|
หัวข้อ: มหาเถรสมาคม ขานรับ 'พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" คุม-ลดสร้างเครื่องรางของขลัง เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ มกราคม 13, 2026, 08:06:52 am .
(https://medias.thansettakij.com/uploads/images/md/2026/01/cfSQ4aAkJWjtH7F3PPz5.webp?x-image-process=style/md-webp) มหาเถรสมาคม ขานรับ 'พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" คุม-ลดสร้างเครื่องรางของขลัง มหาเถรสมาคม(มส.) มีมติน้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ คุมพุทธพาณิชย์ ห้ามสร้างเครื่องรางและพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในวัด พระสังฆราโชบาย 12 ข้อในสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงประทานเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 นั้นสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อทรงให้ควบคุมและลดการสร้างเครื่องรางของขลัง และให้หลีกเลี่ยงการสร้างรูปเคารพของศาสนาอื่นในเขตวัด ในการนี้ทรงให้ลดองค์การบริหารสงฆ์ที่เคยมี 6 องค์กรให้เหลือ 4 องค์กรเพื่อกระทัดรัดและไม่ซ้ำซ้อนกัน พร้อมทั้งประทานนโยบายการเลือกผู้บริหารสงฆ์ใหม่ให้เน้นผู้เคร่งในการรักษาธรรมวินัยแทนเน้นผลงานก่อสร้างถาวรวัตถุ ในการนี้ทรงให้อำนาจ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) เข้ามามีบทบาทสนับสนุนการ ตรวจสอบคุณสมบัติพระสังฆาธิการก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งและเพื่อให้สังฆราโชบาย 12 ข้อเป็นรูปธรรมมีผลในทางปฏิบัติ ทรงให้ คพช.และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อรองรับภารกิจตามนโยบายทั้ง 12 ข้อ แต่ถึงกระนั้น พระมหาเถระที่ทรงธรรมวินัยเป็นหลัก ได้ให้ความเห็นว่า "พระสังฆราโชบายนั้นเลอเลิศ แต่จะให้ได้ผลเป็นรูปธรรมจริงจัง กรรมการมหาเถรสมาคม (มส) ต้องปฏิรูปตนเอง ทำเป็นแบบอย่างให้ผู้อยู่ในปกครองรู้เห็นและเต็มใจปฏิบัติตาม โดยเฉพาะท่านที่มากด้วยความโลภ ควรลดเลิก เพราะความโลภทำให้หมดสง่าราศี" @@@@@@@ สรุปสาระสำคัญจากการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ประจำวันที่ 9 ม.ค. 2569 มีมติน้อมรับ "พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" และปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ ดังนี้ ส่วนที่ 1 : พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ (แบ่งหมวดหมู่เพื่อความเข้าใจง่าย) ด้านหลักการและความบริสุทธิ์ของศาสนา 1. ยึดแก่นธรรม : เน้นปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เป็นงานหลัก ห้ามบิดเบือนพระธรรมวินัย 2. คุมเข้มพุทธพาณิชย์/ไสยศาสตร์ : ห้ามสร้างวัตถุมงคล เครื่องราง รูปเคารพ หรือพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในเขตวัดอย่างเด็ดขาด 3. บังคับใช้พระธรรมวินัยเคร่งครัด : ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ห้ามช่วยเหลือหรือแทรกแซง ด้านการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้ง 4. รื้อเกณฑ์แต่งตั้งเจ้าอาวาส/ปกครอง : เลิกดูผลงานการ "ก่อสร้าง" (ถาวรวัตถุ) ให้ดูที่ "ความเคร่งครัดพระวินัย" และ "ผลงานการสอน/เผยแผ่" แทน 5. กลั่นกรองเข้มข้น : ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ช่วยตรวจสอบประวัติก่อนเสนอแต่งตั้ง 6. สกรีนงานก่อนเข้า มส. : ตั้งกลไกตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียด ก่อนเสนอให้ มส. หรือสมเด็จพระสังฆราชพิจารณา ด้านโครงสร้างและสวัสดิการ 7. ปรับโครงสร้างสงฆ์ : ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน แบ่งเขตปกครองใหม่ให้สอดคล้องกับจำนวนพระและพื้นที่ 8. ปรับนิตยภัต (เงินเดือนพระ) : ทบทวนอัตราให้เหมาะสมกับภาระงานและสภาพเศรษฐกิจ 9. ปฏิรูปสำนักพุทธฯ (พศ.) : ปรับโครงสร้างองค์กร พศ. ให้ทำงานสนองนโยบาย มส. ได้ดียิ่งขึ้น 10. วางแผนระยะยาว : จัดทำแผนยุทธศาสตร์คณะสงฆ์ให้ชัดเจน เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลง ด้านเทคโนโลยีและการศึกษา 11. ใช้ระบบดิจิทัล (Big Data) : ทำฐานข้อมูลกลาง พระ-วัด ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและบริหารงานแบบ E-government 12. ยกเครื่องการศึกษา : ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย ทันโลก แต่ยังคงเข้มข้นในพระธรรมวินัย (https://medias.thansettakij.com/uploads/images/md/2026/01/cfSQ4aAkJWjtH7F3PPz5.webp?x-image-process=style/md-webp) ส่วนที่ 2 : มติการขับเคลื่อนงานทันที ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบการปรับกลุ่มภารกิจจากเดิม 6 ด้าน ยุบรวมเหลือ 4 กลุ่มภารกิจหลัก เพื่อความคล่องตัวในการทำงานตามนโยบายข้อที่ 6 ดังนี้ :- 1. กลุ่มด้านการปกครองและฐานข้อมูล 2. กลุ่มด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์ 3. กลุ่มด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต 4. กลุ่มด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ • (ส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ ให้ถือเป็นภารกิจร่วมที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำ) การดำเนินการ : มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานงานกับคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาฯ ตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดทันที Thank to : https://www.thansettakij.com/blogs/lifestyle/horoscope/648782 (https://www.thansettakij.com/blogs/lifestyle/horoscope/648782) 13 ม.ค. 2569 | 03:35 น. หัวข้อ: Re: มหาเถรสมาคม ขานรับ 'พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" คุม-ลดสร้างเครื่องรางของขลัง เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ มกราคม 13, 2026, 08:19:31 am .
(https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/mhk17-wed-728x382.jpg) มส.น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ควบคุม-ลดการจัดสร้างเครื่องรางของขลัง มส.น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ควบคุม-ลดการจัดสร้างเครื่องรางของขลัง มุ่งเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 โดยภายหลังการประชุม นายชัชพล ไชยพร นักวิชาศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมส.มีมติน้อมรับพระสังฆราโชบายจากสมเด็จพระสังฆราช เพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา พ.ศ.2569 ดังนี้ 1. การธำรงรักษาและเชิดชูหลักการพระพุทธศาสนา ส่งเสริมการดำเนินงานด้านพระพุทธศาสนาให้มั่นคงต่อหลักการอันเป็นแก่นแท้ โดยยึดหลักปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเสธ เป็นสำคัญ มุ่งเน้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ทั้งนี้ คณะสงฆ์ต้องให้ความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม การปฏิบัติธรรม และพระพุทธศาสนาเป็นภารกิจหลัก 2. การควบคุมและลดกิจกรรมที่เบี่ยงเบนจากหลักพระพุทธศาสนา กำหนดมาตรการควบคุมและลดการจัดสร้างหรือส่งเสริมเครื่องรางของขลัง ที่ไม่ใช่การเจริญอนุสสติ วิธีทางไสยศาสตร์ และวัตถุหรือกิจกรรมนอกหลักพระพุทธศาสนา รวมถึงการนำสิ่งที่ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนรูปเคารพหรือพิธีกรรมที่ไม่สอดคล้องกับพระพุทธศาสนา เข้ามาในเขตพุทธศาสนสถาน ทั้งนี้ ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด และห้ามดำเนินการใดๆ ที่เป็นไปในลักษณะนอกรีตหรือบิดเบือนหลักพระพุทธศาสนา 3. การกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งพระสังฆาธิการ ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งพระสังฆาธิการและตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ (https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/612103244_1437180558065493_6192767797948886035_n-1536x1024.jpg) จากการให้ความสำคัญกับงบประมาณด้านถาวรวัตถุ เป็นการพิจารณาจาก 1. ความเคร่งครัดและการดำรงตนเป็นแบบอย่างด้านพระธรรมวินัย 2. สัมฤทธิผลด้านจัดการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา และสัมฤทธิผลในการบังคับใช้และปฏิบัติตามกฎและมติมส. 3. สัมฤทธิผลในการจัดการศาสนสมบัติและสาธารณูปการให้เรียบร้อยและสอดคล้องหลักธรรมาภิบาล 4. การเสริมสร้างระบบตรวจสอบและขับเคลื่อนนโยบาย ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามามีบทบาทสนับสนุนระบบการตรวจสอบประวัติในการเสนอแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ และร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายของมส.ให้เป็นรูปธรรม 5. การบังคับใช้พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรรม ดำเนินการกำกับดูแลด้านพระธรรมวินัยอย่างเข้มงวด โดยอาศัยกฎมหาเถรสมาคมที่มีอยู่ แก้ไขเพิ่มเติม ร่วมกับกลไกของ คพช. ในกรณีอธิกรณ์หรือข้อกล่าวหาทางวินัย ให้ยึดหลักความยุติธธรรม ความโปร่งใส ความเสมอภาค และความรวดเร็ว โดยไม่ให้มีการช่วยเหลือหรือแทรกแซง 6. การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรคณะสงฆ์ให้กระชับและมีประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างการบริหารคณะสงฆ์ให้คล่องตัว โดยลดจำนวนตำแหน่งที่ซ้ำช้อน แบ่งเขตการปกครองให้สอดคล้องกับจำนวนพระภิกษุสามเณรและโครงสร้างการปกครองของบ้านเมือง กำหนดการมอบหมายงานเจ้าคณะผู้ปกครองให้มีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน โดยจัดกลุ่มภารกิจหลักเป็นด้านการปกครองและฐานข้อมูล ด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์ ด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต ด้านสาธาธารณูปการและการศาสนสมบัติ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดสัมฤทธิผลให้ชัดเจน (https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/612385316_1437180624732153_5483575039541549978_n-1536x1026.jpg) 7. การจัดตั้งกลไกกลั่นกรองก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่มส. จัดให้มีกลไกการตรวจสอบและพิจารณากลั่นกรองเรื่องสำคัญก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารเรื่องมส. ตลอดจนการขอพระราชทานพระราชดำริและการขอประทานพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช โดยเฉพาะการแต่งตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ ให้กำหนดตำแหน่ง หน้าที่ และคุณสมบัติอย่างชัดเจน 8. การปรับปรุงระบบนิตยภัต ทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนิตยภัตให้เหมาะสม สอดคล้องกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน 9. การปรับโครงสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างองค์กรของพศ. ให้สามารถสนองและรองรับการดำเนินนโยบายของมส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 10. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบริหารจัดการคณะสงฆ์ด้วยดิจิทัล จัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับพระภิกษุสามเณร วัด สถานที่ที่มีพระภิกษุสามเณรพำนัก และการบริหารงานของคณะสงฆ์ให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้งนี้ ให้พัฒนาระบบดิจิทัลรองรับการบริหารภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ของคณะสงฆ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความถูกต้องในการบริหารจัดการ (https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/612448032_1437180654732150_3009523895801512853_n-1536x1026.jpg) 11. การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันสมัย โดยยึดมั่นในพระธรรมวินัยและคณะสงฆ์ไทยควบคู่กับการประยุกต์องค์ความรู้สหสาขาวิชา การบูรณาการศาสตร์ และการเรียนรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาศักกยภาพพระภิกษุสามเณรให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจและดำรงบทบาททางสังคมได้อย่างเหมาะสมในบริบทปัจจุบันและอนาคต 12. การจัดทำแผนพัฒนาคณะสงฆ์ระยะยาว ให้มีเป้าหมายชัดเจนและต่อเนื่อง มีการวางแผนและยุทธศาสตร์ของคณะสงฆ์ กำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงนโยบาย การบริหาร และการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับบริบทความท้าทายของสังคมไทยและสังคมโลก (https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/611820162_1437180538065495_5422554385271104379_n-1536x1024.jpg) (https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/612103244_1437180558065493_6192767797948886035_n-1-1536x1024.jpg) นายชัชพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มส. มีมติ 1. เห็นชอบให้น้อมรับพระสังฆราโชบายเพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา เป็นนโยบายมส. 2. สนองพระสังฆราโชบาย ข้อ 6 โดยจัดให้ภารกิจคณะสงฆ์ 6 ด้าน ประมวลเป็น 4 กลุ่มภารกิจหลัก ดังนี้ กลุ่มภารกิจด้านการปกครองและฐานข้อมูล กลุ่มภารกิจด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์ กลุ่มภารกิจด้านการเผยแผ่ การส่งเสริมการปฏิบัติธรรรมและงานพระธรรมทูต กลุ่มภารกิจด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ ทั้งนี้ ให้งานด้านสาธารณสงเคราะห์ เป็นภารกิจที่คณะสงฆ์ทุกภาคส่วนดำเนินการเพื่อเกื้อกูลชุมชนอย่างต่อเนื่องและตอบสนองสถานการณ์เฉพาะหน้า 3. มอบหมายให้พศ. ดำเนินการสนองและเสนอพระสังฆราโชบายทั้ง 12 ข้อ ซึ่งมส.น้อมรับมาเป็นนโยบายมส.แล้ว ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบ พร้อมทั้งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานในคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือในพศ. เพื่อรองรับภารกิจตามนโยบายข้างต้นต่อไป (https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/613082014_1437180631398819_1432468443800282992_n-1536x1026.jpg) (https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/01/613142771_1437180588065490_5376899893196393472_n-1536x857.jpg) ขอบคุณ : https://www.matichon.co.th/local/religious/news_5542269 (https://www.matichon.co.th/local/religious/news_5542269) 9.01.26 | 20:03 น. หัวข้อ: Re: มหาเถรสมาคม ขานรับ 'พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" คุม-ลดสร้างเครื่องรางของขลัง เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ มกราคม 13, 2026, 08:33:36 am .
(https://it.gongtham.net/wp-content/uploads/2026/01/unnamed-92.jpg) มส. น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ประการ | สั่งคุมเข้ม ‘พุทธพาณิชย์-ไสยศาสตร์’ ในวัด ปฏิรูปเกณฑ์แต่งตั้งพระสังฆาธิการเน้นจริยวัตร เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ภายหลังการประชุม นายชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบน้อมรับพระสังฆราโชบายในเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ประจำปีพุทธศักราช 2569 จำนวน 12 ประการ มาเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนงานคณะสงฆ์ โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับการควบคุมกิจกรรมที่บิดเบือนจากหลักพระพุทธศาสนา และการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ ดังนี้ @@@@@@@ มุ่งเน้นแก่นแท้พระพุทธศาสนา คุมเข้มไสยศาสตร์และวัตถุมงคล พระสังฆราโชบายที่สำคัญประการแรกคือ การธำรงรักษาและเชิดชูหลักการพระพุทธศาสนา โดยมุ่งเน้นการเผยแผ่คำสอนที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ยึดหลักปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ เป็นสำคัญ และที่สำคัญคือมาตรการควบคุมและลดกิจกรรมที่เบี่ยงเบนจากหลักพระพุทธศาสนา มหาเถรสมาคมจะกำกับดูแลอย่างเข้มงวดในการควบคุมและลดการจัดสร้างหรือส่งเสริมเครื่องรางของขลังที่มิใช่เพื่อการเจริญอนุสสติ รวมถึงวิธีทางไสยศาสตร์ วัตถุ หรือกิจกรรมที่อยู่นอกเหนือหลักพระธรรมวินัย โดยเฉพาะการนำรูปเคารพหรือพิธีกรรมที่ไม่สอดคล้องกับพระพุทธศาสนาเข้ามาภายในเขตพุทธศาสนสถาน ห้ามดำเนินการใดๆ ที่มีลักษณะนอกรีตหรือบิดเบือนหลักคำสอน @@@@@@@ ปฏิรูปเกณฑ์แต่งตั้งพระสังฆาธิการ เลิกเน้นสิ่งปลูกสร้าง ในด้านการปกครองคณะสงฆ์ มีการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาแต่งตั้งพระสังฆาธิการและตำแหน่งทางการปกครอง โดยปรับเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับความสามารถในการหางบประมาณด้านถาวรวัตถุ มาเป็นการพิจารณาจากคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. ความเคร่งครัดและการดำรงตนเป็นแบบอย่างด้านพระธรรมวินัย 2. สัมฤทธิผลด้านการจัดการศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการปฏิบัติตามกฎมหาเถรสมาคม 3. สัมฤทธิผลในการจัดการศาสนสมบัติและสาธารณูปการตามหลักธรรมาภิบาล นอกจากนี้ จะมีการเสริมสร้างระบบตรวจสอบโดยให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้ง และการบังคับใช้พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด โปร่งใส โดยปราศจากการช่วยเหลือหรือแทรกแซงในกรณีอธิกรณ์ @@@@@@@ ปรับโครงสร้างองค์กรสงฆ์สู่ยุคดิจิทัล พระสังฆราโชบายยังครอบคลุมถึงการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรคณะสงฆ์ให้กระชับและมีประสิทธิภาพ ลดตำแหน่งที่ซ้ำซ้อน และแบ่งเขตการปกครองให้สอดคล้องกับจำนวนพระภิกษุสามเณร รวมถึงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง (Big Data) เกี่ยวกับพระภิกษุสามเณร วัด และการบริหารงานคณะสงฆ์ให้เป็นระบบดิจิทัลเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและใช้ในการวิเคราะห์ตัดสินใจเชิงนโยบาย พร้อมกันนี้ ยังมีนโยบายด้านการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันสมัย บูรณาการศาสตร์สมัยใหม่ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก การปรับปรุงระบบนิตยภัตให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อรองรับนโยบาย และการจัดทำแผนพัฒนาคณะสงฆ์ระยะยาวอย่างมียุทธศาสตร์ (https://www.madchima.org/forum/gallery/2_13_01_26_8_29_38.jpeg) ขอบคุณภาพจากเฟซบุ้ค ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา นายชัชพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบให้น้อมรับพระสังฆราโชบายทั้ง 12 ข้อมาเป็นนโยบายของ มส. และได้สนองพระสังฆราโชบายข้อที่ 6 ทันที โดยการประมวลภารกิจคณะสงฆ์จากเดิม 6 ด้าน เป็น 4 กลุ่มภารกิจหลัก ได้แก่ - ด้านการปกครองและฐานข้อมูล, - ด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์, - ด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรมและงานพระธรรมทูต, และ - ด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ โดยให้งานด้านสาธารณสงเคราะห์เป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนดำเนินการต่อเนื่อง พร้อมมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป Thank to : https://it.gongtham.net/2026/01/11/ssc-adopts-12-point-sangha-policy-2569/ (https://it.gongtham.net/2026/01/11/ssc-adopts-12-point-sangha-policy-2569/) January 11, 2026 |