงผิดเช่นตัวเขา และเขายอมที่จะเปิดเผยตัวและเปิดเผยความชั่วช้าที่เขากล่าวหาแม่ของเขา และเรียกร้องให้มีการยิงเป้าแม่ของตัวเองซึ่งเป็นความทรมานใจของเขาจนกว่าชีวิตจะหาไม่ :25: :25: :25: การออกมาขอโทษในความผิดของพวกเรดการ์ดผู้ซึ่งปัจจุบันมีอายุตั้งแต่ 50-60 ปีขึ้นไปแล้ว ยังคงหลั่งไหลมาออกทีวี.สารภาพความชั่ว ความผิดพลาดของตนครั้งยังเยาว์และทรมานใจคนพวกนี้มาชั่วชีวิต เขาต้องการขอโทษและประจานตัวเองต่อสาธารณชนในเหตุการณ์เมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมาแล้วอย่างสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งแล้ว นอกจากนี้ นายเฉิน เสี่ยวลู่ บุตรชายของวีรบุรุษในสงครามปลดแอกพลเอกเฉินหยี ได้ออกมาประจานตนเองทางโทรทัศน์ถึงการที่เขานำพวกเรดการ์ดเข้าจับครูและผู้บริหารของโรงเรียนมัธยมในกรุงปักกิ่งมาประจานและทรมานในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมแล้ว เขายังได้รวบรวมอดีตเพื่อนนักเรียนเรดการ์ด 14 คน กลับไปโรงเรียนเดิมของเขาและจัดงานเลี้ยงขอโทษแก่บรรดาครูและผู้บริหารโรงเรียนอย่างเป็นทางการอีกด้วย :41: :41: :41: ครับ ! แฟชั่นการออกมาขอโทษทางโทรทัศน์ของพวกอดีตเรดการ์ดคงจะมีต่อเนื่องไปอีกนานทีเดียว เพราะทั้งจำนวนเรดการ์ดและเหยื่อนั้นมีจำนวนเป็นสิบๆ ล้านคน คงจะยังต้องขอโทษกันอีกเป็นปีละครับ ว่าแต่คนไทยเถอะครับ เห็นยุให้ฆ่ากันเองทั้งบ้านทั้งเมืองตอนนี้ ไม่กลัวว่าในอนาคตจะมานั่งร้องไห้เสียใจร่ำร้องที่จะขอโทษกันเป็นปีๆ กันหรือ ? ที่มา : มติชนรายวัน 13 พ.ย.2556 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1384336894&grpid=&catid=02&subcatid=0207 (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1384336894&grpid=&catid=02&subcatid=0207) |