หัวข้อ: ย้อนดูพระดำริพระสังฆราช-มติมส.ปี42 ระบุเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประพฤติผิด 2 ส่วน เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:21:07 pm (http://www.matichon.co.th/online/2015/02/14246532681424653334l.jpg) ย้อนดูพระดำริพระสังฆราช-มติมส.ปี42 ระบุชัด "อดีต"เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประพฤติผิด 2 ส่วน จากรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. ผลักดันให้ มหาเถรสมาคม (มส.) ดำเนินการตามพระลิขิตพระสังฆราชเมื่อปี 2542 ให้พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) เจ้าอาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นสมณะ ทำให้มส.นัดประชุมกรณีดังกล่าว ก่อนมีมติให้พระธัมมชโยไม่ต้องปาราชิก เพราะไม่ได้ละเมิดพระลิขิตสมเด็นพระสังฆราชเมื่อปี 2542 และโอนที่ดินที่รับบริจาคในนามส่วนตัวให้วัดทั้งหมดแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาในมติมส.ที่ 193/2542 เรื่องพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ระบุว่า ในการประชุมมส.ครั้งที่ 16/2542 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 42 เลขาธิการมส.เสนอว่า พระราชรัตนมงคง ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้มีลิขิตที่ พ 258/2542 ลงวันที่ 29 เมษายน 42 ขอให้กรมศาสนาเผยแพร่พระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งลงพระนามในวันที่ 26 เมษายน 42 วันที่ 1 พฤษภาคม 42 และวันที่ 10 พฤษภาคม 42 ที่ประชุมรับทราบพระดำริที่สมเด็จพระสังฆราชประทานมาทั้งหมด มส.มีมติสนองพระดำริมาโดยตลอดให้ชอบด้วยกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎหมายมหาเถรสมาคม จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และเห็นสมควรส่งเรื่องให้ฝ่ายสังฆการดำเนินการตามมติมส.ต่อไป :96: :96: :96: :96: สำหรับเนื้อหาพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ที่ลงพระนามเมื่อวันที่ 26 เมษายน 42 ได้กล่าวถึง ความบิดเบือนพระพุทธคำสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่องเป็นการทำให้สงฆ์หลงเชื่อคำบิดเบือน แตกแยกกลายเป็นสอง มีความเข้าใจเชื่อถือพระพุทธศาสนาตรงกันข้าม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำสงฆ์ให้แตกแยก เป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่หนัก ส่วนที่ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการทำที่ถูกต้อง คือ ต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที ไม่คิดให้มีโทษ เพราะคิดในแง่ยกประโยชน์ให้ว่า อาจมิใช่มีเจตนาถือเอาสมบัติวัดเป็นของตนแต่เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ยอมมอบคืน สมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระ ก็แสดงชัดแจ้งว่า ต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระปลอมเป็นพระ ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสีย ให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา :s_hi: :s_hi: :s_hi: :s_hi: ส่วนเนื้อหาที่ลงพระนามในวันที่ 1 พฤษภาคม 42 ระบุสั้นๆ ว่า ในกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย เราได้ทำหน้าที่ของสมเด็จพระสังฆราชสมบูรณ์ตามอำนาจแล้ว จึงไม่มีจะพูดอีกในขณะนี้ และเนื้อหาที่ลงพระนามในวันที่ 10 พฤษภาคม 42 ใจความชัดเจนว่า ในตำแหน่งผู้เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อเทิดทูนรักษาพระพุทธศาสนาให้พ้นถูกทำลาย สมบูรณ์ที่สุดแล้วตามอำนาจ ท่านกรรมการมหาเถรสมาคมทั้งหลายจะทำอะไรต่อไปตามความต้องการ จะไม่มานั่งรับรู้รับฟังในที่ประชุมวันที่ 10 พฤษภาคม 42 st12 st12 st12 st12 รายงานข่าวแจ้งว่า จากพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช 3 ฉบับ ระบุชัดเจนว่า ธัมมชโยเป็น "อดีต" เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เนื่องมาจากการประพฤติตนเข้าข่ายทำลายพระพุทธศาสนาทำสงฆ์ให้แตกแยก เป็นอนันตริยกรรมที่โทษหนักทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประกอบกับการไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระ แม้มติมส.ล่าสุดจะอ้างว่า ธัมมชโยได้มอบที่ดินส่วนตนให้แก่วัดแล้ว แต่นั่นก็ได้เกิดขึ้นหลังจากที่ พระดำริของสมเด็จพระสังฆราชฉบับแรกเมื่อวันที่ 26 เมษายน 42 ที่ระบุว่า ไม่ยอมมอบที่ดินส่วนตนคืนวัดในขณะที่เป็นพระ ก็แสดงชัดแจ้งว่า "ต้องอาบัติปราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ" และกล่าวถึงกรณีดังกล่าวโดยเรียกว่า "อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย" ในพระดำริฉบับลงวันที่ 10 พฤษภาคม 42 ก่อนที่มส.จะมีมติ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 42 อย่างชัดเจนว่า "มส.มีมติสนองพระดำริมาโดยตลอดให้ชอบด้วยกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎหมายมหาเถรสมาคม เห็นสมควรส่งเรื่องให้ฝ่ายสังฆการดำเนินการตามมติมส.ต่อไป" ขอบคุณภาพข่าวจาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424653268 (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424653268) หัวข้อ: Re: ย้อนดูพระดำริพระสังฆราช-มติมส.ปี42 ระบุเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประพฤติผิด 2 ส่วน เริ่มหัวข้อโดย: ประสิทธิ์ ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2015, 08:32:32 pm งานนี้ ถ้าจะไม่จบ ง่าย ๆ แล้ว เพราะ ลอง คสช. เล่นด้วย อย่างนี้ ต้องมี อะไร ต่อแน่ ๆ
:67: ขอให้ท่านทำงาน ผ่าน ได้ ด้วย ดี :character0029: |