ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:36:56 am 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
บริการโดรนประเทศไทย , บริการโดรนตรวจอาคาร,

โดรนทำแผนที่พื้นที่, โดรนตรวจโซลาร์เซลล์, สำรวจพื้นที่ด้วยโดรน



Airxine คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนที่ให้บริการแก่ธุรกิจในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานการทำงานระดับมืออาชีพและการใช้เทคโนโลยีการบินที่ทันสมัย

เรามุ่งเน้นการให้บริการในงานที่ต้องการ ความแม่นยำสูง ความปลอดภัย และการวิเคราะห์ข้อมูลจากมุมสูง เช่น การสำรวจภูมิประเทศ การทำแผนที่ทางอากาศ การตรวจสอบโครงสร้าง และการตรวจสอบระบบพลังงานแสงอาทิตย์  ด้วยการผสาน เทคนิคการบินที่เชี่ยวชาญ อุปกรณ์ระดับอุตสาหกรรม และการบริการลูกค้าที่ใส่ใจในรายละเอียด Airxine จึงสามารถส่งมอบข้อมูลที่มีคุณค่าให้กับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม


Airxine — Professional Drone Services for Businesses Across Thailand.











5 บริการหลักที่ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม


1. บริการโดรนตรวจอาคาร (Drone Inspection)

การตรวจสอบสภาพอาคารสูง โรงงาน หรือปล่องควันในอดีตมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายด้านนั่งร้านและความเสี่ยงของบุคลากร บริการโดรนตรวจอาคาร ของเราช่วยให้คุณเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้อย่างง่ายดาย

ตรวจสอบรอยร้าวและโครงสร้าง: ด้วยกล้องความละเอียดสูงที่ซูมเห็นรายละเอียดชัดเจน

ลดความเสี่ยง (Safety First): ไม่ต้องใช้คนปีนป่ายในจุดอันตราย

รวดเร็วและประหยัด: ตรวจสอบเสร็จภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดการดำเนินงานของโรงงาน


2. โดรนทำแผนที่พื้นที่และโมเดล 3 มิติ (Drone Mapping & Survey)

สำหรับงานวางแผนก่อสร้างและบริหารจัดการที่ดิน โดรนทำแผนที่พื้นที่ คือเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ Airxine เปลี่ยนภาพถ่ายทางอากาศให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลที่วัดผลได้จริง

Orthomosaic Map: แผนที่ภาพถ่ายความละเอียดสูงที่มีสัดส่วนแม่นยำ

3D Model & Contour Line: สร้างแบบจำลองสามมิติและเส้นชั้นความสูง เพื่อการออกแบบวิศวกรรมและการคำนวณงานดิน

Progress Monitoring: ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรายเดือน เพื่อการรายงานผลที่ชัดเจน


3. สำรวจพื้นที่ด้วยโดรนเทคโนโลยี LiDAR (Aerial LiDAR Survey)

ในพื้นที่ที่มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น การสำรวจแบบเดิมแทบจะเป็นไปไม่ได้ การสำรวจพื้นที่ด้วยโดรน ระบบ LiDAR ของ Airxine ใช้ลำแสงเลเซอร์ทะลุผ่านพุ่มไม้เพื่อเก็บค่าระดับดินที่แท้จริง

Digital Terrain Model (DTM): ได้โมเดลพื้นดินที่แม่นยำแม้ในป่าทึบ

Point Cloud Data: ชุดข้อมูลจุดสามมิติที่มีความละเอียดสูง พร้อมใช้งานกับซอฟต์แวร์ CAD และ BIM


4. โดรนตรวจโซลาร์เซลล์ด้วยกล้องความร้อน (Solar Panel Inspection)

ประสิทธิภาพของพลังงานสะอาดขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของแผง โดรนตรวจโซลาร์เซลล์ ของเราติดตั้งกล้อง Thermal Imaging เพื่อค้นหาจุดที่เกิดความร้อนผิดปกติ (Hotspots)

Preventive Maintenance: ตรวจพบแผงที่เสียหรือเซลล์ที่เสื่อมสภาพก่อนที่จะเกิดความเสียหายหนัก

รายงานผลแม่นยำ: ระบุตำแหน่งแผงที่มีปัญหาได้ทันที ช่วยให้ทีมช่างเข้าซ่อมบำรุงได้ตรงจุด ไม่ต้องสุ่มตรวจทีละแผง


5. บริการถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศ (Aerial Photography & Video)

เพิ่มมูลค่าให้ภาพลักษณ์แบรนด์ด้วยมุมมองที่แปลกตา เหมาะสำหรับโรงแรม รีสอร์ท และโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการตลาดที่ทรงพลังและน่าประทับใจ


มาตรฐานการทำงานของ Airxine


เราเชื่อว่า “มุมมองสำคัญกว่าอุปกรณ์” ทีมงาน Airxine จึงออกแบบการทำงานให้ยืดหยุ่น (Flexible Solutions) ตามโจทย์ของลูกค้าแต่ละราย พร้อมการันตี:

นักบินมืออาชีพ: มีใบอนุญาตถูกต้องและประสบการณ์บินในพื้นที่ซับซ้อน

ข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริง: รายงานที่สรุปผลชัดเจน ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ

ครอบคลุมทั่วไทย: ไม่ว่าโครงการของคุณจะอยู่ที่ไหน เราพร้อมให้บริการทุกพื้นที่

หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการโดรนที่เข้าใจงานวิศวกรรมและการตลาดอย่างแท้จริง


Airxine คือคำตอบที่จะช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสจากมุมมองที่แตกต่าง ลดความเสี่ยง และเพิ่มกำไรให้กับองค์กรของคุณ


สนใจประเมินงานเบื้องต้น ฟรี! ติดต่อเราได้ที่:

โทร: 095-575-3575

อีเมล: contact@airxine.com

เว็บไซต์: https://airxine.com



ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Airxine

รู้จักเรามากขึ้น (About Us) https://airxine.com/about/

บริการทั้งหมดของเรา (Our Services) https://airxine.com/services/

บทความและสาระน่ารู้เรื่องโดรน (Blog) https://airxine.com/blog/

ติดต่อขอรับบริการสำรวจโดรน https://airxine.com/contact-drone-service/



เจาะลึกบริการเฉพาะด้าน:

ถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศ https://airxine.com/aerial-photography-video/

ตรวจสอบโครงสร้างและอาคาร https://airxine.com/drone-inspection/

สำรวจด้วยเทคโนโลยี LiDAR https://airxine.com/aerial-lidar-survey/

ทำแผนที่ทางอากาศและโมเดล 3D https://airxine.com/drone-mapping-survey/

ตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์ด้วยกล้องความร้อน https://airxine.com/solar-panel-inspection/


 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:31:04 am 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 3 
 เมื่อ: มีนาคม 16, 2026, 03:04:36 pm 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 4 
 เมื่อ: มีนาคม 16, 2026, 08:55:44 am 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
.

ชาวอินเดีย (ภาพจาก : collections.lib.uwm.edu)


“เจองูเจอแขก ตีแขกก่อน” ประโยคที่ได้ยินบ่อย ครั้งนี้มีที่มาจากอะไร.?

เวลามีเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่มีลักษณะตรงตามที่คนไทยคิดว่าเป็น “คนแขก” แล้วเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ดีนัก เชื่อว่าหลายครั้งคนไทยก็จะนึกถึงคำกล่าวที่ว่า“เจองูเจอแขก ตีแขกก่อน”

แต่ที่จริงแล้วประโยคนี้กลับเป็นประโยคที่สร้างอคติให้กับคนไทยไม่รู้ตัว



ทหารอินเดียของกองทัพอังกฤษ (ภาพจาก : collections.lib.uwm.edu)


ในรายการ “ปกิณกะอินเดีย” โดย รศ. สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการ ศูนย์อินเดียศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ณัฐ วัชรคิรินทร์ นักวิชาการอิสระ ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า

ประโยคนี้มีหลากหลายที่มา แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่แน่ชัดว่ามาจากไหนกันแน่ แต่สิ่งที่รู้อย่างหนึ่งคือเป็น “คำกล่าวอันน่าเกลียด” ที่เปรียบเสมือนแนวทางสอนคนไทยในการมองแขกหรืออินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนไทยเจอเรื่องไม่ดีที่คนแขกกระทำ ก็จะยิ่งเสริมสร้างความเชื่อให้กับประโยคนี้มากยิ่งขึ้น



ชาวอินเดีย (ภาพจาก : collections.lib.uwm.edu)


แม้จะไม่ทราบว่าประโยคนี้มาจากไหนกันแน่ แต่ผู้ดำเนินรายการก็ยกประโยคของเปริยาร์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนสำคัญของอินเดีย ที่มีความคล้ายคลึงใกล้เคียงกับประโยคนี้ คือ “หากคุณเจองูกับเจอคนวรรณะพราหมณ์บนถนน ตีคนวรรณะพราหมณ์ก่อน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบริบทการต่อสู้ทางวรรณะของอินเดีย

ขณะเดียวกัน ในงานบทความ “การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและการนิยามตัวตนของคนไทยเชื้อสายอินเดีย” ของชโลทร อัญชนานันท์ และ อมต จันทรังษี ก็พูดถึงประโยคนี้ไว้ในงานเช่นกัน แต่ไม่ได้กล่าวถึงที่มาของประโยคนี้ ทว่าพวกเขาตอกย้ำว่า มันเป็นการเปรียบเปรยถึงอคติที่มีต่อคนไทยเชื้อสายอินเดีย สะท้อนถึงด้านลบของคนอินเดียว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์ ไว้ใจไม่ได้

ท้ายที่สุดแล้วแม้ไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วประโยค “เจองูเจอแขก ตีแขกก่อน” มาจากไหน เริ่มขึ้นเมื่อใด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้ยินแบบไหนมา แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือปัญหาอคติทางชาติพันธุ์ในประโยคที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างคนไทยกับคนแขก ที่หวังว่าในอนาคตประโยคนี้จะหายไปในที่สุด

อ่านเพิ่มเติม :-

    •  ลางอวสานราชวงศ์โมกุล กับข้อมูลที่หาไม่ได้จากไหน ในเวที ‘BookClub: เมื่อบัลลังก์โมกุลล่ม’
    •  ย้อนการต่อสู้เพื่อเอกราชของ “มาเลเซีย” จากสมัยอาณานิคม ถึงสภาพหลังได้เอกราช
    •  จดหมายคานธีจากบริติชอินเดียสู่นาซีเยอรมัน: ขอท่านผู้นำโปรดยุติสงครามด้วยสันติวิธี




ขอขอบคุณ :-
ผู้เขียน : ปดิวลดา บวรศักดิ์
เผยแพร่ : วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2569
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก : เมื่อ 29 พฤษภาคม 2568
website : https://www.silpa-mag.com/culture/article_153511

อ้างอิง :-
- https://curadio.chula.ac.th/Program-Detail.php?id=11330
- ชโลทร อัญชนานันท์ และ อมต จันทรังษี. การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและการนิยามตัวตนของคนไทยเชื้อสายอินเดีย Racial Discrimination and Self-definition of the Thai-Indians. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีที่ 18 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2565).
- https://voicetv.co.th/read/03Rzp-Ih7


 5 
 เมื่อ: มีนาคม 16, 2026, 08:43:07 am 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
.



ผลสแกน CT เผยความลับพันปี พบ "มัมมี่พระสงฆ์" ซ่อนในพระพุทธรูปโบราณ

โลกโบราณคดีและวิทยาศาสตร์ต้องตกตะลึง เมื่อการสแกนวัตถุโบราณด้วยเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ เผยให้เห็นร่างมนุษย์ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ภายในพระพุทธรูปเคลือบทองจากศตวรรษที่ 11 ซึ่งนับเป็นการค้นพบที่หาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา

การค้นพบภายใต้ชั้นทอง

พระพุทธรูปองค์ดังกล่าวเป็นสมบัติของ พิพิธภัณฑ์เดรนท์ (Drents Museum) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้ถูกส่งไปยัง ศูนย์การแพทย์มีแอนเดอร์ (Meander Medical Centre) ในเมืองอาเมอร์สฟอร์ต เพื่อทำการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและรังสีแพทย์ ผลการสแกนเผยให้เห็นโครงกระดูกของมนุษย์ในท่านั่งขัดสมาธิอย่างชัดเจน โดยร่างดังกล่าวถูกล้อมรอบด้วยวัสดุอุดและสารเคลือบหนาเพื่อรักษาสภาพศพก่อนจะมีการหล่อพระพุทธรูปทับภายนอก

การส่องกล้องพบ "บันทึกปริศนา"

สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือเมื่อทีมแพทย์ใช้การส่องกล้อง (Endoscopy) เข้าไปภายในช่องท้องของมัมมี่ พวกเขาพบว่าอวัยวะภายในส่วนใหญ่ถูกนำออกไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วย เศษกระดาษโบราณที่มีตัวอักษรจีนเขียนอยู่ ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่านี่คือหลักฐานสำคัญที่ระบุตัวตนของท่าน

@@@@@@

อาจารย์หลิวฉวน : การทำมัมมี่ตัวเอง

จากการวิเคราะห์อักษรจีนและอายุของวัตถุโบราณ นักวิจัยเชื่อว่าร่างนี้คือ "อาจารย์หลิวฉวน" (Liuquan) พระอาจารย์สายวิปัสสนาผู้เรืองนามในช่วงปี ค.ศ. 1100

นักมานุษยวิทยาสันนิษฐานว่าท่านอาจผ่านกระบวนการ "โซคุชินบุตสึ" (Sokushinbutsu) หรือการทรมานสังขารด้วยการจำกัดอาหารและน้ำอย่างเข้มงวดเป็นเวลาหลายปี เพื่อกำจัดไขมันและแบคทีเรียในร่างกาย จนกระทั่งมรณภาพในขณะทำสมาธิ เพื่อให้ร่างกลายเป็นมัมมี่โดยธรรมชาติและกลายเป็น "พระพุทธรูปที่มีชีวิต" เพื่อให้คนรุ่นหลังกราบไหว้

จากงานศิลปะสู่ "ศาสนสถานเคลื่อนที่"

นักวิจัยระบุว่าพระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงประติมากรรม แต่เป็น "สถูปบรรจุอัฐิ" (Reliquary) ที่มีความสำคัญสูงสุดทางจิตวิญญาณ การบรรจุกระดาษบันทึกคำสอนหรือชื่อไว้ในช่องท้องเปรียบเสมือนการส่งผ่านพลังงานศักดิ์สิทธิ์จากตัวบุคคลสู่พุทธศาสนิกชน





ที่มาของข้อมูล (Sources)

ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันและรายงานโดยสำนักข่าวและสถาบันวิจัยระดับโลก ดังนี้ :-
• Drents Museum (2014-2015) : แถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการตรวจสอบวัตถุโบราณในคอลเลกชันส่วนตัวที่นำมาจัดแสดง
• National Geographic (February 2015) : บทความเรื่อง "Mummy Hidden Inside Buddha Statue Revealed by Scan" โดยบรรณาธิการข่าวโบราณคดี

ขอบคุณ เฟซบุ้ค รู้รอบโลก
https://www.facebook.com/photo/?fbid=840506442407202&set=a.100845123040008

 6 
 เมื่อ: มีนาคม 15, 2026, 01:50:22 pm 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 7 
 เมื่อ: มีนาคม 14, 2026, 05:27:03 pm 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 8 
 เมื่อ: มีนาคม 13, 2026, 01:35:07 pm 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
 :25: :25: :25:

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

๔. เมตตากถา ว่าด้วยเมตตา
[๒๒] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

       
ภิกษุทั้งหลาย เมตตาเจโตวิมุตติอันบุคคลปฏิบัติแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ตั้งไว้เนืองๆ สั่งสมแล้ว ปรารภเสมอดีแล้ว พึงหวังได้อานิสงส์ ๑๑ ประการ
       
อานิสงส์ ๑๑ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. หลับเป็นสุข 
๒. ตื่นเป็นสุข
๓. ไม่ฝันร้าย   
๔. เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
๕. เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย 
๖. เทวดาทั้งหลายรักษา
๗. ไฟ ยาพิษ หรือศัสตรากล้ำกรายไม่ได้ 
๘. จิตตั้งมั่นเร็ว
๙. สีหน้าสดใส 
๑๐. ไม่หลงลืมสติตาย
๑๑. เมื่อยังไม่แทงตลอดคุณวิเศษอันยอดยิ่งย่อมเข้าถึงพรหมโลก
       
ภิกษุทั้งหลาย เมตตาเจโตวิมุตติอันบุคคลปฏิบัติแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ตั้งไว้เนืองๆ สั่งสมแล้ว ปรารภเสมอดีแล้วพึงหวังได้อานิสงส์ ๑๑ ประการนี้ (๑-)

________________________________       
(๑-) ดู องฺ.เอกาทสก. (แปล) ๒๔/๑๕/๔๒๕-๔๒๖

เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงก็มี เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยเจาะจงก็มี เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายก็มี เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจง ด้วยอาการเท่าไร เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการเท่าไร เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการเท่าไร คือ

    - เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการ ๕ อย่าง
    - เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการ ๗ อย่าง
    - เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการ ๑๐ อย่าง

       
@@@@@@@

เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการ ๕ อย่าง อะไรบ้าง คือ

๑. ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุขรักษาตนเถิด
๒. ขอปาณชาติทั้งปวง ฯลฯ
๓. ขอภูตทั้งปวง ฯลฯ
๔. ขอบุคคลทั้งปวง ฯลฯ
๕. ขอผู้ที่นับเนื่องด้วยอัตภาพทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุข รักษาตนเถิด

เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการ ๕ อย่างนี้

@@@@@@@

เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการ ๗ อย่าง อะไรบ้าง คือ

๑. ขอสตรีทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุขรักษาตนเถิด
๒. ขอบุรุษทั้งปวง ฯลฯ
๓. ขออารยชนทั้งปวง ฯลฯ
๔. ขออนารยชนทั้งปวง ฯลฯ
๕. ขอเทวดาทั้งปวง ฯลฯ
๖. ขอมนุษย์ทั้งปวง ฯลฯ
๗. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุข รักษาตนเถิด

เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการ ๗ อย่างนี้

@@@@@@@

เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการ ๑๐ อย่าง อะไรบ้าง คือ

๑. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศบูรพาจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุข รักษาตนเถิด
๒. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศปัจฉิม ฯลฯ
๓. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศอุดร ฯลฯ
๔. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศทักษิณ ฯลฯ
๕. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศอาคเนย์ ฯลฯ
๖. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศพายัพ ฯลฯ
๗. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศอีสาน ฯลฯ
๘. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศหรดี ฯลฯ
๙. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องล่าง ฯลฯ
๑๐. ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องบนจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุข รักษาตนเถิด
       
ขอปาณชาติทั้งปวงในทิศบูรพา ฯลฯ
ภูตทั้งปวง ฯลฯ
บุคคลทั้งปวง ฯลฯ
ผู้ที่นับเนื่องด้วยอัตภาพทั้งปวง ฯลฯ
สตรีทั้งปวง ฯลฯ
บุรุษทั้งปวง ฯลฯ
อารยชนทั้งปวง ฯลฯ
อนารยชนทั้งปวง ฯลฯ
เทวดาทั้งปวง ฯลฯ
มนุษย์ทั้งปวง ฯลฯ

๑. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศบูรพา จงเป็นผู้ไม่มีเวรไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุข รักษาตนเถิด
๒. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศปัจฉิม ฯลฯ
๓. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศอุดร ฯลฯ
๔. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศทักษิณ ฯลฯ
๕. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศอาคเนย์ ฯลฯ
๖. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศพายัพ ฯลฯ
๗. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศอีสาน ฯลฯ
๘. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศหรดี ฯลฯ
๙. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องล่าง ฯลฯ
๑๐. ขอวินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีสุข รักษาตนเถิด
       
เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการ ๑๐ อย่างนี้



ที่มา : https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=31&siri=73


 :25: :25:

อรรถกถาเมตตากถา        
         
บัดนี้จะพรรณนาตามลำดับความที่ยังไม่เคยพรรณนาแห่งเมตตากถาอันมีพระสูตรเป็นเบื้องต้น ดำเนินตามโพชฌงคกถาอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในลำดับแห่งโพชฌงคกถา.
       
พึงทราบวินิจฉัยในพระสูตรนั้นดังต่อไปนี้.

บทว่า อาเสวิตาย อันบุคคลเสพแล้ว คือเสพแล้วโดยเอื้อเฟื้อ.
บทว่า ภาวิตาย คือ เจริญแล้ว.
บทว่า พหุลีกตาย ทำให้มากแล้ว คือทำแล้วบ่อยๆ.
บทว่า ยานีกตาย ทำให้เป็นดังยาน คือทำเช่นกับยานที่เทียมแล้ว.
บทว่า วตฺถุกตาย ทำให้เป็นที่ตั้ง คือทำดุจวัตถุเพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้ง.
บทว่า อนุฏฺฐิตาย ตั้งไว้เนืองๆ คือปรากฏแล้ว.
บทว่า ปริจิตาย อบรมแล้ว คือสะสมดำรงไว้โดยรอบ.
บทว่า สุสมารทฺธาย ปรารภดีแล้ว คือปรารภแล้วด้วยดี ทำด้วยดีแล้ว.
บทว่า อานิสํสา คือ คุณ.
บทว่า ปาฏิกงฺขา หวัง คือพึงหวัง พึงปรารถนา.

@@@@@@@

บทว่า สุขํ สุปติ หลับเป็นสุข คือหลับเป็นสุขไม่หลับเหมือนคนส่วนมาก กรนกลิ้งเกลือกไปมาหลับเป็นทุกข์ แม้ก้าวลงสู่ความหลับก็เป็นเหมือนเข้าสมาบัติ.

บทว่า สุขํ ปฏิพุชฺฌติ ตื่นเป็นสุข คือตื่นเป็นสุข ไม่ผิดปกติ เหมือนดอกปทุมแย้ม ไม่ตื่นเหมือนคนอื่นที่ทอดถอนบิดกายพลิกไปมา ตื่นเป็นทุกข์.

บทว่า น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ ไม่ฝันลามก คือเมื่อฝันย่อมเห็นฝันอันเจริญ เหมือนไหว้พระเจดีย์ เหมือนทำการบูชา และเหมือนฟังธรรม ไม่เห็นความฝันลามกเหมือนคนอื่นฝันเห็นเหมือนถูกโจรล้อมตน เหมือนถูกสัตว์ร้ายเบียดเบียนและเหมือนตกลงไปในเหว.

บทว่า มนุสฺสานํ ปิโย โหติ เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย คือเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของมนุษย์ทั้งหลาย ดุจแก้วมุกดาหารสวมไว้ที่อกและดุจดอกไม้ประดับไว้บนศีรษะ.

บทว่า อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย คือเป็นที่รักแม้ของอมนุษย์เหมือนเป็นที่รักของมนุษย์.
         
บทว่า เทวตา รกฺขนฺติ เทวดาย่อมรักษา คือเทวดาย่อมรักษาดุจมารดาบิดารักษาบุตรฉะนั้น.
         
บทว่า นาสฺส อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ ไฟ ยาพิษ ศัสตรา ย่อมไม่กล้ำกลายเขา คือ ไฟ ยาพิษ หรือศัสตรา ย่อมไม่ก้าวเข้าไปในกายของผู้อยู่ด้วยเมตตา. อธิบายว่า ไม่ยังกายของเขาให้กำเริบ.
         
บทว่า ตุวฏํ จิตฺตํ สมาธิยติ จิตย่อมตั้งมั่นได้เร็ว คือจิตของผู้อยู่ด้วยเมตตาย่อมตั้งมั่นได้เร็ว ไม่มีความชักช้า
         
บทว่า มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ สีหน้าผ่องใส คือหน้าของเขามีสีผ่องใส ดุจตาบสุกพ้นจากขั้ว.
         
บทว่า อสมฺมูฬฺโห กาลํ กโรติ ไม่หลงใหลกระทำกาละ คือผู้อยู่ด้วยเมตตาไม่หลงตาย ไม่หลงทำกาละดุจคนก้าวลงสู่ความหลับ.
         
บทว่า อุตฺตรึ อปฺปฏิวิชฺฌนฺโต เมื่อยังไม่แทงตลอดธรรมอันยิ่ง คือเมื่อยังไม่สามารถบรรลุพระอรหัตอันยิ่งกว่าเมตตาสมาบัติได้เคลื่อนจากโลกนี้ดุจหลับแล้วตื่น.
         
บทว่า พฺรหฺมโลกูปโค โหติ คือ ย่อมเข้าถึงพรหมโลก.

         
@@@@@@@

พึงทราบวินิจฉัยในเมตตานิเทศดังต่อไปนี้.

บทว่า อโนธิโส ผรณา คือ แผ่ไปโดยไม่เจาะจง เขตแดนชื่อว่า โอธิ ,
ไม่มีเขตแดนชื่อว่า อโนธิ โดยไม่มีเขตแดนนั้น.
ความว่า โดยไม่เจาะจง. ท่านอธิบายว่า แผ่ไปโดยไม่มีที่กำหนด.
       
บทว่า โอธิโส โดยเจาะจง คือ โดยมีกำหนด.
บทว่า ทิสา ผรณา คือ แผ่ไปในทิศทั้งหลาย.     
บทว่า สพฺเพ ทั้งหมด คือกำหนดโดยไม่มีเหลือ.

อรรถแห่งบทว่า สตฺตา ท่านกล่าวไว้แล้วในอรรถกถามาติกาแห่งญาณกถา.
โวหารนี้ย่อมเป็นไปแม้ในผู้ที่ปราศจากราคะแล้ว ด้วยรุฬหิศัพท์ ดุจโวหารว่า พัดใบตาลย่อมเป็นไปในพัดวิชนี แม้ทำด้วยไม้ไผ่.

บทว่า อเวรา ไม่มีเวร คือปราศจากเวร.
บทว่า อพฺยาปชฺฌา ไม่เบียดเบียน คือเว้นจากความพยาบาท.
บทว่า อนีฆา คือ ไม่มีทุกข์.
บทว่า สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด คือ มีความสุขยัวงอัตภาพให้เป็นไปได้.

@@@@@@@

พึงทราบความสัมพันธ์ของคำในบทนี้อย่างนี้ว่า

แสดงความไม่มีเวร อาศัยสันดานของตนและคนอื่น อาศัยสันดานของคนอื่นและคนนอกนี้ในบทว่า อเวรา แสดงความไม่มีพยาบาทอันไม่มีเวรนั้นเป็นมูล เพราะความไม่มีเวรในบทมีอาทิว่า อพฺยาปชฺฌา แสดงความไม่มีทุกข์อันไม่มีความพยาบาทนั้นเป็นมูล เพราะไม่มีความพยาบาทในบทว่า อนีฆา แสดงการบริหารอัตภาพด้วยความสุขเพราะไม่มีทุกข์ ในบทว่า สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ แผ่เมตตาด้วยอำนาจแห่งคำอันปรากฏแล้วในคำทั้งหลาย ๔ มีอาทิว่า อเวรา โหนฺตุ จงอย่าได้มีเวรเลยเหล่านี้.

ในบทมีอาทิว่า ปาณา มีความดังต่อไปนี้.

ชื่อว่า ปาณา เพราะมีชีวิต. ความว่า เพราะยังเป็นไปอาศัยลมหายใจเข้าและลมหายใจออกอยู่.
ชื่อว่า ภูตา เพราะยังเป็นอยู่. ความว่า เพราะยังเกิดอยู่.
ชื่อว่า ปุคฺคลา เพราะไปในนรกซึ่งท่านเรียกว่า ปุํ นั้น.
สรีระหรือขันธปัญจก ท่านเรียกว่าอัตภาพ หมายถึงอัตภาพ เพราะปรากฏเพียงบัญญัติ.
ชื่อว่า อตฺตภาวปริยาปนฺนา ผู้นับเนื่องด้วยอัตภาพ เพราะนับเนื่องกำหนดหยั่งลงในอัตภาพนั้น.
         
ท่านยกคำที่เหลือด้วยอำนาจแห่งรุฬหิศัพท์ (ศัพท์ที่ขยายความ) แล้วพึงทราบว่า คำทั้งหมดนั้นเป็นไวพจน์ของสัตว์ทั้งปวง เหมือนคำว่า สตฺตา ฉะนั้น.
         
คำแม้อื่นเป็นไวพจน์ของสัตว์ทั้งปวงมีอาทิว่า สพฺเพ ชนฺตู สพฺเพ ชีวา สัตว์เกิดทั้งปวง สัตว์มีชีวิตทั้งปวงก็มีอยู่โดยแท้ แต่ท่านถือเอาคำ ๕ เหล่านี้ด้วยเป็นคำปรากฏอยุ่แล้วจึงกล่าวว่า เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการ ๕.

อนึ่ง มิใช่โดยเพียงคำพูดอย่างเดียวเท่านั้นแห่งบทมีอาทิว่า สตฺตา ปาณา ที่แท้แล้วสัตว์เหล่าใดพึงปรารถนาความต่างกันแม้โดยอรรถ การแผ่ไปโดยไม่เจาะจงของสัตว์เหล่านั้นย่อมผิด เพราะฉะนั้นไม่ถือเอาอรรถอย่างนั้นแล้วแผ่เมตตาโดยไม่เจาะจงด้วยอาการอย่างใดอย่างหนึ่งในอาการ ๕ เหล่านี้.


@@@@@@@

อนึ่ง ในการแผ่ไปโดยเจาะจง พึงทราบความดังนี้.

บทว่า อิตฺถิโย ปุริสา ท่านกล่าวถึงเพศ.
บทว่า อริยา อนริยา ท่านกล่าวถึงอริยะและปุถุชน.
บทว่า เทวา มนุสฺสา วินิปาติกา ท่านกล่าวถึงการเกิด.

แม้ในการแผ่ไปในทิศ ไม่ทำการจำแนกทิศแล้วแผ่ไปโดยไม่เจาะจง เพราะแผ่ไปโดยนัยมีอาทิว่า สพฺเพ สตฺตา ในทิศทั้งปวง แผ่ไปโดยเจาะจงเพราะแผ่ไปโดยนัยมีอาทิว่า สพฺพา อิตฺถิโย ในทิศทั้งปวง.
         
อนึ่ง เพราะการแผ่เมตตาแม้ ๓ อย่างนี้ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งจิตยังไม่ถึงอัปปนา ฉะนั้นพึงถือเอาอัปปนาในวาระ ๓ ในการแผ่โดยไม่เจาะจง ท่านกล่าวถึงการแผ่ ๔ อย่างเหล่านั้น ด้วยรวบรวมประโยชน์นั่นเอง คือ
    อย่างหนึ่งว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงอย่าได้มีเวรกันเลย
    อย่างหนึ่งว่า จงอย่าได้เบียดเบียนกันเลย
    อย่างหนึ่งว่า จงอย่ามีทุกข์เลย
    อย่างหนึ่งว่า จงมีความสุข รักษาตนเถิด.

เพราะเมตตามีลักษณะรวบรวมประโยชน์ ด้วยอำนาจแห่งอัปปนาอย่างละ ๔ๆ ในอาการ ๕ มีอาทิว่า สตฺตา รวมเป็นอัปปนา ๒๐ ในการแผ่โดยเจาะจงด้วยอำนาจแห่งอัปปนาอย่างละ ๔ๆ ในอาการ ๗ มีอาทิว่า สพฺพา อิตฺถิโย รวมเป็นอัปปนา ๒๘.

อนึ่ง ในการแผ่ไปในทิศ อัปปนา ๔๘๐ คือ อัปปนา ๒๐๐ ทำอย่างละ ๒๐ แห่งทิศหนึ่งๆ โดยนัยมีอาทิว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในทิศตะวันออก อัปปนา ๒๘๐ ทำอย่างละ ๒๘ แห่งทิศหนึ่งๆ โดยนัยมีอาทิว่า หญิงทั้งหลายทั้งปวงในทิศตะวันออก อัปปนาทั้งหมดที่ท่านกล่าวไว้ในที่นี้รวมเป็นอัปปนา ๕๒๘ ด้วยประการฉะนี้.

อนึ่ง พึงทราบว่า ท่านกล่าวแม้การแผ่กรุณามุทิตาอุเบกขา เหมือนท่านกล่าวการแผ่เมตตาโดย ๓ อย่างฉะนั้น.


ที่มา : อรรถกถา ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค , ๔. เมตตากถา
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=574&p=1#อรรถกถาเมตตากถา

 9 
 เมื่อ: มีนาคม 13, 2026, 12:52:16 pm 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
 :25: :25:

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ ภาษาบาลี อักษรไทย
พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๓ สุตฺต. ขุ. ปฏิสมฺภิทามคฺโค


ยุคนทฺธวคฺเค เมตฺตากถา
สาวตฺถีนิทานํ


[๕๗๔] เมตฺตาย ภิกฺขเว เจโตวิมุตฺติยา อาเสวิตาย ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย เอกาทสานิสํสา ปาฏิกงฺขา กตเม เอกาทส   

สุขํ สุปติ   
สุขํ ปฏิพุชฺฌติ   
น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ   
มนุสฺสานํ ปิโย โหติ   
อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ 
เทวตา รกฺขนฺติ   
นาสฺส อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ   
ตุวฏํ จิตฺตํ สมาธิยติ
มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ
อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ     
อุตฺตรึ อปฺปฏิวิชฺฌนฺโต พฺรหฺมโลกูปโค โหติ 

เมตฺตาย ภิกฺขเว เจโตวิมุตฺติยา อาเสวิตาย ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย อิเม เอกาทสานิสํสา ปาฏิกงฺขา ฯ


@@@@@@@

[๕๗๕] อตฺถิ อโนธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ 
อตฺถิ โอธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ   
อตฺถิ ทิสา ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ  ฯ   

กติหากาเรหิ อโนธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ
กติหากาเรหิ โอธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ   
กติหากาเรหิ ทิสา ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ   

ปญฺจหากาเรหิ อโนธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ 
สตฺตหากาเรหิ โอธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ
ทสหากาเรหิ ทิสา ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ

{๕๗๕.๑} กตเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อโนธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ
สพฺเพ สตฺตา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ
สพฺเพ ปาณา ฯเปฯ   
สพฺเพ ภูตา   
สพฺเพ ปุคฺคลา   
สพฺเพ อตฺตภาวปริยาปนฺนา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ
อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อโนธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ

{๕๗๕.๒} กตเมหิ สตฺตหากาเรหิ โอธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ   
สพฺพา อิตฺถิโย อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ 
สพฺเพ ปุริสา ฯเปฯ 
สพฺเพ อริยา 
สพฺเพ อนริยา
สพฺเพ เทวา 
สพฺเพ มนุสฺสา 
สพฺเพ วินิปาติกา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ   
อิเมหิ สตฺตหากาเรหิ โอธิโส ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ

@@@@@@@

[๕๗๖] กตเมหิ  ทสหากาเรหิ ทิสา ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ฯ
สพฺเพ ปุรตฺถิมาย ทิสาย สตฺตา อเวรา อพฺยาปชฺฌาอนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ   
สพฺเพ ปจฺฉิมาย ทิสาย สตฺตา ฯเปฯ   
สพฺเพ อุตฺตราย ทิสาย สตฺตา   
สพฺเพ ทกฺขิณาย ทิสาย สตฺตา   
สพฺเพ ปุรตฺถิมาย อนุทิสาย สตฺตา   
สพฺเพ ปจฺฉิมาย อนุทิสาย สตฺตา   
สพฺเพ อุตฺตราย อนุทิสาย สตฺตา   
สพฺเพ ทกฺขิณาย อนุทิสาย สตฺตา   
สพฺเพ เหฏฺฐิมาย ทิสาย สตฺตา
สพฺเพ อุปริมาย ทิสาย สตฺตา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ

สพฺเพ ปุรตฺถิมาย ทิสาย ปาณา ฯเปฯ

{๕๗๖.๑} ภูตา ปุคฺคลาอตฺตภาวปริยาปนฺนา
สพฺพา อิตฺถิโย
สพฺเพ ปุริสา   
สพฺเพ อริยา 
สพฺเพ อนริยา 
สพฺเพ เทวา 
สพฺเพ มนุสฺสา   
สพฺเพ วินิปาติกา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ   

สพฺเพ ปจฺฉิมาย ทิสาย วินิปาติกา ฯเปฯ
สพฺเพ อุตฺตราย ทิสาย วินิปาติกา   
สพฺเพ ทกฺขิณาย ทิสาย วินิปาติกา   

สพฺเพ ปุรตฺถิมาย อนุทิสาย วินิปาติกา   
สพฺเพ ปจฺฉิมาย อนุทิสาย วินิปาติกา   
สพฺเพ อุตฺตราย อนุทิสาย วินิปาติกา     
สพฺเพ ทกฺขิณาย อนุทิสาย วินิปาติกา 
 
สพฺเพ เหฏฺฐิมาย ทิสาย วินิปาติกา   
สพฺเพ อุปริมาย ทิสาย วินิปาติกา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ   
อิเมหิ ทสหากาเรหิ ทิสา ผรณา เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ 


@@@@@@@

สพฺเพสํ สตฺตานํ ปีฬนํ วชฺเชตฺวา
อปีฬนาย อุปฆาตํ วชฺเชตฺวา
อนุปฆาเตน สนฺตาปํ วชฺเชตฺวา
อสนฺตาเปน ปริยาทานํ วชฺเชตฺวา
อปริยาทาเนนวิเหสํ วชฺเชตฺวา
อวิเหสาย สพฺเพ สตฺตา อเวริโน โหนฺตุ
มาสุขิโน โหนฺตุ
มา ทุกฺขิโน สุขิตตฺตา โหนฺตุ
มา ทุกฺขิตตฺตาติ
อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ สพฺเพ สตฺเต เมตฺตายตีติ เมตฺตา   

ตํ ธมฺมํ เจตยตีติ เจโต สพฺพพฺยาปาทปริยุฏฺฐาเนหิ มุจฺจตีติ(๑-) วิมุตฺติ เมตฺตา จ เจโตวิมุตฺติ(๒-) จาติ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ ฯ

____________________________________
@เชิงอรรถ : (๑-) ม. ยุ. วิมุจฺจตีติ ฯ , (๒-) ม. ยุ. เจโต จ วิมุตฺติ จาติ ฯ เอวมุปริปิ ฯ


ที่มา : https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=31&item=574&items=14


 :25: :25:

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

ยุคนัทธวรรค เมตตากถา
สาวัตถีนิทาน

         
[๕๗๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติ อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดังยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ตั้งไว้เนืองๆ อบรมแล้ว ปรารภดีแล้ว อานิสงส์ ๑๑ ประการเป็นอันหวังได้ อานิสงส์ ๑๑ ประการเป็นไฉน คือ

ผู้เจริญเมตตาย่อมหลับเป็นสุข ๑
ตื่นเป็นสุข ๑
ไม่ฝันลามก ๑
ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ ๑
ย่อมเป็นที่รักของอมนุษย์ ๑
เทวดาย่อมรักษา ๑
ไฟ ยาพิษ หรือศาตราย่อมไม่กล้ำกราย ๑
จิตของผู้เจริญเมตตาเป็นสมาธิได้รวดเร็ว ๑
สีหน้าของผู้เจริญเมตตาย่อมผ่องใส ๑
ย่อมไม่หลงใหลกระทำกาละ ๑
เมื่อยังไม่แทงตลอดธรรมอันยิ่งย่อมเข้าถึงพรหมโลก ๑

ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติ อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดังยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ตั้งไว้เนืองๆ อบรมแล้ว ปรารภดีแล้ว อานิสงส์ ๑๑ ประการนี้เป็นอันหวังได้ ฯ


@@@@@@@

[๕๗๕] เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงก็มี แผ่ไปโดยเจาะจงก็มี แผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายก็มี เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการเท่าไร แผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการเท่าไร แผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการเท่าไร
    เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการ ๕
    แผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการ ๗
    แผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการ ๑๐ ฯ

เมตตาเจโตวิมุตติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการ ๕ เป็นไฉน
เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงว่า ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

ปาณะทั้งปวง ฯลฯ
ภูตทั้งปวง
บุคคลทั้งปวง
ผู้ที่นับเนื่องด้วยอัตภาพทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด
เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปโดยไม่เจาะจงด้วยอาการ ๕ นี้ ฯ

เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการ ๗ เป็นไฉน
เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปโดยเจาะจงว่า ขอหญิงทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด
ชายทั้งปวง ฯลฯ
อารยชนทั้งปวง
อนารยชนทั้งปวง
เทวดาทั้งปวง
มนุษย์ทั้งปวง
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด
เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปโดยเจาะจงด้วยอาการ ๗ นี้ ฯ

@@@@@@@

[๕๗๖] เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการ ๑๐ เป็นไฉน
เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายว่า ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศบูรพาจงเป็น ผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศปัศจิม ฯลฯ
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศอุดร
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศทักษิณ
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศอาคเนย์
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศพายัพ
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศอีสาน
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศหรดี

ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องล่าง
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

ขอปาณะทั้งปวงในทิศบูรพา ฯลฯ
ภูต
บุคคล
ผู้ที่นับเนื่องด้วยอัตภาพ
หญิงทั้งปวง
ชายทั้งปวง
อารยชนทั้งปวง
อนารยชนทั้งปวง
เทวดาทั้งปวง
มนุษย์ทั้งปวง
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศปัศจิม ฯลฯ
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศอุดร
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศทักษิณ
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศอาคเนย์
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศพายัพ
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศอีสาน
วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศหรดี

วินิปาติกสัตว์ทั้งปวง ในทิศเบื้องล่าง วินิปาติกสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องบน จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ รักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด
เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปสู่ทิศทั้งหลายด้วยอาการ ๑๐ นี้


@@@@@@@

เมตตาเจโตวิมุติแผ่ไปสู่สัตว์ทั้งปวงด้วยอาการ ๘ นี้ คือ

ด้วยการเว้นความบีบคั้น ไม่บีบคั้นสัตว์ทั้งปวง ๑
ด้วยเว้นการฆ่า ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งปวง ๑
ด้วยเว้นการทำให้เดือดร้อน ไม่ทำสัตว์ทั้งปวงให้เดือดร้อน ๑
ด้วยเว้นความย่ำยี ไม่ย่ำยีสัตว์ทั้งปวง ๑
ด้วยการเว้นการเบียดเบียน ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง ๑
ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร อย่าได้มีเวร ๑
จงเป็นผู้มีสุข อย่ามีทุกข์ ๑
จงมีตนเป็นสุข อย่ามีตนเป็นทุกข์ ๑

จิตชื่อว่าเมตตา เพราะรัก ชื่อว่าเจโต เพราะคิดถึงธรรมนั้น ชื่อว่า วิมุติ เพราะพ้นจากพยาบาทและปริยุฏฐานกิเลสทั้งปวง จิตมีเมตตาด้วย เป็นเจโตวิมุติด้วย เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่าเมตตาเจโตวิมุติ ฯ



ที่มา : https://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=31&A=8449&Z=8691

 10 
 เมื่อ: มีนาคม 13, 2026, 12:22:31 pm 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

หน้า: [1] 2 3 ... 10