|
หัวข้อ: กองทุนโบราณสถานโลก ร่วมฟื้นฟูโบราณสถานไทย เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ พฤษภาคม 20, 2015, 09:55:26 pm (http://www.dailynews.co.th/images/1056394?s=750x500) กองทุนโบราณสถานโลก ร่วมฟื้นฟูโบราณสถานไทย กรมศิลปากร เผยกองทุนโบราณสถานโลก ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์มาร่วมฟื้นฟูบูรณะวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเสียหายหนักจากน้ำท่วม เล็งขยายผลรองรับโบราณสถานจมน้ำในอนาคต วันนี้ ( 20 พ.ค.) นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนโบราณสถานโลก ได้ให้การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นักวิชาการ นักโบราณคดีจากทั่วโลก โดยสหรัฐอเมริกา ได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์มายังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมศึกษาโครงการฟื้นฟูบูรณะวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากประสบภัยพิบัติน้ำท่วม อีกทั้งยังมาช่วยพัฒนาองค์ความรู้การใช้เทคโนโลยีในงานมรดกวัฒนธรรม เพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานด้วยการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สแกน 3 มิติ ในการเก็บรายละเอียดของวัดไชยวัฒนารามที่ได้รับความเสียหาย หลังเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมซึ่งทำให้เกิดความชื้น เชื้อรา การเสื่อมสภาพของปูนปั้น ทั้งในส่วนของระเบียงคต ปูนปั้น ก่ออิฐถือปูน ฝ้าเพดาน ที่มีการลงรักปิดทอง รวมทั้งพระพุทธรูปปูนปั้นต่างๆ จากนั้นจะทำการศึกษา และกำหนดแนวทางการอนุรักษ์ร่วมกันว่าจะมีกระบวนการอย่างไรบ้าง :96: :96: :96: :96: :96: อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้ จะถือเป็นต้นแบบการบูรณะ เพื่อขยายผลสู่โบราณสถานอื่นๆทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วม เพราะทุกๆปีจะมีโบราณสถานได้รับความเสียหายจำนวนมาก ดังนั้น จำเป็นต้องเตรียมพร้อมหาวิธีการรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคตด้วย อย่างไรก็ตามโบราณสถานในประเทศไทย มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ โบราณสถานที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ ก็จะต้องมีการอนุรักษ์ เพื่อให้สามารถใช้งานต่อไปได้ และโบราณสถานที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ก็จะทำการอนุรักษ์เพื่อศึกษาเรียนรู้ ดังนั้น จึงต้องมีการศึกษาข้อแตกต่างของการดำเนินงานอนุรักษ์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด “ กรมศิลปากร จะทำความเข้าใจ กับ กองทุนโบราณสถานโลก เพื่อกำหนดข้อศึกษาทั้งในภาคทฤษฎี และรายละเอียดการปฏิบัติ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้บูรณะได้อย่างตรงจุด เช่น ความชื้น หรือ เชื้อราที่ทำลายโบราณสถาน หากใช้สารเคมีเคลือบเจดีย์ต่างๆ ก็อาจจะไปสกัดกั้น ความชื้นที่สามารถระเหยตามธรรมชาติได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเสียหายมากขึ้น ทั้งนี้ กรมศิลปากรกำลังพยายามเข้าไปศึกษาโบราณสถานในสาธารณรัฐประชาชนลาว เพื่อแลกเปลี่ยนนักวิชาการร่วมกัน เนื่องจากมีโบราณสถานที่มีรูปแบบการก่อสร้างแบบก่ออิฐถือปูนเหมือนกับไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการบูรณะโบราณสถานของทั้ง 2 ประเทศในอนาคต” นายบวรเวท กล่าว. ขอบคุณภาพข่าวจาก : http://www.dailynews.co.th/education/322540 (http://www.dailynews.co.th/education/322540) |