หัวข้อ: อย่าอยู่อย่าง คนรกโลก เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ มิถุนายน 11, 2019, 07:17:04 am (https://i2.wp.com/goodlifeupdate.com/app/uploads/2019/06/juliana-kozoski-733679-unsplash.jpg?w=1200&ssl=1) อย่าอยู่อย่าง คนรกโลก โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ มีพระบาลีบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า นะ สิยา โลกะ วัฑฒะโน - อย่าเป็นคนรกโลก หรือจมโลก ติดข้องอยู่ในโลก ที่ว่า “คนรกโลก” นั้นก็หมายเอาคนที่มาอยู่ในโลกแล้ว เกิดมาบนโลกแล้วมีแต่จะมาเอา มากอบ มาโกย มาโกง มากิน มาเก็บ มากัก มากำ มากก มากอด รวมทั้งเกรี้ยวกราดและโกรธเกลียดโลกด้วย แต่ไม่เคยให้อะไร ๆ กับโลกเลย ไม่เคยแม้คิดที่จะทำประโยชน์ต่อโลกเลย หรือถ้าจะให้อะไร ๆ แก่โลกหรือแก่ใคร ๆ ก็ต้องมีเงื่อนไข มีผลประโยชน์ที่ตัวองจะได้รับเป็นการตอบแทน เสมือนเป็นการลงทุน การให้แบบนั้นแท้จริงแล้วจึงไม่เรียกว่าการให้ แต่เรียกว่าเป็นการเอารูปแบบหนึ่งนั่นเอง @@@@@@ คนประเภทนี้มักจะมีคำพูดในทำนองที่ว่า “จะให้กันฟรี ๆ ได้อย่างไร” หรือ “ของฟรีไม่มีในโลก” ฯลฯ แต่ แท้ที่จริงแล้วทุกอย่างในโลกนั้นล้วนได้มาฟรีๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นของฟรี โลกหรือธรรมชาติให้เรามาฟรีๆ ทั้งหมด นับตั้งแต่ขันธโลก คือ อัตภาพร่างกายอันประกอบด้วยธาตุ 4 ขันธ์ 5 ก็ได้มาฟรี ๆ ,ลมหายใจที่หายใจเอาอากาศเข้าไปก็ได้มาฟรี ,ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ภูเขา น้ำตก สายลม แสงแดด พระจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายก็ได้มาฟรี ๆ ทั้งนั้น, พืชพรรณธัญญาหารทั้งหลาย และอื่น ๆ อีกมากมาย โลกก็ให้เราฟรี ๆ อีกเหมือนกัน ถ้าธรรมชาติหรือโลกจะไม่ให้อะไรเราฟรี ๆ ก็รับรองได้เลยว่าจะไม่มีใครสามารถนำสิ่งต่าง ๆ มาใช้ได้ เพราะถ้าโลกไม่อนุญาต เมื่อนำไปใช้แล้วก็จะเกิดโทษภัยอย่างมหันต์ เช่น เจ็บป่วยล้มตาย เกิดหายนะ ภัยพิบัติต่าง ๆ ขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ว่าธรรมชาติหรือโลกให้เราฟรี ๆ นั้นก็เป็นเพียงแค่การให้ยืมใช้เท่านั้น สรรพสิ่งในโลกนี้ที่เรามี เราใช้กันอยู่ จึงเป็นเพียงของกลางที่ต้องใช้ร่วมกันแบบสาธารณะกับสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถจับจองเป็นเจ้าของ หรือตีตราจองครองกรรมสิทธิ์ได้ (https://i0.wp.com/goodlifeupdate.com/app/uploads/2019/06/butterfly-1127666_640.jpg?w=640&ssl=1) Image by Ronny Overhate from Pixabay ฉะนั้นจึงถามว่าท่านทั้งหลายควรแล้วหรืออย่างไรที่จะไป “ตู่” เอาสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกว่าเป็นของเรา ไปตู่เอามาแล้วก็ยึดมั่นถือมั่นหวงแหน หวงห้ามว่านี่ของฉัน นั่นของเธอ การกระทำเช่นนี้ถือว่าถูกต้องชอบธรรมแล้วหรือ โดยเฉพาะธาตุ 4 ขันธ์ 5 คือร่างกายและจิตใจที่เราใช้กันอยู่นั้น แท้จริงแล้วก็เป็นของฟรีมาจากธรรมชาติล้วน ๆ ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริง นอกจากธรรมชาติเท่านั้น นี่คือความจริง ส่วนใครจะรู้ก็ตาม หรือไม่รู้ก็ตาม ความจริงก็จะเป็นอย่างนี้อยู่วันยังค่ำ สรรพสิ่งทั้งหลายเป็นของที่เรายืมมาใช้ได้ชั่วคราวเท่านั้น ในที่สุดต้องส่งคืนเจ้าของที่แท้จริงคือธรรมชาติ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ดังนั้นจึงขอให้การส่งคืนเป็นการคืนด้วยความบริสุทธิ์ เช่น คืนขันธ์ที่บริสุทธิ์ คืนธาตุที่บริสุทธิ์แก่โลกหรือธรรมชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจ หากทำอย่างนี้ได้จึงจะได้ชื่อว่า ไม่เป็นคนรกโลก ไม่เป็นคนติดหนี้โลก และ เมื่อไม่ติดหนี้โลกหรือธรรมชาติแล้ว โลกและธรรมชาติก็จะปล่อยเราไป ไม่ดึงกลับมาให้เกิดในโลก เพื่อใช้หนี้โลก ใช้หนี้ธรรมชาติอีกแล้ว @@@@@@ ส่วนผู้ที่ต้องกลับมาเกิดอีกก็เป็นเพราะว่ายังติดหนี้โลกอยู่นั่นเอง ในเมื่อยังติดหนี้โลกอยู่ แล้วจะหนีไปจากโลกได้อย่างไร ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วตามกฎธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ต้องอยู่ในโลกอย่างเป็นหนี้ เราจึงต้องชำระหนี้ให้โลกไปเรื่อย ๆ ทั้งต้น ทั้งดอก ด้วยการเจริญมรรค มีสติอยู่กับเนื้อกับตัว รู้กาย รู้ใจ ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งดอกเบี้ยให้กับ (ขันธ) โลก คือ รูปนาม ขันธ์ 5 ธาตุ 4 เมื่ออริยมรรคเกิดขึ้นเมื่อไร ย่อมได้ชื่อว่า ได้ส่งต้นให้แก่โลก - โสดาปัตติมรรคคือการส่งต้นงวดที่ 1 - สกทาคามิมรรคคืองวดที่ 2 - อนาคามิมรรคคืองวดที่ 3 - ส่วนงวดสุดท้ายก็ได้แก่อรหัตตมรรคนั่นเอง เมื่อได้ชำระหนี้ให้แก่โลกหมดแล้ว เราก็จะเป็นอิสระจากโลก ไม่มีความเกี่ยวโยงเกาะเกี่ยวอะไรกันอีกต่อไป ถึงจะยังอยู่ในโลกก็อยู่ด้วยความเป็นไท เป็นอิสระ ถามว่าชีวิตของผู้ที่อยู่แบบเป็นหนี้กับเป็นไท อย่างไหนจะดีเลิศประเสริฐกว่ากัน ท่านผู้รู้ทั้งหลายก็น่าจะทราบได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ที่มา : จิตดวงสุดท้าย โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ Photo by Juliana Kozoski on Unsplash Secret Magazine (Thailand) ,IG @Secretmagazine ขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/158655.html By ying ,10 June 2019 |