|
หัวข้อ: เมตตาที่แท้จริง ต้องไม่แบ่งเขาแบ่งเรา ปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก เริ่มหัวข้อโดย: raponsan ที่ มีนาคม 19, 2026, 07:47:00 am .
(https://www.madchima.org/forum/gallery/2_19_03_26_7_44_05.jpeg) เมตตาที่แท้จริง ต้องไม่แบ่งเขาแบ่งเรา | ปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เมตตาเป็นความปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน คําว่า เมตตา มีความหมายตาม รากศัพท์ว่า สภาวะสนิทสนมกลมกลืนกัน คือ ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา แต่เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความกลมกลืนเหมือน เป็นบุคคลคนเดียวกัน เหมือนน้ำผสมนม ที่ไม่อาจแยกน้ำออกจากนม หรือแยกนมออกจากน้ำได้ ต่อกั เมตตานี้ทําให้เราขจัดความเห็นแก่ตัวที่ต้องการให้ตัวเองดีเด่นกว่าผู้อื่น @@@@@ ในราว ๕๐ ปีก่อน มีนักบวชฮินดูท่านหนึ่งชื่อ วิเวกานนท์ แม้ท่านเป็นนักบวชฮินดูก็นับถือพระพุทธเจ้ามีพระพุทธรูปไว้บูชาในห้องนอนของท่าน ท่านสามารถเจริญเมตตาฌานจนสามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์ให้ท่านอยู่ในห้องที่มิดชิดห้องหนึ่ง แล้วนําวัวตัวหนึ่งไปไว้อีกห้องหนึ่ง ทั้งสองห้องมีอุปกรณ์ทันสมัย ที่มีภาพสัญญาณและเครื่องจับความรู้สึกในร่างกายของท่านและวัว หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ตีหลังวัว ท่าน รู้สึกเจ็บที่หลังไปด้วย แล้วเขาก็ตีหลังท่าน หลังวัวก็ขยับ ด้วยความรู้สึกเจ็บไปด้วยเช่นเดียวกัน ลักษณะนี้เป็นการ ที่คนกับวัวรวมจิตเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกว่าเป็นคนหรือวัว @@@@@ การแผ่เมตตาทางใจนี้ยังส่งผลไปถึงการแสดงออกทางกายและวาจาอีกด้วย เพราะการแสดงออกเหล่านั้นมีใจเป็นสมุฏฐาน เมื่อเรามีเมตตาจิตต่อบุคคลอื่นเช่นนี้ ก็จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นทางกาย และกล่าววาจาที่สุภาพนุ่มนวล ไม่แสดงอากัปกิริยาที่หยาบคายทางกายหรือวาจา ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนให้ชาวพุทธมีเมตตาต่อกันทั้งทาง กาย วาจา และใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง" เมื่อเป็นเช่นนี้ สังคมไทยก็จะมีความสงบสุข ต่างมองดูกันด้วยดวงตาที่เปี่ยม ด้วยความรัก” อย่างไรก็ตาม เมตตาที่แท้จริงต้องประกอบ ด้วยความอดกลั้น จึงจะทําให้กระแสเมตตาดําเนินไปได้นาน ขอบคุณข้อธรรมจาก : หนังสือ ปรองดองประคองมิตร โดย พระคันธสาราภิวงศ์ | ขอบคุณภาพจาก : pinterest |