สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน

เรื่องทั่วไป => forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน => ข้อความที่เริ่มโดย: raponsan ที่ สิงหาคม 16, 2016, 10:32:53 am



หัวข้อ: ปริศนา.! ความเชื่อ "ไข่ต้ม" แก้บน-วัดดวงคู่-กำหนดชีวิต.?
เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ สิงหาคม 16, 2016, 10:32:53 am
(http://www.matichon.co.th/online/2011/04/13032923431303292857l.jpg)
ไข่ต้มจำนวนมากที่ไว้ใช้สำหรับแก้บน


ปริศนา.! ความเชื่อ "ไข่ต้ม" แก้บน-วัดดวงคู่-กำหนดชีวิต.?

เข้าสู่ยุคข้าวยาก ไข่แพง น้ำมันพืชขาดแคลนหรืออย่างไรไม่รู้    ไม่ว่าจะไปตลาดไหน ห้างใด ร้านค้า ซุปเปอร์มาเก็ต อะไร   เวลาจะหยิบ จ่ายแต่ละครั้งต้องคิดหนัก ที่จะ"ควักเงิน"ซื้อสินค้า อาหาร ด้วยราคา(มหา)โหด   ยิ่งประชาชนคนเดินดิน กินข้าวราดแกงอย่างเราๆ ยิ่งต้องกระมิดกระเมี้ยนสะตุ้ง สตางค์กันสุดๆ  ครั้นจะให้กินข้าวไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ตุ๋น  ฯลฯ เมนูหลักง่ายต่อการกินอยู่ เจ้าประคุณเล่นก็เล่นอัพราคาต่อฟองรายวันจนน่าตกใจ

เดือดร้อนลามไปถึงการ "บนบาน"ด้วย "ไข่ต้ม" ที่นิยมถวาย หลวงพ่อโสธร ณ  โสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังระดับประเทศ  "ที่พึ่ง"ทางใจอันเคารพของพุทธศาสนิกชนชาวไทยผู้หมดหนทางก็จำต้อง "ต่อรอง"ลดปริมาณจำนวนฟอง"แก้บน"กับ"หลวงพ่อ"ลงเป็นเท่าตัวกับเขาเช่นกัน


(http://www.matichon.co.th/online/2011/04/13032923431303293239l.jpg)
สารพัดเมนูที่ได้จากไข่ต้ม


เหตุใดต้องแก้บนด้วย"ไข่ต้ม".?

ตามความเชื่อแบบไม่ชัดเจนในที่มา การถวายไข่ต้ม หนึ่งในสิ่งของแก้บนยอดฮิต  ถวาย "หลวงพ่อโสธร"  ว่ากันว่า  หลวงพ่อโสธรท่านชอบไข่ต้ม ใครที่เอาไข่มาบนมักจะสมหวังในสิ่งอธิษฐานขอพรกันเป็นเป็นแถบๆ ทั้งผู้สิ้นหวังไร้ทายาท อยากได้โชคลาภ ต้องการให้การงานประสบความสำเร็จ ฯลฯ

อีกด้าน ก็วิเคราะห์ว่า แท้จริงการถวายไข่ต้มกันคราวละเยอะๆ นั่นเพราะชาวเมืองแปดริ้วเขาเลี้ยงไข่ไก่กันในพื้นที่มากอยู่แล้ว เมื่อมีผู้ไปอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการกับหลวงพ่อท่านในยุคแรกๆ แล้วสมประสงค์ ไม่รู้จะถวายตอบแทนด้วยอะไร "ไข่ต้ม"จึงเป็นของ"แก้บน"ง่ายๆตามแบบฉบับชาวบ้านที่หาได้ จากนั้นก็เกิดเป็นความเชื่อธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อเนื่องนับแต่นั้นมา  (ว่าอย่างนั้น)

ปัจจุบัน ไม่เฉพาะวัดหลวงพ่อโสธรวัดเดียวเท่านั้นที่มีผู้นิยมนำไข่ไก่ไปแก้บน แต่วันอื่นๆ ก็มีคนนำไข่ต้มไปแก้บนเช่นกัน


 :49: :49: :49: :49:

"ไข่ต้ม" จำนวนมาก ที่เสร็จสิ้นจากการถวายแล้ว เมื่อมีการ"ลา"  ส่วนมากก็นำไปทำอาหารต่อยอดเป็นอาหารโอชะ อาทิ  ไข่พะโล้   ไข่ลูกเขย   ไข่ปิ้ง ยำไข่ต้ม  หรือเอาไปดัดแปลงทำเมนูต่างๆได้อีกเพียบ  บางผู้ถวายก็นำเอาไปแจกจ่ายเพื่อนฝูง ญาติมิตร หรือบริจาคผู้ขาดแคลนกัน ทำทานหลังได้โชคอีกต่อหนึ่ง

ไม่แต่เฉพาะ เอาไว้ "กิน" กับ "แก้บน" เท่านั้น "ไข่ต้ม" ยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในพิธีกรรมความเชื่อต่างๆ อีกมาก   ทั้งเป็นเครื่องบวงสรวง เสียบยอดบายศรีในพิธีแต่งงานด้วยการใช้ไข่ต้ม 2  ฟอง เป็นสัญลักษณ์เสี่ยงทายหัวใจหญิงและชายว่าจะรักกันมั่นคงหรือไม่ โดยผ่าไข่เป็นสองซีกแล้วมาดูกันที่ไข่แดง ถ้าเอียงไปอยู่ข้างใด ทายว่าใจโลเล แต่ถ้าอยู่ตรงกลางแสดงว่าหัวใจรักมั่นคง


(http://www.matichon.co.th/online/2011/04/13032923431303294343l.jpg)

ส่วนพิธีแต่งงานทางภาคอีสาน ก็นำไข่ต้มจากพาขวัญ (พานบายศรี)มาปอกแบ่งครึ่งให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวกินคนละครึ่งใบ จากนั้นใช้มือขวาป้อนไข่ท้าว มือซ้ายป้อนไข่นางเสร็จแล้วก็ใช้ฝ้ายผูกข้อมือของคู่บ่าวสาวพร้อมกับอวยพร

ความสำคัญของไข่ต้ม ยังไม่หมดแค่นั้น อีกนัยหนึ่งยังเป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมสำหรับบำรุงขวัญ  ซึ่ง "ไข่"  มีเปลือกหุ้ม ในขณะที่ "ขวัญ" มีร่างกายหุ้มห่อ  โดยหมอขวัญจะปลอกเปลือกไข่ต้ม และผ่าออกเป็น 2 ซีก เพื่อทำนายว่าเมื่อภายหลังประกอบพิธีเสร็จแล้ว  เจ้าของขวัญจะมีความสุขหรือไม่อย่างไร ถ้าผ่าไข่ออกแล้วผิวเรียบสวยงาม ไข่แดงและไข่ขาวเต็มฟอง  เจ้าของขวัญจะมีความสุข สบาย ไม่มีโรคภัย แต่ถ้าไข่อยู่ในลักษณะตรงกันข้ามก็อาจทำให้เจ้าของขวัญไม่สบาย และมีทุกข์ภัยในระยะเวลาอันใกล้นี้


 ans1 ans1 ans1 ans1

เปรียบได้ว่า "ไข่" เป็นต้นกำเนิดของชีวิต  ให้ความหมายแทนชีวิตที่เกิดใหม่     ในทำนองเดียวกันกับความเชื่อที่ว่า ขวัญคือสิ่งที่ทำให้ร่างกายมีชีวิตอยู่ได้เป็นปกติ  การที่เจ้าของขวัญรับประทานไข่ต้มเมื่อเสร็จพิธีแล้วจึงถือว่าขวัญได้กลับเข้าสู่ร่างกาย ส่วนไข่ที่ไม่สวยงามมีลักษณะไม่ดีก็จะไม่รับประทาน ซึ่งหมอขวัญจะนัดวันทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อไป

ถ้า"ไข่ไก่"ยังแพงไม่หยุด ฉุดราคาไม่อยู่ เห็นทีว่า  เอาไป "แก้บน - แต่งงาน   - เสี่ยงขวัญชีวิต"  ก็ลำบาก(อะดิ!)  "คนไทย" เฮ้อ!!


 
รูปภาพประกอบทั้งหมดจากอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณบทความจาก มติชนออนไลน์ เขียนโดย ตามลม
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1303292343 (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1303292343)