ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
 61 
 เมื่อ: เมษายน 07, 2026, 12:33:54 pm 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 62 
 เมื่อ: เมษายน 06, 2026, 03:04:02 pm 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 63 
 เมื่อ: เมษายน 06, 2026, 01:49:22 pm 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 64 
 เมื่อ: เมษายน 05, 2026, 06:18:00 pm 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 65 
 เมื่อ: เมษายน 05, 2026, 04:34:41 pm 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 66 
 เมื่อ: เมษายน 05, 2026, 06:57:16 am 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan


ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพวาดไก่และสัตว์ต่างๆ


เออิอีดอู๊ด.! เสียงไก่ขัน มีหลายแบบ.? สำรวจเสียงไก่ในชาติต่างๆ โดย เสฐียรโกเศศ

เสฐียรโกเศศ (นามปากกาของ พระยาอนุมานราชธน) ได้รวบรวม “เสียงไก่ขัน” ของชาติต่างๆ ไว้ ดังนี้

ฟังไก่มันขัน เราฟังว่า เอ้กอี๊เอ้กเอ้ก หรือเอ้กอี๊เอ้กเอ๊ก นี่เป็นเสียงไก่แจ้ ถ้าเป็นเสียงไก่อู ก็เป็นโอ้กอู้โอ้ก หรือโอ้กอุ้โอ้กฟังเพี้ยนเป็นโอ้อูอกอู คือท่านจะเอากูอีกดั่งในนิยายที่เล่ากัน ถ้าจะเปรียบเทียบไก่ร้องของชาติต่างๆ จะเห็นผิดกันเป็นต่างๆ ดังนี้



ภาพประกอบเนื้อหา – ภาพวาดไก่และสัตว์ต่างๆ


อังกฤษ   Cock-a-doodle-doo

ฝรั่งเศส   Coquelico] Coquericot

อิตาเลียน   Cicerici

สเปน   Quiquirqui

เดนมาร์ก   Kykeliky

สวีเดน   Kukeliqu

รูมาเนีย   Cucuriya

กรีก   Kikeriki

มลายู   Kaluruk



พ่อแม่พันธุ์ไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2561)


ญี่ปุ่น   โกเก้กก็ดก

จีน   เก้กเก็กเก้ (กวางตุ้ง)

เช้กโก   คุกคูรูกู

เขมร   โก๊กุโกละโก (ไก่อู), เก๊กกิแกเกิด (ไก่แจ้)

พม่า   เออิอีดอู๊ด

ฟิลิปปินส์   กั้กกะกาโอ๊ก

อินเดีย   กร๊กโกร (เบงคาลี), ก๊กโก (มัทราส), กุ๊กกรูกรู (ปัญจาบ)

เสียงไก่ขัน ของชาติต่างๆ เหล่านี้ได้มาจากหนังสือบ้าง สอบถามโดยตรงจากปากของชาตินั้นๆ บ้าง ซึ่งจดตามแต่ผู้บอกจะออกเสียง และผู้ฟังจะได้ยินไปอย่างไร แม้แต่ไก่ไทยขันเอ้กอี๊เอ้กเอ้ก หลานชายของข้าพเจ้ายังฟังเป็นโก๊กโก้โกไปได้ ถ้าโตขึ้นอาจฟังเป็นเอ้กอี๊เอ้กเอ้กก็ได้ ตามเสียงที่ได้ยินได้ฟังจากคนอื่นซึ่งแวดล้อมอยู่

อ่านเพิ่มเติม :-

    • “หมา” เริ่มเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์เมื่อไหร่? ทำไมถึงเลี้ยง?
    • “คิงคอง” เป็นสัตว์กินพืชที่ปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้จึงสูญพันธุ์

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ สิบสองนักษัตร โดย ส.พลายน้อย, สนพ. มติชน, 2547




ขอขอบคุณ :-
ที่มา : หนังสือ สิบสองนักษัตร
ผู้เขียน : ส.พลายน้อย
เผยแพร่ : วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ.2569
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก : เมื่อ 16 ธันวาคม 2564
website : https://www.silpa-mag.com/culture/article_5215

 67 
 เมื่อ: เมษายน 05, 2026, 06:48:02 am 
เริ่มโดย raponsan - กระทู้ล่าสุด โดย raponsan
.

เปรตโลกยะ และโลกันตนรก จากสมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา-ฉบับกรุงธนบุรี เล่ม 1


เหตุใด “เขาคิชฌกูฏ” ถึงเป็นแดนเปรตชุม?

“เปรต” เป็นผีที่คนไทยคุ้นเคยกันดี แต่ไปเกี่ยวอะไรกับ “เขาคิชฌกูฏ” จนที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นแดนเปรตชุม?

ศาสนาพุทธมีความผูกพันกับเปรตมาก มีการกล่าวถึงเปรตไว้หลายแห่งในตำราทางพระพุทธศาสนา รวม จนที่ถึงพระไตรปิฎก เอกสารที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธ ซึ่งในพระไตรปิฎกนี่เองที่มีหลักฐานกล่าวถึงดินแดนที่มีเปรตชุกชุมอย่างยิ่งในสมัยพุทธกาล

เรื่องนี้ อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก (พ.ศ. 2482-2565) ราชบัณฑิต กล่าวไว้ในหนังสือ “ผีสางคางแดง” ว่า สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่อื่นไกล แต่คือ “เขาคิชฌกูฏ” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในกรุงราชคฤห์นั่นเอง (ไม่ใช่ที่จันทบุรีแน่)



เปรตโลกยะ และโลกันตนรก จากสมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา-ฉบับกรุงธนบุรี เล่ม 1


จากคำบอกเล่าของอาจารย์เสฐียรพงษ์ เขาคิชฌกูฏนั้นแปลต่อกันมาว่า “เขานกแร้ง” เพราะเหตุผลสองประการ คือประการหนึ่งมีอีแร้งมากมายพากันมาจับอยู่ตามชะง่อนผาคอยกินซากศพ อีกเหตุผลหนึ่งคือเขาว่ากันว่า เขาลูกนี้หน้าตาคล้ายอีแร้ง แม้อาจารย์เสฐียรพงษ์จะเห็นว่าไม่เหมือนก็ตาม

ส่วนที่ว่า เขาคิชฌกูฏเป็นแดนเปรตชุมนั้น เพราะว่า พระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ ได้พบเจอสารพัดเปรตระหว่างเดินทางขึ้นลงเขาแห่งนี้เป็นประจำ แม้ว่าพระลูกศิษย์ที่ติดตามมาด้วยจะมองไม่เห็น เมื่อแรกพระโมคคัลลานะพูดไปถึงสิ่งที่ตนพบเห็น ภิกษุมากมายจึงพากันกล่าวหาว่าพระโมคคัลลานะ “อวดอุตตริมนุสสธรรม” เลยทีเดียว

แต่พระโมคคัลลานะก็รู้อยู่แล้วว่า ตัวเองพูดอะไรไปคนอาจจะไม่เชื่อ เมื่อพระลูกศิษย์ที่มาด้วยกันถามว่า อยู่ๆ ทำไมถึงยิ้มขึ้นมาเวลาเดินทางบริเวณเขาคิชฌกูฎ (พระโมคคัลลานะจะยิ้มทุกครั้งที่เห็นเปรต) พระโมคคัลลานะก็จะบอกว่า เอาไว้ถามหน้าพระพุทธองค์ดีกว่า



เปรตหมู่ต่างๆ จากสมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา-ฉบับกรุงธนบุรี เล่ม 1 (เปรตหนอนเจาะปากอยู่ที่ 2 ทางซ้ายแถวบน)


ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระโมคคัลลานะถูกกล่าวหาต่อหน้าพระพักตร์ว่า อวดอุตตริมนุสสธรรม พระพุทธองค์จึงตรัสแก้ให้ว่า พระองค์ก็ทรงเห็นเปรตตัวที่พระโมคคัลลานะเห็นเช่นกัน และพระพุทธองค์ก็ทรงใช้โอกาสนี้เล่าบุพกรรมของเปรตเหล่านั้นให้บรรดาสาวกได้รู้ที่มาที่ไปถึงบาปกรรมที่ทำให้คนต้องกลายเป็นเปรตลักษณะต่างๆ ด้วย

ใครที่สนใจเพิ่มเติมว่า “เปรต” ที่พระโมคคัลลานะพบ และมีการบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก มีกี่ตน และมีที่มาที่ไปเช่นใดนั้น หากลองไปตรวจค้นในพระไตรปิฎก วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค 1 ดู ก็จะได้คำตอบโดยละเอียด

อ่านเพิ่มเติม :-

    • เปรตปากเหม็น…เหม็นหนักหนา หนอนออกเต็มปาก!!!
    • เดือน 7 สารทจีน นรก “เปิด” ให้วิญญาณมารับส่วนกุศลในโลกมนุษย์




ขอขอบคุณ :-
ผู้เขียน : พล อิฏฐารมณ์
เผยแพร่ : วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ.2569
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก : เมื่อ 31 ตุลาคม 2560
website : https://www.silpa-mag.com/culture/article_3816

 68 
 เมื่อ: เมษายน 04, 2026, 05:28:29 pm 
เริ่มโดย aventure1 - กระทู้ล่าสุด โดย aventure1
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 69 
 เมื่อ: เมษายน 04, 2026, 11:59:33 am 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

 70 
 เมื่อ: เมษายน 03, 2026, 12:33:37 pm 
เริ่มโดย todaytimepost11 - กระทู้ล่าสุด โดย todaytimepost11
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10